บ่น คาเฟ่ - ห้องเรียนเอเลี่ยน

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 34 Views

  • 0 Comments

  • 1 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    34

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

งานเขียนบ่นชีวิตประจำวัน ในบรรยกาศแบบ "เบาสมอง"


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



สวัสดีครับ ทุกท่าน(ที่หลง)เข้ามาอ่าน
      บ่น คาเฟ่ เป็นงานเขียนประเภทความเรียงบ่นชีวิตประจำวัน โดยจะนำเรื่องที่ผู้เขียนพบเจอ(จนเอือมระอา)มาเล่าสู่กันฟังด้วยบรรกาศแบบ"เบาสมอง" เสมือนว่ากำลังนั่งจิบคาปูชิโน่ใส่ไข่มุกอยู่ในร้านกาแฟ

งานเขียนชิ้นนี้สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง แต่ถ้าหากงานเขียนชิ้นนี้สร้างความไม่พอใจให้แก่ท่านผู้อ่านท่านใด ทางผู้เขียนต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยนะครับ


ผมไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ถ้างั้น เชิญอ่านได้เลยครับ :)



-ลูกซองคู่
(4/3/2019)






เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 4 มี.ค. 62 / 11:42

บันทึกเป็น Favorite


บ่น คาเฟ่ - ห้องเรียนเอเลี่ยน
(บ่นเมื่อ 2 ธันวาคม 2018)




     สวัสดีครับ ผมเป็นเด็ก ม.ปลาย หน้าตาเซ่อซ่าคนหนึ่งที่เรียนอยู่ห้อง"กิฟต์คณิต"
     ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก "กิฟต์คณิต" ห้องที่เด็กนักเรียนจะบริโภคข้อสอบมหา'ลัยปีเก่าแทนอาหารสามมื้

     อย่าถามว่าผมหลงคอกมาอยู้ห้องนี้ได้ยังไง ตัวผมเองก็ยังงงอยู่เลย
คือต้องบอกก่อนว่า ผมไม่ใช่คนที่เรียนเก่งอะไรนักหรอก แค่พยุงเกรดได้พออยู่ตัว วิทย์ คณิต อังกฤษ เรียนพอสอบผ่าน กวดวิชงวิชาอะไรไม่เคยคิดจะ
เรียน

     ผมแทบไม่เคยสอบแข่งขัน นอกจากสนามสอบปลายภาคกับกลางภาค ผมก็ไม่เคยออกระบาญที่สนามสอบข้างนอกเลย (อ้อ! เว้นเสียแต่ "สอบธรรมศึกษา"  อันเป็นการสอบที่นักเรียนทุกคนที่เป็นชาวพุทธสมควรสอบ เพื่อที่จะได้บอกให้โลกรู้ว่า "กูเป็นชาวพุทธที่ดีนะ!")

     เพื่อนซี้จากห้องเก่าสมัย ม.ต้น ของผมก็ไม่ค่อยจะมีใครให้ความสำคัญกับการเรียนมากเท่าไหร่ 
          เพื่อนคนนึงเป็นเด็กกรุง ติดโลกโซเซียลงอมแงมยังกะคนเสพเฮโรอีน 
          คนนึงเป็นยูทูปเบอร์ อัดคลิปเล่นเกมลงยูทูป มีผู้ติดตามเป็นลูกเด็กเล็กแดงทั่วประเทศ 120 ชีวิต     
          คนนึงเป็นพวกบ้าการ์ตูนญี่ปุ่น ชอบเอาศัพท์การ์ตูนมาพูดปะปนในชีวิตจริง
     คนนึงเป็นลูกนักการโรงเรียน บ้านอยู่จังหวัดพิจิตร จากท้องนามาเรียนกรุงเทพฯ
ชอบเรื่องรถมอเตอร์ไซค์กับตกปลา อ่านอังกฤษไม่ออก เขียนไทยไม่คล่อง วิชาการไม่ต้องพูดถึง

     เอาเป็นว่า ผมขอจำกัดนิยามตัวเองไว้สั้นๆว่า "เด็กชายหน้าตาเงอะงะผู้ไม่ชอบการแข่งขันและเพื่อนสนิทไม่กี่คนของเขาที่ดูยังไงก็ไม่น่าจะมาอยู่
ห้องกิฟต์คณิตได้"








หน้าตาอันขลาดเขลาของผม







     แต่เรื่องไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น เมื่อหลังจากที่จบ ม.3 ในวันประกาศห้องเรียน ม.ปลาย ผมเดินตรงไปที่บอร์ด หารายชื่อตัวเองอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเห็นว่าชื่อตัวเองอยู่ในใบรายชื่อของห้อง "ความสามารถพิเศษคณิตศาสตร์"

     ลูกอมเมนทอสในปากผมแทบพุ่งพรวดออกมา เห้ย! ตาฝาดไปรึเปล่าวะ? เพื่อความแน่ใจ ลองอ่านดูอีกครั้งดีกว่า...แล้วผมก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้อ่านผิด ชื่อก็ตรง สกุลก็ตรง รหัสนักเรียนก็ตรง ใช่จริงๆด้วยว่ะ...เหลือเชื่อ






