สุดปลายยอดสน

ตอนที่ 5 : คนหลากสี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    1 ก.ย. 61

บทที่  5

คนหลากสี

                พี่ขิง  ตอนดึก ๆ มาหาชั้นนะ  วันเนี้ยทางสะดวก  พวกแก่ ๆ ทั้งหลายไม่อยู่บ้าน

                จะดีเหรอ...แล้วต้นสนล่ะ ? ถ้าน้องมันเห็น...  ไอ้ขิงว่าออกมาผ่านสายโทรศัพท์อย่างเห็นค้าน  แต่ท่าทางกลับระริกระรี้หูตั้งหางกระดิกที่แฟนสาวให้ท่า  ชักนำให้ไปสังวาสถึงที่ส่วนตัว

                นี่แหละ  ที่ฉันกำลังจะพูด  เมื่อกี้ฉันกับสนอยู่หน้าปากซอย  พี่คงไม่ทันเห็น  เนี่ย...แล้วฉันก็แกล้งขอกลับบ้านก่อนเพราะว่าจะไปเอากระเป๋าสตางค์...ทีนี้พี่ลองเดาดูซิ  ว่าฉันอยากให้พี่ทำอะไร  คิก ๆ

                อะไร...ทำอะไรวะ ?  ไอ้ขิงงงยิ่งนักกับท่าทีอมพะนำของแฟน...หรือเมียมันนั่นแหละ  ที่ทำสุ้มเสียงหัวเราะหัวใคร่มีเลศนัย

                พี่หมูไง  พี่เชื่อเถอะ  พี่มันรู้ว่าต้องทำยังไง...ฮิ ๆ 

                แล้ว...จะดีเหรอ  ถ้าเกิดอะไรขึ้น  น้องมันแจ้งตำรวจขึ้นมา..  ว่าออกมาอย่างรู้จักเพื่อนตัวเองดีที่คงไม่ปล่อยเหยื่อที่เล็งมานานให้รอดมือไปได้

                โธ่พี่  ไอ้เด็กนี่  ถ้าเกิดอะไรกับมันขึ้นมาแล้วมันจะแจ้งความ  พี่หมูก็ซวยคนเดียวอยู่ดี

                อีนี่!  ไอ้หมูเพื่อนกูนะโว้ยยย!’  นังเข็มกล่าวออกมาอย่างเห็นแก่ตัวแต่กลับไปกระตุกต่อมรักเพื่อนของไอ้ขิงเข้าอย่างจัง

                เอ่อ...พะ...พี่ ฉันล้อเล่นนะจ้ะ  ฉันหมายถึง  ถ้ามันมาฟ้องอะไรต่ออะไรกับใคร ๆ  ก็ไม่มีคนสนใจมันหรอก  มันเป็นเด็กกำพร้า  แถมคุณท่าน...เจ้านายฉันน่ะ  เกลียดมันจะตาย  ท่านเอามันตายแน่ถ้ามีเรื่องคาว ๆ เกี่ยวกับมันขึ้นมา  แล้วอีกอย่างเพื่อนพี่จะได้สมหวังด้วยไง  ดีมั้ย ?

                เออ  ก็จริง  ฮึ ๆ ทีนี้แหละ  ทางรักของไอ้หมู  กูนี่แหละจะเปิดทางให้เอง  ฮ่า ๆ

                ******************************************************************************

                เจ็ดโมงเช้าในฤดูฝนที่ยังไม่มีฝนตกลงมา  ต้นสนตัดสินใจเอาไม้กวาดทางมะพร้าวออกมากวาดบริเวณหน้าบ้านหลังใหญ่  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นทางที่ติดกับถนน  แต่คุณท่านของบ้านก็ไม่ชอบใจนักที่จะเห็นบริเวณบ้านของท่านรอบ ๆ  ไม่สมบูรณ์แบบ  มันจึงเป็นหน้าที่ที่คนใช้อย่างต้นสนต้องปฏิบัติตาม...

