❖ CHICANE วอนอยากรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 607,850 Views

  • 7,441 Comments

  • 13,570 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,361

    Overall
    607,850

ตอนที่ 8 : ❖ CHICANE วอนอยากรัก EPISODE.07 ' เสี่ยง ' ต่อใจ 1 {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2291 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61



EPISODE.07


ANDA S’ SAY

 

       SIAN: เธอ

 

        ข้อความไลน์เด้งขึ้นมาตรึงฝีเท้าที่กำลังมุ่งไปข้างหน้าให้ฉันหยุดชะงัก ก่อนจะยกโทรศัพท์ในมือขึ้นมาเลื่อนเข้าจออ่านพลางพิมพ์ตอบ

 

        ANDA: ว่า?

        SIAN: กลับกับเพื่อนได้มั้ย

        ANDA: ไม่ว่าง?

        SIAN: อืม

 

        เมสเสจล่าสุดที่เซียนตอบกลับมาดึงคิ้วฉันให้เลิกสูงอย่างฉงนใจ เม้มปากคิดอยู่ครู่นึง ไม่นานก็ส่งข้อความตอบ

 

         ANDA: ก็ได้

         SIAN: โทษทีนะ

         ANDA: ไม่เป็นไร

 

        นิ้วเรียวสัมผัสจอสกรีนพลางเลื่อนออกจากแอปฯ ก่อนจะกดปิดแล้วหย่อนใส่กระเป๋าสะพายข้าง พลันตาเฉี่ยวคมก็เงยทอดมองไปยังภาพเบื้องหน้าที่แลดูจะย้อนแย้งกับบทสนทนาที่อีกฝ่ายพิมพ์ตอบกลับมาเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง สองขารีบก้าวหลบมุมในตอนที่ Lamborghini สีดำเงาคุ้นตาเคลื่อนผ่านไป

 

        ที่ว่าไม่ว่าง ..คือรถไม่ว่าง?

 

        ตาฉันเร็วพอที่จะเคลื่อนผ่านเจ้าของรถไปเจอเข้ากับผู้หญิงคนนึงที่นั่งอยู่ข้างกัน ที่เลือกจะไม่ถามเอาดีเทลหรือเหตุผล ก็เพราะสิ่งที่เห็นผ่านม่านตาในตอนนี้มันก็เป็นคำตอบให้แล้วโดยไม่ต้องถามเซ้าซี้ให้มากความ และถึงแม้จะรู้ไปก็คงไม่เป็นประโยชน์แก่ชีวิตฉันหรอก…

        สถานะฉันเองสำหรับเขาทุกวันนี้มันก็ไม่ต่างจากไม้กันหมา กันท่าพวกชะนีปลาซิวปลาสร้อย แล้วหลายวันมานี้สถานะการมีอยู่ของฉันมันยิ่งชัดเจนมากขึ้น อย่างเมื่อกี๊ก็ใช่ว่าจะเป็นครั้งแรก ไม่รู้ว่าบ่อยแค่ไหน แต่ก็เริ่มชินระดับนึง ผู้หญิงรอบตัวเซียนดาหน้ามาบวกมากแค่ไหนฉันก็ไม่ระคาย แต่พอถึงจุดนึงก็เริ่มจะรับรู้แล้วว่ามันก็ยังมีคนที่.. เขาไม่ได้ประสงค์จะให้ออกไปจากชีวิตอยู่ด้วย

        ผู้หญิงเมื่อครู่ก็อาจจะอยู่ในไทป์นั้น ฉันไม่เคยเห็นหน้าหรอก แล้วก็ไม่คิดอยากจะเห็นด้วย แรกๆก็เสียเซลฟ์นิดหน่อย แต่พอคิดได้ว่าสถานะเรามันก็ไม่ได้เรียลเลยช่างแม่งไป ขัดใจอยู่อีกอย่างคือถ้ามีตัวจริง(มั้ง)อยู่แล้ว ก็เลิกกับฉันไปเลยดิวะ กั๊ก? ..ถ้าเป็นแบบนั้นมันไม่คูลเลยนะ มันส้นตีน

        เป็นอีกวันที่ต้องถอนหายใจเล็กๆ พร้อมกรอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วหันหลังเดินเตะฝุ่นลากขากลับไปที่คณะอีกตามเคย เออ ขอบ่นอีกอย่างได้มะ เวลาจะเทฉันแล้วไปกับสาวทำไมไม่ไลน์มาบอกกันตั้งแต่เนิ่นๆวะ แบกตัวเองเดินจากคณะมนุษย์ฯ มาโผล่วิศวฯนี่แม่งอย่างนรก ชีวิตไม่ได้เฮลท์ตี้รักสุขภาพมากพอที่จะถ่อสังขารมาถึงนี่เพื่อมารับรู้ว่าโดนเทก่อนจะได้ก้าวขาถึงรถไม่กี่นาทีนะเว้ย

        “ แม่ง... ฉันสบถเบาสองขายังคงสาวเท้าเดินเอื่อยไม่หยุด แต่ก็คิดอยากจะหยุดเหตุการณ์เดจาวูแบบนี้แล้วว่ะ มันใช่เรื่องที่ต้องโดนทำอะไรแบบนี้ใส่อ่อวะ ไม่เลยเว้ย มันไม่ใช่อ่ะ

         .....

         เดินปั้นหน้าบึ้งเป็นอึ่งอ่างโดนรถเหยียบได้ไม่นานสองเท้าก็ก้าวเข้าสู่เขตเด็กมนุษย์ฯสักที ฉันไม่รอช้าที่จะกวาดตาหากลุ่มแกงตัวเอง พอก้มมองนาฬิกาที่ข้อมือ เวลานี้พวกนั้นน่าจะยังไม่กลับกัน คงนั่งแอ๊วผู้อยู่ม้าหินอ่อนแถวนี้แหละ

        “ อากาศร้อนจังเลย กี่องศาวะเจนวันนี้ เสียงห้าวติดจริตลากยาวดังอยู่ไม่ไกล

        “ ดูแปป อ้อ 09563471xx องศา พิกัด @jennie อันเดอร์สกอร์ 97 อุณหภูมิห้องพอเหมาะ อัตตราการล็อคประตูเวลานอนอยู่ที่ 0% ”

        “ บอกให้ตะโกนคอนแทร็กกูค่ะอิผี สาระแน!  จบการอ่านพยากรณ์ความอ้อล้อของอิเจน ตุ๊ดปากแดงก็หุบยิ้มบานได้หันไปแว้ดใส่บุคลด้านข้างแทบจะทันที แต่คนถูกด่าก็หาได้ใส่ใจทำแค่ไหวไหล่ตีคิ้วยิ้มเยาะสวยๆส่งไปให้แทน

        “ ก็ออร่าเด็กแพทย์มันยั่ว อ้ปป้ามากอิดอก กูใจบาง  อิเจนว่าพลางเอามือทาบอกแล้วหวีดไม่หยุด

        “ อ้าว ดีน!

