สุดปลายยอดสน

ตอนที่ 18 : คนเตือนความจำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ต.ค. 61

บทที่  18

คนเตือนความจำ

 

                ภายในรถหรูที่ขับไปอย่างเรียบเรื่อย  ทั้งคนขับและคนที่นั่งมาด้วย...ไม่มีใครปริปากพูดอะไรกันเลยตลอดทาง

                แต่คนขับเหมือนจะทนไม่ไหว  เอ่ยปากพูดกับคนที่นั่งข้าง ๆ ออกมาก่อน

                “สน...สนครับ  ไหวหรือเปล่า  พี่บอกให้นอนพักก็ไม่ยอม”  ปากถามมือไม้ก็เอื้อมมาลูบมาโลมตั้งแต่ใบหน้าจนทั่วแขนขาเพื่อสำรวจอุณหภูมิ...การจับเนื้อต้องตัวเป็นไปอย่างถือสิทธิ์มากขึ้นกว่าแต่ก่อนด้วยว่าล่วงล้ำมาแล้วทั้งตัว...

                ต้นสนไม่ตอบอะไรกลับไป  ใบหน้าพิงซบอยู่กับเบาะอย่างหมดเรี่ยวแรง  ฤทธิ์ยาหมดไปตั้งแต่สองชั่วโมงแรก...แต่ตอนมีสติขึ้นเต็มร้อย  ก็ยังถูกพี่ชายข้าง ๆ รุกรานไม่ยอมหยุด...

                อย่างที่เคยบอกในตอนแรก  ต้นสนไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันใครกันแน่ที่ผิด  นอกจากผีที่ตามมาอาฆาตตน...แล้วคนพวกนั้นอีก...ทำไมนะ  ทำไมถึงทำร้ายกันได้กลางวันแสก ๆ ไม่กลัวบาปกลัวกรรม..

                “เหนื่อยเหรอครับ...งั้นนอนหลับไปก่อนนะ  ถึงแล้วพี่จะปลุก..”  เมื่อเห็นว่าคนข้าง ๆ ไม่ยอมตอบคล้ายกับว่าไม่อยากให้ยุ่งกับโลกส่วนตัวเท่าใดนักจึงยอมล่าถอยออกมาก่อน  แล้วเอ่ยตัดบทอย่างเอาอกเอาใจ  หันมาตั้งใจขับรถมุ่งสู่มหาวิทยาลัยอย่างช้า ๆ...

                ผู้ชายคนนี้ละ...พี่เสกข์  คนคนนี้ถือว่าทำร้ายเราด้วยหรือเปล่า ?   คำถามดังขึ้นซ้ำไปซ้ำมาอยู่ข้างในใจของคนที่นั่งนิ่งเฉย...เราต้องทำยังไง  ต้องโกรธไหม ?  ต้องเกลียด...

                ต้นสนชะงักในใจ  เกลียดเหรอ...ที่มั่นใจอยู่สิ่งหนึ่งคือ  ไม่ได้เกลียด...แต่มันมีความรู้สึกที่ว่าเข้าหน้าไม่ติด  ไม่อยากพบหน้า...ไม่อยากพูดด้วย  มันชา...มันชาไปหมด...

                เสกข์เหลือบมองคนที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ ที่ตอนนี้นอนพิงกระจกไปแล้ว  จึงค่อย ๆ ชะลอรถจอดข้างทาง  ควานหาผ้าจากหลังรถมาพับให้หนาแล้วรองศีรษะกันกระแทก

                “พี่ไม่ใช่คนดี...”  กระซิบกับคนนอนหมดแรงเบา ๆ ดูเหมือนตอนนี้  ต้นสนจะมีไข้ขึ้นมาแล้ว...

                ทุกอย่างอาจเป็นเพราะคนชั่วนั่นมันเริ่มก่อ...แต่คนที่ได้สานต่อก็คือเสกข์  เรื่องหลังจากนั้นเสกข์รู้ตัวดี  ตั้งใจทำทุกอย่าง...มีอย่างหนึ่งที่ต้นสนต้องรู้ไว้คือ  เสกข์ไม่ใช่คนดี  เป็นคนฉวยโอกาส...และหลังจากนี้มันจะไม่มีคำว่าต้องห่างกันอีก 

                ตอนนี้ต้นสนไม่อาจไม่ยอมรับสถานะที่เปลี่ยนไปนี้...เสกข์ถือว่ามีสิทธิ์เต็มที่  ทางร่างกายเป็นสิ่งที่แน่นอนอยู่แล้ว  แต่ทางหัวใจก็เป็นอีกเรื่อง...

