สุดปลายยอดสน

ตอนที่ 14 : คนในความลับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

บทที่  14

คนในความลับ

“เสกข์”

“....”

“เสกข์...?”

“...”  เป็นใครกันนะ ?

“ไอ้เสกข์!!!

“...!!!...อะไร!  ไอ้ห่-  ตกใจหมด!

“เออ!...ไอ้คนขวัญอ่อน  กูเรียกอยู่ตั้งนาน  แล้วมึงมานั่งทำอะไรที่ตึกสี่นี่วะ ? เราไม่มีเรียนที่นี่นะ...หรือมานั่งเล่น  ?”  มาร์คถามเพื่อนสนิทที่เดี๋ยวนี้ชอบหายหน้าหายตาเป็นประจำ...อย่างว่าแหละ  คนมันมีความรัก  ก็ติดว่าที่แฟนเป็นธรรมดา..

“กูมีเรื่องที่ต้องคิด...”  ว่าพลางทำหน้าเคร่งเครียดครุ่นคิดอย่างหนัก

“คิดอะไรของมึง ?”  ถามเพื่อนอย่างไม่ใคร่ใส่ใจ...อย่างมันจะคิดเรื่องอะไรได้  ถ้าไม่ใส่เรื่องน้องสนของมัน...

“มึงเชื่อเรื่องผีไหม ?”  จู่ ๆ เสกข์ก็ถามเพื่อนออกมา  พาให้อีกฝ่ายทำสีหน้างง ๆ

“ห๊ะ!...อะไรวะ  ผีอะไร ?”  ทั้งกลุ่มที่คบกันมาหลายปีไม่เคยพูดถึงเรื่องแบบนี้กันสักครั้งจึงทำให้มาร์คอดสงสัยเพื่อนไม่ได้...พักนี้ดูแปลก ๆ  “เอ่อ...ก็ไม่รู้วะ  ถามทำไมวะ ?”

“กูว่ากูเจอ...ที่นี่แหละ...ตึกสี่”

“ห๊ะ...ที่คนเขาเล่า ๆ กันนี่ปะ ? เรื่องที่มีคนตาย..”  ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นกันหรอกเหรอ ?

“เออ...วันนั้น...”  ตัดสินใจเล่าให้เพื่อนฟังถึงเรื่องที่ประสบมากับคนในดวงใจ...โคตรน่ากลัวเลยวันนั้น

“จริงดิ !? เออ  แต่ถ้าเป็นแบบที่มึงว่า...มันน่าแปลกจริง ๆ ถ้ามีเอ่อ...อย่างที่มึงเล่า  มันก็ต้องมีคนตายจริง ๆ แต่ทำไม  ข่าวคราวอะไรไม่มีเลย...แล้วใครเสือกรู้เอามาเล่าต่อ ๆ กันให้คนในคณะฟังวะ ?”  มาร์คพูดไปขนลุกไป  เชื่อเรื่องที่เพื่อนเล่าอย่างสนิทใจเพราะรู้ว่าเสกข์ไม่ใช่คนพูดเล่น  แล้วมันก็ไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้มาก่อน...

“งี้น้องก็มีสัมผัส...ไอ้พวก  อะไรแบบนี้อะดิ..”

“ไม่รู้...กูไม่ได้ถามละเอียด  ฟังแค่ที่น้องเล่า  วันนั้น  วันที่เราเจอน้องที่ข้างตึกอะ...”

“เชี่-  ไมมึงเล่าเรื่องได้น่าขนลุกขนาดนี้วะ...กูฟังคนอื่นมาจนจะเรียนจบ  ยังไม่เท่ามึงเล่าให้ฟังเลย  น่ากลัวสั-!

“เออ...กูอาจมีพรสวรรค์ทางด้านนี้ก็ได้  ฮ่า ๆ”  เสกข์พูดออกมาอย่างผ่อนคลายเมื่อเห็นความขี้กลัวของเพื่อนสนิท  “เออ  มึงรู้เรื่องแล้วก็ดี...มาช่วยกูสืบ..”

