พี่น้องคนละท้อง [KOOKMIN]

ตอนที่ 3 : 02 (100%) RW

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 185 ครั้ง
    15 ต.ค. 61


เหยื่อของเรื่องราว

02


ภายในห้องตอนนี้เหลือเพียงแค่สองพ่อลูกที่ยืนจ้องตากันไม่วาง นัมจุนสั่ง(ไล่)ทุกคนลงไปข้างล่างหมดเมื่อเห็นว่าถ้าทุกคนอยู่ไปก็มีแต่เสียความรู้สึกไปเปล่าๆ ไม่ว่าจะพูดอะไรไปจองกุกเด็กที่ทุกคนเคยรู้จักก็คงไม่มีวันกลับมาแล้ว ในเมื่อเรื่องนี้เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเขาจึงต้องเป็นคนจบแก้ปัญหานี้ด้วยตัวเอง


“พ่อคิดจะยืนจ้องหน้าผมทั้งวันเลยหรือเปล่าครับ ผมจะได้ไปนอนรอ”


“แกเปลี่ยนไปมากเลยนะ จองกุก”


จองกุกเงียบไปสักพักก่อนเดินไปหยิบของชิ้นหนึ่งจากในกระเป๋าเดินทางออกมา แล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียงปล่อยให้ผู้เป็นพ่อยืนมองเขาอยู่อย่างนั้นเหมือนเดิม


“จำได้ด้วยหรอครับว่าเมื่อก่อนผมเป็นยังไง ขนาดตัวผมเองยังจำมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ หรือว่าบางทีมันคงเป็นความทรงจำที่ไม่อยากจำมั้ง สมองก็เลยสั่งการให้ลบมันทิ้งออกไปให้หมด”


“ตอนนี้กับตอนนั้นที่แกอยู่มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว”


“มันจะเหมือนเดิมได้ยังไงละครับ แม่ผมหายไปแล้ว


ถึงตอนนี้นัมจุนก็เงียบลงไปอีกรอบ ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นรอบที่เท่าไรแล้วที่เขาไม่สามารถให้คำตอบลูกชายของเขาได้ในทันที เรื่องเก่าๆเรื่องเดิมที่เขาอยากจะลบมันทิ้งไม่ต่างจากลูกชาย เพียงแต่ว่ามันเอาออกไม่ได้


สิ่งที่อยากลืมกลับจำสิ่งที่อยากจำกลับลืม


“ในเมื่อแกเองก็รู้อยู่แล้วว่ามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปอะไรที่แกเคยเป็นคนเดียวมันก็อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นอีกแล้ว”


จองกุกอยากจะหัวเราะออกมา ไม่เหมือนเดิมอีกแล้วหรอ การกลับมาในครั้งนี้คิดว่าเพราะอะไรกันเขาจะทำให้ทุกอย่างมันกลับไปเป็นเหมือนเดิมต่างหาก ในเมื่ออดีตมันเคยเปลี่ยนแปลงได้ เพราะฉะนั้นแล้วปัจจุบันมันต้องเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน


เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่เขาเคยรักจะพล่ามอะไรออกมาอีก จะเอาอะไรมาจูงใจเขาให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม จองกุกจึงไม่พูดอะไรโต้ตอบออกไปทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี วันนี้อดีตของความรักที่เคยมอบให้ต่างพูดอะไรเหมือนกันซ้ำไปซ้ำมาจนเบื่อจะฟัง


รอจนถึงเวลาที่จะโต้กลับ


“ตอนนี้แกไม่ใช่แค่ลูกชายคนเดียวในบ้านฉันอีกแล้ว ฉันอยากให้แกรักน้องให้มากๆไม่ใช่ว่าไปรังแกเขา น้องเป็นเด็กดีน่ารักฉันเชื่อว่าจีมินจะต้องทำให้แกรู้สึกรักเด็กคนนี้เหมือนที่ทุกคนรู้สึกได้ แล้วก็อีกอย่างช่วงนี้ฉันอาจไม่อยู่ที่บ้านสักพักชั้นอยากพาแกไปด้วยไปอยู่ด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนไง”


ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้ายของครอบครัวนี้ แผนกำลังจะถูกดำเนินการแต่ตัวละครหลักของเนื้อเรื่องดันมีเหตุให้หายออกไปจากเรื่องราว


“อะไรกันผมเพิ่งมาถึงใจคอจะไล่ผมอีกแล้วหรอ”


“ฉันไม่ได้ไล่แค่อยากอยู่กับแก”


ไม่มีความเชื่อใจซึ่งกันและกัน นัมจุนไม่เชื่อในคำพูดของลูกชาย จองกุกก็เช่นเดียวกันไม่เชื่อในคำพูดของผู้เป็นพ่อ การจะมารื้อฟื้นเรื่องในอดีตตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะสายเกินไปกว่าจะกู้ข้อมูลกลับมา


“ผมโตกว่าจะมีรางวัลพ่อดีเด่นแจกแล้วนะครับ ถ้าอยากได้ไปบอกลูกชายคนใหม่ของพ่อดีกว่ามั้งครับบางทีนอกจากถ้วยรางวัลแสนสวยแล้วอาจจะมีการกระโดดหอมแก้ม บอกว่ารักอะไรประมาณนั้นก็ได้นะครับ”


….


“แต่ของแบบนั้นผมคงไม่สามารถจะให้ได้จริงๆ ช่วยออกไปจากห้องผมด้วยครับตอนนี้ผมเหนื่อยมากอยากจะพักผ่อน”


จองกุกดันตัวผู้เป็นพ่อออกไปจากห้อง แต่มือไวของนัมจุนยังคงจับขอบประตูที่จะเขาไปจัดการเรื่องนี้ให้จบตามความต้องการ แต่แรงของคนแก่จะสู้วัยรุ่นได้ยังไง


“คิดใหม่ได้นะฉันรอแกเปลี่ยนใจอยู่”


“ผมคิดดีแล้ว เชิญครับ”


หลังจากที่นัมจุนออกไปจากห้องจองกุกก็สปริงตัวขึ้นมากวาดของบนโต๊ะของน้องชายลงถังขยะแล้วจัดการวางโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่แทนที่ของบนโต๊ะ จากนั้นก็ทำการส่งอีเมล์ความยาวหนึ่งหน้ากระดาษส่งหาใครบางคน


ต้องมีบางอย่างถูกปรับเดี๋ยวนี้


เช้าวันต่อมา


ทุกคนต่างวุ่นวายกันแต่เช้ามากว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมของให้เจ้าของบ้านที่กำลังจะเดินทางไปต่างประเทศ แต่ถ้าแค่นี้คงไม่เป็นไรเนื่องจากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นประจำอยู่บ่อยๆ ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้มีคุณชายใหม่นอนยังไม่ตื่นอยู่บนห้อง ซึ่งมีประสาทไวต่อเสียงกว่าคนทั่วไปมาก ทุกคนคงไม่ต้องทำอะไรด้วยความระวังการเกิดเสียงขนาดนี้


“พ่อไม่รักจีมินแล้วหรอครับ”


นัมจุนที่กำลังเตรียมตัวจะขึ้นรถหันมามองหน้าลูกชายคนเล็กด้วยความสงสาร ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่เด็กคนนี้จะอ้อนขอตามเขาไปด้วย จนบางทีเป็นเขาต่างหากที่ขอร้องให้ลูกไปด้วยเพราะความคิดถึง แต่วันนี้เด็กน้อยกำลังจับชายเสื้อเขาเพื่อขอร้องให้ตนอยู่ต่อ หรือไม่ก็


พาตัวเองและผู้เป็นแม่ไปด้วย


“จีมินฟังพ่อนะครับครั้งนี้พ่อไปทำงานสำคัญพาเราไปด้วยไม่ได้ไม่ใช่เราะไม่รัก ดังนั้นแล้วตอนนี้ที่บ้านเรามีสมาชิกใหม่ด้วยเราเป็นคนที่อยู่มาก่อนจีมินต้องคอยอยู่ช่วยเหลือพี่เขานะ”


“แต่พี่ชายคนนั้นเขาไม่ชอบจีมินนี่ครับ”


