Special Ones

ตอนที่ 28 : ฝัน...ถึงการบอกลา - "ข้าสัญญาว่าจะมา"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    29 ธ.ค. 53

ฝัน...ถึงการบอกลา

“ข้าสัญญาว่าจะมา”

 

            เมื่อครั้งที่ท่านแม่มาเรียยังมีชีวิตอยู่ นอกจากที่บ้าน ที่โรงเรียน และที่บาร์ของท่านบ้านมาร์กาเรต เด็กชายวิลเลียมยังมีที่พิเศษอีกที่หนึ่งที่ชอบไปแวะเป็นประจำ...นั่นคือที่บ้านของจิม

            จิมเป็นช่างไม้ เขาหารายได้ด้วยการรับงานจากร้านขายของเล่นมาทำเป็นหลัก อาจมีรับซ่อมเครื่องเรือนบ้างเป็นงานรอง เขาชอบทำงานชิ้นเล็กๆ มากกว่าสร้างอะไรใหญ่ๆ ขึ้น

            วิลเลียมรู้จักกับจิมเพราะเคยอยากได้ของเล่นไม้ในร้านชิ้นหนึ่ง แต่ท่านแม่มาเรียไม่ยอมซื้อแล้ว ของนั้นมีราคาแพงและมีเพียงชิ้นเดียว เขากลัวว่าถ้ารอเก็บเงินเอง คนอื่นอาจจะมาแย่งซื้อไปก่อนได้ เด็กชายที่อยากได้ของเล่นนั้นมากๆ จึงไปเฝ้าดูที่ร้านทุกวัน แล้ววันหนึ่งเขาก็เห็นจิมเอาของเล่นมาส่ง วิลเลียมตามจิมไปจนถึงบ้านด้วยคิดว่า จิมจะพาเขาไปถึงแหล่งที่มาของของเล่น

            จิมต้อนรับเด็กชายอย่างเป็นมิตร แล้วก็เอาของเล่นมากมายที่มีอยู่ในบ้านของเขามาแสดงให้ดู วิลเลียมเห็นกลไลต่างๆ ทำงานละลานตา ทุกชิ้นยอดเยี่ยมกว่าของเล่นในร้านที่เขาเคยอยากได้เสียอีก จิมเห็นเด็กชายสนใจอยากได้ของเล่นจึงบอกว่า เขาจะสอนให้เลยดีไหม ต่อไปอยากได้อะไรจะได้ทำขึ้นเอง

            เด็กชายพยักหน้าตอบคำชวนนั้นในทันที มนตร์มายาแห่งของเล่นทำให้หลงใหลจนถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว

            ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อมีเวลาว่าง วิลเลียมก็มักจะมาฝึกทำของเล่นกับจิมเป็นระยะๆ เขาได้ทักษะของช่างไม้และความรู้ด้านกลไกติดตัวมาบ้างเล็กน้อย แต่ที่จิมบอกว่า เขาทำได้ดีก็คือการแกะสลัก เด็กชายได้ยินแล้วก็นึกดีใจ เพราะเขาเองก็คิดว่า แกะสลักสนุกดีเหมือนกัน

            จิมมักเล่าเรื่องต่างๆ ให้เด็กชายฟัง พร้อมทั้งนำเหล่าตุ๊กตาและของเล่นที่เขาทำขึ้นมาใช้ประกอบด้ย เรื่องที่จิมเล่า ไม่มีเรื่องใดเป็นเรื่องจริง ทว่ากลับมีสีสันและน่าติดตามยิ่งนัก วิลเลียมชอบฟังเรื่องของจิม บางครั้งเขาจึงไม่ได้แวะมาเพื่อฝึกทำของเล่น หากแต่มาดูผลงานชิ้นใหม่ของช่างไม้ และฟังเขาเล่าความเป็นมาของมันแทน

            น่าเสียดายที่จิมอยู่ที่ลูซแวร์เพียงไม่นาน เขาบอกว่าเข้ามาเมืองมาทำงานหาเงินเท่านั้น พอรวบรวมรายได้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว ก็จะนำไปเป็นสินสอดตกแต่งหญิงสาวคนรักที่บ้านเก่า

