เสียดศรี - ประเทศไทน์กับไดโนเสาร์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 36 Views

  • 1 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    26

    Overall
    36

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

งานเขียดเสียดสีสังคมตามหลักวิชาเกรียน


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีครับ ทุกท่านที่(หลง)เข้ามาอ่าน

"เสียดศรี" น่าจะเป็นบันเทิงคดีแนวล้อเลียนเรื่องแรกของผมทีนำมาเผยแพร่บนเว็บเด็กดี ข้อมูลหลายอย่างที่ถูกนำเสนอในเรื่องนี้ล้วนเป็นการบิดเบือนความจริงทั้งสิ้น

ดังนั้น หากมีชื่อตัวละคร สถานที่ เหตุการณ์ใดไปพ้องเข้ากับโลกแห่งความเป็นจริง ก็ถือเสียว่าเป็นความบังเอิญก็แล้วกัน


สุดท้ายนี้ หากท่านผู้อ่านมีความคิดเห็นใดใดก็สามารถคอมเมนต์บอกผู้เขียนได้นะครับ :)


ขอให้ทุกท่านมีอารมณ์ขันโดยสวัสดิภาพ
-ลูกซองคู่
(19/3/2019)

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 19 มี.ค. 62 / 18:16

บันทึกเป็น Favorite



     สิบโมงเช้า รถตู้แล่นมาจอดหน้าสถานที่แห่งหนึ่ง ท้ายรถแปะสติ๊กเกอร์ 
'ทีมสารคดี แฟนทาสติก เวิลด์'





     ยุคนี้ไม่มีใครในโลกที่ไม่รู้จั'แฟนทาสติก เวิลด์' รายการสารคดี
สัญชาติไทน์อันเป็นที่นิยมของผู้ชมทั่วโลก ได้รับรางวัลสารคดีโลกดีเด่น
ถึงสี่สมัยซ้อน
     คนไทน์ชอบดูสารคดีมาแต่ไหนแต่ไร จากสถิติ พบว่าคนไทน์เริ่มรับชม
รายการสาระความรู้ทางโทรทัศน์มากถึง 97% มาตั้งแต่สยามน์ประเทศมี
โทรทัศน์เครื่องแรก ปัจจุบันมีผู้ชมชาวไทน์เพียง 3% เท่านั้นที่ยังดูรายการ
วาไรตี้ เกมโชว์ ละครน้ำเน่า ซีรีย์เกาหลีพากย์ไทย ข่าวลวงโลก 
ซิทคอมปัญญานิ่ม มิวสิควีดีโอ อนิเมะและการ์ตูน ส่งผลให้รายการดังกล่าว
ในประเทศขาดทุนย่อยยับเนื่องจากร้างคนดูและขาดสปอนเซอร์ จนรัฐบาล
ยุคหนึ่งถึงกับต้องออกมาสนับสนุนให้ประชาชนรับชมรายการเบาสมองเหล่า
นี้บ้าง เพราะกลัวว่าประชาชนจะขาดสีสันในการดำรงชีวิต
     อย่างไรก็ดี ประชาชนก็ไม่สนใจคำชักจูงเหล่านั้น คนไทน์ส่วนมากยังนิยม
ชมสารคดีและรายการความรู้ประเทืองปัญญาอยู่จรดจนทุกวันนี้


ชูวิตร เถิงฤทัย พิธีกรหนุ่มกระโดดลงจากรถ ทีมงานถ่ายทำสารคดีทยอย
หอบอุปกรณ์การถ่ายทำตามมา

     "ที่นี่เหรอพี่ ที่ที่เราจะมาถ่ายกัน?"ชูวิตรถามหนึ่งในทีมงาน
     "ใช่ครับ ที่นี่แหละ 'ไดโนเสาร์ ปาร์ค ไทน์แลนด์' คุณชูวิตรถามทำไมหรือ?" 
     "ตอนแรกที่ได้ยินชื่อ ผมนึกว่ามันจะเป็นสวนน้ำหรือสวนสนุกซะอีก"
     "เปล่าครับ 'ไดโนเสาร์ ปาร์ค ไทยแลนด์' ไม่ใช่สวนน้ำ แต่เป็นฟาร์มไดโน
เสาร์"
     "ห้ะ? ตะกี้พี่ว่าอะไรนะ? ฟาร์มไดโนเสาร์?"
     "ใช่"
     "พี่หมายถึงไดโนเสาร์ที่เป็นกระดูกหรือ?"
     "ไม่ใช่ ไดโนเสาร์ที่เดินได้"
     "หุ่นยนต์เหรอครับ?"
     "ไม่ใช่หุ่นยนต์ ไดโนเสาร์จริงๆ แบบเดียวกับที่อยู่ในยุคจูแรสสิก"

สิ้นคำทีมงาน พิธีกรหนุ่มกลั้วหัวเราะลั่น
     "โอ้ย! พี่! บ้ารึเปล่า! ไดโนเสาร์สูญพันธ์ไปเป็นล้านๆปีแล้ว พูดเป็นหนัง
การ์ตูนไปได้!"
อีกฝ่ายไม่ขำ พลางส่ายหน้า
     "นี่คุณชูวิตรไม่ได้ตามข่าวสารเลยหรือครับ?"
พิธีกรยักไหล่
     " พี่ก็รู้ ผมไม่ชอบเล่นอินเตอร์เน็ต เฟสบุ๊กไม่ได้เปิดมาสามปี ทวิตเตอร์ไม่
เคยสมัคร ที่นั่นมีแต่เรื่องไร้สาระ เล่นไปก็เปลืองเวลาทำมาหากินเปล่าๆ"
     "แต่เรื่องนี้ไม่ไร้สาระนะครับ"

ทีมงานคว้ามือถือ เปิดข่าวบนเว็บออนไลน์ให้พิธีกรหนุ่มดู


     "กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเปิดฟาร์มไดโนเสาร์ หลังพบไดโนเสาร์
กลุ่มสุดท้ายมีจำนวนน้อยเหลือทน ยัน! ต้องอนุรักษ์!"


