(จบแล้ว) yaoi | เกมเมอร์และน้องเด๋อของเขา #ซอโซ่ล่ามธีร์

ตอนที่ 11 : ด่านที่ 11 - พายุฝนในใจของเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89,080
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,457 ครั้ง
    14 ม.ค. 61

(c)              Chess theme




 

 

#ซอโซ่ล่ามธีร์

ด่าน 11

พายุฝนในใจของเรา

 

 



โอ๊ย! พี่ธีร์เบา ๆ หน่อยครับ หนังโซ่จะหลุดออกไปกับผ้าขนหนูแล้ว

 

แค่นี้ทำร้อง ใน Call of Duty กัปตันไพรส์โดนไม่รู้กี่ล้านแผลยังวิ่งต่อได้ แล้วนี่อะไร สำออยว่ะน้องเด๋อ ชายหนุ่มเงยหน้ามองเด็กน้อยที่กำลังอ้าปากหวอ ทำตาโต นั่งห่อไหล่ขณะที่เขากำลังช่วยเช็ดแขนให้อย่างชาวร็อค

 

แต่โซ่เป็นคนป่วยนะครับ เอ แต่โซ่ลืมไปว่าพี่ธีร์ก็ไม่ใช่หมอ

 

ทำไม จะบอกว่าพี่ทำห่วยแตกเพราะไม่ได้เรียนหมอมาว่างั้น นี่ขิงแม้กระทั่งอาชีพ? เขาถลึงตามองหาเรื่อง บีบกรามคนป่วยที่นั่งทำหน้าเด๋ออยู่บนเตียงจนปากจู๋เพราะแรงบีบ

 

พี่ธีร์เป็นฆาตกร

 

เออ มีแผนจะลอบฆ่าคนแถวนี้ตอนหลับด้วย ธีร์ยักคิ้วก่อนจะหันไปชุบผ้าขนหนูกับน้ำ บิดให้หมาด ๆ แล้วยื่นให้น้องพี่ไม่เช็ดข้างในให้นะเว้ย

 

โซ่ไม่ได้จะให้พี่ธีร์เช็ดสักหน่อยครับ

 

ห้ามจินตนาการว่าเป็นมือพี่ด้วย คนป่วยสอดผ้าขนหนูเข้าไปในคอเสื้อ เช็ด ๆ ถู ๆ พร้อมทำหน้าเหมือนว่ากลัวเขาจะล้วงมือเข้าไปหวงเพื่อ ถ้ามีนมก็ว่าไปอย่าง แฟบก็แฟบ จับโดนก็เสียอารมณ์เปล่า ๆ

 

ก็ใช่ครับ ถ้าพี่ธีร์มีอารมณ์กับผู้ชายด้วยกันคงเป็นเรื่องใหญ่เลยล่ะ เพราะฉะนั้นถือว่าดีแล้วครับ โซ่คือเหยื่อทดสอบใจพี่ธีร์ เขาหรี่ตามองน้องเด๋อที่ชักจะเก่งกล้าขึ้นทุกวัน อัพเวลเหรอ

 

ธีร์นั่งมองคนป่วยที่กำลังนั่งสั่นหลังจากเช็ดตัวไปได้สักพัก จึงคิดว่าควรส่งเด็กเข้านอนโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวอาการจะหนักขึ้น หนาวเปล่า?

 

ครับ โซ่อยากอยู่ใต้ผ้าห่มแล้ว

 

รีบเช็ดรีบเปลี่ยนชุด เดี๋ยวพี่ปิดไฟให้จะได้นอนยาว ๆ ชายหนุ่มเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนจะพบความอลังการงานสร้างทางด้านศิลปะของน้องเด๋อจากการแขวนเสื้อซึ่งไล่ตามโทนสีอย่างเป็นระเบียบ โหดกว่าแม่บ้านที่ดูแลห้องเขาอยู่อีก

 

อยู่กับโซ่แบบนี้พี่ธีร์ไม่เบื่อเหรอ?

 

เฉย ๆ เขาตอบสั้น ๆ พลางเลื่อนเสื้อผ้าไปจนถึงชุดนอนที่แขวนอยู่ทางด้านซ้ายสุดถ้ามีเรื่องให้คุยตลอดก็ไม่เบื่อหรอก ถามทำไม?

 

โซ่เกรงใจน่ะครับ แทนที่พี่ธีร์จะได้เล่นเกมแล้วตัดต่อคลิปลงให้คนดู แต่กลายเป็นว่ามานั่งติดแหงกอยู่ตรงนี้

 

ก็รีบหายไว ๆ ดิพี่จะได้กลับไปเล่น เขาเลือกชุดนอนลายสก็อตออกมาแล้วยื่นให้ ซึ่งน้องเด๋อก็รับไว้พร้อมโค้งศีรษะเล็กน้อยเป็นการขอบคุณถ้าไม่ไหวก็นอนพักอีกวันแล้วฝากเพื่อนลาซะนะ

 

ลาไม่ได้ครับ พรุ่งนี้มีสอบย่อย

 

อ้าว ยังไง แล้วไม่ต้องอ่านหนังสือหนังหาเหรอ?

 

มันอยู่ในโทรศัพท์หมดเลยครับ เดี๋ยวขอนอนอีกสักงีบแล้วจะลุกไปขอรูปจากอาร์มในไลน์ ด้วยความที่มือถือยังคงอยู่ในขั้นตอนการขนส่งกลับมากรุงเทพ น้องเด๋อจึงเจออุปสรรคเล็ก ๆ เข้าเสียแล้ว

 

จะไปนั่งอ่านหน้าคอมน่ะนะ เอางี้ดิ เดี๋ยวให้ไอ้อาร์มส่งเข้าโทรศัพท์พี่ แล้วเราก็นอนอ่านจะได้ไม่ต้องลุกไปไหน ธีร์ยื่นสมาร์ทโฟนให้ แต่อีกฝ่ายกลับมองมาพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ

 

ไม่ได้ครับ นี่มันของส่วนตัวของพี่ธีร์

 

เอ้า ก็ดูแค่รูปที่ส่งเข้าไลน์พี่ดิ ส่วนอื่นห้ามยุ่ง ไม่งั้นปรับห้าหมื่น

 

โห แพงมากเลย

 

โทรศัพท์คนดังก็งี้แหละ นี่ให้ราคาคนรู้จักนะ คนอื่นคิดสิบล้าน ธีร์ทำมือปัด ๆ เป็นเชิงเร่งให้ใส่เสื้อผ้า น้องเด๋อจึงมุดเข้าไปในผ้าห่มจนเป็นก้อนกลม ๆ เห็นอย่างนั้นก็นึกอยากบ่น แค่อ้าปากบอกให้เขาหันหลังมันยากนักใช่ไหม

 

พี่ธีร์อาบน้ำเร็วครับ ถ้าดึกกว่านี้เดี๋ยวเป็นหวัดแล้วจะโทษโซ่ นั่น ดูมัน

 

เออ จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ขอยืมชุดนอนด้วย

 

คิดสิบบาท

 

ให้ร้อยนึงเลย รวย

 

ตกลงครับ พี่ธีร์ซื้อโซ่ได้ในราคาหนึ่งร้อยบาท

 

ฟังแล้วก็ขี้เกียจตอบโต้กับเด็ก ชายหนุ่มบ่นอุบอิบแบบไม่มีเสียงพลางเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหาชุดนอน ก่อนจะคว้าผ้าขนหนูสีน้ำตาลเข้มเข้าไปในห้องน้ำ จัดการชำระร่างกายจนเสร็จภายในเวลาอันสั้น แล้วเดินกลับมาหยุดอยู่ปลายเตียงทั้งสภาพชุดนอน

 

น้องเด๋อรีบยกมือขึ้นตะปบปากตัวเองเพื่อไม่ให้หลุดขำออกมา และเขารู้ดีว่าเด็กนั่นกำลังรู้สึกอย่างไรหลังจากเห็นผู้ชายตัวใหญ่เท่าไดโนเสาร์กินพืชสวมชุดนอนไซส์เล็กกว่าตัวเองจนขากางเกงเต่อ แถมยังต้องโหลดเอวลงเล็กน้อยเพราะเป้าตึง

 

ทำไมไม่รู้จักซื้อชุดเผื่อโต  

 

ที่จริงพี่ธีร์ใส่ขาสั้นได้นะ มันอยู่ในลิ้นชักตรงนั้นครับเดี๋ยวโซ่ลุกไปหยิบให้ คนป่วยทำท่าจะคลานลงเตียงแต่เขาเอามือดันหน้าผากไว้เสียก่อน

 

ไม่ต้อง แบบนี้พี่ก็ใส่ได้ ถึงจะรัดไข่ไปหน่อยแต่พี่ทนไหว

 