            วิลเลียมที่เพิ่งเรียนทำของเล่นง่ายๆ สำเร็จไม่กี่ชิ้นรู้สึกใจหายไม่น้อยที่จู่ๆ ช่างไม้ก็บอกว่าจะจากไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่เขาคัดลอกคู่มือประดิษฐ์ของเล่นเอาไว้ให้เล่มหนึ่ง ตั้งใจจะไว้ให้เด็กชายลองทำต่อด้วยตนเองหากสนใจ

            เวลาผ่านไปนานกว่าวิลเลียมจะได้กลับมาอาศัยคู่มือนั้นอีกครั้ง สาเหตุหนึ่งก็เพราะเขารู้สึกเหมือนกับว่า จิมได้ทรยศเขา จึงไม่อยากมองมัน ส่วนอีกสาเหตุหนึ่งนั้นเป็นเพราะ วิลเลียมเป็นคนที่เปลี่ยนความสนใจไปได้ง่ายๆ อยู่แล้ว พอโกรธช่างไม้ ความชอบในของเล่นก็ลดลงไป เด็กชายก็หันไปหาอย่างอื่นทำแทน และสิ่งที่ต้องทำนั้นก็รวมถึงการจัดการเรื่องยุ่งๆ ทั้งหลายหลังจากที่ท่านแม่มาเรียเสียชีวิตไปด้วย

            พอมาคราวนี้ เด็กชายได้เปิดดูสิ่งที่จิมทิ้งไว้ให้อีกครั้ง ด้วยความคิดอ่านที่เติบโตขึ้นกว่าเดิมมากเพราะสถานการณ์ที่ผ่านมา วิลเลียมจึงละทิ้งความรู้สึกโกรธหรือน้อยใจไป ยามนี้เขาเข้าใจแล้วว่า หนังสือที่จิมมอบให้ก่อนจากไปนั้นเปี่ยมไปด้วยน้ำใจและความปรารถนาดีเพียงใด

            หากจำต้องจากกันแล้ว มีบางสิ่งให้ระลึกถึงกันไว้ก็คงดี อย่างน้อยเมื่อได้เห็นของนั้น ภาพความทรงจำเก่าๆ ที่เคยมีร่วมกันก็จะได้ย้อนกลับคืนมา

 

            วิลเลียมเดินมาที่ป่าอยู่ติดกำแพงเมืองตะวันออกของลูซแวร์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ครั้นเห็นเพื่อนในชุดยาวสีขาวที่มารออยู่ก่อนแล้วก็รีบเข้าไปหา เขากำลังจะเอ่ยปากกล่าวคำทักทาย ทว่าอีกฝ่ายก็ชิงกล่าวตัดหน้าขึ้นเสียก่อนว่า

            “เจ้ามาแล้วก็ดีเลย วันนี้ข้ามีของมาฝากเจ้าด้วยละ” เด็กหญิงยื่นของสิ่งหนึ่งมาให้เขา

            ในมือของนางนั้นถือมีดสั้นสันโค้งเล่มหนึ่ง ตัวมีดนั้นอยู่ในปลอกหุ้มอย่างดี เด็กชายรับมา ดึงออกดู แม้จะยังไม่เชี่ยวชาญในการประเมินคุณภาพของอาวุธนัก แต่เขาก็พอบอกได้ว่ามันเป็นมีดที่ดี คุณภาพเยี่ยม เล่มหนึ่ง

            “เจ้าให้ข้าหรือ” วิลเลียมถาม เขาคิดว่ามีดแบบนี้คงมีราคาแพงมาก

            “ใช่ ก็พรุ่งนี้เจ้าจะต้องไปสอบแล้วไม่ใช่หรือ พอข้าเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้อาจารย์ และบอกว่าอยากช่วยอะไรเจ้าบ้าง อาจารย์ก็บอกว่า ให้เอามีดนี่มาให้เจ้า พกไว้ใช้เผื่อฉุกเฉิน ท่านว่ามันน่าจะช่วยอะไรได้บ้าง” เด็กหญิงอธิบายเสียงสดใส

