ตอนที่ 22 : ขอเวลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 343
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

บทที่22


Partวาโย


ผมตื่นเช้าลงมาทำอาหารเช้าไว้ ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำแล้วเดินไปปลุกน้องกรเหมือนทุกวันชีวิตตอนนี้ของผมมันดีมากจริงๆ 3เดือนแล้วที่ผมกับน้องกรออกมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน2คน น้องกรคือชีวิตของผม หลายคนอาจจะมองว่าน้องกรยังเด็ก แต่ใครจะรู้ว่าเด็กที่อายุแค่20จะมีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่ น้องกรอาจจะดูเป็นเด็กที่เอาแต่ใจแต่เชื่อมั้ยว่าลึกๆน้องกรเป็นคนที่ใส่ใจคนรอบข้างมากนะ น้องกรเปลี่ยนไปจาก2ปีก่อนมาก แต่ผมก็ยังรัก ผมไม่ได้รักน้องกรที่รูปร่างหรือหน้าตาแต่ผมรักที่น้องกรเป็นน้องกร น้องกรเป็นตัวของตัวเอง คิดอะไรก็พูดออกมาก็เลยทำให้ผมกับน้องกรเราอยู่กันแบบมีความสุข เราไม่ค่อยทะเลาะกันถ้าจะทะเลาะก็มีแค่เรื่องกินเรื่องเดียว

หนู....ตื่นไปอาบน้ำได้แล้วครับ ผมตื่นเช้าจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว น้องกรเลยไม่ต้องตั้งนาฬิกาปลุกเพราะผมจะเป็นคนปลุกเอง

อีก10นาที น้องกรพลิกตัวนอนคว่ำต่อ

ถ้ายังไม่ตื่น.....งั้นวันนี้ไม่ต้องไปทำงานนะ ผมขึ้นไปคล่อมน้องกรก่อนจะจูบลงที่หลังคอเบาๆ

อื้อ....ตื่นแล้วๆ

ตื่นแล้วก็ลุกครับ

พี่โยก็ออกไปจากตัวกรสิ ผมยิ้มก่อนจะหอมแก้มน้องกรแล้วลุกออกจากตัวน้องกร

พี่ลงไปรอหนูที่โต๊ะนะ น้องกรพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมเดินลงมาที่โต๊ะอาหารก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูงานที่เลขาส่งมาให้ดูในไลน์ ผมคุยกับเลขาตลอด แล้วผมก็บอกเลขาไปแล้วว่าอีก2วันผมจะขึ้นไปดูงานที่บริษัท

พี่โย หลังจากที่กลับมาจากไปหาป๊า กรจะให้เฮียเอารถมาให้นะ น้องกรพูดขึ้นระหว่างที่กำลังทานอาหารเช้าอยู่ที่บ้าน

ปกติเราก็ไปทำงานด้วยกันนี่ ผมกับน้องกรเราไปไหนก็ไปด้วยกัน เอาเป็นว่าตัวติดกันตลอดจะห่างแค่ตอนที่ผมเข้าออฟฟิตแค่นั้นเอง มันไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องเอารถมาไว้ใช้เพิ่มเลย

ก็เผื่อเวลาพี่โยมีงานด่วน หรือมีธุระไง เหตุผลก็พอจะฟังขึ้นนะแต่ผมก็ยังไม่อยากให้น้องกรแยกรถกับผมใช้อยู่ดี

แต่เราก็อยู่ด้วยกันตลอด พี่ไม่เห็นถึงความจำเป็นที่หนูต้องใช้รถเลย

พี่โย! ” น้องกรขึ้นเสียงใส่ผม แค่การที่ผมไม่เห็นด้วยแค่นี้ น้องกรต้องอารมณ์เสียขนาดนี้เลยหรอ

หนูจะขึ้นเสียงใส่พี่ทำไม พี่แค่บอกว่ามันไม่จำเป็นที่หนูต้องใช้รถ แค่นั้นเอง ผมห่วงความปลอดภัยของน้องกรด้วย ผมรู้ว่าน้องกรขับรถเป็นแล้ว แล้วก็ขับเก่งด้วย แต่ผมก็ยังห่วงอยู่ดี ผมใช้เหตุผลคุยกับน้องกรนะแต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมน้องกรต้องอารมณ์เสียขนาดนี้

หนูไปรอที่รถนะ น้องกรพูดจบก็ลุกขึ้นไปใส่รองเท้าก่อนจะเดินไปรอที่รถ นี่ผมทะเลาะกับน้องกรแต่เช้าแค่เรื่องรถเนี่ยนะ ผมเก็บโต๊ะก่อนจะเดินไปทำความสะอาดแล้วเดินมาที่รถ

ตลอดการนั่งรถมาทำงานน้องกรไม่พูดกับผมเลย นั่งมองออกไปข้างนอก ผมเอื้อมมือจะไปจับมือน้องกร น้องกรก็ดึงมือออก จนมาถึงหน้าด่าน มาถึงออฟฟิตน้องกรก็ยังไม่ยอมคุยกับผม

