คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [KNB Fanfic] Family Of Mine [KNB Fanfic] Family Of Mine | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
แนะนำตัวละคร / ทักทายผู้อ่าน / เขียนตามใจชอบ พิมพ์ตรงนี้ได้เลย...

เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ก.ค. 62 / 23:08


Family of Mine



“นี่ลูกสาวของเก็นจังเหรอ? น่ารักจังเลย”

“น่ารักจัง มีชื่อแล้วรึยังนั่น? ”

“ฉันอยากมีลูกน่ารักๆ แบบนี้บ้างจังเลย”

“เพิ่งคลอดเมื่อวานสินะ ดูสิๆ หน้าเหมือนนายเลยนะเก็นจัง”

“แหม ไม่ขนาดนั้นหรอก จะหน้าเหมือนใครก็ต้องรอดูตอนโตล่ะนะ” นายตำรวจเจ้าของชื่อ มาซากิ เก็นจิ ยิ้มอย่างขวยเขินเมื่อเพื่อนๆ ต่างพากันชมลูกสาวที่เพิ่งคลอดเมื่อวานนี้ของเขา เขาเป็นตำรวจในวัย 30 ที่ดีและขยันทำงาน ไม่แปลกเลยที่เพื่อนร่วมงานต่างก็รักและเอ็นดูเขา

หนวกหูชะมัด จะอะไรนักหนากะอีแค่เด็กแรกเกิดของเบต้าที่หน้าตาเหมือนลูกลิง… ถัดออกไปประมาณ 3 ช่วงโต๊ะทำงาน ตำรวจหนุ่มผมสีน้ำเงินและผิวสีแทนผู้ซึ่งกำลังตรวจตราแฟ้มคดีล่าสุดบนหน้าจอแลปท็อปทว่าหูนั้นได้ยินบทสทนามาตลอดทำหน้าเบื่อโลก แล้วทำไมตรูจะต้องมานั่งฟังเจ้าพวกนี้พล่ามอะไรไร้สาระด้วยฟระ?

“นี่ๆ อาโอมิเนะคุงโดนแซงแล้วนะ” ตำรวจหญิงคนหนึ่งหันมาพูดกับเขา

“หา? แซงอะไร? ” ฉันไม่ได้แข่งอะไรกับใครซักหน่อย!

“ก็ดูเก็นจังสิ แต่งงานมีลูกเป็นพ่อคนแล้วนา”

“แล้วไง? ”

“นายยังไม่มีแฟนเลยล่ะสิ” ตำรวจหนุ่มอีกนายแทรกขึ้น

“นั่นสิ ไม่เห็นเคยพูดถึงเลย” อีกคนเสริม

แล้วทำไมตรูต้องพูดถึงเรื่องส่วนตัวด้วยฟระ?

“ใช่ๆ ฉันล่ะสงสัยจริงๆ อัลฟ่าเสน่ห์แรงแบบนายไม่มีแฟนกับเขาได้ไง? ” คราวนี้กลุ่มคนที่มุงมาซากิอยู่ก็หันมาให้ความสนใจชายหนุ่มผมสีน้ำเงินทันที

“หนวกหูน่า พวกนายเลิกยุ่งเรื่องของคนอื่นแล้วไปทำงานซะทีสิวะ” อาโอมิเนะหันไปแยกเขี้ยวใส่ แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครถือสาหรือสนใจ แถมยังพูดกันต่ออีกต่างหาก

“ถามจริงๆ เหอะอาโอมิเนะ ไม่มีใครมาสนใจนายมั่งเหรอ? รึไม่ก็นายไปสนใจเข้า อะไรแบบนี้น่ะ”

“เออ ฉันก็สงสัยนะ เล่าให้ฟังบ้างดิ รักในวัยเรียนก็ได้”

“อะไรนะ? รักในวัยเรียนของอาโอมิเนะคุงเหรอ? ฉันอยากฟังๆ ”

“...ถึงเวลาเข้าเวรพอดี” อาโอมิเนะถอนหายใจ ก่อนจะพับปิดหน้าจอแลปท็อป ลุกออกจากโต๊ะแล้วเดินหนีออกจากบริเวณนั้นไปอย่างรวดเร็ว ตูชิ่งก่อนล่ะ เจ้าพวกเบต้าจอมเผือก!