     "ทีนี้เชื่อรึยัง?"
ชูวิตรระเบิดหัวเราะอักครั้ง 

     "โอ้ย! พี่! อ่านแค่พาดหัวก็รู้แล้วว่าข่าวปลอม เดี๋ยวนี้บ้านเรามันมีแต่ข่าว
ปด อย่างไอ้ข่าวรัฐมนตรีควงกิ๊กซื้อตู้เย็นก็เมื่อเกือบสิบปีก่อนก็เป็นข่าวปลอม
 ข่าวนักศึกษาโดนบังคับแก้ผ้าตอนรับน้องก็เป็นข่าวปลอม 
ข่าวจับลูกนักการเมืองเยี่ยวม่วงคาสถานบันเทิงก็เป็นข่าวปลอม 
เรื่องพวกนี้ไม่มีในประเทศไทน์หรอก..."



ในขณะที่ทั้งสองสนทนากันอยู่ พลันแผ่นดินก็สั่นสะเทือน เสียงคำรามดังแผด
ก้อง ฝูงนกรีบบนหลบออกมา

ทีมงานสารคดีพร้อมอุปกรณ์การถ่ายทำล้มกลิ้งไปกับพื้น ชูวิตรถึงกับเซไป
ชนกับรถตู้

     "เกิดอะไรขึ้น---"

ก่อนที่เขาจะพูดจบ เสียงกู่คำรามก็ดังลั่นอีกหน
     "กร๊าซ----!!!!" 

ชูวิตรถึงกับตะลึงกับสิ่งที่เห็นจนหน้า ไดโนเสาร์ทีเร็กซ์ตัวเท่าบ้าน
วิ่งกระทืบเท้าตึงๆผ่านหน้าเขาไป

เมื่อกิ้งก่ายักษ์วิ่งไกลออกไป ทุกอย่างก็กลับสู่สภาวะปกติ 
พิธีกรหนุ่มหันไปหาทีมงานคนเดิม
     "พ-พี่เห็นแบบที่ผมเห็นไหม?"
     "เห็น...ทีนี้คุณชูวิตรเชื่อรึยัง?"

...


***
สารคดีแฟนทสติก เวิลด์ - เทปที่ 1 
***


     "สวัสดีครับ ท่านผู้ชมทุกท่าน" ชูวิตรยกมือไหว้กล้อง
     "วันนี้อยู่กับกระผม ชูวิตร เถิงฤทัย ในรายการ แฟนทาสติก 
เวิลลลลลลด์! รายการสารคดีอันดับหนึ่งของประเทศไทน์ที่ได้รับการยอมรับ
จากผู้ชมทั่วโลก วันนี้เราจะพาท่านผู้ชมมาทัวร์ที่ 'ไดโนเสาร์ ปาร์ค 
ไทน์แลนด์' ฟาร์มอนุรักษ์ไดโนเสาร์ที่แรกและที่เดียวของโลก 

เกริ่นมาซะขนาดนี้ เดาว่าท่านผู้ชมน่าจะอดใจรอเข้าไปชมข้างในไม่ไหวแล้ว 
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปดูพร้อมกันเลยครับ"

พิธีกรเดินนำตากล้องเข้าไปที่บริเวณอาคารหลังหนึ่ง เดินมาไม่นานเขาก็พบ
ร่างหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น

     "โอ้! ดูเหมือนว่าเราจะเจอเจ้าหน้าที่ฟาร์มให้แล้วครับ! เราเข้าไปคุยกับ
เขาเลยดีกว่า"

ชูวิตรปรี่ตรงไปที่ใครคนนั้น

     "สวัสดีครับ!"
ร่างนั้นสะดุ้ง ก่อนจะหันมามองพิธีกรและทีมงาน
     "อุ้ย! สวัสดีค่ะ" เธอไหว้
เธอเป็นหญิงสาววัยไม่เกินสามสิบ หน้าตาสะสวย ผมซอยสั้นย้อมสีน้ำตาล

     "พวกคุณเป็นใครกันคะเนี่ย?"
     "คือ...พวกเรามาจากรายการสารคดี '
     แฟนทาสติก เวิลด์'ที่ติดต่อว่าจะมาถ่ายสารคดีที่นี่น่ะครับ เราอยากจะ---"
     "ตายจริง! สารคดี แฟนทาสติก เวิลด์! งั้นคุณก็คือ...คุณชูวิตร?"
     "ใช่ครับ"

สิ้นคำ หล่อร้องดีใจลั่น

     " กรี๊ด!!!  ไม่คิดไม่ฝันว่าชาตินี้จะได้เจอตัวเป็นๆ! รบกวนขอถ่ายรูปด้วย
นะคะ"
     ชูวิตรยิ้มโชว์ฟันขาว "ได้เลยครับ"


เธอใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปคู่กับพิธีกรคนดังไม่ต่ำกว่าสามสิบหกรูป


     "ในทีวีว่าหล่อแล้ว ตัวจริงหล่อไปอีกนะคะเนี่ย!" เธอเอ่ย ท่าทางยังตื่นเต้น
ไม่หาย
     "ขอบคุณที่ชมครับ"

ชูวิตรกระแอมไอ
     "คุณชื่ออะไรครับ?"

แก้มของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีชมพูอ่อน
     "อุ้ย! มีถามชื่อด้วย! เขินนะคะเนี่ย! ฉันชื่อออยค่ะ จะเอาเบอร์โทร.กับชื่อ
เฟสฯด้วยไหมคะ?"
     "ไม่ดีกว่าครับ ผมไม่เล่นอินเตอร์เน็ต"
     "ว้า! แย่จัง"
 
     "คุณออยทำงานที่นี่เหรอครับ?"
     "ใช่ค่ะ"
     "เยี่ยมเลยครับ งั้นรบกวนคุณออยให้
สัมภาษณ์กับทางรายการหน่อยนะครับ"
     "ได้เลยค่ะ!" เธอยิ้ม

ชูวิตรหันขวับมาที่กล้อง
"เอาล่ะครับท่านผู้ชม! ดูเหมือนว่าเราต้องเบรกโฆษณากันสักครู่ 
แต่อย่าพึ่งเปลี่ยนช่องไป ยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมาก เพราะนี่คือ 
รายการสารคดีอันดับหนึ่งของประเทศไทน์ แฟนทาสติก เวิลลลลลลด์ !"