        “ ใจบางบ้าไร ใครพูดเดี๋ยวกูตบปาก! ...เนอะเธอ? ” ด้วยความหมั่นไส้ฉันเลยย่องบางไปด้านหลังเจ้าของประโยคก่อนจะโพล่งหลอกมันขึ้น แล้วดูท่าจะสะกิดต่อมสำนึกในอำนาจผัวอิเจนได้ดีเลยทีเดียว ชีถึงได้ตาลีตาเหลือกรัวลิ้นแก้ต่างเบอร์แรงขนาดนี้

        “ อ้อล้อจัดว่ะเธอ ฉันยักไหล่ก่อนจะยกยิ้มแป้นส่งให้ พร้อมย่อนตัวลงนั่งข้างกัน

        “ เอ้า อีหลอกดูก! ใช่เรื่องมาอำมั้ย

        “ อำให้มึงตื่นเล่นๆ ยังดีกว่าได้อำลาถ้าดีนมาเจอจริงๆมั้ยล่ะ ได้ข่าวหลังจากไปเต๊าะเด็กวิศวฯคราวก่อนมึงไม่กล้าแม้แต่จะคุยกับผู้ชายคนอื่นเป็นอาทิตย์อ่ะเจน มาวันนี้ดันปีกกล้าขาแข็ง อย่ายอมให้แรดสิงร่างมึงง่ายๆได้สิเพื่อน

        “ ...เออจริง  แน่นอนว่ามันปฏิเสธได้ยาก ถึงได้ตอบรับด้วยสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยมขนานหนัก

        “ บ้านช่องไม่กลับกันนะพวกมึง นั่งแอ๊วได้อีก ฉันเอ่ยขึ้น ก่อนจะละสายตาจากใบหน้าหงอยๆของอิเจน

        “ ไม่รีบย่ะ ขอมองผู้ชายให้อิ่มทิพย์ก่อน อิเป้ตอบพลางนั่งเท้าคางกรอกตาหวานเชื่อมซ้ายทีขวาทีทอดมองนักศึกษาแพทย์ที่เดินขวักไขว่ล่อตาล่อใจเก้งกวางพ่วงด้วยชะนีให้มองตาม ถึงคณะเราจะอยู่ไกลจากคณะวิศวฯ แหล่งรวมหนุ่มมาดแบด แต่ก็ยังมีแต้มบุญอยู่บ้างที่ดันอยู่ใกล้คณะแพทย์ แต่ละคนนี่อย่างกับอ้ปป้าหลุดมาจากโปสเตอร์ ถึงไม่กร้าวใจเหมือนมาดแบด แต่ก็ละมุนตาอบอุ่นใจอย่างมาดหมอ เอาจริงที่อยากจะสื่อก็คือ ผู้ชายคือของแรร์อีกแล้วจ้า

        “ สรุป จะใช้แรดเป็นซิกเนเจอร์หรือเอกลักษณ์กลุ่ม ถูกแมะ?  ” ฉันโพล่งถามติดตลก

        “ ถ้าเป็นงั้นซิกเนเจอร์เราก็ซ้ำค่ะมึง เบิกเนตรค่ะชะนี มึงเบิกเนตรไปรอบๆเลย ณ บัดนาวอย่าให้ต้องร้องเพลงพี่บี้ อิเป้ตัดสายตาเชื่อมเมื่อครู่ก่อนจะหันควับมาเบิร์นปาก พร้อมชี้นิ้วเป็นวงกลมหมุนรอบให้ฉันมองตามอย่างที่กล่าวมา

        “ ซ้ายชะนีนิเทศฯ ขวาชะนีหน้าวอกคณะวิทย์ฯ ข้างหน้านั่นก็พวกเด็กศิลป์ นี่ยังไม่รวมต่างสาขานานาจิปาถะ ถ้าตึกวิศวฯ อยู่แถวนี้นะมึ้งงง ลานคณะเราแม่งแหล่งพบปะชะนีสายแอ๊วทุกสปีชีส์ดีๆนี่เองจ้า ฟังจากคำสาธยายอย่างจีบปากจีบคอของอิเป้ ฉันก็ถึงกับบรรลุธรรม เพราะหากมองดีๆ 70% ที่นั่งอยู่แถวนี้ล้วนมีแต่เด็กคณะอื่นมาแซมอยู่จริงด้วย

        “ อือ คงงั้นแหละ ฉันเสมองรอบกายแล้วได้แต่ยิ้มแหย่ๆ อีแฮชแท็กหมอหล่อบอกต่อด้วยนี่อย่างขลัง ล่อชะนีจากทุกทวีปและสารทิศในมหาลัย ได้ทั่วถึงจริงๆ รวมถึงอิพวกเพื่อนฉันด้วยเนี่ย...

 

         โป๊ก!

 

        “ โอ๊ย! ฉันสะดุ้งโหยง เมื่อความเจ็บจากจุดไหนสักที่แล่นเข้าประสาทสัมผัสให้รู้สึก สักพักก็ได้รู้ว่ามีอะไรบางอย่างมาโดนที่ต้นคอถึงได้เลื่อนมือขึ้นไปกุมอย่างไวเท่าความปวดที่เริ่มหน่วง

        “ อะไรมึง !? ” อิเจนที่นั่งข้างกันหันควับมาถามด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนกเพราะฉันร้องเสียงดังมาก

        “ ไม่รู้ดิ เหมือนอะไรพุ่งมาโดนต้นคอ ฉันเบ้หน้าตอบด้วยความเจ็บ ฉับพลันสายตาก็หลุบต่ำไปเจอเข้ากับผลหูกวางลูกขนาดพอดีหล่นอยู่ข้างเท้า จึงไม่รอช้าที่จะหยิบขึ้นมาดู

