สุดปลายยอดสน

ตอนที่ 13 : คนแปลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.ย. 61

บทที่  13

คนแปลก


            เขาคงจะเกลียดผม...เหมือนที่แม่ของเขา...เกลียด..  ต้นสนเดินตามหลังผู้ชายตัวสูงใหญ่ตรงหน้าไปอย่างเงียบ ๆ ความไม่คุ้นชินทำให้รู้สึกเกร็งเป็นพิเศษ...

                หลังจากที่ได้รับคำพูดเชิงตักเตือนจากคนตรงหน้า  คุณติ  หรือ  ติยศ  เจ้านายคนหนึ่งของบ้านหลังนี้  ลูกชายคนเล็กของคุณมรกต  เจ้าของบ้าน...ทำธุรกิจอยู่ที่ต่างประเทศเป็นเวลานาน  และวันนี้เป็นวันที่เจ้าตัวกลับมาบ้านที่เมืองไทย...หลังจากหายหน้าหายตาไปหลายปี...

                “ตามฉันมา...”  หลังจากทักทายกันพอหอมปากหอมคอแล้ว  ผู้ใหญ่ตรงหน้าต้นสนก็กล่าวออกมาเป็นเชิงออกคำสั่ง  แล้วหันหลังเดินจากไปอย่างไม่สนใจว่าคนเบื้องหลังจะเข้าใจหรือเปล่า

                ต้นสนต้องรวบรวมสติอยู่นาน  แล้วก็ได้ฤกษ์ทำตามคำสั่งของคนตัวสูงตรงหน้า...

                ผู้ชายคนนี้...คุณติ  ต้นสนไม่ได้พบหน้าค่าตาผู้ชายคนนี้มาจะสิบกว่าปีได้แล้ว  แต่ต้นสนจำได้เสมอ...ถ้าถามถึงคุณติ  ภาพของผู้ชายวัยรุ่นตัวสูงใหญ่หน้าตาคมคายและเย็นชาจะปรากฏชัดเจนในหัวสมอง  เป็นภาพที่ต้นสนเห็นอยู่จนเจนตาเมื่อตอนที่ต้นสนยังเด็ก ๆ

                จนมาตอนนี้  ผ่านมาหลายปี  คุณติดูเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น...เค้าของวัยเยาว์ผ่านพ้นไป  กลายเป็นชายหนุ่มที่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว  ความเคร่งขรึมเย็นชาที่เคยเห็นมายังคงอยู่เสมอ...

                เมื่อเดินตามแผ่นหลังกว้างมาจนถึงบันไดโอ่โถงที่ขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน  ต้นสนหยุดชะงักอยู่เพียงแค่นั้น...

                ดูเหมือนคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าจะสัมผัสได้ว่าเด็กที่เดินตามมาอยู่เบื้องหลังหยุดยืนอยู่กับที่...

                “ทำไมไม่ขึ้นมา ?”  เสียงดุเข้มเอ่ยถามคนข้างหลังด้วยท่าทางที่ผินหน้าแล้วเบนสายตามาเพียงเล็กน้อย

                “เอ่อ...คือว่า  คุณท่านไม่อนุญาต...ให้ผมขึ้นไปข้างบนครับ”  ต้นสนอธิบายเสียงค่อยกับคนหน้าดุที่ยืนค้างอยู่ที่บันไดขั้นที่สาม...

                “ขึ้นมา”  ว่าออกมาสั้น ๆ แล้วทำท่าจะก้าวเดินต่อ

                “เอ่อ...คุณติมีอะไรจะให้...”

                “ขึ้นมา...ฉันสั่ง..”  เพียงแค่นั้น  แค่เสียงเรียบเย็นเอ่ยออกมานิ่ง ๆ ต้นสนก็หนาวไปถึงไขสันหลัง 

                เมื่อก่อนก็น่ากลัวแบบนี้...ยิ่งอายุมากก็ยิ่งน่ากลัวสินะ  ต้นสนได้แต่รำพึงในใจแล้วต้องยอมทำตามอย่างว่าง่ายแม้ว่าจะกลัวคุณท่านของบ้านนี้แค่ไหน...

