สุดปลายยอดสน

ตอนที่ 19 : คนอ่อนแอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    18 ต.ค. 61

บทที่  19

คนอ่อนแอ


                “ต้นสนไม่มาเรียนแหละแก...มันบอกว่าไม่สบาย..”  บุ้งบอกด้วยเสียงหงอย ๆ

                “อ้าว  มันเป็นไรมากปะ...เมื่อวานเหมือนยังดี ๆ อยู่เลย”  สรกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน  ทั้งสองเดินลงมาจากตึกเรียนพร้อมกัน  แล้วก็เจอกับ...

                “บุ้ง  สร..”  เสียงทุ้มต่ำเรียกรั้งคนทั้งสองไว้

                “อะ...อ้าว  พี่เสกข์เองเหรอคะ”  ไม่ต้องถามก็รู้ว่าคนคนนี้มาที่นี่ทำไม  ก็เพื่อนของเธอทั้งสองคนนั่นแหละที่เป็นเหตุผล...

                “คือว่า...ต้นสนละ ? พี่โทรหาแล้ว...ไม่ยอมรับโทรศัพท์พี่เลย”  คนตัวสูงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล  หลังจากที่กระหน่ำโทรหาต้นสนเกือบ ๆ ร้อยสาย..

                “สนไม่สบายนะค่ะ...คงอยากพักผ่อน  เมื่อวานมีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะ  ทำไมสนไม่กลับมาเรียนช่วงบ่ายเลย..”  สรถามอย่างงุนงง  เมื่อวานเพื่อนของเธอหายเงียบไปเลยไม่กลับมาเรียน  พอวันต่อมาก็กลับไม่สบายไปซะอีก

                “มีคนทำไม่ดีนะซิ...”  หนึ่งในเรื่องที่ไม่ดีก็คือเสกข์ด้วยที่เป็นหนึ่งในนั้นแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป  ขณะที่พูด  เสกข์ก็ปรายสายตาไปมองผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่กับเพื่อนของเธอ...ทำเป็นไม่สนใจ  แต่เสกข์คิดว่าตัวเองเห็น  สายตาน่ารังเกียจที่คอยแอบซ่อนมองมาตั้งแต่ที่ตนก้าวเข้ามาที่คณะนี้แล้ว...

                บุ้งกับสรเลื่อนสายตาตามรุ่นพี่ไป...จีจี้  ผู้หญิงคนนี้มีส่วนเกี่ยวกับการที่ต้นสนหายไปทั้งวันอย่างนั้นหรือ ?  เมื่อพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว  สองสาวก็เริ่มส่งสายตาไม่พอใจไปที่คนที่ตอนนี้กำลังนั่งหัวร่อต่อกระซิกกับเพื่อนอยู่

                เมื่อเห็นสองสาวทำท่าจะพุ่งเข้าไปหาเรื่อง  เสกข์จึงรีบห้ามไว้

                “ไม่ต้อง...เรื่องนี้  พี่จัดการเอง..”

                ว่าแล้ว  คนที่มีดวงตาคมกล้าก็เดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวคนดังกล่าวทันท่วงที...

                คนที่นั่งอยู่กับเพื่อนแม้มีท่าทีไม่สนใจ  แต่สายตาแอบเหลือบมองคนที่เป็นเจ้าของหัวใจมาแสนนาน

                “จี้!  พี่เขาเดินมาทางนี้แหละ  คิก ๆ”  เพื่อนที่รายล้อมคอยเป็นลูกคู่แซวหญิงสาวให้ได้อาย

                “พี่เขาคงมาหาคนอื่นละมั้ง”  คนพูดพูดอย่างไว้ตัว  แสดงออกว่าไม่สนใจมากนักทั้งที่ภายในเต้นริกด้วยความดีใจ...เพื่อนคนอื่นลอบเบ้ปากมองบนกับความดัดจริตของเพื่อนสาว

                เสกข์ก้าวอย่างมั่งคงแล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผู้หญิงสวยคนหนึ่ง...

                “ขอคุยอะไรด้วยหน่อยซิ  ตามพี่มา...”  ว่าแล้วก็ก้าวนำออกไปโดยไม่สนว่าฝ่ายนั้นจะตามมาทันหรือเปล่า

                “รีบไปซิแก...สะใจฉันจริง ๆ ไอ้สนคงตกกระป๋องแล้วเป็นแน่  คิก ๆ”  แม้จะไม่พอใจที่มีหนุ่มหล่อหน้าตาดีมาหลงเสน่ห์เพื่อนของตนที่สวยแต่รูปอีกเช่นเคยแต่ก็ยังรู้สึกสะใจอยู่ดีที่คนที่ไม่มีอะไรแบบต้นสนโดนเขี่ยทิ้งในเวลาอันรวดเร็ว

                “เดี๋ยวฉันมานะ”  จีจี้กล่าวออกมาอย่างสาสมใจ  รีบเดินตามคนที่ออกเดินไปก่อนอย่างรวดเร็ว  หายลับจากสายตาไปทั้งสองคน...

