Chubby Love แฟนผมจ้ำม่ำ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 5,458 Views

  • 61 Comments

  • 330 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    39

    Overall
    5,458

ตอนที่ 14 : -14- พี่เฟรมปีสอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 399
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    21 ก.พ. 62


ฟุบ!


ปี๊ดดดดดดดด


เสียงลูกบาสตกลงห่วงอย่างแม่นยำครั้งสุดท้ายก่อนที่เสียงนกหวีดจะดังขึ้นเป็นสัญญาณในการบอกว่าหมดเวลาในการแข่งขัน


“ไงมึง ฟอร์มไม่มีตกเลยนะ” ผู้ชายคนหนึ่งพูดพร้อมกับโยนผ้าขนหนูผืนเล็กสีขาวให้ร่างสูงที่เดินออกมานอกสนามและก็เป็นคนเดียวกับที่ทำคะแนนสุดท้ายให้กับทีมเจ้าของร่างที่ถูกทักไม่ตอบแต่ยักคิ้วอย่างกวนๆส่งกลับไปให้แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้นั่งพักเสียงแหลมๆที่เกิดจากการดัดเสียงก็ดังขึ้น


“อีพวกหนุ่มหล่อทั้งหลายแหล่ พวกคุณมึงแข่งบาสกันเสร็จแล้วใช่มั้ย ถ้างั้นก็เตรียมตัวกันได้แล้ว พวกเราต้องรับน้องเย็นนี้นะ อย่าลืม”


“ขอให้พวกกูพักเหนื่อยสักแปปเถอะเจ๊เป้า อีกตั้งหลายชั่วโมงกว่าจะนัดรวม เจ๊กลับไปที่คณะก่อนไป” ชายหนุ่มอีกคนที่เดินออกจากสนามมาทันได้ยินพอดีเลยพูดตอบกลับไป


“นี่! อีท็อป กูบอกว่าให้เรียกปิววี่ เป้าเตี่ยมึงสิ” เจ๊เป้าหรือปิววี่ กะเทยน้อยมีหนวดคณะแพทย์ปี3ง้างมือตั้งท่าจะตบ ส่วนคนอื่นๆก็ได้แต่หัวเราะขำ นี่หรือว่าที่คุณหมอ


“ตะเอง ผัวจ๋า ดูสิ ไอ้พวกนี้มันแกล้งเค้าอ่า” จู่ๆเจ๊เป้าก็วิ่งเข้าไปเกาะแขนร่างสูงที่กำลังเช็ดเหงื่ออยู่อย่างออดอ้อน ซึ่งมันทำให้ดูน่าถีบมากกว่าดูน่ารัก


“เอ้าไอ้เฟรม มึงไปเป็นผัวเจ๊เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ว่ะ เปลี่ยนจากนักบาสไปเป็นนักบอลชอบยิงประตูหลังแล้วเหรอว่ะ”พูดจบก็ต่างพากันหัวเราะส่วนเฟรมที่ถูกกล่าวหาเพียงแค่ส่ายหน้ายิ้มๆ


“แฮ่กๆ โอ้ย! เจ๊ อยู่นี่เอง มัวแต่มาแอ๊วผู้  งานการของตัวเองน่ะทำเสร็จแล้วไง้” หญิงสาวร่างเล็กคนหนึ่งวิ่งเข้ามาพร้อมกับหอบเหนื่อยก่อนจะพูดกับเจ๊เป้าด้วยท่าทีตำหนิ


“น้อยๆหน่อยย่ะ แล้วนี่วิ่งกระหืดกระหอบมาเพื่อแขวะชั้นเนี่ยนะ ” เจ๊เป้าผละออกจากเฟรมแล้วยืนกอดอกทำหน้าเชิด


“มีเรื่องดิเจ๊ คนอ่ะหาได้ยังนี่จะนัดซ้อมกันแล้วนะ” หญิงสาวพูดไปสายตาก็เหลือบมองนักบาสแถวนั้นไปด้วยจนเจ๊เป้าหมั้นไส้ตีแขนเบาๆไปที


“จะไปยากอะไร ก็รอพวกปีหนึ่งรวมสิ อยากได้คนไหนก็ชี้ๆเอาเลย” เจ๊เป้าตอบอย่างไม่ยี่หระ