พี่เข้าไปออฟฟิตนะ น้องกรไม่ได้ตอบอะไรผม ผมเดินออกมาก่อนจะเดินไปที่ออฟฟิตตัวเอง ผมไม่ได้มีงานอะไรหรอก ผมแค่มานั่งทบทวนเรื่องเมื่อเช้า  ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะโทรหาไอ้บอส

( ว่าไงมึง )

มึงว่างคุยมั้ย

( ว่างๆ มีไร )

อีก2วันกูขึ้นไปหาป๊า พวกมึงว่างป่ะ

( ว่างๆ ว่าแต่มึงมีไรรึเปล่า เสียงมึงดูเครียดๆ )

นิดหน่อยวะ

( ถ้าให้กูเดา มึงทะเลาะกับน้องใช่มั้ย )

เออ ไว้เจอกันมึง ผมพูดจบก็กดวางสายไอ้บอส ผมนั่งคิดอะไรคนเดียวอีกสักพักก่อนจะเดินไปหาน้องกรที่ออฟฟิต ผมเดินเข้ามาก็ไม่เจอน้องกรอยู่ในห้อง ไปไหนของน้องกรเนี่ย ผมนั่งรอน้องกรที่โต๊ะทำงาน นั่งรอสักพักน้องกรก็เดินเข้ามา

หนูไปไหนมา ผมถามขึ้นหลังจากที่น้องกรเดินมานั่งที่โต๊ะทำงาน

คุยโทรศัพท์ แค่ผมไม่เห็นด้วยเรื่องรถนี่น้องกรต้องโกรธผมขนาดนี้เลยหรอ น้องกรตอบผมแล้วนั่งทำงานต่อโดยไม่สนใจผมเลย

เรื่องเมื่อเช้าพี่ขอโทษ ผมไม่รู้หรอกนะว่าผมกับน้องกรใครเป็นคนผิด แต่ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้มันไม่มีอะไรดีขึ้นแน่นอน ผมเลยคิดว่าผมขอโทษก่อนน่าจะดีที่สุดเพราะน้องกรคงไม่มีทางขอโทษผมก่อนแน่นอน

ขอโทษทำไม พี่ไม่ได้ทำอะไรผิด

หนูโกรธพี่หรอ ที่พี่ไม่เห็นด้วย

ไม่โกรธแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ไม่เห็นด้วย น้องกรตอบผมด้วยน้ำเสียงห้วนๆ ฟังก็รู้แล้วว่าคงโกรธ

พี่เป็นห่วงหนู อีกอย่างเราก็ไปไหนด้วยกันตลอด

แล้วพี่ไม่คิดว่ากรอยากมีเวลาเป็นส่วนตัวบ้างรึไง แค่เรื่องรถพี่ให้กรไม่ได้เลยหรอ นี่น้องกรกำลังบอกว่าอยู่กับผมแล้วอึดอัดรึเปล่า?

หนูจะบอกว่าพี่ยุ่งกับชีวิตหนูมากไป งั้นหรอ?

กรไม่ได้หมายถึงแบบนั้น บางครั้งกรก็อยากออกไปข้างนอกคนเดียวบ้าง

คนเดียวงั้นหรอ แล้วหนูจะมีพี่ไว้ทำไม! ผมโกรธนะที่น้องกรพูดเหมือนอยากอยู่คนเดียว อยากทำอะไรคนเดียวแบบนี้

พี่เป็นคนรักของกรนะไม่ใช่คนขับรถ บางทีเรื่องเล็กๆน้อยๆกรก็สามารถทำเองได้ พี่เข้าใจกรใช่มั้ย น้องกรจับมือผมไว้ก่อนจะพูดขึ้น เหมือนเมื่อกี้น้องกรบอกรักผมเลย ถึงจะไม่ได้พูดว่ารักแต่มันก็หมายถึงว่ารักนั่นแหละ

งั้นเรามาตกลงกัน ถ้าไม่จำเป็นหนูห้ามไปไหนคนเดียว ถึงผมจะยอมแต่มันก็ต้องมีข้อตกลงกันบ้าง เพราะผมก็มีเวลาให้น้องกรตลอดอยู่แล้ว

โอเค ในที่สุดก็คุยกันเข้าใจสักที ผมดึงน้องกรเข้ามากอดก่อนจะจูบลงที่หน้าผาก

พี่โย ทำอะไร นี่มันในออฟฟิต น้องกรตีแขนผมก่อนจะขยับตัวออกจากผม ผมลืมไปว่าในออฟฟิตไม่ได้มีแค่ผม พนักงานน้องกรหันมามองแล้วก็ยิ้ม

