ตอนที่ 21 : กันและกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    27 มิ.ย. 62

บทที่21


Partแทน

 

ผมเลิกงานก็เดินออกมารอเล่ย์ที่หน้าด่านเพราะเล่ย์จะมารับผมไปเที่ยวที่น้ำตก น้องกรรับพนักงานเพิ่มแล้วเล่ย์ก็ไม่ได้เข้ามาอยู่เป็นเพื่อนแต่เล่ย์ก็ยังเข้ามาหาผมทุกวันนะแล้วก็ออกไปทำงานต่อ

รอกูนานมั้ย เล่ย์ที่จอดรถไว้อีกฝั่งพอข้ามถนนมาหาผมก็ถามขึ้น

เพิ่งออกมาเหมือนกัน เล่ย์จับมือผมก่อนจะเดินข้ามถนนแล้วเดินไปที่รถ

จะแวะกินข้าวก่อนหรือจะไปกินที่นู้น ระหว่างที่เล่ย์ขับรถเขาก็หันมาถามผม

ไปกินที่น้ำตกก็ได้ เล่ย์ยังไม่ได้ตอบอะไร เสียงโทรศัพท์เขาก็ดังขึ้น

/มีไรมึง/  /กูไม่ว่าง เลื่อนนัดออกไปเลย/ /แค่นี้นะ กูขับรถอยู่/

มีอะไรรึเปล่า ผมถามขึ้น เหมือนเขาจะมีธุระรึเปล่า

ไม่มีไร แค่ลูกค้ามาสัก

คุณไปทำงานก็ได้ เดี๋ยวเราไปวันอื่นกัน ผมหันไปมองหน้าเขาก่อนจะพูดขึ้น เขาจอดรถที่ข้างทางก่อนจะมองมาที่ผม

ไม่ได้ กูบอกมึงแล้วไงว่าจะพาไปวันนี้

แต่คุณจะเลื่อนนัดลูกค้าบ่อยๆแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมก็หยุดแล้ว ไว้คุณพาผมไปวันที่ผมหยุดก็ได้ เขาเงียบไป

งั้นมึงไปนอนที่ร้านกูล่ะกัน เดี๋ยวตอนเย็นกูมาส่ง ผมพยักหน้ารับ เล่ย์ก็โทรออกไปหาเพื่อนบอกให้ลูกค้ารอแล้วเล่ย์ก็วนรถกลับไปที่ร้าน ผมยังไม่เคยไปที่ร้านเล่ย์นะ อีกอย่างผมก็ขี้เกียจเดินเข้าด่านอีกด้วย มันเหนื่อย ตอนนี้ผมกับเล่ย์เราไม่ทะเลาะกันแล้วนะ ที่จริงเล่ย์ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรแค่เขาปากเสียเท่านั้นเอง

ร้านคุณอยู่ไกลมั้ย

เดี๋ยวก็ถึงแล้ว   เล่ย์ขับรถมาจอดที่ร้านก่อนจะเดินนำผมเข้าไปในร้าน

ลูกค้ามึงจะเข้ามาอีกทีตอนเที่ยง เล่ย์เดินเข้าไปในร้านก็มีผู้ชายร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาหาแล้วพูดขึ้น

เออ

นี่ไอ้คิวเพื่อนกู เล่ย์แนะนำเพื่อนเขาให้ผมรู้จัก ผมยิ้มให้เพื่อนเล่ย์เพื่อทักทาย

เดี๋ยวกูพามึงขึ้นไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยลงมากินข้าว ผมพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามเล่ย์ขึ้นมาชั้นบน เล่ย์พาผมเข้ามาในห้องเขาก่อนจะยื่นผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าของผมที่เขาใส่มาให้

เดี๋ยวกูรอกินข้าวที่ข้างล่างนะ อาบเสร็จก็เดินลงไปหากู เขาพูดจบก็เดินออกจากห้องไปส่วนผมก็เดินเข้าไปอาบน้ำ ห้องเล่ย์ก็เหมือนห้องผู้ชายทั่วไปแหละ อาจจะรกบ้างแต่ก็ไม่ได้สกปรกอะไร  

ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินดูรอบๆห้องเล่ย์ก่อนจะลงไปข้างล่าง

 

Partเล่ย์

           

ผมตั้งใจจะพาไอ้แทนไปเที่ยวน้ำตกแต่ไอ้คิวก็โทรมาตามว่ามีลูกค้ามาสัก ผมก็ผิดแหละเพราะผมไม่ได้บอกไอ้คิวไว้ว่าผมจะไปเที่ยวมันเลยจัดคิวไว้ให้ พอไอ้แทนรู้มันก็ให้ผมกลับไปทำงานไง ผมก็เลยให้มันไปนอนที่ร้าน ผมพาไอ้แทนขึ้นไปอาบน้ำก่อนจะเดินลงมาข้างล่าง

คิว มึงกินข้าวยัง

ยัง

กูจะโทรสั่ง มึงจะแดกมั้ย ผมถามไอ้คิวก่อนจะเดินไปนั่งที่โซฟา

สั่งมาเลย สั่งเผื่อไอ้พีด้วย ไอ้คิวพูดจบผมก็โทรไปสั่งอาหาร กว่าไอ้แทนจะอาบน้ำเสร็จอาหารคงมาส่งพอดี   

มึงจัดคิวไว้ให้กูกี่คิว

3คิว มีตอนเที่ยง ตอนเย็นแล้วก็ดึกๆ

ครั้งหน้าก็จัดคิวให้กูเต็ม5คิวเลย ถ้ากูจะหยุดวันไหนเดี๋ยวกูบอก ที่จริงผมคิดเรื่องนี้มานานแล้วแต่แค่ยังไม่ได้บอกมัน

กูฟังผิดรึเปล่า?

มึงได้ยินไม่ผิดหรอก

อะไรทำให้เพื่อนกูขยันทำงานเนี่ย แค่3คิวมึงก็บ่นเมื่อยจะตายห่า

ไม่มีไร ทำตามที่กูบอก ผมแค่คิดอยากเก็บเงินเพิ่มมากขึ้น รถผมก็ผ่อนหมดแล้ว และถึงผมจะเป็นแค่ช่างสักธรรมดาผมก็อยากให้เห็นว่าอาชีพที่ผมทำมันก็มั่นคงพอที่จะดูแลใครสักคนได้

แน่ใจ  ไม่ใช่เพราะคนที่มึงพามาหรอ ผมหันไปมองหน้าไอ้คิว

กูเป็นเพื่อนกับมึงมากี่ปี สายตาที่มึงมองเขากูดูออก

ไร้สาระ ผมพูดจบก็เดินออกไปรับอาหารที่มาส่งก่อนจ่ายเงินแล้วเดินกลับเข้ามาในร้าน

แค่ความเสียใจ ความผิดหวังมึงจะไปกลัวอะไร ถ้ามึงไม่ลองให้โอกาสตัวเองดู มึงจะรู้ได้ไงว่ารักดีๆมันมีอยู่จริง รักดีๆหรอ รักดีๆผมมันจบไปตั้งแต่8ปีก่อนแล้ว

รักบ้าบออะไร มึงจะแดกมั้ยข้าว ผมเดินไปเอาจานในครัวก่อนจะเดินมาที่โต๊ะ

มึงก็ไปพูดเรื่องนั้นกับมัน มึงก็รู้ว่ามันเป็นโรคกลัวความรัก ไอ้พีพูดขึ้นก่อนจะเดินเข้ามา มันลงมาตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย

กลัวเ**ยไร ปัญญาอ่อน ผมพูดจบก็เริ่มเอาอาหารออกใส่จาน ผมสั่งต้มจืด ผัดผัก กุ้งทอดกระเทียมส่วนของไอ้คิวกับไอ้พีก็ปลาราดพริกกับยำไข่ดาว 2คนนั้นมันกินเผ็ดไอ้แทนกินกับมัน2คนไม่ได้แน่ๆ ผมเลยสั่งให้มันต่างหาก

