A Billionaire Next Door ข้างห้องมีมหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าปัญหา 1 ea

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 จะทำอย่างไรหากมีเพื่อนบ้านเป็นตัวสร้างปัญหา 1 ea?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    13 ส.ค. 63

 

บทที่ 1

 

‘จะทำอย่างไรหากมีเพื่อนบ้านเป็นตัวสร้างปัญหา 1 ea?’

พิมพ์หัวข้อกระทู้เสร็จ ภยดาก็กดปุ่มลบจนเกลี้ยง ก่อนจะพิมพ์หัวข้อกระทู้อีกครั้งพร้อมบรรยายรายละเอียดความชั่ว ลังเลอยู่ครู่หนึ่งเธอก็ตัดสินใจลบที่เขียนทั้งหมดอีกครั้ง ปิดคอมพิวเตอร์ ยืดแขนด้วยความเมื่อยล้าหลังจากนั่งจ้องหน้าจอเป็นเวลาถึง 8 ชั่วโมงเต็ม

6 ชั่วโมงแรกน่ะทำงาน อีก 2 ชั่วโมงหลัง ค้นหาวิธีจัดการกับเพื่อนบ้านตัวแสบล้วน ๆ

บิดขี้เกียจยังไม่ทันครบเซ็ตดี เสียงออดที่ในใจหญิงสาวค่อนขอดว่าผู้ดี๊ ผู้ดี ก็ดังขึ้น เมื่อส่องตาแมวแล้วเห็นเป็นเด็กหนุ่มใส่ชุดฟอร์มคนส่งของยืนยิ้มหน้าทะเล้นพร้อมพนักงานนิติบุคคลของคอนโดที่ตามขึ้นมาคุมเชิง ภยดาก็เปิดประตูให้อย่างง่ายดาย ก่อนจะเซ็นต์รับของ และอุ้มกล่องกระดาษขนาดความยาว 1 ฟุต เข้าไปในห้อง

บนกล่องไม่มีชื่อผู้รับ มีแต่ระบุที่อยู่เป็นชั้นที่เธออาศัยอยู่ ซึ่งก็คือชั้นเกือบสูงสุดของคอนโดแห่งนี้

ไม่ต้องเสียเวลาสงสัยนานว่าในกล่องบรรจุอะไร หันซ้ายแลขวาเพียงแป๊บเดียว หญิงสาวก็กลับมาพร้อมคัตเตอร์ ก่อนจะบรรจงกรีดเปิดฝากล่องอย่างเชี่ยวชาญด้วยความชำนาญของนักสั่งของออนไลน์ แต่เมื่อเปิดกล่องปุ๊บ ภยดาก็แทบผงะ เพราะในกล่องนั้นเต็มไปด้วย...

...ถุงยางอนามัย 

อ้อ ไซส์ใหญ่พิเศษ และบางเป็นพิเศษเสียด้วย

ให้ตายเถอะ!

เห็นของในกล่อง ภยดาก็รู้แล้วว่าเจ้าของพัสดุตัวจริงเป็นใคร ในชั้นนี้มีผู้อาศัยอยู่เพียงสองห้อง ห้องหนึ่งเป็นของมหาเศรษฐีหนุ่มชาวอเมริกันที่ครอบครองพื้นที่ชั้นบนสุด ก่อนจะขยายลงมาชั้นถัดไปด้วยการกว้านซื้อห้องไปทีละห้อง จนเหลือเพียงแค่ห้องเธอ

ถ้าเอา floor plan มากาง พื้นที่อันน้อยนิดของห้องภยดานั้นคงเปรียบดั่งหูดบนแผนที่ทวีปเอเชีย

