Chubby Love แฟนผมจ้ำม่ำ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,469 Views

  • 61 Comments

  • 329 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    50

    Overall
    5,469

ตอนที่ 3 : -03- เป็นคนซ้อนมันดีกว่าเป็นคนปั่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    4 ก.พ. 62

แง่ม!!!

“โอ้ยยย จ้ำม่ำ! กัดเราทำไมเนี่ย”  ทีมโวยเสียงดังลั่นเมื่อจ้ำม่ำงับเข้าที่ปลายจมูกโด่งของทีม ก็ใครใช้ให้เข้ามากันจนหน้าแทบจะชิดติดกันแบบนี้ล่ะ

“ทีนี้ก็หายกันแล้วนะ จมูกทีมก็แดงเหมือนกัน” จ้ำม่ำกลั้นขำตอบทีมอย่างลอยหน้าลอยตา  จ้ำม่ำหมั่นไส้ทีมแต่ทีมหมั่นเขี้ยวจ้ำม่ำ

“แล้วจะทำมั้ยแผลน่ะ ถ้าไม่ทำเราลงไปข้างล่างแล้วนะ” จ้ำม่ำเลือดกำเดาหยุดไหลแล้ว เขาลุกขึ้นนั่งเนื่องจากทีมไม่ได้กอดไว้จึงทำให้ลุกได้อย่างสะดวกก่อนจะเอามือป้อมๆของตัวเองจับขาแกร่งที่ก่ายตัวเขาเอาไว้ออกไป จ้ำม่ำหันไปถามทีมที่นอนเอามือลูบจมูกตัวเองป้อยๆ

“ทำ!!” ทีมหน้าบึ้งลุกขึ้นนั่งตามแล้วเอื้อมมือไปหยิบกล่องยาที่วางอยู่กลางเตียงมายัดใส่ตักของจ้ำม่ำ  จ้ำม่ำมองคนที่ทำตัวเป็นเด็กอย่างขำๆ

“โดนกำปั้นมาใช่ไหม ไปทะเลาะกับใครมาเนี่ย” จ้ำม่ำถามพลางใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดแผลที่มุมปากทีมไปด้วย

“ปกติของลูกผู้ชาย” ทีมตอบอย่างไม่ใส่ใจ ทำให้จ้ำม่ำหมั่นไส้เลยกดสำลีลงไปที่แผลอย่างแรง

“โอ้ยย! ทำไมม่ำชอบทำร้ายทีม” ทีมเรียกชื่อแทนตัวเองพร้อมกับทำเสียงงอนๆทำท่าแบ๊วๆใส่และนั่นยิ่งทำให้จ้ำม่ำหมั่นไส้เพิ่มขึ้นไปอีก  จ้ำม่ำบึนปากใส่ทีมไปหนึ่งที  ทีมหมั่นเขี้ยวจึงยื่นมือไปบีบปากเล็กๆนั่นอย่างไม่แรงมากนัก อยู่ดีๆในใจก็คิดอยากจะกัดปากของจ้ำม่ำให้หายหมั่นเขี้ยวขึ้นมาซะงั้น

“หายกัน” ทีมยกคิ้วข้างเดียวใส่จ้ำม่ำ

“แหวะ เค็ม” จ้ำม่ำแลบลิ้นทำปากแจ๊บๆแล้วทำหน้าหยีๆ ทีมหัวเราะเบาๆก่อนจะยอมอยู่นิ่งๆให้จ้ำม่ำทำแผลต่อจนเสร็จโดยมีต่อล้อต่อเถียงกันบ้างเล็กๆน้อยๆตามประสา

.

.

.

