[FIC KHR/REBORN] LANDZIA K.

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 894 Views

  • 24 Comments

  • 139 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    38

    Overall
    894

ตอนที่ 2 : PROLOGUE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 49 ครั้ง
    20 เม.ย. 62

PROLOGUE



ค่ำคืนที่แสนมืดมิด ผืนฟ้ากว้างกับดวงดาวน้อยใหญ่ที่กำลังแข่งกันเปล่งประกาย แต่ก็ไม่อาจสู้ได้กับแสงของดวงจันทร์กลมโตสีเหลืองนวลหนึ่งเดียวของผืนฟ้า


ในตรอกแคบๆแห่งหนึ่งของประเทศอิตาลี ร่างของมนุษย์หลายคนเสียชีวิตอยู่ในนั้น ร่างกายของพวกเขาถูกของมีคมฟันขาดสะบั้น ชนิดที่ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าชิ้นส่วนตรงนั้นตรงนี้เป็นของใครกันแน่


แน่นอนว่าไม่ได้มีแค่ศพเท่านั้น ยังมีทั้งผู้รอดชีวิตหนึ่งเดียวของพวกเขา ซึ่งถูกของมีคมฟันเข้าที่ขาทั้งสองข้างจนผู้รอดชีวิตไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ตามสมใจอยาก


เขาก้มหัวขอร้องคนคนหนึ่งผู้เป็นดั่งซาตานหรือมารปีศาจร้ายที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขา อีกทั้งดาบคาตานะเล่มยาวอาบไปด้วยเลือดของพวกพ้องที่ต้องสังเวยชีวิตพาดไว้บนบ่าของเขาอีกด้วย


“ใครเป็นคนส่งพวกแกมา” น้ำเสียงทุ้มต่ำชวนฝันเอ่ยถาม


“บะ — บอก อึก ไม่ได้ —”


“งั้นหรอ อ่า งั้นคุณก็อย่ามีชีวิตอยู่ต่อเลย”


ไวเท่าความคิด ดาบคาตานะเล่มยาวถูกมือเรียวเงื้อขึ้นไว้เหนือหัว ชายตรงหน้าเบิกตากว้างก่อนจะรีบพูดด้วยน้ำเสียงสั่นระริก


“ฟะ — ฟิโอเน่ แฟมิลี่ ปะ — เป็นคนส่งพวกเรามา”


“งั้นหรอ ขอบคุณสำหรับข้อมูล คุณ — เป็นอิสระ”


สิ้นเสียงทุ้มต่ำ ชายตรงหน้าจึงรีบกระเสือกกระสนคลานหนีร่างหนา แต่คลานไปได้ไม่ถึงสิบก้าว ชายคนนั้นก็ถูกดาบคาตานะฟันเข้าที่คอขาดสะบั้น เสียชีวิตจมกองเลือด


“เป็นอิสระ — เสียเมื่อไหร่ อ่า เปื้อนเลือดโสโครกจนได้ หวังว่าเจ้านั่นจะเอาของมาเปลี่ยนให้นะ”


ร่างหนาถอดเสื้อสูทตัวนอกที่เปียกโชกไปด้วยเลือดสีแดงสด พลางใช้มันเช็ดขจัดคราบเลือดที่ดาบของตัวเองและเก็บอาวุธแสนรักลงในฝักดาบ ส่วนเสื้อสูทตัวนั้น ร่างหนาจุดไฟเผาและโยนมันเข้าไปในตรอกมืดด้วยเพื่อทำลายหลักฐาน




ราวกับรู้ใจ แลมโบกินี่สีเหลืองดำคันหรูจอดเทียบลงข้างๆร่างหนา เขาเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถหรู เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย แลมโบกินี่จึงเคลื่อนตัวออกห่างจากตรอกมืด


“ไงแลนด์ เร็วกว่าที่คิดนี่” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งคนขับเอ่ยขึ้น พลางยื่นกระเป๋าเป้มาให้เขา