ไม่แปลกที่เจ้าหน้าที่นิติบุคคลจะเข้าใจผิดว่าเธอเป็นเจ้าของพัสดุกล่องนี้ เพราะไอ้เลวห้องข้าง ๆ เอ้ย! ผู้ชายที่อยู่ห้องข้าง ๆ นั้นแทบจะไม่เคยโผล่หน้ามาอยู่คอนโดแห่งนี้ ถึงแม้จะกว้านซื้อเอา กว้านซื้อเอาแถมคนที่ชอบสั่งของออนไลน์จนมีพัสดุมาส่งไม่เว้นแต่ละวันก็มีแต่เธอเพียงผู้เดียว ใครจะไปคิดว่าพอถึงเวลาสั่งของ ไอ้เวรนั่นแทนที่จะระบุชั้นบนสุดของคอนโด ดันมาระบุชั้นที่มีห้องเธอเป็นติ่งอยู่ด้วยโดยไม่แม้แต่จะจ่าหน้าผู้รับ

เห็นของที่อยู่ข้างในแล้ว ภยดามือไม้สั่น อยากจะเทของทั้งหมดลงท่อทิ้งขยะทางเดินไปลิฟท์ซะให้หมด หลังจากสงบสติอารมณ์ได้แล้วเธอก็แพ็คกล่องเสียใหม่ ก่อนจะอุ้มกล่องนั้นแล้วเดินตรงไปกด intercom ของห้องข้าง ๆ 

ใช่แล้ว ในขณะที่ห้องเธอเป็นกริ่งธรรมดา ถึงแม้ราคาคอนโดต่อตารางเมตรจะไม่ธรรมดา แต่ผู้ชายข้างห้องเธอกลับเต็มไปด้วยเทคโนโลยีตั้งแต่กริ่งยันกลอนประตู 

กดไปแล้วก็ได้แต่สงสัยในใจว่า นี่เขามาจากดาวอังคารรึเปล่านะ 

เออ อาจจะใช่ เพราะ Men are from Mars, Women are from Venus!

ยังไม่ทันจะได้จินตนาการเข้าสู่ห้วงอวกาศ เสียงตอบรับภาษาอังกฤษที่ฟังดูหงุดหงิดนิด ๆ ก็ดังขึ้น เธอรีบบอกจุดประสงค์ที่มาทันที ก่อนจะได้ยินเสียงกลอนประตูคลายออกเพราะเจ้าของปลดล็อคเปิดประตูให้จากภายใน

แต่เปิดก็เปิดไปสิ ใครจะเข้าไปกัน!

ถึงแม้เธอจะมีความอยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอว่าหนึ่งในเศรษฐีระดับ Billionair ที่มีอยู่เพียง 2,604 คน ในโลกอย่าง เจค มาร์เควซ นั้น จะมีรสนิยมการตกแต่งเพ้นท์เฮ้าส์สุดหรูยังไง แต่ก็ยังไม่ได้เสียสติขนาดจะเดินดุ่ม ๆ เข้าห้องคนไม่รู้จัก โดยเฉพาะการเดินดุ่มเข้าไปในห้องของคนที่ได้ฉายาว่า ‘คนโฉดแห่งซิลิคอนวัลเลย์’

เห็นว่าสาวน้อยที่มากดออดหน้าห้องยังไม่เข้ามาสักที เจ้าของห้องในชุดเสื้อยืด กางเกงวอร์ม ที่ดูแวบแรกยังเรียบ ๆ ธรรมดา ๆ แต่แปะป้ายแบรนด์เนมหราจึงก้าวมาเปิดประตูห้องด้วยตนเอง

ยังไม่ทันได้เอ่ยถามว่ามีธุระอะไร กล่องเจ้าปัญหาก็ถูกยัดเยียดยื่นมาตรงหน้าทันที พร้อมกับที่ผู้มาเยือนเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงถึงแม้จะไม่เหมือนเจ้าของภาษาเปี๊ยบ แต่ก็ฟังง่ายและใกล้เคียงมาก

“คุณสั่งกล่องนี้มาใช่ไหมคะ”

ประโยคคำถามนั้น ทำให้หนุ่มเจ้าของห้องก้มไปดูกล่องสีน้ำตาลที่ว่า บนกล่องไม่ได้เขียนอะไร มีแค่ที่อยู่ผู้รับเท่านั้น ด้วยความระแวง เขาจึงไม่รีบรับเอาไว้ ถึงแม้จะเห็นว่าสาวน้อยตรงหน้าต้องแบกมันไว้เองก็ตามที

“ข้างในเป็นอะไร?”