“แม่จันทร์ เดี๋ยวมานั่งทานข้าวพร้อมกันเลยนะจ๊ะ หนูจ้ำม่ำด้วยนะลูก” แม่ของทีมหรือคุณผู้หญิงของบ้านพูดขึ้นขณะที่แม่จันทร์กำลังจัดโต๊ะอาหารสำหรับการรับประทานอาหารมื้อเย็นก่อนจะหันไปบอกจ้ำม่ำที่คอยช่วยแม่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา  แม่จันทร์เป็นเหมือนสมาชิกอีกคนในครอบครัวไม่ใช่แค่นายจ้างกับลูกจ้าง คนที่บ้านของทีมจึงให้เกียรติแม่จันทร์พอสมควร

“ค่ะ คุณผู้หญิง... จ้ำม่ำ ลูกขึ้นไปตามคุณหนูทีมให้ลงมาทานข้าวได้แล้วนะ”  แม่จันทร์ตอบรับคุณผู้หญิงยิ้มๆแล้วหันมาสั่งจ้ำม่ำต่อ จ้ำม่ำไม่ได้อิดออดอะไรทำตามคำสั่งของแม่อย่างว่าง่าย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก..

“คุณชายทีมขอรับ  มื้อค่ำพร้อมแล้ว กระผมขึ้นมาเรียนเชิญให้ลงไปรับประทานอาหารได้แล้วขอรับ” จ้ำม่ำตะโกนอยู่หน้าประตูห้องทีมด้วยคำพูดที่เหมือนเป็นเชิงประชดประชันแต่ไม่ใช่ มันเป็นแค่การล้อเลียนมากกว่า

แกร๊ก..

“เดี๋ยวจะโดน” ทีมเปิดประตูออกมายกนิ้วชี้หน้าจ้ำม่ำอย่างหมั่นเขี้ยว ไม่รู้เป็นอะไร เขาหมั่นเขี้ยวจ้ำม่ำไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะคำพูดคำจา กิริยาท่าทางหรือการกระทำต่างๆ เขาอยากจะจับจ้ำม่ำมาฟัดแล้วก็ฟัดให้ช้ำไปเลย

จ้ำม่ำหัวเราะคิกคักเดินนำทีมลงมาชั้นล่างแล้วตรงไปยังโต๊ะอาหาร ทีมเดินตามมาก็รู้สึกเสียวๆสันหลังเมื่อมองเห็นป๊ากับม๊าของตัวเองนั่งรออยู่ก่อนแล้ว  ทีมนั่งลงข้างๆม๊าของตนเองส่วนป๊าของเขานั่งอยู่หัวโต๊ะ จ้ำม่ำก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามกับทีมซึ่งข้างๆมีแม่จันทร์นั่งอยู่  จ้ำม่ำเลื่อนเก้าอี้เพื่อจะนั่งอย่างเบามือด้วยความเกรงใจ ท่าทางของจ้ำม่ำทำให้คุณท่านของบ้านทั้งสองคนมองอย่างเอ็นดู

“เอ้า ทานๆ ลงมือกันได้เลย” คุณท่านหรือพ่อของทีมพูดขึ้นอย่างเป็นกันเองแล้วลงเริ่มตักอาหารทาน คนอื่นๆก็ลงมือตาม

“ตาทีม! หน้าไปโดนอะไรมา” เมื่อทานอาหารมาได้สักพักม๊าของทีมก็เอ่ยถามขึ้นเพราะสังเกตมานานแล้วเวลาที่ลูกชายตักอาหารเข้าปากมักจะมีสีหน้าและปฏิกิริยาอาการแปลกๆ  ทีมสะดุ้งนิดๆเมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะถูกจับได้

“เอ่อ เอ่อ..คือ” ทีมอึกอักยังนึกหาคำแก้ตัวไม่ได้ก่อนจะเหลือบมองไปที่จ้ำม่ำที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆแต่ก็อมยิ้มกลั้นขำเขาไปในที อีกแล้วนะ.. ทำตัวหน้าหมั่นเขี้ยวอีกแล้ว

“อ้วนล้มทับกระแทกปากผมครับม๊า” ทีมชี้ไปหาจ้ำม่ำทำให้ทุกคนบนโต๊ะหันไปมองที่จ้ำม่ำเป็นตาเดียว  ถึงมันจะเป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นแต่มันก็ดูมีน้ำหนักนะ //น้ำหนักจ้ำม่ำอ่ะ ดูมีเยอะดี//

“แค่กๆๆ แค่กๆ” จ้ำม่ำตกใจที่อยู่ดีๆก็โดนโบ้ยข้อกล่าวหาถึงกับสำลักข้าวเดือดร้อนแม่จันทร์ต้องรีบลูบหลังพร้อมกับเอาน้ำให้ดื่ม พอหายจากอาการสำลักแล้วจ้ำม่ำก็มองไปที่ทีมตาขวางพร้อมกับเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่

