❖ CHICANE วอนอยากรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 607,863 Views

  • 7,441 Comments

  • 13,570 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,374

    Overall
    607,863

ตอนที่ 10 : ❖ CHICANE วอนอยากรัก EPISODE.09 ' เสี่ยง ' ต่อใจ 3 {100%}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2229 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61


EPISODE.09

     

ANDA S’ SAY

 

        จะเป็นแบบนี้อีกนานมั้ย ?

        ไอ้น้ำใสๆนี่จะให้ไหลอีกกี่วัน ?

        คนพันธุ์นั้นควรแล้วหรอที่จะให้ค่า ?

        ถ้าทำแล้วระดับชีวิตไม่สูงขึ้นยังถดถอยอยู่ที่เดิมมึงก็ลุก

        แล้วเดินออกไปจากจุดนี้ ดึงสติตัวเองหน่อย

        สมควรแล้วหรอที่จะจมปรัก ?  ..ไร้สาระว่ะ

        ชีวิตนี้มึงชั่งแม่งมาแล้วกี่ครั้งวะ ช่างแม่งอีกสักรอบจะเป็นไรไป

        น้ำตา ความเสียใจ เรื่องห่าเหวทุกอย่างที่ทำให้มึงเหนื่อย

        สลัดออกให้หมด เพราะสิ่งที่มึงต้องมีก็คือสติและสตรอง

 

        ตี้ดๆ ตี้ดๆ!

 

        เสียงนาฬิกาปลุกตรงหัวเตียงลั่นดังไปทั่วห้องเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ ฉันละสายตาจากเพดานก่อนจะเอนตัวลุกขึ้นไปกดปุ่มปิด ที่จริงก็ตื่นตั้งนานแล้วแหละ แต่ร่างกายมันยังคงตรึงอยู่กับเตียง ตามองเพดานและปล่อยความคิดไปเรื่อยเปื่อย... 

        สักพักนึงจึงตัดสินใจลุกออกจากเตียง อย่างที่เสียงในหัวฉันก่นบอกเมื่อครู่ ทำแบบนี้ไปชีวิตมันก็ไม่ได้ยกระดับคุณภาพให้ดีขึ้นเลยสักนิด ลังแต่จะเสียสุขภาพจิตรเปล่าๆ เสียใจฉันก็แค่ร้องไห้ เหนื่อยมากฉันก็แค่ท้อ ตามกลไกอารมณ์ที่ควรจะเป็น แต่ทุกอย่างมันก็ต้องมีขีดจำกัดของคำว่าพอ หยุด เกินลิมิทแล้ว เสียเวลากับสิ่งนี้มากเกินไปแล้ว และต้องดึงสติตัวเองหน่อย

 

        ‘ อีกอย่าง ก็ขอให้นึกไว้เสมอว่า สองมือที่คอยเช็ดน้ำตาเวลาร้องไห้ได้เร็วที่สุดก็คือ สองมือของเราเอง...

 

        Rrrrr

 

        ในระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำไปนั้น พลันเสียงโทรศัพท์ก็ดังขัดขึ้นเสียก่อนเลยต้องวกกลับออกมารับ ส่วนปลายสายก็อิเจนนั่นแหละ

        “ ว่าไงแรดตัวที่หนึ่ง ฉันกรอกรับเสียงใส

        [ อ้าว มึงกลับมาแล้วหรอ ] คำตอบที่ได้ทำฉันย่นคิ้ว

        “ กลับอะไร กูไปไหน ? ” 

        [ เห็นย้ายบ้านไปอยู่ซอยคนเฮิร์ทตั้งนาน ]

        “ คือแซวแล้วโบท็อกที่หน้ามึงจะเบาลงงี้อ่อ ? ” ฉันว่าพลางกรอกตา ก่อนจะใช้ไหล่หนีบมือถือไว้กับแก้มแล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ใช้มือควานเอาชุดนักศึกษาออกมาวางบนเตียงเพื่อเตรียมไว้รอ

        [ ขุ่นพระ.. ปากส้นตีนแบบนี้ กรี๊ดดด! อันดาอิสคัมแบคจ้า ] แทนที่เจ้าแม่ขาวีนจะหัวร้อนโวยวายเหมือนอย่างเคย แต่มันกลับกรี๊ดลั่นเข้ามาในสายจนฉันต้องดึงมือถือออกจากหู เพราะเสียงแม่งแสบสะบัด

        “ เวอร์! แล้วนี่โทรมามีไร

        [ กูจะบอกว่าเซยกคลาสค่ะมึ๊งงง ผีมาก ]

        “ มึงรู้ได้ไง อีกตั้งชั่วโมงกว่าจะเริ่มคลาส ฉันขมวดคิ้วพร้อมกับหันไปมองนาฬิกาข้างหัวเตียง

        [ กูมาก่อนไง ละเจอเจ๊แกพอดี แต่ที่โทรมาคือจะบอกเง้เว้ย มึงออกมาก่อน มาติวกัน ]

        “ ติว? ที่ไหน

        [ ยังหาที่ไม่ได้ แต่ก็น่าจะมีแหละ มึงออกมาที่มอเลย ]

 

        ติ๊ด!