หนู.....พี่ว่าหนูน่าจะแยกห้องทำงานหนูออกต่างหากนะ ผมไม่ได้คิดเรื่องแบบนั้นนะ แต่ผมอยากให้ห้องทำงานน้องกรเป็นแบบส่วนตัวมากกว่า

รอให้เว็ปขยายได้ใหญ่กว่านี้ก่อน กรยังไม่อยากสิ้นเปลืองอะไร นี่ไงผมถึงบอกว่าความคิดน้องกรอาจจะโตกว่าผู้ใหญ่บางคนด้วยซ้ำ น้องกรไม่ได้รักความสบายเลย ถ้าเป็นคนอื่นเขาอาจจะเลือกนั่งทำงานอยู่ที่บ้านสบายๆไม่ต้องเข้าออฟฟิตแบบนี้ก็ได้

 

Partแทน


ผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่6โมงเช้าแล้ว ผมเข้าไปอาบน้ำก่อนจะลงมาทำข้าวต้มไว้กินรองท้องก่อนจะไปน้ำตกกัน เมื่อคืนเล่ย์นอนตอนไหนผมก็ไม่รู้หรอกเพราะผมกินมาม่าเสร็จก็ขึ้นมานอนเลย ผมรู้ว่าสิ่งที่เล่ย์ทำให้ผมหรือสิ่งที่ผมทำให้เล่ย์มันมากกว่าคำว่าเพื่อน แต่ผมก็ยังรักน้องกรอยู่เหมือนเดิม ผมยังเจ็บเวลาที่เห็นน้องกรอยู่กับโยแต่ไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่ผมได้อยู่กับเล่ย์หรือได้คุยกับเล่ย์มันถึงสบายใจจนลืมเรื่องของน้องกรไปได้

ตื่นเช้าจัง คิวที่ลงมาเปิดร้านถามผมขึ้น

ลงมาทำข้าวเช้า....ผมขอยืมรถหน่อยสิ คิวหันมามองหน้าผมก่อนจะเดินไปหยิบกุญแจมอเตอร์ไซต์แล้วยื่นมาให้ผม

จะไปไหนอ่ะ

ไปเซเว่น คุณฝากซื้ออะไรมั้ย

ไม่อ่ะ ผมเดินมาที่รถก่อนจะขับไปที่เซเว่น ร้านของเล่ย์อยู่ในตัวเมืองการใช้ชีวิตก็จะสบายหน่อย ถึงว่าทำไมเล่ย์ถึง3เดือนกลับบ้านครั้ง บ้านน้องกรอยู่แถวชานเมืองเป็นหมู่บ้านเล็กๆถ้าจะไปอยู่ก็อยู่ได้นะ แค่ไม่มีเซเว่น ไม่มีห้าง ไม่มีร้านอาหารหรูๆ ร้านเสริมสวยหรือร้านเหล้า ผมเคยพาพี่กาญไปธนาคารที่ใกล้บ้านน้องกรที่สุดก็ห่างจากบ้านน้องกรประมาณ30กิโลอ่ะ ผมเข้าไปซื้อขนมกับของใช้นิดหน่อยก่อนจะไปจ่ายเงินแล้วขับรถกลับมาที่ร้าน

มึงไปไหนมา ผมเดินเข้าร้านมาเล่ย์ก็ถามขึ้น นี่ยังเช้าอยู่เลย ปกติเล่ย์ไม่ตื่นเช้านะ

ไปเซเว่น ผมชูถุงเซเว่นขึ้นก่อนจะตอบ

กูหิว อะไรของเขา?

ผมทำข้าวต้มไว้ คุณไปนั่งสิ ผมเดินเข้าไปในครัวเปิดแก๊สอุ่นข้าวต้มก่อนจะตักใส่ถ้วยแล้วยกมาที่โต๊ะ      

มึงจะไปกี่โมง?

ก็แล้วแต่คุณ คุณเป็นคนพาผมไปนี่

งั้นกินข้าวเสร็จก็ออกไปเลย

วันนี้คุณไม่มีลูกค้าหรอ คุณทำงานก่อนก็ได้นะ ไปน้ำตกเที่ยงๆก็ได้นี่ยังเช้าอยู่เลย อีกอย่างผมไม่อยากให้เขาเสียงานเพราะผมด้วย

วันนี้กูไม่ได้นัดลูกค้า ผมกินข้าวเช้าเสร็จก็ขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋ากับผ้าเช็ดตัว ไปน้ำตกยังไงก็ต้องเล่นน้ำอยู่แล้ว ผมเก็บของเสร็จก็เดินลงมาที่ชั้นล่างก็เห็นเล่ย์ยืนคุยอยู่กับคิว

ลืมอะไรมั้ย เล่ย์หันมาถามผม ผมส่ายหน้าเพื่อเป็นคำตอบ

คิว.....มึงมีไรก็โทรเข้าเบอร์ไอ้แทนนะ

โทรศัพท์คุณไปไหน? ไม่ใช่ว่าโทรหาผมไม่ได้นะ เพราะปกติเล่ย์ก็ชอบใช้เบอร์เพื่อนโทรมา

