คัดลอกลิงก์เเล้ว

ยอดวิวรวม

3,167

ยอดวิวเดือนนี้

37

ยอดวิวรวม


3,167

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


77
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 เม.ย. 60 / 14:58 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
W h o s e is it





ใครๆก็ชอบเธอ อยากมอบดอกไม้ให้เธอในวันนี้ แม้แต่ฉัน

just so you know - Jesse McCartney

s
n
a
p

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 3 เม.ย. 60 / 14:58

บันทึกเป็น Favorite


Whose is it ?


          “โห เธอได้ดอกไม้เยอะขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” รอนพูดขึ้นอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นเธอเดินหอบดอกไม้และของขวัญวาเลนไทน์อีกมากมายเข้ามาในห้องโถง

          “นี่มันยังไม่ถึงวันแห่งความรักซะหน่อย” เฮอร์ไมโอนี่นั่งลงอย่างเหนื่อยหอบ ขณะนั่งลงบนม้านั่ง และวางของทั้งหมดไว้ข้างตัว

          รอนลุกจากที่นั่งและเดินมาดูของของเธอทั้งหมดอย่างถือวิสาสะ เขาหยิบของขวัญที่เธอได้ขึ้นมาดู และอ่านการ์ดที่ติดอยู่กับพวกของขวัญและดอกไม้

          “ใครให้เธอบ้างล่ะเนี่ย”

          “เสียมารยาทน่ะรอน” แฮร์รี่ท้วงการกระทำของเขา

          “อะไรล่ะแฮร์รี่ก็ฉันอยากรู้นี่” รอนหยิบช็อกโกแล็ตอันหนึ่งขึ้นมาดู และแกะกินทันที “อื้อ อร่อยแหะ ขอนะเฮอร์ไมโอนี่”

          “ฉันปฏิเสธคำขอของนายไม่ได้แล้วล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองเขาที่เคี้ยวขนมอย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาตำหนิ

          รอนยังคงรื้อค้นของของเธอต่อไปโดยไม่สนใจสายตาผู้เป็นเจ้าของ จนกระทั่งเขาหยิบดอกกุหลาบที่อยู่ในกองขึ้นมาดอกหนึ่ง

          “นี่ของใคร ไม่เห็นมีการ์ดเลย” รอนมองหาการ์ดของดอกไม้ดอกนี้ แต่ก็ไม่พบมัน

          “ช่างมันเถอะน่ะ มันก็แค่ดอกไม้ธรรมดาๆนั่นแหละ” เด็กสาวเริ่มพูดอย่างไม่พอใจที่เขายังยุ่งกับของของเธอไม่เลิก “เอามานี่ ฉันจะเอาไปเก็บที่หอแล้ว”

          เฮอร์ไมโอนี่ฉวยดอกกุหลาบในมือรอนมาถือไว้ เด็กสาวสะพายกระเป๋าและเดินจากไปทันที

          “เธอโกรธฉันรึเปล่าเนี่ย” รอนหันมาถามแฮร์รี่

          “ไม่หรอก แค่ไม่พอใจน่ะ” แฮร์รี่ตอบและเขาได้ยินรอนพูดแว่วๆว่ามันต่างกันตรงไหนเนี่ย เด็กหนุ่มจึงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ

 

          เฮอร์ไมโอนี่เดินหอบดอกไม้มาตลอดทางกลับหอ เด็กสาวหันซ้ายหันขวา เพื่อดูว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือไม่ เธอเริ่มเหนื่อยจากการหอบของหนักๆบวกกับหนังสือในกระเป๋าเต็มที เฮอร์ไมโอนี่จึงจำใจนำดอกไม้บางส่วนทิ้งไว้ข้างทางรวมทั้งดอกที่ไม่มีการ์ดบอกว่าใครส่งมา

          “ทำแบบนั้นเธอไม่กลัวคนให้เสียใจบ้างหรอ”

          เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกวนประสาทเธอดังขึ้น เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองด้วยความตกใจ เพราะคิดว่าคนที่พูดประโยคนั้นอาจเป็นใครสักคนที่ให้ของเธอก็ได้ แต่เมื่อเธอได้เห็นใบหน้านั้น ความคิดเธอก็เปลี่ยนไปในทันที

          “แล้วยังไง มันไม่ได้มีค่าอะไรกับฉันนี่ ถ้านายเสียดายหรืออยากได้ก็เก็บไปสิ” เฮอร์ไมโอนี่เชิดหน้าใส่เขา

          “เรื่องอะไรฉันต้องมาเก็บขยะพวกนี้ล่ะ” มัลฟอยมองกองดอกกุหลาบพวกนั้นด้วยสายตาขยะแขยง

          “ก็เผื่อว่านายจะเอาไปให้สาวๆที่นายชอบไง”

          “ฉันมีปัญญาหาดอกไม้ดีๆและก็สวยกว่านี้ตั้งเยอะ”

          เฮอร์ไมโอนี่ไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจกับคำพูดของเขา และกลับไปที่หอนอนอย่างที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก ปล่อยให้มัลฟอยยืนเฝ้ากองดอกไม้ที่เธอทิ้งไว้เหมือนกับมันไม่มีเจ้าของ เด็กหนุ่มหลุบตามองดอกกุหลาบที่ไม่มีการ์ดติดเอาไว้และถูกทิ้งรวมกับดอกอื่นๆ เขาก้มตัวเก็บมันขึ้นมา มัลฟอยมองมันด้วยสายตาเฉยชา