....


***
สารคดีแฟนทสติก เวิลด์ - เทปที่ 2 
***


     "สวัสดีท่านผู้ชมอีกครั้ง อยู่กับผม ชูวิตร เถิงฤทัย ในรายการ 
แฟนทาสติก เวิร์ลลลลล! ตอนนี้เราอยู่กับคุณออย เจ้าหน้าที่ประจำที่นี่ครับ"

พิธีกรหันไปไหว้เจ้าหน้าที่สาว ออยยิ้มรับไหว้ ดูเหมือนเธอจะเริ่มใจเย็นลงแล้ว

     "คุณออยเชี่ยวชาญเรื่องไดโนเสาร์รึเปล่าครับ?"
     "ไดโนเสาร์เหรอคะ? อืม...อย่าเรียกว่าเชี่ยวชาญเลย 
เรียกว่าพอรู้บ้างน่าจะดีกว่า"
     "งั้นผมขอบถามคุณออยหน่อยนะครับ"
     "ได้เลยค่ะ"
     "ตอนนี้ไดโนเสาร์ยังมีหลงเหลืออยู่อีกเหรอครับ?"
     "ค่ะ มีเหลืออยู่ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มน้อยแล้ว"
     "ผมคิดว่าพวกมันสูญพันธุ์ไปตั้ง 65 ล้านปีก่อนเสียอีก"
     "จริงอยู่ที่เมื่อ 65 ล้านปีก่อน ไดโนเสาร์ล้มตายเป็นจำนวนมาก 
แต่ไดโนเสาร์มีบางชนิดที่เหลือดรอดมาได้ ปรากฎการอย่างนี้ 
ในเชิงชีววิทยามีชื่อเรียกว่า bottleneck effect "
     "ช่วยขยายความคำว่า bottleneck effect ด้วยครับ"
     "bottleneck effect เป็นคำใช้เรียกปรากฎการณ์ที่ประชากรขนาดใหญ่
ที่มีจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็ว 
พูดง่ายๆก็คือไดโนเสาร์ส่วนมากตายด้วยภัยธรรมชาติ 
แต่บางส่วนก็ยังเหลือรอดมาได้"




               ดิส อีส อะ bottleneck effect




     "ภัยธรรมชาติที่ว่านี่คืออุกาบาตยักษ์พุ่งชนโลกรึเปล่าครับ?"
     "ในสมัยก่อน นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้ไดโนเสาร์ส่วนมาก
ตาย มาจากอุกาบาต แต่งานวิจัยใหม่ล่าสุดบอกว่า ไดโนเสาร์ไม่ได้ตาย
เพราะอุกาบาตค่ะ"
     "อ้าว? ถ้าไม่ใช่อุกาบาตแล้วพวกมันตายด้วยอะไรล่ะครับ? 
ภูเขาไฟระเบิดหรือว่า แผ่นดินไหว?"

     "ไม่ใช่ทั้งคู่ค่ะ ไดโนเสาร์ตายเพราะวิกฤตการณ์ทางการเงิน"

     "วิกฤตการณ์ทางการเงิน?"

     "ใช่ค่ะ อาจฟังดูพึลึก แต่งานวิจัยล่าสุดยืนยันว่า ไดโนเสาร์เป็นสัตว์สังคม
มาแต่ไหนแต่ไร พวกมันอยู่เป็นชุมชน มีภาษาใช้ มีการค้าขายโดยใช้เงิน

อ้างอิงจากศิลาจารึกยุคไทรแอสสิกที่กล่าวว่า '...ใครใคร่ค้าช้างค้า 
ใครใคร่ค้าม้าค้า... ...สเตโกซอรัสหน้าใสบ่เอาจังกอบ' แค่นี้ก็บ่งบอก
แล้วว่าเศรษฐกิจในยุคนั้นเป็นแบบทุนนิยมเสรี"





ศิลาจารึกสมัยไทรแอสซิก




สภาพสังคมเสรีนิยมในยุคไทรแอสซิก (liberalism of Triassic)




"ครับ แล้วอะไรที่ทำให้พวกมันเกือบสูญพันธุ์ล่ะครับ?"

"ว่ากันว่า ครั้งหนึ่ง เมื่อหลายร้อยล้านปีก่อน อุกาบาตขนาดใหญ่ได้พุ่งชนผิว
โลก แต่ไดโนเสาร์เป็นสัตว์แข็งแรง จึงไม่มีผลกระทบอะไร 
วันเวลาผ่านไปกระทั่งมีไดโนเสาร์เจ้าถิ่นตัวหนึ่งสังเกตว่ามีดอกไม้ประหลาด
ขึ้นอยู่บริเวณหลุมอุกาบาต"

"ดอกไม้? มันคือดอกอะไรครับ?"

"ทิวลิปค่ะ ดอกไม้ชนิดนี้สวยงามมาก
เมื่อเรื่องดอกไม้ที่หลุมอุกาบาตแพร่สะพัดไปทั่ว ไดโนเสาร์จากทุกสารทิศ
บนแผ่นดินแพนเจียก็ล้วนต้องการจะครอบครอง จึงเดินทางมาซื้อขายกั
ไดโนเสาร์เจ้าถิ่น ไม่นาน ดอกทิวลิปก็เป็นที่นิยมไปทั่ว ในตอนแรกการ
ค้าขายก็เป็นไปได้สวย กระทั่งพวกไดโนเสาร์หัวใสเกิดไอเดียที่จะเอา
ดอกทิวลิปไปปลูกขายเอากำไร จึงแห่กันมาซื้อหัวดอกทิลลิปไปเพาะพันธุ์ 
แรกๆก็ซื้อขายกันโดยนำเงินมาแลกหัวดอกทิวลิปจริง แต่พอผ่านไปสักพัก
ก็เริ่มมีปัญหา
การซื้อขายทำได้แค่บางช่วงเวลาเพราะทิวลิปจะออกดอกแค่บางฤดูเท่านั้น
ดังนั้น พวกไดโนเสาร์จึงตกลงที่จะทำสัญญาซื้อขายทิวลิปล่วงหน้า 
จากที่เคยเอาเงินมาแลกทิวลิป ก็กลายเป็นเอาเงินมาแลกสิทธิที่จะได้
ครอบครองทิวลิปเมื่อถึงฤดูออกดอกแทน"

"แล้วยังไงต่อครับ?"