“พ่อเชื่อว่าจีมินต้องทำให้พี่รักเราให้ได้”


ความจริงแล้วที่นัมจุนไม่พาจีมินไปด้วยไม่ใช่ว่างานอะไรนั้นสำคัญหรอก สิ่งที่สำคัญที่สุดของเขาแล้วก็คือสมาชิกในบ้านทุกคนเพราะงั้นระหว่างที่เขาไม่อยู่ เขาไม่สามารถรู้ได้เลยว่าลูกชายตัวดีของเขานั้นจะทำอะไรกับบ้านหลังนี้บาง


แม้จะรู้สึกผิดกับจีมินไปบ้างที่โยนภาระมาให้ แต่นัมจุนเชื่อใจในตัวลูกชายคนเล็กต้องทำได้แน่นอน


“ไว้พ่อจะซื้อของมาฝากนะครับเด็กดี”


นัมจุนลูบหัวลูกชายคนเล็กก่อนจะเดินขึ้นรถไป ไม่วายยังหันมาส่งยิ้มให้ตลอดทางจนกระทั้งรถเคลื่อนออกนอกรั้วตัวบ้านไป ทั้งสองจึงแยกย้ายหันกลับเขาที่ของตนเอง


“ไปได้แล้วหรอ”


จีมินหันตัวกลับมาก็เห็นจองกุกยืนอยู่ข้างหลัง ตั้งแต่เมื่อไรแล้วก็ไม่รู้ เขาสะดุ้งตัวเล็กน้อยให้กลับสายตาที่มองเหลือบมองต่ำลงมาของผู้มาทีหลัง


“พี่กุกมีอยากได้อะไรหรือเปล่าครับ เดี๋ยวจีมินไปหยิบให้”


“ไม่ต้องเสือก”


ความหวังดีของจีมินถูกตัดไปทันที เขาพยายามจะเข้าหาปรับความเข้าใจใหม่กับพี่ชายแต่จองกุกก็เลี่ยงออกห่างท่าเดียว ไม่ว่าสิ่งที่จีมินทำจะออกมาในรูปแบบไหนจองกุกก็พร้อมจะปฏิเสธมันก่อนจะเห็นผล


“อ้อ อีกอย่างอย่ามาเรียกชื่อกูเฉยๆด้วยมึงไม่ได้มีสิทธินั้น”


ถ้าจะไม่ยอมรับแล้วไม่ว่าใครไม่ควรมีข้อยกเว้นยิ่งเฉพาะลูกชายของเธอคนนั้น จองกุกเน้นย้ำสถานะระหว่างเขาสองคนอีกครั้งก่อนหมุนตัวเดินเข้าบ้านไป ในเมื่อจองกุกประกาศความเป็นศัตรูชัดเจนขนาดนี้ทุกครั้ง จีมินก็เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าจะทำตามคำพูดที่รับปากกับพ่อไว้ได้


พี่กุกจะรักผมได้จริงๆหรอครับ


จีมินได้แต่คิดในใจไม่สามารถคาดเดาได้ ไม่สิต้องบอกว่าไม่กล้าแม้แต่จะคาดเดา ผู้ชายอย่างจองกุกคนอย่างเขาไม่มีวันจะเข้าใจสิ่งที่คนๆนั้นคิดแน่ มันลึกลับและซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจ


เหมือนหลงทางอยู่ในเขาวงกตที่ไม่มีทางออกให้หาที่ยากมาก


“คุณจีมินได้เวลาทานอาหารแล้วค่ะ”


ที่โต๊ะอาหารทั้งสามคนนั่งอยู่รวมกันโดยมีจองกุกนั่งหัวโต๊ะสวมรอยทับแทนที่ประมุขของบ้านและทั้งสองคนนั่งประกบซ้ายประกบขวา รถเข็นอาหารค่อยๆเคลื่อนเข้ามาอย่างช้า ขณะที่แม่บ้านกำลังจะตักข้าวใส่ลงบนจานนั้นเสียงความวุ่นวานถูกขัดจังหวะขึ้นจากคนที่คุณก็รู้ว่าใครอีกเช่นเคย


“ไม่ต้อง!!