          “ไม่มีค่าหรือ...” เสียงพึมพำอย่างแผ่วเบาดังออกมาจากปากของเขา

 

          เด็กสาวหยิบข้าวของที่เธอได้มาจัดเรียงใส่ไว้ในตู้และหีบที่เธอใช้ขนสำภาระมาที่ฮอกวอตส์ มันค่อนข้างจะเยอะอยู่จนเธอแทบไม่มีที่เก็บอย่างเพียงพอ

          “หือ เนื้อหอมไม่เบาเลยนะเนี่ย” เพื่อนสาวที่นั่งอยู่บนเตียงคนหนึ่งแซวเธอ

          “ไม่หรอกน่า ลาเวนเดอร์ ก็ให้กันตามกระแสนั่นแหละ ไม่ได้มีอะไรสำคัญเลย” เฮอร์ไมโอนี่พูด สำหรับเธอมันไม่ได้มีอะไรที่พิเศษเลย

          “แต่ฉันก็อยากมีแบบนี้นะ มันคงวิเศษสุดๆ” ลาเวนเดอร์เอ่ยอย่างเพ้อฝัน

          เฮอร์ไมโอนี่แอบขำท่าทางของลาเวนเดอร์นิดๆ นี่เธอคงจะเป็นคนที่น่าอิจฉามากๆที่ขนาดยังไม่ถึงวันวาเลนไทน์ยังได้ของขวัญเยอะขนาดนี้ แต่เฮอร์ไมโอนี่ภาวนาว่าเธอคงไม่ต้องมาเดินแบกของขวัญหนักๆในวันพรุ่งนี้อีก

 

          ในเช้าของวันวาเลนไทน์ที่มาถึง วิชาประวัติศาสตร์เวทมนต์ เด็กสาวจดตามที่ศาสตราจารย์บินส์พูดอย่างตั้งใจ เป็นวันที่เธอโชคดีจริงๆ เพราะวันนี้เธอไม่ได้รับจดหมายบอกรัก ไม่มีของขวัญและดอกไม้มาให้หอบอย่างเมื่อวาน

          “เอาล่ะ การบ้านวันนี้ให้พวกเธอไปเขียนรายงานเรื่องที่ฉันอธิบายนะ” ศาสตราจารย์บินส์พูดและตามมาด้วยเสียงโหยหวนของเหล่านักเรียนในห้องที่เริ่มเก็บของกันอย่างงัวเงีย

          เมื่อเสียงระฆังตีบอกหมดเวลา นักเรียนก็ทยอยกันออกมาจากห้องเรียน เฮอร์ไมโอนี่สะพายกระเป๋าและหอบหนังสือตรงไปยังห้องสมุด เมื่อมาถึงแล้ว เด็กสาววางกระเป๋าไว้แถวชั้นหนังสือที่เธอต้องการหาข้อมูล นิ้วเรียวยาวของเธอลูบไปตามสันหนังสือที่เรียงอยู่ในชั้น เด็กสาวเดินไปตามชั้นหนังสือตรงอื่นอีกเพื่อหาเล่มที่ต้องการ ก่อนจะเดินกลับมาที่กระเป๋าตรงจุดที่เธอวางไว้ เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้นจากหน้าหนังสือที่เธอเดินอ่านมันมาคร่าวๆ และมองไปยังกระเป๋าของตัวเอง

          “ของใครเนี่ย...” ดวงตาสีฮาเซลมองดอกกุหลาบดอกหนึ่งที่เสียบไว้บนกระเป๋าของเธอ

          เฮอร์ไมโอนี่ลองสำรวจรอบๆว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือไม่ มันอาจจะเป็นของใครสักคนที่อยู่ในห้องสมุดนี้และแอบเอามาเสียบไว้ เธอลองหยิบมันขึ้นมาดูและค้นกระเป๋าตัวเอง มันไม่มีการ์ดติดอยู่

 

          “อะไรนะ” รอนและแฮร์รี่พูดพร้อมกันอย่างตกใจ ทั้งสามนั่งคุยกันระหว่างทานอาหารกลางวันที่ห้องโถง

          “มีคนเอาดอกไม้มาให้เธออีกอย่างงั้นหรอ” รอนถามด้วยความแปลกใจ

          “เขาไม่ได้เอามาให้ฉันด้วยตัวเอง” เฮอร์ไมโอนี่แก้ “เขาเอามาเสียบไว้ที่กระเป๋าของฉัน”

          “แล้วใครเป็นคนให้ล่ะ” แฮร์รี่ถาม

          “ฉันไม่รู้ มันไม่มีการ์ดเขียนบอกไว้”

          รอนและแฮร์รี่หันมามองหน้ากัน ในหัวต่างพากันครุ่นคิดว่าใครเป็นคนเอามาให้เธอ มันเป็นเรื่องที่น่าสงสัยสำหรับเพื่อนของเธอจริงๆ คนที่ให้เธอต้องคอยติดตามเธออยู่แน่ๆ ถึงได้เอามาให้ถึงห้องสมุด และฉวยโอกาสตอนที่เธอเผลอวางกระเป๋าเอาไว้ลำพัง