            “ขอบใจนะ ข้าจะเก็บรักษาไว้อย่างดีเลย” เด็กชายบอกพร้อมยิ้มกว้าง

            “ข้าให้เจ้าเอาไปใช้ประโยชน์ ไม่ได้ให้เอาไปเก็บไว้ดูเล่นนะ” แคสซานดราว่า

            “ก็เอาไปใช้แล้วก็ต้องเก็บรักษาให้ดีด้วยอย่างไร” วิลเลียมบอก ก่อนเก็บมีดเล่มนั้นลง แล้วหยิบของสิ่งหนึ่งขึ้นมาแทน “พอดีเลย ข้าก็มีของที่อยากจะให้เจ้าเหมือนกัน”

            เด็กชายยื่นมือออกไป เฉียงขึ้นสูงเหนือศีรษะเด็กหญิงเล็กน้อย แคสซานดรามองเห็นวัตถุหนึ่งห้อยกับเส้นเชือกตรงหน้านาง มันทำขึ้นจากไม้ แกะเป็นทรงกระบอกรีเรียว และมีช่องเจาะอยู่บางจุด

            “นี่คืออะไร” เด็กหญิงถาม

            “มันเรียกว่า นกหวีดน่ะ” วิลเลียมตอบ “ถ้าเป่าลมเข้าไปจะมีเสียงดังขึ้นมา ในหนังสือบอกว่า มีแบบที่ใช้เรียกนกหรือหมาที่ฝึกมาแล้วได้ด้วยนะ แต่ว่าตอนนี้ข้าทำได้แค่ให้มันมีเสียงแบบธรรมดานี่แหละ”

            “เจ้าทำเองหรือ” แคสซานดราพิจารณามองนกหวีดตรงหน้าอีกครั้ง รู้สึกว่า ของประดิษฐ์จากไม้ชิ้นนี้ดูประณีตเกินกว่าจะเชื่อได้ว่าเด็กชายเป็นคนทำขึ้นอีก

            “อื้อ เมื่อก่อนข้าเคยไปศึกษาวิธีทำของเล่นมาบ้าง เลยพอรู้เกี่ยวกับงานไม้และงานแกะสลักนิดหน่อย นกหวีดนี่ที่จริงทำไม่ยากหรอก แค่ใส่ลูกกลมเข้าไปขวางทางลมทำให้เกิดเสียง”

            คนฟังรู้สึกว่าเรื่องที่อีกฝ่ายพูดมานั้นน่าสนใจ วิลเลียมไม่เคยเล่าถึงอะไรทำนองนี้มาก่อน แต่แคสซานดราก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่สงสัยมากกว่า

            “แล้วเอามาให้ข้าทำไม” เด็กหญิงถาม

            “ก็ถ้าพรุ่งนี้ข้าสอบผ่านก็คงมีเวลามาที่นี่น้อยลง... เลยอยากทำอะไรไว้ให้เป็นที่ระลึกบ้าง ถึงนกหวีดนี่จะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวเหมือนมีดที่เจ้าให้ไม่ได้ แต่ถ้าเป่าดังๆ ตอนที่ตกอยู่ในอันตราย แล้วมีคนได้ยินก็ต้องมาช่วยเหลือเจ้าแน่ๆ อย่างน้อยข้าที่เป็นคนทำก็จำเสียงของมันได้ ถ้าข้าได้ยินก็จะมาหาเจ้าในทันที... แล้วสัตว์อสูรบางชนิดก็อาจจะกลัวเสียงดังๆ ...”

            วิลเลียมว่าไปเรื่อย พยายามเลี่ยงที่จะกล่าวถึง ความเป็นไปได้อีกด้านหนึ่ง...ถ้าหากเขาเกิดแพ้ขึ้นมา...