โห ไม่ใช่เรื่องต้องทนนะครับพี่ธีร์ มันจะเจ็บนะ

 

พี่ไม่อยากแก้ปัญหาด้วยวิธีนี้ว่ะโซ่ คนที่จะอยู่บนโลกใบนี้ได้ต้องปรับตัวเข้ากับกางเกงฟิต ๆ ให้ได้ พูดจบก็กำเป้าโชว์ ธีร์เห็นว่าน้องเด๋อมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเงยหน้ามาสบตากัน ส่งสายตาผิดหวังมาอย่างเก็บไม่มิดแล้วถอนหายใจออกเสียง

 

พี่ธีร์เหมือนคนป่วยมากกว่าโซ่อีก

 

ไร หลอกด่าเหรอ ก็มันใหญ่จริง ๆ

 

โซ่น่าจะนอนตั้งแต่แรก ไม่น่ามาเห็นอะไรแบบนี้เลย

 

อิจฉาก็บอก เขายืนแอ่นเป้าใส่คนที่กำลังห่มผ้า ดวงตาคู่นั้นหรี่ลงเหมือนอยากบอกให้รู้ว่าที่น้ำท่วมไม่ใช่เพราะฝนตก แต่เป็นเพราะโลกนี้มีคนจังไรแบบพี่ธีร์

 

คนป่วยพลิกตัวนอนหันข้าง ชายหนุ่มเห็นว่าเด็กคนนั้นเอานิ้วอุดหูเหมือนไม่อยากรับรู้อะไรอีก จึงเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วโน้มตัวลงไปกระซิบถ้ากางกางเป้าแตกก็ขอโทษล่วงหน้าเลยนะ...

 

โซ่หลับแล้วครับ

 

อ่าฮะ ว่าแต่อยากได้ Good night kiss ไหม?

 

คร่อก...  ธีร์ยิ้มขำ มองคนป่วยที่แกล้งหลับอย่างหน้าตาเฉยก่อนก่อนจะยีผมเบา ๆ จนน้องดึงผ้าห่มคลุมโปง

 

จำได้ว่าตอนไอ้โฟร์ป่วยหนักจนคลานลงไปกินข้าวไม่ไหว เขาคือพี่ชายสุดใจกล้าที่ลุกไปต้มมาม่าให้ตอนพ่อแม่หลับแล้ว จากตอนแรกจะแค่ห่อเดียว แต่พอคิดว่าคนป่วยอาจจะดีขึ้นถ้าได้รับกำลังใจดี ๆ เขาจึงต้มสามห่อเพื่อกินกับน้อง และการได้เห็นรอยยิ้มน้องชายตอนแย่งลูกชิ้นกันก็เป็นเรื่องดี

 

หลังจากซื้อรองเท้าให้ก็ไม่ได้ถามอีกเลยว่าใส่บ้างไหม สบายเท้าหรือเปล่า แล้วพ่อกับแม่รู้สึกอย่างไรเมื่อรู้ว่ามันมาจากลูกชายคนนี้ เพราะธีร์กลัวคำตอบที่อาจจะทำร้ายจิตใจมากกว่าได้รอยยิ้ม

 

 

Thr33: อย่าดื่มเยอะนะ

 

 

เขาไลน์หาแฟนสาวในเวลาเกือบเที่ยงคืน ย้ำอีกครั้งแม้จะรู้ดีว่าเธอคงไม่ได้เปิดอ่านเมื่อใช้เวลาอยู่กับแก๊งเพื่อนสาวฮอต ส่วนหนึ่งที่ไม่อยากให้เมาเพราะธีร์ไม่อยากแก้ตัวกับพ่อแม่เธอ ถึงจะไม่ได้ไปด้วยกัน แต่ถ้าวันไหนเบลเมาและเขาต้องไปส่งบ้าน ผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นก็จะเหมาว่าผู้ชายไม่มีงานการเป็นหลักเป็นแหล่งคนนี้พาลูกท่านเสียคน

 

ต่อให้ต้นตอของเรื่องจะมาจากแก๊งเพื่อนสาวสุดแซ่บแต่พ่อแม่เบลก็ไม่เคยมองว่าผิด ขนาดตอนเธอป่วย เขาอยากไปนั่งดูแลแต่กลายเป็นว่าทุกการกระทำต้องอยู่ในสายตาคนเป็นแม่ พอหันไปมองหน้ากันทีไรเป็นต้องส่งสายตาประชดประชัน อีกทั้งยังพูดลอย ๆ กับหลานชายที่บ้านว่า

 

 

ฟิล์มต้องอ่านหนังสือเยอะ ๆ นะ อย่าเล่นแต่เกม เดี๋ยวโตไปจะไม่มีอนาคตแล้วจะดูแลใครไม่ได้

 

 

พูดจริงจากใจ ผู้ใหญ่บางคนก็แก่เพราะหัวหงอก มีอีกเป็นร้อยล้านวิธีที่จะทำให้เขารู้สึกผิดกับการเล่นเกมได้ แต่แน่นอนว่าต้องไม่ใช่การประชดแดกดัน พอเป็นแบบนั้นแล้วจะอยู่ด้วยกันนาน ๆ ได้อย่างไร หากลูกเขยเข้ากับพ่อตาแม่ยายไม่ได้ชีวิตคู่ก็ฉิบหายไปแล้วครึ่งตัว

 

หลายครั้งที่ต้องรวบรวมความอดทนไปนั่งกินข้าวกับครอบครัวเบล ท่านเคยบอกว่าถ้าต้องการดูแลลูกสาวคนนี้จริง ๆ ก็ควรกลับบ้านไปดูแลกิจการร้านทอง สร้างฐานะให้มั่นคง แล้วจัดงานแต่งในโรงแรมหรูให้สมกับที่ท่านประคบประหงมเลี้ยงลูกสาวมาอย่างดีตลอดยี่สิบหกปี

 

 

ธีร์รักเบล แต่ก็นั่นแหละ เขาไม่ได้รักพ่อแม่ของเธอว่ะ

 

 

RRRrrrr!!

 

ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเพราะเสียงสายเข้า จึงรีบวิ่งไปคว้าโทรศัพท์มือถือซึ่งวางอยู่บนเตียงโดยเร็วที่สุดเพราะกลัวคนป่วยจะตื่น

 

ว่าไงเบล?ธีร์รับสายพลางมองเด็กเด๋อที่หันมาปรือตางัวเงียเพราะเสียงเมื่อครู่ เขารีบส่ายศีรษะเป็นเชิงบอกว่าไม่มีอะไรพร้อมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมไหล่ให้แล้วเดินออกไปคุยนอกระเบียง

 

( นี่ฝ้ายนะธีร์ อีเบลเมาอะ )

 

เราเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอวะว่าอย่ามอมเบล เค้าเมาง่าย

 

( เอ้า มันกินเองเปล่า พวกฉันไม่ได้เทให้เลย )

 

แล้วตอนนี้อยู่ไหน ที่เดิมเหรอ?

 

( เออ ยังไงก็รีบมานะ มันเพ้อใหญ่แล้วอะ ทะเลาะอะไรกันอีกแล้วปะเนี่ย? )

 

ทะเลาะเหรอ เปล่านะ ธีร์ขมวดคิ้วพลางนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ว่าทำอะไรผิดไปหรือไม่ แต่พยายามคิดให้ตายอย่างไรก็ไม่ได้คำตอบ ไม่มีทางที่เบลจะงอนหลังจากที่เขารับปากแล้วว่าจะไปพัทยาด้วยกันหลังจากชนะแมตช์สุดท้ายของสาย เธอดูแฮปปี้ด้วยซ้ำเอางี้ฝ้าย เราฝากดูเบลก่อน แล้วจะรีบไปเดี๋ยวนี้

 

( เออ รีบมาล่ะ )

 

ชายหนุ่มวางสายแล้วคว้าเสื้อผ้าชุดเดิมเข้าไปใส่ในห้องน้ำแล้วเดินออกมาหยิบของใช้จำเป็น เขาหยุดมองคนป่วยที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเอาแผ่นเจลลดไข้อันใหม่ออกมาจากตู้เย็นแล้วเข้าไปติดให้เด็กเด๋อที่ยังหลับไม่ได้สติ

 

โซ่ พี่จะออกไปรับพี่เบลนะ ถ้าตื่นแล้วหิวอุ่นโจ๊กกินเลยเดี๋ยวพี่กลับมา แต่พี่ขอเอาโทรศัพท์ไป เราอ่านจากคอมไปก่อนนะ

 

พี่ธีร์จะไปแล้วเหรอครับ... คนน้องทวนคำพูดของเขาก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ ระวังตัวด้วยนะครับ... จำทะเบียนแท็กซี่ด้วยนะ...