                “ครับ”  ตอบรับแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาเดินตามผู้ใหญ่ตรงหน้าไปเงียบ ๆ

                ชั้นสองของบ้านเป็นสถานที่ต้องห้ามของต้นสน  จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยตามป้าแหวนขึ้นมาช่วยทำความสะอาด...พอเสร็จจากทำงานก็มายืนจ้องรูปที่ติดไว้กลางโถงอย่างโดดเด่นเป็นสง่า...

                วันนั้นคุณท่านเพิ่งออกมาจากห้องแล้วผ่านมาเห็นเข้า...ต้นสนไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด  แต่จำได้ว่าคุณท่านคว้าด้ามไม้กวาดขึ้นมาแล้วฟาดต้นสนไม่ยั้งจนได้ป้าแหวนมาห้าม...

                ต้นสนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมกอดของป้าแหวน  แหงนมองหน้าคุณท่านอย่างหวาดกลัว...คุณท่านจ้องหน้าต้นสนอย่างคนโกรธจัดแล้วร้องไห้น้ำตานองหน้า

                “แหวน...อย่าให้มันขึ้นมาอีก  ไม่ต้องให้มันขึ้นมาเหยียบบนนี้อีก!!!

                ยิ่งก้าวขึ้นบันไดแต่ละขั้น...ภาพเหตุการณ์ในครั้งนั้นก็ย้อนกลับมาอย่างชัดเจนจนอดที่จะหน้าซีดขึ้นเป็นลำดับไม่ได้...

                เมื่อมาถึงชั้นสองแล้ว  ต้นสนก็อดที่จะแอบมองภาพครอบครัวที่อบอุ่นที่แขวนบนกำแพงอย่างโดดเด่นเป็นสง่าเพียงแวบเดียวไม่ได้...ใจคิดอยากจะมองให้เต็มตาสักครั้ง  แต่ก็กลัวว่าคนดุข้างหน้าจะไม่พอใจเช่นเดียวกับที่แม่ของเขาเป็น

                “รออยู่ตรงนี้...”  กล่าวจบก็ไม่รีรอ  ปล่อยต้นสนยืนรออยู่หน้าห้องแล้วคนตัวสูงก็หายเข้าไปในห้องของตัวเอง

                ต้นสนยืนรออย่างว่าง่ายแม้จะไม่เข้าใจว่าคนคนนี้จะให้ตัวเองขึ้นมาทำอะไร...

                ไม่เกินสิบนาที  คนที่หายเข้าไปในห้องก็กลับออกมา...แล้วยื่นบางอย่างมาให้ต้นสน

                “รับไป” 

                “ครับ ?”  ต้นสนงงไปหมด  อยู่ ๆ คนตรงหน้าก็ยื่นกล่องอะไรบางอย่างที่ดู...ราคาแพงมาตรงหน้า

                “ผู้ใหญ่ให้ของ...ไม่มีใครสั่งสอนเหรอ  ว่าต้องทำอย่างไร ?”  คนตรงหน้าถามออกมาอย่างดูถูกพร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างสงสัย

                “เอ่อ...ขอโทษครับ  แต่ผมรับไม่ได้...มัน..”  ยังไม่ทันพูดให้จบ  คนตัวสูงก็กล่าวตัดบทด้วยท่าทางเหมือนรำคาญและหงุดหงิดเต็มที...

                “เอาไป  ถ้าไม่เอา...ก็ฝากโยนทิ้งด้วย”  ว่าแล้วก็ยัดของใส่มือหันหลังเข้าห้องไปทันที

                ต้นสนได้แต่ยืนนิ่งอย่างคนทำอะไรไม่ถูก  มองของที่อยู่ในมือนิ่งนาน  “ขอบคุณครับ...”