        “ มาจากไหนวะ อิเป้ฉวยจากมือฉันไปก่อนจะย่นคิ้วเอ่ย

        “ แถวนี้ก็มีต้นหูกวางแค่ที่เดียวนะ...  อิเจนนี่ว่าด้วยสีหน้าที่เคลื่อบความระแคะระคาย ฉับพลันตาสามคู่ก็ประสานกันโดยมิได้นัดหมายก่อนจะเบนไปตรงจุดที่ตัวเองนึกขึ้นได้ในใจพร้อมกัน และชัดเจน

        “ โทษที มือลั่น ภายใต้ต้นหูกวางขนาดใหญ่มีกลุ่มผู้หญิงคณะวิทย์ฯ นั่งอยู่นับแล้วก็สี่ห้าคน เชื่อมั้ยว่าหนึ่งในนั้นฉันเจอใคร..? ก็ยัยพวกหมาสามหัวเมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อนยังไงล่ะ เพียงแค่คนที่พูดประโยคเมื่อครู่นี้เป็นผู้หญิงคนนึงที่ดูแรงๆหน่อยหาใช่หนึ่งในสามคนนั้น

        “ เดี๋ยวตีนกูก็จะลั่น...!  ประโยคที่โพล่งขึ้นอย่างฉุนเฉียวของอิเจนนี่เรียกสติฉันให้รีบเอื้อมมือไปฉุดแขนร่างบางที่ผุดลุกขึ้นทำท่าจะเดินไปเปิดวอร์ให้นั่งลงตามเดิมก่อนได้ทันควัน

        “ อย่าพึ่งเปรี้ยวอิสัส โจ่งแจ้งไป เห็นดังนั้นอิเป้ก็ตะล่อมสาดน้ำเย็นดับไฟให้คนหัวร้อนตรงหน้านี่คลายลงอีกแรง

        “ ที่มันทำเมื่อกี๊ไม่แจ้งเลยมั้ง เอาตาปลาที่เท้ามองยังรู้เลยจงใจ อิเจนหายใจฟึดฟัดแต่ก็ยอมกระแทกตัวลงนั่งอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้าไม่มีพวกฉันห้าม มันคงได้วิ่งใส่อย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม อย่าให้อิเจนมันวีนเชียว เอาช้างมาฉุด ถ้าไม่ได้ตบจนเลือดกลบปากมันก็ไม่หยุด เห็นงี้มันหัวรุนแรงพอตัว ยิ่งตรงนี้เป็นลานคณะใช่ว่าจะมีแต่นิสิตนักศึกษา ครูบาอาจารย์ก็อยู่ มันคงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นสถานที่ทะเลาะวิวาท

        “ ... ” ฉันไม่ได้เอ่ยตอบอะไรหากแต่ฟาดสายตาตวัดไปมองพวกต้นเรื่องแทน พวกลูซเซอร์หัวเราะคิกคักกันใหญ่ มีความสุขในขณะที่เห็นคนอื่นดิ้นพล่านได้อย่างชื่นมื่น ก็เจ็บใจนะ เจ็บมากเลย แต่ก็ไม่อยากให้ราคากับคนแบบนี้

        “ หน้าก็ดีเสียทีสันดานทราม อิเป้ถลึงตาจิก ก่อนจะคว่ำปาก ซึ่งมันก็จริงอย่างที่บอก มองไปกลุ่มนี้สวยหรูดูแพงทุกคน อย่าเข้าใจผิด ที่แพงน่ะฉันหมายถึง...

 

        ตาสองชั้นแพง จมูกแพง คิ้วแพง หน้าผากแพง...แพงทั้งตัวตั้งแต่หัวยันนม  

 

        “ ช่างแม่งเหอะ คิดซะว่าทำบุญ ฉันเอ่ยปัด แต่ก็ภาวนาไม่ให้ตัวเองศีลแตกอยู่เหมือนกัน

        “ น่ะ มึงก็เป็นซะแบบเนี๊ยะ! ” อิเจนโพล่งขึ้นอย่างขัดใจ พลางกอดอกขมวดคิ้วชนกันเป็นปม

        “ ใจร่มค่ะชะนี ให้ผีมันแดกส่วนบุญไป

        “ แล้วนี่อีเมี่ยงไปไหน ฉันตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง เผื่อจะเบนประเด็นหัวร้อนให้อิเจนนี่ได้ เลยถามถึงสมาชิกมายเฟรนด์อีกคน

        “ ไปซื้อขนม เดี๋ยวก็คง มะ..

 

        เฟี๊ยววว เคร้ง!

 

        “ ว้าย! อิเป้เอ่ยไม่ทันจบประโยคดี ซาวด์ชะนีหวีดก็โพล่งดังขัดเสียก่อน นั่นเรียกให้เราสามคนหันไปมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน เชื่อว่าทั้งกลุ่มคงมีมีสีหน้าไม่ต่างกันนั่นก็คือ...

        “ โทษที ตีนลั่น ร่างบางดูมีน้ำมีนวลอันคุ้นตาที่หอบหิ้วถุงขนมใบใหญ่พาดบ่ากำลังสาวเท้าเดินเข้าไปยังแก๊งค์ชะนีคณะวิทย์ฯด้วยสีหน้าเฉยเมย ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรองเท้าผ้าใบคู่เล็กข้างนึงที่วางแมะอยู่กลางวงขึ้นมาถือ หลังจากนั้นก็ตีเบลอเดินผ่านชะนีหน้าเหว๋อมาแบบมึนๆตามสไตล์เจ้าตัว

        “ กรี๊ด! 10 10 10 ไปเลยค่า คนหน้าบึ้งเมื่อครู่อย่างอิเจนจู่ๆก็ผุดลุกขึ้นปรบมือรัวๆด้วยสีหน้าที่เปรมปรีสุดขีด

        “ อะไรวะ ? ” แต่อีเมี่ยงก็ยังคงเป็นอีเมี่ยงนั่นแหละ มันย่นคิ้วมองอิเจนนี่แวบนึงก่อนจะเหวี่ยงถุงขนมที่พาดบ่ามาอย่างสตรองวางลงกลางโต๊ะพลางก้มลงไปใส่ลองเท้าแล้วเงยขึ้นมาจัดการแกะขนมออกมากินหน้าตายโดยที่ไม่ได้สนรีแอคชั่นเบ้าหน้าเพื่อนเลยว่าจะเหว๋อแดกระดับไหน