 

        ขอยาดเกลียดอีนิสัยไปตายเอาดาบหน้ามันได้มั้ย ผีปุ๊บปั๊บเข้าสิงเป็นว่าเล่น ฉันย่นคิ้วก่อนจะกดปิดหน้าจอแล้วโยนมือถือลงที่เตียง จะว่าไปแล้วไปติวก็ดีเหมือนกัน ช่วงนี้คะแนนเก็บจากการสอบควิชฉันคืออยู่ในระดับที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากถึงมากที่สุดเลยว่ะ อีกหน่อยคงไม่แคล้วได้จ๊ะเอ๋กับเอฟ

        อีกอย่างเวลาเรียนก็ไม่ค่อยจะมีสมาธิมากเท่าที่ควร.. ฉันเป็นคนที่เวลานอยด์แดกหรือถ้าไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้วคือเทเลยอ่ะ โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านมานี่แหละ ส่งผลเสียสุดก็แลดูจะเป็นการเรียน ซึ่งฉันเองก็ไม่อยากปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปหรอก และไม่ควรจะเป็นแบบนี้ด้วยซ้ำ ถึงจะไม่ได้อะไรกับคะแนนมากแต่ก็ใช่ว่าจะต้องดิ่งมันทุกครั้งเวลาสอบ เดี๋ยวพอตัดเกรดได้พาลฉิบหายเอา สติมาค่ะ!

 

@มหาลัย

 

        ที่บอกว่าออกมาติวนั้น

        .

        .

        .

        “ มึง มุมนี้ได้ๆ

        อิเจนนี่ว่าพลางก้มลงไปเขียนตัวอักษรภาษาญี่ปุ่นอย่างขมักเขม้นพร้อมด้วยสกิลการขยับแว่นให้ดูเหมือนเด็กเนิร์ด ใบหน้าเอียงทำมุมให้ได้องศา หน้าตาให้ดูธรรมชาติที่สุดก่อนจะ...

 

        แชะ!

 

        ถ่ายรูป...

 

        “ ได้ยังวะ อีเป้ผู้ทำหน้าที่เป็นตากล้องจำเป็นยื่นหน้าจอให้นางแบบดู

        “ อ้วนว่ะมึง มุมนี้ไม่ได้ๆ ว่าจบก็ยื่นกล้องให้ใหม่

        “ เอ้าอีนี่ มุมมึงหรือมุมกูคะอิผี กูหมอบถ่ายก็แล้ว มุมสูงก็แล้ว มุมต่ำก็แล้ว โปรยใบไม้ก็แล้ว จัดแสงก็แล้ว เหลือแต่ไต่เพดานขึ้นไปถ่ายให้มึงเนี่ยที่ยังไม่ทำ ฮ้อลล์ อิเว๊ร!

        “ มึงจะไต่เพดานทำมะเขือไร โดรนก็มี คนถูกด่าไม่วายได้หันไปขมวดคิ้วเถียง ...อิเจนมึง

        “ โอ้ยเจน ทำไมกูต้องมีเพื่อนเป็นชะนีสปีชีส์แบบมึง โอ้ยตาย อกอิแป้นเหล่าอิปูชู้อิปิ่นซิ่มอิแป๋ว จะแตก! เห็นดังนั้นอิเป้ก็ใช้มือกุมขมับมองบนอย่างหน่ายๆพลางทิ้งตัวลงนั่งโซฟาเดี่ยวตัวข้างกันกับอิเมี่ยงอย่างมีจริต

        “ ก็ถ่ายแล้วมันอ้วนอ่ะ... เจนนี่หน้างอ

        “ เอว 26 อก 35 หนัก 47 พูดว่าอ้วนอีกคำกูตบปากแตก มือที่ใช้กุมขมับเมื่อครู่ของอิเป้ได้ยกขึ้นมาแบกว้างทำท่าจะตบอย่างที่ปากว่า

        อีเป้ อิสัส ผอมแค่ไหนถ้ามุมไม่ได้กูก็ดูอ้วน!

        “ อ๊อย! งั้นถ้าตั้งโฟกัสไว้ตั้งแต่อีสานตอนใต้แล้วมึงนั่งอยู่ตรงนี้ซูมมาไกลแค่ไหน ถ้ามึงอ้วน! ถ่ายยังไงก็คือมึงอ้วน! มาถึงประโยคนี้ฉันก็เกือบหลุดขำ ในกลุ่มเพื่อนเวลาถ่ายรูปนี่แม่งต้องมีคนนึงแหละที่โคตรจะเยอะสิ่ง อย่างอิเจนเป็นต้น แสงไม่ได้ มุมไม่ได้ อ้วนไม่ได้ ดำไม่ได้ สุดท้าย.. ดีออก ไม่ได้สักรูป!

        “ ทะ...ทำไมเธอต้องเก้วกาดใส่เรา อิเจนว่า พลางใช้มือทาบอกด้วยสีหน้าที่หวืดระดับสิบ

        “ เดี๊ยวเหอะมึง อย่าให้ตุ๊ดได้พ่นไฟ ช่วงนี้ผู้ชายยิ่งไม่ตกถึงท้อง ว่าจบชีเป้ก็สะบัดผมในจินตนาการอย่างเชิ่ดๆใส่เจ้าของประโยคอย่างคนหัวร้อน

        “ ของขาด ก็เลยตกมันงี้ อิเมี่ยงหันไปแซว

        “ เออ นี่ก็ว่าจะตกผู้แถวนี้กลับไปกินที่บ้านอยู่เหมือนกัน นอกจากจะไม่สะท้านคำด่าแล้วอิเป้ยังมีความแลบลิ้นเลียปากแล้วมองผ่านกระจกจากร้านทะลุออกไปยังลานกว้างของคณะวิศวฯ เออจ้า พอคิดมาถึงตรงนี้ ตายเอาดาบหน้าของอิเจนก็คือมานั่งติวที่ร้านกาแฟข้างลานเกียร์เนี่ยแหละ เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฉันโคตรเลี่ยงจะย่างกรายเข้ามาขั้นสุดเลย

        “ ลากไปกินในน้ำ ไม่ใช่ตกกลับไปกินที่บ้าน เหมือนมึงสับสน อิเจนคว่ำปากก่อนจะปรายตาไปแซะ นั่นทำให้คนที่นั่งเท้าคางมองเหยื่อถึงกับศอกที่ค้ำไว้ไหลตกพรืด

        “ สาระแน !