            “เข้าใจละ นกหวีดนี่ใช้เรียกเจ้าได้สินะ” กล่าวคำนั้นจบ มือเล็กก็ดึงเอานกหวีดไปถือไว้แทนทันที

            วิลเลียมเผยอปากออก... เขาบอกว่า นกหวีดบางชนิดได้เรียกสัตว์เลี้ยงที่ฝึกมาแล้วได้ ไม่ได้บอกว่าเอาเรียกคนสักหน่อย... แต่จะว่าไป เมื่อครู่เขาก็พูดอะไรคล้ายๆ อย่างนั้นนี่นา... แต่ถ้าแคสซานดราจะมองว่าเป็นอย่างนั้น...ก็ปล่อยนางไปสักวันหนึ่งแล้วกัน... วันนี้เขาไม่อยากหาเรื่องทะเลาะกันเท่าไรนัก

            “อื้ม ใช้เรียกข้าได้” เด็กชายจึงตอบพาซื่อไป

            แคสซานดราหัวเราะคิก แล้วก็เป่านกหวีดเล่นอยู่หลายที เสียงของมันดังกังวาน หวีดแหลมอยู่บ้าง แต่ก็ไม่หนวกหูจนเกินไปนัก เป็นเสียงเหมือนสายลมพัดหวิวกำลังดี

            วิลเลียมเห็นเพื่อนชอบของขวัญก็ดีใจ พอเด็กหญิงเอานกหวีดคล้องคอไว้ที่ตัว ก็นำมีดที่นางให้มาคล้องไว้ที่เข็มขัดบ้าง

            จากนั้นทั้งคู่ก็ฝึกวิชาร่วมกันไปอย่างที่เคยทำ แต่วันนี้แคสซานดราสนใจกวดขันให้วิลเลียมฝึกดาบของเขาให้ดีเสียมากกว่า แม้นางจะไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับอาวุธมีคมพวกนี้มากนักก็ยังอยากจะเป็นกำลังใจให้ ก็พรุ่งนี้เด็กชายจะต้องไปสอบแล้วนี่นา

            เรื่องการสอบอะไรนั่นที่จริงนางเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก เพราะเด็กหญิงเรียนกับอาจารย์ไปเรื่อย อาจารย์ก็บอกให้นางใช้วิชาเก่าๆ ให้ดู หรือแสดงวิชาใหม่ที่เพิ่งฝึกสำเร็จอยู่บ่อยๆ แคสซานดราก็ทำได้ดีเสมอ จนไม่เคยคิดว่านั่นนับเป็นการทดสอบแต่อย่างใด แต่นางเห็นว่าวิลเลียมจริงจังกับเรื่องนี้มาก จึงคิดว่ามันคงสำคัญ

            “พรุ่งนี้สอบแล้วเป็นอย่างไร เจ้าต้องมาบอกข้าด้วยนะ” เด็กหญิงพูดขึ้นในช่วงระหว่างพัก “ถึงเจ้าจะบอกว่า เดี๋ยวจะไม่ค่อยมีเวลาแล้วก็เถอะ แต่ผลเป็นอย่างไร ก็ควรมาบอกข้าเสียหน่อย ถ้าจากนั้นถ้าเจ้าว่างจริงๆ เมื่อไรค่อยแวะมาก็ได้”

            “...ได้สิ” เด็กชายคลี่ยิ้มบางๆ ให้ “ถ้าข้าว่างคงแวะมาหาเจ้าบ้างอยู่แล้ว”

            แคสซานดรารู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจในรอยยิ้มนนั้นนัก จึงบอกต่อว่า

            “สัญญาด้วยว่าจะมาแน่ๆ”

            “ข้าสัญญาว่าจะมา” คราวนี้เด็กชายตอบเต็มปากเต็มคำทันที นัยน์ตาสีน้ำเงินมองตรงแน่วไปที่คู่สนทนา