 

หลังจากพูดจบเปลือกตาที่หนักอึ้งก็ปิดลง น้องเด๋อคงง่วงมากถึงได้หลับต่อได้อย่างง่ายดาย ชายหนุ่มวัดอุณหภูมิตรงหน้าผาก แก้ม และลำคอ พอเห็นว่าอาการไม่ได้แย่ลงไปกว่าทีแรกจึงหันออกเตรียมไปรับแฟนสาว แต่เดินได้เพียงก้าวเดียวก็รู้สึกได้ถึงแรงดึงจากชายเสื้อ

 

มือของคนป่วยที่จับไว้นั้นหละหลวม น้องเด๋อไม่มีสติด้วยซ้ำในนาทีนี้ และเขาค่อนข้างเป็นกังวลที่จะปล่อยอีกฝ่ายไว้ตามลำพังโดยไม่สามารถติดต่อได้เพราะไม่มีโทรศัพท์ ธีร์ลดระดับสายตามองมือน้องที่ยังคงเกาะอยู่อย่างนั้น ก่อนจะค่อย ๆ แกะออกแล้วเอาเข้าไปอยู่ใต้ผ้าห่ม พร้อมคำนวณเวลาว่าถ้าหากไปรับเบลจากผับส่งถึงบ้านแล้ววกมาที่นี่จะต้องใช้เวลากี่ชั่วโมง

 

ห้ามป่วยหนักไปกว่านี้เข้าใจไหม เดี๋ยวพี่จะรีบกลับมา

 

 

 

*

 

 

สมัยเรียนมหาลัยธีร์มาเที่ยวกลางคืนแถวทองหล่อค่อนข้างบ่อย แต่พอจบแล้วเขาก็ใช้เวลาอยู่กับเกมและปาร์ตี้หมูกระทะเสียมากกว่า มีบ้างที่กินเหล้า ซึ่งบรรยากาศแออัดในจุดที่มีคนเยอะ ๆ ก็เคยให้ความสนุกได้แค่ตอนที่ยังเป็นวัยรุ่นช่วงต้น แต่พอเข้าช่วงปลายธีร์กลับรู้สึกชอบบรรยากาศเงียบ ๆ ที่ได้ยินเสียงพูดของคนสนิทมากกว่าเสียงเพลงที่ดังทุ้มอยู่ตลอดเวลา

 

ชายหนุ่มกดโทรหาแฟนสาวอีกครั้งเมื่อมาถึง และคนที่รับสายยังคงเป็นคนเดิมคือฝ้ายซึ่งเธอกำลังตรงมาทางนี้ หญิงสาวไซส์เอสมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าพลางถอนหายใจ ในมือนั้นถือสมาร์ทโฟนของเบลอยู่ เขาจำได้เพราะเป็นคนซื้อเคสให้เอง

 

เบลล่ะ?

 

พวกอีนุ่มลากไปขึ้นรถแล้ว เมาจนอ้วกไปสองสามรอบ

 

ถึงกับอ้วกเลยเหรอ โอเค งั้นพาเราไปหาเบลหน่อย ธีร์ก้าวไปทางที่อีกคนเดินมา แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อฝ้ายไม่ยอมเดินมาด้วย เธอเลือกยืนกอดอกอยู่ตรงนั้น มองหน้าเขาด้วยสายตาที่ไม่ได้ส่งไปในทางที่ดีสักเท่าไหร่

 

ฉันถามจริง ๆ นะธีร์ แกเป็นอะไรกับเกมนักหนาวะ?

 

หะ? อยู่ ๆ ก็รู้สึกเหมือนโดนชก ชายหนุ่มขมวดคิ้วพลางกลอกตาระหว่างเรียกสติ เสี้ยววินาทีหนึ่งเขาถามตนเองว่าหูเพี้ยนไปเองหรือไม่ ทำไมถึงได้ยินเพื่อนสนิทแฟนหาเรื่องตั้งแต่ประโยคแรกที่เจอกัน

 

อีเบลแม่งเครียดมากเคยรู้บ้างปะ?

 

เครียด? เรื่องอะไร?

 

ฮะ? ฝ้ายเลิกคิ้วก่อนจะแค่นหัวเราะ ไม่บ่อยนักที่ธีร์จะได้เผชิญหน้ากับกลุ่มเพื่อนสนิทของเบล แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เขาพอจะนึกออกว่าผู้หญิงกลุ่มนี้ค่อนข้างประสาทแดกอยู่ประมาณหนึ่งนี่ไม่เคยรู้ตัวเลยใช่ไหมว่าทำอะไรลงไปบ้าง ตลอดเวลาที่คบกับเพื่อนฉันแกเคยสนใจบ้างปะว่าเบลมันรู้สึกยังไง?

 

เอางี้นะฝ้าย ถ้ามีอะไรในใจกับเราก็พูดมาตรง ๆ เลยดีกว่า เพราะถ้าเราผิด เราจะได้แก้ไขมันซะตั้งแต่ตอนนี้ แต่ถ้าฝ้ายจะตั้งแง่ ประชดเราอ้อมโลกแบบนี้ คุยกันสามปีก็คงไม่ได้คำตอบหรอก เจตนาเขาคือมารับเบลไปส่งบ้าน ไม่ใช่มายืนให้ผู้หญิงยืนเท้าเอวมองจิกด้วยสายตาแบบนี้

 

ฝ้าย อย่า ธีร์หันไปตามเจ้าของเสียง ก่อนจะพบแฟนสาวที่กำลังเดินมาด้วยสภาพไม่เต็มร้อย หากมองจากสีหน้าก็รู้ว่าเมา เขาจึงคว้าแขนเธอไว้เป็นหลักไม่ให้เธอล้ม พอเถอะ มึงตกลงกับกูแล้วไง

 

ตกลงอะไร ถ้ามึงไม่พูดวันนี้กูจะเป็นคนพูดเอง

 

ช่างมันเถอะ กูขอล่ะ

 

มึงอย่าโง่ได้ไหมเบล ถ้าไม่พูดวันนี้ พวกกูก็ต้องทนฟังมึงระบายทุกวัน  จะประสาทแดกใส่พวกกูแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเวลาอยู่กับมันตลอดเหรอกูถามหน่อย

 

โอเค ตอนนี้ธีร์พอจะจับต้นชนปลายได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น คงไม่วายเป็นเรื่องเบลไประบายให้เพื่อนฟังว่าเขาไม่ใส่ใจ หรืออะไรก็ตามที่ผู้ชายอย่างเขาต้องเป็นคนผิด

 

มีอะไรค่อยคุยกันวันหลังแล้วกันฝ้าย เบลจอดรถไว้ไหน เดี๋ยวธีร์ไปส่ง ชายหนุ่มประคองไหล่แฟนสาวไว้ แต่เธอกลับถูกกระชากออกไปโดยคนเป็นเพื่อนสนิทที่คงเมาประมาณหนึ่ง ถึงได้อารมณ์รุนแรงขนาดนี้

 

มาแสดงความห่วงใยอะไรเอาตอนนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาทำอะไรอยู่ ตอนเพื่อนฉันร้องไห้เพราะเครียดแกเคยรู้บ้างไหมธีร์ มันอยากแต่งงาน มันอยากมีครอบครัว เคยนั่งฟังมันอย่างตั้งใจบ้างไหม หรือจะเอาแต่เล่นเกมอย่างเดียว เออ เชิญตามสบายเหอะ เพื่อนฉันคนเดียวฉันดูแลได้

 

ฝ้าย ฟังนะ ชายหนุ่มหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อพยายามสงบสติอารมณ์ มันไม่ตลกเลยสักนิดที่จะยืนให้ผู้หญิงด่าในเรื่องที่เธอเองก็ไม่เข้าใจอะไรเลยด้วยซ้ำ แถมยังใส่ไม่ยั้งจนเรียบเรียงคำพูดไม่ได้เราจะคิดว่าฝ้ายเมาถึงได้พูดแบบนั้น ตอนนี้ปล่อยมือเบลก่อน เราจะพาเบลกลับบ้าน

 

อีเบล ถ้ามึงไปเราเลิกเป็นเพื่อนกัน

 

ธีร์ใจเย็นก่อนได้ไหม ฟังฝ้ายพูดก่อน

 

ฟังอะไรเบล ฟังเค้าด่าธีร์กับเรื่องที่เราเคยคุยกันมาแล้วล้านครั้งน่ะเหรอ? ชายหนุ่มเลิกคิ้วถาม รอฝ้ายสร่างก่อนดีกว่าไหม จะให้ธีร์ไปนั่งรอตรงไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้

 