ขี้เกียจพกไปด้วย เกะกะ

เออๆ เที่ยวให้สนุกนะมึง ผมกับเล่ย์เดินมาขึ้นรถ เล่ย์เอากระเป๋าไปวางไว้ที่เบาะหลัง รถเล่ย์ก็เป็นกระบะ4ประตูสีขาวแต่ก็แต่งสวยๆ

น้ำตกที่คุณจะพาผมไปอยู่ไกลมั้ย

ขับรถชั่วโมงนึงก็ถึง ถ้ามึงง่วงก็นอนเลย เล่ย์ไม่ใช่คนพูดเพราะอะไร แต่ทุกคำที่เขาพูดออกมาคือเขาใส่ใจผมจริงๆ

อย่าเพิ่งหลับ อะไรของเขาว่ะ ก็บอกเองว่าถ้าง่วงก็นอน ผมหันไปมองหน้าเล่ย์ เล่ย์ชะลอรถจอดข้างทางก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบของที่เบาะหลัง

หนุนหมอนไว้ เดี๋ยวปวดคอ เล่ย์เอาหมอนรองคอมาใส่ให้ผมก่อนจะพูดขึ้น ผมนอนหลับไปตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีก็มาถึงน้ำตกแล้ว

ตื่นได้เวลาจริงๆมึงนี่ ผมตื่นขึ้นมาเล่ย์ก็พูดใส่ผมทันที ผมไม่ได้ตอบอะไร บรรยากาศที่นี่ดีมากเลย คนไม่เยอะเท่าไหร่ด้วยเพราะผมไม่ได้มาวันหยุด

เดี๋ยวผมถือเอง เล่ย์ถือกระเป๋าให้ผม ผมเลยขอถือเองดีกว่า

ไม่ต้อง เดินดีๆด้วย มีแต่หิน ผมเดินตามหลังเล่ย์เพราะเล่ย์เคยมา อีกอย่างเล่ย์ทำเหมือนผมเป็นเด็กเลย คอยบอกทางตลอดว่าตรงนี้หินใหญ่นะเดินดีๆ ตรงนี้มันลื่น กว่าจะถึงนี่คือผมฟังมาไม่รู้กี่รอบ

คุณจะเล่นน้ำมั้ย เขาส่ายหน้าเป็นคำตอบ ผมเดินลงมาเล่นน้ำตกแต่ก็ไม่ได้ห่างจากที่นั่งเท่าไหร่ ผมนั่งลงในน้ำได้เพราะที่ผมยืนอยู่มันไม่ลึก ผมทิ้งตัวนั่งลงคิดอะไรเพลินๆ คิดเรื่องน้องกรนั่นแหละ วันนี้ผมหยุดไม่รู้ว่าป่านนี้น้องกรจะเป็นไงมั่ง


Partเล่ย์


ผมพาไอ้แทนมาเที่ยวน้ำตกตามที่เคยบอกมันไว้ พอมาถึงไอ้แทนก็ลงไปแช่น้ำเลย ผมเคยมาที่นี่กับไอ้คิว ไอ้พีนั่นแหละ นี่ไอ้แทนก็ลงไปแช่น้ำเกือบ2ชั่วโมงแล้ว นี่ก็เที่ยงแล้วด้วยมันไม่หิวรึไง

มึง.....ขึ้นมาได้แล้ว ผมตะโกนบอกไอ้แทน มันหันมามองก่อนจะเดินมาหาผม

เดินดีๆ เดี๋ยวก็ลื่น ผมตะโกนบอกมัน  ดูมันเดินเข้าจะล้มอยู่แล้ว เห็นล่ะหงุดหงิดเป็นบ้าเลย ผมเดินลงไปรับมันให้มันเกาะแขนผมไว้แล้วเดินขึ้นมา

หิวยัง

หิวแล้ว อยากกินส้มตำอ่ะ

เออๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวพาไปกิน ไอ้แทนมันถอดเสื้อออกมาบิดน้ำ มันถอดทำไมว่ะเนี่ย ทำไมตัวมันขาวแบบนี้ว่ะ ขาวแบบเห็นเส้นเลือดเลย

มึงถอดเสื้อทำไม

ผมหนาว พาผมไปห้องน้ำหน่อย ผมมองหน้ามันก่อนจะถอดเสื้อตัวเองแล้วยื่นให้มันใส่

ใส่ไว้ คนมองมึงเยอะ ทั้งหญิงทั้งชายมองมันตาเยิ้มเลย

ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว

กูบอกให้ใส่! ไอ้แทนมันมองหน้าผมก่อนจะยอมใส่เสื้อ ผมเดินพามันมาที่ห้องน้ำ

คุณสักที่หลังด้วยหรอ ไอ้แทนมันเดินตามหลังผมมา มันคงเห็นรอยสักที่หลังแน่เลย ผมไม่เคยถอดเสื้อเวลาอยู่กับมันก็ไม่แปลกที่มันจะไม่เคยเห็น