"พอมีสัญญา ก็มีการเก็งกำไรเกิดขึ้น
ด้วยแนวคิด'ซื้อมาต้องขายให้แพงกว่า'
 ดัชนีราคาหัวดอกทิวลิปจึงพุ่งพรวดขึ้นอย่างไว จากที่เคยขายกันแค่ 1 
บาทไดโนเสาร์ต่อหัว เป็น 6000 บาทไดโนเสาร์ต่อหัว ผู้ค้าที่เริ่มตั้งแต่ระยะ
แรกได้กำไรก็นำเงินกำไรและต้นทั้งหมดมาลงทุนค้าขายใหม่  วันเวลาผ่าน
ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงยุคครีเทเชียส การขายสัญญาซื้อขายก็หยุดชะงักลง 
เมื่อราคาทิวลิปแพงจนไม่มีไดโนเสาร์ตัวไหนซื้อไหว ฟองสบู่ที่สะสมมากับ
ดอกทิวลิปได้แตกแล้ว 
ทุกตัวคิดว่าราคาได้ถึงระดับที่สูงที่สุดแล้ว จึงพากันรีบขายสัญญากันใหญ่ 
แต่ก็ไม่มีไดโนเสาร์ที่ไหนอยากซื้อ ทำให้ราคาทิ้งดิ่งลงเหวจาก 
200,000,000 บาทไดโนเสาร์ กลับมาเหลือ 2 สลึงไดโนเสาร์
ภายในเดือนเดียว เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดภาวะเงินฝืด เศรษฐกิจหดตัว 
ไดโนเสาร์ว่างงาน ไม่มีอันจะกินเป็นจำนวนมาก ในที่สุดพวกมันก็อดตายกัน 
นำมาสู่ภาวะการเกือบสูญพันธุ์ครั้งยิ่งใหญ่



นักบรรพชีววิทยา เรียกเหตุการณ์นี้ว่า  
'วิกฤตฟองสบู่ทิวลิป (The Dinosaur Tuplip Mania Bubble )' 
นับเป็นวิกฤตฟองสบู่ทางการเงินครั้งแรกของโลกเลยก็ว่าได้"




ซากฟอสซิลไดโนเสาร์ที่เสียชีวิตจากวิกฤตฟองสบู่ทิวลิป ข้างฟอสซิลมีซากดอกทิวลิป
และธนบัตรไดโนเสาร์อยู่ด้วย 
(ภาพจาก สาธารณรัฐดัตช์ หรือ ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน)




     "โอย...ปวดหัวเลย" พิธีกรก่ายหน้าผาก
     "อุ้ย! ขอโทษด้วยค่ะ นี่ออยเล่ายาวเกินไปรึเปล่าคะ?"
     "ผมเกรงว่างั้น... เอาเถอะ! ฟังเรื่องตึงสมองกันมาเยอะแล้ว มาถามเรื่อง
ไดโนเสาร์ในปัจจุบันดีกว่า"
     "ได้ค่ะ"


พิธีกรกระแอมไอ
     "ปัจจุบันไดโนเสาร์ที่นี่มีกี่สายพันธุ์ครับ?"
     "โห...ตอบยากเลยค่ะ ที่นี่มีไดโนเสาร์เยอะมาก"
     "ถ้างั้น หลักๆแล้วเราแบ่งไดโนเสาร์ได้เป็นกี่ประเภทครับ?"
     "เท่าที่รู้ ถ้าแบ่งไดโนเสาร์ตามลักษณะการกินจะแบ่งได้ 2 ประเภทนะคะ 
คือพวก Carnivorous dinosaurs กับ Herbivorous dinosaurs"
     "สองอย่างนี้ต่างกันยังไงครับ?"
     "Carnivorous เป็นพวกไดโนเสาร์ที่มีฟันแหลมสำหรับกินเนื้อค่ะ 
สำหรับในประเทศไทน์ พวกนี้จะมีนิสัยดุร้าย อารมณ์ร้อน ยึดติดกับขนบเดิม 
เกลียดการเปลี่ยนแปลง เกรงกลัวเทคโนโลยี ไดโนเสาร์พวกนี้กีดกันสิ่งใหม่
เอามากๆ ยิ่งพวกคนรุ่นใหม่หัวใสนี่เหยื่อของพวกมันเลยค่ะ 
ออยเคยเห็นพวกนี้กัดนักการเมืองรุ่นเยาว์คาประชุมสภา น่ากลัวมาก"







เหล่า Carnivorous dinosaurs ก่อนเข้าประชุมสภา




     "อืม...ฟังดูน่าขนลุกพอสมควรเลยนะครับ แล้วไดโนเสาร์อีกประเภทล่ะ?"

     "อ๋อ พวก Herbivorous เป็นไดโนเสาร์กินพืชค่ะ พวกนี้ดีหน่อย เชื่องซึม 
ไม่ดุร้าย
พฤติกรรมโดยธรรมชาติคือ รักสันติ ชอบอนุรักษ์นิยม และยังชอบเดินกันเป็น
กลุ่มๆด้วยค่ะ"
     "อื้ม! อย่างนี้นี่เอง!" พิธีกรพยักหน้า
     "อ้อ! จะว่าไป ถ้าเราจะแบ่งประเภทไดโนเสาร์กินพืชตามลักษณะทางกาย
ภาพ เรายังสามารถแบ่งได้ถึง 2 แบบเลยนะคะ"
     "2 แบบที่ว่ามีอะไรบ้างครับ?"
     "ไดโนเสาร์คอยาว กับ ไดโนเสาร์ไม่มีคอ"
     "ขอโทษนะครับ ไดโนเสาร์คอยาวผมพอจะนึกภาพออก 
แต่ไอ้ไดโนเสาร์ไม่มีคอนี่มันเป็นยังไงครับ?
     "พวกไม่มีคอนี่จริงๆช่วงแรก เคยเป็นไดโนเสาร์คอสั้นค่ะ แต่พวกนี้ขยันกิน 
พวกมันจะอ้วนปุ้มปุ้ยจนดูไม่มีคอ เราจึงเรียกพวกมันว่าอย่างงั้นกัน"