“ไปเรียกน้องแบบนั้นได้ยังไง” ม๊าตีเข้าที่ต้นแขนทีมเบาๆข้อหาเรียกจ้ำม่ำว่าอ้วน

“น้องอะไรกันล่ะม๊า  อายุเท่ากัน” ทีมเถียง ตอนที่จ้ำม่ำทำแผลให้  เขาได้ถามอายุอานามแล้วก็เรื่องราวทั่วๆไปเรียบร้อยแล้ว

“ก็นั่นแหละ พูดจาหน้าตีมากเลยนะเรา  แล้วหนูจ้ำม่ำเป็นอะไรมากรึเปล่าลูก” ม๊าพูดว่าทีมแล้วหันไปถามจ้ำม่ำอย่างห่วงใย  ป๊าของทีมได้แต่นั่งฟังเงียบๆปล่อยให้ศรีภรรยาของตัวเองกับแม่นมของเจ้าทีมจัดการ

“หนูหรือหมู”  ทีมบ่นเบาๆแต่ก็มิวายที่ม๊ากับจ้ำม่ำได้ยิน จ้ำม่ำยืดขาที่อยู่ใต้โต๊ะสุดขาเท่าที่จะทำได้แล้วเตะเข้าที่หน้าแข้งทีมแรงๆไปหนึ่งที

“อึ่ก!” ทีมรู้สึกเจ็บที่หน้าแข้งและก็รู้ด้วยว่าเป็นฝีมือของเจ้าหมูตัวแสบ ทีมไม่ร้องเสียงดังแต่เขาจ้องจ้ำม่ำกลับอย่างคาดโทษ

“ตาทีม!” ม๊าหันมาดุทีมเสียงเข้ม

“คร้าบๆ ยอมแล้วๆ ขอโทษครับบ  ใช่สิ๊ ได้ลูกรักคนใหม่แล้วนิ” ทีมยกมือสองข้างขึ้นเหนือหัวเป็นจำยอม ดูเหมือนเขาจะถูกรุมอยู่คนเดียว เห็นท่าว่าจะต่อกรกับเจ้าหมูม่ำไม่ได้ซะแล้ว ขอเผ่นไปตั้งหลักก่อนดีกว่า

“ดูพูดเข้า” ม๊าทีมพูดขำๆ ทีมเป็นลูกชายคนเดียวของตระกูลถูกตามใจเอาใจมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ใช่ว่าจะนิสัยเสียมากมายอะไรเพราะได้แม่จันทร์คอยปรามและอบรมสั่งสอน ทั้งป๊าและม๊าของทีมแทบจะไม่มีเวลาว่าง ต้องบินไปดูงานที่ต่างประเทศอยู่บ่อยๆ และอะไรที่ลูกชายคนนี้ขอหรืออยากได้พ่อแม่ของทีมก็ไม่เคยขัด เขาอยากให้ลูกมีความสุขตราบใดที่มันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นและอยู่ในความดีงาม

“รักเรามันเก่าแล้วใช่มั้ยล่ะ... ผมอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ”  ทีมแสร้งทำหน้าเศร้าเสียงเศร้าแล้วลุกเดินหงอยๆออกไปทันที ผู้ใหญ่ทั้งสามคนรู้ดีว่าทีมเจ้าเล่ห์แกล้งทำเพื่อเอาตัวรอดจึงได้แต่นั่งยิ้มขำๆกัน มีแต่จ้ำม่ำที่มาใหม่ไม่รู้เรื่องรู้ราวหน้าเสียทันทีที่ได้ยินทีมพูดและแสดงอาการแบบนั้น

“ดะ เดี๋ยวม่ำไปดูให้นะฮะ”  จ้ำม่ำรีบลุกขึ้นก้มหัวให้กับผู้ใหญ่แล้ววิ่งตามทีมไปโดยที่ใครก็ห้ามไม่ทัน  ผู้ใหญ่ทั้งสามจึงนั่งทานข้าวต่อแล้วคุยกันเรื่องโรงเรียนของจ้ำม่ำด้วย จ้ำม่ำย้ายมากลางเทอมแถมเป็นเทอมสุดท้ายของการเรียนมัธยมปลายอีก แต่ป๊าม๊าทีมก็คิดว่าไม่มีปัญหา เรื่องแค่นี้เอง สำหรับคนใหญ่คนโตมันเป็นอะไรที่สบายมาก

.