        “ โวยยย พวกมึงจะกัดกันเพื่อ ฮัลโหล ไทป์หลักคือมาติว ฉันโพล่งปรามขึ้นหลังจากนั่งมองเพื่อนออกทะเลไปดาวผู้ชายอยู่นาน

        “ ติวจนกูจะอ้วกออกมาเป็นโครงสร้างประโยคละเนี่ย อีกหน่อยจะบรรลุโสดาบัน ติวกลุ่มนี่แม่งดี อยู่คนเดียวแล้วกูทำทุกอย่าง ยกเว้นอ่านหนังสืออ่ะ  ”               

        อิเจนละสายตาจากภาพเบื้องหน้าหันมายกยิ้มตอบ นั่นทำให้ฉันขมวดคิ้วครุ่นคิด จะว่าไปเราก็ติวมาสามชั่วโมงแล้วอ่ะเนอะ แต่ถูกของมันอยู่อย่างก็คือ ติวแบบกลุ่มมันก็โอเคสำหรับพวกเราจริงๆ ใกล้สอบทีไร ทุกอย่างมันดูน่าทำหมดเลยยกเว้นอ่านหนังสือ บางวันตั้งใจไว้แล้วจะต้องอ่าน แต่ก็แค่เอามากองไว้ตรงหน้าแล้วนั่งถอนหายใจพร้อมจ้องราวกับมองแล้วมันจะซึมผ่านม่านตาแล้วไหลเข้าสู่สมอง ซึ่งฉันเองก็ไม่คิดว่าเซนเซจะเอาหน้าปกหนังสือมาออกข้อสอบหรอก

        “ เออจะว่าไป... มุมปากที่ยกยิ้มเมื่อครู่ของเจนนี่ได้หุบลงฉับพลันเมื่อวาดตามามองที่ฉัน

        “ ? ” นั่นทำให้ฉันเลิกคิ้ว

        “ มึงโอเคขึ้นแน่แล้วใช่มั้ย คำถามของเจนนี่ไม่ได้ยากหรือซับซ้อนขนาดที่ฉันจะไม่รู้สิ่งที่สื่อผ่านแววตาและน้ำเสียงที่ดูห่วงใยของเพื่อน ซึ่งอิเมี่ยงกับอิเป้ที่หันมามองตามสายตาเจนนี่ก็ไม่ต่างกัน

        “ อืม จิ๊บจ๊อยว่ะ ฉันตอบพลางคลี่ยิ้มพร้อมไหวไหล่อย่างไม่คิดอะไรมาก และหากจะคิดอะไร ฉันก็ไม่อยากให้เพื่อนมาทุกข์ด้วยมากไปกว่านี้แล้วล่ะ พวกนี้มันโกรธ หัวร้อน เสียใจ เศร้า หรือแม้แต่ร้องไห้พร้อมกับฉันมามากเกินไป ฉันสิที่ต้องเฟดตัวเองออกมาจากอะไรแบบนี้แล้วยิ้มไปกับพวกมันจะดีกว่า

        “ ไม่เป็นไรนะมึง รสชาติชีวิตทั้งนั้น ถึงรสชาติมันจะเหี้ยทำมึงสากลิ้นแต่แม่งก็คือรสชาติชีวิต สตรองค่ะซิส! ยังมีผู้ชายอีกมากที่พร้อมจะดาหน้าเข้ามาหามึงค่า เชิ่ด! อิเป้เอ่ยให้กำลังใจด้วยการเชิ่ดหน้าอย่างมาดมั่น นั่นสิ รสชาติชีวิตทั้งนั้น เปรี้ยว หวาน เผ็ด เค็ม เกิดมามันต้องได้ลองครบทุกรสอยู่แล้ว เพิ่มรสเหี้ยเข้าไปอีกก็ถือว่าเป็นการเรียนรู้ไป  เรียนรู้ที่จะเข็ด เรียนรู้ที่จะจำ เรียนรู้ว่าหากไม่ชอบเมื่อเจอมันแล้วจะทำยังไง ส่วนในประโยคหลังที่อิเป้ว่านั้น...

        “ โอย อิดอก คำว่าเข็ดสาบานว่าอยู่อันอับหนึ่งในหมวดพจนานุกรมสมองกูตอนนี้เลยแมะบางที ฉันโพล่งขึ้นอย่างสุดขยาด มันทั้งเข็ด ทั้งน่าเบื่อ ถ้ามันเป็นใครก็ได้ป่านนี้ฉันมีหลัวไม่ซ้ำหน้าอย่างกับถาดพิซซ่าแล้วมั้ง ยืนอยู่ในจุดที่ตัวเองสบายใจคือนิพพานแล้วขอร้อง

        “ รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังต้องขอลองไงเพื่อน มึงจะวนลูปกางปีกบินขึ้นไปกกตัวบนคานตลอดไปไม่ได๊ อิเจนนี่เอ่ยแย้งเสียงสูง