แล้วนี่มึงสั่งไรมาเยอะแยะ อยู่กันแค่นี้ ไอ้พีนั่งลงก่อนจะพูดขึ้น

แค่นี้ที่ไหน เพื่อนมึงมันมีแขก ไอ้คิวพูดจบไอ้แทนก็เดินลงมาพอดี

แดกข้าวได้ล่ะ ผมตักข้าวให้ไอ้แทนก่อนจะยื่นไปให้มัน

มึง....นี่ไอ้พี ผมแนะนำไอ้พีให้ไอ้แทนรู้จัก มันยิ้มให้ไอ้พีก่อนจะเริ่มกินข้าว

จะกินอะไร ผมถามไอ้แทน มันจะเอื้อมไปตักอะไรในเมื่อกับข้าวที่ผมสั่งมาให้มันก็อยู่ใกล้มันหมด

อยากกินปลา

มันเผ็ด! ”

คงไม่เผ็ดมากหรอก ผมกินได้ เนี่ยไง ไอ้แทนมันเป็นคนดื้อคนนึงเลยนะ ทำเป็นรู้ดีว่าไม่เผ็ดมาก ผมเป็นคนสั่งให้ร้านทำเผ็ดๆเอง ใครจะไปรู้ว่ามันจะอยากกิน

มึงกินไม่ได้ อย่าเถียงกูได้มั้ย!!! ” ผมขึ้นเสียงใส่มัน มันวางช้อนลงก่อนจะลุกขึ้น

นั่งลงแล้วแดกให้หมด เสียดายของ! ” มันนั่งลงกินข้าวต่อ ผมเดินมาเอาจานกับช้อนใหม่ที่ครัวก่อนจะเดินไปที่โต๊ะ ผมตักปลามาใส่จานใบใหม่ก่อนจะเขี่ยพริกออก

ไอ้เล่ย์ มึงกินพริกไม่ได้นะ ไอ้พีเห็นผมตักปลามาใส่จานก็ท้วงขึ้น

แล้วใครว่ากูจะกิน ผมเขี่ยพริกออกจากปลาก่อนจะเอาไปวางใส่จานไอ้แทน

ลองกินดู เผื่อกินได้ ไอ้แทนมองหน้าผมก่อนจะลองกินปลาดู

ไม่เห็นเผ็ดเลย ก็บอกแล้วว่ากินได้ ไม่เผ็ดสิก็กูนั่งเขี่ยพริกออกให้มึงเนี่ย

จะกินอีกมั้ย ไอ้แทนพยักหน้าตอบ ผมตักปลามาเขี่ยพริกออกให้ไอ้แทนแล้วตักใส่จานมัน กินก็ไม่ได้ยังต้องมานั่งเขี่ยพริกออกให้มันอีก ผมตักปลามาเขี่ยพริกออกให้มันไปเรื่อยๆจนมันกินอิ่ม

เดี๋ยวผมล้างจานเอง

ไม่ต้อง มึงขึ้นไปนอนได้แล้วเดี๋ยวกูล้างเอง

เดี๋ยวผมล้างเอง

มึงไม่เถียงกูสักเรื่องได้มั้ย....จะ11โมงแล้วมึงยังไม่ได้นอนเลย ไอ้แทนเงียบไม่ได้พูดอะไร

ตามกูขึ้นมาบนห้อง.....ไอ้พีมึงล้างจานด้วย ประโยคแรกผมพูดกับไอ้แทนส่วนประโยคที่สองผมพูดกับไอ้พี

ผมนอนข้างล่างนะ

ขึ้นไปนอนบนเตียงกู

แต่....