เหล่าผู้รับจ้างดูแลบ้านมองหน้ากันให้ขวับ ไม่รู้จะรับมือยังไงกับคุณชายคนใหม่แล้วยิ่งตอนนี้ไม่มีประมุขของบ้านมาคอยห้ามทัพ ทางเดียวที่จะยุติความสงบได้อาจต้องมีการเสียสละเลือดบางส่วน


ยังโชคดีที่อย่างน้อยก็มีสักหนึ่งคนที่ไม่สติแตกไปด้วยเดินเข้ามาออกหน้ารับสถานการณ์ ขนาดที่เจ้าของบ้านอีกสองคนยังไม่กล้าที่จะขยับตัว


“งั้นคุณชายอยากจะทานอะไรดีคะดิฉันจะให้คนไปจัดมาให้ใหม่”


“ไม่ต้องของผมไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนอาหาร แต่มันหมายความว่าคุณไม่ต้องตักให้คนที่อยู่ซ้ายมือผมเป็นคนตักให้ ยกทัพพีให้เธอไปสิครับ”


บรรดาแม่บ้านต่างลนลานทำอะไรไม่ถูก ใจหนึ่งก็อยากจะทำตามคำสั่งให้จบๆไปแต่ติดที่ตรงว่าคนที่นั่งฝั่งซ้ายของจองกุกนั้นเป็นนายหญิงของบ้าน ถ้านัมจุนรู้พวกเขาคงต้องหาสถานที่ทำงานใหม่


“ไม่ได้ยินที่ผมพูดกันหรอครับ”


เสียงนิ่มๆแต่เชือดไปถึงหัวใจของคุณชายใหญ่น่ากลัวกว่าเสียงดังตะคอกเสียอีก สุดท้ายแม่บ้านก็ตัดสินใจส่งทัพพีไปให้นายหญิงของบ้านเพื่อแก้สถานการณ์ตรงหน้าก่อน ซอกจินมองของสิ่งนั้นที่ส่งมาให้ตัวสักครู่หนึ่งก่อนจะจับมันแล้วลุกขึ้นตักข้าวใส่จานให้คุณชายใหม่ตามความต้องการของเจ้าตัว


ทุกคนลุ้นตัวโก่งคราวนี้คุณชายจองกุกจะมีมุขอะไรใหม่มาเล่นอีก ตอนนี้จองกุกรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซุปตาที่ทุกคนต้องให้ความสนใจ ติดตามทุกการกระทำขนาดที่เขาแค่จับแก้วน้ำขึ้นมา สายตาทั้งหมดรวมเข้าที่จุดเดียวกันจนบางทีเขาก็นึกสนุกกับมัน ขยับตัวเล็กน้อยบ่อยเป็นว่าเล่น


“ม-แม่ครับ”


เด็กน้อยแทบจะร้องไห้ออกมาพี่ชายที่เขาอยากได้พี่ชายที่เขาอิจฉาเพื่อนๆที่มีมันไม่ใช่แบบนี้ จีมินที่มองแม่ตัวเองถูกใช้งานย่อมยอมรับไม่ได้ลุกขึ้นมาแย่งทัพพีและโถข้าวออกไปจากมือแม่ของตน แม้ว่าตัวเองจะยังกลัวจองกุกอยู่มากแต่เป็นใครคงไม่มีทางยอมให้คนที่เรารักโดนรังแก


เหมือนการกระทำของจีมินจะเป็นไปตามสิ่งที่จองกุกคิดไว้ เขาจึงไม่โต้ตอบอะไรรุนแรงมากจนเมื่อข้าวทัพพีสุดท้ายถูกส่งลงบนจาน จองกุกคว้าจานใบนั้นที่มีข้าวสวยร้อนๆลงบนหน้าของจีมินแล้วขวางจานลงบนพื้นกระเบื้องแตกออกเป็นเสี่ยงๆ


“รีบพาจีมินไปโรงพยาบาลก่อนเร็ว!!