ไดโนเสาร์ไม่มีคอ



     "ขอโทษนะครับ ผมจำได้ว่าสมัยผมเรียน ม.4 อาจารย์ที่สอนวิชาชีวะ 
เคยพูดเรื่อง 'ทฤษฎีของลามาร์ก' (Lamarkism)
อยู่ ทฤษฎีนี้บอกว่า อวัยวะส่วนใดที่มีการใช้งานมากในการดำรงชีวิต 
จะมีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้น ขณะที่อวัยวะที่ไม่ค่อยได้ใช้งานจะอ่อนแอ  
มีขนาดลดลง และเสื่อมสภาพไปในที่สุด
 คำถามคือ ถ้าพวกไดโนเสาร์ไม่มีคอหากินตามธรรมชาติ 
พวกมันก็น่าจะต้องยืดคอเพื่อกินใบไม้สูงๆ 
แล้วทำไมคอของพวกนี้ถึงยังสั้นอยู่ล่ะ?"





     "เป็นคำถามที่ดีมากค่ะ คำตอบคือพวกคอสั้นไม่จำเป็นต้องหากินด้วยตัว
เอง พวกนี้เข้าวงการโดยอาศัยเส้นสายจากไดโนเสาร์พันธุ์ใหญ่ที่อยู่มาก่อน
จริงๆพวกนี้ไดโนเสาร์ไม่มีคอนี่ทำอะไรไม่ยักจะเป็นหรอก 
ถ้าเอาไปปล่อยป่ามีแต่จะสูญพันธุ์จากการคัดสรรโดยธรรมชาติ 
(Natural selection)เนื่องจากพวกมันหาอาหารเองไม่เป็น พึ่งแต่ป๋า 
ไม่เคยพึ่งป่า
ถ้าสังเกตดูดีๆจะพบว่าขาของไดโนเสาร์ประเภทนี้จะสั้นมาก เนื่องจากพวกนี้
ไม่เคยเดินด้วยลำแข้งตัวเองเลยค่ะ!"

     "โห...นี่ถือเป็นความรู้ใหม่เลยนะครับเนี่ย จะว่าไปเราคุยเรื่องลักษณะ
ของไดโนเสาร์กันมาเยอะแล้ว งั้นผมขอถามเรื่องอาหารการกินของ
พวกมันหน่อยแล้วกันครับ"

     "ได้ค่ะ"

     "พวกไดโนเสาร์นี่กินอะไรครับ?"

     "อันนี้ตอบยาก น่าจะขึ้นอยู่กับ feeding behavior ของแต่ละสายพันธุ์
กระมั้ง"

     "feeding behavior คืออะไรครับ?"


     "พฤติกรรมการกินค่ะ จัดเป็น Inherited behavior หรือพฤติกรรมโดย
กำเนิด มีงานวิจัยออกมาแล้วว่า สัตว์แต่ละสายพันธุ์จะเลือกกินอาหารแตกต่าง
กันไปตามความต้องการของร่างกาย เช่น สิ่งมีชีวิตทั่วไปอาจต้องการบริโภค
อาหารที่มีส่วนประกอบของธาตุ H(ไฮโดรเจน) C(คาร์บอน) O(ออกซิเจน) 
หรือ Fe(เหล็ก)"

     "อ๋อ ถ้างั้นพวกไดโนเสาร์นี่กินธาตุอะไรเป็นหลักครับ?"

     "ไดโนเสาร์ที่นี่ชอบกินโลหะทราซิชันค่ะ พวกของมีค่าทั้งหลาย 
ยกตัวอย่างเช่น Ag (เงิน) บ้าง,Au(ทองคำ) บ้าง,Tax บ้าง..."

     "ประทานโทษนะครับ ผมเรียนจบสายวิทย์มา ไม่ยักจะรู้ว่ามีธาตุ Tax ด้วย"

     "ไม่แปลกที่คุณจะไม่รู้จัก ธาตุนี้ไม่มีในตารางธาตุ 
Tax เป็นธาตุที่มองไม่เห็น ธาตุชนิดนี้สามารถสกัดได้จากประชาชนผู้มีรายได้
ทุกคน  หลังการสกัดเสร็จ ธาตุ Tax ร้อยละร้อยจะถูกส่งมาให้พวกไดโนเสาร์
อมจนอิ่มก่อน หากเหลือก็จะเอาไปพัฒนาประเทศต่อไป"







เมื่อปี ค.ศ.1928 เหล่านักเคมีมีความพยายามจะเพิ่มธาตุ Tax ลงใน
ตารางธาตุ (กำหนดเลขอะตอมเป็น 30.5)แต่ก็ถูกนักเศรษฐศาสตร์
ออกมาคัดค้าน เนื่องจาก Tax เป็นธาตุในอุดมคติ ไม่สามารถ
แตะต้องได้ อีกทั้งธาตุนี้ยังไม่มีค่าคงที่ สามารถเปลี่ยนแปลงได้เรื่อยๆ
ตามสภาพเศรษฐกิจและความต้องการบริโภคของชนชั้นปกครอง





          "อ๋อ! อย่างนี้นี่เองประเทศเรายังถึงพัฒนาไปได้!"

          "ใช่ค่ะ ถึงแม้พวกไดโนเสาร์พันธุ์ใหญ่จะกินธาตุนี้เยอะจนเราต้องขูด
ก้นชามข้าวเอาธาตุนี้ไปช่วยชาติก็เถอะ"

                    "ธาตุที่กล่าวมาทั้งหมดนี้สามารถพบได้ในอาหารประเภทไหนครับ?"