        “ ลองแล้วเป็นไงอ่ะ มึงก็เห็น อิเมี่ยงเลิกคิ้ว

        อ่ะอันนี้กูไม่เถียงก็ได้

        “ พอๆ เปลี่ยนหัวข้อฝอย กูไม่อยากอิน ฉันเอ่ยอย่างตัดรำคาญ

        หลังจากนั้นเราก็นั่งเม้าท์สัพเพเหระกันไปเรื่อยก่อนจะทยอยกลับทีละคน ซึ่งเหลือฉันเป็นคนสุดท้ายที่ยังคงนั่งอยู่ในร้านต่อเพราะอยากจะอ่านเพิ่มอีกนิดหน่อย ขืนกลับไปอ่านที่หอมีหวังได้ฟุ้งซ่านไม่เป็นอันจะยัดความรู้เข้าสมอง ไหนจะซีรี่ย์เกาหลีเอย ซีรี่ย์ฝรั่งเอย ละครเอย เกมส์อีก สอบทีไรแม่งผุดออกมาใหม่ยั่วกูจริ๊ง ฉะนั้น กลับหอไม่ได้เด็ดขาด โกยอ่านอยู่ที่นี่ทั้งในตอนที่ขยันและดีดๆนี่แหละ

 

        กริ๊ง

 

        ประตูร้านได้ถูกผลักเข้ามาเป็นครั้งแรกหลังจากที่ลูกค้าบางตาลงมากจนแทบนับจำนวนได้ และจุดที่ฉันนั่งอยู่มันค่อนข้างที่จะใกล้ประตูเลยสะดุ้งนิดหน่อยเพราะประตูโดนผลักเข้ามาแรงมาก ทำให้ฉันอดย่นคิ้วช้อนตาขึ้นไปมองคนมาใหม่อย่างเสียไม่ได้

        แต่ก็ค้นพบว่าตัวเองนั้นคิดผิดมหันต์ที่หันไปมอง เพราะชั่ววินาทีนึงบุคคลที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์ขาดเข่าสีเข้มพิงกับเคาท์เตอร์อยู่นั้นทันทีที่สั่งออเดอร์เสร็จแววตาคมกริบที่ตวัดกลับมานั้นสบเข้ากับตาฉันพอดี...

        เซียนชะงักนิดหน่อยเมื่อเห็นฉัน ซึ่งทางนี้เองก็ไม่ต่างกัน ฉันชักสายตากลับมาสนใจเนื้อหาในหนังสือต่อทันทีโดยไว แต่ดูท่าสมาธิจะเตลิดไปกับแววตาวูบไหวที่กระหน่ำรัวมาในตอนที่สบกันซะได้ ฉันถอนหายใจนิ่ง ก่อนจะตัดสินใจเก็บสมุดหนังสือลงกระเป๋าสะพาย เพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะโดนจ้องอยู่ตลอดเวลาจนไม่เป็นอันทำอะไร

        เมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็ไม่รอช้าที่จะผุดลุกแล้วรีบสาวเท้าเดินออกมาจากร้าน แต่เวรกรรมเถอะ ขาก้าวพ้นประตูร้านปุ้บเม็ดน้ำฝนจากฟ้าก็รินไหลลงมาเป็นสาย ก่อนจะกระหน่ำแรงขึ้นระดับนึงราวกับจงใจแกล้งกันซะนี่ แล้วถ้าเกิดฝ่าไปมีหวังหนังสือกับชีทในกระเป๋าได้เปื่อยแน่

        “ อ่ะ จังหวะนั้น จู่ๆก็มีถุงใบใหญ่ถูกยื่นมาต่อหน้า ฉันขมวดคิ้วก่อนจะลากสายตามองตั้งแต่มือที่ยืนมาไปจนถึง...

        “… ” ฉันนิ่งเงียบเมื่อเห็นแค่เสี้ยวหน้าก็ชักสายตากลับก่อนจะมองตรงอย่างเดิม แววตาใคร่สงสัยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

        “ เอาไปใส่ เดี๋ยวหนังสือก็เปียก ถึงจะรู้ว่าโดนเมิน แต่คนข้างๆก็ยังคงดึงดันยื่นมันมาให้

        “ … ” ใบหน้าเรียบตึงยังคงไม่ปริปากอะไรราวกับรอบตัวมีแค่ตัวเองหาได้มี..คนอื่น

        “ แค่หน้ากัน.. ยังมองไม่ได้เลยหรอ น้ำเสียงทุ้มลึกแฝงกลิ่นอายของความเศร้าที่เอ่ยออกมาทำให้สีหน้าฉันยิ่งนิ่งสงบ น้ำเสียง แววตา ความตัดพ้อที่ฉันเคลื่อบเอ่ยกับนายวันนั้นมันดิ่งลึกยิ่งกว่านี้อีกเซียน..

        “ ... ” ถ้าฝนไม่เป็นอุปสรรค โอกาสที่ผู้ชายข้างๆนี้จะได้ปริปากพูดกับฉันบอกเลยว่าน้อยนิด ขนาดหน้าเขาฉันยังไม่มองมาเกือบเดือน และคงไม่มีความรู้สึกที่อยากจะมองอีก หรือหากจะมอง.. โกรธ เกลียด ว่างเปล่า ผู้ชายคนนี้ควรได้รับสายตาแบบไหนจากฉันดี ?

        “ แม่ง...

 

        พรึ่บ!

 

        จบคำสบถหยาบในลำคอด้วยน้ำเสียงแผ่วนั่นแล้ว ฉับพลันจู่ๆก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างโฉบมาคลุมที่หัว ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะใช้มือดึงลงมาดูปรากฏว่ามันเป็นเสื้อช็อปสีกรมท่าตัวโต และไม่ทันได้เอ่ยแย้งอะไร เจ้าของเสื้อก็ได้วิ่งฝ่าสายฝนออกไปแล้ว…

        ต้องการอะไรจากชีวิตฉันอีกวะเซียน...



