(OS/SF) NCT AllJae Bar (JohnJae/MarkJay/TaeJae/etc.)

ตอนที่ 7 : Jenova Project 01 (JayJaen/JohnJae)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 ก.ย. 60

Jenova Project 01 (JayJaen/JohnJae)

Theme: Final Fantasy VII

 

 

 


     เรือนผมสีทองประกายหม่นที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อคือแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความมืดของสนามรบ ชุดสูทสีดำปลอดแบบยูนิเซ็กส์ รองเท้าหนังสีดำ รวมถึงถุงมือสีเดียวกับชุดที่สวมใส่ปกปิดเรือนร่างสมส่วนที่สูงใหญ่ไม่น้อยตามประสาผู้เชี่ยวชาญในการรบคนหนึ่งของทีมสังหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชายหนุ่มวัยยี่สิบปีแบมือออกก่อนจะคว่ำมันลงเหนือศีรษะแล้วเคลื่อนไปมาเป็นสัญญาณให้เตรียมคุ้มกันแก่เพื่อนร่วมทีม ปลายนิ้วเรียวสวยที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ถุงมือชี้มาทางตัวเองบ่งบอกว่า เป้าหมายในการคุ้มกันครั้งนี้คือเขาเอง

 

                ฉึบ

 

           เสียงคาตานะที่แหวกผ่านอากาศและร่างของศัตรูดังขึ้นอย่างเงียบเชียบพร้อมกับการปรากฏตัวของเทพสังหารของหน่วยเติร์กคนล่าสุด ร่างสูงโปร่งเพิ่งกระโดดลงมาจากดาดฟ้าของตึกชินระคอร์เปอเรชั่นที่บัดนี้เต็มไปด้วยควันจากระเบิดลูกย่อม คำสั่งที่เขาได้รับมาคือการนำศีรษะของผู้นำฝ่ายต่อต้านกลับไปเป็นบรรณาการแก่หน่วยวิจัยที่กำลังสนุกกับโครงการ มันสมองของเหล่าผู้นำ เพียงนึกถึงคำสั่งนั่น... ภาพของดร. ซอที่แสยะยิ้มร้ายก็ผุดขึ้นมาทันที

 

                (“ถ้าไม่ได้กลับมาก็ไม่เป็นไร สำหรับฉันแค่มีเจฟที่แสนน่ารักเพียงคนเดียวก็พอแล้ว”)

 

                “เฮ้ๆ เหม่อระหว่างต่อสู้อย่างนี้จะดีเหรอ หน่วยเติร์กที่ชินระภาคภูมิใจไหงเอาเด็กที่ยังไม่พร้อมลงสนามจริงมาเป็นหัวหอกกันล่ะเนี่ย”

 

              ชายหนุ่มไม่สนใจคำปรามาสนั่นของนากาโมโตะ ยูตะหัวหน้าองค์กรก่อการร้ายเพื่อสันติภาพของระบบนิเวศดาวดวงนี้ที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับท่านประธานฯ มานานนับปี ร่างสูงเหวี่ยงตัวหลบหอกลองกินุสที่ใช้ในการบุกเจาะทะลวงแนวรบอาวุธคู่มือของอีกฝ่ายที่มีค่าประสบการณ์ในการศึกเหนือกว่าเขาที่เพิ่งจบหลักสูตรข่าวกรองและการลอบสังหารมาได้ไม่ถึงสองปีนัก

 

              “หัวหน้า ระวังครับ!

 

             เสียงตะโกนของเพื่อนร่วมทีมเตือนให้ชายหนุ่มรู้ว่าเขากำลังถูกลิ่วล้อของนากาโมโตะขนาบเข้าด้านหลังระหว่างที่ยังนำหัวของอีกฝ่ายกลับไปตามคำสั่งไม่ได้ เจ้าของเรือนผมสีทองประกายหม่นจนเหลือบเขียวส่งเสียงชิออกมาเบาๆ อย่างหงุดหงิด ผู้นำฝ่ายต่อต้านเชื้อสายเจ้าเมืองวูไทตรงหน้าเขามากฝีมือเกินกว่าเขาจะแยกสมาธิออกไปจัดการกับหนูสกปรกด้านหลังได้โดยง่าย แต่ระดับเขามีหรือที่จะต้องเสียเวลากังวลไปกับมัน...