                ต้นสนตัดสินใจว่าจะรับของไว้ในที่สุด  ก่อนจากมาก็กล่าวขอบคุณคนให้ของอย่างมีมารยาท...แม้ว่าจะช้าไปสักหน่อยก็ตาม...

                เมื่อได้อยู่คนเดียวบนชั้นสองของบ้าน  ต้นสนมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีคนอยู่...ดวงตาหวานซึ้งจึงค่อยมองไปทางรูปครอบครัว...อย่างคิดถึงสุดหัวใจ

                “ต้นหม่อน...”

                ******************************************************************************

                วันนี้ต้นสนมามหาวิทยาลัยแต่เช้า  เหตุการณ์เมื่อวานทำให้รู้สึกหัวใจเต้นตูมตามกลัวว่าคุณท่านของบ้านจะดุด่าหรือเฉดหัวตัวเองออกจากบ้านหรือเปล่า  แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น...คุณท่านดูอารมณ์ดีกว่าในทุก ๆ วันเพราะว่าลูกชายคนเล็กและหลาน...กลับมาอยู่ที่บ้าน

                ต้นสนถูกคนในบ้านสั่งอย่างชัดเจนว่า  ถ้าไม่จำเป็น  ต่อไปนี้ก็ไม่ต้องขึ้นไปรับใช้อะไรที่ในตัวบ้านของคุณท่านอีก...หลังจากที่เข็มหอมถูกไล่ออกไป  คุณท่านก็รับคนเข้ามาใหม่อีกสองคน  เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง  แว่วมาว่าเป็นคนรู้จักกันของป้าแหวน...

                “สน! เหม่ออะไรวะ ?” 

                ขณะที่กำลังนั่งนึกถึงเรื่องเมื่อวาน  ต้นสนก็หลุดออกจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงของเพื่อนสาวที่กล่าวทักเสียงดัง

                “อ้าว...บุ้ง  สร  ทำไมมาพร้อมกัน ?”  ถามแล้วก็ส่งยิ้มให้น้อย ๆ

                “ก็เพิ่งเจอกันที่หน้าห้องเนี่ยแหละ...ว่าแต่แก  เมื่อวาน..”  บุ้งว่าออกมาแล้วทำหน้าตากรุ้มกริ่มพร้อมกับยิ้มล้อเลียน

                “อะไร ?”  ต้นสนทำหน้าไม่เข้าใจในอากัปกิริยาของเพื่อน

                “ก็แกกับพี่เสกข์ไง  พวกฉันเห็นนะ  ว่าไปต่อกันสองคน..”  สรว่าออกมาบ้าง  แล้วทำหน้าทำตาล้อเลียนอีกคนร่วมกับบุ้ง

                “ไหนบอกกลับไปแล้วไง  ทำไมเห็น...”  ต้นสนว่าออกมาแล้วทำท่าจับผิด  แม้จะรู้อยู่แล้วก็ตามว่าเพื่อนทั้งสองต้องรู้เห็นอยู่บ้างไม่มากก็น้อย  แต่เมื่อเห็นทั้งสองทำท่าลนลานก็อยากจะแกล้งขึ้นมา...

                “เอ่อ...ก็  กำลังจะกลับไง  แต่มันเห็นพอดี...”  บุ้งว่าออกมาอย่างไม่เป็นธรรมชาติ  ดวงตาหลุกหลิก

                “เหรอ ?”  ต้นสนแกล้งว่าออกมาเสียงยาว  แล้วเลิกคิ้วพร้อมจ้องจับผิด

                “ใช่! ๆ บังเอิญเห็น  จริง ๆ นะ!  สรรีบยืนยันเสียงดัง  พยักหน้าจนผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมดจนต้นสนหลุดขำออกมาแล้วจึงเลิกแกล้งสองสาว

                “เออ  เชื่อพวกแกแล้ว  ฮ่า ๆ”

                หลังเรียนเสร็จ  ทุกอย่างก็เป็นไปตามรูปแบบเดิม ๆ คือ  ต้นสนถูกทิ้งให้อยู่กับพี่ชายต่างคณะ...พี่เสกข์