            “ถ้าผิดสัญญาละก็...” แคสซานดราพยายามนึกถึงคำสาปแช่งที่เหมาะสม แต่พอคิดว่า ถ้าวิลเลียมไม่มา ก็หมายความว่า นางจะไม่ได้เห็นเขาโดนผลของคำสาปนั้นด้วย จึงยังสรุปไม่ได้ว่าจะเอาคำสาปแบบไหนดี

            “ถ้าผิดสัญญาละก็...” นางกล่าวใหม่อีกครั้ง “...ข้าจะหาคำสาปที่เหมาะสมมาลงโทษเจ้าแน่ คอยดูสิ”

            วิลเลียมไม่ว่าอะไร ลุกไปเตรียมซ้อมต่ออีกครั้ง

            สิ่งที่จะเกิดขึ้นพรุ่งนี้... ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรุ่งนี้ไปแล้วกัน...

            เด็กชายคิดเช่นนั้น ตอนนี้เขาอยากปล่อยใจสบายๆ ไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน เพราะเวลาที่ได้ฝึกในป่าแห่งนี้อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเขาแล้วก็ได้ ครั้งหน้าคงมาแค่กล่าวรายงาน อาจไม่ได้ทำอะไรอย่างนี้อีกแล้ว

            วิลเลียมในตอนนั้นไม่รู้สักนิดเลยว่า ตนได้คิดผิดไปถนัด เพราะแม้แต่กลับมารายงาน เขายังไม่ได้มา คำสัญญาที่รับปากไว้ ยิ่งรักษาไม่ได้

---

S.O.

ในที่สุดก็สอบเสร็จ...ซะที

เห็นตอนที่อัพวันนี้แล้วก็กลุ้มใจ ทั้งๆ ที่ทิ้งห่างไปนานแท้ๆ ทำไมถึงได้หาเวลามาอัพมาเขียนได้เพียงเท่านี้นะ คิดแล้วก็เศร้า แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา

บทนี้ก็เป็นของวิลเลียมกับแคสซานดราอีกแล้ว คิดว่าคงพอเข้ากับบรรยากาศช่วงปีใหม่นี้อยู่บ้างนะคะ

ใครที่กำลังสงสัยอยู่ว่าแคสซานดราเป็นนางเอกเรื่องนี้หรือไม่...ก็ต้องตามลุ้นกันต่อไปล่ะค่ะ เพราะคนเขียนยังไม่อยากยืนยัน แต่ช่วงนี้บทมาทางนี้ก็ช่วยไม่ได้แหละนะ

สุดท้ายก็ขอกล่าวสวัสดีปีใหม่ล่วงหน้านะคะ ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

626 ความคิดเห็น

  1. #607 Mink_C (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2554 / 23:50
    อย่างนี้นี่เอง  ถึงได้ลืมเพื่อนคนสำคัญไปได้
    #607
    0
  2. #516 ฝนธารา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2554 / 15:12
    สนุกมากจ๊ะ  สู้ๆ
    #516
    0
  3. #476 php7022 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 02:51

    ในที่สุดก็ได้อ่าน ต่อแล้ว  สนุกเหมือนเดิม   มีดเจ้าปัญหา แน่เลย ทำให้ พระเอกเราต้องออกเมืองไป  แต่ ความจำเสื่อม ตอนไหนนี่สิ

    #476
    0
  4. #473 tinyalize (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 มกราคม 2554 / 16:37
    แคสน่ารัก :))

    เย็นชาไปบ้าง
    แต่ก็น่ารักอยู่ดี

    แคสสู้ๆ
    #473
    0
  5. #464 eiawii (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 19:01
    รีบมาอัพไวๆนะครับ
    #464
    0
  6. #463 TheWay (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 14:34
    เชียร์แคสเหมือกนกันคร๊าบบบ

    ให้แคยได้เปนนางเอกนะ ฮะฮะ
    #463
    0
  7. #462 jedi2550 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 13:48
    อยากให้แคสซานดราเป็นนางเอกค่ะ เพราะดูเป็นคนเดียวที่ตั้งหน้าตั้งตารอวิลเลียมและเป็นห่วงเขาจริงๆ แบบทุ่มเท
    #462
    0