          “ฉันว่าต้องเป็นคนเดียวกับคนที่เอามาให้เธอเมื่อวานนี้แน่” รอนพูดขึ้นอย่างกับผู้เชี่ยวชาญที่กำลังวิเคราะห์บางอย่าง “จำได้มั้ย ดอกกุหลาบที่มันไม่มีการ์ดน่ะ.....ที่เธอได้มันมาเมื่อวานไง”

          “อาจจะคนละคนกันก็ได้นะรอน” แฮร์รี่เอ่ย

          “ใครจะรู้ล่ะ เขาอาจจะเป็นคนๆเดียวกัน ถ้าไม่ใช่ ดอกไม้นี่ก็น่าจะมีการ์ดเขียนไว้บ้าง หรือไม่คนที่ให้ก็น่าจะเอามาให้เธอด้วยตัวเอง” รอนอธิบาย พยายามให้เฮอร์ไมโอนี่และแฮร์รี่เชื่อ “ฉันว่ามันบังเอิญไปหน่อยนะ ที่คนสองคนจะเล่นมุขให้ดอกกุหลาบโดยไม่เขียนการ์ดบอกว่าเป็นของใคร เว้นแต่ว่าจะเป็นคนๆเดียวกัน”

          เฮอร์ไมโอนี่เริ่มคิดตามคำพูดที่ค่อนข้างจะมีเหตุผลของรอน ถ้าเป็นคนๆเดียวกัน คำถามก็คือใครล่ะที่เป็นคนให้

          “ถ้าเป็นคนเดียวกัน แล้วทำไมเขาถึงเอามาให้เธออีกล่ะ” แฮร์รี่ตั้งคำถาม และคราวนี้รอนไม่มีคำตอบจะมาอธิบายแบบเมื่อครู่

          “นั่นสิ...” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงเบา ทำไมต้องเอามาให้เธออีกรอบ

          “แล้วดอกกุหลาบที่เธอได้เมื่อวานอยู่ไหนล่ะ” แฮร์รี่ถามเธอ เฮอร์ไมโอนี่หลุดออกมาจากห้วงความคิดของตัวเองและตอบออกไป

          “ฉัน...ฉันทิ้งมันไปแล้ว เมื่อวานนี้”

          รอนและแฮร์รี่หันมามองหน้ากันอีกครั้ง ดูเหมือนทั้งสองจะมีความคิดเดียวกัน

          “งั้นก็แสดงว่าคนที่ให้ดอกกุหลาบนั้นกับเธอ เขาอาจจะเห็นเธอตอนเอามันไปทิ้งก็ได้” แฮร์รี่ออกความคิดเห็น

          “แล้วมีใครเห็นเธอรึเปล่า” รอนถาม

          เด็กสาวนึกไปถึงเมื่อวาน ที่เธอตัดใจทิ้งดอกไม้เหล่านั้นเอาไว้ หลังจากที่เธอสำรวจดีแล้วว่าไม่มีใครมาเห็น แต่สุดท้ายคนที่เข้ามาเห็นก็คือมัลฟอย

          ไม่ใช่หรอกน่า เฮอร์ไมโอนี่คิด

          “เฮอร์ไมโอนี่” รอนเรียก เมื่อเห็นว่าเธอเงียบไปนาน

          “อ๋อ เอ่อ ไม่มี...ไม่มี”

          เพื่อนของเธอเงียบไป เมื่อไม่มีเหตุผลอะไรจะอธิบายว่ามันเป็นของใคร ในขณะที่เฮอร์ไมโอนี่ครุ่นคิดแทบบ้า

 

          “สวัสดีค่ะมาดามพินซ์” เฮอร์ไมโอนี่กล่าวอย่างสุภาพ เธอเดินกลับมาที่ห้องสมุดเพื่อมาหามาดามพินซ์โดยเฉพาะ

          “สวัสดีจ้ะ เธอเข้ามาอ่านหนังสืออีกหรอ”

          “เปล่าค่ะ แต่หนูมีเรื่องอยากจะถามสักหน่อยน่ะค่ะ”

          “ว่ามาสิจ๊ะ”

          “เมื่อเช้านี้ มีใครเข้ามาใช้ห้องสมุดก่อนหนูหรือเปล่าคะ” เฮอร์ไมโอนี่สอบถาม เผื่อว่าหล่อนจะเห็นใครถือดอกไม้เข้ามาบ้าง

          “ไม่มีนี่จ๊ะ หนูเป็นคนแรกที่เข้ามาเลยนะ” มาดามตอบกลับ

          “แล้วหลังจากที่หนูเข้ามาและก็ยังไม่ได้ออกไปล่ะคะ” เด็กสาวถามต่อ

          เธอมองที่ใบหน้าครุ่นคิดของมาดามพินซ์อย่างเฝ้ารอแทบไม่ไหว จนกระทั่งเธอก็ได้คำตอบ

          “มีจ้ะ มีอยู่สามคน เป็นผู้ชายสองคน และก็ผู้หญิงจากบ้านฮัพเฟิลพัพ”

          “เอ่อ...แล้วคนที่เป็นผู้ชายมาจากบ้านไหนหรอคะ” เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างตื่นเต้น เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะได้คำตอบ

          “ฉันจำได้ว่ามาจากสลิธีรินคนนึง และก็ฮัพเฟิลพัพ”

