Chubby Love แฟนผมจ้ำม่ำ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,458 Views

  • 61 Comments

  • 330 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    39

    Overall
    5,458

ตอนที่ 16 : -16- สถานการณ์บังคับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 329
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    25 ก.พ. 62


หลังจากจับคำใบ้สายรหัสกันเสร็จเรียบร้อยแล้วรุ่นพี่ก็ปล่อยให้น้องๆปีหนึ่งแยกย้ายกันกลับบ้านได้ ทีมและโอ๊ตยังยืนต่อล้อต่อเถียงกันอยู่ที่เดิม หลายๆคนไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือรุ่นเดียวกัน ผู้หญิงหรือแม้แต่กระทั่งผู้ชายต่างพากันมองมายังทีมกับโอ๊ตอย่างสนใจ  ด้วยรูปร่างหน้าตาที่ดูเด่นกว่าคนอื่นๆทำให้สองเพื่อนซี้เป็นที่จับตามอง แต่ทั้งสองคนมันสนใจใครที่ไหน เดี๋ยวก็ตบหัวกันไปไล่เตะกันมาเล่นกันเป็นเด็กๆ


“เอ่อ น้องคะ” เสียงเล็กๆของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นข้างหลังของทั้งสองคน ทีมและโอ๊ตหยุดแกล้งกันก่อนจะหันไปมอง


“พี่สาวมีอะไรให้ผมสองคนรับใช้รึเปล่าครับ” โอ๊ตหูดำใส่ทันทีเมื่อเห็นรุ่นพี่สาวสวย


“คือ น้องสองคนหน้าตาดีนะ สนใจลงประกวดดาวเดือนไหม” รุ่นพี่สาวถามพร้อมกับท่าทีเขินอายนิดๆ


“สนครับ! ผมประกวดเดือน แล้วให้ไอ้นี่มันประกวดดาว” โอ๊ตพูด ประโยคท้ายชี้ไปที่ทีม ก่อนจะโดนฝ่ามือหนาฟาดลงกบาลเต็มๆ โอ๊ตหัวเราะร่วนเมื่อได้แกล้งกวนประสาททีม


“ถ้ามึงสนก็เชิญมึงประกวดไปคนเดียว แต่กูไม่! ” ทีมหันไปบอกโอ๊ตก่อนจะหันกลับมามองรุ่นพี่ที่มองเขาอยู่อย่างเคลิ้มๆ “ขอโทษด้วยนะครับพี่ ผมคงต้องขอปฏิเสธ” ทีมพูดจบก็เดินออกมาจากตรงนั้นทันที  ไม่ใช่ว่าไม่มีมารยาทอะไรแต่เขาไม่อยากจะอยู่ตรงนี้นานๆ เพราะรูู้ได้เลยว่ายังไงต้องถูกตื้อให้ประกวดจนได้ ก็เขามั่นใจในโบท็อกซ์นิ  โอ๊ตแค่มองตามหลังทีมแต่ไม่ได้เดินตามมาเพราะโอ๊ตตั้งใจจะทำความรู้จักกับรุ่นพี่สาวสวยต่อ


.


.


.


ทีมขับรถจากคณะตัวเองมาคณะแพทย์ซึ่งก็ไม่ได้อยู่ไกลกันมากเท่าไหร่หรอกเพื่อมารับจ้ำม่ำกลับบ้าน พอรถของทีมจอดสนิทปุ๊บก็มีร่างกลมๆตัวขาวๆเปิดประตูหน้าข้างคนขับเข้ามานั่งปั๊บ  จ้ำม่ำหันมายิ้มกว้างให้ทีม ทีมยกมือใช้นิ้วเรียวเกลี่ยเหงื่อเม็ดเล็กที่ผุดขึ้นมาเล็กน้อยอยู่แถวขมับให้จ้ำม่ำอย่างเบามือ


“รอนานไหม” ทีมถามทั้งที่ยังจัดผมหน้าม้าให้จ้ำม่ำอยู่


“ไม่เลย รุ่นพี่ก็เพิ่งปล่อยเราเมื่อกี้นี้เอง” จ้ำม่ำตอบพร้อมกับหลบสายตาทีม หยุดลูบผมได้แล้วไหมล่ะ มันเขินนะ“พอแล้ว กลับห้องกันเถอะ” จ้ำม่ำบอกเสียงอ้อมแอ้ม ทีมหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วเลื่อนมือลงมาจับมือจ้ำม่ำเอาไว้ก่อนจะสตาร์ทรถขับออกไป


“ทีม ขับมือเดียวมันอันตรายนะ” นั่งมาได้สักพักจ้ำม่ำก็พูดเตือนออกมาเพราะทีมขับรถเพียงแค่มือเดียวส่วนอีกมือหนึ่งก็กุมมือจ้ำม่ำไว้อยู่