          "เพียบเลยค่ะ ส่วนมากก็ ธนบัตร เหล็กเส้น ค่านมโรงเรียน 
เงินจากการจำนำข้าว งบประมาณอาหารกลางวันเด็ก 
งบประมาณโครงการตัดถนน งบประมาณโครงการสร้างรถไฟฟ้า 
โอ้ย! เยอะแยะไปหมดเลยค่ะ! "

          "อืม! มิน่าเล่าไดโนเสาร์ที่นี่ถึงได้อ้วนท้วนสมบูรณ์กันดี"

          "ใช่แล้วค่ะ"



อาหารไดโนเสาร์ ตรา "ทีเร็กซ์ถีบสองล้อ" (Cycling T-Rex)





ไดโนเสาร์กำลังกินอาหาร (ภาพสี)






พิธีกรหันมามองกล้อง
     "คุยกันมาเยอะแล้ว ผมชักจะอดใจจะเห็นตัวฟาร์มไม่ไหวแล้วสิ 
รบกวนคุณออยพาช่วยพาเราทัวร์ฟาร์มหน่อยนะคะ?"
     "ฟาร์ม? ฟาร์มอะไรกันคะ?"
     "อ้าว? ก็ที่นี่ 'ไดโนเสาร์ ปาร์ค ไทน์แลรด์' ฟาร์มไดโนเสาร์แต่งเดียว
ของโลกไม่ใช่เหรอครับ?"

ออยหัวเราะ
     "พวกคุณคงมาผิดที่แล้วค่ะ ที่นี่คือรัฐสภา"
     "รัฐสภา? ขอโทษนะครับ คุณเป็นเจ้าหน้าที่ฟาร์มไม่ใช่หรือ?"
     "เปล่าค่ะ ฉันเป็นเลขาฯส่วนตัวของท่านรัฐมนตรี"
     "รัฐมนตรี?"

หญิงสาวเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
     "อุ้ย! ใกล้ถึงเวลาประชุมแล้ว! สงสัยต้องเรียกท่านมาเตรียมตัวแล้ว"

เธอหยิบนกหวีดออกมาจากกระเป๋ากางเกง เป่าแผดเสียงแหลม
ไม่นานก็ได้ยินเสียงคำรามก้องร้องตอบ แผ่นดินสั่นสะท้านอีกครั้ง
ชูวิตรและคณะเซไปตามแรงสั่น



ไม่นานร่างยักษ์ก็วิ่งมาหาพวกเขา - ทีเร็กซ์ตัวนั้น



     "นี่คือท่านรัฐมาตรีกระทรวงไอซีที  'ด.ร.ธีระ ไตรรันโนซอรสกุล' 
หรือที่รู้จักกันในชื่อ 'บิ๊กเร็กซ์' ค่ะ"

          "กร๊าซ----!!!" '
บิ๊กเร็กซ์'ทักทายทีมงานสารคดี ทำเอาทุกคนหน้าซีดเป็นไก่ต้ม


     "ท่านอาจจะดูขึงขังไปบ้าง แต่ลึกๆแล้วท่านเป็นคนน่ารักนะคะ" 
เลขาฯรัฐมนตรียิ้ม

ชูตรวิตร เถิงฤทัย เงยหน้ามองรัฐมนตรีตัวสูงห้าเมตรพลางกระพีบตาปริบๆ 
พลันพิธีกรหนุ่มหันขวับมาหาหนึ่งในทีมงานสารคดี

     "เอาไงดีวะพี่ เรามาผิดที่"
     "ช่วยไม่ได้ ถ่ายไปตั้งสองเทปแล้ว เวลาไม่พอจะถ่ายใหม่ด้วย 
คุณชูวิตรแถต่อให้จบรายการแล้วกัน"
     "แถ? บ้ารีเปล่าพี่! ถ้าจะให้ผมทำเรื่องอย่างว่า 
ผมยอมเอาหน้ามุดชักโครกเสียดีกว่า"
     "เอาน่าคุณชูวิตร ใครๆเขาก็ใคร่ทำกันทั้งนั้นแหละ 
ดูอย่างพวกหัวหน้าพรรคกับส.ส.เวลาใกล้เลือกตั้งสิ 
แถลงนโยบายพรรคกันทุกราย ไม่เห็นพวกนั้นเอาหน้ามุดส้วมเลย"
     "สรุปพี่จะให้ผมแถสดให้ได้เลยใช่มั้ย?"
     "อืม รายการคุณภาพระดับโลกเขาก็ทำกันยังงี้แหละ, 
'เดอะ โชว์ มัส โก ออน!' "






***
สารคดีแฟนทสติก เวิล์ด - เทปที่ 3 
***






     "สวัสดีท่านผู้ชมอีกครั้ง อยู่กับผม ชูวิตร เถิงฤทัย ในรายการ 
แฟนทาสติก เวิลลลลลลด์ ! ตอนนี้เราอยู่กันที่หน้าอาคารรัฐสภาแห่ง
ประเทศไทน์
     ก่อนอื่นต้องขอกราบขออภัยกันจริงๆที่ เราเข้าใจผิดว่าที่นี่เป็นฟาร์ม 
'ไดโนเสาร์ ปาร์ค ไทน์แลนด์' คงเป็นเพราะคนขับรถของเราสมองเบลอ
เนื่องจากไปช่วยงานจิตอาสาที่สถานรับเลี้ยงผู้สูงอายุจนดึกดื่น
     แต่ก็เอาเถอะ! เรื่องมันผ่านไปแล้ว
ตอนนี้เราอยู่กับ ท่านรัฐมนตรี ด.ร.ธีระ ไตรรันโนซอรสกุล หรือ 'บิ๊กเร็กซ์' 
ที่กำลังจะเข้าประชุมสภาและ คุณออย เลขานุการส่วนตัวของ
ท่านรัฐมนตรีครับ"





ภาพถ่าย ด.ร.ธีระ ไตรรันโนซอรสกุล  จากเว็บกระทรวงฯ
(หมายเหตุ : ด.ร. ไม่ได้ย่อมาจาก "ด็อกเตอร์" แต่ย่อมาจาก 
"ไโนเสาร์")






พิธีกรหันไปหารัฐมนตรีสูง 5 เมตรครึ่ง

     "ก่อนเข้าประชุม ท่านพอจะมีเวลาให้
สัมภาษณ์เราสักประเดี๋ยวไหมครับ?"