เห็นเขาเลิกคิ้วอย่างสงสัย เพื่อยุติการผลักกล่องไปมา ภยดาก็จำใจต้องด้านหน้า บอกเขาออกไปเสียงเรียบ แต่แทบจะแยกเขี้ยวใส่

“ถุงยาง!”

จบประโยคนั้น หนุ่มข้างห้องก็หัวเราะกร๊าก ก่อนจะยอมรับกล่องนั้นมาแต่โดยดี แต่ยังไม่วายถามต่ออย่างพยายามจะยั่วโมโหคนตรงหน้า

“คุณคงไม่ได้...แอบหยิบของของผมเก็บไว้สักกล่องสองกล่องหรอกใช่ไหม?”

หยิบกับผีน่ะสิ!

อุตส่าห์บากหน้าเอามาให้ ยังจะมาหาว่าเธอเป็นขโมย คนที่ทำหน้าที่เป็นคนส่งของเลยถลึงตาใส่เขาไปหนึ่งรอบ แต่ด้วยความสูงที่ต่างกับเกือบ 40 เซนติเมตร ท่าทางแบบนั้นเลยดูไม่น่าเกรงขามเลยสักนิด ดูแล้วเหมือนลูกแมวที่พยายามขู่ฟ่ออยู่มากกว่า 

พอเห็นว่าคนตรงหน้าไม่มีท่าทางสำนึกผิด ภยดาเลยได้แต่ทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจ งึมงำด่าเขาในใจไปหนึ่งรอบแล้วก้าวท้าวจากไปอย่างไม่อยากจะถือสาหาความ

เพราะถ้าเธออยากจะถือสาหาความล่ะก็ เธอคงต้องหาความตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่ที่นี่เมื่อ 1 ปีก่อนแล้ว!

 

 

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 ปีก่อน ตอนที่ได้รู้ว่าเพ้นท์เฮ้าส์ราคาแสนแพงที่อยู่บนหัวเธอมีคนซื้อเรียบร้อยแล้วเป็นหนุ่มมหาเศรษฐีสุดฮอตวัยสามสิบกว่าอย่าง เจค มาร์เควซ เธอก็รีบเอาชื่อเขาไปค้นหาใน Google ทันที พอเห็นภาพเขาในผลลัพธ์การค้นหา ภยดาก็แทบน้ำลายหก 

ซิกแพ็คแน่นมาก หล่อวัวตายควายล้ม

คลิกเข้าไปดูแต่ละรูป โอย พ่อเจ้าประคุณ คนอะไรจะหล่อได้ 360 องศาแม้แต่มุมเสยก็ยังเอาอยู่

นี่เขาเป็นนายแบบหรือมหาเศรษฐีกันแน่!

ดูรูปหนำใจแล้วก็คลิกเข้าไปอ่านประวัติที่มีให้อ่านอย่างเกลื่อนกลาด

ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจ start up อายุน้อยรุ่นแรก ๆ ที่ขายกิจการแล้วนำเงินที่ได้มาลงทุนเปิด venture capital ก่อนจะกว้านซื้อธุรกิจอีกมากมาย และ 30% ของธุรกิจที่เขานำเงินส่วนตัวไปลงทุนกลายเป็นดาวรุ่งยูนิคอร์น เงินสะพัดร่ำรวยเสียยิ่งกว่าเก่า ยังไม่รวมการลงทุนนู่นนี่นั่นอีกมหาศาลที่ทำให้เขาก้าวขึ้นมาอยู่ในทำเนียบมหาเศรษฐีอายุน้อยภายใน 10 ปี

ค้นไปดูที่ต้นตระกูล ครอบครัวเขาก็เป็นถึงเจ้าของบ่อน้ำมันมากมายในรัฐเท็กซัส และยังเป็นผู้ดีเก่าที่อพยพมาตั้งรกรากจากสเปน

การศึกษานั้นก็จบจาก MIT

นิสัยส่วนตัว: ชั่ว ล้างผลาญ 

ฉายา: คนโฉดแห่งซิลิคอนวัลเล่ย์

เอ๊ะ เดี๋ยวนะ เธออ่านอะไรผิดไปรึเปล่า?