จะบอกว่าอัลฟ่าหนุ่มเสน่ห์แรงอย่างอาโอมิเนะ ไดกิ คนนี้ไม่มีใครแลเลยก็ดูจะไม่เป็นความจริง ที่ผ่านมามีเหล่าเบต้าและโอเมก้าที่หลงเสน่ห์เขามากมายจนนับไม่ถ้วน ทว่าเขาไม่ได้ถูกใจหรือสนใจใครเป็นพิเศษ…

...จนกระทั่งเขาได้พบกับ คางามิ ไทงะ…

มันเป็นการพบกันในหน้าที่การงาน…

เขาเป็นตำรวจ

คางามิเป็นพนักงานดับเพลิง

วันหนึ่งเขาได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเม้นท์และลักขโมยจากย่านชุมชนย่านหนึ่ง ทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต่างก็เข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

เขาไล่จับขโมย

คางามิเป็นหนึ่งในทีมที่เข้าไปช่วยคนที่ติดอยู่ในตึกที่ไฟไหม้

เขาลากคอเจ้าหัวขโมยที่ก่อเรื่อง 2 คนกลับมาโยนใส่รถตำรวจที่จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากตึกที่ไฟไหม้และทันเห็นคางามิอุ้มร่างของเด็กน้อย 2 คนกับแมว 1 ตัวออกมาจากตึกที่ไฟไหม้ แล้วตอนนั้นนั่นเองที่สายตาของพวกเขาสบกันโดยบังเอิญ

อาโอมิเนะบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกนั้นคืออะไร เขารู้แค่ว่าหัวใจเต้นไวขึ้นและเสียวแปล๊บเหมือนมีกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่านแบบแปลกๆ เคยได้ยินมาว่าหากเจอคู่แห่งโชคชะตา ร่างกายจะมีปฏิกิริยาไว บางทีก็จะสูญเสียการควบคุมอารมณ์

อาโอมิเนะไม่เคยเชื่อในเรื่องคู่แห่งโชคชะตา มองว่ามันไร้สาระสิ้นดี ก็แค่เรื่องเล่าต่อๆ กันมา ไม่เห็นจะน่าเป็นจริงซักเท่าไหร่เลย… เขาคิดเสมอว่าคนที่จะมาเป็นคู่กับเขาต้องเป็นคนที่เขาชอบแล้วเลือกเองเท่านั้น ไม่ใช่ให้โชคชะตานำพาใครก็ไม่รุ้มาเป็นคู่ให้แบบนี้

พวกเขาบังเอิญพบเจอกันในหน้าที่บ่อยครั้ง…

อาการแปลกๆ ที่หัวใจหายไปแล้ว ซึ่งก็นับว่าดีในความคิดของอาโอมิเนะ เท่าที่เขารู้มา คางามิเป็นเบต้าธรรมดาที่ไม่มีอะไรสะดุดตานอกจากส่วนสูง สีตา และสีผม อายุอานามพอๆ กับเขา แม้ว่าจะไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ ทว่าเขาก็ชอบสีผมกับสีตาของอีกฝ่าย เพราะมันให้ความรู้สึกเป็นคู่ตรงข้ามกับสีตาและสีผมของตน

ทำไมเราต้องมาคิดเรื่องของหมอนั่นด้วยวะ? อาโอมิเนะคิดขณะที่นอนอ่านนิตยาสารกราเวียร์อยู่บ้านในวันหยุด เขามั่นใจว่าตนเองชอบผู้หญิงทรงโต (ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นอัลฟ่า เบต้า หรือโอเมก้า) เทียบกันแล้ว...คางามินั่นไม่ได้ใกล้เคียงกับสเป็คเลยสักนิด…

ถ้าเป็นแบบนี้ไปตลอดก็คงจะดี…

ทว่าเรื่องราวที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นในวันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังตรวจตราพื้นที่อยู่ เขาเห็นสีแดงแว๊บๆ เลี้ยวเข้าตรอกที่อยู่ทางหางตาด้านหนึ่งเข้าพอดี อาโอมิเนะนึกสงสัยอยู่ว่าเมื่อครู่นี้คืออะไร? ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองเขาก็คือ โจรกรรม