                ตุบ!  “แม่งเอ้ย...ตื่นสายซะได้...อะ...ชิบหา-!!!  อยู่ ๆ ตอนที่กำลังก้มหน้าก้มตากวาดใบไม้ชื้น ๆ เป็นกอง ๆ เพื่อง่ายต่อการเก็บ  ก็มีคนแปลกหน้าปีนรั้วออกมาจากข้างในบ้าน

                “...!!!???...”  คนนี้มัน...เพื่อนพี่หมู ?

                “เอ่อ...น้อง  ไม่ได้อยู่กับไอ้หมูเหรอ ?”  หายจากอาการตกใจจึงถามออกไปด้วยความเก้อกระดาก

                “ทำไมผมต้องอยู่กับพี่หมูด้วย...”  ต้นสนโกรธ  รู้สึกถึงความโกรธอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  รู้เห็นกันหมดเลยซินะ!’

                “เอ่อ  อะ...เอ่อ  ก็เมื่อคืน”  ไอ้ขิงรู้สึกไม่ชอบมาพากล  ไอ้หมูมันไม่น่า...ปล่อยเหยื่อมาง่าย ๆ อีกอย่างน้องมันก็ดูปกติดีทุกอย่าง ?

                “พี่ไม่ควรทำแบบนี้ ”

                “ฮะ!?”  ไอ้ขิงงงเมื่อคนตัวเล็กอยู่ ๆ ก็เปลี่ยนเรื่อง

                “พี่ไม่ควรเข้านอกออกในบ้านหลังนี้ตามใจชอบ  ที่นี่...ไม่ใช่บ้านของพี่กับพี่เข็ม  ถ้าใครเห็นเข้า  มันจะไม่ดี  ถ้าเจ้าของบ้านรู้เข้า...พี่เข็มอาจถูกไล่ออก” 

                “เฮ้ย ๆ พี่ยังไม่ได้ทำอะไรนะ!  พี่แค่...แค่แวะมาหาเข็มมัน”  ไอ้ขิงแก้ตัวอย่างลนลาน  กลัวเรื่องลุกลามใหญ่โต

                “ผมรู้...ครั้งหน้าอย่าทำอีกนะครับ  ผมขอร้อง”  แม้ในใจจะนึกกรุ่นโกรธ  แต่ก็ไม่อยากตีโพยตีพายจนเป็นเรื่องใหญ่  ต้นสนรู้ดีว่าพี่เข็มของตนคงไม่กล้าถึงขนาดจะชักศึกเข้าบ้าน  อย่างมาก  พี่ชา     ยคนนี้คงเป็นได้แค่แมว...แมวที่มากินปลาย่าง...แล้วปลาย่าง..ก็คงเต็มใจให้แมวมากิน

                “เอ่อ  โทษทีนะ  พี่จะไม่ทำอีก...ไปละ ๆ”  ไอ้ขิงรีบวิ่งไปอย่างลนลานไม่เปิดโอกาสให้ต้นสนได้ตอบกลับอะไรอีก

                ต้นสนตัดสินใจไม่ต่อความยาวสาวความยืดอะไรอีก  ทั้งคนพวกนี้...พวกพี่หมูกับผู้ชายคนเมื่อกี้ที่ต้นสนไม่สนใจจำชื่อแซ่ดูเป็นพวกท่าทางไม่น่าไว้ใจ  หากบุ่มบ่ามมีเรื่องด้วยคงไม่ปลอดภัยกับตัวเอง  สู้เตือนด้วยความหวังดีจะดีกว่า...

                แต่เรื่องเมื่อคืน  เดาได้ไม่ยาก  พี่เข็มจงใจปล่อยเราให้อยู่อย่างนั้นจนพี่หมูพาเราไป  ทำไมทำอย่างนั้น  เราก็ไม่ได้มีท่าทีสนใจพี่หมูซักหน่อย  แถมยังบอกกับพี่รินไปแบบนั้น...