อ่านถึงบรรทัดนั้นเธอเลยย้อนไปหาใหม่ ว่าอะไรที่ทำให้หนุ่มหล่อลากดินคนนึงกลายเป็นคนชั่วล้างผลาญได้ ใครกันนะบังอาจมากล่าวหาหนุ่มหล่อของเธอ!

คดีแรกของเขา เริ่มตั้งแต่อายุ 18 ปี ก็คิดจะเผาหนึ่งในแท่นขุดเจาะบ่อน้ำมันของตระกูล 

เอิ่มมม ตอนนั้นอาจอยู่ในช่วงฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ทุกคนควรให้อภัยเด็กหนุ่มที่ยังไม่รู้จักคิด

ห้าปีก่อน ไม่ถูกชะตากับ ผู้ก่อตั้ง start up มาแรงแต่ใกล้ร่วงแห่งหนึ่ง พอประกาศผลประกอบการไม่ตามเป้า ยอด customer acquisition เอนจอนาถ การเติบโตติดลบ กำไรตัวแดง และเทรนด์ที่เปลี่ยนไป เจค มาร์เควซ ก็ทำสิ่งที่คนทั่วไปไม่มีทางคาดคิด เขาช้อนซื้อบริษัทนั้นในช่วงที่บริษัทประกาศเพิ่มทุน แต่ไม่มีใครยอมจ่ายเงินลงทุนเพิ่ม ยิ่งไปกว่านั้นเขายังไปซื้อหุ้นมาจากบรรดาผู้ลงทุนในช่วง serie A, Serie B หลายเจ้าในราคาอันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ พอได้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ เขาก็อาศัยโอกาสนี้ปลด CEO ผู้ควบตำแหน่งผู้ก่อตั้งทิ้ง ให้สอบสวนการฉ้อโกงในบริษัท แล้วประกาศล้มละลาย หลังจากประกาศล้มละลาย เขาใช้อีกบริษัทของตนซื้อที่ดินและตึกสำนักงานใหญ่ไปในราคาตลาด ก่อนจะทำสิ่งที่ทำให้คนทั้งซิลิคอน วัลเล่ย์ ช็อคไปทั้งเมือง และเป็นที่มาของฉายา คนโฉดแห่งซิลิคอนวัลเล่ย์ ของเขามาจนถึงทุกวันนี้ 

เพราะ เจค มาร์เควซ ซื้อตึกมาเพื่อ...ถล่มทิ้ง!

คู่ปรับของเขาซึ่งถูกปลดทิ้งแทบน้ำตาไหลพราก หลังจากตะโกนด่าเขาหน้าซากตึกอยู่ 1 วันเต็มก็โดนตำรวจจับไปข้อหายักยอกเงินบริษัท จากนั้นชื่อเสียงของเจคก็ขจรขจาย ในทางเลวร้าย ไม่มีเรื่องดีเลยสักนิดเดียว

เขาถูกจดจำในฐานะ มหาเศรษฐีเพลย์บอย อารมณ์ร้าย และเกรี้ยวกราด

เฮลโหลลลลล ประวัติคนเรามันจะโชกโชนเบอร์นี้ได้ยังไง เอาจริงดิ่!

 

 

แต่ถึงแม้เธอจะได้อ่านด้านมืดของเขาผ่าน ๆ ตาค่อนข้างมาก ภยดาก็มั่นใจว่า ตัวจริงของ เจค มาร์เควซ ที่อุตริซื้ออสังหาริมทรัพย์ไปทั่วโลกคงไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น 

แต่นั่นก็เป็นเพราะเธอมันมองโลกในแง่ดีจนเกินไป!