                แต่ครั้งนี้มันแตกต่าง  ต้นสนไม่เกร็งแล้วที่จะต้องอยู่กับผู้ชายคนนี้สองต่อสอง  มันรู้สึกได้ว่ามีบางอย่าง...ค่อย ๆ ถักทอขึ้นเป็นเยื่อใยบาง ๆ  ถ้าเป็นแบบนี้ไปนานวัน  ต้นสนก็นึกภาพไม่ออกว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป...มีหลายครั้งในยามฝัน  นอกจากหน้าตาของภูตผีปีศาจที่มักวนเวียนอยู่เสมอ ๆ แล้ว  บางครั้ง...หน้าของผู้ชายคนนี้  ก็แวบเข้ามาในห้วงฝันเป็นบางที...

                “วันนี้เรียนเป็นไงบ้างครับ ? มีอะไรยากไหม...เฮ้อ  พี่เหนื่อยจัง  เรียนใกล้จะจบแล้ว...งานเยอะมาก ๆ เลย”  คนตัวสูงว่าออกมาแล้วแกล้งบิดขี้เกียจ  วาดแขนออกกว้างแล้วทำเป็นวางไว้หลังพนักเก้าอี้ที่คนตัวเล็กนั่งอยู่...

                วันนี้ต้นสนไม่ได้แกล้งว่าทำเป็นยุ่งกับงานหรือแกล้งอ่านหนังสืออย่างวันก่อน ๆ เมื่อพี่ชายคนนี้ถามอะไร  ก็ยอมคุยด้วยมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

                “ผมก็เรื่อย ๆ ครับ  ของพี่คงจะยากกว่า...”  ต้นสนกล่าวออกมาอย่างเห็นใจคนที่ท่าทางน่าจะเหนื่อยกับการเรียนจริง ๆ ดูจากสีหน้าท่าทาง  บวกกับใต้ตาที่ดำคล้ำ...

                “ครับ...ต้นสน  คือว่าเรื่องเมื่อวาน...”  คนพูดมีสีหน้ากลุ้มใจขึ้นมา...

                “อย่าพูดถึงมันเลยครับ...เราอย่า...พูดถึงมันอีกเลย”  ต้นสนกลัว  กลัวว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นกับคนคนนี้  คิดแล้วก็รู้สึกกังวลขึ้นมาว่าตัวเองไม่น่าลากพี่ชายคนนี้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย...

                เสกข์มองคนที่บอกว่าอย่าพูดถึงเรื่องเมื่อวันนั้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด  แต่หน้าตาของคนตัวเล็กกลับ...วิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด  ทำไมละ ? ทั้ง ๆ ที่อันตรายขนาดนั้น...น้องจะรับมือคนเดียวเหรอ  ไม่ยอมหรอก!’

                “ก็ได้ครับ  เราจะไม่พูดถึงมันอีก...”  รับปากออกไป  แต่ภายในใจไม่ได้คิดอย่างนั้น  เสกข์คิดว่าหลังจากนี้  ตนจะต้องสืบหาเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจังเสียแล้ว...

                “งั้นเย็นนี้...เรา”  เสกข์เกริ่นออกมาอย่างคาดหวังเต็มที่  อาหารสักมื้อ...ดูหนัง  หรืออาจจะ...ที่ลับตาแค่เพียงสองคน..

                “ผมจะรีบกลับครับ...ตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว..”  ทุกอย่างอาจจะเป็นอย่างที่เสกข์ต้องการ  ถ้าคนตัวเล็กไม่เอ่ยขัดออกมาอย่างดับฝัน

                “เหรอครับ...”  คนพี่ว่าออกมาด้วยใบหน้าเจื่อน ๆ  คิดว่าหลังจากที่น้องยอมให้...ตัวเองจะทำอะไร ๆ ได้ง่ายมากขึ้นซะอีก...

                “ขอโทษนะครับ  ผมเป็นแค่คนอาศัย...ถ้าเข้าออกบ้านคนอื่นตามใจชอบ...มันจะไม่ดี...” 