ไม่มีแต่ ไปนอนได้แล้วกูจะลงไปทำงาน ไอ้แทนหันมามองหน้าผมก่อนจะเดินไปนอนลงที่เตียง ห้องผมไม่สกปรกนะแค่รกหน่อยๆ

มีอะไรก็ลงไปหากู ผมพูดจบก็เดินลงมาข้างล่าง ใกล้จะได้เวลาที่ไอ้คิวนัดลูกค้าให้แล้ว ผมต้องลงไปเตรียมอุปกรณ์ก่อน

เกรี้ยวกราดแต่ก็ใส่ใจเขาทุกอย่าง ไอ้คิวที่นั่งพิมพ์ลายอยู่พูดขึ้น

ใส่ใจไร

เปล่า โตแล้วคิดเอาเอง แล้วจำเป็นต้องพูดเสียงสูงขนาดนี้มั้ย ผมไม่ได้ใส่ใจคำพูดมัน ผมเตรียมอุปกรณ์เสร็จลูกค้าก็มาถึงพอดี

 

Partวาโย


ผมลงมารอน้องกรที่โต๊ะอาหารแล้วครับ ตั้งแต่ที่ออฟฟิตน้องกรได้พนักงานมาเพิ่มผมก็พาน้องกรเข้าออฟฟิตสายได้ ไม่ต้องไปแต่เช้าเหมือนเมื่อก่อน แล้วผมก็กลายเป็นพ่อบ้านใจกล้า2019อย่างเต็มตัว ผมมีหน้าที่ทำอาหารเช้า บางทีก็ช่วยน้องกรทำงานบ้านบ้าง ส่วนอาหารเย็นถ้าขี้เกียจก็ทานมาจากนอกบ้านถ้าวันไหนขยันก็มาช่วยกันทำอาหารเย็น

ฟอด ฟอด

มอนิ่งครับ น้องกรเดินลงมาหอมแก้มผมก่อนจะนั่งลงตรงข้ามผม

วันนี้มาแปลก ผมเดินไปถือถ้วยข้าวต้มมาให้น้องกรก่อนจะพูดขึ้น

แปลกอะไร

พี่โย พี่จะไปกรุงเทพวันไหน

หนูถามทำไม?

หลังจากพี่แทนหยุดแล้ว เราไปหาป๊ากัน น้องกรพูดจบก็ทานข้าวเช้าต่อ

หนูไม่กลับบ้านหรอ ตั้งแต่ที่น้องกรรับพนักงานเพิ่มผมก็พาน้องกรกลับบ้านทุกสัปดาห์

พี่พากรกลับบ้านทุกอาทิตย์ ไปหาป๊าแค่3-4วันจะเป็นไรไป

แต่พี่อยากให้กรอยู่กับครอบครัวมากกว่า ป๊าอยู่นู้นก็มีเพื่อนไปหาตลอด ไม่ใช่ผมไม่ห่วงป๊านะ แต่ป๊าผมแข็งแรงดีอีกอย่างป๊ามีเพื่อนๆไปหาตลอด ถ้าป๊าเบื่ออยู่บ้านป๊าก็จะออกไปข้างนอกบ้าง

แล้วพี่ไม่อยากอยู่กับครอบครัวพี่บ้างรึไง พี่ไม่ต้องทำเพื่อกรขนาดนั้นก็ได้ เวลาน้องกรได้กลับบ้าน ได้อยู่กับครอบครัว น้องกรดูมีความสุขมากเลย ผมถึงเลือกที่จะพาน้องกรกลับบ้านบ่อยๆ อะไรที่ทำให้น้องกรยิ้มได้อย่างมีความสุขจริงๆ ผมก็พร้อมที่จะทำ