                แอบเสียใจเหมือนกันแหะ...

                ******************************************************************************

                “อะ...อ้าวสน  กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ?”  คนพูดถามพลางมองท่าทีของคู่สนทนา  เช้านี้เข็มหอมจงใจตื่นสายกว่าปกติเพราะไม่มีทั้งเจ้านาย  และแม่บ้านอาวุโสมาอยู่ควบคุม

                “ผมกลับมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว...พี่เข็มมีอะไรรึเปล่า ?”  ตอบพลางได้ทำสีหน้าเรียบเฉยใส่

                “เหรอ  พี่นึกว่า...”  น่าแปลก...ไอ้พี่หมูมันปล่อยมาได้ไง  หรือว่า...เรียบร้อยกันแล้ว..  เข็มหอมคิดพลางลอบประเมินคู่สนทนาด้วยสายตาส่องสำรวจแล้วผุดยิ้มสมใจเมื่อคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ตนคาดการณ์  แต่แล้วก็ก็ต้องยิ้มค้าง  เมื่อได้ยินบทสนทนาต่อมา

                “พี่นึกว่า...นึกว่าสนจะไปนอนค้างกับพี่หมูเหรอ ?  อย่างนั้นใช่มั้ย ?  พอดีว่าไม่ใช่อย่างนั้น  กับพี่หมู  สนไม่ได้สนิทด้วยขนาดนั้น...อีกอย่างคนแบบนั้น  มันไม่น่าไว้ใจ...ไม่น่าเชื่อใจเลยสักนิด..พี่เข็มว่ามั้ย ?”  ปากว่าอีกคนที่ป่านนี้ยังสลบด้วยฤทธิ์ยาที่เกินขนาด  แต่ตากลับจ้องไปที่คู่สนทนาตรงข้าม

                “ระ...เหรอ  แล้วสนกลับมากี่โมงล่ะ  ทำไมกลับมาช้าแบบนี้  คงจะกลับดึกน่าดู...ถ้าไม่ได้ไปทำ...บางอย่างกับไอ้หมูก่อน  ว่าไง  มันทำอะไรสนรึเปล่า ?  ไม่ต้องอายหรอกน่า..พี่ไม่บอกใคร”  เข็มหอมยังคงไม่ยอมแพ้  พยายามไล่ต้อนคนตรงหน้าสุดกำลัง  จะบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ได้ยังไง  ไอ้พี่หมูมันคงแอบมาส่งตอนเที่ยงคืนตีหนึ่งล่ะซิ  หายไปค่อนคืน  คงไม่รอด  หึ!’  เข็มหอมค่อนข้างมั่นใจว่าต้นสนไม่ได้กลับมาตอนหัวค่ำแน่ ๆ เพราะเธอยังไม่นอนแถมยังนั่งรอแฟนหนุ่มถึงห้าทุ่มเที่ยงคืนและบรรเลงเพลงสวรรค์จนเธอตื่นสายเอาป่านนี้

                “...สนกลับมาเกือบ ๆ สองทุ่ม  ประตูบ้านไม่ได้ล็อก...แล้วเห็นพี่รินกับพี่เข็มดูละครกันอยู่ในห้อง...แต่สนไม่ได้เข้าไปทัก  เพราะพี่สองคนท่าทาง...จะคุยเรื่องสำคัญกันอยู่..พี่เข็ม  มันอันตรายนะครับ  ทำไม่ไม่ล็อกประตูบ้านล่ะ ?” 