มึงกลัวมั้ย ผมหยุดเดินแล้วถามมัน

กลัวอะไร ไอ้แทนมันเดินมาหยุดอยู่ข้างผมก่อนจะจับแขนผมให้เดินต่อ

รอยสักกูนี่ไง ที่ผมถามเพราะแก้มไม่ชอบที่ผมสัก เกลียดที่ผมสักด้วยซ้ำ

ทีแรกที่เจอกันก็กลัวนะ แต่ตอนนี้ไม่กลัวแล้ว ผมเดินมาหยุดที่หน้าห้องอาบน้ำ

ทำไม

คุณไม่เห็นน่ากลัวอะไรเลย แค่ไม่ยิ้มแล้วก็พูดไม่เพราะเท่านั้นเอง มันพูดก่อนจะหัวเราะออกมา ใครจะยิ้มได้ตลอดเหมือนมัน

เข้าไปอาบน้ำได้แล้ว ผมดันหัวมันให้เดินเข้าไปข้างใน ผมยืนถือกระเป๋ารอมันที่หน้าห้องอาบน้ำ ดีที่ไม่ได้มาวันหยุด ไม่งั้นได้ต่อคิวห้องอาบน้ำอีกนาน

ใส่เสื้อสิ ไอ้แทนออกจากห้องน้ำก็ยื่นเสื้อให้ผม ผมรับเสื้อมาใส่ก่อนจะพามันเดินเอาของมาเก็บที่รถ ผมเปิดรถเพื่อเอากีต้าร์ที่อยู่ในรถ ผมไม่ได้ตั้งใจเอามาหรอกแต่มันติดอยู่ในรถขี้เกียจเอาออกเลยเอามาด้วย

จะนั่งกินที่ร้านหรือนั่งที่น้ำตก

อยากนั่งที่น้ำตกอ่ะ

ไปสั่งเดี๋ยวกูยืนรอ ไอ้แทนมันเดินเข้าไปสั่งอาหารที่ร้านก่อนจะเดินถือธงของที่ร้านออกมาด้วย ที่ถือธงออกมาด้วยเพราะที่ร้านจะได้เอาไปส่งถูกที่

เดินช้าๆได้มั้ย ผมเดินไม่ทันคุณแล้วนะ ผมได้ยินเสียงไอ้แทนโวยวายมาจากด้านหลัง ผมหยุดเดินแล้วยืนรอมัน

ให้ผมเดินไปพร้อมๆคุณได้มั้ย

กูเดินนำมึงก็ดีแล้ว จะได้รู้ว่าตรงไหนลื่นมั่ง ที่ผมเดินนำมันตลอดเพราะทางเดินมันมีแต่หินแล้วหินก็คมมากด้วย ไหนจะลื่นอีก

แต่ผมอยากเดินไปพร้อมคุณ ผมมองหน้ามันก่อนจะจับมือมันไว้ ผมกับมันเดินไปพร้อมๆกันจนถึงที่นั่งโดยที่ไม่ปล่อยมือออกจากกัน

คุณเล่นกีต้าร์เป็นหรอ

ถ้าเล่นไม่เป็นกูจะถือมาทำไม

งั้นคุณเล่นสิ เดี๋ยวผมร้อง

นี่เพิ่งบ่าย มึงจะหอนแล้วหรอ

นี่คุณ!!! ”

กูพูดเล่น จะร้องเพลงไร

นึกไม่ออก คุณเล่นมาเลย ผมร้องได้หมด ความรู้สึกที่ผมมีให้แก้มกับไอ้แทนมันต่างกันนะ กับแก้มคบกันมา7ปีผมไม่เคยได้ทำอะไรแบบนี้ด้วยเลย ผมต้องคอยพาแก้มไปเดินห้าง ไปรอที่ร้านทำผม พาไปเที่ยวผับ แต่กับไอ้แทนมันเป็น3เดือนที่ทำอะไรมาด้วยกัน ไป-รับส่งมันทำงาน กินข้าวด้วยกันหรือไปซื้อของด้วยกัน มันไม่ได้เลิศหรูอะไรแต่มันทำให้ผมมีความสุข มีความสุขต่างจากตอนที่ผมคบกับแก้ม

เดี๋ยวผมจ่ายเอง อาหารมาส่งผมกำลังจะจ่ายเงินแต่ไอ้แทนก็แย่งจ่ายก่อน

ทำไมมึงสั่งแบบนี้ จะไม่ให้ถามได้ไง ก็มันสั่งส้มตำแต่ไม่มีพริก

สั่งมากินกับคุณไง ไอ้แทนพูดขึ้นก่อนจะยื่นจานให้ผม

แม่ค้าด่ามึงมั้ยเนี่ย ไปสั่งแบบนี้ ผมก็กินส้มตำนะ แต่ต้องไปร้านประจำ ถ้าไปร้านอื่นก็ไม่กล้าสั่ง