ไวเท่าความคิด ตำรวจหนุ่มจึงรีบเดินก้าวขายาวๆ ไปยังตรอกที่เขาเห็นสีแดงนั่น เมื่อเข้ามาในตรอกจนสุดทางเดินแล้ว เขาก็พบร่างของชายหนุ่มผมแดงนั่งตัวสั่นขดอยู่ข้างตู้กดน้ำ ในมือที่สั่นระริกของอีกฝ่ายถือเข็มฉีดยาซึ่งบรรจุของเหลวสีเขียวที่ดูน่าสงสัย

เล่นยาตอนกลางวันแสกๆ เลยเรอะ? หยุดแล้วยกมือขึ้นซะดีๆ อาโอมิเนะออกคำสั่งและก้าวเข้าไปใกล้มากขึ้น

อย่าเข้ามา! ชายหนุ่มผมแดงตะโกน ก่อนจะหันมามองเขา…

คางามินั่นเอง…

คางามิ? นายกำลังทำอะไร? เป็นอะไรรึเปล่า? อาโอมิเนะก้าวเท้าอีกก้าว

คางามิเอาแต่ตะโกนห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้

อาโอมิเนะที่กำลังจะถามด้วยความสงสัยก็หยุดชะงัก กลิ่นหอมแปลกประหลาดปะทะเข้ากับประสาทรับกลิ่นของเขาอย่างแรงจนทำให้หายใจลำบาก สติสัมปชัญญะเริ่มจะเลือนรางและคุมไม่อยู่ เขารีบยกมือข้างหนึ่งขึ้นปิดปากและจมูกของตนเองไว้

กลิ่นแบบนี้ไม่ควรจะโชยมาจากเบต้า… นี่มันกลิ่นฟิโรโมนของโอเมก้าชัดๆ!

หมายความว่า...คางามิแท้จริงแล้วเป็นโอเมก้าอย่างงั้นเหรอ?

ถ้าอย่างงั้น ของเหลวสีเขียวในหลอดเข็มฉีดยานั่น...

เห็นคางามิมือสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่แล้วไม่ไว้ใจเลย ดังนั้นเขาจึงกลั้นหายใจเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่มีสีหน้าตื่นตระหนก จากนั้นแย่งเข็มฉีดยามาถือไว้เอง

ต้องฉีดที่ไหน? บอกมาเร็วๆ! อาโอมิเนะถามแกมสั่ง เขาตัดสินใจช่วยอีกฝ่ายฉีดยาเองในขณะที่ยังประคองสติไว้ได้อยู่

ที่คอ คางามิเอ่ยเสียงสั่น

อาโอมิเนะจึงฉีดของเหลวสีประหลาดนั่นเข้าที่คอของคางามิ…

หลังจากนั้นไม่นานนัก กลิ่นฟิโรโมนที่คละคลุ้งอยู่รอบๆ ก็ค่อยๆ จางลง พวกเขาทั้งคู่นั่งพิงตู้กดน้ำกันอย่างเหนื่อยอ่อน

นี่ ขอร้องล่ะ ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้มั้ย? คางามิเอ่ยปากขอร้องเขา จึงได้รู้ว่าเขาปลอมแปลงสถานะในเอกสารสมัครงานเพราะกลัวจะไม่ได้งานเพราะเพศสภาพ โดยทุกเดือนเขาจะต้องฉีดยากดเพศสภาพของตนเองไว้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ยาเดิมก็ไม่ได้ผล จึงต้องหายาที่แรงกว่ามาฉีดอยู่ทุกเดือน เมื่อครู่นี้เขาคิดว่าซื้อยาเสร็จจะรีบกลับไปฉีดยาที่บ้าน แต่ร่างกายก็เริ่มออกอาการฮีทเสียก่อนก็เลยต้องหลบมาฉีดยาในตรอกอย่างที่เห็น

คางามิรู้สึกทึ่งในความอดทนและไม่ฉวยโอกาสของอาโอมิเนะอยู่ไม่น้อย เขาคิดว่าคนๆ นี้เป็นคนดี

...เป็นอัลฟ่าที่ดี...

