Special Ones

ตอนที่ 31 : บทที่ 12 กระจัดกระจาย - "ข้าไม่มีวันยอมตายพร้อมเจ้า" [3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,059
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    4 มี.ค. 54

            โรซาลินด์เห็นวงล้อมหดเล็กเข้ามา น่าจะพอที่เรนนีป้องกันทุกคนได้ง่าย และพวกผู้ชายก็ดูอ่อนเพลียสิ้นกำลังกันเหลือเกินแล้ว นางส่งสัญญาณบอกให้เรนนีเตรียมตัวให้พร้อม และตั้งต้นจะร้องเพลง...

            ทันใดนั้น ผนังกำแพงของห้องก็ถล่มลงมาโดยที่หญิงสาวผมทองเองก็ได้แต่แปลกใจ เพราะนางยังไม่ได้เริ่มต้นลองเสียงเลยด้วยซ้ำ แต่เรนนีที่เตรียบมรับมือไว้อยู่แล้วก็ไหวตัวทัน ร่ายบาเรียทรงครึ่งวงกลมเข้ามาคุ้มกันภัยหินและเพดานที่ร่วงลงมาให้พวกเขาแล้ว

            ...

            ประตูศิลาทั้งหลายในห้องนั้นก็พังไป เหล่าโกเล็มโลกันตร์เมื่อถูกหินก้อนยักษ์ตกทับ ก็มิอาจฝืนคืนกลับขึ้นมาเคลื่อนไหวได้อีก

            มองไปยังสุดทางที่อยู่ได้ในสุดอันเคยเป็นที่ตั้งของประตูธาตุมืด วิลเลียมก็เห็นต้นกำเนิดของพลังทำลายล้างนี้...

            แคสซานดรากำลังปะทะพลังเวทกับสตรีในอาภรณ์สีรัตติกาลอยู่ที่อีกห้องหนึ่ง

            กรอบพลังรอบตัวของแม่มดดำในชุดสีสันสดใสนั้นเรืองรองเป็นประกายสีรุ้ง เป็นเกราะป้องกันเวทแบบที่นางเคยใช้ให้เขา แต่คราวนี้มันไม่ได้อยู่แนบติดผิวกาย ทว่าขยายออกเป็นทรงกลมรอบตัวคล้ายบาเรียของเรนนี

            แคสซานดราชูไม้เท้าอสรพิษไปข้างหน้า ปากขมุบขมิบร่ายเวทอย่างเอาจริงเอาจัง วาเรนที่เกาะอยู่บนบ่าก็ขยายร่างเป็นอีกายักษ์ พุ่งออกจากเกราะป้องกันไปโจมตีใส่แม่มดดำอีกฝ่ายหนึ่งเป็นครั้งคราวด้วย

            ทางด้านเอริกานั้นยืนนิ่ง แลสงบ อาภรณ์ยาวของนางดูเป็นตัวเดิมไม่ต่างจากที่เห็นในงานเลี้ยง กลุ่มควันสีดำสาดกระจายขยายรัศมีออกจากกว้างออกมาจากชุดของนาง และกำลังต่อสู้กับเวทจากอีกฝั่งหนึ่งอยู่

            พลังปะทะที่กึ่งกลางระหว่างทั้งสองฝ่ายนั้นรุนแรงจนมวลอากาศ ณ บริเวณนั้นถูกตีรวนว่อนออกมา เศษหินเศษอิฐทั้งหลายปลิวกระเด็นไปด้านข้าง นี่คงเป็นการชี้วัดกันที่ความสูงต่ำของพลังเวทล้วนๆ นอกจากวาเรนแล้ว ก็ไม่มีใครมีตัวช่วยหรือหยิบงัดทักษะอื่นใดออกมาใช้ แต่ก่อนจะมาถึงชั้นนี้ วิลเลียมเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า แม่มดทั้งสองคนจะต่อสู้กันมายาวนานแค่ไหนแล้ว