แค่หนูมีความสุขก็พอแล้ว ผมเอื้อมมือไปจับมือน้องกรไว้

เราขึ้นไปหาป๊ากันนะ กรอยากให้พี่ได้อยู่กับครอบครัวบ้าง

แล้วแต่หนูเลย ผมก็ต้องตามใจน้องกรแหละ ผมดีใจนะที่น้องกรทำแบบนี้ เหมือนน้องกรใส่ใจทุกอย่างที่เป็นผม ผมกับน้องกรทานข้าวเช้าเสร็จก็ออกไปที่ออฟฟิต น้องกรกับผมก็แยกกันไปทำงานของตัวเองแต่เป็นผมมากกว่าที่รีบเคลียร์งานแล้วไปหาน้องกรที่ออฟฟิต

พี่แทน พรุ่งนี้พี่หยุดใช่มั้ย ผมเข้ามาหาน้องกรที่ออฟฟิตก็ได้ยินน้องกรคุยกับแทน

ใช่ กรมีไรรึเปล่า

หลังจากพี่หยุด กรกับพี่โยจะขึ้นไปหาป๊าสัก4วัน ฝากพี่ดูงานที่นี่ด้วยนะ ผมเดินเข้าไปนั่งข้างน้องกร แทนหันมามองหน้าผมก่อนจะพยักหน้าตอบน้องกร ผมรู้นะว่าในใจลึกๆแทนก็ยังรักน้องกรอยู่แค่มันไม่แสดงออกเท่านั้นเอง

ได้ๆ กรไปพักผ่อนเถอะ น้องกรยิ้มรับก่อนจะนั่งทำงานต่อ

.

.

หนู.....กลับบ้านได้แล้ว ผมนั่งดูน้องกรทำงานตั้งแต่เที่ยงจนตอนนี้6โมงเย็นแล้วน้องกรยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดทำงานเลย

กี่โมงแล้ว เนี่ย ปากพูดกับผมนะแต่ไม่หันมามองหน้าผมเลย ผมไม่อยากให้น้องกรมาทำงานก็เพราะแบบนี้แหละ ได้ทำงานแล้วไม่สนใจผมเหมือนเมื่อก่อนเลย

จะ6โมงครึ่งแล้วเนี่ย

กลับก็กลับ ไม่เห็นต้องทำแบบนี้เลย คิดว่าตัวเองเพิ่ง3ขวบรึไง เอ้า อะไรของน้องกร ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลย แค่ทำปากคว่ำแล้วกอดอกเอง ผมช่วยน้องกรเก็บของแล้วเดินมาขึ้นรถเพื่อไปหน้าด่าน

หนูจะกินอะไร ผมขับรถออกมาจากหน้าด่านก่อนจะถามน้องกร เผื่อน้องกรอยากกินอะไรจะได้แวะเลย

อะไรก็ได้ นี่คือปัญหาของการทานข้าวนอกบ้านเพราะน้องกรจะบอกว่าทานอะไรก็ได้แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้น

สเต็กมั้ย?

ไม่...พี่เพิ่งพากรไปกินมาเอง

อาหารทะเลก็ดีนะ

เมื่อวานเพิ่งกินไป

ข้าวขาหมูของชอบหนูมั้ย?

กินบ่อยแล้ว นี่ไง อะไรก็ได้ของน้องกรมันไม่มีอยู่จริง

อาหารญี่ปุ่น? 

พี่ก็รู้ว่ากรไม่ชอบ 

  งั้นหนูอยากกินอะไร นี่ผมขับรถจนจะมาถึงบ้านแล้ว ยังคุยเรื่องของกินไม่จบเลย

ก็บอกว่าอะไรก็ได้ เฮ้ออออ

แต่ที่พี่ถามหนูไป หนูไม่กินอะไรเลยนะ ผมไม่ได้หงุดหงิดอะไรนะ แต่ก็อยากตามใจน้องกรให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ก็ที่พี่ถามมากรกินไปแล้ว อีกอย่างอาหารญี่ปุ่นกรก็ไม่ชอบ  น้องกรไม่ชอบกินอาหารญี่ปุ่น น้องกรบอกว่ามันไม่อร่อย ผมเคยพาน้องกรไปกินครั้งนึง ผมลองให้น้องกรกินซูชิดู แค่กินไปคำเดียวน้องกรก็คายทิ้งแล้วอ่ะ แล้วน้องกรก็ไม่ยอมกินอาหารญี่ปุ่นอย่างอื่นอีกเลย