 

                “อ้ากกกกกกกกกกกกกกก”

 

                “ให้ตายสิ มีสไนเปอร์ฝีมือดีอยู่ด้วยสินะ ขนาดควันโขมงขนาดนี้ยังเล็งเข้าเป้าได้...อึก!”             

 

               กระสุนนัดแรกจากโทษประหารในมือของคนๆ นั้นช่วยกำจัดหนูที่จ้องลอบกัดเขา ขณะที่นัดที่สองได้ทะลุไหล่ของนากาโมโตะไปจนเลือดสีแดงพุ่งออกมาจนเปรอะสูทสีดำของเจย์เดน มือเรียวหนาที่เริ่มด้านตั้งแต่ฝึกดาบอย่างไม่ได้หลับไม่ได้นอนตวัดเฉือนลำคอของผู้นำฝ่ายศัตรูที่ถอยร่นไปหลายก้าวก่อนเพื่อปกป้องชีวิตของตัวเอง เงาสีดำพุ่งมารับร่างของนากาโมโตะที่กุมลำคอไม่ให้เลือดไหลออกมามากเกินไปโดยทันที เทพสังหารแห่งเติร์กไม่คิดจะไล่ตามไป การเล่นไล่จับองค์กรอ่อนแอที่เพียงแค่ผู้นำบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยก็ระส่ำระส่ายจนหนีกลับไปจนหมดนั้นน่าเบื่อเกินไปสำหรับเขา

 

                รีบกลับไปหาเจฟยังดีซะกว่า

 

เพราะทุกครั้งที่ได้รับการปกป้องจากเจฟฟรีย์ ชายหนุ่มรู้สึกราวกับได้รับอ้อมกอดจากพระแม่ผู้อารีย์จนทุกอณูของร่างกายเรียกร้องให้ตรงดิ่งไปยังห้องพักส่วนตัวเพื่อดื่มด่ำความอบอุ่นของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ

 


---Jenova Project---


               

                “เจย์ กลับมาแล้วเหรอ”

 

                ไม่ทันได้ขานรับ เจ้าของรอยยิ้มรอยยิ้มสว่างไสวเผยให้เห็นเขี้ยวคู่เล็กๆ และเรือนผมสีทองสว่างราวกับทุ่งข้าวสาลีที่สะท้อนกับแดดยามสายก็โผเข้ามากอดเขาโดยทันที ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มอ่อนให้กับคนช่างอ้อนที่มีส่วนสูงพอๆ กับเขาตรงหน้า อีกฝ่ายสะพายโทษประหารกลับเข้าที่เดิมทำให้มือขาวอมชมพูที่แสนนุ่มนิ่มทั้งสองข้างว่างพอประคองใบหน้าของเขาให้ยื่นไปหาใกล้ๆ จนคนที่เพิ่งกลับมาจากภารกิจอดไม่ได้ที่จะฉกฉวยรสหวานของริมฝีปากอิ่มบางเจือสีชมพูปนส้มราวกับผลไม้ชนิดหนึ่งที่สูญพันธุ์ไปนานแล้ว

 

                “กลับมาแล้ว วันนี้ก็ขอบใจมากนะ”

 

             เรือนผมสีทองสดใสถูกโบกสะบัดไปมาเป็นการปฏิเสธคำขอบคุณที่ไม่จำเป็น ก็เขาถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเจย์นี่นา หน้าที่ของเขาคือปกป้องคนตรงหน้าที่มักอ่อนโยนกับเขาที่เป็นเพียงเทสต์บอดี้และไม่ควรได้รับอนุญาตให้ออกจากห้องทดลองหากไม่ได้รับการยินยอมจากร่างต้นที่เป็นถึงน้องชายสุดที่รักของท่านประธานบริษัทชินระคอร์เปอเรชั่นที่แสนยิ่งใหญ่

 

            (“ในหมู่ประชากรทั้งเจ็ดล้านคนของมิดการ์ด น้องชายของท่านคือหนึ่งใน0.000012%ที่สามารถรองรับเซลล์ของเจโนวาได้ ถ้าเราต้องการสร้างมนุษย์ที่มีความสามารถของเผ่าโบราณเพื่อใช้ในการตามหาดินแดนแห่งพันธสัญญาให้สำเร็จจริงๆ เราจำเป็นต้องทดลองกับท่านเจย์เดนอย่างช่วยไม่ได้”)