“ขอบใจรีบอร์น — ตามที่รุ่นที่เก้าคาดการณ์ พวกมันมาจากฟิโอเน่”


“รุ่นที่เก้าเรียกพวกเราไปพบพอดี เปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว อีกไม่ถึงยี่สิบนาทีก็ถึงศูนย์ใหญ่แล้ว”


“อื้ม — ใครเป็นคนจัดกระเป๋าให้ฉันเนี่ย”


“เบียงกี้ ทำไม”


“กางเกงยีนส์ — รู้งี้ฉันจัดเองดีกว่า ช่างมันเถอะ”


ร่างหนาจัดการเปลี่ยนเสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็คที่เปื้อนคราบเลือดเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวและกางเกงยีนส์ขายาวสีดำด้วยความรวดเร็ว ขณะที่มือหนากำลังผูกเน็กไทอยู่นั้น รีบอร์นจึงเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ


“แลนด์ เสื้อสูทตัวนอกไปไหน”


“มันเปื้อนเลือดเลยเผามันทิ้งไปแล้ว”


“นายก็รู้ว่าเสื้อสูทตัวนั้นมันแพง”


“เอาหน่ารีบอร์น อย่างน้อยก็ดีกว่าใส่สูทที่เปื้อนเลือดไปพบรุ่นที่เก้านะ”


“เฮ้อ ฉันไม่เคยเถียงนายชนะเสียที”


“รู้อยู่แล้วก็ยังจะเถียง”


“ให้ตาย — ถึงแล้ว”


“ดวงอาทิตย์ขึ้นพอดี — ไปกันเถอะ”



ระหว่างทางที่เขาทั้งคู่กำลังเดินไปยังเส้นทางที่แสนคุ้นเคย ลูกน้องระดับสูงถึงต่ำต่างพากันก้มหัวทักทายทั้งสองด้วยความนอมน้อม รีบอร์นยังคงเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ใส่ใจ ต่างกับเขาที่ทักทายพอเป็นพิธี


เดินมาได้ไม่นาน เขาทั้งสองก็หยุดลงที่หน้าประตูบานใหญ่ แกะสลักด้วยลวดลายสีทองที่ดูเรียบและหรูหราไปในตัว คนตัวเล็ก(?)ข้างกายเคาะประตูเบาๆ จนกระทั่งคนด้านในเอ่ยอนุญาตให้เข้ามา พวกเขาถึงจะเดินเข้าไปในห้องนั้น


“สวัสดีรีบอร์นคุง แลนด์เซียคุง นั่งก่อนสิ”


“สวัสดีครับรุ่นที่เก้า // สวัสดีครับรุ่นที่เก้า”


พวกเขานั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับท่านรุ่นที่เก้า ผู้นำสูงสุดของวองโกเล่ แฟมิลี่ (*ตอนนี้พวกสึนะยังไม่ได้เข้าพิธีรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ) ชายชราท่าทางใจดีตรงหน้ายิ้มให้อย่างเป็นมิตร ขณะกำลังเตรียมชาเอิร์ลเกรย์ให้กับพวกเขา รุ่นที่เก้าเอ่ยถามขึ้น


“แลนด์เซียคุง ภารกิจเป็นอย่างไรบ้าง”


“ตามที่รุ่นที่เก้าคาดการณ์ครับ พวกที่มาก่อกวนชาวบ้านในแถบที่เกิดเหตุเป็นเพียงลูกน้องระดับล่างของฟิโอเน่ แฟมิลี่ครับ”


“อย่างนั้นหรอกหรือ — แล้ววองโกเล่รุ่นที่สิบกับผู้พิทักษ์เป็นอย่างไรบ้าง”


“สบายดีครับ ตอนนี้กำลังเรียนชั้นม.ปลายที่โรงเรียนนามิโมริ”


“อย่างนั้นหรือ เข้าเรื่องเลยแล้วกัน — เรื่องที่ฉันเรียกพวกเธอทั้งสองคนมาพบในวันนี้ เป็นภารกิจที่ใหญ่มากสำหรับพวกเธอ”