            แคสซานดราเปลี่ยนมาถือไม้เท้าคาเนสในมือซ้ายมือเดียว ส่วนอีกมือก็ใช้วาดสัญลักษณ์บางอย่างกลางอากาศ ชายหนุ่มผู้มองดูอยู่คาดว่า เอริกาไม่ได้น่าจะเห็นกิริยานั้นของหญิงสาว เพราะว่าความมืดเกาะกุมพื้นที่อยู่บริเวณด้านหน้าของนางทั้งหมด

            จุดดำจุดหนึ่งก่อตัวขึ้นด้านหลังเอริกา มันค่อยๆ ขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตามสัญลักษณ์ที่แคสซานดราค่อยๆ วาดออกไป แม่มดแห่งแดนรกร้างตะวันตกเหมือนจะไม่รู้สึกถึงเจ้าสิ่งนั้น เพราะนางกำลังเป็นฝ่ายได้เปรียบ เวทต้านทานของแคสซานดรากำลังถดถอยลงไป ขณะที่อาภรณ์ของนางแผ่พื้นที่คืบหน้ากว้างขึ้น

            ในชั่วเสี้ยวพริบตาสุดท้ายที่เหมือนแคสซานดราจะพ่ายแพ้แล้วนั้น จุดสีดำที่ตอนนี้ขยายเป็นวงกลมขนาดใหญ่เท่าตัวคนก็ดูดกลืนเอริกาเข้าไปจากทางด้านหลัง แม่มดแห่งแดนรกร้างตะวันตกสูญหายไปราวกับหมอกควัน พลังเวทที่เคยปะทะกันรุนแรงคลายตัวลง กลายเป็นเวทหลายสีสันของแม่มดดำแห่งลูซแวร์กระจายออกไปยึดอาณาเขต เหตุการณ์คลี่คลายประหนึ่งลมพายุที่โหมซัดหลุดพัดกะทันหัน แล้วเปลี่ยนเป็นสายลมอ่อนสายหนึ่งเข้าครอบครองพื้นที่แทน

            เรนนีที่สุดกำลังจะยื้อบาเรียป้องกันเอาไว้แล้วจึงค่อยทรุดลง โรซาลินด์รีบเข้าไปช่วยพยุงนักบวชสาวไม่ให้ล้มลงไป ส่วนไลนัส แดเนียล และไฮเดนก็ไหวตัวช่วยขจัดหินที่บาเรียเคยรับน้ำหนักออกไปได้ทัน

            วิลเลียมไม่ใส่ใจคนอื่น รีบฝ่าซากปรักหักพังเข้าไปหาแคสซานดรา เห็นนางยืนยั้ง หอบหายใจ สีหน้าซีดเซียว ต้องอาศัยไม้เท้าช่วยพยุงเอาไว้ วาเรนก็มีรูปร่างเล็กลงกว่าปรกติเสียอีก ตอนนี้มีขนาดเท่าลูกนกตัวหนึ่งเท่านั้น

            ชายหนุ่มอยากเข้าไปช่วยประคองนาง อยากสอบถามด้วยความเป็นห่วง ทว่าพอเห็นนางคลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิให้เขา คล้ายกับไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือ เขาจึงเปลี่ยนไปถามถึงอีกเรื่องแทน

            “พันธะแห่งดาเรนไลน์เล่า”

            ถึงวิลเลียมจะไม่สนใจอาการของนางในตอนนี้ แคสซานดราก็ไม่คิดจะใส่ใจ นางกำลังยินดีจนไม่มีสิ่งใดมาขัดอารมณ์ได้

            “น่าจะ...อยู่แถวๆ ...นี้แหละ” เสียงนางขาดเป็นช่วงๆ เพราะต้องหอบหายใจพูด “แต่ถ้า...เอริกา...พกไว้กับตัว เดี๋ยวข้าค่อยเอามา...ให้เจ้าวันหลัง”