                ได้ยินที่เราพูดกับรินเหรอ ?  ไม่เห็นรู้สึกเลยว่ามีคนแอบฟัง  โอ้ยย! นังโง่เข็ม  มาโป๊ะแตกอะไรตอนนี้!’  “เอ่อ...พี่ พี่ลืมน่ะ  สะเพร่าจริง  สนจะไม่บอกป้าแหวนใช่มั้ยจ๊ะ ?”  เข็มหอมตัดสินใจทำไม่รู้ไม่ชี้ไปก่อน  ทำตัวปกติเหมือนไม่เคยว่าร้ายใครใด ๆ มาก่อน

                “ครับ  สนจะไม่บอก  ทุกเรื่อง...”  ว่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพลางเสหน้าหนีคู่สนทนา  พลางทำท่าจะเดินจากไปทำหน้าที่ของตนต่อ

                แต่ดูท่า...จะมีคนไม่จบเรื่อง  “นี่...ยังไม่บอกพี่เลยนะ  ว่าไปกับไอ้พี่หมูมา  มันทำอะไรเราหรือเปล่า  ถ้าทำนะ...ก็..”

                “ไม่มีอะไรหรอกครับ  แต่ถ้าพี่อยากรู้  สนบอกก็ได้  ตอนที่พี่บอกจะกลับบ้านมาเอาเงิน  สนยืนรอพี่  แต่พี่หมูบอกว่าจะไปส่ง  บอกพี่เข็มแล้วพี่เข็มก็รับรู้  แต่พอถึงบ้านพี่หมูกลับขับรถเลยไม่ยอมจอด  พี่หมูพาสนไปที่ห้อง  สนก็แค่วิ่งหนีกลับมา  กว่าจะกลับก็ช้าหน่อยเพราะไม่คุ้นทาง...สนกับพี่หมูไม่ได้มีอะไรกัน  ถ้ามีจริง  สนก็ไม่มีทางเต็มใจ  ถ้าไม่เชื่อพี่ก็ลองไปถามพี่หมูดูสิ...หรือว่า  ลองถามคนที่เพิ่งปีนกำแพงออกจากบ้านไปเมื่อเช้านี้ก็ได้นะ  สนว่าพี่เข็มน่าจะสนิทกับเค้าดี...” แม้จะเล่าความจริงไม่ทั้งหมดแต่ต้นสนมั่นใจว่าตนไม่ได้มีอะไรกับพี่หมูแน่นอน

 ต้นสนว่าแค่นั้นแล้วตัดสินใจเดินหนีออกมาเพราะไม่อาจทนมองหน้าพี่ที่ตนไว้ใจได้นานกว่านี้ปล่อยให้อีกคนยืนอ้าปากค้างอยู่ที่เดิมเมื่อเจอน้องคนสนิทรู้เห็นการกระทำของตนเองเข้าให้แล้ว...

******************************************************************************

วันปกติที่มีวิชาเรียนเวียนมาถึง  ต้นสนมามหาวิทยาลัยในช่วงสาย ๆ ของวัน  เจอกับเพื่อนสนิทหน้าเดิม ๆ อย่าง  บุ้งกับสร  การจะมีเพื่อนสนิทเป็นผู้ชายด้วยกันนั้นเป็นเรื่องยากเพราะคณะดันเต็มไปด้วยสาวสวยเต็มอัตราขนาดนี้  พวกผู้ชายที่มีเป็นส่วนน้อยก็จับกลุ่มคบกันอยู่ไม่กี่คนหรือไม่ก็กระจายร่วมวงกับสาว ๆ อย่างเช่นต้นสน 

ในช่วงแรกที่เข้ามาเรียนใหม่ ๆ ต้นสนเคยคบเพื่อนผู้ชายและอยู่ร่วมกลุ่มเดียวกันมาก่อน...ชื่ออันดา  และอันดาก็พาต้นสนไปรู้จักกับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่รู้จักกันอยู่แล้วซึ่งส่วนมากเป็นผู้ชาย  เพื่อนทุกคนก็ดีอยู่หรอก  แต่มักจะปฏิบัติกับต้นสนแบบอ่อนโยนเป็นพิเศษ  ไม่เอะอะด้วย  ไม่ยอมพูดคำหยาบด้วยทั้งที่ไม่ได้ถือสาอะไร  แถมนานเข้าเพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มยังมีท่าทีว่าจะแอบชอบ...