 

           ถ้อยคำยืดยาวของดร.ซอยองโฮ---หัวหน้าฝ่ายวิทยาศาสตร์ของชินระและผู้ดูแลโครงการเจโนว่ายังคงฝังอยู่ในความทรงจำของเขานับตั้งแต่เมื่อ 15 ปีก่อนจวบจนปัจจุบัน แม้ว่าเขาจะไม่ใช่เด็กน้อยที่ยืนตัวสั่นอยู่ในอ้อมแขนของพี่ไทเลอร์อีกต่อไปแล้ว แต่มือหนึ่งของหน่วยเติร์ก00ที่รับหน้าที่ปกป้องสำนักงานใหญ่ขององค์กรก็ยังอดไม่ได้ที่จะขยะแขยงสายตาที่มองเขาราวกับหนอนแมลง รวมถึงมือหนาที่ตอนนั้นยื่นออกมาค้างกลางอากาศเพื่อกดดันให้พี่ไทเลอร์ส่งตัวเขาให้กับหน่วยวิทยาศาสตร์ที่อยู่นอกเหนืออำนาจของท่านประธานบริษัทคนปัจจุบันที่ขณะนั้นยังเป็นเพียงทีวายนักถอดรหัสในตำนานของชินระ

 

           (“ไม่ต้องห่วงนะเจย์ พี่จะไม่ให้หมอนั่นแตะต้องตัวนายได้แน่นอน”)

 

          ถึงอย่างนั้น ความกระหายที่จะทดลองเซลล์ของเจโนวามาใช้กับมนุษย์ของหน่วยวิทยาศาสตร์ก็ได้รับการเติมเต็มด้วยความโลภที่ไม่มีสิ้นสุดของบิดาของพวกเขาทั้งสองเอง โคลนของเจย์เดนวัยห้าขวบถูกสร้างขึ้นด้วยประการนี้

 

           (“พวกนายจะทำยังไงกับเด็กนั่นก็ได้ แต่ห้ามแตะต้องลูกชายของฉัน”)

 

        สิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นหนูทดลองของนักวิทยาศาสตร์วิปริตอย่างซอยองโฮ... ก้อนเนื้อไร้เดียงสาที่ถูกสั่งสอนและเติบโตขึ้นมาโดยมีเจย์เดนเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เจฟฟรีย์คือชื่อที่ดร.ซอตั้งขึ้น

 

           (“แนะนำตัวกับเจ้านายของเธอเสียสิเด็กน้อย... เป็นอย่างไรครับท่านเจย์เดน ออกมาสวยงามยิ่งกว่าที่คิดอีกใช่ไหมล่ะ”)

 

         ชายหนุ่มร่างสูงในชุดกาวน์ย่อตัวลงมานั่งยองๆ มือหนาวางลงบนบ่าเด็กชายที่หน้าตาเหมือนเจย์เดนทุกประการยกเว้นเส้นผมประกายสีทองสุกสว่างและดวงตาสีเทาอ่อนที่สั่นระริก เสียงทุ้มต่ำที่แฝงแววเยาะหยันไว้นิดๆ กระซิบแผ่วเบาต่อจากนั้นว่า...


          (“ไม่ต้องห่วง ผมไม่เคยพิศวาสเด็กธรรมดาๆ ที่แสนอ่อนแออย่างท่านหรอก สิ่งที่ผมต้องการมาตลอดชีวิตอยู่ในมือของผมแล้ว”)

 

            และคำพูดน่าขยะแขยงของซอยองโฮวันนั้นเองที่ทำให้เจย์เดนกล้าเอ่ยปากตอบโต้คนโรคจิตที่ชอบมองมาทางเขาและพี่ไทเลอร์ด้วยสายตาแบบเดียวกับที่ใช้ประเมินสัตว์แช่แข็งในตู้ทดลองเป็นครั้งแรก อาจเป็นเพราะดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่เคยไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับหุ่นยนต์ฉายแววสนุกสนานอย่างน่าหมั่นไส้ไม่ต่างจากมนุษย์ยามหลงใหลอะไรบางอย่างที่มิควรอาจเอื้อม ทำให้เจย์เดนเข้าใจแล้วว่าชายตรงหน้าก็เป็นเพียงมนุษย์เบาปัญญาที่พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการมาครองเท่านั้นเอง