“ไม่เป็นไรหรอกน่า” ทีมหันมาตอบจ้ำม่ำแวบนึงแล้วหันกลับไปมองทางข้างหน้าเหมือนเดิม


“ปล่อยมือเราก่อน”  จ้ำม่ำพูดต่อออกมาอีก รถติดไฟแดงอยู่พอดีทีมจึงหันมามองจ้ำม่ำตรงๆ


“เราบอกว่าไม่เป็นไรไง เราขับได้”  ทีมก็แค่อยากจับมือของคนรักเอาไว้ก็เท่านั้นเอง


“เราบอกให้ปล่อยไง” จ้ำม่ำพูดเสียงเข้มขึ้นทีมหันมามองอีกรอบพร้อมกับที่สัญญานไฟกำลังจะเปลี่ยน


“ทำไมวะ แค่จับมือนี่ไม่ได้เลยใช่ไหม เออ! ไม่อยากให้จับก็ไม่จับ” ทีมโวยวายแล้วออกรถกระชากตัวอย่างแรง เขาไม่เข้าใจว่าเรื่องแค่นี้มันจะอะไรกันนักกันหนา ไม่ได้ตั้งใจจะตะคอกใส่จ้ำม่ำเลย แต่มันเผลอทำไปแล้ว นี่แค่ไม่ถึง3นาทีก็สำนึกผิดแล้วเห็นไหม รักมากขนาดไหนคิดดู ทีมเหลือบมองจ้ำม่ำก็เห็นอีกฝ่ายนั่งเม้มปากใบหน้าติดกังวล อยากจะยื่นมือไปจับมือเพื่อปลอบแต่จ้ำม่ำไม่ให้เขาจับนิ


ในขณะที่ทีมกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ก็รู้สึกถึงสัมผัสนิ่มๆบริเวณไหล่ เมื่อก้มลงมองก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจปนดีใจ  ใจมันเต้นอย่างเริงร่าเลยทีนี้ ก็จ้ำม่ำน่ะสิ เอนหัวมาซบกัน


“ขับรถมือเดียวมันอันตรายจริงๆนะ ถ้าเราทำแบบนี้ทีมคงไม่ว่าอะไรเราใช่ไหม”  จ้ำม่ำพูดเสียงอ่อย กว่าเขาจะตัดสินใจทำแบบนี้ได้รู้ไหมว่าต้องรวบรวมความกล้ามากแค่ไหน ที่นั่งเครียดเมื่อกี้ไม่ใช่น้อยใจหรือโกรธคำพูดของทีมหรอก แต่กำลังทำใจที่จะซบทีมอยู่ ก็คนมันไม่เคยนิ ปกติมีแต่ทีมที่มักจะเข้าหาก่อน ตอนนี้น่ะจ้ำม่ำเขินในเขินเลยแหละ


“เราขอโทษนะที่ไม่ฟังหมูแถมยังพูดแบบนั้นอีก เราแค่อยากอยู่ใกล้ๆหมูอยากสัมผัสให้หายคิดถึงก็เท่านั้นเอง” ทีมยกมือข้างนึงมาลูบผมจ้ำม่ำแปปเดียวแล้วก็ไปจับพวงมาลัยรถต่อ จ้ำม่ำมุดหน้าเข้าหาต้นแขนของทีม ทำไมมันต้องเขินขนาดนี้ด้วยก็ไม่รู้


“เอ้อ ทีม วันนี้เรามีเรื่องจะบอกทีมด้วยแหละ เดี๋ยวกลับถึงห้องค่อยคุยกันเนอะ” จ้ำม่ำพูดเสียงอู้อี้เมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีเรื่องที่จะต้องปรึกษาทีม  ทีมเลิกคิ้วอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้คาดคั้นให้จ้ำม่ำบอกเดี๋ยวนั้น ตั้งใจขับรถไปเรื่อยๆจนถึงคอนโดด้วยกำลังใจจากใบหน้านุ่มๆหัวทุยๆที่มุดอยู่แถวหน้าอกกับต้นแขนของเขา


.


.


.


“ไม่! ยังไงเราก็ไม่ให้จ้ำม่ำเป็นเด็ดขาด!” เรียกชื่อเต็มแปลว่าจริงจัง ทีมยืนกรานที่จะไม่ให้จ้ำม่ำเป็นเชียร์หลีดเดอร์ของคณะหลังจากที่จ้ำม่ำเล่าเรื่องที่รุ่นพี่ชวนให้ทีมฟังจนหมดเปลือก


“แต่เรา...” ก็อย่างที่บอก จ้ำม่ำอยากทำตัวให้เป็นประโยชน์แก่มหาวิทยาลัยให้มากที่สุด อะไรที่พอจะทำได้ก็อยากช่วยอย่างเต็มที่