อาโอมิเนะตกลงว่าจะเก็บเรื่องเพศสภาพของคางามิไว้เป็นความลับตราบใดที่อีกฝ่ายยอมไปกินมื้อเย็นกับเขาสักมื้อ…

...เวลาผ่านไปนานแค่ไหนนั้นไม่มีใครใส่ใจจะจำเท่าไหร่นัก...

...รู้ตัวอีกที...ก็คบกันเป็นคนรักและย้ายมาอยู่ด้วยกันเสียแล้ว...


++++


ตำรวจหนุ่มผมสีน้ำเงินตรงกลับบ้านทันทีหลังเลิกกะ เขาไม่เสียเวลากดกริ่งหน้าบ้านแต่ไขกุญแจเข้าไปเลย

“กลับมาแล้ว” เอ่ยปากเรียกเหมือนทุกครั้งที่กลับมา

...ไม่มีเสียงตอบกลับ…

...ภายในบ้านนั้นมืดสนิท...

“คางามิ? ” อาโอมิเนะเรียก

...ยังคงไม่มีเสียงตอบกลับ…

สงสัยมีงานเข้าล่ะมั้ง... อาโอมิเนะสรุป รู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่ไม่เห็นคางามิ เพราะอีกฝ่ายบอกว่าวันนี้ขอลาหยุด

เขากดเปิดไฟแค่ตรงทางเดินแค่ดวงเดียว ก่อนจะก้าวเท้าตรงไปยังส่วนของห้องรับแขกอย่างคุ้นชิน เขาโยนกระเป๋าเอกสารลงบนโซฟาและเห็นว่ามีบางอย่างผิดแปลกไปจากเดิม…

...หมอนที่เขามักใช้หนุนหลังเวลาดูทีวีบนโซฟานั้นหายไป…

...รองเท้าที่ใส่ในบ้าน กองนิตยสารของเขาหายไป…

ชายหนุ่มแทบจะพุ่งไปสำรวจต่อที่ห้องครัว จากนั้นก็ห้องน้ำ

...แก้วกาแฟ จานอาหารที่เขามักใช้เป็นประจำหายไป… ขนมกินเล่นของเขาก็หายไป…

...ผ้าเช็ดมือของเขาในห้องน้ำก็ยังอุตส่าห์หายไป…

นี่มันบ้าอะไรกันวะ!? ขโมยขึ้นบ้าน? แม้จะสงสัยว่าทำไมมีแค่ข้าวของๆ เขาเท่านั้นที่หายไป อาโอมิเนะก็เดินไปคว้ามีดทำครัวมาถือไว้แล้วเดินไปที่บันไดเพื่อขึ้นสู่ชั้นบนของบ้าน

อย่างแรกที่สำรวจก่อนคือห้องนอนของคางามิ เขาเปิดประตูเข้าไปและมองหาสิ่งผิดปกติ ...ไม่มีอะไรผิดปกติ ของทุกอย่างอยู่ในที่ๆ มันควรจะอยู่เช่นเดิม…

จากนั้นเขาเดินมายังห้องนอนของตัวเอง เอาหูแนบกับบานประตูเพื่อฟังเสียง… เมื่อไม่ได้ยินเสียงอะไร เขาจึงค่อยๆ หมุนลูกบิดกลอนประตู มืออีกข้างกระชับมีดไว้แน่นเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน…

“!? ”

สิ่งที่เขาเห็นคือร่างสูงของชายหนุ่มผมแดงนั่งขดตัวอยู่ในผ้าห่มผืนหนาบนเตียง รายล้อมไปด้วยกองหมอน เสื้อผ้า ข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างที่เป็นของๆ เขา (ที่คิดว่าถูกขโมยหายไปแล้ว) ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รับรู้ถึงการมาถึงของเจ้าของห้องเพราะนั่งหันหลังให้ประตูและกำลังนั่งดูแมตช์บาสเกตบอล NBA บนจอแทปเล็ตโดยใส่หูฟังอยู่เสียด้วย