“พูดง่ายก็ทำให้มันง่ายอย่างที่พูดด้วยนะเจ๊ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ต้องไปเตรียมนู่นนี่กันอีกเยอะนะเจ๊ ไปๆ กลับคณะได้แล้ว”


“เออๆ วุ้ว ขัดอารมณ์ส่องผู้ของชั้นจริงๆ ท็อป! แกก็กลับพร้อมพวกชั้นเลย เพราะที่คณะต้องการแรงงานคน ด่วน!!” พูดจบเจ๊เป้าก็เดินบิดตูดออกไปจากโรงยิมพร้อมกับหญิงสาวที่มาตาม


“เฮ้อ เพิ่งจะแข่งเสร็จมาเหนื่อยๆ ใช้กูอีกและ  งั้นกูไปก่อนนะเว้ยไอ้เฟรมแล้วเจอกัน” ท็อปพูดพร้อมกับโบกมือลาให้กับเพื่อนสนิทต่างคณะ เฟรมพยักหน้าให้พร้อมกับตอบรับสั้นๆ  ใช่แล้ว..พวกเขาเรียนอยู่คนละคณะกัน ท็อปเรียนคณะแพทยศาสตร์ ส่วนเฟรมเรียนบริหาร ตอนนี้พวกเขาอยู่ปี2 เฟรมเป็นถึงเดือนคณะแต่ปีนี้เขาคงต้องเป็นอดีตแล้วล่ะ ส่วนที่แข่งบาสกันเมื่อกี้ก็ไม่ได้แข่งจริงจังอะไร เพียงแค่เล่นตามกติกาถือเป็นการซ้อมไปในตัวเฉยๆ เล่นแบบสนุกๆออกกำลังกายตามประสาเพื่อนฝูง


วันนี้เขามีเรียนแค่ช่วงเช้า บ่ายๆแบบนี้ถึงมีเวลามาเล่นบาสกันไงล่ะ  เฟรมเตรียมจะก้าวออกจากโรงยิมตามคนอื่นๆไปบ้างแต่ก็ต้องชะงักเท้าไว้เมื่อสายตาสะดุดเข้ากับกระดาษสองสามแผ่นเย็บแม็คหัวมุมที่ถูกม้วนทิ้งไว้ตรงริมขอบสนาม เฟรมก้มลงหยิบขึ้นมาคลี่ดูก็พบว่าเป็นกระดาษการจัดกิจกรรมของคณะแพทย์ สงสัยเจ๊ปิววี่คงลืมทิ้งไว้ คงจะเป็นตอนที่พี่แกวิ่งมากอดแขนเขา อะไรที่ถืออยู่ในมือก็โยนทิ้งมันให้หมด  เฟรมเห็นอย่างนั้นก็เก็บกระดาษใส่กระเป๋าเป้สะพายไหล่ข้างเดียวแล้วเดินออกจากโรงยิมกะว่าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนค่อยเอาไปคืนให้


ปึก!!


เฟรมเดินออกมาไม่ทันจะก้าวพ้นประตูโรงยิมก็ถูกก้อนกลมๆก้อนหนึ่งวิ่งมาชนเข้า แรงชนทำให้คนที่ชนและคนโดนชนผงะเซกันเล็กน้อย


“ขอโทษครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ” ร่างอวบที่วิ่งมาชนคนอื่นเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าและรู้โดยสัญชาตญาณเลยว่าคนๆนี้ต้องเป็นรุ่นพี่แน่ๆจึงรีบขอโทษขอโพยเสียยกใหญ่


“จ้ำม่ำ?” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดสงสัย


“ครับ รุ่นพี่รู้จักผมด้วยเหรอครับ”  จ้ำม่ำเอียงคอถาม  มันเหมือนเดจาวูสำหรับเฟรม อีกแล้ว...กับเด็กคนนี้


“ทำไมเดินไม่รู้จักดูคนเลยล่ะน้องจ้ำม่ำ” เฟรมเลิกคิ้วถามแต่น้ำเสียงเขาเหมือนกำลังกลั้วหัวเราะอยู่


“เอ๋?” จ้ำม่ำว่ามันเริ่มรู้สึกคุ้นๆนะ  คุ้นกับเหตุการณ์ คุ้นๆหน้าของรุ่นพี่คนนี้ คุ้นกับคำถามของผู้ชายตรงหน้า