                หลังจากที่ผ่านบทรักด้วยกันมาครั้งแล้วครั้งเล่า...คนตัวเล็กที่หมดแรงมานานได้แต่นอนตาปรือฉ่ำน้ำ  สติแทบขาดดับได้ทุกเมื่อ  ในขณะที่คนตัวใหญ่ยังคงเฝ้าตักตวงอยู่เรื่อย ๆ

                ขณะที่นอนแนบแอบอิงกันอยู่นั้น  คนที่นอนหมดแรงอยู่ในอ้อมกอดที่อุ่นจนร้อนก็สะดุ้งสุดตัว  ผลักคนที่กกกอดออกอย่างสุดแรง  แล้วฝืนลุกขึ้นโดยไม่บอกกล่าวอะไร  เสกข์ต้องทั้งปลอบทั้งขู่อยู่นานกว่าคนตัวเล็กจะปริปากพูดด้วย...

                “ผมต้องรีบกลับ...คนที่บ้านจะรอ..”

                เสกข์เกลี้ยกล่อมอยู่นานคนตัวเล็กก็ไม่ยอมอ่อนข้อ  บอกว่าจะกลับท่าเดียว  สุดท้ายก็ยอมใจอ่อนพามาส่งทั้ง ๆ ที่ก็เกือบจะห้าโมงเย็นเข้าไปแล้ว...

                คนอ่อนแรงค่อยสงบลงยอมให้คนที่รังแกตัวเองช้อนอุ้มไปอาบน้ำอาบท่า...ทุกซอกทุกมุมถูกผู้ชายอีกคนขัดถูอย่างจาบจ้วงแต่ไม่มีแรงห้ามปรามอะไร...

                กว่าทั้งสองจะมาถึงมหาวิทยาลัยก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว  ผู้คนก็มีบางตาลงมาก...

                เสกข์จอดรถลงที่ข้างหน้าคณะมนุษยศาสตร์  มองคนที่ยังคงอยู่ในห้วงนิทรา...เอื้อมมือไปแตะตัวก็พบว่าร้อนมาก ๆ จึงเผยสีหน้ากังวลออกมา

                “สน...สนครับ  ได้ยินพี่ไหม..”

                คนที่ถูกพิษไข้ห้อมล้อมสติ  ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาช้า ๆ คอฝืดเฝื่อนและเจ็บปวดเป็นที่สุด  แต่ก็ค่อย ๆ ฝืนเปิดประตูรถออกไปเมื่อเหลือบเห็นแล้วว่าลุงสันต์จอดรถรออยู่...

                “เดี๋ยว...จะไม่พูดกับพี่หน่อยเหรอ  โกรธพี่...เกลียดพี่ไปแล้วเหรอ..”

                “ผมจะกลับ...ปล่อย..”

                ต้นสนไม่อยากคิดอะไรแล้วตอนนี้...เพียงแค่อยากล้มตัวลงนอนนิ่ง ๆ ไม่อยากทำอะไรแล้วจริง ๆ แม้แต่เรื่องของคนตรงหน้า...

                ลุงสันต์เดินตรงมาเมื่อเห็นต้นสนเปิดประตูทำท่าจะลงจากรถ...แต่ดูเหมือนผู้ชายอีกคนจะมีปัญหาอะไรสักอย่าง...จึงเดินตรงไปอย่างเป็นห่วงเป็นใย

                เสียงเคาะกระจกสองสามทีดังขึ้นเป็นสัญญาณให้ทั้งสองหยุดยื้อยุดกัน  ต้นสนฉวยโอกาสนั้นรีบลงจากรถลงมายืนข้างลุงสันต์...ส่วนคนบนรถเพียงแค่ยกมือไหว้คนสูงอายุที่มองมาอย่างไม่ไว้ใจ  เสกข์เห็นว่ามีคนนอกมายุ่งเกี่ยวเสียแล้วเลยตัดสินใจยอมเลิกราแต่เพียงเท่านี้  แล้วค่อย ๆ ขับรถจากไป...

                “สน  เขาทำอะไรสนหรือเปล่า...สนดูท่าทางไม่ดีเลยลูก...”  ลุงสันต์สังเกตเห็นท่าทางของคนที่นับเป็นลูกหลานดูหมดเรี่ยวหมดแรง  หน้าตาก็ดูซีดเซียวไม่สบายอย่างชัดเจน..