“ภารกิจอะไรครับรุ่นที่เก้า” ชายหนุ่มตัวสูงเอ่ยถามพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย


“เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ทางเราได้รับจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งคาดว่าเป็นสารท้ารบจากฟิโอเน่ แฟมิลี่ — เนื้อความในจดหมายประมาณว่าต้องการแย่งชิงตำแหน่งวองโกเล่รุ่นที่สิบ และมีการอ้างตัวว่าบอสของพวกเขาสืบเชื้อสายมาจากวองโกเล่รุ่นที่ห้า”


“มันจะเป็นไปได้หรือครับรุ่นที่เก้า” รีบอร์นเอ่ยขึ้น ชายชราตรงหน้าส่ายหัวอย่างจนปัญญา เรื่องแบบนี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นอีกเป็นครั้งที่สอง


“ในอีกสามเดือนข้างหน้าจะเป็นการเริ่มต้นศึกแย่งชิงตำแหน่ง กำลังรบของอีกฝ่ายไม่ได้ด้อยไปกว่าทางเรา”


“และนี่คือภารกิจของพวกเธอ — เธอจะต้องฝึกฝนให้วองโกเล่รุ่นที่สิบและผู้พิทักษ์แข็งแกร่งกว่าเดิมในระยะเวลาสามเดือน ทำอย่างไรก็ได้”


“ครั้งนี้ผมเป็นคนฝึกเจ้าพวกนั้นเหมือนเดิมใช่ไหมครับรุ่นที่เก้า”


“อื้ม — เพียงแต่ฉันจะให้แลนด์เซียคุงช่วยเธอฝึกด้วย เธอจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากกว่าเดิม ได้ใช่ไหมแลนด์เซียคุง”


“ได้ครับรุ่นที่เก้า”


“ศึกครั้งนี้จะเป็นศึกหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อนาคตของวองโกเล่ขึ้นอยู่กับพวกเธอแล้ว ระหว่างนี้อาจมีการลอบโจมตีเกิดขึ้น ขอให้พวกเธอระวังตัวให้ดี” ชายชราเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงอบอุ่นปนความเป็นห่วง


“น้อมรับคำสั่งครับ // น้อมรับภารกิจครับ”


“ขอให้พวกเธอโชคดี”


“ครับ // ครับ”


คล้อยหลังจากห้องทำงานของรุ่นที่เก้า รีบอร์นขอแยกตัวออกไปติดต่อพวกอัลโกบาเลโน่และพักผ่อน ส่วนเขานั้นกำลังเดินทางไปปราสาทวาเรีย — แน่นอน วาเรียจะต้องเข้าร่วมเป็นหนึ่งในขบวนการครูฝึก







ณ ปราสาทวาเรีย


ปึง! ฟิ้วๆๆ!! เคร้งๆๆ!!!


ทันทีที่เขาถีบประตูปราสาทวาเรียจนมันเปิดออกเสียงดังลั่น มีดสั้นปริศนาสามเล่มถ้วนพุ่งตรงเข้ามาหาโดยไร้ความปรานี ดีที่เขาชักดาบออกมาปัดมีดได้ทัน — ไม่งั้นเสียโฉมไปแล้ว


“ชิชิชิ นึกว่าใคร ที่ไหนได้ แลนด์คุงนี่เอง”


“ต๊ายตาย แลนด์จัง มาทำอะไรหรอฮ๊า”


“ค่าความเสียหายของประตู — 143,780เยน”


“ต้อนรับกันแบบนี้ก็ตกใจแย่สิครับ — ค่าเสียหายเรียกเก็บที่วองโกเล่ได้เลยครับมาม่อน” ผมพูดพร้อมกับเก็บดาบคู่ใจลงฝัก พลางพับแขนเสื้อเชิ้ตทั้งสองข้างขึ้นจนถึงศอกเพื่อความทะมัดทะแมงและเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ที่(อาจ)จะเกิดขึ้นต่อจากนี้


