. Dream On #Johnjae

ตอนที่ 2 : จอห์นนี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 มี.ค. 63

.

1

 

 

แจฮยอนเป็นนักร้องของโรงเรียน..

แต่ภาพจำนั้นกำลังเลือนลางไปจากความทรงจำของเพื่อน ๆ

ตอนนี้เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เคยร้องเพลงเท่านั้น

 

เขาจำน้ำเสียงของตัวเองแทบไม่ได้ ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินมันยิ่งจำไม่ได้ ช่วงเวลาที่เขาได้ยินน่าจะผ่านไปสักสองปีหรือสามปี เขานึกไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น แม้จะเคยพยายามนั่งคิดหาสาเหตุจริง ๆ ของเรื่องทั้งหมด แต่สิ่งที่เข้ามาในหัวกลับมีแค่ภาพทิวลิปสีเหลืองกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น แล้วหลังจากนั้น ความทรงจำเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตของเด็กหนุ่มก็กลายเป็นภาพที่ไม่ปะติดปะต่อกัน

 

พ่อกับแม่ของแจฮยอนหย่ากัน ..แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นช่วงก่อนหรือหลังจากที่เขาสูญเสียความสามารถในการได้ยินไป

เขาถูกคุณย่ารับไปเลี้ยง พวกญาติ ๆ พยายามเข้ามาตีสนิทกับเขาทั้งที่ไม่เคยสนใจเขามาก่อน ถึงไม่ได้ยิน แต่เด็กหนุ่มก็เดาจากสีหน้าของคนพวกนั้นได้ว่ากำลังหวังอะไร

สมัยที่ยังเด็กมาก ๆ เคยมีพี่น้องบางคนของพ่อเล่าเรื่องมรดกร้อยล้านของคุณย่าให้ฟัง พวกเขาคาดหวังให้มีชื่อตัวเองในพินัยกรรมหากคุณย่าเสียชีวิต ถึงจะได้รับแค่ห้าหรือสิบเปอร์เซ็น แต่เท่านั้นก็เป็นมรดกจำนวนมากพอให้สบายไปทั้งชาติ

 

คนพวกนั้นใช้เรื่องที่แจฮยอนไม่ได้ยินเสียงเป็นข้ออ้างในการจะพูดจาอะไรก็ได้ บางครั้งเขาก็อ่านปากทัน จับใจความออกมาเป็นถ้อยคำที่ไม่ดีนัก แต่เขาก็แสร้งทำเป็นไม่รู้เจตนาของคนพวกนั้นต่อไป

เมื่อแจฮยอนไม่ได้ยินเสียง เขาจึงไม่พูด และแน่นอนว่าเขาไม่สามารถร้องเพลงได้อีก

 

แจฮยอนเคยพยายามเปิดเพลงและเร่งเสียงให้ดังที่สุด เผื่อว่าจะได้ยินอะไรขึ้นมาบ้าง นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยังดี ...แต่สิ่งที่เขาได้ยินก็ยังมีเพียงแค่ความเงียบ

เขาไม่แน่ใจว่าอาการที่คนหูหนวกคนอื่นเป็นจะเหมือนกันไหม สิ่งที่เด็กหนุ่มเป็นก็แค่..ทุกอย่างเงียบไปเฉย ๆ เหมือนเวลาที่ไฟดับ หรือเวลาที่เรากดปิดสวิตช์ของอะไรบางอย่าง

มันแค่หายไปเฉย ๆ อย่างนั้น..

 

 

แจฮยอนยกยิ้มขณะคิดทบทวนเรื่องเก่า ๆ

ตอนนี้เขาได้ยินเสียงคลื่น.. แค่เฉพาะที่นี่เท่านั้นที่เขาจะสามารถได้ยินทุกอย่างที่อยากฟัง เสียงลม เสียงน้ำ เสียงตอนที่เท้าเตะทราย เสียงของทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงเสียงของเขาเองด้วย

 

คุณย่าบอกว่าชื่อของที่นี่คือดรีมเวิลด์

แจฮยอนจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ จะวิ่งไปที่ไหนก็ได้ จะตะโกนหรือร้องเพลงก็ได้ หรือแค่นั่งนิ่ง ๆ ฟังเสียงรอบตัวก็ไม่เป็นไร เพราะที่ดรีมเวิลด์จะไม่มีใครนอกจากเขาเท่านั้น

 