 

คนพรรณนี้ไม่มีค่าพอให้กลัวหรอก

 

นั่นคือสิ่งที่พี่ไทเลอร์ย้ำให้เขาฟังเสมอ ที่สำคัญ ความฮึกเหิมยามได้ยืนอยู่ตรงหน้าเรือนร่างผ่ายผอมใต้เครื่องแบบหนูทดลองที่ส่งรอยยิ้มไร้เดียงสากลับมาที่เขาอย่างเขินอายทั้งที่ร่างกายกำลังหวาดกลัวสัมผัสของซอยองโฮนั่น ทำให้เจย์เดนรู้จักคำว่า อยากปกป้องขึ้นมาเป็นครั้งแรก

 

                (“เสียใจด้วยนะดร.ซอ คุณก็น่าจะรู้ว่าหมอนี่เป็นของใครกันแน่”)

 

             เจย์เดนดึงเด็กตัวขาวที่ส่องแสงประกายเรืองรองบางอย่างออกมาตลอดเวลาเข้าไปหาตัวเอง แพขนตาที่หลุบต่ำลงขณะพูดชื่อตัวเองอย่างตะกุกตะกักก่อนบอกว่าเจ้าตัวเกิดมาเพื่อเขาและจะอยู่กับเขาตลอดไปช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก เด็กหนุ่มวัยสิบห้าสัมผัสได้ถึงสายใยของชีวิตที่ผูกมัดพวกเขาด้วยกันอย่างแยกไม่ออก เจฟฟรีย์เป็นส่วนหนึ่งของเขาและเขามีสิทธิในตัวของเจฟฟรีย์ทุกประการ

 

 

                “วันนี้หมอนั่นส่งคนมากวนนายหรือเปล่า

 

                นับตั้งแต่เขาดึงตัวร่างทดลองโครงการเจโนว่าหมายเลขสามมาเป็นบอดี้การ์ดประจำตัวเขาหลังจบหลักสูตรเตรียมทหารของหน่วยเติร์กเมื่อสองปีก่อน เจ้าของเรือนผมสีทองสว่างและความสามารถในการจับความร้อนของสิ่งชีวิตโดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ใดๆ ในระยะสองร้อยเมตรและทักษะเหนือมนุษย์อื่นๆ เช่น การลอยตัว และบรรจุพลังงาน มาโกะแทนกระสุนปืน ก็แทบไม่ต้องถูกขังในห้องทดลองเหม็นอับอย่างโดดเดี่ยวเพื่อพัฒนาความสามารถอื่นๆ อีก เจย์เดนเป็นคนยืนยันว่าเพียงเท่านี้ เขาก็มีอาวุธสุดยอดอยู่ในมือโดยที่ไม่มีใครสามารถออกคำสั่งอาวุธชิ้นนั้นได้นอกจากตัวเขาแล้ว

 

                “ย...ยองโฮให้คนมาบอกว่าเจฟต้องไปตรวจร่างกายกับยองโฮพรุ่งนี้”

 

                น้ำเสียงซื่อๆ ที่แฝงความวิตกกังวลลอดผ่านริมฝีปากนุ่มนิ่มคู่งามที่กำลังคลอเคลียแก้มของเจ้าของเรือนผมทองประกายหม่นราวกับลูกแมวที่ต้องการออดอ้อนเจ้าของยามสัมผัสได้ถึงอันตราย เจย์เดนโอบเอวของร่างโปร่งบางเนื่องจากไม่จำเป็นต้องรับการฝึกร่างกายอะไรมากมายให้นั่งบนตักตนในท่วงท่าที่สบายตัวมากขึ้น เขามักจะปล่อยให้เจฟฟรีย์ขึ้นมานั่งคร่อมบนตักเขาอย่างตามใจอีกฝ่ายเวลาผ่อนคลายอารมณ์บนเก้าอี้ทำงานเสมอ ชายหนุ่มสูดกลิ่นหอมเย้ายวนที่แผ่ออกมาจากซอกคอขาวไล้ลงมาถึงไหปลาร้าแสนสวยชวนให้ซุกหน้าค้างไว้อย่างนั้น