เดือนแรกที่เข้ามาอยู่ มหาเศรษฐีหนุ่มก็ทยอยซื้อห้องชั้นถัดไป - แถวบ้านเรียกว่าชั้นของเธอ 

ด้วยไม่มีปัญหาเรื่องเงิน เขาเลยใช้อำนาจเงินล่อลวงให้เจ้าของที่มีอยู่เพียง 5 คนบนชั้นนี้ทยอยขายห้องให้เขาจนเกลี้ยง เหลือแต่เพียงเธอคนเดียวที่เป็นตายร้ายดีก็ไม่ยอมขาย

แถมไอ้เหตุผลที่อยากซื้อห้องใจจะขาดก็น่าตบซะไม่มีดี เพราะเจค มาร์เควซ แค่อยากได้ห้องชั้นล่างไว้จัดปาร์ตี้ และสร้างสนามบาสเก็ตบอลบนตึกสูง 

สนามบาสเก็ตบอลเนี่ยนะ!

นี่ไอ้นายหน้านั่นไม่ได้ล้อเธอเล่นใช่ไหม!

พอเธอไม่ยอมขายหลังจากนายหน้ามาเกลี้ยกล่อมไปสองรอบ เจค มาร์เควซ ก็ส่งทนายมาเจรจา เหตุผลมีอยู่เพียงว่า เขารู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นส่วนตัวเมื่อมีเธออยู่เป็นติ่งในพื้นที่ของเขา

เขาไม่ได้มีพื้นที่ส่วนตัวอยู่บนชั้น 32 อยู่แล้วรึไง ถ้าไม่อุตริคิดจะซื้อชั้น 31 เพิ่มขึ้นมาอีกชั้น! ไอ้บ้าเอ๊ย!

 

หลังจากเป็นตายร้ายดีเธอก็ไม่ยอมขาย ถึงแม้ตัวแทนของเขาจะเอาเงินสามเท่าของราคาตลาดมาล่อ เจค มาร์เควซ เลยถือโอกาสที่มาพักที่กรุงเทพฯ เป็นระยะสั้น ๆ ให้เกียรติมาเจรจากับเธอด้วยตัวเอง

หลังจากนั่งฟังเขาพูดโดยที่คนพูดทำหน้ารำคาญใจเหมือนต้องคุยกับควายไม่ใช่คนอยู่ 15 นาที ภยดาก็ยังยืนยันคำเดิมว่าเป็นตายร้ายดียังไงเธอก็ไม่มีวันขาย 

จะขายได้ยังไง นี่เป็นของดูต่างหน้าเพียงชิ้นเดียวของพ่อแม่เธอนะ ใครจะขายให้กับคนที่มีเหตุผลน่ารังเกียจแบบนั้นกัน!

เห็นแก่ความดื้อด้านของเธอ เขาเลยรามือชั่วคราว ภยดาคิดว่าเรื่องนี้จบแล้ว แต่สองเดือนถัดไปเขากลับจัดปาร์ตี้ที่ห้องอย่างเอิกเกริก ผู้มาร่วมงานเต็มไปด้วยเหล่าเซเลบริตี้ทั้งไทยและต่างชาติมากมาย ผิดก็แต่ว่าคนจัดปาร์ตี้ไม่ได้ให้พวกเขาใช้ลิฟท์ส่วนตัวที่ขึ้นได้เพียงชั้นเพ้นท์เฮ้าส์เท่านั้น แต่กลับให้มาใช้ลิฟท์ปกติที่ขึ้นได้ถึงชั้น 31 แล้วเข้าประตูห้องจากชั้นนี้แทน

เชื่อแล้วว่าหมอนี่ขยายห้องเพราะจะจัดปาร์ตี้จริง ๆ แถมพื้นที่ตรงห้องเธอเขายังวางแปลนให้เป็นสนามบาสเก็ตบอลอีกต่างหาก! ยิ่งคิดยิ่งน่าโมโห!