“แบบนี้สิคุยกันง่ายหน่อย” มาม่อนกล่าว ก่อนจะลอยออกจากประตูไปทำภารกิจเบิกเงิน


“แล้ววันนี้แลนด์จังมาหามีธุระอะไรหรือเปล่าฮ๊า”


“แน่นอนว่ามีครับ — ว่าแต่เจ๊ลูซครับ”


“ว่าไงฮ๊า”


“ซันซัสอยู่ไหมครับ — พอดีวันนี้จะมาเจรจาอะไรนิดหน่อย” ผมเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองรอบห้องโถงในปราสาทแล้วพบว่าชายร่างสูงพอๆกันไม่อยู่ในนี้


“อยู่ฮ๊า คาดว่าบอสพึ่งจะตื่นนะฮ๊า”


“ชิชิชิ มีเรื่องสนุกๆมาให้ทำงั้นหรอแลนด์คุง”


“ครับเบล แต่ก่อนอื่นช่วยเรียกทุกคนมาพร้อมกันที่ห้องประชุมได้ไหมครับ”


“ชิชิชิ ทำเป็นสั่ง — รอแป็บ” เบลเฟกอลที่มีท่าทีจะขัดขืนในตอนแรกจำต้องรีบออกไปตามคนอื่นในวาเรียพร้อมกับลูซซูเรีย



ไม่ใช่ว่าเจ้าชายกลัวแลนด์คุงหรอกนะ!!



แต่เพราะจิตสังหารกับดาบคาตานะที่ไม่รู้ว่าดึงออกจากฝักตอนไหนของคนตรงหน้า มันทำให้เจ้าชายต้องทำตาม



ถ้าไม่ทำตามล่ะก็ — เผลอๆอาจคอขาดไม่รู้ตัว



“โว้ยยยย!!!! ใครกันที่บังอาจบุกมาแต่เช้า!!! โอ๊ะ ไงแลนด์ มาทำอะไรที่นี่กัน” สควอโล่ที่ตอนแรกแหกปาก(?)ตะโกนอยู่จำต้องลดเสียงลง เพราะเห็นแขกตัวสูงผู้คุ้นหน้าคุ้นตาดียืนอยู่


“ไอ้สวะหน้าไหนมันบังอาจมา! ไปตายซะ!!” สิ้นเสียงของซันซัส ก็เกิดเหตุชุลมุนขึ้นกลางห้องโถงทันที


เพลิงพิโรธที่ออกมาจากปลายปากกระบอกปืนพุ่งเข้าหาชายตัวสูงผมสองสีอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยความเร็ว ในขณะที่เพลิงพิโรธเข้าใกล้มากขึ้นทุกที ทันใดนั้นเกิดแรงดันมหาศาลจากดาบคาตานะ ฟาดผ่ากลางเพลิงพิโรธจนมันแยกออกเป็นสองซีก ทำให้วิถีของเพลิงพิโรธเปลี่ยนทิศ ไปปะทะเข้ากับของตกแต่งในห้องโถงแทนที่จะเป็นคนตัวสูงที่มีดาบคาตานะพาดอยู่บนไหล่ซ้าย


...มันจะมีสักกี่คนที่กล้าฟันเพลิงพิโรธ — ยกเว้นคนผมสองสีไว้แล้วกัน //เสียงจากความคิดของผู้เห็นเหตุการณ์


“ไอ้บอสเวร!!! ทำอะไรเนี่ย!!”