เขาถอนหายใจพลางมองไปทางอื่น ธีร์รู้สึกได้ถึงความร้อนตรงศีรษะ พี่ตั้บเคยบอกว่าไม่ควรต่อล้อต่อเถียงกับคนเมา ซึ่งเขาทำมาตลอดแต่ก็ไม่รู้ว่าจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ตอนนี้ได้อย่างไร

 

ก็ลองคิดดูหน่อยไหมว่าถ้าพูดไปแล้วล้านครั้งแต่แฟนยังไม่ดีขึ้น นั่นแสดงว่ามันไม่เวิร์ก

 

นี่ฝ้าย เรื่องแต่งงานเราเคยคุยกับเบลตั้งนานแล้วว่าจะแต่งกันตอนอายุสามสิบ ซึ่งตอนนั้นเราน่าจะมีเงินมากพอที่จะซื้อบ้านสักหลังแล้วก็จ้างแม่บ้านเดือนละเป็นหมื่นมาคอยกวาดบ้าน ถูบ้าน ซักผ้า ให้เพราะเบลไม่ทำ แล้วเราก็ต้องหาเงินไว้ให้เบลไปเที่ยวอังกฤษ ฝรั่งเศสกับพวกฝ้ายอีก เพราะถ้าแต่งงานกันแล้วคนที่จะรับผิดชอบเรื่องการเงินของเบลร้อยเปอร์เซ็นต์คือตัวเรา ไม่ใช่พ่อแม่ของเบลอีกต่อไป แต่ตอนนี้ธีร์มีอะไร ใช่ฝ้าย ธีร์พอจะมีเงินอยู่บ้าง แต่มันยังไม่มากพอที่จะเลี้ยงคนหลายชีวิต ธีร์ต้องเก็บเงินไปเรื่อย ๆ

 

แล้วมันเป็นความผิดใคร ไม่ใช่เพราะแกเหรอที่ย้ายออกจากบ้านมาทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าถ้าทำร้านทองแทนพ่อแม่ยังไงก็เลี้ยงเบลกับลูกอีกสิบคนได้สบายอะ

 

อ้าว แล้วเราต้องทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ชอบไปตลอดชีวิตเพื่อเลี้ยงเบลกับลูกเหรอวะฝ้าย มันมีอีกตั้งหลายวิธีที่เราจะทำแบบนั้นได้โดยไม่ต้องดูแลร้านทอง ธีร์ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาอธิบายเรื่องบ้า ๆ แบบนี้ เขาไม่ได้หันไปมองหน้าแฟนสาวด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าสังเกตจากหางตา ชายหนุ่มคิดว่าเธอกำลังมองอยู่ ตอนถูกบังคับให้เรียนพิเศษเพราะเกรดแย่ตอนนั้นฝ้ายยังไม่อยากทนเลย แต่ฝ้ายกำลังยัดเยียดเรื่องที่ตัวเองไม่ชอบให้เราเนี่ยนะ ได้เหรอฝ้าย?

 

พอแล้ว ถ้าจะเป็นแบบนี้คงพูดไม่รู้เรื่องหรอก เบลพยายามหยุดบทสนทนานี้ด้วยการเดินมาแทรกตรงกลาง มือของเธอเย็นเฉียบ และมันส่งมาถึงหัวใจคนที่อดทนอยู่กับเรื่องแบบนี้มาหลายปีได้อย่างง่ายดาย

 

ทนอยู่กับการถูกพ่อแม่ตัวเองและพ่อแม่เบลกดดันต่อว่าสารพัด ไปจนถึงเพื่อนสนิทเบลที่ธีร์พยายามเข้าใจมาตลอดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิดที่ผู้หญิงจะเล่าทุกเรื่องให้กันฟังจนโกรธแทนเพื่อน แต่แบบนี้มันเกินไปแล้ว

 

ฝ้ายยังอยากทำในสิ่งที่ฝ้ายชอบ แต่ทำไมถึงไม่ให้อิสระคนอื่นที่จะทำบ้างล่ะ?

 

... คนถูกย้อนด้วยความจริงเพ่งมองอย่างไม่ยอมพร้อมกำหมัดแน่น ฝ้ายพูดไม่ออก จึงได้แต่คว้ามือเพื่อนสนิทไว้ให้อยู่ตรงนี้ด้วยกัน

 

เราเกิดมาเพื่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่น นั่นคือสิ่งที่เราทบทวนตัวเองก่อนจะย้ายออกมา แล้วเพื่อนฝ้ายก็เห็นด้วยกับสิ่งที่เราทำ

 

ที่เห็นด้วยก็เพราะมันรักแกปะ คิดหน่อยสิธีร์ ผู้หญิงที่ยอมแฟนก็เพราะรักทั้งนั้น

 

แล้วเราไม่รักเบลตรงไหนเหรอฝ้าย?

 

ยังจะถามอีก? สิ่งที่แกเป็นมันเห็นอยู่ชัด ๆ แล้วไหมธีร์ เบลมันเหงาเคยรู้เคยทำความเข้าใจบ้างไหม มีผู้ชายไปคุยกับมันตั้งกี่สิบคน แต่มันไม่เลือก ทั้งที่คนพวกนั้นมีอนาคตกว่าแก

 

จริงเหรอเบล? คนถูกถามหัวใจเต้นเร็วแรง เมื่อมันย้อนแย้งกับสิ่งที่เคยแสดงออกต่อหน้าแฟนหนุ่มว่าเข้าใจเสมอมา ทั้งที่ความจริงเธอไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น

 

เบลเหงา อยากอยู่กับธีร์นาน ๆ บ้าง แต่ทุกวันนี้ธีร์มีแต่เกม เบลก็พยายามทำความเข้าใจแล้วแต่เบลผิดเองที่อดน้อยใจไม่ได้

 

ธีร์ขอโทษ เขาถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนทันทีที่เห็นน้ำตาของแฟนสาว เราเคยโทรคุยกันทุกคืน แต่ธีร์รู้ว่าอะไร ๆ มันเริ่มเปลี่ยนแปลงตอนธีร์ไปเรียนเมืองนอกเพราะเวลาไม่ค่อยตรงกัน พอกลับไทยธีร์ก็เอาจริงเอาจังกับงานด้านนี้ แต่ธีร์พยายามแล้ว ทั้งเรื่องโทรหาทุกวัน ไปเที่ยวข้างนอกด้วยกันทุกครั้งที่เบลต้องการ แต่เบลก็หงุดหงิดใส่เวลามีเสียงคีย์บอร์ดเข้าไปในสาย บอกว่ารำคาญมันเสียงดัง จะวางสายไปทำอย่างอื่น แล้วธีร์ควรจะทำยังไงในเมื่อเสียงที่เบลรำคาญมันคืองานที่ทำให้ธีร์มีเงินเลี้ยงตัวเองได้ แล้วก็ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมให้เบลเป็นของขวัญ

 

หญิงสาวลดระดับสายตาลง ความรู้สึกมากมายเริ่มถาโถมเข้ามาจนดูเหมือนว่าความเก็บกดเหล่านั้นจะระเบิดอยู่รอมร่อ เธอเข้าใจในสิ่งที่ธีร์พูดแต่ความน้อยใจสะสมมันมีมากกว่า จนความคิดอีกด้านหนึ่งตะโกนมาว่าถ้าเขารักเธอจริง เขาก็ควรเลือกเธอมากกว่าเกมนั่นไม่ใช่เหรอ?

 

รถก็ไม่มีขับ ไม่อายหรือไงที่ให้เบลไปรับทุกครั้งเวลาไปเที่ยวด้วยกัน หรือเกมที่เล่นมันทำเงินให้น้อยจนซื้อรถไม่ได้?

 

เหมือนฝ้ายไม่มีเรื่องจะด่าแล้วอะ ใจเย็นก่อนไหม รถเรามีแล้วแต่มันจอดโง่ ๆ อยู่บ้าน คือถ้าจะกลับไปเอาก็ต้องเจอหน้าพ่อก่อนซึ่งตอนนี้เรายังไม่พร้อม แล้วการขึ้นแท็กซี่มันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร หรือถ้าจะมีก็คงเป็นปัญหาของฝ้ายแล้ว

 

อ้าวธีร์ เราพูดดี ๆ ปะ?