          เฮอร์ไมโอนี่กล่าวขอบคุณเมื่อได้คำตอบที่ต้องการแล้ว เด็กสาวเดินออกมาจากห้องสมุด และตามหาเด็กหนุ่มจากสลิธีริน เธอมั่นใจว่าต้องเป็นมัลฟอยที่เอามันมาให้เธอแน่ๆ เพราะเขาเห็นตอนที่เธอทิ้งดอกไม้พวกนั้นเมื่อวาน เขาต้องการจะแกล้งเธอสินะ

          เฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่กับที่เมื่อเธอเห็นเป้าหมาย เขากำลังเดินเฉื่อยอยู่แถวๆทะเลสาบ เด็กสาววิ่งไปหาเขาทันทีและกระชากเสื้อคลุมของเขาให้หันมาเผชิญหน้ากับเธอ

          “อะไรของเธอเนี่ยยัยบ้าเอ๋ย!” มัลฟอยโวยวาย

          “ฉันรู้นะว่านายเป็นคนเอาดอกไม้นี่มาให้ฉัน” เฮอร์ไมโอนี่ชูดอกไม้ในมือขึ้นต่อหน้าเขา

          “อะไรกันเกรนเจอร์ เธอคิดว่าทุกคนเขาจะหลงรักเธอไปซะหมดเลยรึไง เว้นฉันไว้สักคนเถอะ” มัลฟอยยิ้มเยาะ

          “ไม่ต้องมาแก้ตัว ฉันรู้ว่าเป็นนาย นายแอบเอามันมาใส่กระเป๋าของฉัน อยากจะแกล้งฉันล่ะสิ” เธอต่อว่า

          “แล้วทำไมเธอต้องคิดว่าเป็นฉันด้วยล่ะ”

          “ก็เพราะนายเป็นคนเดียวที่เห็นฉันทิ้งดอกไม้พวกนั้น เมื่อวานไง”

          “และมันเกี่ยวกันยังไงไม่ทราบ ไหนเธออธิบายมาสิ ฉลาดนักนี่” มัลฟอยท้า

          เฮอร์ไมโอนี่ได้แต่เงียบกริบ เธอไม่มีเหตุผลใดจะมาอธิบาย เด็กสาวไม่รู้จริงๆว่าทำไมเขาต้องเอาดอกไม้นี่มาให้เธอ
ถ้าไม่ใช่เหตุผลที่ว่าเขาต้องการจะแกล้งเธอ และถ้าไม่ใช่เขาที่เป็นคนเอามาให้ และจะเป็นใครกันล่ะ

          บางทีอาจจะเป็นคนละคนกันก็ได้

          “โอเค ไม่ใช่นายก็ไม่เป็นไร ขอโทษด้วยที่กล่าวหา”

          เฮอร์ไมโอนี่ทิ้งดอกกุหลาบในมือลงกับพื้นอย่างหัวเสีย และเดินจากไป...มัลฟอยเก็บดอกกุหลาบที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมา และหมุนมันเล่น สายตาของเขาทอดมองไปยังทะเลสาบอย่างท้อแท้

 

          เด็กสาวเดินหน้าเขียนรายงานวิชาประวัติศาสตร์เวทมนต์ต่อไป และพยายามลบเรื่องไร้สาระนั้นไปจากสมอง แม้ว่าเธอจะยังคงสงสัยไม่หาย แต่ในเมื่อมันไม่มีคำตอบ ไม่มีใครมาเฉลย เธอก็คงได้แต่สงสัยมันต่อไปเท่านั้น

          “รู้รึยังล่ะว่าใครเอามาให้” แฮร์รี่กับรอนเดินเข้ามาในหอกริฟฟินดอร์ และถามถึงเรื่องนั้น

          “ยัง ฉันว่าจะลืมมันแล้วล่ะ” เฮอร์ไมโอรี่ตอบ

          “งั้นก็ดีเหมือนกัน คนที่ปั่นหัวเธอคงจะตลกหนาล่ะ ที่เห็นเธอหาคำตอบจนหัวหมุน” รอนพูดขึ้นและดึงแฮร์รี่เดินขึ้นไปบนหอนอนชาย

          เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้นจากรายงานที่เธอเขียนอยู่ ถ้านี่มันเป็นเกมส์ และถ้าเธออยากจะรู้คำตอบ งั้นเธอก็ต้องเล่นไปตามเกมส์

 

          วันถัดมา เฮอร์ไมโอนี่เตรียมการอย่างดี วันนี้แหละที่เธอจะได้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของดอกกุหลาบนั้น เด็กสาวเดินตรงไปยังห้องสมุด และไปยังจุดเดิมที่เธอวางกระเป๋าไว้ เธอนำของทุกอย่างที่เป็นของตัวเองมาวางไว้ที่หน้าชั้นหนังสือ และทำเป็นมองหาหนังสือ เฮอร์ไมโอนี่เดินไปหาหนังสือที่ชั้นอื่นไกลๆ เธอแอบมองที่กระเป๋าของตัวเอง พลางก้มอ่านหนังสือที่ถือเอาไว้ เป็นเวลานานเกือบชั่วโมงแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เห็นมีใครเอาดอกไม้มาวางเลย ท่าทางแผนเธอจะล่มแล้วล่ะ

          “คุณเกรนเจอร์”