“คางามิ? ” อาโอมิเนะเรียกพร้อมกับกดเปิดสวิตช์ไฟ

ร่างบนเตียงหันขวับมาทันที ดวงตาสีแดงเป็นประกายดุร้ายเสมือนเสือหวงถิ่นที่พร้อมจะขย้ำทุกอย่างที่ลุกล้ำเข้ามาในอาณาเขต แต่เมื่อเห็นว่าผู้ที่มาใหม่เป็นใคร ประกายตาดุร้ายนั้นก็จางหายไปทันที

“อาโอมิเนะ? ” คางามิถอดหูฟังออก “กลับมาเมื่อไหร่? ”

“ฉันกลับมาแล้ว เรียกก็แล้ว ไม่มีเสียงตอบ ก็เลย…”

ดวงตาสีแดงจ้องมองมีดในมืออีกฝ่าย “แล้วมีดนั่นอะไร? ”

“เห็นของในบ้านหายไปก็นึกว่าขโมยขึ้นบ้าน…”

คางามิหัวเราะ “เจ้าบ้า โจรที่ไหนเขาจะขโมยแค่ของๆ นายเล่า”

“ก็นายไม่ใช่เรอะ” อาโอมิเนะหรี่ตามองอีกฝ่ายและสภาพรอบห้อง “ทำอะไรของนายน่ะ? ”

“ไม่ได้ขโมยซะหน่อยเฟ้ย แค่ยืมมาใช้เฉยๆ เดี๋ยวก็คืนที่เดิมให้เองแหละน่า” คางามิลุกจากเตียง ยืดตัวบิดขี้เกียจเล็กน้อย “ส่งมีดมานี่ เย็นนี้อยากกินอะไรล่ะ? ”

อาโอมิเนะยื่นมีดให้อีกฝ่ายอย่างง่ายดาย “อะไรก็ได้ แล้วแต่นายเลย”

คางามิรับมีดจากเขาแล้วเดินออกจากห้องนอนไป ปล่อยให้ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินยืนงงว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้ยินเสียงของคางามิที่พูดขึ้นระหว่างเดินลงบันไดไปว่า มีเรื่องจะคุยด้วยหลังมื้อเย็น

อาโอมิเนะมองดูสภาพรอบห้องอีกครั้ง ก่อนจะย่อกายลงเก็บกองนิตยสารที่สะเปะสะปะอยู่บนพื้น เรียงซ้อนกันให้เป็นระเบียบแล้ววางไว้หน้าประตูห้อง เขาคิดจะจัดของให้เข้าที่ระหว่างรอมื้อเย็นพลางคิดถึงการกระทำอันแปลกประหลาดของคนรักไปด้วย เหมือนจะเคยได้ยินมาจากที่ไหนหว่า นึกไม่ออกแฮะ… เขาพับผ้าห่ม จัดเรียงหมอนใหม่

...โอเมก้าที่ขลุกอยู่ในดงข้าวของๆ อัลฟ่า…เหมือนกำลังสร้างรัง...

มือที่กำลังเก็บเสื้อผ้ากลับใส่ตู้อยู่ชะงักค้าง…

...รึว่า…?



เสียงลงบันไดตึงตังดังมาแต่ไกล ก่อนที่แขนคู่แกร่งจะตรงเข้าโอบรอบเอวของชายหนุ่มผมแดงที่กำลังหั่นหอมใหญ่อยู่จากด้านหลัง ทำให้เขาชะงักมีดในมือ

“ทำอะไรของนายวะ? ไม่เห็นรึไงว่ากำลังทำอะไรอยู่ มันอันตรายนะเฟ้ย” คางามิบ่นใส่อีกฝ่าย ปั๊ดเอามีดจิ้มเลยนิ!

“ตั้งแต่เมื่อไหร่? ” อาโอมิเนะถามเสียงต่ำพร้อมกับซบศีรษะลงบนหลังคอของคนตรงหน้า มือตบเบาๆ ที่บริเวณท้องนั่น

“...น่าจะซักเดือนนึงได้แล้วมั้ง”

“ทำไมไม่บอกฉันล่ะ? ”

“ก็กำลังจะบอกหลังกินข้าวนี่ไง”

“...” อาโอมิเนะถอนหายใจเบาๆ คิดว่าตนเองนั้นช่างโง่เหลือเกินที่ไม่ทันสังเกตคางามิในระยะหลังนี้ให้ดีๆ