ก็ไม่นะ เขาคงคิดว่าสั่งมาให้เด็ก ผมจิ้มไก่ย่างไปยัดใส่ปากมัน

กวนตีนล่ะ แดกไปเลย ไอ้แทนมันไม่กินเผ็ด แต่ทุกครั้งที่ผมกับมันกินข้าวด้วยกันก็จะเป็นมันที่ต้องกินอาหารตามผมทุกครั้ง


Partกร


ผมนั่งเคลียร์งานอยู่ที่ออฟฟิต ส่วนพี่โยตอนนี้ก็ไปดูงานที่ออฟฟิตตัวเอง ผมกับพี่โยจะขึ้นไปหาป๊า3-4วันเลยต้องรีบเคลียร์งาน

หนู….กลับบ้านกัน พี่โยเดินมานั่งข้างผมก่อนจะพูดขึ้น ก็เป็นแบบนี้ไงผมถึงอยากเอารถมาไว้ใช้เอง

แต่งานกรยังไม่เสร็จ ออฟฟิตผมไม่ได้ใหญ่เหมือนของพี่โยที่จะได้จ้างคนมาดูแลงานให้ ผมทำทุกอย่างเอง ถ้ามีคนช่วยก็จะมีพี่แทนที่ดูงานแทนผมถ้าผมติดธุระ

งานหนูเยอะหรอ

ก็ต้องเคลียร์งานให้หมด พรุ่งนี้ก็ต้องไปหาป๊าแล้ว ผมนั่งทำงานต่อ ส่วนพี่โยก็นั่งเงียบข้างๆผม เวลาผมทำงานผมชอบทำงานเงียบๆนะ พี่โยจะรู้ดีเพราะเคยโดนผมเหวี่ยงใส่มาแล้ว แล้วช่วงนี้พี่โยก็ไม่รู้เป็นอะไร ทำเหมือนผมเป็นเด็กผู้หญิงไปได้ ทุกวันนี้ถ้าพี่โยแต่งตัวให้ผมได้คงทำไปแล้ว พี่โยลืมไปรึเปล่าว่าผมก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน ถึงสถานะผมจะเป็นเมียก็เหอะ ผมเคลียร์งานเสร็จก็ลุกขึ้นเก็บของใส่กระเป๋า

งานหนูเสร็จแล้วหรอ

เสร็จแล้ว….กลับไปกินข้าวที่บ้านนะ จะกลับไปเก็บของด้วย พี่โยพยักหน้ารับก่อนจะจับมือผมแล้วเดินออกจากออฟฟิต

หนู เดี๋ยวพรุ่งนี้ช่วงบ่ายพี่ปิงปองโอนเงินเข้าบัญชีหนูนะ ผมกับพี่โยเราช่วยกันเก็บเงิน แต่พี่โยให้เก็บไว้ในบัญชีผมคนเดียว ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนมากพี่โยก็เป็นคนจ่าย ถึงผมอยากจะจ่ายเองพี่โยก็ไม่ยอมอยู่ดี

พี่โย ไปหาป๊าแล้วกรขอไปหาเพื่อนนะ ผมพูดขึ้นก่อนจะนั่งลงในรถ

พี่ก็ว่าจะไปหาพวกไอ้บอสเหมือนกัน นัดไปเจอพร้อมกันเลยมั้ย ก็ดีนะ เพราะเพื่อนผมกับเพื่อนพี่บอสก็รู้จักกันดี

เอางั้นก็ได้

พี่ว่าจะพาหนูไปดูรถ หนูจะว่าไง ดูรถอะไร? ที่จริงพี่กาญซื้อรถไว้ให้ผมแล้วแต่ผมยังไม่ได้บอกพี่โย พี่โยคงคิดว่าผมจะเอารถแม่มาใช้แน่เลย

ดูทำไม พี่กาญซื้อรถไว้ให้กรแล้ว แต่กรยังไม่ได้บอกพี่โย

พี่กาญอีกแล้ว พี่โยพูดเหมือนเซ็งๆ

พี่กาญทำไม?   ผมรู้นะว่าพี่โยไม่ค่อยชอบพี่กาญเท่าไหร่ แต่พี่โยก็ไม่เคยพูด

พี่ไม่ชอบที่พี่กาญทำเหมือนหนูเป็นเด็ก จัดการให้หนูทุกอย่าง ทั้งๆที่พี่ก็ดูแลหนูได้อยู่แล้ว เฮ้อ ผมเข้าใจทั้งพี่กาญทั้งพี่โยนะ แต่จะให้ผมทำยังไง