          เฮอร์ไมโอนี่เก็บหนังสือใส่ชั้นตามเดิม และหันไปมองคนที่เรียกเธอ มาดามพินซ์ยืนยิ้มให้กับเด็กสาว

          “มีอะไรหรอคะ” เฮอร์ไมโอนี่เดินไปหามาดามพินซ์

          “ที่ห้องสมุดมีหนังสือใหม่ๆมาเยอะ เธอสนใจจะยืมหรือเปล่า”

          “สนใจค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่ตอบเสียงใส

          “งั้นเธอมาเลือกดูได้เลยนะ ฉันบอกเธอเป็นคนแรกเลย” มาดามพินซ์พูดอย่างใจดี

          “ขอบคุณค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่กล่าว

          เมื่อมาดามพินซ์เดินจากไป เธอจึงกลับไปหากระเป๋าของตัวเอง และเฮอร์ไมโอนี่ก็แทบจะร้องออกมาอย่างเสียดายที่ไม่ทันได้เห็นหน้าคนเอามันมาวางไว้ ดอกกุหลาบที่ถูกนำมาางข้างกระเป๋าของเธอ เด็กสาวรีบเดินเข้าไปหามัน เมื่อสังเกตว่ามันมีการ์ดเขียนแนบเอาไว้ เธอจึงรีบหยิบขึ้นมาอ่านทันที

เธอคงอยากรู้ว่าใครเป็นคนเอาดอกกุหลาบมาให้เธอ
วันนี้แหละที่เธอจะได้รู้ มาที่ทะเลสาบ หลังจากที่เธออ่านจดหมายนี้

          ไม่มีการเขียนระบุไว้ว่าเป็นของใคร แต่ถ้าเธออยากรู้ เธอก็ต้องไปที่ทะเลสาบเดี๋ยวนี้ เฮอร์ไมโอนี่คว้าดอกไม้และพับจดหมายนั้นใส่กระเป๋า เด็กสาวลืมเรื่องหนังสือที่อยากได้ และรีบวิ่งไปทางทะเลสาบในทันที

 

         

          เฮอร์ไมโอนี่วิ่งมาด้วยอาการหืดหอบ เธอหยุดวิ่งและยืนกวาดสายตามองหาคนที่นัดเธอมาที่นี่ เด็กสาวคิดว่านี่มันคุ้มค่า ถ้ามันทำให้เธอได้รู้ว่าใครเป็นคนมอบดอกกุหลาบนี้ให้เธอ แถมยังทำให้เธอแทบคลั่ง เพราะความอยากรู้นี้

          “คุณเฮอร์ไมโอนี่” เสียงเด็กหนุ่มพูดขึ้นที่ด้านหลัง

          เฮอร์ไมโอนี่หันกลับไปมองคนที่เดินมาทักด้วยความงุนงง เธอสำรวจด้วยสายตา เด็กหนุ่มคนนี้น่าจะอยู่แค่ปีห้า และก็อยู่บ้านฮัพเฟิลพัพ ดูจากชุดที่เขาใส่ ท่าทางของเขาดูขวยเขินที่เธอยืนจ้องหน้าเขา

          “ผมนึกว่าคุณจะไม่มา แต่คุณก็มาก่อนเวลาซะอีก”

          “เธอ...เป็นคนนัดฉันมาหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ถาม

          “ครับ” เขาลูบท้ายทอยอย่างเขินอาย

          “เธอเป็นคนเอาดอกกุหลาบมาให้ฉันหรอ” เฮอร์ไมโอนี่ชูดอกกุหลาบในมือ และถามน้ำเสียงคาดคั้น เธอไม่มีอารมณ์จะมารับฟังอะไรมากไปกว่าความจริง

          “เอ่อ...” เขามองดอกกุหลาบในมือเธออย่างงุนงง

          “ของเธอหรือเปล่า” เธอเร่งให้เขาตอบ

          “ปะ...เปล่าครับ ไม่ใช่ของผม” เขาตอบ

          “แล้วจดหมายนี่ล่ะ เธอเป็นคนเขียนหรือเปล่า” เธอยื่นจดหมายที่เธอได้มาพร้อมกับดอกกุหลาบให้เขาอ่าน

          “ไม่ใช่ครับ...ไม่ใช่ของผมเลย” เด็กหนุ่มตอบ

          เฮอร์ไมโอนี่หัวเสียทันที เมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่เจ้าของดอกกุหลาบนี้ แปลว่าต้องมีใครอีกคนอยู่ที่ทะเลสาบ เด็กสาวไม่รับฟังคำพูดของเด็กชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เธอรีบไปตามหาคนที่เขียนจดหมายนี้ต่อโดยไม่ฟังเสียงเรียกของเขา

          “คุณเฮอร์ไมโอนี่....อะไรวะ” เขาเกาหัวอย่างงุนงง

 

          เด็กสาววิ่งราวกับคนที่กำลังเสียสติ เธอตามหาคนที่นัดเธอมาสักพักใหญ่ก็ยังไม่เจอเขาเลย เฮอร์ไมโอนี่ทรุดนั่งลงกับพื้น เพราะความเหนื่อยล้าที่ขา หรือว่าคนที่นัดเธอมา เขาแค่ต้องการแกล้งเธอ ต้องการปั่นหัวเธอเล่นอย่างที่รอนว่าไว้