 

                “นัดไว้กี่โมง จะไปด้วย”

 

              มือเรียวหนาเริ่มอยู่ไม่สุข ผิวพรรณที่เรียบลื่นไม่ต่างจากเขาก่อนเข้าหน่วยเติร์กเต็มตัวแน่นไปหมดทุกสัดส่วน ชายหนุ่มจุมพิตเบาๆ ที่เนินอกขาวนวลของอีกฝ่ายที่แหวกคอเสื้อทิ้งไว้ให้พร้อมแก่การสร้างรอยรักสีกุหลาบ ขณะที่ฝ่ามือซ้ายขวานวดคลึงสะโพกมนที่บดเบียดอยู่กับหน้าขาเขาอย่างน่ารัก

 

                “สิบโมงเช้า แต่เจย์ไม่ชอบยองโฮนี่นา... เจฟไปคนเดียวได้น... อ๊ะ”

 

                อีกอย่าง ไม่อยากให้เจย์เห็นเจฟในสภาพแบบนั้นด้วย

 

            เพราะมันไม่สวยงามและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แม้แต่เขาเองก็ไม่อยากนึกถึง ทุกครั้งที่ถูกฉีดเซลล์เจโนว่าเข้าไปในร่างกายและสารกระตุ้นอื่นๆ ที่กดทับทุกเส้นประสาทและสร้างความบ้าคลั่งที่แยกไม่ออกว่าแขนขาที่ถูกฉีกขาดนั้นเป็นเพียงภาพหลอนหรือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกันแน่ ในเวลาเช่นนั้นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารักษาสติสัมปชัญญะไม่ให้ทำลายทุกอย่างเป็นหน้ากลองมีเพียงชื่อของคนตรงหน้าเท่านั้น   

 

                “จ... เจย์ อ่ะ... อา... เจย์”

 

                เจฟมักจะร้องเรียกหาชื่อเขาซ้ำๆ แทบทุกลมหายใจเข้าออกราวกับว่าหากสิ้นตัวตนของเขาบนโลกใบนี้อีกฝ่ายเองก็ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ พวกเขาเคยเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างไร---ในอนาคตก็ควรจะเป็นอย่างนั้น

 

                “จ...จะละลายอยู่แล้ว เจย์ อ...อึก ตรงนั้น... ด...ดี”

 

               แน่นอนว่าไม่มีใครรู้จักร่างกายของเจฟได้ดีไปกว่าตัวเขาเอง เจฟคือส่วนหนึ่งของร่างกายเขาที่หลุดรอดหายไปและจะกลับมาสู่ภายในตัวเขายามที่เรือนร่างขาวสว่างทั้งสองเชื่อมต่อหากันเสมอ

 

                ต่อให้เป็นซอยองโฮคนที่สร้างเจฟขึ้นมาก็ไม่มีทางพรากร่างกายและหัวใจเจฟไปจากเราได้

 

                “จ...เจย์ อ...อยู่กับเจฟนะ ฮะ...ฮึก อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ”

               

                “ไม่ต้องกลัว ฉันอยู่ที่นี่... อยู่กับนายตรงนี้”       

 

ตัวเขาอีกคนหนึ่งที่นอนสั่นอยู่ใต้ผ้าห่มราวกับทารกเพ้อเรียกชื่อเขาอย่างนี้แทบทุกคืน สภาพจิตใจที่เปราะบางและอาการหวาดกลัวผู้คนนอกจากเขากับพี่ไทเลอร์ทำให้ตัวตนของเจฟฟรีย์ยังคงถูกเก็บไว้ในมุมมืดของชินระ มีอยู่หลายครั้งที่พวกเขาต้องสังเวยนักวิจัยและหน่วยรบจำนวนมากให้แก่อสูรร้ายสีทองที่มิอาจคุมสตินอกจากจะมีเขาอยู่ใกล้ๆ เพื่อปลอบประโลม     

                 

                “จ... เจฟเกิดมาเพื่...”