 สามอาทิตย์ที่แล้ว

  SIAN S’ SAY

 

        Rrrrr

 

        เสียงริงโทนโทรศัพท์ที่ดังไกลมาถึงห้องครัวทำให้ผมรีบเทน้ำจากเหยือกที่ถือค้างไว้ใส่แก้ว ก่อนจะเดินออกมาตามเสียงปลายสายที่เริ่มได้ยินชัดเจนขึ้น ถึงอยากจะรีบไปรับสายแต่แผลช้ำที่หน้าท้องก็ทำให้เคลื่อนไหวอย่างยากลำบาก

        “ อืม ว่า ทันที่เดินมาถึงโซฟาซึ่งเป็นจุดที่วางมือถือทิ้งไว้ ฝ่ามือก็ไม่รอช้าที่จะคว้ามารับสายพลางกรอกเสียงลงไป

        [ ไงสัส ศาลา 4 สวด 3 วัน วัดดอนป้ะ? ] เป็นไอ้เก๋าที่โทรมา ส่วนรูปประโยคคำถามสุดกวนประสาทนี่ก็ได้ทำให้เงื้อมมือผมบีบแก้วน้ำที่ถือไว้อยู่แน่น

        “ จองไว้เผาญาติมึงโน่น ผมตอกกลับอย่างฉุนเฉียว

        [ เผาญาติกู มึงจองคิวต่อเลยงั้น ]

        “ ตลก โทรมามีส้นตีนไร  ผมเอ่ยตัดรำคาญ พลางสาวเท้าเดินไปนั่งที่โซฟา วางแก้วลงตรงโต๊ะกระจกด้านหน้าก่อนจะโยนเม็ดยาแก้ปวดเข้าปากตามด้วยการดื่มน้ำเปล่าที่ถือมาเมื่อครู่ตามเข้าไป

        [ หูยยย มึงพูดกับบุลคลที่ช่วยมึงหลังจากโดนกระทืบแบบนี้หรอเซียน ไอ้ห่า เป็นแย่ๆว่ะ ] ปรายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อที่คนฟังอย่างผมได้ยินแล้วรู้สึกเอือมระอามากกว่าจะรู้สึกผิดที่ด่ามัน

        “ ได้ข่าวมึงวิ่งมาแล้วเป็นลมล้มหัวฟาดพื้นตอนเห็นเลือดกู ไอ้สัส ผมประท้วงกลับอย่างหมั่นไส้ หลังจากที่เฮียครามกับเฮียภาคเดินออกไป ผมก็โทรหาไอ้พวกนั้น ซึ่งไอ้เก๋ามันวิ่งมาดูคนแรกแล้วก็ล้มพรืดลงไปกองกับพื้นก่อนเพราะแม่งกลัวเลือด

        [ กูช็อกไง รับสภาพเพื่อนไม่ได้ จะเป็นลม กลัวเลือดอะไร ไม่มี๊! ]

        “ ก็เอาที่มึงสบายใจ... ผมส่ายหน้าเล็กน้อย

        [ สบายใจห่าไร แล้วนี่มึงจะมาเรียนตอนไหนไอ้เหี้ย ขาดนานขนาดนี้มึงจะรอซิ่วอีกปีไง๊ ] 

        “ พรุ่งนี้  ผมเอ่ยตอบสั้นๆ

        [ แน่? หายดียัง มึงอยากสั่งเสียมั้ย ] ไอ้คำพูดที่ดูจะเป็นห่วงแต่จนแล้วจนรอดแม่งก็แฝงการสะกิดบาทามาเหมือนเดิมนี่มัน..

        “ ยังไกลหัวใจ

        [ ปากดี ช้ำที่กายแต่ระบมที่ใจ กูรู้ มึงอย่ามา ]

        “ ไม่เสือก

        เอ่ยแค่นั้นผมก็ชิงตัดสายมันไปก่อน ขืนรับต่อมีหวังหูชาเพราะเสียงโวยผสมความขี้บ่นของมันเป็นแน่ ฉับพลันแววตาเหนื่อยอ่อนที่เคลื่อบติดอยู่ที่ม่านตาเมื่อครู่ก็ได้สลายไปเมื่อตวัดไปมองของสิ่งนึงที่โผล่พ้นซอกใต้โซฟาข้างๆฝ่าเท้า

       พลันแววตาก็วาวโรจน์ผสมฉุน ก่อนจะเอื้อมมือลงไปพร้อมกับใช้สองนิ้วคีบมันขึ้นมากำแน่นจมลึกเข้ากับฝ่ามือด้วยความรู้สึกกรุ่นโกรธ...

        ….