ดรีมเวิลด์เคยเป็นระบบที่ได้รับความนิยมมากในปี 2100 มีผู้เข้าใช้ทั่วโลกมากกว่าพันล้านคน แต่หลังจากเกิดเรื่องโรคระบาดและสงครามที่ร้ายแรง รวมไปถึงการที่มีคนบางกลุ่มใช้ประโยชน์จากระบบในการทำเรื่องผิดกฎหมาย ระบบจึงปิดตัวลง ถึงอย่างนั้นบริษัทผู้ผลิตก็ไม่ได้ลบทุกอย่างทิ้งไป ยังเหลือบางส่วนที่สำคัญเอาไว้และยังวางแผนปกปิดรัฐบาลได้อย่างแนบเนียนมาโดยตลอด

คุณย่าบอกว่าดรีมเวิลด์เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบสิบห้าปีที่ท่านได้รับจากปู่ทวด มีแค่คนที่มีรหัสเท่านั้นถึงจะเข้าออกที่นี่ได้ตามใจ และท่านก็ส่งต่อรหัสให้เขาตอนวันเกิดอายุสิบเจ็ดที่ผ่านมา

 

กล่องของขวัญที่มีแค่กระดาษโน้ตกับนาฬิกาเก่า ๆ อยู่ข้างในดูไม่ค่อยสมกับฐานะของคุณย่า ทว่าสิ่งนั้นทำให้ญาติคนอื่นโล่งใจ ไม่มีใครให้ความสนใจเด็กวัยรุ่นธรรมดาที่หูไม่ได้ยินอย่างเขาอีกต่อไป

 

ส่วนเรื่องพ่อกับแม่.. แจฮยอนเลิกคิดไปนานแล้วว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาจะเป็นยังไงต่อไป ข่าวล่าสุดที่ได้ยินก็คือแม่ของเขาย้ายไปทำงานที่ต่างประเทศ ส่วนพ่อก็เอาแต่ทำงานหนักจนพวกเขาไม่มีเวลาเจอกัน

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจ เขาลุกจากที่และเริ่มเดินไปเรื่อย ๆ

หูได้ยินเสียงคลื่น เท้าเปลือยเปล่าเหยียบย่ำลงไปบนผืนทราย

ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลย มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น แต่เมืองก็ยังคงเป็นเมืองอยู่ ระบบไฟฟ้ายังทำงาน สถานที่ทุกอย่างยังดูใหม่ และแจฮยอนคิดว่านั่นเป็นเรื่องที่แปลกมาก แต่ระบบก็คือระบบ ไม่ว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้

 

คุณย่าชอบพูดประโยคหนึ่งบ่อย ๆ ว่า ‘ที่ดรีมเวิลด์ พวกเราสามารถทำสิ่งที่ปรารถนาได้ทุกอย่าง’ - นั่นเป็นคอนเส็ปของที่นี่

 

 

 

“..ไม่คิดเลยว่าจะยังมีคนอื่นเข้ามาที่นี่อีก” เสียงของใครบางคนที่จู่ ๆ ก็ดังขึ้น ทำลายความเข้าใจของเด็กหนุ่มเกี่ยวกับเรื่องของดรีมเวิลด์ไปจนหมด

แจฮยอนตัวแข็งไปชั่วขณะ เด็กหนุ่มรวบรวมสติก่อนจะหันไปทางต้นเสียง เขาพบผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนหันหน้าออกไปทางทะเล

 

“ตอนแรกฉันคิดว่าคงตาฝาดไป.. แต่ว่าที่นี่ยังมีคนอื่นอยู่จริง ๆ” อีกฝ่ายพูดต่อทั้งที่ไม่หันกลับมามอง

“คุณเป็นใคร” แจฮยอนถาม ค่อย ๆ เลื่อนมือข้างขวาไปหาข้อมือข้างซ้ายที่สวมนาฬิกาอยู่ เผื่อว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจะได้กดปุ่มออกจากระบบได้ทัน

 

“แล้วนายล่ะเป็นใคร” ในที่สุดผู้ชายคนนั้นก็หันมา..

แจฮยอนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาผู้ชายคนนั้นอย่างบอกไม่ถูก ตอนนั้นเองที่หน้าของพัมกิ้นส์ แมวที่เขาเลี้ยงไว้ลอยเข้ามาในหัว..

บ้าชะมัด.. ผู้ชายคนนี้หน้าตาเหมือนพัมกิ้นส์

 

“ผม..คือคนที่มีรหัส”

คนฟังกลอกตาเมื่อได้ยินคำตอบของแจฮยอน เด็กหนุ่มขมวดคิ้วทันทีเมื่อเห็นปฏิกริยานั่น

“ช่างเถอะ เอาเป็นว่าช่วยไปหาที่อื่นในนี้อยู่ทีได้ไหม ชายหาดตรงนี้เป็นที่ส่วนตัวของฉัน ฉันจองเอาไว้ตั้งนานแล้ว” น้ำเสียงของอีกฝ่ายดูไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก

 