            ชายหนุ่มไม่ตอบอะไร หักใจไปสำรวจบริเวณโดยรอบตามที่นางบอก

            ที่ห้องด้านหลังที่เอริกาเคยยืนอยู่ยังพอมีสภาพเป็นห้องที่สมบูรณ์อยู่ คงเพราะอยู่ด้านหลังแม่มด จึงไม่ได้รับผลกระทบจากการทำลายร้างของพลังเวทที่ปะทะกัน ห้องนั้นเต็มไปด้วยของสะสมที่ดูมีค่ามากมาย ทั้งดาบ ทั้งโล่ ทั้งกระจก เครื่องเรือน เครื่องประดับ และอาวุธที่แลล้ำค่า และหายากทั้งหลายวางเรียงรายกันอย่างเป็นหมวดหมู่ คล้ายกับห้องจัดแสดงของ

            เดินชมห้องได้ไม่นาน เขาก็พบล็อกเก็ตเรือนทองเส้นน้อยที่สลักตรารางวงศ์เอาไว้อย่างงดงามบนฝาปิดด้านหน้า นี่คงเป็นพันธะแห่งดาเรนไลน์ไม่ผิดแน่ วิลเลียมลองเปิดล็อกเก็ตนั้นออกดูด้วยความอยากรู้ว่าข้างในจะบรรจุมนตร์คุ้มกันใดเอาไว้จริงหรือไม่

            แม้จะอยู่ในห้องที่ค่อนข้างมืด แต่ภาพในล็อกเก็ตนั้นก็ปรากฏชัดเจนราวกับมีแสงสว่างในตัวเอง ...เป็นภาพของหญิงสาวนางหนึ่งที่เห็นแล้วชวนให้หัวใจกระตุกยิ่งนัก

            นี่คงเป็นภาพที่เกิดจากฤทธิ์เวทมนตร์เช่นกัน เหมือนกับที่เขาเคยเห็นพันธะแห่งดาเรนไลน์ส่องแสงเรืองรองในกำมือของแม่มด

            ชายหนุ่มคิดแล้วก็ปิดฝาล็อกเก็ตลงก่อนนำไปเก็บไว้กับตัว การมองแต่ภาพความฝันแม้จะช่วยปลอบประโลมได้ แต่มันก็ไม่อาจแก้ไขความจริงได้อยู่ดี

            เมื่อเขากลับออกมาสู่ห้องด้านนอก ก็เห็นแคสซานดราเปลี่ยนมานั่งบนซากกำแพงแทน ส่วนคนอื่นๆ ก็ตามมารวมตัว และตั้งหลักพักผ่อนกันบ้าง

            “ได้พันธะแห่งดาเรนไลน์คืนมาแล้ว” เขาประกาศให้คนทราบโดยทั่วกันพร้อมรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า

            ยินเสียงโห่ร้องยินดีตามมารยาทตอบกลับมา แต่ทุกคนคงดีใจและรู้ตัวว่าชนะศึกตั้งแต่เห็นแคสซานดราปราบเอริกาได้แล้วกระมัง

---

S.O.

March 4, 2011

สรุปว่า... เอาจบตอนแบบสั้นๆ ง่ายๆ อย่างนี้ไปก่อนล่ะกัน

ปิดเทอมนี้มีฝึกงาน... คงไม่ค่อยได้ว่างแต่งนิยายอย่างที่คิดนัก... คงอัพด้วยอัตราความขยันที่มีเช่นเดิม

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามมาตลอดนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

626 ความคิดเห็น

  1. #539 eiawii (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 มีนาคม 2554 / 21:43
    สั้นสุดๆเหอะๆ
    #539
    0
  2. #537 jedi2550 (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มีนาคม 2554 / 21:57

    รอมาอัพต่อไวๆ นะคะ

    #537
    0