“นาย...โอเคกับมันรึเปล่า? ” คางามิวางมีดลงบนเขียง ก่อนจะหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนข้างหลัง จ้องมองดวงตาสีน้ำเงินตรงหน้านิ่งเพื่อรอคำตอบ จะบอกว่าดีใจก็ใช่ กลุ้มใจก็ใช่ เขาไม่อยากให้ความแตกและเสียงานเสียการเพราะเรื่องนี้… “ถ้าไม่โอเค...ฉัน...จะไปเอาออก”

“อย่านะไอ้บ้านี่” อาโอมิเนะเปลี่ยนจากกอดเป็นเขกหัวอีกฝ่ายแรงๆ ไปหนึ่งดอก

“โอ๊ย! เจ็บนะเฟ้ย! ”

“นั่นลูกฉันนะเว้ย! เก็บมันไว้ซะ แม้ว่าจะหน้าเหมือนลูกลิงก็เหอะ! ”

“ลูกลิง!? ” คางามิอ้าปากเหวอ “ยังไม่ทันจะเห็นเลยมาบอกว่าเหมือนลูกลิงได้ไงฟระ!? ”

“เด็กแรกเกิดก็หน้าเหมือนลูกลิงทั้งนั้นแหละ! ”

“ไม่เหมือนโว้ย! ”

“พนันกันมั้ยล่ะ!? ”

“หนอย นึกว่าไม่กล้าเรอะ!? ” และเมื่อรู้ว่าหลุดปากพูดอะไรไป ชายหนุ่มผมแดงก็ชะงักค้าง “อ๊ะ…”

“หึ ไอ้โง่เอ๊ย” อาโอมิเนะแสยะยิ้ม “ตกลงตามนี้นะ เก็บมันไว้จนกว่าจะครบกำหนด ห้ามเอาออกล่ะ”

“...”

เมื่อเห็นคนรักนิ่งเงียบและมีสีหน้าวิตกกังวล อาโอมิเนะจึงพยายามพูดให้กำลังใจแม้มันจะไม่ใช่สิ่งที่เขาถนัดเลยก็ตาม “นี่ คางามิ”

“...”

“อย่างกังวลไปเลยน่า”

“ฉันไม่อยากให้ความแตกเลย”

“ทำไม? ถ้าความแตกแล้วที่ทำงานจะไล่นายออกเรอะ? ”

“ไม่รู้สิ…” ก็ในที่ทำงานเขาไม่มีโอเมก้าแม้แต่คนเดียวเลยน่ะสิ จึงทำให้เขาเป็นกังวลมากว่าโอเมก้าจะไม่เป็นที่ต้อนรับในสายงานนี้ “ฉันก็แค่อยากทำงานต่อไปเรื่อยๆ เท่านั้นเอง”

อาโอมิเนะรู้ว่าอีกฝ่ายชอบช่วยเหลือคนถึงได้เลือกงานที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้...มันก็ไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่นักหรอก เพราะชอบช่วยเหลือคนถึงได้เลือกมาทำงานเป็นตำรวจ…

“ฉันจะปล่อยให้นายทำงานไปอีกซักเดือนก็แล้วกัน หลังจากนั้นหยุดพักซะ”

“แล้วให้ฉันอยู่เฉยๆ น่าเบื่อไปวันๆ อะนะ? ”

“นายจะออกไปผจญเพลิงทั้งที่ท้องป่องน่ะเหรอ? ไม่ต้องคิดเลย”

“แล้วจะให้ฉันทำอะไร? แล้วรายได้ล่ะ? ”

“ไม่รู้สิ ออกกำลังกาย บำรุงร่างกายอะไรทำนองนั้นมั้ง” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินเกาหลังศีรษะตัวเอง เขาไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้จริงๆ ให้ดิ้นตาย...ดูท่าจะต้องอาศัยความช่วยเหลือและความรู้จากเพื่อนๆ ในกรมฯ เสียแล้ว “ส่วนเรื่องเงินน่ะ ฉันหาคนเดียวได้”

“แต่…”

“ห้ามคิดว่าตัวเองเป็นตัวถ่วงฉันเด็ดขาด เพราะนายไม่ได้ถ่วงฉัน” อาโอมิเนะยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ดันจนอีกฝ่ายติดเค้าท์เตอร์ทำครัว “เข้าใจมั้ย? ”

