Special Ones

ตอนที่ 37 : - เบื้องหลังม่านบังตา - "ด้วยพลังที่ข้ามีอยู่ตอนนี้..."

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 736
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    22 เม.ย. 54

- เบื้องหลังม่านบังตา -

“ด้วยพลังที่ข้ามีอยู่ตอนนี้ จะเปลี่ยนชะตา ฝืนฟ้าลิขิตแค่ไหนก็ได้”

 

            วิลเลียมกลับมายังห้องของตนที่บ้าน จัดการหยอดเส้นผมสีทองลงไปในขวดแก้วบรรจุน้ำยา ปิดฝาเขย่าเล็กน้อย ก่อนเปิดฝาออกอีกครั้ง กลั้นใจ...แล้วเทน้ำยาสีใสใส่ตัวเอง

 

            เหตุการณ์ในงานเลี้ยงแปลงเปลี่ยนไปจากเดิมเป็นอันมาก

            กว่าจะรู้ตัวว่าติดสินใจผิดมหันต์ที่ย้อนกลับมาดูก็สายเกินกว่าจะแก้ไขเสียแล้ว

 

            ท่านกลางแสงสีหฤหรรษ์ของงานเลี้ยงฉลองยามค่ำคืน ทุกสรรพเสียงเงียบลง ดวงตาทุกคู่ให้ได้จดจ้องยังผู้ที่เพิ่งมาเยือนแทน

            หญิงสาวในชุดอาภรณ์ยาวสีดำเดินก้าวเข้ามาตามโถงทางเดิม หยาดน้ำตาไหลนองหน้าเป็นสายราวไข่มุก ริมฝีปากสีชาดยังคงเหยียดยิ้มเย็น ทว่าก็ไม่อาจซ่อนเร้นความโศกเศร้าที่โถมซัดออกมาพาเอาผู้คนในรัศมีหม่นหมองและกังขาไปด้วย

            ในอ้อมแขนของนางโอบอุ้มทารกมาด้วย... ไม่ใช่เพียงหนึ่ง แต่มีอยู่ถึงสองคน

            ผู้อยู่ ณ ที่แห่งนั้นเสมือนโดนสะกดไว้ ไม่ต่างจากกาลก่อน

            “ราชวงศ์แห่งดาเรเนีย พวกท่านสุขสบายภายใต้แสงสว่างและพรแห่งพระเจ้ามานานแล้ว” นางแม่มดกล่าว “แต่ยามที่ข้า...ซึ่งเป็นราษฎรคนหนึ่งของท่านเดือดร้อน หัวใจแหลกสลาย ท่านกลับจัดงานเลี้ยงรื่นเริง เฉลิมฉลองการประสูติของพระนัดดา ไม่หันมาเหลียวแลข้าแต่อย่างใด”

            ถ้อยคำของนางฟังดูไร้เหตุผลในความคิดของวิลเลียม ผู้เป็นกษัตริย์แม้นมีความพยายามและอุตสาหะเพียงใดแต่ไหนเลยจะดูแลทวยราษฎร์ได้ถ้วนทั่วทุกคน บททดสอบในชีวิตที่พระเจ้าประทานมา มนุษย์เพียรหาทางฟันฝ่าด้วยตนเองต่างหาก ถ้ามั่วแต่งอมืองอเท้าโยนความผิดให้ผู้อื่น ไม่เคยคิดโทษตนเอง แล้วจะมีความก้าวหน้าได้อย่างไร

            ชายหนุ่มคาดว่าคงมีหลายคนคิดข้างเข้าฝ่ายที่ถูกกล่าวหาแบบเขา แต่ก็คงมีอีกมากที่นึกอิจฉาราชวงศ์ดาเรนไลน์เช่นกัน คราครั้งก่อนเขายังคิดเช่นนั้นเลย

            ไม่มีผู้ใดเอ่ยสอดคำโต้แย้งอย่างที่วิลเลียมตริในใจ ไม่ว่าจะเป็นเพราะต้องมนตร์หรืออย่างไรไม่ทราบ ทุกคนต่างรอฟังนางกล่าวต่อ

            “ทว่าข้าก็รู้ดีว่าคนอย่างข้า...ผู้ที่ไม่เคยให้พระเจ้าหรือใครมาลิขิตชะตาชีวิตให้...ไม่ควรลดตัวลงมาโทษพวกท่านเช่นนี้หรอก” นัยน์ตาสีฟ้าเข้มของนางฉายแววหยิ่งทระนงยิ่ง “ปัญหาเกิดกับข้า ข้าก็ต้องแก้เอง และด้วยเหตุนี้ ข้าจะต้องพาว่าที่เจ้าหญิงแห่งดาเรเนียไป”