 จนเมื่อวันหนึ่งมีวิชาเรียนที่ทำให้ต้องแยกกับเพื่อนในกลุ่มเพื่อไปจับกลุ่มทำงานกับเพื่อนคนอื่นตามคำสั่งอาจารย์  ในกลุ่มนั้นมีบุ้งกับสร  พอนานเข้านานเข้า  ต้นสนก็เริ่มไปกับบุ้งและสรบ่อยขึ้น ๆ  เพื่อนกลุ่มเดิมก็ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยเลยสักครั้ง  เพราะว่าพวกนั้นจะไปกันแต่ที่ที่ต้นสนไม่สะดวกจะไป  อย่างเช่นร้านเหล้า...ผิดกับสรและบุ้งที่มักชวนไปห้องสมุดบ้าง  เที่ยวห้างกันบ้าง  ดูหนัง  กินขนม  และอื่น ๆ ที่ต้นสนล้วนแล้วแต่สบายใจ

ความสัมพันธ์กับเพื่อนกลุ่มเดิมก็จบลงด้วยเวลาเพียงครึ่งเทอมแรกของการเรียนปีหนึ่ง  ต้นสนหายออกไปจากกลุ่มโดยถาวร  แต่เป็นการหายจากกลุ่มแบบไม่ลาลับหรือว่าจบไม่ดี  ทุกคนในกลุ่มเก่าเข้าใจต้นสนดี  และพอใจให้เป็นอย่างนั้น  จนถึงทุกวันนี้ต้นสนก็ย้ายมาสนิทกับสองสาวจนถึงปัจจุบันและไปไหนมาไหนด้วยกัน  แถมยังสนิทกับเพื่อนกลุ่มเก่าเหมือนเดิน  เมื่อไรที่เจอกันก็ทักทาย  บางครั้งเจอกันที่โรงอาหารก็เป็นอันเข้าใจกันดีว่าจะต้องนั่งร่วมโต๊ะกันโดยไม่มีใครต้องแยกไปนั่งอีกที่  หรือถ้ามีงานกลุ่มใหญ่ที่ต้องการคนจำนวนมาก  เพื่อนกลุ่มเก่าของต้นสนก็จะนึกถึงต้นสนและเพื่อนกลุ่มใหม่เป็นอันดับแรกที่ต้องอยู่ด้วยกันเสมอ...

ต้นสนเคยคิดเสมอว่าตั้งแต่เข้าเรียนมาจนขึ้นปีสอง  ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะหาเรื่องใคร  ทั้งโดยตั้งใจหรือโดยไม่ตั้งใจ  มั่นใจมาตลอดจนกระทั่ง...

                จีจี้...อยู่คณะเดียวกัน  อยู่สาขาเดียวกัน  จีจี้โดดเด่นมากตั้งแต่ตอนรับน้อง  ความสวยความน่ารัก  ทำให้มีหลายคนแอบมองเธออยู่  ต้นสนก็เป็นหนึ่งในนั้น  ไม่ได้แอบมองแบบชอบพอฉันท์ชู้สาว  แต่เป็นการมองแบบ  คนนี้สวยจัง...ของสวยงามใคร ๆ ก็ชอบมอง  จนเมื่อไม่นานมานี้ต้นสนเริ่มคิดได้ว่าของสวยงามของคณะที่ใคร ๆ ก็ชอบมอง  มีความอัปลักษณ์บางอย่างซ่อนอยู่...โดยเฉพาะตอนที่ปราศจากสายตาของคนอื่น ๆ ความอัปลักษณ์ที่แฝงอยู่ในความสวยงามนั้นจะยิ่งฉายชัดมากขึ้นเรื่อย ๆ