          เฮอร์ไมโอนี่คิดอย่างเจ็บใจที่ยอมเล่นไปตามเกมส์ ป่านนี้คนๆนั้นก็คงจะหัวเราะเยาะเธอแทบขาดใจไปแล้ว เด็กสาวขว้างดอกกุหลาบในมือออกไปให้ห่างจากตัวของเธอ เฮอร์ไมโอนี่อยากจะร้องไห้ อยากจะสะอื้นออกมาเหลือเกิน อยากจะระบายมันออกมาทั้งหมดด้วยความเจ็บใจ

          “ดอกไม้นั่นมันไม่มีค่าเลยรึไง เธอถึงได้ชอบทิ้งมันนัก” เขาก้าวออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ และเดินมายืนอยู่ที่ด้านหลังของเธอ

          เฮอร์ไมโอนี่ลุกขึ้นยืนทันที เมื่อเธอได้ยินเสียงนั้น ไม่ต้องเห็นหน้า มาแต่เสียงเธอก็รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขา

          “ก็มันไม่มีเจ้าของ แล้วฉันจะเก็บไว้ทำไมล่ะ” เด็กสาวยืนกอดอก และเบนสายตาไปทางอื่นอย่างหัวเสียไม่หายที่ถูกหลอก

          “ก็เธอนั่นแหละที่เป็นเจ้าของมันน่ะ” มัลฟอยพูด

          “ฉันหมายถึงคนที่ให้ฉันต่างหาก” เฮอร์ไมโอนี่ว่า

          “เธอยังอยากรู้อีกหรอว่าใครให้เธอมา” มัลฟอยถามออกไป

          เฮอร์ไมโอนี่เลื่อนสายตามามองที่เขาอย่างแปลกใจ เขาถามเหมือนกับเขารู้ว่า เธอยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนให้ดอกกุหลาบนี่กับเธอ

          “มันไม่มีประโยชน์แล้วล่ะ” เฮอร์ไมโอนี่เลือกที่จะไม่สนใจเรื่องนี้อีก เธอเดินเลี่ยงเด็กหนุ่ม เพื่อจะเดินกลับเข้าปราสาท

          “เธอไม่อยากรู้แล้วจริงๆหรือ” มัลฟอยพูดขึ้น

          เด็กสาวชะงัก เธอหันกลับมามองเขาอย่างไม่เข้าใจ ที่เขาถามเธอ เพราะเขารู้ใช่มั้ยว่าใครเป็นคนให้มันกับเธอ

          “นายรู้หรอ” เธอหันหลังกลับมาถามเขาอย่างไม่แน่ใจในความน่าเชื่อถือของเขาสักเท่าไหร่

          “ยิ่งกว่ารู้ซะอีก” เขาตอบกลับ

          “ถ้างั้นใครล่ะ” เด็กสาวกอดอกและรอฟังคำตอบจากเขา ถ้าเขาจะโกหกเธอก็ไม่เป็นไร เพราะเธอก็จะไม่เชื่ออยู่แล้ว

          มัลฟอยมองที่ดวงตาคู่นั้น เขารู้ว่าเธอรอฟัง และถ้าเธอรู้....เธอก็คงไม่อยากเชื่อ

          “ฉันเองแหละ”

          มัลฟอยมองเฮอร์ไมโอนี่ที่เกือบจะหลุดขำออกมา เธอส่ายหน้าน้อยๆและหันหลังอีกครั้ง เพื่อจะกลับไปยังปราสาท

          "ฉันก็มีความรู้สึก มีหัวใจเหมือนกับเธอ และฉันเองก็เจ็บเป็นเหมือนกัน”

          เฮอร์ไมโอนี่รับรู้ถึงความไม่ปกติ เธอหันกลับไปมองหน้าเขา และเด็กสาวก็คิดว่ามันอาจจะเป็นแค่เรื่องตลกสำหรับเธอ ...แต่ไม่ใช่สำหรับเขา

          “มัลฟอย เธอ...” เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าน้อยๆอย่างสับสน

          “ฉันอาจจะไม่ได้ดีเหมือนคนอื่นๆ ไม่ได้กล้าแสดงออกต่อหน้าเธอ” เด็กหนุ่มพูดต่อไป “ฉันทำได้แค่มอบดอกไม้นั่นให้เธอ ที่ฉันไม่เขียนการ์ด เพราะฉันแค่อยากให้เธอรับมันไว้ก็พอ ใครๆก็รักเธอ และถ้าเธอจะรักใครตอบ คนๆนั้นก็ไม่ใช่ฉันอยู่ดี ฉันไม่อยากบอกรักเธอผ่านกระดาษ เพราะฉันรู้ว่าเธอไม่ได้สนใจมันอยู่แล้ว”

          นี่มันเรื่องตลกร้ายชัดๆ เฮอร์ไมโอนี่ไม่อยากเชื่อทั้งที่มันเป็นความจริงอยู่ตำตา เพราะดวงตาของเขาที่จ้องมองเธอด้ยความรู้สึกที่มีความหมายอย่างที่เธอไม่สามารถอธิบายได้

          “เธอรู้สึกแบบนี้กับฉันได้ยังไง”

          “ฉัน....ฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะเราใกล้ชิดกัน ถึงความใกล้ชิดของเรามันจะเกิดจากการที่เธอไม่ชอบฉัน” มัลฟอยเดินไปหาเธอ “แต่ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้น ฉันไม่ได้รู้สึกไม่ชอบเธอ”