“อ๋า... พี่นั่นเอง ผมจำได้แล้ว เมื่อสามวันก่อนที่รุ่นพี่ทักผมข้างสนามฟุตบอลใช่มั้ยครับ” จ้ำม่ำยิ้มกว้างเมื่อนึกออก


“อืม ไม่คิดเลยนะว่าเราจะเจอกันอีก” เฟรมตอบเสียงนิ่งแต่ใบหน้ากลับมีรอยยิ้ม เขายิ้มตามร่างอวบโดยไม่รู้ตัว


“ครับ พี่เรียนที่นี่ ผมเรียนที่นี่ ยังไงก็ต้องมีโอกาสได้เจอกันอยู่แล้วล่ะครับ อ๊ะ!” จ้ำม่ำพูดตอบแต่เหมือนเพิ่งจะรู้ตัวว่าตัวเองถูกโอบไว้อยู่ก็ตั้งแต่ที่จ้ำม่ำวิ่งมาชนเฟรมนั่นแหละเฟรมก็เหมือนจะรู้ ค่อยคลายอ้อมแขนปล่อยให้จ้ำม่ำเป็นอิสระ จ้ำม่ำถอยหลังออกมาเล็กน้อย แก้มป่องๆขึ้นสีระเรื่อ เฟรมมองแล้วคิดว่าจ้ำม่ำคงเขินตัวเอง แต่เปล่าเลย จ้ำม่ำร้อน ก็ที่เขายืนอยู่นี่มันโดนแดดสาดเข้าเต็มๆ


“พี่ชื่อเฟรมนะ ว่าแต่เรา ชื่อจ้ำม่ำจริงๆน่ะเหรอ”


“ครับพี่เฟรม  ผมชื่อจ้ำม่ำ จะเรียกว่าม่ำสั้นๆก็ได้ครับ อะเอ้อ..เกือบลืมไปเลย พี่เฟรมเห็นกระดาษกิจกรรมของคณะแพทย์มั้ยครับ พี่ปิววี่ให้ผมมาเอาพี่เขาบอกว่าลืมทิ้งไว้ที่โรงยิม” ไม่พูดเปล่าคอสั้นๆก็ชะเง้อชะแง้เมองข้าไปในโรงยิม ก่อนจะเบนสายตามองไปด้านข้าง จ้ำม่ำอมยิ้มนิดๆเมื่อเห็นใครบางคนที่อยู่ไกลๆเดินตรงมาทางเขา


“อ่อ  อ่ะ นี่ พี่เก็บไว้ให้ว่าจะเอาไปให้ที่คณะอยู่เหมือนกัน พอดีที่ว่าจะไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนน่ะ” เสียงเฟรมเรียกให้จ้ำม่ำกลับมาสนใจ จ้ำม่ำรับกระดาษมาแล้วกล่าวขอบคุณ


“เราเรียนคณะแพทย์เหรอ” เฟรมยังคงชวนจ้ำม่ำคุยต่อ ยิ่งคุยยิ่งอยู่ใกล้ๆก็ยิ่งรู้สึกว่าคนตัวกลมนี่น่ารักอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด


“ครับ เอ่อพี่เฟรม ผมขอตัวก่อนนะครับ สวัสดีครับ” ดวงตากลมไม่ได้มองหน้าเฟรมเลย จ้ำม่ำมองแต่ทีมที่เดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จ้ำม่ำบอกลารุ่นพี่พร้อมกับยกมือไหว้อย่างมีมารยาท เฟรมรู้สึกเอ็นดูยื่นมือไปหวังจะลูบกลุ่มผมนิ่มแต่ก็ต้องชะงักค้างไว้กลางอากาศเมื่อจ้ำม่ำพูดจบก็วิ่งออกไปทันที  เฟรมลดมือลงส่ายหน้ายิ้มๆมองมือตัวเอง เมื่อกี้เขาทำไปโดยไม่รู้ตัว เฟรมมองตามร่างอวบที่วิ่งดุ๊กดิ๊กเข้าไปหาผู้ชายสองคน สงสัยคงเป็นเพื่อนกัน เฟรมไม่ได้สนใจอะไรต่อเดินไปยังห้องอาบน้ำของมหาวิทยาลัยอย่างอารมณ์ดี เขาคิดว่าเขาเจออะไรที่ถูกใจเข้าให้แล้วล่ะ ถึงจะเรียนอยู่คนละคณะแต่เขาก็มีเพื่อนสนิทอยู่คณะแพทย์  ไว้เจอกันนะครับน้องจ้ำม่ำ