            ครั้งนี้มีเสียงตวาดห้ามดังขึ้นจากอดีตพระราชา และเจ้าชายลูเธอร์ แต่เพียงหญิงสาวชุดดำตวัดหางตาไปมอง ทั้งสองก็ทำได้เพียงขยับปากโดยไร้สำเนียง

            เอริกาเปลี่ยนตัวทารกในอ้อมกอดของพระชายาเฟลิเซียซึ่งแข็งค้างเป็นรูปปั้นไปกับเด็กคนหนึ่งในวงแขนของนาง

            “การลบความทรงจำเปลี่ยนให้ธิดาของท่านไม่มีตัวตนเลยนั้นยากเกินความสามารถของข้า” นางกระซิบบอกต่อพระชายาที่คงฟังไม่ได้ยิน “ข้าจึงจำเป็นต้องใช้แผนเปลี่ยนตัวเช่นนี้ ฝากดูแลนางด้วย นางเองก็มีศักดิ์เป็นเจ้าหญิงในอนาคตได้เช่นกัน”

            นัยน์ตาที่ทอดมองทารกหญิงที่ส่งต่อไปให้พระชายานั้นแฝงความอ่อนโยนของเพศแม่อยู่บ้าง ทว่าขณะถัดมาก็เปลี่ยนมาเป็นแข็งกร้าว แล้วมองยังพันธะแห่งดาเรนไลน์ซึ่งกำลังส่องสว่างอยู่บนตัวทารกที่นางสลับตัวมา

            “เวทแสงอันแข็งแกร่ง...” นางรำพึง “...นี่แหละที่ข้าต้องการ”

            ครั้นกล่าวจบนางก็ใช้มือข้างที่ว่างอยู่กำรอบตัวล็อกเก็ตนั้น ดับแสงสว่างลงโดยพลัน

            แม่มดดำเหยียดยิ้มคราหนึ่ง น้ำตาบนใบหน้าของนางแห้งกรังลงแล้ว บัดนี้เหลือทิ้งไว้เพียงรอยคราบจางๆ เป็นหลักฐาน เสมือนนางกำลังสุขใจที่ทำตามแผนได้สำเร็จโดยไม่มีใครขัดขวาง แต่ขณะเดียวก็กันรอยยิ้มนั้นแฝงความข่มขื่นอยู่ลึกๆ เช่นกัน

            หญิงสาวแค่นหัวเราะกับตัวเอง พลางกล่าว

            “พลังเวทที่ข้าได้มาเพราะพฤติกรรมชั่วร้ายนั้นแข็งแกร่งเหลือเกิน” อารมณ์สีรัตติกาลกระเพื่อมออกขยายรัศมีกว้างตอนที่นางกล่าวประโยคนั้น “แต่แล้วอย่างไรเล่า ข้าไม่ได้ต้องการมัน ข้าต้องหาทางขจัดมันออก จึงต้องควานหาตัวผู้ที่สถิตในธาตุแสงทั้งหลายมาช่วยเหลือ... กระทำการน่าละอายยิ่งนัก”

            นางกล่าวพร่ำเพ้อ ระบายอารมณ์ และจับความได้ยากยิ่งต่อไปอีกว่า

            “สำหรับเด็กปีศาจอีกคนหนึ่งนี่ ข้า...จะเอามาทดสอบดูด้วยแล้วกัน ว่าเลือดหรือใจคนจะเข้มข้นกว่าคน ถ้าลองให้เติบโตขึ้นมาท่ามกลางแสงสว่างอย่างพวกท่านบ้างจะเป็นอย่างไรนะ” แม่มดดำก้มลงมองเด็กอีกคนที่นางนำมาด้วยอย่างไม่คิดจะปิดบังความเกลียดชัง ทารกคนนั้นดูจะโตกว่าทารกที่เพิ่งเปลี่ยนมาอยู่เล็กน้อย

            วิลเลียมเข้าใจเลยว่า เอริกากำลังกล่าวอะไร นางเหมือนเสียสติไปแล้วกึ่งหนึ่ง แต่ยังมีบางสิ่งรั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผลกันของนางไว้อยู่ นางพูดเรื่อยคนเดียว ทำอะไรตามใจ ทว่าข้อความที่กล่าวออกมาก็ไม่สื่อโดยตรงทั้งหมดว่าต้องการสิ่งใดกันแน่ การกระทำแต่ละอย่างยิ่งซับซ้อน นี่นางจะลักพาตัวเจ้าหญิงไปละหรือ...

            ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า...

            “บางทีข้าอาจฝากให้พวกท่านสักคนช่วยเลี้ยงดีกว่า ด้วยพลังที่ข้ามีอยู่ตอนนี้ จะเปลี่ยนชะตา ฝืนฟ้าลิขิตแค่ไหนก็ได้นี่นา” แม่มดดำหัวเราะร่วน แต่กลับฟังคล้ายเสียงหัวเราะประชดชะตากรรมของตนเองมากกว่าจะสะท้อนความยโสโอหัง

            วาจานั้นทำเอาวิลเลียมยิ่งตกตะลึงงัน คงไม่ใช่ว่าคำกล่าวล้อเล่นนั้นจะกลายเป็นจริง

            ชายหนุ่มคิดแล้วก็รีบมองหาคนอีกคนที่อาจจะอยู่ในงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย ขณะเดียวกันก็ตั้งใจฟังว่าเอริกาจะทำอะไรต่อ

            “ขืนข้าพูดมากความไปมากกว่านี้ พวกท่านก็คงยังไม่เข้าใจอยู่ดี” หญิงสาวเปลี่ยนมากล่าวด้วยเสียงคับแค้นหนักอึ้ง “แต่ช่วยเห็นใจข้าหน่อยละกัน ข้าไม่ได้พูดกับใครมานานแล้ว คราวนี้มีคนนิ่งแข็งเป็นตุ๊กตามาฟังเป็นเพื่อน ได้ระบายออกมาบ้างก็ยังดี ...แต่แรกพวกท่านก็ชอบกล่าวหาว่าศาสตร์ที่ข้าใช้เป็นศาสตร์มืด ทั้งที่ข้าไม่ได้ใช้มันทำอะไรผิด ต่อมา เมื่อข้าเริ่มทนไม่ไหว ใช้มันตามใจจริง พวกท่านก็ยังส่งคนมาปราบข้า ข้ากะจะหนีไปใช้ชีวิตสงบสุขกับคนรัก แต่แล้วก็ผิดแผน...”

            น้ำตาคลอหน่วยอีกครา ทว่าเพียงไม่นานนางก็สลัดมันทิ้ง สีหน้าเปลี่ยนมาเป็นหยิ่งลำพอง แววตาแฝงความเกลียดชัง

            “พวกท่านกล่าวอ้างว่าตนเป็นอย่างไรนะ มีโซ มีพลังพิเศษสืบทอดตลอด เพราะเป็นบุตรที่รักของพระเจ้าอย่างนั้นหรือ ถ้าพระเจ้าดีจริงทำไมต้องรักทุกคนไม่เท่ากันด้วยเล่า ถ้าพระเจ้ามีจริง...ทำไมไม่ทรงกำจัดคนชั่วช้าอย่างข้าเสียแต่แรกเลย... ข้าจะพิสูจน์ให้พวกท่านเห็นว่าสิ่งที่พวกท่านเชื่อถือนั้นมันงมงาย ข้าจะตั้งตนเป็นพระเจ้าให้ท่านดู ...อย่างน้อย ถึงตอนนี้จะยังควบคุมชีวิตมนุยษ์ทุกคนไม่ได้ ข้าก็พอจะตัวหมากสำคัญๆ มาให้เล่าสนุกมาละนะ”

            หัวเราะสะใจอย่างเปี่ยมเสน่ห์เล็กน้อย ก่อนพูดต่อว่า

            “น่าเสียดายที่บอกต่อพวกท่านไปตอนนี้ก็เหมือนจะเปล่าประโยชน์ เพราะอีกเดี๋ยวพวกท่านก็จะลืมคำพูดข้าไปหมดแล้ว ข้าอุตส่าห์ช่วยไม่ให้พวกท่านทุกข์ทรมานเพราะสับสนมากเกินไป ข้าจะเปลี่ยนความทรงจำของพวกท่านช่วงนี้ สร้างมายาซ้อนคิดมาอีกชั้น แล้วใช้โซปิดบังอีกที ...พวกท่านควรจะขอบคุณข้านะ”

            แน่นอนว่าไม่มีใครกล่าวอะไรสักคำ แม้แต่วิลเลียมยังพูดไม่ออก

            กลุ่มหมอกควันจากอารมณ์ของนางขยายตัวออกไปเป็นม่านรัตติกาลครอบคลุมพื้นที่ ริมฝีปากเรียวเอ่ยเอื้อนมนตราเป็นท่วงทำนองเสนาะหูอันจับความหมายไม่ได้