        “ มึงจะตีเบลอแบบนี้ไม่ได้สิเมี่ยง..  ฉันว่าพลางลอบมองคนตัวเล็กที่เคี้ยวขนมตุ้ยๆหน้าตาเฉยอย่างนึกระเหี่ยใจ

        “ เห็นหนึ่งในนั้นปาอะไรใส่มึงก็ไม่รู้แล้วหัวเราะ รำคาญ ประโยคเมื่อครู่เจ้าตัวเอ่ยขึ้นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ราวกับมันธรรมดาเบสิคมากแต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้ตาสามคู่รวมถึงฉันกลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่พลางหันไปมองได้ไม่ยาก

        “ คนจริง ไม่พูดมาก เจ็บคอ! ..ที่แท้ทรู อิเจนว่าก่อนจะหยิบน้ำเปล่าตรงหน้าขึ้นดื่มดับร้อน

        “ เออว่าแต่มึงอ่ะชะนี รู้จักพวกนั้นหรอ

        “ ไม่เชิง ฉันตอบสั้นๆ จะว่ารู้จักก็พูดไม่เต็มปาก จะบอกเป็นอริก็ดูจะไม่ค่อยเมคเซ้นส์ เรียกว่าเคยมีคดีกันจะได้มั้ยนะ..

        “ กูไม่เคยเห็นมึงโดนวอร์ ตั้งแต่คบกับเซียน

        เป็นเจนนี่ที่วาดตามาจ้องฉัน แววตาติดไม่พอใจอยู่นิดหน่อย ก็จริงอย่างที่มันว่าตั้งแต่เรียนที่นี่มาฉันยังไม่เคยมีเรื่องกับใครหรือใครมาหาเรื่องเลยแม้แต่คนเดียว เอาจริงป้ะ ก็เพราะไม่ได้ไปยุ่งกับใครนั่นแหละปัญหาเกลียดขี้หน้าเลยไม่เกิดขึ้นกับตัว แต่มันก็เกิดแล้วอ่ะ บ่อยด้วยช่วงนี้ น่ารำคาญมากเลย

        “ ก็โจทก์เก่าเขาทั้งนั้น ฉันเอ่ยตอบด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ติดจะเบื่อหน่าย

        “ กูว่ามันไม่ใช่แล้วนะ อิเจนยังคงพูดต่อ

        “ เออ เมื่อวันก่อนกูก็เห็นผู้มึงไปกับชะนีน้อยที่ไหนไม่รู้ ถึงมันไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่เรียล แต่แบบนี้กูก็ฟินไม่ออก อิเป้เอ่ยเสริม แววตาที่ส่งมารับรู้ได้ถึงความไม่อินของมันชัดเจน

        “ กูก็บอกเลิกไปหลายครั้งแล้ว ฉันถอนหายใจ

        “ ...จริงจังมั้ย แบบนี้มันดูไม่แฟร์ว่ะ คือมันก็ไม่ใช่น้อยๆที่จะไม่รู้ว่าพวกมึงคบกันอ่ะ แล้วอีกคนยังควงไม่เลือกแบบนี้อยู่ มันใช่เรื่องหรอวะ เพื่อนแฟนก็เพื่อนแฟนเถอะ มาทำแบบนี้กับมึงกูก็กล้าด่าไม่เลี้ยงนะบอกเลย อิเจนสวดยับตามเรเวลของความหัวร้อนแต่ก็แฝงความเป็นห่วงอยู่ในนั้น นั่นยิ่งทำให้ฉันชั่งใจเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณ

        “ มันไม่ใช่เรื่องที่มึงต้องทน เป็นอีกครั้งที่คำพูดอิเมี่ยงทำเอาฉันแน่นิ่งไปชั่วขณะ พลางอะไรหลายๆอย่างก็ประเดประดังเข้ามาในหัวไม่หยุดให้ได้คิด

        “ กูก็ไม่ได้อยากทนตั้งแต่แรกอยู่แล้วป้ะวะ..

 

 

 

หลายวันถัดมา

 

         ‘ สม น้ำ หน้า

 

         “ เวรเอ้ย.. น้ำเสียงข่มต่ำอย่างกดอารมณ์ถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบ แววตาวาวโรจน์ลุกโชนไปด้วยไฟร้อนที่โหมกระหน่ำอยู่ข้างในลากอ่านตั้งแต่คำแรกยันคำสุดท้าย ประโยคบัดซบนี่ทำฉันหัวร้อนเมื่อมันดันเสนอหน้ามาประทับอยู่ที่กระโปงรถแถมยังลากยาวเป็นรอยข่วนที่โคตรน่าเกลียด

        เป็นการต้อนรับสำหรับการขับรถมาเรียนเองวันแรกหลังจากที่ติดรถมากับใครบางคนอยู่เป็นเดือนได้ชนิดที่ เหี้ยในเหี้ย..

        จอดตรงนี้มาก็เข้าปีที่สามพึ่งจะมาโดนดี พอคิดได้อีกอย่างว่ากล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถคณะมนุษย์ฯมันเสียเป็นอาทิตย์แล้วยังไม่มีช่างมาซ่อมก็ยิ่งทำให้ปากเจ้ากรรมสบถคำหยาบรัวมาทั้งสวนสัตว์ก่อนจะเสยผมที่ปรกตามกรอบหน้าขึ้นอย่างฉุนเฉียว การโดนบูลลี่ของฉันชักจะไขข้อหนักขึ้นทุกวันตั้งแต่ข่าวลือเวรตะไลนั่นแพร่สะพัดออกไป

 

        ข่าวที่ว่า ฉันเลิกกับผู้ชายคนนั้น..