แจฮยอนเบิกตากว้าง.. ไอ้หมอนี่เป็นใครกันแน่ จู่ ๆ ก็โผล่มาแล้วก็เอาเอกสิทธิ์อะไรไม่รู้มาบอกว่าที่ตรงนี้เป็นของตัวเอง แถมยังมาไล่กันอีก

 

“คุณจะมาไล่ผมได้ยังไง? คุณย่าให้ดรีมเวิลด์กับผมมาทั้งระบบ!” เขาขึ้นเสียง.. จากนั้นก็รู้สึกตกใจที่ตัวเองเสียงดังจนน่ากลัว เพราะนานแล้วที่เขาไม่ได้พูดเลยไม่ชินเท่าไรนักที่ได้ยินเสียงทุ้มห้าวของตัวเองดังขนาดนั้น

“..เอาเป็นว่าที่นี่ไม่ได้เป็นของนายคนเดียว ฉันจองตรงนี้แล้ว นายไปหาที่ใหม่ซะ โอเค?” ผู้ชายคนนั้นว่าพลางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนั่งและทำเป็นไม่สนใจแจฮยอนที่ยืนอยู่ด้วยสักนิด

 

ตอนนั้นเองที่เด็กหนุ่มนึกอะไรขึ้นได้...

“ทำไมที่นี่ถึงมีคนอื่นอยู่ด้วย”

“ฉันก็สงสัยเหมือนนายนั่นแหละ” ฝ่ายนั้นตอบ น้ำเสียงยังฟังดูหงุดหงิด

 

“คุณย่าบอกผมว่าไม่มีใครที่นี่แล้ว”

“เพราะทุกคนเลิกมาที่นี่แล้วก็ไม่มีใครรู้จักระบบนี้แล้ว ..แต่ไม่คิดว่านอกจากฉันจะมีนาย” เขาพูดต่อ อธิบายด้วยสิ่งเดียวกับที่แจฮยอนเข้าใจมาตลอด

 

“แล้วคุณรู้จักที่นี่ได้ยังไง?”

“ไม่สำคัญ แล้วก็ไม่เกี่ยวกับนายด้วย”

แจฮยอนจับความรู้สึกบางอย่างในน้ำเสียงนั้นได้ เด็กหนุ่มจึงไม่ถามอะไรต่ออีกแต่กลับทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ ผู้ชายคนนั้นแทน

 

ในเมื่อมีคนให้คุยด้วยได้แล้ว เขาจะขอใช้โอกาสนี้ในการทำความคุ้นเคยกับเสียงของตัวเองอีกสักหน่อย

“ใครอนุญาตให้นายนั่ง”

“ผมอนุญาตตัวเอง” แจฮยอนอมยิ้ม ทำเป็นไม่สนใจแม้จะรู้ว่าฝ่ายนั้นกำลังหันมามองด้วยความไม่พอใจ

 

“ผมชื่อแจฮยอน”

“ฉันไม่ได้ถาม แล้วก็ไปซะ อย่าให้ฉันต้องพูดบ่อย”

 

เด็กหนุ่มหัวเราะ เขาไม่เคยเจอใครที่ทำตัวเจ้าอารมณ์ขนาดนี้มาก่อน เอะอะก็ไล่ แถมยังชอบวางอำนาจ ทำเหมือนว่าตัวเองเป็นคนควบคุมทุกอย่างที่นี่.. ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของ ทั้งที่ไม่น่าจะใช่ด้วยซ้ำ เพราะขนาดที่ข้อมือยังไม่มีนาฬิกาเลย..

...

คราวนี้แจฮยอนนิ่งไปครู่ใหญ่ เขาพยายามสังเกตที่ข้อมือทั้งสองข้างของชายแปลกหน้าคนนั้นอีกครั้ง แต่กลับไม่มีอะไรสวมอยู่เลย

 

ถ้าไม่มีนาฬิกาแล้วผู้ชายคนนี้เข้ามาที่ดรีมเวิลด์ได้ยังไง?

 

 

“..คุณ..เป็นตัวอะไร”

แจฮยอนแน่ใจว่าไม่ได้กำลังถามคำถามผิด ชายคนนั้นหันกลับมามองด้วยแววตาเรียบสนิท เขาจับร่องรอยของอารมณ์อะไรไม่ได้เลย และนั่นทำให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย

 

แจฮยอนลุกขึ้น เผลอเดินถอยหลังออกไปหลายก้าว ในขณะที่สายตาไม่กล้าละจากคนตรงหน้า กลัวว่าอีกฝ่ายอาจจะพุ่งเข้ามาเพื่อทำร้ายเมื่อไรก็ได้

ทว่าจู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ยิ้มร้ายกาจก่อนจะตอบเขาด้วยคำตอบที่ไม่ตรงกับคำถาม

 

“จอห์นนี่..ฉันคือจอห์นนี่”

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น