.

.

“แฮ่กๆ โห้ยย เราเหนื่อยนะทีม หยุดรถก่อนได้มั้ย”  จ้ำม่ำวิ่งออกมานอกบ้านเมื่อเห็นทีมกำลังเปิดประตูรั้วเอารถออก ทีมขึ้นคร่อมรถของตัวเองก่อน ปั่น! ใช่ ทีมกำลังปั่นจักรยานหนีจ้ำม่ำ

“ทีมมมมม แฮ่กๆๆ อื้อเหนื่อยนะ!” จ้ำม่ำตะโกนไล่หลังเมื่อวิ่งตามมาได้สักพักแล้ว ทีมปั่นจักรยานอยู่ในซอยของหมู่บ้านแต่ตรงไปทางหลังซอย  ทีมเอี้ยวคอมามองเห็นจ้ำม่ำยืนหอบอยู่ก็เลยเลี้ยวรถกลับมาหา

“แล้วจะตามมาทำไมเนี่ย” ทีมหยุดรถใกล้ๆกับจ้ำม่ำ เอาขายันพื้นไว้ไม่ให้รถล้ม

“แล้วทีมหนีออกมาทำไมล่ะ” จ้ำม่ำเถียงหน้าแดง ยังหายใจหอบอยู่ สงสัยคงเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกายแน่ๆ

“ก็เราแค่อยากไปปั่นจักรยานเล่นที่สวนสาธารณะหลังหมู่บ้านเฉยๆ” ทีมตอบเสียงเรียบ

“ใครจะไปรู้วะ... งั้นเราไปด้วย!” ประโยคแรกจ้ำม่ำพูดเบาๆกับตัวเอง ส่วนประโยคหลังจ้ำม่ำเงยหน้าพูดกับทีมอย่างเต็มเสียง

“มีรถ?”

“ฮึ! นี่ไง” จ้ำม่ำส่ายหน้าไปมา ก่อนจะชี้ไปที่รถจักรยานของทีมที่ทีมกำลังคร่อมอยู่

“หื๊ออ? จะซ้อน?” ทีมถามยิ้มๆ

“ไหวป่ะล่ะ” จ้ำม่ำเชิดหน้าถาม ว่าเขาอ้วนดีนัก

“ดูท่าจะไม่ไหว” ทีมตอบเสียงทะเล้น จ้ำม่ำหน้ามุ่ยใส่ทันที

“งั้นลงมา เดี๋ยวเราเป็นคนปั่นเอง” จ้ำม่ำแกล้งพูดประชด ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ยอมเสียฟอร์มแต่กับทีมมันไม่ใช่อย่างนั้น ทีมเลื่อนตัวลงไปนั่งเบาะหลังหน้าตาเฉย

“ฮึ้ยย!!” จ้ำม่ำรู้สึกขัดใจกับคนกวนประสาทแต่เขาก็ขึ้นคร่อมจักรยานแล้วเริ่มปั่นออกไป  ตอนแรกก็มีเฉไปเฉมาบ้างแต่พอตั้งหลักได้ก็ปั่นตรงทางไปเรื่อยๆ

ทีมนั่งซ้อนท้ายยิ้มกริ่มอยู่ข้างหลังก่อนจะค่อยๆเอื้อมมือทั้งสองข้างไปกอดเอวจ้ำม่ำเอาไว้

“กลัวตก” ทีมบอกเมื่อจ้ำม่ำทำท่าจะหันหน้ามาถาม

แบบนี้มันดีกว่าตั้งเยอะ

********************************************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #49 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 16:03
    แต๊ะอั๋งตลอด
    #49
    0
  2. #7 ชะเอิงเอ๊ย (@Yanatipnam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:40
    มีโอบองโอบเอว จะแต๊ะอั๋งจ้ำม่ำล่ะซี้~
    #7
    0