กินหมูกะทะมั้ย ผมขับผ่านร้านมาพอดีเลยลองถามดูเผื่อน้องกรอยากกิน

เป็นความคิดที่ดี อาทิตย์นี้ยังไม่ได้กินเลย ก็ต้องตามนั้นแหละครับ น้องกรกินหมูกะทะทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ2-3ครั้ง แต่ที่บอกว่าอาทิตย์นี้ยังไม่ได้กินคือน้องกรเพิ่งกินไปเมื่อ3วันก่อน

เอาชุดใหญ่1ชุดกับทะเลชุดใหญ่1ชุดครับ ชวนไปกินอาหารทะเลก็ไม่ไปกิน แต่มากินหมูกะทะก็สั่งอาหารทะเลอยู่ดี

หนูแน่ใจนะว่าจะไปหาป๊าจริงๆ ผมถามน้องกรระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ

ทำไมถามแบบนี้ ไม่อยากให้กรไปหรอ

ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากให้หนูไปนะแต่พี่กลัวหนูอึดอัด ผมกังวลเรื่องนี้มากจริงๆ แล้วอีกอย่างครอบครัวผมกับครอบครัวน้องกรก็ไม่ได้เหมือนกันด้วย

ไม่เห็นมีอะไรให้อึดอัดเลย ป๊าออกจะใจดี น้องกรพูดจบพนักงานก็เอาอาหารมาเสิร์ฟ ผมรับมาวางไว้ก่อนจะเริ่มย่างหมูกับอาหารทะเลให้น้องกร

ถ้าหนูไปแล้วอึดอัด หนูต้องบอกพี่นะ แล้วก็ไม่ต้องกลัวพี่คิดมากด้วย เข้าใจมั้ยครับ ผมต้องทำความเข้าใจกับน้องกรก่อน ผมไม่อยากให้น้องกรไปแบบไม่มีความสุข ผมก็ยังกลัวว่าน้องกรจะลำบากใจหรืออึดอัดเวลาต้องเจอป๊า

เข้าใจครับ แล้วก็หิวแล้วด้วย ผมคีบหมูที่สุกแล้วไปวางให้น้องกรก่อนจะแกะกุ้งให้น้องกร ถ้ามากินหมูกะทคือผมจะย่างให้น้องกรเอง เวลาเห็นน้องกรกินของที่ชอบแล้วมีความสุขผมก็มีความสุขไปด้วย


Partแทน


ผมเลิกงานแล้วกำลังจะกลับมาเอาของอยู่ที่ห้อง พรุ่งนี้ผมกับเล่ย์เราจะไปเที่ยวน้ำตก เล่ย์ก็เลยให้ผมไปนอนที่ร้านเล่ย์ แล้วนี่ก็เลยเวลาที่นัดให้เล่ย์มารับแล้วด้วย ผมรีบขึ้นมาเอาของที่ห้องแล้วรีบลงไปข้างล่าง ถ้าไปช้ากว่านี้เล่ย์หงุดหงิดแน่นอน

เฮ้ย!!! ” มาได้ไงวะ?

มึงจะตกใจอะไร เห็นหน้าผมก็อารมณ์เสียใส่ผมเลย

แล้วคุณมาได้ไง

กูก็มาตามมึงไง ด่านจะปิดแล้วไม่เห็นมึงออกไป

ผมลืมของเลยกลับมาเอา

เออๆ ไปได้แล้วเดี๋ยวด่านก็ปิดก่อน เขาพูดจบก็ดึงกระเป๋าผมไปถือก่อนจะเรียกรถให้ไปส่งที่หน้าด่านก่อนจะปั้มพาสปอตออกเดินไปที่รถ