“โห่...ไอ้เหี้-  บิ้วอารมณ์กูซะขนาดนี้  ยังมีหน้ามาให้กูสืบ...เห็นถึกแบบนี้ก็กลัวผีเป็นเหมือนกันนะโว้ย...”  คนร่างใหญ่ใช้มือไม้ลูบแขนแล้วมองไปรอบบริเวณ  เพิ่งจะสังเกตว่าตึกนี้  จริง ๆ แล้วก็น่ากลัวอย่างที่เพื่อนบอกจริง ๆ  ยิ่งใกล้เวลาโพล้เพล้...ก็ดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่...

“เถอะน่า...ช่วยกู..”

“เออ ๆ...”

******************************************************************************

ช่วงนี้มันถี่ขึ้น...

ต้นสนรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่าง...ที่เคยหายไปนานแล้ว  มันกลับมาอีกครั้ง...กลับเข้ามาในชีวิตที่เงียบสงบมานาน...

มันเริ่มจากเช้าวันหนึ่ง  เวลาตีห้ากว่า...ภายในครัวที่มืดมิด  มีเพียงแสงไฟสลัวจากบริเวณทางเดินส่องลอดเข้ามาภายในห้องครัวที่ยังไม่มีใครเข้ามาใช้งาน...

“ป้าแหวนครับ ? ทำไมไม่เปิดไฟ...”  ต้นสนกล่าวทักคนที่ยืนหันหลังอยู่ที่ซิงก์ล้างจานเงียบแล้วหันหลังไปเปิดไฟ...

“...!!!???...”  ไม่มี...พอเปิดไฟจนห้องครัวสว่างถ้วนทั่วแล้ว  ไม่มีใคร...ยืนอยู่ตรงนั้น..

และหลาย ๆ ครั้ง  ต้นสนมักเห็นสิ่งที่...คล้ายว่าเป็นคน  พอเผลอเอ่ยทักออกไป...ก็เหมือนจะไม่มีใครอยู่จริง ๆ...

 

“ไปเรียนเหรอ...”  เสียงเรียบเย็นเอ่ยทักจากคนที่อยู่บนรถหรูหรา...

“เอ่อ...ครับ  สวัสดีครับ”  ยกมือไหว้คนสูงวัยแล้วเตรียมจะเรียกรถเพื่อนั่งไปเรียน...

“ขึ้นมาซิ...เดี๋ยวฉันจะไปส่ง”

“ไม่เป็นไรครับ  คุณติไปทำงานเถอะ...”  นี่ก็อีกคน...ทำไมมาจุ้นจ้านกับเราแปลก ๆ นะ  แถมยังดุอย่างกับพ่อ...คอยจู้จี้อยู่เสมอ ๆ

“ขึ้นมา...โตมาได้อย่างไร  ทำไมดื้อนัก...”  ลงท้ายด้วยเสียงแผ่วเบาแต่คนถูกว่าก็ได้ยินอยู่ดี...

“ครับ...ขอบคุณครับ”  ไม่กล้าปฏิเสธอะไรอีกด้วยกลัวโดนตำหนิ

“ลุงบอกแล้วว่าจะไปส่ง...อย่างนี้ละครับคุณติ  ชอบดื้อจะไปเองอยู่เรื่อย..”  ประโยคแรกลุงสันต์พูดกับต้นสนแล้วก็หันไปรายงานเจ้านายว่ามีเด็กดื้อชอบทำอะไร ๆ เกินตัวเสมอ

“ก็อย่างนี้แหละครับ...พวกเด็กวัยรุ่น  ชอบทำอะไรลับหลัง...กลัวผู้ใหญ่จะรู้...”

โดนตำหนิเรื่องนั้นจนได้...แต่ต้นสนไม่ได้รู้สึกไม่พอใจที่โดนว่าเช่นนี้  กลับรู้สึกละอายที่เผลอทำอะไรแบบนั้น...แล้วมีผู้ใหญ่มาเห็น

 

เมื่อถึงมหาวิทยาลัย  ต้นสนไม่คิดว่าคุณติจะให้ลุงสันต์ขับเข้ามาจอดส่งถึงหน้าคณะ  ความไม่คุ้นชินทำให้รู้สึกเก้อกระดาก

และเมื่อเห็นว่าใครมายืนรออยู่ข้างหน้า  ความรู้สึกเหมือนเด็กที่โดนจับได้ว่าทำความผิดก็ทำให้ต้นสนไม่อาจยิ้มรับคนที่มายืนคอยแต่เช้าตรู่...