                “ครับ...ให้พี่ไปส่งนะ”  เสกข์ยังไม่ยอมแพ้  อยากจะอยู่กับคนที่ปรารถนาให้นานที่สุด

                ต้นสนเข้าใจคนตรงหน้าว่าต้องการอะไร...แต่เวลานี้  ไม่ได้จริง ๆ ต้นสนทำคนที่บ้านไม่พอใจอยู่พอสมควรแล้ว...

                “ไม่ต้องครับ  ผมขอกลับเองนะครับ”  รู้สึกเสียใจเหมือนกันที่ปฏิเสธความหวังดีของคนตรงหน้า  จึงรีบกล่าวเพื่อหวังให้คนพี่รู้...ว่าต้นสนก็ห่วง...

                “พรุ่งนี้ผม...จะมากินข้าวเช้าที่มหาลัย  ถ้าพี่เสกข์ว่าง...”

                “วะ...ว่างครับ  ว่างมาก ๆ เลยครับ  กี่โมงดี...เจอกันที่ไหน  พี่เดินไปรับที่คณะดีไหม ?  แล้ว...”

                ต้นสนถึงกับอมยิ้มให้กับท่าทางน่าขันของผู้ชายคนนี้...ในอกพลันรู้สึกอุ่นซ่านขึ้นมาอย่างอธิบายไม่ถูก

                พี่เสกข์...เป็นผมจริง ๆ เหรอ..

                “พี่เดินไปส่งนะครับ”  คราวนี้ต้นสนไม่ปฏิเสธ  เพียงยืนมองคนตัวสูงกวาดทุกอย่างบนโต๊ะแล้วนำมาถือด้วยตัวเองอย่างเกรงใจ  แล้วทั้งสองก็เริ่มเดินออกไปพร้อม ๆ กัน

                ต้นสนคงไม่รู้  ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กำลังวาดฝันถึงอนาคตอันไกลโพ้นอย่างตั้งใจมากกว่าครั้งไหน ๆ เสกข์พอรู้มาบ้างว่า  ต้นสนเป็นเด็กกำพร้า  อาศัยอยู่ที่บ้านของคุณมรกต  เสกข์รู้จักหน้าค่าตาของคุณมรกตมาบ้างตามงานสังคมต่าง ๆ ต้นสนคงจะลำบากมาก...ที่ต้องอาศัยอยู่กับคนอื่นมานานแบบนี้...

                รอพี่นะ  รออีกไม่นาน...พี่จะสร้างบ้าน  แล้วเรา...มาอยู่ด้วยกันนะ..คนดี  เสกข์หมายมาดไว้ในใจเป็นที่เรียบร้อย  อย่างไรเสีย กว่าต้นสนจะเรียนจบ...เวลานั้น  เสกข์ก็คงจะมีเงินที่หามาด้วยน้ำพักน้ำแรง  สร้างบ้าน...บ้านแบบที่ต้นสนชอบ  และบ้านนั้นจะมีเพียงแค่เราสองคน  แค่สองคน...อยู่ด้วยกัน

                ******************************************************************************

                ต้นสนกลับมาถึงบ้านแล้วเลยมาช่วยงานป้าแหวนในครัว

                “ไม่ต้องลูก  ไม่ต้อง ๆ ไปทำการบ้านเถอะ  ป้าบอกแล้ว  เลิกเรียนมาก็ไปอ่านหนังสือหนังหาหรือพักผ่อนเถอะอย่ามาเกะกะป้า”  ป้าแหวนว่าออกมาอย่างรวบรัด  พลางทำนั่นนู่นนี่ไปเรื่อย

                “ไม่เป็นไรครับ  วันนี้สนไม่มีการบ้าน...เดี๋ยวสนช่วยเก็บครัวก็ได้ครับ  ป้าแหวนจะได้ไม่ต้องย้อนกลับมาเก็บครัว”  ต้นสนอาสาออกไปเพื่อที่ว่าป้าแหวนจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังเมื่อต้องขึ้นไปรับใช้คุณท่านเป็นการใกล้ชิด