 

เราว่าฝ้ายไปนั่งสงบสติก่อนแล้วค่อยพูดประโยคนั้นกับเราอีกที

 

ทั้งคู่สบตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ก่อนเบลจะกระซิบบอกบางอย่างฝ้ายจึงยอมปล่อยมือออก ทั้งสามคนทนอยู่กับความกระอักกระอ่วนอยู่เพียงอึดใจ ธีร์จึงพาเบลเดินออกจากตรงนั้นไปโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรอีก

 

 

 

*

 

 

 

บรรยากาศในรถช่างเงียบงัน ต่างจากความคิดของทั้งคู่ที่กำลังตะโกนออกมาให้สมกับความอึดอัดมากมายที่อัดแน่นอยู่ข้างใน เบลคาดเข็มขัดฝั่งคนนั่ง หญิงสาวไม่ได้มองหน้าคนข้างตัวด้วยซ้ำเพราะลึก ๆ ก็โกรธธีร์ที่หักหน้ากันด้วยการต่อว่าเพื่อนเธออย่างนั้น ฝ้ายก็แค่หวังดี ธีร์จะไปชวนทะเลาะด้วยทำไมกัน

 

ธีร์น่าจะใจเย็นกว่านี้หน่อย ธีร์ก็รู้ว่าฝ้ายเป็นคนยังไง

 

แล้วเบลรู้หรือเปล่าว่าธีร์เป็นคนยังไง ชายหนุ่มเลือกมองถนนมากกว่าจะหันไปคาดคั้นเอาคำตอบจากปากคนรัก ช่วยอธิบายให้ธีร์ฟังหน่อยได้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น ก่อนเบลไปเที่ยวเรายังคุยกันดี ๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอ?

 

คนถูกถามไม่ได้ให้คำตอบ เพราะเธอรู้ว่ามันงี่เง่าเกินกว่าจะเล่าให้ฟัง แต่ลึก ๆ ก็อยากพูดมันออกไป เผื่อว่าบรรยากาศที่เป็นอยู่จะดีขึ้นบ้างเบลอิจฉาเพื่อน

 

หะ?

 

น้ำฝนกำลังจะแต่งงาน นุ่มก็แต่งไปแล้ว ส่วนฝ้ายก็กำลังดูใจกับแฟนที่อังกฤษ ทุกคนมีอนาคตกันหมดแล้วธีร์ แต่เบลไม่มีอะไรเลย

 

ทั้งที่ฝ้ายก็ยังไม่แต่งงาน แต่อะไรที่ทำให้เบลคิดอย่างนั้น?

 

...

 

โอเค ๆ ธีร์เข้าใจแล้ว ไม่ร้องนะ ธีร์ขอโทษ ชายหนุ่มเอื้อมมือไปลูบศีรษะปลอบเธอ กับเหตุผลของผู้หญิงที่ผู้ชายอย่างเขาแทบเข้าไม่ถึง สมัยนี้โซเชียลมันไปไว บางทีถ้าเล่นเฟซบุ๊กกับไอจีน้อยลงเบลอาจจะไม่รู้สึกแบบนั้นแล้วก็ได้ เหมือนเราเห็นคนอื่นลงรูปไปเที่ยวต่างประเทศ เห็นคนอื่นมีชีวิตดี ๆ มันอาจทำให้เราเผลอเอามาเปรียบเทียบกับตัวเองโดยไม่รู้ตัว ซึ่งความจริงมันไม่มีเหตุผลอะไรที่เบลต้องไปอิจฉาคนอื่นเลย เบลทั้งเก่งทั้งสวย มีครอบครัวที่อบอุ่น แล้วก็มีธีร์อยู่แล้วทั้งคนนะ

 

มีธีร์ที่อยากอยู่กับเกมมากกว่าเบลน่ะเหรอ ธีร์ เบลไม่ได้ชวนหาเรื่องนะ แต่เบลคิดอย่างนั้นจริง ๆ

 

เบลลองคิดดี ๆ ธีร์ไม่ได้อยู่กับเกมตลอดเวลานะ เรามีช่วงที่โทรคุยกัน ตอนที่ธีร์ไม่ได้ทำงาน

 

นั่นสินะ ธีร์เรียกการเล่นเกมว่าทำงาน

 

ธีร์มีเงินใช้ทุกวันนี้ก็เพราะมันไงเบล เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งขณะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวขวาเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาไม่ได้จนกว่าจะแต่งงานกันเบลก็รู้

 

เพราะพ่อแม่ฝ่ายหญิงไม่ให้ค้างที่บ้านและไม่ให้มาค้างกับเขา ดังนั้นเหตุผลการอยู่ด้วยกันยันเช้าจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นน้อยครั้งตลอดหลายปีที่คบกันมา

 

ไม่มีอะไรเปลี่ยนใจธีร์ได้เลยใช่ไหม? เบลมองคนรักอย่างผิดหวัง เธอเหนื่อยเหลือเกินที่ต้องพยายามทำความเข้าใจกับเรื่องที่ไม่เข้าใจ ถ้าคนทั้งประเทศทำงานจากการเล่นเกมได้ ป่านนี้คงไม่มีคนจนหรือเปล่า เด็กที่เรียนไม่จบ ไม่มีอนาคต เป็นลูกจ้างเงินเดือนน้อย ๆ ก็เสียคนเพราะเกมทั้งนั้น

 

เราคุยกันพรุ่งนี้ดีกว่า เดี๋ยวธีร์มาหาตั้งแต่เช้าเลย โอเคไหม?

 

ทำไมไม่คุยตอนนี้ล่ะ เพราะเบลกล้าที่จะพูดมากกว่าทุกครั้งใช่ไหม?

 

ใช่ ธีร์อยากคุยกับเบลตอนที่พูดด้วยเหตุผลมากกว่าจะพูดเพราะมีความกล้า ชายหนุ่มเคาะปลายนิ้วลงกับพวงมาลัยขณะมองถนนธีร์ไม่อยากทะเลาะกับเรื่องเดิม ๆ แล้ว ขอร้องได้ไหม?

 

ได้สิ เพราะเดี๋ยวเบลจะเป็นคนกลับไปจัดการตัวเองเหมือนทุกครั้งเอง ส่วนธีร์ก็เล่นเกมอย่างมีความสุข

 

โอเค ปัญหาของเรื่องนี้อยู่ที่ธีร์เล่นเกม ถ้าธีร์ลบชาแนลทิ้ง เลิกเล่นเกมตลอดชีวิตแล้วกลับไปทำร้านทอง เบลจะมีความสุขใช่ไหม?

 

เธอตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะลึก ๆ ก็รู้สึกว่ามันน่าเกลียดเกินไปถ้าหากจะพูดอย่างนั้น แต่การสนับสนุนให้เล่นเกมต่อก็ไม่ใช่เรื่องที่อยากหาข้อตกลงกับอีกฝ่าย เบลมองคนที่หันมาสบตากัน เพื่อบอกให้รู้ว่าตอนนี้ผู้ชายคนนี้กำลังผิดหวังและเสียใจมากแค่ไหนที่ต้องทะเลาะเรื่องเดิม ๆ อีกครั้ง

 

มันจะทำให้เบลสบายใจเหมือนตอนทุบคีย์บอร์ดทิ้งหรือเปล่า

 

ภาพจากเหตุการณ์นั้นย้อนกลับมาให้รู้สึกผิด ในตอนที่ทะเลาะกันจนเธอควบคุมสติไม่ได้จึงเผลอทำลายข้าวของไป ธีร์ไม่ได้เข้ามาห้ามเลยด้วยซ้ำ กลับกันแล้วผู้ชายคนนี้เพียงยืนมองซากปุ่มเล็ก ๆ ที่กระจายอยู่เต็มพื้น ก่อนจะเงยหน้ามองเธอด้วยแววตาในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

แต่หลังจากได้สติก็รีบขอโทษ เบลรีบเสิร์ชหาข้อมูลคีย์บอร์ดที่แฟนหนุ่มใช้แล้วรีบซื้อมาคืน มันอาจจะเป็นของราคาไม่กี่พัน แต่นั่นก็ทำให้แฟนหนุ่มเงียบหายจากโซเชียลไปหลายวันทั้ง ๆ ที่มีคีย์บอร์ดสำรองอยู่ และตอนที่แกะกล่องของขวัญออก ธีร์ก็ยิ้มบาง ๆ พร้อมบอกว่า

 

ขอบคุณมากนะเบล

 

เบลขอโทษ คำนี้มันอาจจะไร้ค่าไปแล้วเมื่อต่างฝ่ายต่างใช้มันอย่างพร่ำเพรื่อ ธีร์จอดรถตรงประตูหน้าบ้านเธอพร้อมดับเครื่องลง และเบลรู้สึกดีอยู่ไม่น้อยที่เขายังอยู่ตรงนี้เบลแค่มองไม่เห็นอนาคตของอาชีพนี้น่ะ ถึงใครหลายคนจะบอกว่ามันไปได้ดี แต่ในประเทศเรามันยังเบามาก และผู้ใหญ่ก็มองว่าเกมคือปัญหาของเด็ก อีกอย่าง... ธีร์อาจจะฮอตในตอนนี้ มีคนตามเป็นล้าน แต่ถ้าแก่ตัวไปล่ะ... แฟนคลับที่เคยบอกว่ารักธีร์อาจจะไปชอบคนที่เด็กกว่าก็ได้

 

วงการเกมไม่ได้มีแค่นี้หรอกเบล ธีร์สามารถไปทำงานอื่นที่เกี่ยวกับเกมได้ เพราะสิ่งที่ธีร์ต้องการมันไม่ใช่แค่การเป็นนักกีฬา E-Sport แต่มันคือการใช้ชีวิตอยู่กับสิ่งที่รักไปจนแก่ ธีร์อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันให้วงการเกมไปได้ไกลกว่านี้

 

แล้วถ้ามันไม่เข้าท่าล่ะ ชีวิตธีร์จะเป็นเหมือนพี่ตั้บหรือเปล่าที่ต้องเฝ้าร้านเกมไปวัน ๆ แลกกับเงินวันละไม่กี่พัน กินข้าวหน้าคอมจนไม่ดูแลตัวเอง แบบนั้นมีความสุขตรงไหนเหรอ?