“สวัสดีครับคุณติ...ลุงสันต์”

“เดี๋ยว..”  ขณะที่กำลังก้าวขาออกจากรถ ผู้ใหญ่ที่นั่งหน้าดุอยู่ในรถก็เอ่ยรั้งไว้เสียก่อน

“ตอนเย็นให้ลุงสันต์มารับ...”

“เอ่อ...ไม่ดี...”  กำลังจะปฏิเสธ  คนสั่งก็หันไปหาลุงสันต์  ไม่หันมาสนใจต้นสนอีก

“ลุงสันต์...ทำตามที่ผมสั่งด้วยนะครับ  กลับไปผมต้องเห็นเด็กคนนี้มาพร้อมกับลุง..”

“ได้ครับคุณติ”

                แล้วคนอย่างผมจะเถียงอะไรได้ละ  นอกจากก้มหน้าทำตาม...รู้สึกอึดอัดชอบกล

                พอลงจากรถได้  ต้นสนก็ต้องเดินไปหาคนที่มายืนรออยู่แล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...คุณติต้องเห็นแล้วแน่เลย...

                โดยไม่ทันสังเกต  ต้นสนไม่ได้เห็นว่าคนในรถเปิดกระจกลงมา...สายตาจ้องมองมาทางไอ้หนุ่มนักศึกษาที่มายืนรอต้นสน  สายตามีแววมองประเมินอย่างชัดเจน..

                ตอนแรกเสกข์ทำท่าจะยกมือไหว้เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายน่าจะเป็นผู้ใหญ่กว่า...แต่เมื่อเห็นสายตาที่มีแววข่มขู่รู้ทันบางอย่าง  มือก็แข็งชะงักไป

                รถหรูแล่นออกไปไกลแล้ว  ต้นสนจึงหันมาหาคนที่มายืนรออยู่ถึงหน้าคณะ

                “พี่...มาหาผมเหรอครับ”

                “ครับ...ต้นสน  ใครมาส่งเหรอครับ ? วันนี้”  กลัวจะเป็นอย่างที่คิดไปไกล  ผู้ชายคนนั้นดูเหนือกว่าตนทุกอย่าง...ที่สำคัญคงเป็นพวกทำงานแล้ว  มั่นคงกว่ากันเป็นไหน ๆ

                “เจ้านายนะครับ...เป็นทางผ่าน  เลยให้ติดรถมาด้วย”  ต้นสนตอบไปตามความจริง  ไม่รู้สักนิดว่ามีคนกำลังหึงหวงตัวเองอยู่...

                “อ๋อ...ครับ  พี่มาชวนไปทานข้าว  ไปนะครับ..”  แม้จะคิดมากเรื่องผู้ชายบนรถหรู  แต่ก็ไม่อยากเซ้าซี้ให้มากความเป็นผู้หญิงขี้หึง  เสกข์เลือกปัดเรื่องนั้นทิ้งไปก่อนแล้วบอกเจตนาของตนที่มาดักรอแต่เช้าตรู่

                “แต่ผมมีเรียนนะครับ...ต้องขึ้นไปเตรียมนำเสนองานด้วย..”  คนตัวเล็กทำหน้ารู้สึกผิดสุดหัวใจที่ต้องให้ผู้ชายคนนี้คอยเก้อ

                “เอ่อ...เหรอครับ  งั้นตั้งใจเรียนนะ..”  ว่าออกมาด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ

                ต้นสนกลัวว่าผู้ชายคนนี้จะคิดว่าตนไม่อยากใช้เวลาอยู่ด้วย  เมื่อนึกได้ว่ามีเวลาว่างกลางวัน...

                “พี่เสกข์...ตอนกลางวัน...”  คนพูดก้มหน้าก้มตา...แก้มแดงจัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

                “ครับ...”  คนรับคำหัวใจพองโตเมื่อเห็นท่าทางเขินอายนั้น...เต็มสองตา

                “ตอนกลางวัน...พี่ว่างไหมครับ ?”

                หัวใจของคนตัวใหญ่ดังถูกขโมยออกจากทรวง...เมื่อดวงตากลมใสช้อนมองขึ้นสบ  พร้อมเอ่ยคำที่ส่อเค้าให้ความหวัง...