หิวข้าวรึเปล่า

ผมไม่หิว ถ้าคุณหิวแวะทานข้าวก่อนก็ได้นะ ผมรีบเคลียร์งานก่อนจะเปลี่ยนกะผมเลยเพลีย แล้วผมก็เพิ่งคุยเรื่องน้องกรกับพี่กาญมาเลยเครียดๆไม่มีอารมณ์จะกินข้าว

มึงไม่สบายรึเปล่า

เปล่า แค่เพลียๆ นี่ก็3เดือนกว่าแล้วที่ผมรู้จักกับเล่ย์ ถ้าดูจากภายนอกก็คงจะดูเถื่อนๆ แต่ถ้าได้รู้จักเขาจริงๆ เขาเป็นอ่อนโยนคนนึงเลยนะแค่เขาพูดไม่เพราะเท่านั้นเอง

งานเยอะหรอวะ เหมือนมึงเครียดๆเลย   ผมไม่รู้ว่าสถานะของผมกับเล่ย์คืออะไร ถ้าผมเข้างานเช้าเล่ย์ก็จะเข้ามากินข้าวด้วยตอนเลิกงานแล้วก็ค้างกับผมที่ห้อง แต่ถ้าผมเข้าดึกตอนเช้าเล่ย์ก็จะมารับผมไปกินข้าวแล้วก็นอนที่ร้านเล่ย์ ตอนเย็นก็มาส่งผมมาทำงาน ตอนนี้เล่ย์กลายเป็นส่วนนึงในชีวิตผมไปแล้ว แต่เราอยู่กันแบบเพื่อนมากกว่าซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเล่ย์คิดยังไงกับผม แต่เป็นแบบนี้ ไม่มีสถานะอะไรมาผูกมัดมันก็ดีอยู่แล้ว

ยุ่งนิดหน่อย

เล่ย์ขับรถมาถึงหน้าร้านก่อนจะถือกระเป๋าลงมาให้ผม นี่ก็4ทุ่มกว่าแล้วแต่ในร้านก็ยังมีลูกค้ามานั่งรอคิวอยู่3-4คน

มึงขึ้นไปบนห้องก่อนเลย เดี๋ยวกูทำงานก่อน ผมรับกระเป๋าก่อนจะเดินขึ้นมาบนห้อง ผมหยิบเสื้อผ้าไปอาบน้ำก่อนจะเดินลงมานั่งเล่นที่ชั้นล่าง 

ไอ้เล่ย์มันสักคนสุดท้ายแล้วแหละ คิวที่เดินออกจากห้องสักมาเจอผมก็พูดขึ้น

พรุ่งนี้ไปเที่ยวด้วยกันมั้ย ผมถามคิวต่อ ผมไม่รู้ว่าเล่ย์ได้ชวนคิวกับพีไปด้วยมั้ย

ไม่อ่ะ พรุ่งนี้นัดลูกค้าไว้ คิวเป็นคนที่ตั้งใจทำงานมากนะ ผมไม่เคยเห็นคิวว่างเลย ส่วนเล่ย์ก็ทำงานตามอารมณ์ของตัวเอง แต่เดี๋ยวนี้ก็ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะ เห็นคิวบอกว่าเดี๋ยวนี้เล่ย์ทำงานทุกวัน วันละ5คิวด้วย จากเมื่อก่อนแค่3คิวก็บ่นเหนื่อยแล้ว ผมเดินไปนั่งรอเล่ย์ที่โซฟาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น

ทำไมมึงยังไม่นอน ผมหันไปมองหาเสียงที่ดังขึ้น

ยังไม่ง่วง ผมดูเวลาที่โทรศัพท์ นี่เที่ยงคืนแล้วหรอ?