                “อีตอแหล!  ฮ่า ๆๆๆ”  เสียงกล่าวไล่หลังดังตามไปติด ๆ โดยที่คนโดนว่าไม่มีวันได้ยิน

                มิตรภาพเหรอ...มันปลอมด้วยกันทั้งนั้น...

                ******************************************************************************

                จีจี้มองแผ่นหลังของคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าด้วยแววตาหลงใหล  มันกว้าง...ดูอบอุ่น  คนที่ได้พึ่งพาแผ่นหลังนี้  จะต้องอบอุ่น  ปลอดภัย  ตลอดไป...

                พอมาถึงที่ลับตา  เสกข์ก็หันหลังกลับมา...แล้วจ้องมองหญิงสาว  ด้วยดวงตาที่จะเป็นฝันร้ายของหญิงสาวไปตลอดชีวิต...

                “เธอ...ทำร้ายแฟนฉันทำไม...”

                ดวงตาแสนเย็นชา  มองเธอไม่ต่างอะไรกับเศษเสี้ยวฝุ่นละออง...บีบให้หัวใจเจ็บร้าวทรมาน

                “เอ่อ...พี่  พูดอะไรคะ ?”  แม้จะใจเสียไปกว่าครึ่ง  แต่การปั้นหน้าให้เป็นปรกติเป็นเรื่องที่เธอถนัด...แฟนเหรอ ?  หมายถึงไอ้สน ?

                “ไอ้พล...มันแฟนเพื่อนเธอไม่ใช่เหรอ  แบบนี้ก็ได้เหรอ ?  ฮ่า ๆ”  จู่ ๆ คนตัวสูงก็เอ่ยเปลี่ยนมาเป็นอีกเรื่อง  แต่คนฟังรู้ดี...รู้ดีแก่ใจ

                ดวงหน้าสวยเริ่มปั้นไม่อยู่เมื่อรู้ว่าชายในดวงใจรู้ว่าเธอมีอะไรอะไรกับใคร  ไม่สวย  ไม่สง่า...อย่างที่เธอพยายามปั้นแต่ง...หลอกตาคนอื่นมาตลอด

                “เอาเถอะ...ทำไขสือเข้าไป  ทำให้ได้ตลอดละ  ฉันกับเพื่อนจับตาดูเธออยู่..”  กล่าวเหมือนเป็นเรื่องเรื่อยเปื่อยแล้วเดินชนไหล่หญิงสาวจากไป...

                “อ้อ...แล้วก็เลิกตามฉันได้แล้ว  ทีแรกก็สงสัยว่าใคร  เห็นว่าเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนเก่าหรอกนะ...แต่รู้ไว้  โคตรน่ารำคาญเลยว่ะ  หึ!

                จากไปแล้ว  ผู้ชายคนนั้นจากไปแล้ว...เอาหัวใจของเธอไปด้วย

                เอาหัวใจของเธอที่แหลกละเอียด...ติดปลายเท้าคู่นั้นไปด้วย...

                ******************************************************************************

                “ผู้ป่วยมีอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงครับ”  เสียงของแพทย์ผู้วินิจฉัยบอกกล่าวแก่หญิงวัยกลางคน

                “หะ!  แล้ว...แล้วไอ้โรคนี่มันอันตรายมากเหรอคะหมอ  หลานฉัน  หลานฉัน...จะ..”

                “อย่าเพิ่งกังวลครับ  ผู้ป่วยยังรักษาทัน...น้องเพิ่งเป็นแค่เริ่มต้นเท่านั้น  คุณป้าไม่ต้องตกใจนะครับ...”  หมอหนุ่มเริ่มเอ่ยให้กำลังใจกับญาติผู้ป่วยที่เริ่มตีโพยตีพาย

                “แต่อย่างไร  เมื่อน้องฟื้นแล้ว  ผมจะสอบถามอาการอีกทีหนึ่งนะครับ  โชคดีจริง ๆ ที่มารักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ”

                “ขอบคุณมากนะคะหมอ”

                ต้นสนป่วยหนัก...ป้าแหวนนึกโทษตัวเองที่รู้ทั้งรู้ว่าเด็กหนุ่มไม่สบาย  แต่กลับไว้ใจ  คิดวางใจให้เด็กหนุ่มอาการแย่ไปกว่าเดิม...เมื่อเช้า  ต้นสนตื่นสายจนต้องเดินไปตามถึงที่ห้อง  แต่กลับไม่มีการตอบรับผ่านไปนานเข้าก็เริ่มใจไม่ดี  รีบไปหากุญแจสำรองมาเปิดประตู  และพบกับ...ต้นสนที่นอนสลบไม่ได้สติ  คราบอาเจียนเลอะเปรอะเต็มเตียงไปหมด...