คางามิเม้มปากแน่น ไม่ค่อยสบอารมณ์ในสถานะของตนเอง แต่ก็ไม่อยากขัดใจอัลฟ่าของเขาเช่นกัน จากนั้นจึงพยักหน้ารับช้าๆ “...อือ”

อาโอมิเนะรู้สึกโล่งอกเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะไม่เคยสนใจเรื่องที่จะมีลูกมีเต้าเหมือนคนอื่นๆ ทว่าเมื่อมันเกิดขึ้นมาแล้ว เขาก็ตั้งใจจะเลี้ยงดูให้ดีที่สุด

“!? ” ดวงตาสีแดงของคางามิเบิกกว้างเมื่อเห็นหยาดน้ำใสๆ ที่ก่อตัวอยู่ในดวงตาสีน้ำเงินของอีกฝ่าย “อ-อาโอมิเนะ? ”

อาโอมิเนะหันหลังให้ทันที ยกมือข้างหนึ่งขึ้นปาดน้ำตา “อย่าพูดนะเฟ้ย! ”

เห็นเช่นนั้น คางามิก็ยิ้มมุมปาก เขาเอนตัวไปข้างหน้าเพื่อเกาะหลังอาโอมิเนะ ก่อนจะวางคางลงบนบ่าแข็งแรงนั่นแล้วจงใจพูดใส่หูเจ้าตัว “อะไรกัน นี่นายดีใจที่จะได้เป็น คุณพ่อ ขนาดนั้นเลยเหรอ...ที่รัก…”

“โว้ย!! อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะ! ” อาโอมิเนะสะบัดโอเมก้าจอมยั่ว (ประสาท) ออกไป เห็นอีกฝ่ายหัวเราะชอบใจที่ได้แกล้งเขาแล้วทั้งหงุดหงิดทั้งหมั่นเขี้ยว

“อ๊ะ! ทำอะไรของนายน่ะ เฮ้! ” เพราะมัวแต่หัวเราะจนลืมระวังตัว คางามิถูกอีกฝ่ายรวบตัวยกขึ้นพาดบ่าและพาเดินไปวางบนโซฟาในห้องรับแขก เขามองดูอัลฟ่าหนุ่มที่กำลังถอดเสื้อออกจากนั้นก็ทาบทับลงมา “เดี๋ยวสิ...ข้าวเย็น…”

“ช่างหัวมัน ไว้กินทีหลังก็ได้” อาโอมิเนะแสยะยิ้ม สองมือกระตุกดึงกางเกงพร้อมกางเกงในของร่างข้างใต้ออกในคราเดียว “กวนนักนะ ลงโทษว่าที่คุณแม่มือใหม่ ซะหน่อยดีมั้ยนะ? ”

“เอ่อ...ไม่ดีมั้ง เดี๋ยวกระเทือนถึงเด็ก…” ซวยแล้วตรู…

“ไม่เป็นไรน่า ลูกฉันซะอย่าง ยังไงก็ต้องอดทนได้น่ะแหละ”

“ด-ไดกิ ฉันขอโทษ…ผิดไปแล้วอ่า...”

“นึกว่าขอโทษแล้วจะรอดเหรอ? ” อาโอมิเนะยิ้มเย็น “อีกอย่าง กลิ่นนายเรียกร้องซะขนาดนี้ ฉันไม่ปล่อยให้นายเหงาหรอกน่า”

ว่าแล้วก็จัดการ ลงโทษ โอเมก้าของเขาโดยไม่สนใจเสียงประท้วงใดๆ ทั้งสิ้น

...สุดท้ายแล้ว…

...มื้อเย็นของพวกเขาก็กลายเป็นมื้อดึกไปด้วยประการฉะนี้แล…



-END-



ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ButterChicken จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 กันยายน 2562 / 20:52

    มาอีกนะคะชอบแนวแบบนี้มากๆๆๆๆๆเลยคะ

    #2
    1
  2. #1 96NatsuKK
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 00:59

    ฟินมากค่าาาา แต่ง​ดีมากๆเลยอ่าาาา >< ขอบคุณนะคะะะ

    #1
    1