แดกมาม่ากัน  กูหิว

งั้นเดี๋ยวผมทำ ผมก็เริ่มหิวแล้วเหมือนกัน

เดี๋ยวกูทำเอง มึงไปนั่งรอเลย เล่ย์พูดขึ้นก่อนจะเดินไปที่ครัว

คุณเพิ่งทำงานเสร็จเดี๋ยวผมทำให้ ผมเดินไปจับแขนเล่ย์ก่อนจะดึงให้นั่งลงที่โต๊ะอาหาร

นั่งรออยู่นี่ ไม่เกิน5นาทีคุณได้กินแน่นอน ผมพูดจบก็เดินไปที่ครัวก่อนจะเริ่มตั้งหม้อ ผมทำเป็นมาม่าหม้อไฟแต่แค่ไม่ได้ใส่เครื่องปรุงมาม่าลงไปเพราะเล่ย์แพ้พริก ทำเสร็จผมก็ยกถ้วยมาม่าออกไปที่โต๊ะ

ของมึงอ่ะ ผมทำมาแค่ถ้วยเดียวแต่มันเป็นถ้วยใหญ่ไง

ก็นี่ไง กินด้วยกัน ผมชูตะเกียบขึ้นก่อนจะนั่งลงข้างเล่ย์

มึงกินได้?

ทำไมผมจะกินไม่ได้

 

Partเล่ย์


ทำไมผมจะกินไม่ได้ ที่ผมถามมันแบบนั้นก็เพราะว่ามาม่าที่มันทำมาให้ผมเนี่ยไม่มีพริกก็เหมือนกินมาม่าเปล่าๆ มันก็ไม่อร่อยไง

มึงชิมดู ผมหยิบช้อนขึ้นมาตักน้ำซุปแล้วยื่นไปจ่อที่ปากมัน

แล้วคุณกินได้มั้ย? อะไรของมันว่ะ ผมถามมันนะไม่ใช่ให้มันมาถามผมกลับ

กูก็กินได้ดิ ผมก็กินของผมแบบนี้จนชินแล้ว

คุณกินได้ ผมก็กินได้ ไอ้แทนพูดจบก็เริ่มกิน ผมก็กินมาม่าถ้วยเดียวกันกับมันนั่นแหละ ผมเห็นไอ้แทนกินมาม่าอยู่กับผมตอนนี้แล้วผมคิดถึงเมื่อก่อนตอนที่ผมเรียนมหาลัย ตอนนั้นผมอยู่หอนอก แก้มจะมาอยู่ที่หอกับผมทุกวันศุกร์ถึงวันจันทร์ ผมจำเหตุการณ์วันนั้นได้ดี ตอนนั้นแก้มอยากกินสเต็กแต่ผมไม่มีเงิน ผมต้มมาม่ากินแต่แก้มออกไปกินข้าวข้างนอก แก้มติดเที่ยว ติดเพื่อน แก้มไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมแพ้พริก

อร่อยป่ะ

ก็เค็มๆดี ไอ้แทนมองหน้าผมแล้วก็หัวเราะขึ้น

มึงหัวเราะอะไร อิ่มแล้วก็ขึ้นไปนอน ผมผลักหัวมันก่อนจะยกถ้วยเข้าไปล้าง

งั้นผมขึ้นไปบนห้องนะ ผมพยักหน้ารับก่อนจะหันมาล้างถ้วยต่อ ผมยอมรับนะว่าเวลาที่อยู่กับไอ้แทนผมมีความสุข ผมไม่ต้องฝืน ผมได้เป็นตัวของตัวเอง ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ความรู้สึกของผมกับไอ้แทนคืออะไร รู้แค่ว่าอยู่ด้วยกันแล้วรู้สึกดีแค่นั้นเอง ผมเดินขึ้นไปบนห้องแล้วเข้าไปอาบน้ำก่อนจะเดินมานอนที่โซฟาส่วนไอ้แทนหรอนอนหลับสบายอยู่บนเตียงแล้ว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

115 ความคิดเห็น

  1. #50 ToyKrisada (@ToyKrisada) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 15:11
    รอเหมือนเดิม
    #50
    0
  2. #49 Gift2524 (@Gift2524) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 10:28

    ฟินเวอร์
    #49
    0