 

แล้วการเป็นแบบพี่ตั้บไม่ดียังไง อย่างน้อยมันก็มีเมียที่เข้าใจและพร้อมสนับสนุนทุกอย่าง มีลูกที่กำลังจะเกิด แล้วพ่อมันก็คงสนับสนุนทุกอย่างขอแค่ลูกชอบ ชีวิตมันมีความสุขขนาดนั้นยังต้องสงสัยอะไรอีก?

 

...

 

ความสุขของชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกันนะเบล บางคนอาจจะเป็นการแต่งงานกับใครสักคน แต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมดแน่ ๆ บางคนอาจจะอยากอยู่กับหมาสักตัว บางคนเลือกท่องเที่ยวไปกับเพื่อน บางคนแค่กินของอร่อยทุกวัน บางคนเล่นเกม

 

อย่างหลังสุดคือธีร์ใช่ไหม แบบที่ไม่มีเบลก็ได้

 

เบล ธีร์หันหน้าเข้าหาแฟนสาวอีกครั้ง เขาพยายามไม่โกรธเธอที่กล่าวถึงรุ่นพี่คนสนิทในแง่นั้นโดยไม่เคยทำความเข้าใจอะไรเลย ทุกคนมีต้นทุนต่างกัน สายงานที่แตกต่างกัน และแนวทางการใช้ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นการดูถูกพี่ตั้บด้วยคำพูดจึงทำร้ายจิตใจเขาเหลือเกินเคยลองถามตัวเองหรือเปล่าว่าอยากแต่งงานเพราะอะไร?

 

...

 

เพราะอยากสร้างชีวิตคู่ด้วยกันจริง ๆ หรือแค่ไม่อยากอายเพื่อน... เบลบอกธีร์หน่อยได้ไหม?

 

เหมือนถูกมีดกรีดกลางอก หญิงสาวรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูกที่เหตุผลอย่างหลังมันมีมากกว่าจนเธอเองก็ไม่อยากยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง กับสังคมเพื่อนฝูงที่มักจะอวดเรื่องของตัวเองเมื่อนัดเจอกัน แต่เบลกลับทำได้แค่นั่งเงียบ ๆ อีกทั้งยังโดนเพื่อนพูดจาเหน็บแนมใส่ว่ามีแฟนเป็นคนขี้เกม และเธอจะหมดอนาคต

 

ก็ต้องเป็นเพราะเบลอยากมีครอบครัวอยู่แล้ว...”

 

เหรอ?

 

ธีร์มองแบบนั้นจะหาว่าเบลโกหกหรือไง?

 

เปล่า เอาเป็นว่าธีร์กลับก่อนดีกว่า พรุ่งนี้เจอกันนะ เดี๋ยวธีร์ซื้อขาหมูเจ้าโปรดมาให้ เขาเปิดประตูรถตั้งท่าจะออกไป แต่ก็ถูกอีกคนตะโกนรั้งไว้เสียก่อน

 

ถ้าไปเราเลิกกัน

 

...

 

เบลก็อยากรู้เหมือนกันว่าพอถึงเวลาที่ต้องเลือกแล้ว เบลจะสำคัญกว่าเกมที่ธีร์รักไหม หญิงสาวน้ำตาคลอ มองแววตาคู่นั้นที่มองมาอย่างเย็นชาราวกับว่าเอือมระอาในสิ่งที่เธอเป็นเต็มทน

 

พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน

 

ไม่ เบลจะเอาคำตอบเดี๋ยวนี้

 

เบล

 

ให้คำตอบเบลตอนนี้เถอะนะ เหมือนกับอ้วกที่บังคับไม่ได้ว่าจะกลั้นเอาไว้หรือคายออกมา เบลยังคงแสดงออกในด้านที่เธอรู้ว่าอีกคนจะไม่ชอบ แต่พิษของเหล้าทำให้เธอยั้งตัวเองไว้ไม่ได้

 

“ตั้งแต่คบกันมาจนถึงวันนี้ตอนที่เราบั่นทอนความรู้สึกกันด้วยการทะเลาะครั้งแล้วครั้งเล่าเพราะเรื่องเดิม ๆ มันไม่เคยจบสิ้น มีแต่จะหนักขึ้นเรื่อย ๆ กัดกร่อนความรู้สึกจนปวดหัวเหมือนมันไม่มีทางออกแล้ว

 

...

 

เบล

 

...

 

ถ้าการเป็นเกมเมอร์มันไม่ได้ทำให้เบลมองธีร์ต่างจากคนอื่น ถ้าการที่ธีร์เป็นแบบนี้ทำให้เบลต้องร้องไห้เสียใจ งั้นเราพอแค่นี้ดีไหม?

 

...

 

ธีร์เป็นคนเหี้ยเอง เบลจะอัพเฟซบุ๊กด่า หรือจะเล่าให้เพื่อนฟังยังไงก็ได้ ธีร์จะไม่พูดอะไรทั้งนั้น จะยอมให้โทรมาด่าจนกว่าจะพอใจโดยไม่เปลี่ยนเบอร์หนี ชายหนุ่มสบตากับหญิงสาวที่เขารักได้ไม่ชัดนัก วูบหนึ่งเขารู้สึกว่างเปล่า และอยากนั่งนิ่งไปเฉย ๆ แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ควรพูดมันให้จบแต่เลิกกันเถอะนะ

 

...

 

เราสองคนเหนื่อยเพราะความพยายามมามากพอแล้ว

 

 

 

*

 

 

เด็กหนุ่มวางโจ๊กลงบนหน้าโต๊ะคอมแล้วรีบเปิดเครื่อง และภาพหน้าจอก็สว่างจ้าเมื่อระบบการทำงานของคอมพิวเตอร์ทำได้รวดเร็วจนไม่ต้องรอ โซ่รีบใส่พาสเวิร์ดเข้าไลน์ มืออีกข้างตักโจ๊กเข้าปากก่อนจะสะดุ้งจากความร้อน เพราะความฝันเมื่อครู่ที่น่ากลัวเกินจนเกินไป เขาจึงไม่อยากเสียเวลาไปกับการเป่าให้มันเย็น

 

 

Derya MK12: พี่ธีร์อยู่กับพี่เบลใช่ไหมครับ?

Derya MK12: โซ่ไม่ได้โทรมาเร่งหรืออะไรนะครับ อันที่จริงพี่ธีร์จะไม่มาก็ได้

Derya MK12: แต่เมื่อกี้โซ่ฝันร้ายล่ะครับ มันน่ากลัวมากเลย

Derya MK12: โซ่ฝันว่าพี่ธีร์โดนรถชน มันเหมือนจริงมาก... แบบนั้นไม่ดีเลยครับ

Derya MK12: ถ้าพี่ธีร์ยังไม่หลับแล้วเห็นข้อความนี้ก็ตอบโซ่ทีนะครับ โซ่กังวลมากเลย ส่งแค่สติ๊กเกอร์มาก็ได้

Derya MK12: ส่วนอาการของโซ่ดีขึ้นแล้วนะครับ เพราะยากับของกินที่พี่ธีร์ซื้อให้โซ่ถึงลุกมานั่งอ่านชีทได้ เดี๋ยวพออ่านไปสักพักโซ่จะไปนอนต่อแล้วตื่นไปสอบด้วยสภาพเต็มร้อยครับ

Derya MK12: ตอนนี้แถวสีลมฝนตกแรงมากเลย ถ้าพี่ธีร์ยังอยู่ข้างนอก พยายามอย่าโดนละอองฝนนะครับ แต่ถ้าถึงห้องแล้ว อาบน้ำเรียบร้อยแล้ว งั้นก็ฝันดีล่วงหน้านะ

Derya MK12: พี่ธีร์ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ ถ้าป่วยแบบโซ่แล้วจะไม่เท่นะ

 

 

นั่งมองบอลลูนคำพูดสีเขียวที่เรียงกันเป็นแถวยาวและเขาปฏิเสธไม่ได้ว่ากำลังรอให้ข้อความเหล่านี้ถูกเปิดอ่าน โซ่ถอนหายใจพลางคาบช้อนเอาไว้อย่างคิดไม่ตก ทำไมถึงเป็นห่วงพี่ธีร์ขนาดนี้ เพราะความฝันที่เหมือนจริงเกินไปหรือไง งมงายเกินไปหรือเปล่านะ...