                มีอยู่ครั้งหนึ่ง  ต้นสนยืนอยู่หน้าห้องน้ำ  รอสองสาวเพื่อนซี้ทำธุระส่วนตัว  แล้วเจอกับกลุ่มของจีจี้  กลุ่มนี้เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มสาวฮอตของแท้  มีแต่คนสวย  ถ้าไม่สวยก็น่ารัก  ทุกคนมองเมินไม่มีใครทักทายต้นสนยกเว้นแต่จีจี้ที่ส่งเสียงทักขึ้นมา  ทุกคนในกลุ่มจึงหันมาให้ความสนใจบ้าง

ดีจ้า  ชื่อต้นสนใช่มั้ย ? จีจี้นะ  ไม่ค่อยได้คุยกับทุกคนเลย  เอกเราก็คนเยอะเหลือเกิน  พอจีจี้พูด  ทุกคนในกลุ่มก็พยักหน้าเห็นด้วยแทบจะทันทีแล้วหันมายิ้มให้ต้นสนบ้าง

อืม  นั่นสิเนอะ  ตอบเสียงค่อยเพราะรู้สึกเขิน ๆ ที่มีสาวสวยขนาดนี้มาทักทายพลางคิดว่าจีจี้นี่เฟรนด์ลี่จัง  น่ารักแล้วยังนิสัยดีด้วย

งั้นเค้าไปนะ  เจอกันใหม่จ้า  แทนตัวเองอย่างน่ารักจนต้นสนอดจะรู้สึกดีด้วยไม่ได้  ถ้าไม่ได้เห็น...

ขณะที่ทุกคนในกลุ่มของจีจี้หันหลังกำลังจะจากไป  ริมฝีปากของคนน่ารักที่ยิ้มค้างไว้ให้...ต้นสนเห็นว่ามัน...เบะคว่ำลงคล้ายคนเหม็นกลิ่นอะไรสักอย่าง ?  หลังจากนั้น  ความรู้สึกอัปลักษณ์บางอย่างที่ต้นสนรู้สึกได้จากจีจี้...ก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

******************************************************************************

วันนี้เป็นอีกวันที่ต้นสนต้องมาที่ห้องสมุด  บุ้งกับสรก็มาด้วย  ทั้งสามต่างนั่งทำงานของใครของมันอย่างขะมักเขม้น

“วันนี้พอแค่นี้กันปะ ? เดี๋ยวค่อยมาทำต่อเหอะ  อยากเที่ยวแล้ว”  สรว่าออกมาอย่างงอแง

“เหมือนกัน  ๆ ไปไหนกันดี  สนว่าไง   ฉันให้แกเลือกในฐานะที่วันนี้แกว่างมาเที่ยวกับพวกฉัน  คริ ๆ”  บุ้งกล่าวอย่างอารมณ์ดีที่วันนี้ต้นสนยอมมาเที่ยวด้วยพร้อมกับหัวเราะเสียงแปลก ๆ

“ไปห้าง...อยากดูหนังอะ  ไม่ได้ดูนานละ  ขอรอบไม่ดึกนะ  ยังไงก็ต้องรีบกลับให้ไวที่สุดอยู่ดี”

                ต้นสนคิดพลางนึกถึงคนที่อยู่ที่บ้าน  สองสาวระรินกับเข็มหอม...พอไม่มีคนคุม  พี่ทั้งสองคนก็ยิ่งทำตัวเหมือนเจ้าของบ้าน  ถึงตอนนี้  ต้นสนก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรกับทั้งสองสาวอีก  รู้สึกเข้าหน้าไม่ติดและไม่สนิทใจเหมือนเดิม...