                “เอางั้นเหรอลูก...ขอบใจ ๆ”  ว่าแล้วตบบ่าต้นสนสองสามทีแล้วเดินจากไป

                ใช้เวลาไม่นาน  ต้นสนก็เก็บล้างทำความสะอาดห้องครัวอย่างรวดเร็ว  เพราะป้าแหวนเป็นคนมีระเบียบอยู่แล้วจึงไม่ยุ่งยากเมื่อต้องสานงานต่อจากป้าแหวน...

                “อุ้ย!...ขอโทษครับ!  ฉับพลัน  ขณะที่กำลังหันหลังเพื่อออกไปจากห้องครัว  ก็ต้องตกใจเมื่อมีคนยืนอยู่ข้างหลังแล้วต้นสนก็เหยียบเท้าคนข้างหลังเต็ม ๆ

                คนที่มาเงียบ ๆ เพียงแต่ยืนจ้องหน้าเฉย ๆ ไม่กล่าวอะไร  สายตาเหลือบมองมาที่ข้อมือเล็กบางของเด็กตรงหน้าแล้วขมวดคิ้วไม่พอใจ...

                “ทำไมไม่ใส่...หรือทิ้งของที่ฉันให้ไปแล้ว ?”

                ต้นสนทำหน้าไม่เข้าใจชั่วครู่ก่อนที่จะเข้าใจ  ว่าเจ้านายอีกคนของบ้านกล่าวถึงอะไร

                “เอ่อ...ปะ  เปล่านะครับ  ผมไม่ได้ทิ้ง”  ใครจะกล้าทิ้ง  ของแพงขนาดนั้น

                “แล้วทำไมไม่ใส่”  ว่าแล้วก็ขมวดคิ้วอย่างไม่เชื่อคำพูดของคนตรงหน้า

                “ผมไม่ได้ทิ้งจริง ๆ นะครับ...เพียงแต่ผม  กลัวหายนะครับ...เลยเก็บไว้ดีกว่า”  หลังจากที่ต้นสนเปิดของในกล่องออกมาแล้วพบว่าเป็นนาฬิกาเรือนหนึ่ง  ต้นสนไม่มีความรู้เรื่องนาฬิกาว่ามีราคาค่างวดอย่างไรจึงลองสืบค้นจากชื่อยี่ห้อที่อยู่ข้างกล่อง  ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส...แล้วพบว่ามันเป็นนาฬิการุ่นหนึ่งของยี่ห้อนี้  ราคากว่าห้าแสน...

                “ไปเอามาใส่ซะ  ฉันไม่อยากซื้อมาเสียเปล่า”  พูดแค่นั้นแล้วก็เดินออกไปเงียบ ๆ เหมือนตอนมาไม่มีผิด

                “ใครจะกล้าใส่...”  ต้นสนได้แต่เถียงกับความเงียบ  เฝ้าค้านกับตัวเองในใจว่าจะใส่ดีหรือเปล่า...ไม่ดีหรอก  วัน ๆ ทำแต่งานบ้าน...แต่ก็กลัวโดนดุเหมือนกัน

                ลูกชายของคุณท่านคงจะไม่รู้  ว่าคืนนี้ทำให้ใครบางคนนอนไม่หลับแทบจะทั้งคืน...

                “ใส่  ไม่ใส่...”  เสียงพูดพร่ำแบบนี้ยังดังต่อเนื่องไปตลอดทั้งคืน  คนตัวเล็กได้แต่นอนนับนิ้วมือทั้งสิบ...พอได้คำตอบกลับไม่พอใจ  แล้วเริ่มนับใหม่  เป็นอย่างนั้น...วนเวียนไปจนฟ้าสว่างตอนไหนก็ไม่รู้...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #3 EARN-34 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2561 / 06:40

    โอ้ยยเอ็นดูต้นสนอะ
    #3
    0