“ทีมมม”


“หมูอย่าวิ่ง เดี๋ยวล้ม!”  ทีมพูดเสียงดุเมื่อเห็นจ้ำม่ำวิ่งเข้ามาหา จ้ำม่ำย่นจมูกใส่ทีมแต่ก็หยุดวิ่งแล้วเดินเอา แค่อีกสองสามก้าวก็หยุดยืนกับที่เพราะทีมเป็นคนเดินเข้ามาหาเอง


“มาทำอะไรแถวนี้หืม  แล้วเมื่อกี้คุยอยู่กับใคร” ทีมถาม ยกมือขึ้นโยกหัวจ้ำม่ำเบาๆ


“มาเอานี่ให้รุ่นพี่ที่คณะ เขาลืมไว้ที่โรงยิม ส่วนคนเมื่อกี้ก็รุ่นพี่” จ้ำม่ำตอบพร้อมกับชูกระดาษให้ทีมดู ทีมพยักหน้าเข้าใจ


“อ่ะแฮ่ม! ไม่ทราบว่าในโลกใบนี้พวกคุณมีกันอยู่สองคนรึไงครับผม ยังมีโอ๊ตสุดหล่ออยู่ตรงนี้ด้วยนะครับผม อย่าเมินสิครับ” โอ๊ตพูดขึ้น จ้ำม่ำก็หัวเราะเบาๆ ทีมทำหน้าเอือมใส่  ทีมกับโอ๊ตสอบเข้าได้คณะบริหารเหมือนกัน เพื่อนสนิทสุดหล่อสองคนนี้ก็ยังคงอยู่ด้วยกันเป็นคู่หูคู่กัดกันเหมือนเดิม


“แล้วนี่ทีมกับโอ๊ตมาทำอะไรกันอ่ะ”


“มาเอาบอลไปเล่น ว่างจัด” โอ๊ตเป็นคนตอบ


“เดี๋ยวก็ไม่ว่างล่ะ ต้องรับน้องอะไรนั่นอีก เซงชิบหาย” ทีมบ่นออกมา


“ฮ่ะๆ งั้นเดียวเราไปหารุ่นพี่ก่อนนะ ป่านนี้รอแย่แล้ว” จ้ำม่ำเตรียมจะเดินไปแต่ถูกทีมจับข้อมือไว้ก่อน


“คิดถึง” ทีมพูดจบไม่รอช้าก้มลงไปหอมแก้มจ้ำม่ำฟอดใหญ่ จ้ำม่ำตาโตยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองทันที


“ทีม! นี่มันในมหาลัยนะ” จ้ำม่ำตีแขนทีมรัวๆแต่ทีมไม่สะทกสะท้านสักนิดกลับยิ้มร่าอย่างชอบใจ จ้ำม่ำเลยกลบเกลื่อนความเขินด้วยการหนีรีบเดินจ้ำอ้าวหนีอย่างไว


“เชี่ยทีม! ตั้งแต่คบกันนี่ชักจะเอาใหญ่นะมึง ทำไรก็หัดเกรงใจคนโสดตาดำแบบกูบ้าง” โอ๊ตว่า เขารู้เรื่องทุกอย่างของทีมกับจ้ำม่ำแล้วและก็ไม่ได้อคติกับเรื่องของการรักเพศเดียวกันแต่อย่างใด


“อิจฉานักก็รีบหาเมียสิวะ” ทีมไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจแล้วเดินต่อไปยังประตูเข้าโรงยิม


“เดี๋ยวมึงรอดูได้เลย ดาวคณะปีนี้ต้องมาอยู่ในกำมือกูแน่” โอ๊ตตะโกนไล่หลังพร้อมกับกำมือชูกำปั้นตั้งมั่นอย่างแน่วแน่




*******************************



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #57 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มีนาคม 2562 / 20:29
    น้องมีแฟนแล้ว..ถอยไปเลยเฮีย
    #57
    0
  2. #26 ME>_< (@1809900834691) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:36
    รอค่าาาา
    #26
    0
  3. #25 คุณฮิกังบานะ (@raamin0) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:42
    อิก้างเฟรม&#8203; ขี้มโน
    #25
    0