 

        ฉันเริ่มไม่ไปไหนมาไหนกับเซียนเหมือนเมื่อก่อน อย่างมากก็แค่มาเรียนด้วยกันตามปกติ แต่มันก็เริ่มไม่ปกติจนพวกที่คอยสู่รู้ชีวิตพวกเราเอาไปเม้าท์กันปากต่อปากว่าฉันโดนไอ้บ้านั่นเขี่ยทิ้ง ถ้าฉันรู้ว่ามันมีข่าวลือพวกนี้แน่นอนว่าเขาเองก็ต้องรู้เช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่มีใครพูดอะไร

        ช่วงนี้ฉันเองก็กำลังหาโอกาสคุยเรื่องนี้จริงจัง แต่ก็โดนความว่างเปล่าเวลาเคาะประตูห้องข้างๆ หรือ Lamborghini เจ้าเก่าที่เคลื่อนผ่านหน้าตัดโอกาสไปอยู่บ่อยครั้งราวกับอีกฝ่ายตั้งใจจะปิดกั้นไม่เปิดรับความต้องการของฉันอย่างสิ้นเชิง

        ยืนเท้าสะเอวมือข้างนึงก็กุมหน้าผากด้วยความหัวเสียอยู่นาน ฉันจึงตัดสินใจล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาก่อนจะต่อสายตรงหาใครบางคน

        [ ว่า ] ต่อสายยังไม่ถึงนาทีปลายสายก็กดรับ พร้อมลงน้ำเสียงทุ้มลึกติดเย็นชาสุดคุ้นเคยกลับมา

        “ เฮีย

        [ อืม ]

        “ เฮียอยู่ที่คณะมั้ยตอนนี้

        [ อยู่ ทำไม ]

        “ ดาขอติดรถกลับหอด้วยดิ ฉันกรอกเสียงเรียบติดเหนื่อยหน่าย พลางทรุดตัวก้มลงนั่งยองๆกอดเข่าอยู่ข้างรถตัวเอง

        [ แล้วไอ้.. อืม มาเลย ] เหมือนเฮียจะเท้าความหาใครบางคนแต่ฉับพลันก็เปลี่ยนรูปประโยคเป็นตอบรับแทน

        “ รอด้วย ฉันกรอกเสียงตอบ เมื่อหน้าจอขึ้นว่าวางสายแล้วพลันลมหายใจที่อัดอั้นไว้ก็ถูกละบายออกมายกใหญ่

 

        จู่ๆก็รู้สึกเหนื่อยอย่างบอกไม่ถูก..

        ….

        เนิ่นนานตั้งแต่รถเคลื่อนตัวออกจากบริเวณคณะวิศวฯ ยังไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาทั้งฉันแล้วก็เฮียคราม สงสัยอาการนอยด์แดกของฉันมันจะแผ่ไปทั่วรถจนเกิดบรรยากาศกระอักกระอวนที่จะเปิดบทสนทนา

        “ มันไปอยู่ไหน แต่ประเด็นแรกที่ถูกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นจากคนด้านข้างนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่ฉันโคตรจะไม่อยากพูดถึงมาที่สุดในเวลานี้

        “ วันนี้ดามาเอง ฉันตอบเสียงเรียบพลางหันหน้ามองไปนอกกระจก ไม่ได้หันไปเผชิญกับหน้าเย็นๆของเฮียคราม

        “ รถเสีย? ”

        “ ไม่เชิง มันเป็นรอยนิดหน่อย  จะให้เฮียครามรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นขบวนการบูลลี่ฉันได้โดนโค่นล้มทั้งโคตรแน่ แค่ไม่กี่ปีก่อนได้เข้าไปนั่งหน้าสลอนอยู่ในซังเตเพราะข้อหาทำร้ายร่างกายก็น่าปวดหัวจะตายอยู่ละ จะให้เหตุการณ์มันวนลูปกลับไปเหมือนเดิมอย่างเมื่อก่อนนั้นคงไม่ดีเท่าไหร่

        “ แน่ ?  ” ถึงไม่ได้หันไปดูแต่เดาจากน้ำเสียงก็รู็ว่าจับผิดฉันอยู่

        “ แน่

        “ ที่ลือ... เจ้าของเสียงทุ้มลึกเว้นช่วง คำว่า ลือ กระตุกกริมฝีปากฉันให้เม้มเข้าหากัน มือที่วางอยู่บนหน้าตักได้กุมเข้าก่อนจะกำแน่น ภาวนาอย่าให้คำถามต่อไปนี้ไม่ใช่อย่างที่ฉันอยากได้ยินที..

        “ เลิกกับมันแล้ว ? ” ทำไมสิ่งที่ต้องการมันมักจะสวนทางอยู่ตลอด

        “ กำลัง

        “ อืม ไม่อยากมีน้องเขยเป็นเหี้ย

        “ ... ”

        จบประโยคนั้นของเฮียครามเราก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีก ฉันเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรมาก ปล่อยให้ความคิดเหม่อลอยไปกับวิวข้างทาง รู้ตัวอีกทีรถก็เคลื่อนตัวมาหยุดที่หน้าหอแล้ว

        “ ฝากเฮียโทรบอกที่บ้านมาเอารถไปเปลี่ยนสีใหม่ด้วย  ฉันเอ่ยกำชับ ก่อนจะหันมาปลดเข็มขัดนิรภัยออก

        “ อืม ดูแลตัวเอง ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมายีหัวฉันเบาๆ ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งอย่างที่เคยทำประจำก่อนจะผละออกไปกุมพวงมาลัยรถตามเดิม

         ฉันพยักหน้ายกยิ้มรับเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากรถยืนรอให้รถเฮียครามเคลื่อนจนลับตาก่อนจึงจัดการหันหลังขึ้นหอ โดยที่ฉันนั้นหอบหิ้วร่างตัวเองมุ่งหน้าเดินไปขึ้นลิฟท์อย่างเหนื่อยล้า

         การโดนบูลลี่ในแต่ละวันมันไม่ใช่แค่บั่นทอนจิตใจว่ะ แม่งยังลามไปจนร่างกายอีกต่างหาก แค่เรียนมันก็หนักมากพออยู่แล้ว สมองต้องท่องจำนู่นนี่นั่นไปสอบควิชที่มีไม่เว้นแต่ละวันไม่พอ ยังต้องแบ่งมาหัวร้อนพร้อมประสาทเสียกับการกระทำที่ไร้สาระอย่างกับเด็กไม่กี่ขวบของใครก็ไม่รู้อีก

         บางทีฉันก็คิด คือต้องโตมาในครอบครัวแบบไหนถึงมีนิสัยเสียได้ขนาดนี้วะ เสียเพราะเป็นสันดานเดิมจะไม่ว่าแต่นี่เสียเพราะผู้ชาย ดีออกกก ขอร้องเถอะสังคม อยากจะแดกโทรโข่งแล้วจิกหัวมาตะโกนอังหน้าเหลือเกินว่า ถ้าผู้ชายมันจะเอามันไม่ปล่อยให้หล่อนมาทำตัวไร้ค่า ไร้สมอง ไร้ความคิด แบบนี้หรอก ตื่นค่ะตื่น มึงตื่นค่ะอิเวง! ..ทำนองเนี้ย

        แต่ก็อย่างว่าอ่ะ ทำไปแม่งก็ดูเป็นคนเหี้ยอีก ชีวิตจริงก็ได้แต่ตีหน้านิ่งแล้วหัวร้อนอยู่ข้างใน ฉะนั้นก็เล่นฉากตบมโนในหัววนไปนั่นแหละ  ..อีกนัยน์นึงบางทีก็ไม่รู้ด้วยว่าใครกันแน่ที่แกล้งเพราะแต่ละนางนี่วิ่งมากัดซึ่งๆหน้าไม่เป็น ดีแต่ถนัดลอบกัดทีเผลอ

 

        ติ๊ง!