คืนที่จัดปาร์ตี้บ้าบอนั่น มีคนมาอออยู่หน้าประตูจนเต็มชั้น ล้นทะลักมาจนถึงหน้าห้องเธอ หญิงสาวต้องเดินฝ่ากลุ่มคนหนาแน่นนั่นเพื่อกลับไปที่ห้องขนาดสองห้องนอนของตัวเองอย่างยากลำบาก แถมตอนเธอเปิดประตูยังจะมีคนที่เริ่มกรึ่ม ๆ ตั้งแต่ก่อนเข้างานพยายามแทรกตัวเข้าประตูเพราะคิดว่าห้องเธอทะลุไปห้องที่จัดปาร์ตี้ เดือดร้อนให้หญิงสาวต้องตะโกนเรียกการ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าประตูห้องเจคให้มาจัดการให้ ผ่านไปเกือบ 10 นาที ภยดาถึงได้เข้าห้องตัวเองไปได้ด้วยความทุลักทุเล

หลังจากนั้นช่วงปาร์ตี้ใกล้เลิกคือช่วงที่เลวร้ายที่สุด เพราะแขกที่เริ่มเมา พอเดินออกจากประตูก็แหกปากร้องเพลงอยู่ตรงโถงทางเดินจนเธอแทบนอนไม่ได้ บางคนก็มากดกริ่งห้องเธอรัว ๆ แถมยังมีคนพยายามปีนรั้วตรงสวนที่เป็น ‘สวนส่วนตัวสำหรับผู้อาศัยอยู่ชั้นนี้เท่านั้น’ เข้ามาในระเบียงห้องเธออีกด้วย โชคดีที่เขาเปลี่ยนใจกลัวความสูงไม่กล้าปีนข้ามมาเสียก่อน

นี่มันโคตรจะเลวร้าย และทั้งหมดนี้เป็นเพราะคน ๆ เดียวที่สะเออะจะจัดปาร์ตี้ที่ห้องแต่ดูแลได้ห่วยแตกสุด ๆ อย่าง เจค มาร์เควซ

วันถัดไปหลังปาร์ตี้จบลง เธอไปกด intercom ห้องเขาเพื่อเฉ่งเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ แต่หลังจากยืนรอเขาอยู่ครึ่งชั่วโมง สิ่งที่ได้คือเจ้าของปาร์ตี้กลอกตาใส่เธอสามรอบ พร้อมเอ่ยเสียงรำคาญว่า

“ถ้าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อคืนอีก คุณก็ขายห้องให้ผมซะก็สิ้นเรื่อง” ก่อนจะโบกมือลา ปิดประตูใส่หน้าเธอหน้าตาเฉย

พอเธอไปฟ้องนิติบุคคลก็ได้แค่ระบายความคับข้องใจแต่ทำอะไรเขาไม่ได้สักนิด

ถ้านี่ยังไม่แย่พอล่ะก็ เดือนที่ 6 ที่เขามาอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ ไม่กี่วัน ผู้หญิงของเขาก็มากดกริ่งห้องผิดเป็นห้องเธอ ความพีคคือตอนเธอเปิดประตูออกมา สาวที่กำลังกรึ่ม ๆ และคิดว่าจะได้เจอ เจค มาร์เควซ ได้ถอดบราออกจากเดรสเรียบร้อยแล้วและโยนมาให้เธอ ก่อนที่จะถูกภยดาถลึงตาใส่ มือคว้าบราที่โยนมาให้ โยนคืนกลับไปให้เจ้าตัว แล้วเอ่ยเสียงชัดถ้อยชัดคำว่า

“ห้องเจค ประตูอยู่หน้าลิฟท์!” พร้อมปิดประตูใส่ทันที

สาวคนที่พูดถึงไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่มากดกริ่งห้องเธอหลังจากพยายามกด intercom ห้องเขาแล้วไม่มีเสียงตอบรับ ยังมีผู้หญิงอีกหลายคนที่ลองมากดกริ่งหน้าห้องเธอแทนเพราะเข้าใจว่าชั้นนี้เป็นของเขาทั้งหมด

เอาเป็นว่า มีเรื่องแบบนี้โผล่มาไม่ต่ำกว่าเดือนละครั้ง จนเธอต้องเขียนป้ายติดหน้าห้องว่า

‘นี่ไม่ใช่ห้อง เจค มาร์เควซ กรุณาเดินกลับไปกด intercom ประตูหน้าลิฟท์’

และถ้านี่ยังเลวร้ายไม่พอล่ะก็...