 

ทั้งที่ตอนนี้พี่ธีร์คงอยู่กับพี่เบล อาจจะค้างด้วยกันหรืออะไรก็แล้วแต่ เรื่องฝันนั่นคงไม่มีทางเกิดขึ้นจริงแน่ ๆ บางทีโซ่อาจจะเพ้อเจ้อจนเกินไป แต่พี่ธีร์ตอบไลน์หน่อยได้ไหม แค่จุด ๆ เดียวก็ได้ ไม่อย่างนั้นคงพะวงไปจนนอนไม่หลับแน่

 

เอาไงดี... สวดมนต์ดีไหมนะ... ฝนตกถนนลื่นแบบนี้ชวนให้คิดมากเข้าไปอีก มันอันตรายเกินไปสำหรับคนเดินทางตอนกลางคืน เอาล่ะ... เขาจะรีบกินโจ๊กให้เสร็จแล้วไปสวดมนต์ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองพี่ธีร์

 

 

ขอให้อย่าเกิดเรื่องร้าย ๆ กับพี่ชายที่เขารัก  

 

 

 

 

*

 

 

ฝนยังคงตกหนักและไม่มีท่าทีว่าจะหยุดง่าย ๆ และถนนเส้นใหญ่ก็ยังมีรถวิ่งผ่านไปมาอยู่ตลอด แม้เวลาจะเริ่มเดินเข้าใกล้รุ่งสางเต็มที แต่ชายหนุ่มตัวสูงที่เปียกปอนไปด้วยน้ำฝนกลับเลือกนั่งเงียบ ๆ ตรงป้ายรถเมล์โดยไม่ขยับตัวไปไหน

 

ดวงตาคู่นั้นทอดมองออกไปยังเบื้องหน้าอย่างไร้จุดหมายพร้อมคำถามมากมายในหัวที่คงไม่คิดหาคำตอบให้ตัวเอง ทั้งที่ไม่ได้ออกแรงทำอะไรเลยสักนิด แต่หัวใจของเขากลับตะโกนบอกว่ามันเหนื่อยเหลือเกิน  และตอนนี้มันกำลังถูกแทนที่ด้วยความว่างเปล่าแล้ว

 

ความว่างเปล่าที่พรุ่งนี้จะไม่มีเบลอีก นั่นคือความจริงที่ธีร์กำลังพยายามยอมรับให้ได้

 

หยดน้ำไหลตามสันกรามไล่ลงไปจนถึงปลายคาง ชายหนุ่มตัวสูงเปียกปอนไปด้วยน้ำฝนของความเจ็บปวดซึ่งตอนนี้คงมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้นที่ช่วยเยียวยาได้

 

ควรไปที่ไหน? นั่นคือสิ่งที่ถามตนเอง และธีร์ไม่สามารถตอบได้ ดังนั้นการนั่งโง่ ๆ อย่างคนสิ้นคิดอยู่ตรงนี้อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี

 

เสียงรถขับผ่านไปครั้งแล้วครั้งเล่า พร้อมข้อความมากมายเด้งขึ้นบนจอโทรศัพท์ แต่ชายหนุ่มเลือกถือมันไว้เฉย ๆ มากกว่าจะหงายขึ้นอ่านเพื่ออ่านว่าคนส่งมากำลังรู้สึกอย่างไร

 

เขาปล่อย... ให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็นมาตั้งนานแล้ว

 

 

 

To be continued

 

เรื่องของความรัก มีด้านของเราและด้านของเขา แต่ละคนมีเหตุผลของตัวเองเนอะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.457K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