                “อี๋...อีบุ้งหัวเราะน่าเกลียดมา..ก...อ้าว  ใครโทรมาวะ ?”  ขณะที่สรกำลังทำท่าจะกัดกับบุ้งก็สัมผัสได้ว่ามีคนโทรมาหา

                “เหรอ...ก็มาดิ  รออยู่นะที่...”  เสียงสนทนาเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและจบลงเหมือนว่าเจ้าของบทสนทนาจะเขินอาย

                “แฟนอะดิสร  อิอิ  เสียงสองเลยนะ  อิๆๆๆ”  บุ้งดูสนุกกับการได้ทำเสียงหัวเราะแปลก ๆ พร้อมกับเล่นหน้าเล่นตาล้อเพื่อนสนิท

                “เฮ้ยยย  มีแฟนตอนไหนอะสร  ไม่เห็นบอก”  ต้นสนว่าออกมาบ้างอย่างอึ้ง ๆ ปนยินดี

                “แหม  ก็แกอะ  ไม่เคยสนใจฉันเลย  อีกหน่อยฉันมีลูกแกก็คงรู้ตอนลูกฉันบวชพอดี”

                “เว่อร์ไปละแม่คุณ  ฮ่า ๆ”  ต้นสนว่าออกมาอย่างเห็นขัน

                “ยัยนี่กินเด็ก...ปีหนึ่งเพิ่งเข้าใหม่  อยู่คณะข้างเคียงเรานี่เอง”  บุ้งขยายความให้ต้นสนฟังบ้าง

                “เค้าจะขอมาหาน่ะ  พวกแก...สะดวกใช่มั้ย ?”  สรว่าออกมาอย่างเขิน ๆ ปนเกรงใจเพื่อนสนิททั้งสองนิด ๆ

                “ก็เอาดิ  ไม่เป็นไรหรอกสร” 

                “แหม...ได้ข่าวว่าแกตกลงกันแล้วว่าจะมา  เพิ่งมาถามพวกฉันตอนนี้...?”

                “แฮะ ๆ เออลืม...”

                บทสรุปของวันนี้จึงจบลงด้วยการไปเที่ยวห้างดูหนังกันสี่คนชายสองหญิงสอง  แฟนของสรคนนี้ก็ดูน่ารักดี  เป็นผู้ชายผอมสูงหุ่นเกาหลีหน้าตาค่อนไปทางหล่อขี้เล่น  แถมยังคุยเก่งทำให้ทุกคนในกลุ่มสบายใจและเข้ากันได้ในที่สุด

                “พี่สนชอบดูหนังผีเหรอครับ ?”  ปั้นจั่น  แฟนของแสงสรเอ่ยถามเมื่ออยู่กันตามลำพังสองคนระหว่างที่รอสองสาวเดินดูหนังสือฆ่าเวลารอหนังฉาย

                “ก็...ดูได้ทุกแนวนะ”  ความจริงแล้วดูไว้ศึกษานะ...พูดไปเดี๋ยวหาว่าเราแปลก

                ส่วนผมนะ  เห็นสภาพโหด ๆ อย่างนี้ชอบดูหนังรักมาก ๆ เลย  ยิ่งมาดูกับแฟนด้วยแล้ว...  คนพูดว่าพลางหันไปมองแฟนสาวจากข้างหลังด้วยสายตาใฝ่ฝันหยาดเยิ้ม

                “แฮ่ม ๆ งั้นพี่คงทำลายโอกาสการดูหนังรักของจั่นกับสรแล้วแหละ  ฮ่า ๆ  สองคนนั้นแม้จะกลัวผีแต่รับปากว่าจะตามใจพี่  บอกว่าดูเรื่องอะไรจะก็ดูด้วย”

                “หึ ๆ ไม่มีปัญหาครับ”

                เมื่อถึงเวลาภาพยนตร์ฉาย  ทั้งหมดจึงเข้าไปนั่งประจำที่พร้อมนั่งชมไปเรื่อย ๆ พอมีฉากที่ผีร้ายโผล่ออกมา  ก็มีเสียงร้องตกใจดังออกมาจากผู้ชมหลาย ๆ คนดังเป็นระยะ ๆ

                แค่ศึกษาไว้น่ะ  ดูหนังผีบ่อยก็ไม่ได้ชอบอะไรมากมาย  แต่แค่อยากจะรู้  ว่าผี...มีเหตุผลอะไรที่ติดตามคนเป็น ๆ...แทบจะตลอดเวลา...