 

        “ เราลืมของไว้ที่ห้องอีกแล้วอ่า อื้ม ฝากเก็บด้วยนะ เซียน

        ในจังหวะที่ประตูลิฟท์เปิดออกประจวบเหมาะกับที่ฉันสาวเท้าเดินออกมา ประโยคสุดท้ายที่ถูกปล่อยออกจากริมฝีปากบางกระจับเรียบสวยเมื่อครู่ที่เอ่ยบอกปลายสายนั้นทำให้ฉันลืมตัวหันไปมองอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ทันได้เห็นหน้าเต็มตาเพราะประตูลิฟท์ได้ปิดลงก่อน ฉันชะงักนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่นึง พลางถอนหายใจมองบนเมื่อประติดประต่ออะไรได้

        สองขาก้าวชิลไปตามทางเดินมุ่งหน้าสู่ห้องของตัวเองอย่างเช่นทุกวัน แต่ดูจะผิดแปลกไปอย่างเดิมตรงที่ยิ่งสาวเท้าก้าวไปจะถึงห้องมากเท่าไหร่ร่างสูงที่ยืนพิงประตูห้องของตัวเองมือข้างนึงล้วงกระเป๋ากางเกงส่วนอีกข้างก็คีบบุหรี่ควันโชยนั่นอยู่ก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นเท่านั้น สีหน้าเบื่อโลกฉันได้แปรเปลี่ยนเป็นเรียบตึงทันทีเมื่อแน่ใจแล้วว่าเป็นใคร

        “ ทำไมไม่รอ ในตอนที่คิดว่าจะเมินแววตาขุ่นมัวที่จดจ้องกันไม่วางตานั่นแล้วเข้าห้องไปเพราะวันนี้มันเหนื่อยเกินพอที่จะเสวนา แต่น้ำเสียงแหบต่ำนั่นก็เอ่ยตรึงฝีเท้าเอาไว้ก่อน

        “ ... ” ก็อย่างที่ว่าวันนี้ฉันกับเขามีเรียนช่วงสายเหมือนกัน แต่เมื่อเช้าฉันชิ่งบึ่งรถตัวเองออกไปก่อนแค่นั้น

        “ ถาม เมื่อไม่ได้คำตอบเสียงทุ้มต่ำก็เค้นอีกรอบ

       “ รอทำไม รอไปก็ได้กลับเอง ฉันตอบน้ำเสียงติดยียวนพลางเลิกคิ้วตวัดจ้องกลับไปไม่แพ้กัน น่าเบื่อฉิบ

       “ ไม่ได้บอกให้กลับเอง

       “ …? " ฉันเลิกคิ้วมองต่ำ ไม่ได้บอกให้กลับเอง? คือไร ทำไม ต้องรอให้ไลน์มาบอกก่อนหรอ ..ไหนความจำเป็น

       “ ก็อย่างที่พูด "

       ....

       “ ชีวิตฉันไม่ได้ว่างพอที่จะมาเดาใจนายว่าวันนี้จะรับผู้หญิงหน้าไหนขึ้นรถหรือเปล่า แล้วฉันต้องกลับด้วยมั้ย ทุกวัน! ..มันไม่ใช่เรื่อง เงียบไปครู่นึงฉันก็กัดฟันตอกกลับอย่างขบเขี้ยวพลางสาดแววตาเหลืออดใส่ผู้ชายตรงหน้าไม่ยั้ง แม่ง..

        “ ... ” เซียนไม่ตอบหรือพูดไม่ออกฉันก็หารู้ไม่ แต่แววตาที่มองกลับมามันโคตรจะว่างเปล่าจนเดาอะไรไม่ถูก

        “ ถ้าจะทำตัวแบบนี้ ก็เลิก แค่นั้น จบ ฉันตัดปัญหาโดยการรวบรัดทุกอย่างที่อยากพูดให้เขาแทน ก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ห้องตัวเอง แต่ก็โดนมือหนาคว้าต้นแขนไว้ซะก่อน

        “ ไม่เลิก เสียงเรียบติดแผ่วเบาแว่วเข้ามาในหู

        “ ไม่เลิกเหี้ยหรือไม่เลิกกัน

        “ อย่างหลัง

        “ แล้วคือจะเหี้ยต่อไปว่างั้นฉันเอ่ยเสียงนิ่ง

        “ เข้าไปคุยกันดีๆ ไม่รอให้ตอบรับแถมยังเบี่ยงประเด็น แรงดึงก็ฉุดแขนฉันเปิดประตูห้องของตัวเองพาเดินเข้าไปเสียดื้อๆ ก้าวเข้ามาได้ไม่ไกลจากประตูนักฉันก็สะบัดแขนออกจากการกอบกุมอย่างแรง

        “ มันควรพอตั้งนานแล้วมั้ยเซียน ฉันเอ่ยเสียงอ่อนเคลื่อบความเหนื่อยล้าไปในประโยคพลางมองไปยังบุคคลตรงหน้านิ่ง เจ้าตัวไม่ตอบแต่เดินไปจี้บุหรี่ที่กระถางต้นไม้เล็กๆที่อยู่ข้างทีวี

        “ พออะไร ร่างสูงวาดตาปรายมามองพร้อมเลิกคิ้ว

        “ ครั้งนี้ไม่ตีเบลอ ขอร้อง ถ้าจะมาอีหรอบเดิมบอกเลยฉันไม่อินด้วย เพราะจริงจังคือจริงจัง

        “ มานั่ง เซียนเบี่ยงประเด็นด้วยการเพยิดคิ้วให้ฉันไปนั่งที่โซฟาข้างๆตัวเอง เมื่อเห็นฉันยังยืนนิ่งเขาก็สาวเท้าถือวิสาสะมาดึงข้อมือให้ไปนั่งด้วยกันถึงแม่ว่าฉันจะพยายามสะบัดออกแค่ไหนก็ตาม

        ปล่อย ฉันกัดฟันเอ่ย พลางปัดมือที่กุมแน่นนี่ให้ออกไป

        “ จะคุยโซฟาหรือคุยบนเตียง ประโยคผีเมื่อครู่เหมือนเป็นตัวดับฤทธิ์ชั้นดี มันทำให้ฉันนิ่งอยู่กับที่ พลางหันไปมองคนด้านข้าง ตาเฉี่ยวคมที่จ้องลึกมานั้นไม่มีความล้อเล่นปนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว...