ความคุ้นเคยจากเหตุการณ์เป็นบทเรียนสอนให้เธอมีสติมากขึ้น เสียงตะโกนของซอกจินดังขึ้นเธอรีบเข้ามาโอบกอดตัวลูกชายไว้ คนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างยืนมองนิ่งทำอะไรไม่ถูกใครจะไปคิดถึงว่าคุณชายที่นั่งสบายจับช้อนรอทานอาหารจะลุกขึ้นมาทำอะไรอย่างนี้



จีมินมองอะไรไม่เห็นภาพครั้งสุดท้ายที่รับรู้ได้คือเขากำลังจะตัดข้าว ตอนนี้ใบหน้าทั้งใบกำลังร้อนระอุแดงก่ำจากความร้อนจนแทบไหม้ แม้จะยกมือขึ้นมาปัดเศษข้าวออกจากใบหน้ายังไม่มีสติมากพอ บรรดาคนรอบตัวก็ไม่มีใครกล้าเข้ามายุ่ง เว้นแต่ซอกจินที่พยายามปัดเศษข้าวออกจากตัวลูกชาย ก่อนจะพยุงไปขึ้นรถด้วยตัวคนเดียว


พล้ง!!


เสียงจานใบที่สองถูกขว้างลงพื้นทุกอย่างรอบตัวต่างหยุดนิ่งเหมือนถูกชัตดาวน์ สองแม่ลูกที่กำลังเดินทางไปโรงพยาบาลก็ยังต้องหันกลับมา จองกุกลุกขึ้นยืนค่อยดันเก้าอี้เก็บเทน้ำเย็นจากเหยือกลงในแก้วแล้วเดินมาหยุดที่ตรงหน้าของจีมินส่งยิ้มให้เล็กน้อย


จากนั้นน้ำใสๆเย็นๆก็ไหลลงอาบแก้มแต่ครั้งนี้ไม่ใช่จากน้ำตา แต่เป็นน้ำดื่มเย็นเชียบจากแก้วในมือของจองกุกที่ถูกส่งตั้งแต่จากหัวลงสู่พื้นเท้า


“ได้ของร้อนแล้วก็ต้องมีของเย็นหน่อย”


…..


“มันจะได้เป็นกลาง”


“คุณจองกุกคะ ดิฉันว่ามันจะมากเกินไปแล้วนะคะลูกชายฉันไปทำอะไรให้คุณไม่ทราบทำไมต้องทำอะไรเขาแบบนี้ด้วย ถ้าคุณโกรธ เกลียดชั้นมาก ก็ลงแค่ที่ชั้นคนเดียวสิคะ จีมินเขา….ไม่ผิดอะไรเลย”


คนไม่ผิดต้องมาเป็นที่รองรับอารมณ์ความเจ็บปวดของคนที่ทำความผิดจะยิ่งทวีคูณ ยิ่งพยายามพูดอะไรออกไปมากเท่าไรน้ำตาของซอกจินก็ยิ่งไหลออกมาสงสารลูกแทบขาดใจ น้ำตาของพวกเขาทุกคนที่ไหลออกมาเหมือนจะยังไม่พอที่จะส่งผลให้ความคิดของจองกุกยุติลงได้


ถ้าในวันนั้นไม่มีคนนอกเข้ามาก้าวก่ายเรื่องภายในครอบครัวจองกุกคงไม่เป็นถึงขนาดนี้ จีมินจะไม่ได้มาอยู่ที่นี่ ไม่ต้องได้รับความเจ็บปวดแทน ไม่มีใครต้องอยู่ในบรรยากาศที่กดดันตลอดเวลา


ทั้งหมดมันเพราะคนนั้นคนเดียวที่สร้างเรื่องขึ้นมา แล้วตัวเองหนีออกไป


“ผมว่านะแทนที่คุณจะมานั่งว่าผมเนี่ย เอาเวลานี้รีบนำตัวลูกชายคุณส่งโรงพยาบาลดีไหม”


“คุณไม่รู้สึกอะไรเลยหรอคะ”


“ผมต้องรู้สึกอะไรกับคนที่ผมไม่รู้จักด้วยหรอครับ”