        สองมือควงพวงมาลัยเลี้ยวเข้ามายังซอยแห่งหนึ่งของบ้านจัดสรรขนาดโอ่อ่าที่เรียงรายกัน เมื่อรถเคลื่อนตัวมาหยุดยังหน้าบ้านหลังหนึ่งประตูบ้านก็เปิดออกโดยอัตโนมัติ ผมไม่รอช้าที่จะบึ่งเข้าไปจอดในบริเวณโรงรถ ฉับพลันก็ดับเครื่องยนต์ก่อนจะหันไปคว้าสิ่งที่ถือมาด้วยโดยไว พร้อมกับปลดล็อคประตูออกแล้วจัดการสาวเท้าเดินเข้าไปในตัวบ้านด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวสุดขีด

        “ อ้าวอาตี๋ ลื้อกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทันทีที่พาตัวเองเดินเข้าไปถึงกลางตัวบ้านบุคคลที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ที่ห้องรับแขกก็ขานเรียก

        “ ไว้ก่อนป๊า มันอยู่ไหน ผมตอบไม่ตรงคำถามแต่เลือกที่จะหันไปถามผู้เป็นพ่อด้วยท่าทีร้อนรนกลับแทน ใช่ บุคคลที่นั่งหน้าเคร่งอยู่ที่โซฟาหรูนั่นคือพ่อผมเองหรือที่เรียกว่าป๊า ส่วนที่ยืนอยู่ตอนนี้ก็บ้านผม แต่มันไม่ใช่ประเด็นในตอนนี้

        “ มันไหน? แล้วนี่ทำไมลื้อไม่ไปเรียน จากที่นั่งหน้าขรึมอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่ป๊าก็เดินไขว่หลังตรงมาที่ผมพร้อมด้วยการสาดเครื่องหมายคำถามที่สื่อออกมาจากการขมวดคิ้วจ้องมองมานิ่ง

        “ แล้วทำไมป๊าไม่ไปทำงาน ผมยอกย้อนด้วยการถามกลับหากแต่สายตาก็ไม่ได้มองยังคนด้านข้างแต่กราดส่องไปทั่วบ้านเพื่อหาใครบางคน

        “ ไอ่หยา! ไอ้เด็กนี่! อั๊วะถามลื้อก่อนนา ไม่รอฟังเสียงบ่นของคนแก่ ผมก็ตีเบลอเดินผ่านไป

        “ ป๊า มันอยู่ไหน ผมย่นคิ้วเอ่ยถามเสียงเรียบอีกรอบ พลางชะโงกมองรอบบ้านไปทั่ว

        “ มันนี่มันไหน มาถึงลื้อก็ถามหาแต่มัน บ้านอั๊วะไม่มีคนชื่อมัน

        “ ก็มันอ่ะ! ได้ยินดังนั้นผมก็ตะโกนหน้ายู่อย่างเด็กเอาแต่ใจ

        “ ก็มันไหนล่ะ! ส่วนป๊าก็ทำอย่างเดียวกันกลับ

        “ ไอ้ซังโว้ย! ประโยคนี้ผมหาได้ตอบผู้เป็นพ่อ แต่เป็นการตะโกนเรียกแทน เนื่องด้วยแน่ใจว่าไอ้เจ้าของชื่อมันต้องมาขลุกตัวอยู่ที่บ้านแน่เนื่องจากยังหาหอย้ายเข้าไม่ได้ เพราะเป็นแบบนั้นมันก็เลย...

        “ อะไร! ใครเรียกวะ จบประโยค เสียงตอบกลับก็ดังออกมาจากทางห้องครัว ก่อนจะตามมาด้วยเจ้าของเสียงที่เดินลอยชายถือแก้วน้ำดื่มออกมาด้วยสีหน้าฉงน ฉับพลันเมื่อมันเห็นหน้าผมปมคิ้วก็คลายออกก่อนจะเผยยิ้มบางที่มุมปาก

        “ ยิ้มค*ยไรสัส มึงมานี่เลย! ผมกระแทกเสียง ก่อนจะเดินอาดๆเข้าไปหา แต่ไอ้เด็กนี่มันไหวตัวทันก็เลยรีบวิ่งไปหลบหลังป๊าได้ซะก่อน

        “ กลิ่นวอร์ฉุนกึกเลยว่ะเฮีย เจ้าของประโยคเอ่ยแหย่ยิ้มๆ นั่นทำให้บาทาสองข้างผมยิ่งสั่นเป็นเจ้าเข้าไม่หยุด

        “ อะไรของพวกลื้อวะอาตี๋ อั๊วะงง ป๊าว่าพลางขมวดคิ้วชนกันเป็นปมพร้อมกับมองผมสลับกับไอ้คนที่หลบอยู่ด้านหลัง

        “ นั่นดิ อั๊วะก็งง จู่ๆเฮียก็ปรี่เข้ามาอย่างกับจะฆ่าอั๊วะงั้นแหละ งงมากเลยป๊า พอได้ทีมันก็กอดแขนอ้อนผู้มีอำนาจสูงสุดในบ้านยกใหญ่

 

        ปึก!

 

       “ ว้อท? ” สีหน้าไม่เก็ทถูกฉาบใส่ใบหน้ายั่วตีนของไอ้ซัง ทันทีที่ผมปาบางอย่างที่หยิบติดมือมาจากที่หอใส่หน้ามันอย่างแรง ..จีสตริงลายลูกไม้สีแดงสดเวรตะไลนั่น

       “ มึงอย่ามาแหล ผมกราดมองนิ่ง

       “ ไม่ใช่ของผม มือได้คว้าจากหัวตัวเองลงมามองก่อนที่มันจะไหวไหล่ปฏิเสธด้วยสีหน้าราบเรียบแต่แววตากลับเผยเหลี่ยมชัดเจนชนิดที่ขัดกับคำตอบเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง

       “ แต่เป็นของเด็กมึง !

 

 

เวลาต่อมา

 

        พรวด!