“ไม่มีแต่  เราขอยื่นคำขาด ว่าไม่ให้เป็น! ถ้าม่ำไม่ฟังเราจะได้เห็นดีกัน” ทีมพูดจบก็เดินปึงปังเข้าห้องนอนไปทันที ปล่อยให้จ้ำม่ำนั่งเหวออยู่ที่โซฟาห้องนั่งเล่น  จ้ำม่ำไม่เข้าใจว่าทีมโกรธอะไรขนาดนั้น แค่เป็นหลีดมันไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายสักหน่อย  จ้ำม่ำไม่ได้เดินตามทีมเข้าไปในห้องนอนแต่ลุกเข้าครัวเพื่อทำอาหารเย็นแทน


ทีมนอนแผ่อยู่บนเตียงคอยผงกหัวมองไปที่ประตูห้องนอนเป็นระยะก็ไม่เห็นวี่แววของคนที่ทำให้เขาวุ่นวายใจเข้ามาสักที


“ไม่คิดจะง้อกันเลยใช่ไหม” ทีมบ่น  จ้ำม่ำยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าทีมงอน  ทีมฮึดฮัดคว้าหมอนข้างมากอดพร้อมกับนอนคิดเรื่องที่จ้ำม่ำมาขอคำปรึกษา  จะบ้าหรือเปล่า จะไปเป็นหลีดให้คณะ เอาไขมันที่พุงคิดหรือไง ไม่รู้หรือไงว่ามันเหนื่อยและทรหดแค่ไหน ถ้าเป็นก็ต้องเอาเวลาที่ว่างไปซ้อม แล้วจะเอาเวลาไหนให้แฟนอย่างเขากัน อีกอย่าง จ้ำม่ำของเขาน่ารักจะตาย จะให้ไปเป็นเด็กกิจกรรมที่โดดเด่นขนาดนั้น ฝันไปเถอะ!


“ทีม! มากินข้าวได้แล้ว” เสียงจ้ำม่ำตะโกนจากข้างนอกดังเข้ามาในห้องนอน ทีมรีบเด้งตัวลุกขึ้นจากเตียงทันที


“คร้าบบ ไปเดี๋ยวนี้แหละ หิ๊วหิว”  ไหนว่างอนไง?


.


.


.



“ว่ายังไงคะลูก วันนี้ต้องให้คำตอบกับเจ๊แล้วนะ” เจ๊เป้าพูดขึ้นในช่วงเย็นก่อนที่กิจกรรมรับน้องจะเริ่ม เจ๊เป้าเห็นจ้ำม่ำกำลังจะไปรวมกลุ่มเข้าแถวกับเพื่อนเลยรีบไปดึงตัวออกมาถามก่อน


“เอ่อ คือ” บอกแล้วไงว่าจ้ำม่ำปฏิเสธคนไม่เป็น ทั้งที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่ายังไงก็ต้องพูดออกไปให้ชัดแจ้ง


“โอเค! ตกลงเป็นนะ ชื่อน้องจ้ำม่ำ ชื่อจริงนายจิรากร อูยยย เจ๊ดีใจมากเลยที่ได้เรามาร่วมทีม เอาล่ะ จดชื่อลงใบเรียบร้อย งั้นเจ๊ไปล่ะนะ บ๊ายยยยย”  เจ๊เป้าตาไวมือไวปากไวและเท้าไวมาก ตามองป้ายชื่อของจ้ำม่ำที่ห้อยคออยู่  มือจดชื่อลงในกระดาษอะไรสักอย่างของชมรมเชียร์หลีดเดอร์ ปากก็พูดเองเออเองพูดเร็วจนจ้ำม่ำแย้งไม่ทันขัดไม่ได้เลย  ส่วนเท้า นู่นนน ก้าวเดินฉับๆไปนู่นเรียบร้อยแล้ว  จ้ำม่ำได้แต่ยืนเอ๋อรับประทานอยู่กับที่  จะทำยังไงดีล่ะทีนี้ ไม่ได้ตั้งใจจะเป็นหลีดเลยนะ ไหนเจ๊เป้าบอกว่าเคารพการตัดสินใจของเขาไง แต่ไหงผลออกมาเป็นแบบนี้ล่ะ


“ซวยแล้ว” จ้ำม่ำพึมพำออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้ายักษ์ของทีม ถ้าทีมรู้เรื่องจะโกรธไหม แล้วจะโกรธมากแค่ไหนกันนะ ถ้าเขาอธิบายทีมจะฟังไหม ขอให้ทีมเข้าใจด้วยเถอะ



****************************************


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #33 flimnw (@flimnw) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:42
    เอาแล้ววว
    #33
    0
  2. #32 คุณฮิกังบานะ (@raamin0) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:25
    อิเจ๊เดี๋ยว-โดนทีมแน่
    #32
    0
  3. #31 GleamingMoon (@GleamingMoon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:42
    เจ้ทำงี้นิสัยไม่ดีเลยอะ สมควรโดนทีมจัด
    #31
    0
  4. #30 ME>_< (@1809900834691) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:02
    รอค่าาาา
    #30
    0