เดือนที่ 9 ที่เขาเข้ามาอยู่ข้างห้อง คนที่ปกติไปไหนมักมีคนติดตามอยู่เสมอกลับมาเมาเละนอนตายอยู่หน้าห้องเธอ

เช้าวันนั้น ภยดาพร้อมแล็ปท็อปคู่ใจเตรียมตัวไปเปลี่ยนบรรยากาศนั่งทำงานที่คาเฟ่แถวย่านคอนโดก็ถูกขัดขวางด้วยร่างใหญ่ยักษ์ขนาด 190 ซ.ม. ที่นอนขวางประตูอยู่ 

หลังจากพยายามทั้งเรียก ทั้งผลัก ทั้งแอบถีบเบา ๆ ให้หายแค้นไปสองสามหน เจค มาร์เควซ ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นมาเลยสักนิด เธอเลยตัดสินใจโทรเรียกยามให้มาช่วยพาเขาไปส่งที่ห้อง พอยามประคองร่างที่นอนเหมือนตายขึ้นมาได้ คนที่ดูเหมือนศพมาตลอดกลับคว้าข้อมือเธอหมับ ทั้งดึงทั้งสะบัดยังไงก็ไม่หลุด จนเธอต้องถูลู่ถูกังไปกด intercom ห้องเขาพร้อมคุณยาม นาทีนี้คุณยามมีท่าทีดีใจมาก ก่อนจะเฉลยว่า

“นี่ผู้จัดการก็ไม่อยู่ คนอื่นก็ไปพักเที่ยงกันหมด ผมก็กลัวอยู่เลยครับว่าจะสื่อสารกันยังไง ภาษาอังกฤษผมก็พูดได้แต่ กู๊ด มอร์นิ่ง ทิชเชอร์ แตงกิ้ว ซิทดาวน์ เลยครับคุณพาย” ยามที่มีชื่อว่ามาโนชชวนเธอคุยอย่างสนิทสนม

หลังจากกด intercom อยู่หลายทีก็ไม่มีเสียงตอบรับ เธอเลยให้คุณยามมาโนชค้นตัวหาโทรศัพท์มือถือของมหาเศรษฐีหนุ่ม แต่พอค้นเจอกลับไม่มี passcode แถมพอถามคนตรงหน้า เขายังตอบอย่างหน้าตาเฉยเหมือนคนเมาค้างว่า 

“ไม่บอกกกก”

ไอ้   ไอ้!!!

นาทีนั้นเธออยากจะทิ้งไอ้ภาระอย่างเขาไว้หน้าประตูจริง ๆ ถ้าจะไม่ถูกมาโนชมองมาอย่างขอความเห็นใจ

ในฐานะที่เธอดึงคุณยามมาร่วมชะตากรรม ภยดาจึงทำได้แค่พยายามบอกให้เขาเปิดประตูห้องตัวเอง หลังจากพยายามอยู่เกือบ 15 นาที เจคก็ยอมยื่นมือไปกดรหัสอะไรสักอย่าง ก่อนจะแสกนตา และลายนิ้วมือจนได้ยินเสียงกลอนประตูดังแกร๊ก พร้อมเสียงเอ่ยต้อนรับจากระบบอัตโนมัติว่า “Hi Jake”

เสียงสวรรค์สุดไฮเทคนั่นทำให้คนอยากทอดทิ้งภาระชิ้นนี้รีบเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะสั่งให้มาโนชประคองเขาไปทิ้ง ๆ ไว้ที่โซฟา เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วหญิงสาวก็เตรียมเผ่น ผิดก็แต่เพียงว่า ภาระชิ้นใหญ่นั่นยังจับข้อมือเธอไว้ไม่ยอมปล่อย เดือดร้อนให้คุณยามมาช่วยเธอแกะมือเหนียว ๆ นั่นออก แต่แกะเท่าไหร่ก็แกะไม่ออก พอคุณยามขอพักยกเพื่อพักเหนื่อย คนที่ดูเหมือนหลับไปแล้วกลับออกแรงดึงเพียงครั้งเดียว ร่างเธอก็ไปอยู่ใต้ร่างเขาจนทั้งคุณยามและคนโดนดึงตาเหลือก ก่อนร่างใหญ่โตนั่นจะทาบทับลงมาแล้วพูดงึมงำอยู่ข้างหูเธอว่า