 

                “นอนเถอะ ฉันจะไม่หายไปไหนทั้งนั้น”

 

                ชายหนุ่มผมทองหม่นจุมพิตหน้าผากมนของเจ้าของใบหน้าที่ละม้ายเขาราวกับแกะเบาๆ ราวกับกำลังมอบสัตย์สาบานนิจนิรันด์ ร่างสูงโปร่งจูบซับเหงื่อและคราบน้ำตาหลังความเจ็บปวดที่แสนสุขสันต์ข้างแก้มเจฟฟรีย์ที่กำลังจมลงสู่นิทราเพราะความเหนื่อยล้า ในใจของเขาเต็มไปด้วยความนึกคิดที่ว่า...

 

                ฉันเองก็จะมีชีวิตอยู่เพื่อนายต่อให้อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

 

               

 

               

 


Writer's Talk:

เรื่องนี้แต่งให้เป็นของขวัญพี่สาวผู้แสนดี @AllJAEN1497 อีกเช่นเคยค่ะ^^ กลับมาแข็งแรงไวๆ นะคะ!

น้องๆ ที่เกิดไม่ทันเกมFinal Fantasy VII อาจจะงงๆ นิดหน่อยนะคะ5555 เป็นครั้งแรกที่ได้เขียนNCเจย์แจน/แจโอ (เก็บกดมาจากแจแฝดฯ หึหึ)

พี่จยาเรื่องนี้ตัวร้ายยิ่งกว่าเรื่องไหน ฮ่าๆๆๆ ได้อิมเมจมาจากโฮโจเต็มๆ เลยทีเดียว แนะนำว่าลองไปอ่านสรุปเกมแล้วมาอ่านตอนนี้ใหม่จะยิ่งฟินค่ะ

คิดว่าน่าจะประมาณ2-3ตอนจบแหละค่ะเรื่องนี้ รบกวนเม้นท์ให้กำลังใจเม้นท์ที่กล่องคอมเม้นท์ด้านล่าง หรือ #alljae_bar ด้วยนะคะ รักๆๆๆๆ     


ป.ล. เราพยายามลองทำรูปประกอบดูอยากให้ออกมาคล้ายๆ โปสเตอร์หนังเก่าๆ แต่มันไม่ชัดเท่าไหร่เลยเพราะทำในมือถือ ฮรุกกกก คอมฯเราลงPhotoshopยังไม่ได้ค่ะ ทุกวันนี้แค่เปิดปิดก็ค้างจะแย่แร้ววว          

 

B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #99 CaffeineAddicted (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 13:12

    มันเป็นความแปลกใหม่ ไม่เคยอ่านเจย์แจนเลยย มันดี ให้ความรู้สึกว่าเขาคือส่วนหนึ่งของกันและกันจริงๆ

    #99
    0
  2. #44 bee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 22:50
    ฮืออออ มันดีงามมากค่ะ เจย์แจนนี่แหละคือสิ่งที่ตามหา

    รู้ตัวเองแล้วว่าตัวเองขาดอะไรไป เจย์แจนคือคำตอบจริง ๆ อ่าา

    ขอบคุณไรท์ที่ทำให้เรารู้ตัวค่ะ 555555 เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ

    ชอบความสัมพันธ์ของเจย์แจน เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^^
    #44
    0
  3. #43 ₩₩₩💛 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 12:17
    คือชอบค่ะะะ ฮือออ ปกติไม่อ่านแจเมะเลยนอกจากเจย์แจน แล้วเรื่องนี้เจย์แจนดีมากกกกกกกก มีความเคะเหนือเคะ เจฟน่าสงสาร แต่ดูนุ่มนิ่มมาก น่าถนอมแบบห้ามใครแตะนะ ให้เจย์แตะได้คนเดียว ;///; แต่คุณยองโฮนี่สิคะ ดูร้าย ดูจิตใจด้านชาไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น จะทำไรทั้งเจฟทั้งเจย์รึเปล่าก็ไม่รู้ รอติดตามค่า
    #43
    0
  4. #42 #ktmw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 08:17
    คือมันดีงาม ชอบอ่ะ ชอบมากกกกกกกกก โอ้ว จะดีอะไรขนาดนี้ เจฟน้อยไม่ต้องกลัวนะลูกเจย์ไม่ทิ้งหนูหรอก
    #42
    0