 

        น้ำดื่มที่ถูกกรอกเข้าไปในปากจากบุคคลตรงหน้าเมื่อครู่ ได้พุ่งสาดเข้าใส่ใบหน้าผมเต็มเหนี่ยวทันทีที่เอ่ยตอบคำถาม ผมกลั้นหายใจกักเก็บอารมณ์ร้อนที่กำลังคุกกรุ่นอยู่ในอกก่อนจะผายมือปาดน้ำที่หน้าออกอย่างใจเย็น

        “ ฮ่าๆๆๆ นี่สรุปเฮียทำจริงหรอ จริงดิ จริงจัง ? เฮ้ยตกใจ เฮ้ยขำ เชื่อกูด้วย  นอกจากมันจะไม่สำนึกแล้วยังมีหน้ามานั่งกุมท้องสาดเสียงหัวเราะอย่างสะใจใส่อีกต่างหาก

 

        ผลั๊วะ!

 

        “ โอ๊ย! เห็นดังนั้นฝ่ามือที่อยู่เฉยไม่ได้ก็หวดไปที่กบาลของไอ้น้องเวรนี่เข้าเต็มเปาจนคนโดนตบร้องลั่น

        “ เพราะมึง !

        “ หื้ม ใช่หรอ? ผมแค่แนะนำ ส่วนเรื่องจะทำมั้ยมันก็ขึ้นอยู่กับเฮีย อย่ามาขี้ตู่ ไอ้ซังลอยหน้าลอยตา ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาลงแรงค์หน้าตาเฉย

        ไอ้ซัง ไอ้เด็กเวรนี่ มันเป็นน้องชายผม คนละแม่แต่พ่อเดียวกัน แม่ผมกับแม่มันเสียไปตั้งแต่เรายังเด็กกันทั้งคู่ และคำว่าพี่น้องที่รักใคร่ปองดอง ไม่ใช่นิยามที่จะใช้สำหรับผมกับมัน เราเปล่าเกลียดกัน แค่ออกจะอยู่ในไทป์ที่ว่าขิงก็รา ข่าก็แรง

        แต่วันดีคืนดีผมเกิดเสือกนึกครึ้มอะไรไม่รู้ดันจับพลัดจับผลูมาปรึกษามันเรื่องอันดา เพราะไอ้ซังมันก็รู้เรื่องนี้ระดับนึง แล้วสุดท้ายคำแนะนำพิเรนทร์พ่วงด้วยความเวรของมันก็ได้ก่อเกิดหายนะความฉิบหายให้กับผมอย่างแสนสาหัส !

        “ แล้วไอ้นี่มันมาได้ไง ผมโพล่งถามพลางโยนจีสตริงใส่หัวมันอีกรอบ คนตรงหน้าถอนหายใจก่อนจะใช้สองนิ้วคีบขึ้นมาชู

        “ ก็ลืมแงะ มันเอียงคอตอบหน้าตาย ก่อนจะก้มหน้าเล่นเกมส์ต่อ

        “ ไอ้ห่า แล้วมีโทรมาบอกให้กูเก็บให้ ?  ”  นึกแล้วก็หัวร้อนไม่หาย ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของไอ้จีสตริงหายนะนี่ผมรู้จักดี เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ผมควง หากแต่เป็นคู่นอนไอ้ซังมัน เคยขอเบอร์ผมไว้เพราะบางทีก็โดนไอ้เด็กนี่กะล่อนใส่

        “ เฮียลบเบอร์ไปเลย ผมจะเทละ เดี๋ยวนี้ล้ำ ไม่ชอบ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสันดานแบบนี้มันเหมือนใครถ้าไม่ใช่..ผมเอง

        “ แล้วมันใช่เรื่องที่มึงจะพาผู้หญิงไปเยที่โซฟาห้องกูมั้ย แม่งเหี้ยว่ะ ผมเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ ถ้าให้เดาสกิลเด็กเปรตมันก็คงขโมยกุญแจผมไปปั๊มตอนมาขอนอนด้วยในช่วงที่ต้องเตรียมสอบเข้ามหาลัย และคณะไหนคงไม่ต้องเดา..

        “ หาหอยังไม่ได้ ม่านรูดเต็ม ก็เหลือแต่ห้องเฮียนั่นแหละ จบปิ๊ง

        “ ปิ๊งพ่อมึง ว่าจบผมก็ถีบเข้าสีข้างคนเป็นน้องอย่างหมั่นไส้

        “ อะไรว้า แทนที่เฮียจะมานั่งด่าผม เอาเวลาไปง้อเจ๊แกโน่น ไม่รู้ป่านนี้ร้องไห้เป็นเผาเต่าแล้วมั้ง

        “ ก็เพราะจีสตริงมึงนั่นแหละทำกูพีค! นี่ถ้าไม่ติดว่าวันนี้ป๊าอยู่บ้าน ผมคงได้ลากคอมันไปกระทืบให้หายแค้นสักที บัดซบ!

        “ ครั้งสุดท้ายแล้วน่า ผมหาหออยู่ได้ละ ครั้งสุดท้าย? ..นี่อย่าบอกนะว่ามันมีครั้งแรกแล้วก็ครั้งก่อนๆด้วย แล้วเสือกมาลืมไอ้นั่นไว้ตอนนั้นพอดีไปอีก? คิดได้ดังนั้นก็อยากจะตะโกนคำว่าไอ้ฉิบหายด้วยซาวด์เสียงแอคโค่  รู้สึกระเหี่ยใจที่มีน้องอย่างมัน แต่ก่อนแข่งกันจีบสาว แต่ตอนนี้ดันมาแข่งกันเหี้ย..

        “ หอไหน ผมเสยผมที่ปรกหน้าผากขึ้นอย่างลวกๆพลางถอนหายใจอ่อนๆก่อนจะเงยหน้าถามมันด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

        “ ม่านภิรมณ์ ม่านภิรมณ์..