พี่โยอย่าลืมนะว่าพี่กาญเป็นคนดูแลกรมาตั้งแต่เด็กๆ ก็ไม่แปลกที่พี่กาญจะทำแบบนี้ แล้วอีกอย่างเราแค่คบกัน เรายังไม่ได้แต่งงานกันนะ ถ้าวันนึงพี่โยเลิกกับกร กรก็ต้องกลับไปอยู่กับครอบครัว ที่ผมพูดมามันคือความจริง ผมกับพี่โยสถานะเราตอนนี้คือคนรักกันแต่ถ้าวันไหนที่พี่โยหมดรักผมเราก็ต้องเลิกกัน แล้วความรักแบบผมกับพี่โยมันก็ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้ว

หนูพูดเหมือนจะเลิกกับพี่เลย

กรแค่พูดความจริง พี่ก็ลองคิดตามที่กรพูดล่ะกัน พี่โยขับรถเข้ามาจอดที่หน้าบ้าน ผมเปิดประตูลงจากรถก่อนจะเดินเข้าบ้าน เดี๋ยวถ้าคุยกันต่อก็ทะเลาะกันอีก ผมขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าของผมกับพี่โยพับใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวเดินทางพรุ่งนี้ ผมเก็บของเสร็จก็เดินเข้าไปอาบน้ำก่อนจะลงมาหาพี่โยที่ชั้นล่าง

หนู…. ”

กรขอโทษที่อารมณ์เสียใส่พี่ กรแค่ไม่อยากให้พี่คิดแบบนั้นกับพี่กาญ ผมเอ่ยขอโทษก่อน น้อยครั้งที่ทะเลาะกันแล้วผมยอมขอโทษ แต่ที่ผมยอมขอโทษก่อนก็เพราะว่าผมไม่อยากให้พี่โยเก็บไปคิดมาก ถ้าการขอโทษมันทำให้เราไม่ต้องทะเลาะกัน ผมก็จะขอโทษ

พี่ก็ขอโทษหนูเหมือนกันที่พูดไปแบบนั้น

หนูหิวยัง พี่ทำกับข้าวเสร็จพอดี ผมพยักหน้าตอบพี่โยก่อนจะเดินไปที่โต๊ะอาหาร ตั้งแต่ที่ผมกับพี่โยเรากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ผมก็แทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย มันแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก ผมไม่ได้โอเคกับการที่พี่โยทำแบบนี้แต่ก็ไม่อยากทำให้ทะเลาะกันก็เลยยอมๆไป พอยอมทำตาม พี่โยคงคิดว่าผมอยากอยู่แบบสบายรึเปล่า ทุกอย่างเลยกลายเป็นแบบนี้


Partแทน


หลังจากทานข้าวเที่ยงที่น้ำตกเสร็จ เล่ย์ก็พาผมกลับมาที่ร้าน ตอนที่เล่ย์ถอดเสื้อเขามาให้ผมใส่ ผมรู้สึกดีมากเลย ผมไม่เคยได้รับการกระทำแบบนี้จากใคร อย่างน้องกรที่ผมรักมาตลอดมีแต่ผมที่ให้น้องกรอยู่ฝ่ายเดียว แต่กับเล่ย์ที่เรารู้จักกันแค่3เดือน เขาเป็นฝ่ายให้ผมมาตลอด ผมไม่ต้องพยายามที่จะเข้าไปในชีวิตเขาเหมือนที่ผมพยายามเข้าไปในชีวิตน้องกรเลย เพราะเขาแสดงให้ผมเห็นว่าเขาอยากมีผมอยู่ด้วย เรื่องของผมกับเล่ย์ผมคิดมาตลอดนะ ผมยอมรับว่าตอนนี้ผมรู้สึกดีกับเล่ย์อาจจะมากกว่าที่รู้สึกกับน้องกรด้วยซ้ำ แต่ผมไม่อยากเข้าข้างตัวเองว่าเล่ย์รู้สึกดีกับผมเพราะเล่ย์ก็เคยมีคนรักอยู่แล้ว แล้วเขาก็ไม่เคยพูดว่าเขาคิดยังไงกับผม

มึงขึ้นไปพักไป เดี๋ยวตอนเย็นพาไปหาไรกิน มาถึงร้านเล่ย์ก็ไล่ให้ผมขึ้นไปนอนเลย

ไม่อ่ะ คุณจะไปไหนรึเปล่า ผมหลับในรถมาแล้วพอถึงร้านมันก็ไม่ง่วงแล้ว แล้วจะให้ขึ้นไปนอนต่อก็คงนอนไม่หลับ

กูจะดูลาย มึงไม่อยากนอนก็ไปนั่งดูหนังไป

ผมขอดูลายด้วยดิ ผมไม่ได้ชอบคนสักแต่มันคือตัวตนของเล่ย์ไง ผมก็อยากรู้ทุกอย่างที่เขาชอบ เล่ย์หันมามองหน้าผมก่อนจะเดินนำไปที่ห้องสัก ห้องสักที่ร้านมี3ห้อง แยกเพราะความชอบของเล่ย์กับเพื่อนไม่เหมือนกัน เวลาทำงานมันก็จะไม่มีความสุขเลยแยกห้องเป็นของตัวเอง