                ทุกคนในบ้านตื่นตกใจกันไปหมด  แม้กระทั่งคุณท่านที่แสนเย็นชากับต้นสนยังไม่อาจระงับอาการ  ถึงกับเป็นคนโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลด้วยตนเอง...

                ไม่มีใครรู้ว่าจู่ ๆ เด็กหนุ่มที่แม้จะดูตัวเล็กไปสักหน่อย  เงียบขรึมไปบ้าง  แต่โดยรวมก็ดูสุขภาพดีจะป่วยแบบปัจจุบันทันด่วนขนาดนี้  ในบ้านมีแต่ผู้หญิงอยู่เป็นหลัก  มีผู้ชายก็แค่นายสันต์คนขับรถกับลูกจ้างหนุ่มอีกคนที่ไป ๆ มา ๆ  คุณติกับคุณไววิทย์...กลับเมืองนอกไปแล้ว..

                ป้าแหวนที่อาสามาเฝ้าไข้ต้นสนต้องกลับไปก่อนเพื่อเตรียมเสื้อผ้าสำหรับอยู่เฝ้า  เด็กหนุ่มฟื้นแล้ว...พบว่าตนนอนอยู่เพียงคนเดียว

                ไม่ช้าไม่นาน  พยาบาลสาวสวยคนหนึ่งก็เข้ามาในห้อง

                “อ้าว  ฟื้นแล้วเหรอจ๊ะ  เป็นไงบ้าง ?”

                ต้นสนแม้จะยังมึนงงแต่ก็ตอบกลับไปตามประสาคนมีมารยาท

                “ครับ...ก็  ดีขึ้นแล้ว”  ต้นสนดีขึ้นแล้วจริง ๆ แต่รู้สึกว่ายังอ่อนแรงอยู่มาก...

                “ดีจ๊ะ  นอนพักเยอะ ๆ นะ ไม่ต้องคิดอะไรมาก  เดี๋ยวคุณหมอจะเข้ามาตรวจนะจ๊ะ”  พยาบาลตรวจร่างกายของต้นสนเบื้องต้นแล้วก็จากไป  ปล่อยต้นสนนอนนิ่ง ๆ อยู่เพียงคนเดียว

                ไม่รู้ว่าเพื่อน ๆ ที่มหาลัยจะว่ายังไง  หายมาไม่บอกใครสักคน...ดวงตาของคนนอนอยู่พลันเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ของตนเอง  จึงหยิบมาและโทรออกไปหาเพื่อนทั้งสอง...เลือกเมินเฉยสายที่ไม่ได้รับก่อนหน้านี้...

                หลังจากวางโทรศัพท์ได้ไม่นานก็มีคนเปิดประตูเข้ามาก่อน...เป็นผู้ชาย  หน้าตาท่าทางดูอ่อนโยน  จนคนมองรู้สึกไว้วางใจ...มาพร้อมกับพยาบาลคนก่อนหน้า..

                “เป็นไงบ้างคนเก่ง...ยังปวดหัวไหมครับ  คลื่นไส้หรือเปล่า ?”  ปากถามมือไม้ก็จับชีพจร  ใช้เครื่องมือฟังหัวใจอย่างคล่องแคล่ว

                “พี่หมอถามตามตรงนะ  ไม่ต้องกลัวนะครับ  พี่พยาบาลก็ใจดี...”  หมอหนุ่มเริ่มเกริ่นหลอกล่อประหนึ่งว่าต้นสนเป็นเด็กเล็ก ๆ จึงได้แต่ทำหน้าสงสัยกลับไป..

                “พี่หมอตรวจพบสารเสพติดตกค้างในทางเดินหายใจ  มันทำให้ร่างกายเรารับไม่ไหว  ส่งผลต่อระบบประสาทของเราทำให้ร่างกายเรามีอาการอ่อนแรง...อีกอย่าง  ร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์...ต้นสน  ถูกใครทำร้ายมาหรือเปล่า  บอกพี่หมอได้นะ”  ที่หมอหนุ่มถามเช่นนี้เพราะตรวจพบว่าคนไข้ของตนมีคลื่นหัวใจที่เต้นถี่มาก...แสดงถึงความเครียดอย่างหนัก  จนส่งผลให้เกิดอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงขึ้นมา...

                “ผม...”  ต้นสนไม่รู้จะเรียบเรียงเรื่องราวอย่างไรดี  เรื่องราวมันสับสนวุ่นวายไปหมด...