“ต๊ายตาย ของพังหมดเลยนะฮ๊า”


“ค่าความเสียหาย 587,000เยน”


“โห — ทักทายกันแบบนี้เลยหรอครับซันซัส”


“เหอะ มีอะไรไอ้สวะ”


“คำสั่งจากรุ่นที่เก้า(?) พวกคุณจะต้องไปเป็นครูฝึกให้กับวองโกเล่ เดซิโม่และผู้พิทักษ์” สิ้นเสียงทุ้มต่ำ พลันความเงียบเกิดขึ้นรอบตัว


“ชิชิชิ ไม่เอาด้วยหรอก ยุ่งยาก”


“ว่าแล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ — ฟรานครับ จะโผล่ออกมาดีๆหรือจะโผล่ออกมาตอนคอขาดไปแล้วครับ”


“ใจเย็นก่อนคุณแลนด์เซีย เห็นงี้ me ก็ยังอยากมีชีวิตอยู่นะคร้าบ” มนุษย์ผู้มีหมวกกบใบโตอยู่บนหัวค่อยๆโผล่ออกมาจากหมอกมายา


“ก็แค่นี้ — เอาเป็นว่าฟังข้อเสนอของทางเราก่อนได้ไหมครับ”


“ข้อเสนอหรอฮ๊า อะไรบ้างเอ่ย”


“ถ้าดีจะเก็บไว้พิจารณา” เลวี่ที่เงียบมานานเอ่ยขึ้น


“พวกคุณต้องรับข้อเสนอนี้แน่นอน — ของสมนาคุณที่พวกคุณจะได้หลังจากที่จบภารกิจครูฝึกมีดังนี้” ผมหยิบโพย(?)ที่จดของสมนาคุณมาอ่าน เนื่องจากมันเยอะจนผมจำไม่หมด


“เตกิล่าระดับพรีเมียมส่งตรงจากเม็กซิโกจำนวนหนึ่งห้องเก็บ” ซันซัสยกยิ้มที่มุมปาก


“ตั๋วเฟิร์สคลาสบินไปปารีสพร้อมบัตรวีไอพีเข้าชม paris fashion week สามารถเข้าหลังเวทีได้” ลูซซูเรียใช้ผ้าเช็ดเลนส์กล้อง


“เช็คเงินสดสองล้านเยน” มาม่อนหยิบสมุดเช็คเงิน(?)


“และทริปพักร้อนที่ฮาวายหนึ่งสัปดาห์เต็ม หาดส่วนตัว คฤหาสน์ริมทะเล ทุกอย่างฟรี แถมไม่มีภาร(งาน)กิจกวนใจ”


หลังกล่าวจบ ผมเก็บโพยเข้ากระเป๋ากางเกง และเมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ปะทะเข้ากับสายตาที่เป็นประกายวิบวับจากวาเรีย ไม่เว้นแม้กระทั่งซันซัสก็ตาม


ผมว่าซันซัสตกลงตั้งแต่เตกิล่าหนึ่งห้องเก็บแล้วมั้งครับ ฮะๆ


“ตกลงไอ้สวะ — นัดเจอที่ไหน”


“อีกห้าวันบินไปไทยแลนด์โน่ เจอกันที่ห้องรับรองวีวีไอพีเซนต์นาโม ไฮสกูล”


“ชิชิชิ โอเคแลนด์คุง”


“เจอกันนะฮ๊า แลนด์จัง”


“ครับๆ เจอกันครับ” เขาว่าจบ ก่อนจะเดินออกจากวาเรีย มุ่งหน้ากลับปราสาทวองโกเล่เพื่อไปพักผ่อนบ้าง



หวังว่าสามเดือนนี้ ทุกอย่าง — จะราบรื่น


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 49 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #8 loli48 (@loli48) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 22:28

    แกร๊~~~มันดี~~https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #8
    1
    • #8-1 บีลอง ทู (@Byme-Byme) (จากตอนที่ 2)
      21 เมษายน 2562 / 19:34
      แลนด์เซียจงเจริญ!! *เสียงวาเรียสรรเสริญแลนด์จัง*
      #8-1
  2. #7 hyun_park22 (@hyun_park22) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 21:42
    มาต่ออ สนุกมากกก
    #7
    1
  3. #5 xamphrmingein85 (@xamphrmingein85) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 10:51
    5555รออยู่นะคะสู้ๆ
    #5
    1