                “ผม...แค่ไม่สบายนะครับ  เขาไม่ได้ทำอะไร”  ต้นสนไม่กล้าบอก  ให้ตายอย่างไรก็ไม่กล้าบอก

                “แต่สนดู...”

                “เรารีบกลับกันเถอะครับ...ลุงรอนานหรือยัง  ขอโทษที่ผมมาช้า..”  รีบกล่าวตัดบทเพราะไม่อยากอธิบายอะไร  ยิ่งพูดอะไรออกไปตอนนี้ก็มีแต่เรื่องที่โกหก  ต้นสนรู้สึกว่าช่วงนี้ตัวเองมีแต่เรื่องยุ่ง ๆ แถมยังโกหกอยู่บ่อย ๆ จนกลายเป็นคนเลว ๆ คนหนึ่งชอบกล..

                “ไม่นานหรอกลูก  เรากลับกันเถอะ”  เหมือนคนสูงวัยจะสัมผัสได้ถึงความไม่สบายใจบางอย่างจากเด็กหนุ่มจึงยอมตามใจไม่คาดคั้นอะไรอีก...

                พอขึ้นมาบนรถ...ต้นสนโล่งใจขึ้นมานิดหน่อยเพราะว่าไม่มีเจ้านายอีกคน...คุณติ  มาคอยจ้องจับผิดอะไร  ไม่งั้นวันนี้  ต้นสนต้องแย่แน่ ๆ

                พอขึ้นมาบนรถ  ต้นสนก็วูบหลับไปทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อนจากกิจกรรมบางอย่างที่ผ่านพ้นไปไม่นานและฤทธิ์ไข้ที่เริ่มรุมเร้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ทันได้ฟังว่าผู้เป็นลุงชวนพูดคุยว่าอะไรอีกต่อไป..

                ******************************************************************************

                พอกลับถึงบ้าน  ต้นสนยืนยันกับลุงสันต์และป้าแหวนอย่างแข็งขันว่าไม่ไปโรงพยาบาล  ลุงกับป้ารบเร้าอยู่นานจนต้องยอมแพ้  หาน้ำหายาให้เสร็จสรรพ  เช็ดเนื้อเช็ดตัวจึงได้ปล่อยให้เด็กหนุ่มพักผ่อน...

                ต้นสนนอนฝันร้าย...ฝันเห็นตึกวิศวกรรมศาสตร์  ที่มีผู้หญิงน่ากลัวคนนั้นอยู่

                ผู้หญิงคนนั้นยืนอยู่ที่เดิม...ในฝันนั้นเธอสวยมาก  แต่ต้นสนก็รู้โดยทันทีว่าเธอเป็นคนคนเดียวกับที่ตามรังควาญต้นสนมาโดยตลอด  ผีตนนั้น...ที่มีใบหน้าที่หน้ากลัว  เมื่อตอนมีชีวิต...เป็นคนที่สวยมาก ๆ

                ผู้หญิงคนนั้นยืนหันหน้าออกมามองวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่าง  ยืนยิ้มอย่างมีความสุข  ทันใดนั้น...ก็มีแขนของใครบางคน  เป็นแขนของผู้ชาย...ต้นสนเห็นไม่ชัด  เห็นแต่เพียงแขนที่ดูก็รู้ว่าเป็นแขนของผู้ชายคนหนึ่ง...เอื้อมมาโอบกอดหญิงสาวคนนั้นจากทางด้านหลัง  เธอคนนั้นทำท่าเอียงอายแต่ก็ยอมยืนนิ่ง ๆ ให้อีกฝ่ายกกกอด

                แต่แล้ว  การกกกอดกันอย่างโรแมนติกอบอุ่นก็กลายเป็น...ฉากร่วมเพศที่น่าไม่อาย  มือของฝ่ายชายที่เกาะเกี่ยวที่เอวค่อย ๆ เลื่อนขึ้นสูง...เคล้นคลึงอกเต่งตึงภายใต้เสื้อนักศึกษา  ฝ่ายหญิงสาวสะดุ้งตกใจเพียงเล็กน้อย  จากนั้น...ก็มีสีหน้ายินยอม  และยินดี

                การกระทำหน้าอายไม่หยุดเพียงเท่านั้น...ผู้ชายที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังค่อย ๆ แกะกระดุมเสื้อของหญิงสาวออก  ปลดเปลื้องทั้งเสื้อข้างนอกและข้างใน  เพื่อสัมผัสกับสัญลักษณ์ความเป็นหญิงโดยตรง...เสียงคราง  เสียงบดจูบช่างดังเสียดหู  ยังไม่หยุดแค่นั้น...ผู้ชายที่อยู่ข้างหลังค่อย ๆ ถกกระโปรงนักศึกษาของฝ่ายหญิงขึ้น  แล้วสอดใส่ความเป็นชายเข้าไปในทันที..