เธอกำลังคาดหวังอะไรจากชายที่กลายเป็นปีศาจภายในระยะเวลาสิบปีได้อีก ถ้าจองกุกรู้สึกอะไรได้สักนิดจริงเรื่องมันจะจบลงตั้งแต่เมื่อวานที่เขาลงมือกับใบหน้าสวยๆของจีมิน


“ฉันไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”


“งั้นก็เริ่มคิดได้แล้วนะครับ เหมือนเมื่อวานผมจะพูดไปแล้วแต่ผมจะพูดมันให้อีกครั้งละกันนะครับ อันที่จริงผมเป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว แปลกจังเลยทำไมคุณไม่รู้นะทั้งที่เมื่อก่อนเราออกจะสนิทกันจะตาย รีบไปสิครับก่อนที่ผมจะไม่ให้โอกาสแล้วปล่อยให้ลูกชายคุณน้ำตาไหลจนขาดใจตาย แล้วจะหาว่าผมใจร้ายไม่ได้นะ!!


///////////////////////////////////////////////

จองกุกเตือนแล้วนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือนเราต้องหาวิธีจัดการกันแล้วค่ะ

นัมจุนไม่อยู่แล้วจะมีใครหยุดจองกุกได้ไหมเนี่ย

ว่าแต่เมล์นี่ส่งหาแฟนหรือเปล่าจ๊ะ

ปล.ตรวจคำผิดไม่ระเอียดถ้าเจอแจ้งได้เลยนะคะ

รีไรท์ตอนที่สองเป็นที่เรียบร้อยแล้วหวังว่าทุกคนที่อ่านจะรู้สุกสมูทลื่นไหลขึ้นนะคะ

จะพยายามพัฒนาต่อไปเรื่อยๆค่ะ

ช่วยอยู่เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ เราอ่านและตอบทุกคอมเมนต์เลยค่ะ

SEE YOU

#กุกไม่มีมิน


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 185 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #103 t_thippharat (@t_thippharat) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 22:39
    จมิงสงสารมากกกกก 😭😭
    #103
    1
    • #103-1 MewMano (@CMGF) (จากตอนที่ 3)
      21 มีนาคม 2562 / 01:16
      เดี๋ยวก็ดีขึ้นน้าา
      #103-1
  2. #60 kimerizm (@KIMsizm) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 01:11

    ทำไมร้ายยยยยยย จองกุกคะ?!?! สงสารน้องเน้ออออ

    #60
    1
    • #60-1 食べたい (@CMGF) (จากตอนที่ 3)
      6 ตุลาคม 2561 / 01:13
      จองกุกนางแกล้งทำไปงั้นๆล่ะค่ะ
      #60-1
  3. #22 F_Dem (@NoarArmyz) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 00:44
    จีมินนนน😭😭😭
    #22
    1
    • #22-1 ManoPaca (@CMGF) (จากตอนที่ 3)
      12 สิงหาคม 2561 / 12:52
      ไม่เอาไม่ร้องน้าา
      #22-1
  4. #13 numwan227460000 (@numwan227460000) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 12:43
    จองกุกระวังเกิบ
    #13
    2
    • #13-1 ManoPaca (@CMGF) (จากตอนที่ 3)
      6 สิงหาคม 2561 / 19:45
      หงายท้องเลยดีไหม
      #13-1
    • #13-2 CHIMMEE_JK (@jiminnie_chim) (จากตอนที่ 3)
      13 สิงหาคม 2561 / 19:36
      5555555555
      #13-2
  5. #12 ODazo (@ODazo) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 23:45
    สงสารจีมินง่า กุกใจร้ายจัง😭
    #12
    1
    • #12-1 ManoPaca (@CMGF) (จากตอนที่ 3)
      6 สิงหาคม 2561 / 19:45
      เดี๋ยวจองกุกก็ใจดี
      #12-1
  6. #11 numwan227460000 (@numwan227460000) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 07:21
    อย่าทำน้อง
    #11
    1
    • #11-1 ManoPaca (@CMGF) (จากตอนที่ 3)
      6 สิงหาคม 2561 / 19:44
      มาทำเราแทนก็ได้ใช่ไหม
      #11-1