มึงอยากสักมั้ย ผมนั่งดูลายกับเล่ย์ อยู่ดีๆเขาก็ถามขึ้น

ไม่

ถ้าเบื่อก็ขึ้นไปนอน อะไรของเขา ผมเพิ่งเข้ามาดูลายกับเขายังไม่ถึง5นาทีเลย ไล่ผมไปนอนอีกแล้ว

ยังไม่ได้บอกว่าเบื่อเลย

มึงอายุเท่าไหร่ ถึงผมกับเล่ย์เราจะรู้จักกันมา3เดือนแล้วแต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าเขาอายุเท่าไหร่ รู้แค่ว่าเขาเป็นพี่น้องกรเท่านั้น

28  แล้วคุณล่ะ

กู29 กูเป็นพี่มึง

ก็แค่ปีเดียว เป็นพี่แค่ปีเดียว แล้วที่ผ่านมาผมก็ไม่เคยพูดไม่เพราะกับเขามีแต่เขานั่นแหละที่พูดไม่เพราะกับผม

แต่ก็เป็นพี่มึงแล้วกัน

คุณไม่ไปไหนมั่งหรอ ที่ผมถามก็เพราะไม่เห็นเขาไปข้างนอกเลย มีแค่อยู่ร้านกับไปหาผมแต่ที่ผมไม่เห็นก็อีกเรื่องนึง

กูเห็นมึงถามกูหลายรอบล่ะ มึงอยากให้กูไปไหน เล่ย์วางมือจากงานแล้วหมุนเก้าอี้มานั่งมองหน้าผม

ก็แบบไปเที่ยว หรือไปที่ที่คุณเคยไป ผมพอจะรู้นะว่าเล่ย์กับเพื่อนติดเที่ยว

ถ้ากูไปมึงจะไปกับกูมั้ย

คุณก็ไปสิ เกี่ยวอะไรกับผม ที่ผมถามไม่ใช่ว่าผมอยากไปนะ แต่กลัวเล่ย์เบื่อหรือหงุดหงิด

ถ้ามึงไม่ไปกูก็ไม่ไป เขาพูดแค่นี้ทำไมต้องใจเต้นแรงด้วยวะ

เรื่องของคุณ ผมขึ้นไปนอนนะ ผมลุกขึ้นหยิบโทรศัพท์ ถ้านั่งอยู่กับเขาต่อผมจะไม่หัวใจวายก่อนหรอ

เดี๋ยว กูไปด้วย

ผมจะไปนอน เขาเข้าใจผิดอะไรรึเปล่า

กูก็จะไปนอน เห้ย!!!  เขาเป็นอะไรของเขาเนี่ย ทำไมวันนี้มาแปลกๆ ผมไม่ได้ตอบอะไร ผมเดินออกจากห้องสักก่อนจะขึ้นมาบนห้อง ผมเอามือแตะที่หน้าอกข้างซ้ายดู ทำไมใจเต้นแรงแบบนี้ว่ะ ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินไปนอนลงที่เตียง

ปวดหลังวะ ขอนอนเตียงด้วยดิ เล่ย์เข้ามาในห้องก็พูดขึ้นแล้วเดินมานอนลงข้างผม

งั้นผมไปนอนโซฟานะ ผมกำลังจะลุกขึ้นแต่เล่ย์ก็เอาแขนมาวางทับหน้าท้องผมไว้

นอนด้วยกันนี่แหละ….กูไม่ปล้ำมึงหรอก พูดบ้าอะไรว่ะ ใครเขากลัวโดนปล้ำกัน ถึงผมจะตัวเล็กกว่าเขา แต่ก็ไม่ได้เล็กแบบน้องกรขนาดนั้น ผมไม่ตอบอะไร

กูไม่รู้นะว่าตอนนี้กูรู้สึกยังไงกับมึง แต่กูรู้สึกดีมากๆที่มีมึงในชีวิต ผมหันไปมองหน้าเขา ผมมองตาเขาและผมก็เชื่อว่าเขาพูดความจริง จะว่าผมเข้าข้างตัวเองก็ได้

ให้เวลากูหน่อย เล่ย์พูดจบก็หลับตาลงแต่แขนก็ยังวางไว้ที่เอวผม

ผมก็รู้สึกดีกับคุณเหมือนกัน คุณเติมเต็มในสิ่งที่ผมไม่เคยได้รับจากคนที่ผมแอบรักเลย ผมก็รู้สึกดีมากๆที่มีคุณในชีวิตเหมือนกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

113 ความคิดเห็น

  1. #52 กรตชกร (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 13:54

    ฟินมากๆๆ ค่ะ ต่อเลยได้ไหม


    #52
    0
  2. #51 Gift2524 (@Gift2524) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 12:20

    ฟิน ยิ้มแก้มปริเลย
    #51
    0