                “ว่าง...ว่างครับ  พี่ว่างทั้งวัน...”  ว่างเสียที่ไหน...มีเรียนจนถึงห้าโมงเย็นนู่น...แต่ขอหน่อยเถอะ  นาน ๆ ถึงจะมีโอกาสสักที..

                “งั้น...เดี๋ยวผมโทรหานะครับ  ขอเบอร์พี่หน่อย...”

                วันนี้มันเหนือความคาดหมายของรุ่นพี่หนุ่มไปไกลมาก...เช้านี้หลังจากส่งคนที่ตนเองคอยเทียวไล้เทียวขื่อมาตลอดเป็นเวลานาน  เสกข์ไม่รู้เลยว่าใบหน้าของตนเองเปื้อนยิ้มแทบตลอดเวลา...

                ฉับพลันก็มีเสียงโทรศัพท์ดังมาแทรกห้วงเวลาแห่งความสุข...เสกข์หยิบโทรศัพท์เครื่องแพงขึ้นมาดูหน้าจอ...ไอ้ห่ามาร์ค..

                “ไอ้เสกข์...โหล ๆ”

                “เออ  กูรับแล้ว  แต่กูไม่อยากพูดกับมึงเฉย ๆ”  ตอบกวน ๆ เพื่อนไปอย่างไม่จริงจังนัก

                “ไอ้นี่!...เออ  กูมีเรื่องจะบอก...เรื่องนั้นแหละ..”

                “มึงรู้แล้วเหรอ ?”

                “เออ...น่ากลัวฉิบหา-  ไว้เจอกันแล้วกูจะเล่าให้ฟัง”

                “เออ ๆ”

                ******************************************************************************

                “จี้!...อ้าว..”  คนเรียกต้องทำสีหน้างงงวยเมื่อเพื่อนสาวคนสวยเดินผ่านกลุ่มของพวกเธอไปโดยไม่ทักทาย

                “นั่นนางจะไปไหนของนางนะ ? ช่างเถอะ...ทำเป็นหยิ่ง  นึกว่าสวยมากละมั้ง  คิก ๆ”  คนถูกนินทาเดินไปยังไม่ทันถึงไหน  กลุ่มเพื่อนที่แสนจริงใจก็เริ่มจับกลุ่มนินทาทันที...มันเป็นแบบนี้มานาน  แม้กระทั่งคนที่อยู่ในกลุ่มด้วยกัน  หากใครเผลอหันหลังให้แม้เพียงเสี้ยว...รายต่อไปที่จะถูกป้ายสีลับหลังก็คือคนนั้นเอง...

                สาวสวยผู้โดดเด่นแห่งคณะมนุษยศาสตร์รีบเดินด้วยความรวดเร็ว...ลืมแม้กระทั่งว่าตนต้องรักษาภาพลักษณ์ที่ดีงาม...ยิ้มแย้ม  เป็นมิตรกับทุกคน  สวยสง่า...

                พอเข้ามาในห้องน้ำหญิงซึ่งร้างไร้ผู้คน...จีจี้เดินอย่างรวดเร็ว  ไปที่ห้องน้ำห้องในสุด  นั่งลง...ซบหน้ากับกระเป๋า  แล้วกรีดร้องเสียงดัง...             

“อื้อ!!!....” 

มือเรียวสวยทุบลงไปอย่างแรงที่ต้นขาของตนเอง

ตุบ! ๆๆ

“กรี๊ด...อีสารเลว  ฮือ ๆ มึงกล้าแย่ง...”

“มึงกล้าแย่งคนของกู!!!  กรี๊ด!!!...”

 

 

เรียนผู้ที่ติดตามอ่านนะคะ

ช่วงนี้ผู้แต่งอาจหายไปหลายวันบ้าง...เนื่องจากมีเรื่องงานและการสอบตลอดช่วงเดือนกันยา – ตุลา  และอาจลากยาวไปมากกว่านั้น  การลงนิยายจึงอาจล่าช้าหรือหายไปหลายวัน  แต่จะพยายามมาลงเรื่อย ๆ เมื่อมีเวลา  จึงเรียนมาให้ทราบโดยทั่วกันนะคะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น