     "กร๊าซซซซ---!!!" รัฐมนตรีตอบไม่เป็นภาษามนุษย์

     "เอ่อ ท่านบอกว่าท่านยินดีค่ะ" เลขาฯแปลให้

     "โอเค งั้นผมขอเริ่มถามเลยนะครับ"
ชูวิตรกระแอมไอ





"ท่านเป็นไดโนเสาร์มากี่ปีแล้วครับ?"






สิ้นประโยค รัฐมนตรีแผดเสียงคำราม ฟาดตีนลงพื้นจนแผ่นดินสะท้านอีกหน
สะบัดหางไปมาอย่างเกรี้ยดกราด

     "ท่านคะ! ใจเย็นๆก่อนค่ะ! พิธีกรเขาไม่ได้มาดูหมิ่นท่านนะคะ 
ไม่มีฝ่ายไหนจ้างให้เขาพูดแบบนั้นด้วย"

รัฐมนตรีธีระไม่สนคำเลขาฯ พลันวิ่งพุ่งเข้ามาหาชูวิตรและคณะถ่ายทำสารคดี
โดยไว

     "วิ่ง!" ใครคนหนึ่งร้องลั่น แล้วทีมงานคุณภาพก็กระเจิงเป็
วงไพ่แม่บ้านเจอตำรวจ ต่างคนต่างวิ่งไปคนละทิศคนละทาง 
หลายคนโยนอุปกรณ์การถ่ายทำพลันโกยหนีไม่คิดชีวิต

     "เหวอ!!!"
ชูวิตรสับฝีเท้าสุดกำลังโดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ
และสังคมซึ่งมีน้ำหนักตัวราวหนัก 12,000 กิโลกรัมวิ่งกวดหลังมาติดๆ


     "ท่านคะ! กลับมานี่ก่อนค่ะ! ท่านคะ! งานหยาบแล้วไง..." 
ออยหยิยวิทยุสื่อสารขึ้นมา

     "ว.1 เรียก ว.2 สถานการณ์ฉุกเฉิน ท่านรัฐมนตรีอาละวาดหน้าสภาก่อน
เวลาประชุม เตรียมกำลังมาสงบท่านด่วน! ย้ำอีกครั้ง! สถานการณ์ฉุกเฉิน! 
ท่านรัฐมนตรีอาละวาดหน้าสภา!"



...



รถตู้แล่นออกจากสถานที่ที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นฟาร์มไดโนเสาร์
ทุกคนนั่งอยู่บนรถตู้ด้วยกิริยาเหนื่อยหอบ พวกเขาจะไม่กลับไปที่นั่นอีก 

ทีมงานคนเดิมเขม็งมอง ชูวิตร เถิงฤทัย ตาขวาง
     "เยี่ยมเลยคุณชูวิตร! คุณถามห่าอะไรของคุณวะครับ? คุณรู้ไหม? 
คุณทำให้คนทั้งประเทศ...ไม่สิ คนทั้งโลกต้องผิดหวัง ผู้ชมทั่วโลก
ตั้งหน้าตั้งตารอชม แฟนทาสติก เวิลลลลลด์ เทปใหม่กับหน้าหล่อๆของมึง
มาทั้งอาทิตย์ และอาทิตย์นี้จะไม่มี แฟนทาสติก เวิลลลลลลด์ ออกฉาย 
เพราะรัฐมนตรีเวรนั่นเหยียบกล้องเราเละเป็นโจ๊ก"

ชูวิตรเกาหัว
     "ผมขอโทษ ผมแค่สงสัยเฉยๆ"
     "สงสัยก็หัดคัดกรองก่อนพูดซีวะ! ท่านเป็นถึงรัฐมนตรีเชียวนะโว้ย! 
ป่านนี้เว็บข่าวทั่วประเทศคงพาดหัว 'ผู้ไม่ประสงค์ดีจ้างรายการสารคดีดัง
ป่วนสภา 'บิ๊กเร็กซ์'ฉุน โดนพิธีกรหนุ่มเรียก 'ไดโนเสาร์' หน้าที่ประชุม"
     "ช่างประไร ผมไม่เล่นอินเตอร์เน็ต"
     "มึงไม่เล่น แต่คนเขาเล่นกันทั้งโลกโว้ย!"

 ทีมงานถอนหายใจ
     "ใครไม่อาย ผมอาย..."
     "ใครอาย ผมไม่อาย" 
     "หุบปาก!"
     "อ้าว? ทำไมต้องอายด้วยล่ะพี่ เราทำรายการสารคดี อะไรไม่รู้ก็ต้องถาม 
นี่จริงๆตอนแรกผมมีอีกคำถามจะถามท่านรัฐมนตรีนะ แต่ไอ้คำถามนั่นอยู่ๆ
ผุดแทรกเข้ามาในหัว เลยยังไม่ได้ถามคำถามแรก"

คู่สนทนามองพิธีกร
     "ตอนแรกมึงจะถามอะไรวะ?"

ชูวิตร เถิงฤทัย กล่าวด้วยแววตามุ่งมั่น
     "ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่า ท่านได้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
ไอซีทีได้อย่างไร เพราะเท่าที่ผมฟังข้อมูลจากเลขาฯท่าน สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์
คอนเซอเวทีฟ-สปีชีส์อย่างท่านไม่น่าจะใช้วิทยาการยุคใหม่หรือ
แชร์ไฟล์ในกูเกิลไดรฟเป็น"



ทีมงานหัวเราะหึๆในลำคอ
     "ดีนะที่มึงไม่ถามประโยคนี้ก่อน ไม่งั้นมึงได้โดน 'บิ๊กเร็กซ์' 
เหยียบจมดินเป็นฟอสซิลแน่"





สภาพกระทรวงไอซีทีของประเทศไทน์










****
หมายเหตุ - เหตุการณ์ต่อไปนี้อ้างอิงจากเรื่องจริง :
****




วิกฤตฟองสบู่ทิวลิป (The Dutch Tuplip Mania Bubble )

 

               เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นระหว่างยุคทองของเนเธอร์แลนด์ เมื่อเกิดการตั้งราคา
สัญญาการค้าขายหัวทิวลิปสายพันธุ์ใหม่กันอย่างสูงผิดปกติจนถึงจุดสูงสุดก่อนที่ราคา
จะตกฮวบลงมาอย่างฉับพลัน ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1637 ในระหว่างที่ Tulip Mania 
กำลังอยู่ที่จุดสูงสุด ราคาสัญญาการซื้อขายดอกทิวลิปต่อหัวสูงเกินสิบเท่าขอ
งรายได้ต่อปีของช่างฝีมือในช่วงระยะเวลาเดียวกัน เหตุการณ์นี้ถือกันว่าเป็นเหตุการณ์

     อนึ่ง น่าภาคภูมิเสียงจริง ที่วิกิพีเดียไทยเป็นเพียงเว็บไซต์เดียวบนโลกที่
แปลศัพท์ Tulip Mania ว่า "ความคลั่งทิวลิป"  








ทฤษฎีของลามาร์ก (Lamarkism, Lamarckian inheritance)

 

               เป็นทฤษฎีที่เด็กไทยจะได้เรียนในคาบชีวะ ม.4 เทอม 2 ตั้งชื่อตามนัก
ชีววิทยาชาวฝรั่งเศส Jean-Baptiste Lamarck (กรุณาอย่าสับสนกับ 
Jeanne d'arc ในเกม Fate Grand Order) มีใจความหลักว่า อวัยวะส่วนใด
ของสิ่งมีชีวิตที่มีการใช้งานมากในการดำรงชีวิต จะมีขนาดใหญ่ 
แข็งแรงขึ้น ขณะที่อวัยวะที่ไม่ค่อยได้ใช้งานจะอ่อนแอ ลดขนาดลง 
และเสื่อมไปในที่สุด (อ้างอิง)


     อนึ่ง ทฤษฎีดังกล่าวขัดแย้งกับทฤษฎีวิวัฒนาการอันเป็นที่ยอมรับในปัจจุบัน 
แต่ก็น่าแปลกที่เด็กค่อนประเทศยังนั่งเรียนกันอยู่ (อ้างอิง)





การคัดเลือกโดยธรรมชาติ (natural selection)


*ภาพประกอบอาจทำร้ายจิตใจมาชิกมาคมผู้มีคามนิยมยีราฟแห่งประเทศไน์ (ส.ส.ว.ท.)

                     กล่าวโดย ชาลส์ ดาร์วิน เชื่อกันว่า เป็นกลไกพื้นฐานของการเกิด
วิวัฒนาการ การคัดเลือกโดยธรรมชาติทำให้ประชากรที่มีลักษณะเหมาะสม
กับ สิ่งแวดล้อมสามารถดำรงชีวิตและแพร่พันธุ์ต่อไปได้ 
                    ในขณะที่ประชากรที่ไม่เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมนั้นก็จะถูกคัดทิ้ง
และลดจำนวนลงไป 

     
                    พูดง่ายๆใจความหลักของแนวคิดนี้คือ "อ่อนแอก็แพ้ไป"




อนึ่ง การคัดเลือกโดยธรรมชาติยังสามารถนำมาใช้ในแง่อื่นๆได้ อาทิ 
สังคมทุนนิยม ระบอบนายทุน และการสอบ GAT PAT 





Bottleneck Effect


  


                ในตำราไทยใช้คำว่า "ปรากฎการณ์คอขวด" 

(แปลได้ตรงตัวและ'หัวขวด'มาก) เป็นปรากฎการณ์ทางชีววิทยาเกิดจาก

ประชากรขนาดใหญ่ที่มีจำนวนประชากรลดลงอย่างรวดเร็วอันเนื่องมาจาก

ภัยธรรมชาติ เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ขาดแคลนอาหาร 

และเกิดโรคระบาดขึ้น ทำให้ประชากรที่รอดจากเหตุการณ์ดังกล่าวมี

ขนาดเล็กลง มีผลทำให้ความถี่ของแอลลีลในยีนพูลของประชากรที่มีชีวิต

อยู่รอดและประสบความสำเร็จในการสืบพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม

อย่างมาก โดยบางแอลลีลจะเพิ่มมากขึ้น บางแอลลีลจะลดลง 

หรือบางแอลลีลอาจจะหายไปจากยีนพูลของประชากรนั้น


     หากอ่านไม่เข้าใจ แนะนำให้กดลิงค์เข้าไปดูที่ (อ้างอิง)








อย่างไรก็ตาม การมีอยู่ของประเทศไทน์, รายการสารคดีแฟนทาสติกเวิลด์, 
ข่าวรัฐมนตรีควงกิ๊กซื้อตู้เย็น, ศิลาจารึกและสังคมทุนนิยมในยุคไทรแอสซิก, 
ซากฟอสซิลไดโนเสาร์พร้อมธนบัตร, พฤติกรรม อาหาร และการจัดประเภท
ไดโนเสาร์, การมีอยู่ของธาตุ Tax  และไดโนเสารฺ์ที่รัฐสภา
ล้วนเป็นเรื่องโกหกพกลมทั้งสิ้น






ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ลูกซองคู่ จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 เมษายน 2562 / 15:31

    ว้าว ผมเพิ่งจบม.6 และผ่านการสอบเข้าหมาวิทยาลัยมาพอดี อ่านแล้วเข้าใจเลยว่าผู้เขียนอึดอัดกับเนื้อหาที่เรียน (และประเทศไทน์) ขนาดไหน สู้ๆ นะครับ อ่านดูแล้วคิดว่าผู้เขียนน่าจะยังไม่ได้สอบgat pat ไม่งั้นคงต้องแซะ gat pat ด้วยแน่ๆ รอติดตามผลงานนะครับ

    #1
    1
    • 7 เมษายน 2562 / 23:04
      ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นนะครับ :) ไม่นึกนะเนี่ยว่าจะมีคนชอบเรื่องนี้ด้วย!

      อันที่จริง ผมเขียนเรื่องแนวเสียดสีไม่บ่อยนัก เรื่องนี้เป็นแค่งานทดลองเขียนที่ผมลองเอามาปล่อยเพื่อดูกระแสตอบรับเฉยๆ (ถ้าไม่เห็นคอมเมนต์คุณ ผมอาจจะกดลบเรื่องนี้ทิ้งไปแล้วก็ได้ 555)

      #1-1