            เอริการ่ายเวทมนต์จบแล้วจึงบอกปิดท้าย

            “ป้องกันขนาดนี้แล้ว คงไม่มีใครไขความลับนี้ได้หรอกกระมัง... แต่ถ้าเกิดมีใครต้องการสืบหาความจริงขึ้นมา ก็ลองมาถามหาดูจากข้าก็แล้วกัน”

            ครั้นแล้วนางก็หันมายิ้มให้วิลเลียมที่ยืนอยู่ตรงนั้น ประหนึ่งรู้ว่าจะมีคนอีกรอฟังข้อความนี้อยู่ ณ ที่นี้ในกาลอนาคต

            กระแสอากาศหนักอึ้งแผ่คลุม สีดำมืดสนิทปิดประสาทการเมืองเห็นไปชั่วขณะ เมื่อรู้ตัวอีกที แม่มดดำและทารกในอ้อมแขนทั้งสองก็หายไป งานเลี้ยงกลับมาดำเนินตามทิศทางแห่งความรื่นเริงเช่นเดิม

 

            “ผมของข้าเส้นนี้มีอำนาจสลายม่านพลังบังตาสถิตอยู่”

            นั่นเป็นเพียงคำกล่าวล้อเล่นของลูเครเซียที่เขาไม่นึกเลยว่าจะมีผลทำให้เป็นเช่นนั้นได้จริง

            เอริกาซ่อนเวทบังตาเปลี่ยนความทรงจำเอาไว้ถึงสองชั้น กระทำการอาจหาญตามอำเภอใจถึงเพียงนั้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งนางได้ แม้ตัวเขาเองทราบเบื้องหลังถึงขั้นนี้แล้วก็ยังไม่เข้าใจเลยว่านางคิดจะทำอะไร หรือเกิดอะไรขึ้นกับนาง

            นางบอกว่า หัวใจแหลกสลาย แต่กลับพาทารกมาด้วยถึงสองคน เด็กทั้งคู่นั้นเป็นลูกของนางหรือ... หรือว่าจะเป็นแค่คนที่นางนำมาเพื่อจะสลับตัวเท่านั้น แต่ถ้าเป็นไปตามข้อหลัง ไฉนถึงต้องมีตั้งสองคนเล่า

            นางบอกว่า นางมีพลังอำนาจยิ่งใหญ่ที่ไม่ต้องการ แม้จะดูเหมือนว่านางยังควบคุมมันได้อยู่ แต่นางก็ต้องการพันธะแห่งดาเรนไลน์ ต้องลักพาตัวลูกของลูเธอร์และเฟลิเซียไป เพราะว่าต้องการแสงสว่างมาช่วยควบคุมพลังของนางอย่างนั้นหรือ

            ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว แสดงว่า...ลูเครเซีย...เจ้าหญิงองค์ปัจจุบัน...มิใช่เจ้าหญิงตัวจริง แต่ถูกสลับตัวไปตั้งแต่เด็กใช่หรือไม่ กระนั้นแล้ว เจ้าหญิงตัวจริงเล่า ไปอยู่ที่ไหนกัน

            แค่คิดถึงตรงนี้ เขาก็ประสบปัญหาหนักแล้ว... แต่ชายหนุ่มก็ยังใคร่ครวญต่อไป เพราะยังมีอีกมากมายหลายจุดที่เขาสงสัย

            นางดูจะรัก...ลูเครเซีย...รักทารกที่นำมาเปลี่ยนตัว ทั้งยังบอกว่า นางก็เป็นเจ้าหญิงเช่นกัน นางใช้คำว่า ว่าที่เจ้าหญิงในตอนแรก แสดงว่านางล่วงรู้หรือว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร นางรู้แต่แรกแล้วหรือว่า ลูเธอร์จะได้ขึ้นเป็นพระราชา บางทีแม่มดดำอาจมีความสามารถเช่นนั้นก็เป็นได้

            แต่ลูเครเซียมีผมสีทองสด...สีที่เหมือนกับสีของพระเกศาสีทองเข้มของพระราชาและสีทองอ่อนของพระราชินีผสมกัน นัยน์ตาก็เป็นสีฟ้า...เห็นว่าเหมือนของพระราชาองค์ก่อน ทั้งยังมีโซเกี่ยวเนื่องกับแสงอีก บางทีนางอาจเป็นเจ้าหญิงตัวจริง แล้วสิ่งที่เขาเห็นนี่อาจเป็นภาพลวงตา หรือมีใครจัดการเปลี่ยนตัวกลับให้เรียบร้อยแล้วก็ได้