        จะเลิก ฉันปรายตามองนิ่ง

        “ ไม่เลิก คนตรงหน้าก็จ้องกลับไม่แพ้กัน

        “ เลิก!

        “ ไม่เลิก

        “ ก็บอกว่าเลิกกะ.. !

 

        พรึ่บ!

 

        “ ก็บอกว่าไม่เลิก.. คนตรงหน้าตัดประโยคที่ยังพูดไม่จบของฉันด้วยการโฉบมาคร่อมลงกับเบาะโซฟา ตาฉันเบิกกว้าง ข้อมือสองข้างถูกกดน้ำหนักตรึงไว้กับเบาะนิ่ม แววตาที่วูบไหวด้วยความตื่นตระหนกช้อนขึ้นไปมองไอ้คนห่ามที่กำลังผ่อนปรนลมหายใจรดลงมาราวกับข่มอารมณ์บางอย่าง เซียนจ้องลึกเข้ามาภายในดวงตาฉันไม่ลดละ ใบหน้าที่เคลือบความไม่สบอารมณ์นั่นโน้มลงมาระหว่างใบหูข้างขวา

        “ ลุก ออกไปเดี๋ยวนี้ ฉันเบ้หน้าเมื่อจมูกเริ่มรับรู้ถึงกลิ่นบุหรี่ที่พึ่งสูบหมาดๆจากลมหายใจกรุ่นร้อนที่คลออยู่ข้างแก้ม

        ไม่เลิก คนหน้ามึนยังคงยืนยันคำเดิมตั้งแต่ครั้งแรกที่โดนฉันสาดคำประกาศิตใส่

        “ อย่ามาทำนิสัยกั๊ก ฉันเค้นประโยคพลางดิ้นขลุกขลักเพื่อให้หลุดจากอาณัติบัดซบนี่ แต่ยิ่งขยับมากขึ้นเท่าไหร่ร่างแกร่งก็กดน้ำหนักทาบทับตรึงกายฉันไว้แน่นมากขึ้นเท่านั้น

        “ นมเธอสไลด์อกฉันอยู่ เสียงทุ้มต่ำกระซิบระยะประชิด พลันริมฝีปากเย็นเฉียบก็ขบเข้ากับติ่งหูไปทีนึง นั่นทำให้ฉันนิ่งเกร็งพลางหายใจระแวดระวังมากขึ้น พอนิ่งถึงได้รับรู้ว่ามันเป็นอย่างที่เจ้าตัวบอกจริงๆ สองพวงแก้มได้เกิดความเห่อร้อนขึ้นมาทันที มันทั้งโกรธและอับอาย

        “ อย่ามาเปลี่ยนเรื่อง เลิกก็คือเลิก เลิกกัน แล้วไสหัวออกไปจากตัวฉัน.. กลีบปากบางเผยอร่ายประโยคยาวหากแต่เน้นชัดทุกถ้อยคำเพื่อให้เข้าหูผู้ชายตรงหน้าแล้วหวังว่าเขาจะกลั่นกลองออกมาเป็นประโยคตอบรับไม่ใช่..

        “ ขอปฏิเสธ

        “ มีเหตุผลอะไรที่ต้องกั๊กกันไว้วะถามหน่อย ขอดีเทล เนื้อๆ อย่าไร้แก่นสารไปมากกว่านี้

        ดูเหมือนคำถามฉันคราวนี้จะจี้ใจคนโดนถามไปไม่น้อย เซียนถึงได้ชะงักไป มือใหญ่ที่ตรึงข้อมือฉันไว้เมื่อก่อนหน้านี้ จู่ๆก็คลายออกอย่างฉับพลัน หลังจากนั้นก็เปลี่ยนมาค้ำกับเบาะโซฟาแทน ฉันอาศัยจังหวะที่มือเป็นอิสระเลยจัดการดันกับเบาะเพื่อที่จะลุกขึ้นนั่งแต่มือข้างนึงกลับควานไปโดนอะไรบางอย่างที่อยู่ในซอกของโซฟา กะจะชักกลับแต่มันดันเกี่ยวสิ่งนั้นออกมาด้วย

 

        พรึ่บ!

 

         “ …! ” ฉันนิ่งอึ้ง จีสตริงสีแดงสดลายลูกไม้ที่เกี่ยวมากับนิ้วมือทำเอาพูดไม่ออก พลันในหัวกลับผุดประโยคนึงที่ได้ยินก่อนหน้านั้นมาสดๆร้อนๆ

 

          เราลืม ของ ไว้ที่ห้องอีกแล้วอ่า อื้ม ฝากเก็บด้วยนะ เซียน

 

          เพี๊ยะ!

 

         รู้ตัวอีกทีมือซ้ายก็ตวัดไปฉาบกับผิวหน้าร่างสูงเสียงดังสนั่น ใบหน้าหล่อเหลาหันไปตามแรงตบ ฉับพลันฉันก็รีบใช้โอกาสที่เจ้าตัวเผลอยกฝ่าเท้าขุนแรงทั้งหมดที่มีถีบหน้าท้องไอ้คนเห็นแก่ตัวนี่ออกโดยไว ก่อนจะผุดลุกออกจากโซฟาไปยืนให้ห่างจากตรงนี้ให้มากที่สุด เซียนลงไปกองกับพื้นพลางกุมหน้าท้อง เรียวลิ้นตวัดไล้ไปดุนที่มุมปากเนื่องจากมีเลือดซิบ

        “ เหี้ยได้อีก! ฉันตวาดลั่นพร้อมปาสิ่งที่น่าขยะแขยงนี่ใส่คนบนพื้นด้วยอารมณ์ที่เกรี้ยวกราดสุดขีด

        “ เจ็บสัส! เขาสบถพลางใช้มือปราดเลือดที่มุมปาก

        “ เออ! นี่ก็เจ็บเหมือนกัน!  ฉันตะโกนทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะหันหลังสาวเท้ายาวๆเดินออกมาจากจุดนั้นโดยไว ออกมาจากห้อง ออกมาจากทุกอย่างที่เป็นอยู่ พอ พูดได้คำเดียวเลยว่าพอ พอแค่นี้ จบ!