                ทั้งสองกระแทกกระทั้นกันอยู่ที่ริมหน้าต่างประหนึ่งว่านี่เป็นที่ส่วนตัว  จะทำเรื่องอะไร ๆ ก็ไม่เกรงกลัวไม่เกรงใจ...ต้นสนเหมือนถูกบังคับจากสิ่งที่มองไม่เห็นให้หยุดมองกิจกรรมวาบหวามตรงหน้า  ใจไม่เกิดอารมณ์ต้องการจากภาพที่เห็น  แต่กลับรู้สึกหวาดกลัวและรังเกียจจนแทบอยากอาเจียน...

                แต่แล้วภาพทุกอย่างก็เปลี่ยนไป...ผู้หญิงแสนสวยที่ทำสีหน้าท่าทางสุขสมเสียเต็มประดา...ทำไม  ทำไมกลายเป็นต้นสนไปได้! 

                ต้นสนมองตัวเองถูกชำเราอย่างตกตะลึง...ไม่  คนคนนั้นไม่ใช่เรา!  ไม่!

                ต้นสนในภาพฝันนั้นยืนเกาะเกี่ยวขอบหน้าต่าง  แอ่นร่างกายส่วนล่างให้คนด้านหลังรุกรานอย่างเต็มใจ!  เสียงร้องที่แหลมเล็กกลับกลายเป็นเสียงร้องที่คุ้นหู...เพราะมันเป็นเสียงของต้นสนเอง..

                “ส...สน...”

                “...!!!...” 

                “แฮ่ก...แฮ่ก...”  ต้นสนสะดุ้งตื่นคล้ายว่ามีเสียงคนเรียกชื่อ  ความทรมานจากฝันร้ายพาให้หอบหายใจอย่างรุนแรง  เหงื่อไหลโทรมกายท่วมไปหมดทั้ง ๆ ที่รู้สึกหนาวสั่น...ความปวดหัวจนแทบตั้งศีรษะไม่ตรงทำให้เจ้าตัวรู้สึกแย่ไปอีก

                ซ้ำร้าย...ความรู้สึกอยากอาเจียนก็พุ่งจู่โจมโดยฉับพลัน  ต้นสนใช้มือหนึ่งอุดปากไว้เพื่อกลั้นอาเจียน  ในขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ กระเสือกกระสนลงจากเตียงเพื่อตรงไปที่ห้องน้ำ

                “...!!!?...”

                “สน...ต้น...ส...สน..”

                “..อ้วก!!!  แหวะ...แค่ก...อึก..ฮือ..! 

                ต้นสนไม่ทันได้ก้าวขาลงจากเตียง...ความรู้สึกหนาวยะเยือกพุ่งเข้าโจมตีโดยฉับพลัน  พร้อมกับการปรากฏขึ้นของเงาคนพร้อมเสียงเรียกชื่อ...ที่ปลายเตียง...

                อาเจียนที่พยายามกลั้นไว้อย่างเต็มที่พุ่งออกมาเลอะเต็มเตียง...ต้นสนอาเจียนทุกอย่างออกมาอย่างไม่อาจหักห้ามได้  ความทุกข์ทรมานทั้งหมดถาโถมเข้ามาจนจิตใจยากรับไหว..

                สติของเด็กหนุ่มพลันดับวูบลงไปพร้อมกับอดีตบางอย่าง...ที่ถูกปลุกขึ้นมา..

 

                “กลัวอะไรครับ  คนเก่ง  หรือห้องมืดไป  ถ้างั้น...คืนนี้เราเปิดไฟนอนกันดีมั้ย ?”

                “...”

                “..................................”

“ทำไมละครับ  เปิดไฟไม่ดีเหรอ  ไฟสว่าง ๆ...........................” 

                “ไม่เอาอะ  มัน...จะชัดไป  หนูเห็นหมดแน่ ๆ”

                “เห็นอะไร  หืม ?  บอกแม่มาสิ  ....................................”



“หนูเห็นคน...ปลายเตียงนู่นแน่ะ”

               

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #2 Maya^^ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 23:13

    สนุกนะคะ ติดตาม เป็นกำลังใจให้ค่ะ ????

    #2
    1
    • #2-1 BlueBayou(จากตอนที่ 18)
      18 ตุลาคม 2561 / 16:28
      ขอบคุณมาก ๆ ค่า
      #2-1