            เช่นนั้น...แล้วเด็กอีกคนหนึ่งเล่า

            กับเด็กอีกคนที่แม่มดดำพามาด้วย นางกล่าวหาว่าเป็นเด็กปีศาจ และดูจะเกลียดเด็กคนนั้นมาก ถ้าทั้งสองเป็นลูกของนางเหมือนกัน ทำไมจึงได้เกลียดคนหนึ่งมากกว่าอีกคน

            นางว่าจะทำเด็กคนนั้นมาทดลอง ทดลองอันใดกัน ...เลือดหรือใจคนจะเข้มข้นกว่ากันอย่างนั้นหรือ... ฟังแล้วไม่เข้าใจเลย

            แล้วใครกันเป็นผู้ที่ประทานอำนาจเย้ยฟ้าท้าดินให้นางเช่นนี้ได้ มีคนที่มีอำนาจขนาดนั้นเชียว หรือเอริกาสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนตามใจชอบ...สามารถอ้างตัวเป็นพระเจ้าได้จริงๆ อย่างนั้นหรือ

            อำนาจของนางอยู่เหนือกษัตริย์ผู้ครองแผ่นดิน...อยู่เหนือหลักการและเหตุผล ใช้เพียงอารมณ์เป็นตัวตัดสินใจ อำนาจเช่นนี้คู่ควรให้นางนำมาใช้โดยพร่ำเพรื่อหรืออย่างไร

            นางบอกให้ไปถามหาคำตอบเอาจากนาง แต่ตอนนี้นางตกลงไปในหลุมดำของแคสซานดราแล้วนี่ ความลับที่นางปิดบังไว้ใช่จะจากไปหมดด้วยหรือไม่ ถ้าไปขอความช่วยเหลือจากแคสซานดราแล้ว เขาจะยังมีโอกาสได้รู้ความจริงหรือไม่

            แต่คิดอีกที... บางทีนางอาจจะยังอยู่...ยังไม่ได้จากไปไหนก็ได้

            ยิ่งคิดยิ่งมีแต่คำถาม คำนึงไปก็มากความ แต่กลับไม่มีคำตอบใดกลับมาเลย

---

S.O.

April 22, 2011

ขอบคุณสำหรับทุกคอมเมนต์และกำลังใจนะคะ

อ่านหมดทุกคอมเมนต์ และก็อยากตอบหมดทุกคอมเมนต์ แต่ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีเวลาเลย (เวลาตอบคอมเมนต์ทีเคจยิ่งชอบเขียนอะไรไปยาวเรื่อยเปื่อยเสียด้วย) ดังนั้นขอติดไว้ก่อนอีกครั้งล่ะกัน

 

ขอบคุณจริงๆ ที่ติดตามเรื่องนี้ค่ะ

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

626 ความคิดเห็น

  1. #614 คนไทย (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2554 / 22:08
    ทิ้งปมไว้น่าติดตามมาก จะรออ่านภาคต่อไป แม้นานแค่ไหนก็จะรอ......
    #614
    0
  2. #587 ๏EnGeL๏~* (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 / 18:17
    จากที่เดาๆ เด็กสามคนนั้นน่าจะเป็นลูซ แคส โรส นะ..เพราะสีผมสามคนนี้ดันคล้ายๆกัน

    แต่ก็ได้แค่เดา ;w;

    ปล.จะรอนะคะ ^^
    #587
    0
  3. #578 battle_master (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 เมษายน 2554 / 16:26
     คือทั้งหมดมีเด็กสามคน? เริ่งจะงงงง
    #578
    0
  4. #577 Chal (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 เมษายน 2554 / 02:13
    เด็กคนนั้นก็คือตัววิลเลี่ยมเองนั่นแหล่ะ...คิดว่านะ
    #577
    0
  5. #576 eiawii (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 23:02
    เด็กคนที่ว่านั่นอาจจะเป็นแคสซานดราก็ได้นะ
    #576
    0
  6. #575 Nu@ui (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 22:57
    ต่อตอนต่อไปก็พอคับ สำหรับผมจริงอยู่การตอบคอมเม้นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ดีกว่าคือตอนต่อไป ตอบแต่คอมเม้นที่น่าสนใจดีกว่าฮะ 555+
    #575
    0
  7. #574 kurosaku (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 เมษายน 2554 / 21:06
    สนุกมากค่ะ

    อัพต่อไวๆนะ
    #574
    0