 

         ปัง!

 

        เมื่อเดินมาถึงห้องตัวเองฉันก็ปิดประตูดังลั่นตามสกิลอารมณ์ในเวลานี้ ร่างกายที่หนักอึ้งทรุดลงนั่งพิงกับบานประตูอย่างคนหมดแรง ทุกอย่างที่ฉันทนมาตลอดหลายสัปดาห์มันได้ระบายออกมาในลักษณะน้ำใสๆที่เริ่มกระหน่ำอาบแก้มไม่หยุด นั่นยิ่งตอกย้ำความรู้สึกบัดซบนี่มากยิ่งขึ้นไปอีก ในอกมันตึงพร้อมหน่วงแปลกๆ โคตรเหนื่อยเลยว่ะ.. ไม่ชอบแบบนี้เลย มันกลับมาเป็นแบบนี้อีกแล้ว แม่ง..

        แต่สิ่งนึงที่ฉันได้จากการตัดสินใจจบความสัมพันธ์แบบนี้ก็คือ ฉันจะไม่มีวันเป็นตัวเลือกของใคร เพราะถ้าเขาไม่รู้จักพอ เขาก็ไม่สมควรที่จะเข้ามาอยู่ในชีวิต ถึงจะกลับไปฟังเหตุผลล้านแปดในห้องนั้นตอนนี้มันก็ฟังไม่ขึ้น มันไม่ใช่ข้ออ้าง มันคือคำพูดของคนเห็นแก่ตัว..

        เลิกกันตอนนี้มันดีแล้ว ก่อนที่ชีวิตฉันจะชินกับการที่มีเขามากไปกว่านี้

 


LOADING 100%


        



_____________________________

ปล. อ่านแล้วอย่าลืมเมนต์นะ ต้องไม่ลืมนะ อย่าลืมเชียวนะ5555
คอมเมนต์+กดให้กำลังใจ
 คือของหวานและแรงอัปของพรี่
_____________________________






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.291K ครั้ง

422 ความคิดเห็น

  1. #7435 Kaoztt (@Kaoztt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 23:04
    เซียนแม่งงงงงงง
    #7435
    0
  2. #7426 chaompph (@JINDARAT85) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 15:28
    ฮืออน้ำตาคลอเบ้าแล้วว
    #7426
    0
  3. #7407 150221 (@150221) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 08:46
    ผู้ชายแบบเซียนมีเยอะ
    #7407
    0
  4. #7400 akara_kirami (@akara_kirami) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 01:12
    แก๊งนางนี่เผ็ชจริงๆ แต่อันดาเข้มแข็งมาก
    #7400
    0
  5. #7280 dream4try (@dream4try) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 18:44
    บาย~คนเ-้ย
    #7280
    0
  6. #7150 Zsmm16634 (@M17165) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:23
    เจน5555555555
    #7150
    0
  7. #6535 Got7fh05 (@Got7fh05) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 21:13
    น้ำตาคลอเบาๆๆๆๆๆ. ฮืออออออ
    #6535
    0
  8. #6359 มินชูก้า (@naphatsara7) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 21:01
    เ-้ยว่ะ
    #6359
    0
  9. #6050 OctoberChopin (@OctoberChopin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:42
    ㅡ ㅓ추
    ㅣ패.
    ㅌ’

    ㅇ
    ㅍ. ㅑ.¥. ㅓ

    2.
    ‘ㅓ
    #6050
    0
  10. #5961 Phornkamon (@Berriest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 08:50
    ซูฮก อันดาไปเลย
    #5961
    0
  11. #5863 BonanzaBow (@BonanzaBow) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 20:50
    อีเซียน
    #5863
    0
  12. #5681 Praewwan_ (@ppepraewwan) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กันยายน 2561 / 19:03
    แงงง ดา กอดดด เข้มแข็งมากเลยย
    #5681
    0
  13. #5627 yo254288 (@yo254288) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 14:52
    หน่วงชิบบ
    #5627
    0
  14. #5566 ploydedu (@ploydedu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 16:53

    เฮ้ออออ สงสารอันดา

    #5566
    0
  15. #5181 เปีย จะบอก (@abcshock) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 08:27
    บางทีก็คิดพระเอกไม่จำเป็นต้องมีก็ได้นะ บางที
    #5181
    0
  16. #4972 ♡พี่นัตตี้♡ (@ty094655336) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 00:39
    งื้อออออ
    #4972
    0
  17. #4957 jaywalker (@jaywalker) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 22:49
    โอ้ยยย กูชอบแก๊งนี้5555 โทษทีตีนลั่น
    #4957
    0
  18. #4954 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 18:27
    เ-้ยดีๆนี่เอง
    #4954
    0
  19. #4860 nnnnnn7777 (@nnnnnn7777) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 00:19
    สงสารอ่ะ
    #4860
    0
  20. #4397 Darkmate (@Darkmate) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2561 / 18:27
    โอ้ยยยยสงสารนางเอก
    #4397
    0
  21. #4310 ๋J__N__T___ (@jigsaw2048) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2561 / 13:18
    อยากจะด่าว่าชั่วมากกกเซียน แต่ก็กลัวว่าเซียนจะมีเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้
    #4310
    0
  22. #4100 DonllaR (@emmy369) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 23:23
    คืองงใจ หมาหวงก้างอ่อเซียน ฮึ่ยยยย
    #4100
    0
  23. #4091 space_NPW (@space_NPW) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 20:02
    หน่วงไปอีกกกกก แค่อ่านก็เหนื่อยแทนแล้วอ่าาาาาฮือออออ
    #4091
    0
  24. #4082 YNWAL (@dadayokE6) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 05:05
    เจ็บโครตตตต
    #4082
    0
  25. #4078 love-seongwoo (@love-seongwoo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 21:55
    เซียนแม่งเลิกกันเหอะถ้าจะเี้ยขนาดนี้
    #4078
    0