13,913 ความคิดเห็น

  1. #13910 Pandora (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 23:41

    แค่ครอบครัวอีกฝ่ายไม่ชอบ ทุกอย่างมันก็ไปต่อไม่ได้แล้ว

    #13,910
    0
  2. #13888 waan4121 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2563 / 00:37
    จริงๆนะ เราไม่ได้จะเเช่งหรืออะไรเลย เเต่เบลกับธีร์ไปกันไม่ได้จริงๆ ทั้งครองครัวเบลที่ไม่เข้าใจ เพื่อนเบลอีก มันไม่โอเคค
    #13,888
    0
  3. #13885 milkpate (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 / 10:23
    เพื่อนที่คอยเหน็บแนมเรื่องชีวิตส่วนตัวเนี่ยถ้าเลิกคบได้ก็เลิกคบไปเถอะเบล ชีวิตจะดีขึ้นกว่านี้เยอะเลยจริง
    #13,885
    0
  4. #13876 favmme (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 / 17:07
    เบลกับธีร์เลิกกันคือดีละ เอาตรง ๆ ที่ธีร์บอกเบลไม่ทำอะไร หาเงินให้ซื้อแบรนด์เนม บินไปเที่ยว นี่เป็นเบลคือหน้าชาละนะ หาเงินมาเลี้ยงทุกอย่างอะ มันไม่รอดตั้งแต่พ่อแม่เบลไม่ชอบธีร์ละ ละที่ธีร์บอกอยากแต่งเพราะอะไรนี่แบบจุก ๆ ไปเลย ยิ่งมาดูถูกพี่ตั้บที่ธีร์เคารพอีก โอ้โห เลิกแหละดีแล้ว ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมพวกแหลมไม่ชอบ เพราะตอนคุยกับน้องโซ่หรือที่ผ่าน ๆ มาก็ดูไม่งี่เง่า แต่ตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้ง แล้วฝ้ายอีก ปากดีมาก รู้ดีไปหมด หาเรื่องเก่ง น่าด่ามาก รู้ว่าปกป้องเพื่อนแต่อะไรมันจะเชื่อเพื่อนฝ่ายเดียวจนต้องพูดทำร้ายคนอื่นขนาดนั้น ประสาทไปหมดทั้งคู่
    #13,876
    0
  5. #13859 3 lee sj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 23:30
    ยังไงคู่นี้ก้อไปกันไม่ได้
    #13,859
    0
  6. #13834 mmilkxx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 17:25
    จึกๆเลยครับตอนนี้ แงงงง เป็นเส้าจังง
    #13,834
    0
  7. #13800 baekbow (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 กันยายน 2563 / 14:00
    ไม่แปลกใจที่สุดท้ายเขาเลิกกัน มันเป็นเรื่องการเข้ากันไม่ได้แหละ ในเมื่อมองต่างกัน แล้วไม่คิดจะเข้าใจกัน มันผิดทั้งคู่นะ ดูง่ายๆคือคู่พี่ตั้บเลย ต้องเปรียบเทียบเลยเพราะดูง่ายสุด ชีวิตพี่เขาก็ไม่ได้ดีกว่าใคร เฝ้าร้านคอม ได้เงินแค่ไม่กี่บาท แต่ก็มีชีวิตครอบครัวที่มีความสุขได้ เพราะเข้าใจกัน // จุดตรงกลางที่จะทำให้คู่นี้ไปต่อได้คืออะไรเราก็บอกไม่ได้เหมือนกัน เพราะมันต้องเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมเลยอ่ะ มันกลางไม่ได้ เพราะเกมสำหรับธีร์คืออาชีพ มันจะลดอะไรได้ นอกจากยอมทิ้งแล้วไปทำร้านทอง ไม่ก็เบลยอมให้ธีร์เล่นต่อไป คือตรงกลางไม่ได้จริงๆ เรื่องแต่งงานก็เรื่องนึง อยากแต่งเพราะอยากมีเรื่องไปอวดเพื่อนมันก็ไม่ได้อ่ะ ผู้หญิงกังวลเรื่องนี้เป็นเรื่องปกตินะ แต่เหตุผลต้องไม่ใช่แบบนี้ และต้องเอาเป็นเรื่องส่วนตัวด้วย ชีวิตแต่งงานมันคือชีวิตของคนสองคนที่ต้องมีความพร้อม โอเคมีพ่อแม่ที่พร้อมช่วยเหลือ แต่คือถ้าคิดจะมีครอบครัวแล้วให้พ่อแม่มายุ่ง มันจะเป็นครอบครัวได้ไงอ่ะ คือมันต้องคุยกัน เราเป็นผู้หญิงก็อยากจะเข้าข้างเบลนะ แต่ธีร์เขาก็มีเหตุผลของเขาอ่ะ ไม่ได้บอกว่าเราจะรับได้นะ ถ้ามีแฟนแบบนี้ แต่ถ้ารู้ว่าไม่โอเคก็แค่เลิกไป ไม่ต้องทนอยู่ให้เหนื่อย ให้ทะเลาะกันซ้ำๆก็แค่นั้น // และแน่นอนว่ายิ่งคบกันมานาน เวลาเลิกกันมันต้องโหวงมากแน่ๆ และธีร์ก็ไม่ได้เลิกเพราะหมดรักด้วย เรื่องแต่งงานเขามีแพลนแล้ว แต่เบลไม่ยอมรับมันอ่ะ จะเอาแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการ คืออุปสรรคมันเยอะมาก ทั้งเรื่องครอบครัว เรื่องอาชีพของธีร์ เรื่องความคิดของเบล คือมันหนักเกินไปแล้วอ่ะ มันดูขัดแย้งกันไปทุกอย่างเลย
    #13,800
    0
  8. #13775 menen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กันยายน 2563 / 22:55
    ฝ้ายปากดีมากค่ะ หมั่นไส้5555555
    #13,775
    0
  9. #13729 ยัยเด็กน่ารัก! (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2563 / 10:43
    "พี่ชายที่เขารัก" เอ๊ะ หรือเราโฟกัสผิดจุด..
    #13,729
    0
  10. #13705 tooktawu (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 12:20
    สงสารทั้งคู่เลยแหระเข้าใจธีร์แต่ก็เข้าใจเบลอะคบกันมาตั้งนานแล้วแต่เรามองไม่เห็นอนาคตร่วมกันเลย เลิกกันน่ะดีแล้ว
    #13,705
    0
  11. #13700 Wnats (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 01:20
    ตอนพี่ธีร์พูดถึงเรื่องเบลไม่ทำงานบ้าน ต้องรับผิดชอบเรื่องเงินของเบลในอนาคตคือ หน้าชา555555 เรื่องกระเป๋าเบลอีก เนี่ย เขาก็ทำให้ขนาดนี้ ไม่เคยมองเห็นเลยหรอ????
    #13,700
    0
  12. #13699 Wnats (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 01:18
    ย้อนกลับมาอ่านกี่รอบก็สงสารพี่ธีร์อ่ะ คนที่พี่ธีร์รักมากและคิดว่าเขาเข้าใจพี่ธีร์ที่สุดแต่สุดท้ายแล้วก็เป็นคนที่ไม่เข้าใจพีธีร์เหมือนกับคนอื่นๆ ขนาดเราเป็นผู้หญิงเรายังหงุดหงิดเลยกับสิ่งที่เบลและฝ้ายพูด พี่ธีร์ใจเย็นมาได้ขนาดนี้คือเก่งมากๆๆๆๆ เรื่องแต่งงานพี่ธีร์ก็เคยพูดไว้แล้วอ่ะ เบลทำอะไรบ้างดีกว่าเอางี้ คือเบลก็รักพี่ธีร์แต่ไม่เคยเข้าใจพี่ธีร์เลยอ่ะ มันคงไม่มีใครอดทนไปได้มากกว่านี้แล้วแหละเนอะ
    #13,699
    0
  13. #13697 หญ้าคัน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 02:42
    คือถ้าเรารักเค้าจริง เราคงจะไม่บังคับให้เค้าเลือกระหว่างเรากับสิ่งที่เค้ารักมากที่สุดในชีวิตนะ
    #13,697
    0
  14. #13688 Yaya Nadear (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 11:03
    พี่เบลดูถูกอาชีพเกมเมอร์ขนาดนี้ อยากให้วาร์ปไปดูช่อง Heartrocker เลยค่ะ ไม่ได้จะขิงว่าตาเหยกรวยจากการเป็นเกมเมอร์นะ เพราะนี่ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ แค่โฆษณาเฉย ๆ ขอบคุณค่ะ
    #13,688
    0
  15. #13655 Danwtlese (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 02:08
    อ่าาา แมร่ง ยังรักกันมากทั้งสองฝ่ายหน่ะแหละ มันคงถึงที่สุดแล้ว แบบนี้หน่ะดีแล้ว ดีกว่ายึดอแกไปให้เจ็บกว่าเดิม
    #13,655
    0
  16. #13651 soju135 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 16:53
    เข้าใจเหตุผลของทั้งคู่เลย แล้วก็เข้าใจว่าทำไมแต่ละฝ่ายถึงมีเหตุผลที่จะไม่ยอมรับด้วย ทัศนคติไม่ตรงกันมันก็ไปต่อไม่ได้ ใครจะทนถูกกดดันจากทั้งพ่อแม่ตัวเองพ่อแม่แฟน หรือกระทั่งแฟนก็ยังคิดไม่ไปทางเดียวกัน ถ้าชีวิตมันจะไปถึงจุดที่เป็นครอบครัวก็ควรจะสนับสนุนกันให้มากกว่านี้ ใจลึกๆยังต่อต้านแบบนี้ก็คุยกันยาก
    #13,651
    0
  17. #13615 rttr (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 12:58
    กินใจมากตอนธีร์บอกก็ต้องเป็นธีร์ที่รับผิดชอบเรื่องเงิน หามาให้ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม เก็บเงินให้เบลไปเที่ยวกับเพื่อน จริงๆเบลก็แค่อยากมีธีร์ที่ทำหน้าที่การงานดีๆ ไว้อวดเพื่อนอ่ะ จุกไปดิตอนธีร์ถามว่าอยากแต่งงานเพราะอะไร จุกไปดิ !!
    #13,615
    0
  18. #13614 rttr (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 12:56
    ตบปากฝ้ายหนึ่งแมทซ์
    #13,614
    0
  19. #13593 myaugust (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 23:05
    อห..จุกเลย TOT
    #13,593
    0
  20. #13572 ChungWila (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 08:10
    เป็นตอนที่อึดอัดเม้นอะไรไม่ถูกเลย แต่พี่ธีร์สู้ๆนะ
    #13,572
    0
  21. #13570 Peachz. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มีนาคม 2563 / 01:47
    มีเหตุผลของตัวเองทั้งคู่ แต่ว่าช่องว่างของความเข้าใจมันใหญ่มาก เบลไม่ได้เข้าใจถึงอาชีพที่คนพี่ทำมากพอว่ามันเป็นยังไง ถามว่ามันได้เงินเยอะไหม เราก็ว่าพอสมควรนะถ้าคนพี่สามารถซื้อของแบรนแนมเป็นของขวัญให้เบลได้คงจะไม่น้อยขนาดที่ตั้งตัวไม่ได้ มันก็จริงที่ว่าถ้าคนเราสามารถหาเงินจากการเล่นเกมได้ทุกคนคงไม่มีคนเสียคนจากการเล่นเกม แต่แบบ ควรทำความเข้าใจว่าอาชีพเกมเมอร์หรือแนวๆทำคอนเท้นต์ทั่วไปเนี่ยมันไม่สามารถประสบควรสำเร็จได้ทุกคนไง ต้องอาศัยหลายๆอย่าง ซึ่งพี่ธีร์คือคนที่ประสบความสำเร็จนะแต่คนรอบข้างไม่เข้าใจ
    #13,570
    0
  22. #13519 Nuthathai Por (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มีนาคม 2563 / 19:02

    ก็เข้าใจเหตุผลเบลนะ ถ้าคิดต่างกันแบบนี้ต่างคนต่างไปหาความสุขของตัวเองน่ะถูกแล้ว

    #13,519
    0
  23. #13500 Lalunedemoi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:39
    โอ๋ๆนะพี่ธีร์ เข้าใจทั้งเบลทั้งพี่ธีร์เลยแต่สุดท้ายถ้าการคบกันมันกลายเป็นเรื่องบั่นทอนจิตใจ ก็เลิกกันดีที่สุดแล้ว
    #13,500
    0
  24. #13476 MaiNatkamon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:52
    นี่เข้าใจสองฝ่ายนะ เข้าใจธีร์มากๆเลยด้วย คือสุดท้ายแล้วถ้ารับที่เขาเป็นอยู่ รับในสิ่งที่เขารักไม่ได้ก็เลิกเถอะเราจะไปเปลี่ยนเขาไม่ได้นะ ความรักไม่ใช่แค่รักกันแต่ต้องเข้าใจกันและกัน เหมือนผญยังไม่โอเคตรงนี้ ไม่เปิดรับเลยและมันเป็นสิ่งที่ธีร์รักอ่ะ เลิกอะดีแล้วยังไงก็ไปไม่รอด
    #13,476
    0
  25. #13450 thitirat yoschart (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:11
    โอ๋นะพี่ธีร์ ฮื่ออออ
    #13,450
    0