“อืมม โคตรเตี้ย แต่นุ่มมมมมาก” 

จบประโยคนั้น ภยดาก็งอเข่ากระทุ้งเข้ากลางหว่างขาคนทำตัวรุ่มร่ามทันที พร้อมกับเสียงโอ๊ย มือที่จับไม่ปล่อยก่อนหน้าจึงคลายลง หญิงสาวอาศัยโอกาสนี้ลอดตัวเผ่นออกมาจากใต้ร่างคนหื่น ก่อนจะด่าเสียงดังฟังชัดว่า

“ไอ้ชั่ว!” แล้วเดินออกจากห้องทันที ก่อนไปยังไม่วายตะโกนเรียกมาโนชยิก ๆ ให้ตามออกมา พร้อมประโยคปิดท้าย

“ไม่ต้องห่วงเขาหรอกค่ะลุง คนชั่ว ๆ ไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

คนเจ็บที่ได้ยินประโยคนั้น ได้แต่กัดฟันกรอด 

ฮึ่ม ยัยเตี้ยนั่น ปากคอเราะร้ายชะมัด!

หลังจากเหตุการณ์ในครั้งนั้น ภยดาก็เชื่อ Wikipedia อย่างสนิทใจว่าผู้ชายข้างห้องนั่น สมควรแล้วกับฉายาคนโฉดแห่งซิลิคอนวัลเล่ย์ เพราะเขามันช่างชั่วล้างผลาญ แบบยืนหนึ่ง ไม่มีใครเกินเลยทีเดียว!

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น

  1. #8 หลิง หลิง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2563 / 10:18

    ไรท์เขียนต่อเถอะ กราบงามๆ ขอร้อง ตามไรท์มาทุกเรื่องเลยนะเออ

    #8
    0
  2. #6 NSslide39 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 23:17
    รอออออค่าาา
    #6
    0
  3. #5 Fah Nattanan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2563 / 22:40
    สนุกมากกกกก
    #5
    1
    • #5-1 มาสฬฎา(จากตอนที่ 1)
      22 สิงหาคม 2563 / 23:46
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ 😊
      #5-1
  4. #4 Auammuang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 17:08
    นางเอกน่ารักดีค่ะแค่เท่าที่อ่านมาแล้วหนึ่งตอนถ้วนนั้นรีดก็คิดถึงฟีลหนูหนุ่มที่พยายามจัดการกับแมวสาวขี้หงุดหงิดหรือโคหนุ่มที่ไล่ละเลียดหญ้าแก่. แต่ชื่อเรื่องแอบคิดว่ายาวจัง
    #4
    1
    • #4-1 มาสฬฎา(จากตอนที่ 1)
      23 กรกฎาคม 2563 / 01:44
      ยาวจนตกมาสองบรรทัดเลยค่ะ 😂
      ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะคะ ❤️
      #4-1
  5. #3 Npff (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 20:33
    รอเจคอยู่หน้าห้อง
    #3
    1
    • #3-1 มาสฬฎา(จากตอนที่ 1)
      20 กรกฎาคม 2563 / 01:47
      ระวังเจคเปิดประตูมาโดนหน้านะคะ 😂
      #3-1
  6. #2 NSslide39 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 14:40
    รอค่ะ!!!! น่าอ่านมากกกก เป็นกำลังใจให้ไรท์นะะะคะะะะ
    #2
    1
    • #2-1 มาสฬฎา(จากตอนที่ 1)
      18 กรกฎาคม 2563 / 15:16
      ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ 😍😍
      #2-1