          “เป็นไปไม่ได้...” เด็กสาวขมวดคิ้ว

          “เป็นไปแล้ว เกรนเจอร์...... ฉันรักเธอ” มัลฟอยหยิบดอกกุหลาบที่เขาซ่อนเอาไว้ในเสื้อคลุมออกมา “มันอาจจะเป็นดอกไม้ธรรมดาๆสำหรับเธอ แต่มันคือความรู้สึกดีๆที่ฉันอยากให้เธอจากใจนะ”

          เขายื่นมันให้กับเธอ เด็กสาวมองมันสลับกับใบหน้าของเขา นี่มันอาจจะไม่ใช่เรื่องจริงก็ได้ เขาแค่เล่นตลกอะไรกับเธอก็เท่านั้น คนอย่างมัลฟอย จะมารู้สึกกับเธอแบบนี้ได้อย่างไร มันไม่มีเหตุผลเลย เฮอร์ไมโอนี่รับดอกกุหลาบมาจากเขา และจ้องที่ใบหน้าขาวซีด

          “เธอโกหก...” เฮอร์ไมโอนี่พูดออกมา พร้อมกับขว้างดอกไม้ในมือใส่หน้าเขา “ฉันไม่เชื่อ”

          มัลฟอยอึ้งไปกับการกระทำของเธอ เขามองใบหน้าของเธออย่างค้นหา นี่เธอไม่คิดจะเชื่อเขาบ้างเลยหรือไง เฮอร์ไมโอนี่หันหลังกลับ และเตรียมจะเดินจากไป แต่เธอกลับถูกเด็กหนุ่มสวมกอดจากด้านหลัง

          “นี่นายทำบ้าอะไรน่ะ ปล่อยนะ!”

          “ฉันต้องทำยังไงเธอถึงจะเชื่อว่าฉันรักเธอจริงๆ ทำไมเธอถึงคิดว่าฉันโกหกเธอ” เด็กสาวพยายามแกะมือเขาออก “เธอไม่อยากยอมรับความจริงใช่มั้ยว่าเธอก็รักฉันเหมือนกัน”

          “พูดบ้าอะไรน่ะมัลฟอย” เธอดิ้น

          “เธอรังเกียจฉันเพราะฉันมันเลว ไม่ได้ดีเหมือนกับเพื่อนๆของเธอ” มัลฟอยพูดออกมาอย่างสุดจะกลั้น “ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากยอมรับความรักจากคนที่น่ารังเกียจอย่างฉัน เธอกลัวว่าเธอจะรักฉันเหมือนกันใช่มั้ย”

          “หุบปาก! ฉันไม่เคยรู้สึกกับเธอแบบนั้น” เธอว่า

          “ถ้าเธอไม่ได้รู้สึก แล้วเธอมาตามที่ฉันนัดทำไม”

           "ฉันไม่อยากรู้สึกว่ามีโรคจิตคอยตามรังควานเข้าใจมั้ย" เฮอร์ไมโอนี่เริ่มโมโห “ที่ฉันมาก็เพราะฉันแค่อยากรู้ว่าไอ้บ้าที่ไหนเอาดอกไม้มาให้ฉันอยู่ได้ต่างหากล่ะ!

          “เธออยากรู้แค่นั้นจริงๆหรอ...” เฮอร์ไมโอนี่หยุดนิ่งและรอฟังคำพูดของเขาที่ขาดหายไป “ถึงยังไงเธอก็รู้แล้วว่าฉันเป็นคนเอามาให้เธอ แล้วเธอจะช่วยรับรู้อีกซักอย่างไม่ได้รึไงว่าฉัน --

          “หยุดพูดซักที! ปล่อยฉัน! ไม่อย่างงั้นฉันจะร้องให้คนช่วย” เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงดัง แต่เด็กหนุ่มยังคงดื้อรั้น

          “นี่เธอจะเกลียดฉันไปถึงไหนกันฮะ!” มัลฟอยเริ่มมีอารมณ์ขุ่นมัว “ฉันต้องทำยังไงเธอถึงจะเชื่อว่าฉันรักเธอจริงๆ”

          คำพูดสุดท้ายของเขาใช้น้ำเสียงที่อ่อนลง จนเด็กสาวในอ้อมกอดต้องหยุดดิ้นเพราะคำพูดของเขา...ทำไมต้องเป็นเขา ทำไมต้องเป็นมัลฟอย

          เฮอร์ไมโอนี่หันมามองใบหน้าของเขา เมื่อมัลฟอยเริ่มคลายวงแขนที่แนบแน่นลง

          “เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น” เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีซีด “แค่ปล่อยฉัน และฉันขอให้เรื่องมันจบแค่นี้”

          “แต่ฉัน...” มัลฟอยฉายดวงตาร้อนรน จบแค่นี้อย่างนั้นหรือ?