                พวกเค้า...ต้องการอะไร ?

                ******************************************************************************

                “อ๊ะ!!!...เฮ้ย...ไอ้สั-!...ใครวะ!  หลังแยกจากกลุ่มของแฟนสาวเดินมาได้สักพัก  ก็มีมือปริศนามาคว้าคอเสื้อดึงเข้าไปที่มุมลับตาด้วยแรงประชากมหาศาลราวกับโกรธกันมาแต่ชาติปางไหน

                “กูเอง”  เสียงปริศนาตอบกลับมาด้วยโทนเย็นเยียบ

                “อ๊ะ...พี่!  มาทำไรวะ  กระชากกันซะแรง  เกือบสวนหมัดใส่พี่รหัสตัวเองแล้วมั้ยล่ะ”  ปั้นจั่นเกือบจะทำอย่างนั้นไปแล้วจริง ๆ แต่โชคดีที่เห็นซะก่อนว่าเป็นคนรู้จักกัน

                “มาเที่ยว...แล้วมึงล่ะ...มาทำไร ?” 

                “โฮ่...นี่ถามหรือขู่วะ  ไปโกรธใครมา ? ผมมาดูหนังกับแฟน”  ตอบพี่รหัสคนสนิทออกไปพลางปัดมือคนพี่ออกจากการดึงคอเสื้อตนเอง

                “ไม่จริง...มึงโกหก  คนนั้นไม่ใช่แฟนมึง”

                “โกหกอะไรล่ะ  นี่พี่เป็นอะไรเนี่ย ? อย่าบอกนะ  ว่าหึงผม...”

                “ไอ้!  หึงส้นตี-มึงสิ  บอกกูมา  มึงรู้จักต้นสนได้ไง  เค้าเป็นแฟนมึงได้ยังไง  ก็ในเมื่อกู..”

                “เฮ้ย! พี่  คนนั้นไม่ใช่แฟนผม  นั่น  เพื่อนแฟน  ครับ  อย่าเข้าใจผิดดิ”

                “แล้วมึงมากันสองคนได้ไง  ทำไมไม่มากับแฟนมึง  แล้วทำไมยืนคุยกันตั้งนานสองนาน  แล้ว...”  เสียงคนพูดกลับมานุ่มหูขึ้นมาบ้างหลังจากได้ทราบความจริง  แต่ก็ถามออกมาแก้เก้อที่ทำโมโหใหญ่โตกับน้องรหัส

                “โห่...เค้ามากันตั้งสามสี่คนพี่ดันไม่เห็นเอง  แฟนผมเค้าไปเลือกของกันแบบผู้หญิงผู้หญิงกับเพื่อนเค้า  ผมเลยยืนเม้าท์กับพี่ต้นสนรอ  แล้วพี่โมโหอะ...ไร...อ๋อ  คนนี้อ่อออ”  ไอ้น้องรหัสตัวดี  อยู่ ๆ ก็ทำหน้ารู้ทัน

                “ไม่ต้องมาแซวกู  กูไม่เขิน...เออ!  เป็นอย่างที่มึงคิดนั่นล่ะ”  ตอบเสียงกระโชกโฮกฮากเพื่อกลบเกลื่อนความอาย  ฉับพลัน  คนเขินอายก็คิดบางอย่างได้ขึ้นมา  จึงยิ้มมุมปากสมใจ

                “...อะไรของพี่ ?...”

                “กูมีเรื่องให้ช่วย...”

 

               

 

 

 

 

 

               

                   

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น