                “หมออย่าบอกใครนะครับ...”

                “ครับ  พี่หมอสัญญา  พี่พยาบาลใจดีก็ด้วย  จริงไหมครับ”  หมอหนุ่มทำท่าดีใจราวกับว่าฝ่ายที่ตนหลอกล่อเป็นเด็กเล็ก ๆ ทำให้ต้นสนหลุดยิ้มออกมา...นี่ละมั้ง  เรียกว่าจิตวิทยา  สามารถทำให้คนสบายใจได้...

พี่พยาบาลก็ยิ้มรับคำพูดของคุณหมอเป็นอย่างดี  ต้นสนจึงตัดสินใจเล่าให้ฟัง...

“คือว่า...ตอนอยู่ที่มหาลัย  มีคนเอาบางอย่างให้ผมสูดดม  กลิ่นมันฉุนในตอนแรก...แล้วก็หวานหอมแปลก ๆ ผมรู้สึกหมดแรง  ไม่มีแรงเลยตอนนั้น...แต่ว่ามีคนมาช่วยผม  เขาเป็น...แฟนผมเอง..”  คนตัวเล็กก้มหน้าลงเมื่อได้กล่าวคำสุดท้าย...มันคงดีที่สุดแล้ว

“เขาไม่ได้ทำรุนแรงใช่ไหม  รู้สึกว่าโดนบังคับหรือเปล่าครับ...แล้วคนพวกนั้น  ต้นสนต้องการเอาเรื่องไหม  พี่หมอจะแจ้งตำรวจให้  ไม่มีใครรู้...จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้อีก..”

“แต่ผม...แต่ผมจำคนคนนั้นไม่ได้...ผมไม่อยากยุ่งอีกแล้ว  เอ่อ...แต่ว่า  แฟนผม...เขา...เอ่อ  ผมเต็มใจ...”  ต้นสนกล่าวออกมาอย่างกระดากอายเป็นที่สุด  เรื่องแรก...การบอกว่าผู้ชายคนนั้นเป็นแฟน  เรื่องที่สอง  เรื่องที่ตัวเอง...เต็มใจ ?

“ครับ...พี่หมอเชื่อ  เราเลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่า...ได้เวลาทานข้าวแล้ว  ดูซิ  น่ากินทั้งนั้นเลย...”  คุณหมอชี้ชวนให้คนไข้ของตนมองดูอาหารของโรงพยาบาลซึ่งเป็นอาหารอ่อนก่อนจะขอตัวจากไป

มาดอบอุ่นอ่อนโยนถูกโยนทั้งไปเมื่อพ้นจากห้องพักของผู้ป่วย...ชายหนุ่มหันมากล่าวเอาการเอางานกับพยาบาลคนเก่ง 

“เดี๋ยวคนไข้กินข้าวกินยาเสร็จ...ก็ให้ยาคลายเครียดด้วยนะครับ  คนไข้จะได้หลับสบาย..”

“ค่ะคุณหมอ”

เต็มใจเหรอ...คนไข้คนนี้โกหกได้ไม่เนียนเลย  คนเป็นหมอดูออกทุกอย่าง  ร่างกายที่แข็งเกร็ง  คิ้วที่ขมวดตลอดเวลา...

มันมีอะไรมากกว่านั้น...ระหว่างคนไข้อยู่ที่นี่  หมออย่างตนคงต้องเฝ้าดูต่อไป..

ทำได้แค่เฝ้าดูต่อไป...

******************************************************************************

หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว  ต้นสนก็โดนจับฉีดยาเข็มใหญ่แล้วก็เผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้...เสียงเปิดประตูเพียงแผ่วเบา  พร้อมกับการก้าวเข้ามาของคนคนหนึ่ง...

“นี่เหรอ  สิ่งที่แกเหลือไว้ให้ฉัน ?”  แววตาคนมองจับจ้องไปที่คนที่หลับสนิทอยู่บนเตียง...ด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งชัง...

“อ่อนแอ...น่าสมเพช  แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์เอามันไปจากฉัน...”  มืออบอุ่นค่อย ๆ ลูบโลมใบหน้าคนนอนหลับอย่างทะนุถนอม

“แกไม่มีสิทธิ์...”

กล่าวจบแค่นั้นก็เดินจากมา  ระหว่างทางก็สวนกับคนที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี...

“อะ  อ้าว  คุณท่า-!...”

“เงียบนะ!...มีอะไรค่อยไปคุยกันที่บ้าน...”  ว่าแล้วก็เดินจากไปไม่ยอมหันกลับมาอีก  ปล่อยคนที่มาเฝ้าไข้ได้แต่ยืนงงอยู่ที่หน้าประตูห้องคนป่วย...

“อะไรของคุณท่านกันนะ ?”

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น