        “ ชื่อคุ้น ผมว่าพลางย่นคิ้วนึก

        “ ไม่คุ้นได้ไง ก็หอเฮีย

        “ กูไม่ให้อยู่ ! ผมโพล่งไปอย่างไม่ต้องคิด แค่มันมาอยู่ช่วงเตรียมสอบก็ฉิบหายมากพออยู่ละ นี่จะมาอยู่ถาวร มึงฝันเถอะซัง มึงกลับไปนอนฝันเลยไอ้ห่า

        “ ติดใจโซฟาเฮียว่ะ แม่งได้ ไม่ว่าเปล่าไอ้ซังยังมีความจิ๊ปากอย่างถูกใจพร้อมทิ้งท้ายด้วยการขยิบตายิ้มร้ายส่งมาให้ผมได้หน้าจางเล่นๆ

        ซัง.. ไอ้เด็กเปรต ที่มีความเวรเป็นซิกเนเจอร์

                        LOADING 100%

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ jungkook gif

#ความฉิบหายมาอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว



                     

         

    


 


   


          












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.229K ครั้ง

368 ความคิดเห็น

  1. #7409 150221 (@150221) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 09:19
    เฮียไม่ได้เห_ี้นะน้องเฮียทำ555
    #7409
    0
  2. #7402 akara_kirami (@akara_kirami) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 02:02
    น้องซังงงงงง เอ็นดูววว ติดที่เ-้ยตามพี่ไปหน่อย555555555555
    #7402
    0
  3. #7151 Zsmm16634 (@M17165) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 23:20
    อิน้องซั้งงงงงงงงงง555555555555
    #7151
    0
  4. #7148 Miemiichan (@Noeychann) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 17:52
    โถ่ อิน้องซัง 55555555555 เปรตจริงๆ
    #7148
    0
  5. #5865 BonanzaBow (@BonanzaBow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 21:47
    โซฟาจะดีหรอลูก
    #5865
    0
  6. #4867 nnnnnn7777 (@nnnnnn7777) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 11:52
    ชอบความโซฟาแม่งได้...หนูลูกกกก
    #4867
    0
  7. #4384 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 18:50
    กุกกี้ลูกแม่
    #4384
    0
  8. #3736 comtoontrans (@comtoontrans) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 01:11
    ยังเทเว้ย นางเอกกุเจ็บ. กุชอบนางเอก
    #3736
    0
  9. #3547 aunaunmtyj (@aunaunmtyj) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 00:08
    พีค5555555 ซังก็กวนจริงๆ 5555แต่ก็สม รุกอันดาสิเห้ย แบบจริงจังอ่าาาา
    #3547
    0
  10. #3517 mintzz0129 (@mintzz0129) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 08:53
    ยังไงก้อรำอิพี่เซียนอยู่ดี
    #3517
    0
  11. #3316 Kan_Ca_kikikiki (@Kan_Ca_kikikiki) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 14:47
    ซังงงงง เปรตจริงๆ5555555
    #3316
    0
  12. #3299 DaRinn-ni (@jsjsjshh63) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 10:03
    เรื่องนี้เคลียร์แล้ว แต่เรื่องไปส่งนั่นหละ หืมมม
    #3299
    0
  13. #3126 bLueNiGhT (@crystalbow) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 19:32
    โล่งใจ อิพี่ไม่ได้เลว5555
    #3126
    0
  14. #2981 KAKARN_MATO (@kakarn00) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 13:26
    55555ขำอิซัง
    #2981
    0
  15. #2972 Ratty Sukhothai (@ratty702) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 11:57
    อิซังนี่เอง 5555555
    #2972
    0
  16. #2564 madreammii (@madreammii) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 21:14
    แอร๊ยยย เมนช้านนนนหรอออ ซังที่รัก กุ๊กกี้ผัวพี่
    #2564
    0
  17. #2497 Chritci (@Chritci) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 17:39
    อิกูกกกกกกกกกกกก
    #2497
    0
  18. #2396 SeaStar ☆' (@seastar1222) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 12:33
    ซังนี่ก็ซังสมชื่อ ซังไลมั่กๆ เลย ทำไมไม่ไปเอาที่ม่านรูด โว้ยยย
    #2396
    0
  19. #2294 PhoRR (@PhoRR) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 12:51
    จองกุกกกกกกกกก
    #2294
    0
  20. #2229 little lion (@icesysoha) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 22:14
    ไอ่ซังง!!!!! เพราะงี้ไงหลานแม่งถึงไม่ได้เกิด!!! เมียพี่แม่งหนีเตลิดไปแล้ว ไอ่คนมีความเวรเป็นซิกเนเจอร์!!

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 9 พฤษภาคม 2561 / 22:17
    #2229
    0
  21. #2201 monmanon (@monmanon) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 21:11
    <p>ซัง ไอเบ้ ไอเลว แกๆๆๆๆ!!!!! ไปสารภาพกับอัดาเดี๋ยวนี้</p>
    #2201
    0
  22. #2101 Aicing (@Aicing) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 19:13
    กุกกี้ชั้นเป็นน้องซัง&#128561;&#128561;&#128561;
    #2101
    0
  23. #2100 annjaijai (@annjaijai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 18:33
    แล้วผู้หญิงที่นั่งไปด้วยละ ใคร?
    #2100
    0
  24. #2099 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 18:25
    มีความพีคในพึค.
    #2099
    0
  25. #2097 2304023040 (@2304023040) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 17:38
    จองกุกหนูม่ายยยยยย
    #2097
    0