          “ฉันจะเชื่อเธอก็ได้....ฉันจะเชื่อเธอมัลฟอย” เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกแปลกๆที่หัวใจ มันเหมือนกับความรู้สึกเจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก “แต่ฉันอยากให้เธอรู้ไว้อย่างว่า...การที่เธอรักฉัน มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะเกิดขึ้น”

          เฮอร์ไมโอนี่ดันอกเขาออกห่างจากเธอและเดินจากเขาไป โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเขา ที่จ้องมองแผ่นหลังของเธออย่างเจ็บปวด มัลฟอยแทบจะทรุดเข่าลงตรงนั้น

 

          นับตั้งแต่วันนั้น เฮอร์ไมโอนี่ก็พยายามลืมเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้น เธออยากจะหลบหน้าเขาตลอดเวลาที่ต้องเรียนห้องเดียวกัน และยิ่งเวลาเขาลอบมองเธอในห้องโถง มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิดและไม่สบายใจ...เธอทำร้ายเขามากเกินไปหรือเปล่า

          ไม่หรอก มันคือสิ่งที่ควรจะเป็นต่างหาก

          เด็กสาวคิดในใจพลางเลือกหนังสือที่มาดามพินซ์บอกกับเธอเมื่อหลายวันก่อน เฮอร์ไมโอนี่เดินกลับไปยังโต๊ะที่เธอวางข้าวของของตัวเอง และเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ พร้อมกับมองไปที่โต๊ะนั้น

          ดอกกุหลาบ

          เฮอร์ไมโอนี่สะอึกด้วยความตกใจเล็กน้อย เธอเดินเข้าไปหามันและหยิบมันขึ้นมาสำรวจดู เด็กสาวรู้ได้ในทันทีว่าเขาต้องอยู่ แถวนี้ และก็อาจจับตามองเธออยู่จากจุดไหนสักแห่งในห้องสมุด ไม่ว่าอย่างไร สำหรับเธอมันคือเรื่องที่ไม่มีเหตุผล เขาจะรักเธอได้อย่างไรในเมื่อเขาเกลียดเธอมาตลอด
          ในขณะที่เธอถูกเฝ้ามองด้วยสายตาสีซีดของเด็กหนุ่มผมบลอนด์ ก่อนที่เขาจะไปพูดกับเธอตรงๆ เด็กหนุ่มรู้ดีว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะไปบอกเธอ ทั้งที่เขารู้ว่าเธอไม่เชื่อ แต่เขาก็ยังเลือกที่จะบอกออกไป เขาทนไม่ได้ที่จะเก็บมันไว้ และปล่อยให้เธอทำร้ายความรู้สึกของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ 

          ใครๆก็คงคิดว่ามันเป็นเรื่องตลกสิ้นดี ที่เขา...เดรโก มัลฟอย เด็กหนุ่มเลือดบริสุทธิ์จะรักเลือดสีโคลนอย่าง เฮอร์ไมโอนี่  เกรนเจอร์ ได้ลง.... ทั้งสองหัวใจต่างก็มีความรู้สึกที่แตกต่างกัน เขารักเธอ แต่เธอกลับคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องตลก ทั้งที่เธอน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ว่ามันเป็นเรื่องจริง

          


- end -


มาแก้คำผิดจ้า และแก้เนื้อหาบางจุดด้วย เรื่องนี้รีบเขียนมาก
นึกๆขึ้นมาได้เลยอยากลงค่ะ ถ้าไม่ชอบ ไรท์ก็เข้าใจค่ะ 555
เพราะไรท์ก็ยังว่ามันทะแม่งๆเลย

ปล.พวกฟิคเรื่องยาว ทั้งวีคนี้วีคหน้า ไรท์งดอัพนาจา ใกล้สอบแล้วค่ะ
อีกอย่างไรท์ไม่ค่อยสบาย ต้องพักผ่อนเยอะๆ จะได้มีเวลามาอัพฮ่าาา

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Madam Bonjour จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 23:26
    เศร้าอ่าาา สงสารเดร
    #11
    1
  2. #10 lol
    วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 20:24
    อ่านแล้วเจ็บเหมือนกันนะคะ สงสารเดรโกจัง แต่ก็เข้าใจในมุมมองของเฮอร์เช่นกัน

    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆมาให้อ่านกันนะคะ :)
    #10
    1
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #8 เซลลล
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 01:37
    มันดีมากเลยค่ะ ❤
    #8
    1
  5. #7 JACKAPPLE (@kimrosaryrose) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 08:26
    ง่าา เจ็บปวดจังง อยากให้มีภาคต่อ
    #7
    1
  6. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:55
    อยากให้มี ss2 5555
    #6
    1
  7. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:35
    สงสารเดรจัง>,<
    #5
    1
  8. #4 Dragon
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:55
    เศร้าแท้ เราอยากได้แบบแฮปปี้บ้างจัง
    #4
    1
    • 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:34
      ไรท์ถนัดแนวนี้น่ะค่ะ
      แต่คราวห้าจะแต่งแบบแฮปปี้เอนด์แน่นอนค่ะ
      #4-1
  9. #3 K'CHW (@chawalin2833) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:48
    สงสารเดรก
    #3
    1
    • #3-1 Madame B.onjour (@Bonjour-Madame) (จากตอนที่ 1)
      17 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:39
      ถ้าแนวดราม่า เดรกเจ็บตลอด
      สงสารhe
      #3-1
  10. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 06:39
    ;.; เศร้าแท้
    #2
    1
  11. #1 Pim&#128536;
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:17
    ความรัก คือ คำที่นำมาสู่ความไร้นิยาม สิ่งที่ไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ดีเท่าการกระทำ และจิตใต้สำนึกของคน
    #1
    0