นี่คือสภาพของผมหลังรู้ห้องเรียนตัวเอง





     ผมเองก็ไม่แน่ใจนักว่าควรจะยินดีหรือยินร้าย มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝัน 
ผมไม่รู้เหมือนกันว่าทางระบบคิดยังไงถึงได้กรอกชื่อเด็กโง่ๆที่หาสแควรูทสามไม่เป็นลงในใบรายชื่อห้องเด็กเซียนเลข

     หลังจากที่หายสับสน ผมก็เริ่มเห่อกับห้องม.ปลายของตัวเอง ผมเอาเรื่องห้องใหม่ไปคุยโวกับเพื่อนห้องเก่า ซึ่งแน่นอน พวกเพื่อนเก่าไม่ค่อยแคร์เรื่องนี้เท่าไหร่ อย่างที่รู้ๆกัน พวกเพื่อนเก่าไม่สนอะไรเชิงการศึกษาเท่าไหร่ พวกเขาสนแค่ดราม่าเดือดกลางเฟสบุ๊ค เกมคอมพ์ลดราคาในสตรีม อนิเมะฮาเร็มเรื่องใหม่ หรือไม่ก็ คลิปการแต่งรถมอเตอร์ไซค์ในยูทูป พวกเพื่อนเก่าสนใจทุกเรื่อง...ยกเว้นเรื่องตัวเอง

แต่แล้วความเห่อของผมก็อยู่ได้ไม่นาน...


     หลังเปิดเทอมมา ผมก็ได้ทราบถึงสัจธรรมอันโหดร้าย
เปิดเรียนไปยังไม่ทันถึงสองสัปดาห์ ผมต้องแทบก้มกราบรองเท้าหนังของ ผอ. วิงวอนยังไงก็ได้ให้แกเอาผมออกไปจากห้องบ้าๆนี่ที!


ผมสบถออกมา
"นี่มันห้องเวรอะไรกันนี่!"



คือ...จะว่ายังไงดีล่ะ เพื่อนห้องใหม่ไม่เหมือนเพื่อนเก่าผมเลยสักนิด

ผมบอกได้คำเดียว "พวกนี้มันบ้า"




มันบ้าจริง บ้าการเรียน บ้าโจทย์เลข บ้าโจทย์ฟิกสิกส์ บ้าโจทย์เคมี บ้าทุกอย่างที่เป็นข้อสอบ





เพื่อนใหม่คุยภาษาต่างดาว
ไม่ค่อยมีคนพูดถึงดราม่าเดือด การ์ตูนญี่ปุ่น หรือ การแต่งรถแมงกะไซค์

เพื่อนห้องใหม่สนทนากันเยี่ยงปัญญาชน
     หลายคนพูดเรื่องการสอบ สอวน.
     หลายคนพูดเรื่องการสอบเคมีออสเตรเลีย
     หลายคนพูดถึงเรื่องการสอบ เอ. เอฟ. เอส.
     หลายคนพูดเรื่อง "พอตฟอลิโอ"

("พอตฟอลิโอ" (คำนาม.) เป็นคำที่ใช้เรียกแฟ้มโง่ๆที่ใส่กระดาษสิบกว่าแผ่น สำหรับใช้เรียนต่อมหา'ลัย ภายในบรรจุใบเกียรติบัตรหรือไม่ก็ภาพวีรกรรมอะไรก็ได้ที่ดูแล้วประเทืองปัญญา แฟ้มเวรนี่จะถูกส่งไปยังมือคณะกรรมการ TCAS รอบแรก อันเป็นบุคคลผู้ซึ่งมีสิทธิชี้ชะตาว่า "คุณมึงมีคุณสมบัติมากพอที่จะเรียนที่มหา'ลัยกูมั้ย?" )

เพื่อนห้องใหม่ไม่ต่างอะไรไปจากเอเลี่ยน...





นี่คือภาษาที่เพื่อนใหม่ของผมใช้พูดคุยกันในห้องเรียน



ตอนต้นเทอม เพื่อนใหม่รายหนึ่งถลาเข้ามาหาผม มันใส่แว่นกรอบหนา ตัวขาวยังกะไปเดินตกถังผงซักฟอก โอโม่ พลัส มา

มันถามว่า "นี่ๆ มึงจะลงเรียน 'พรีดีกรี' มั้ย?"

ผมสตั้นไป
ห๊ะ? อะไรนะ? มึงพูดว่าอะไรปรีดีๆนะ?
ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า "พรีดีกรี" คืออะไร

     "ว่าอะไรนะ?" ผมถามมัน
     "มึงจะลงเรียน 'พรีดีกรี' ของ ม.รามฯ มั้ย?" ไอ้แว่นถามคำเดิม




แล้วอะไรมันคือ พรีดีกรี วะ?
ตลอดสิบห้าปีที่เกิดมา กูเคยได้ยินแต่ "เพดดีกรี" ที่เป็นอาหารหมา กับ "ปรีดี พนมยงค์" ที่เป็นนักการเมือง...






พรีดีกรีในสมองของข้าพเจ้า.jpg





ผมใช้สมองน้อยๆของตัวเองประมวลผลว่า กูควรจะตอบ ไอ้แว่น ตัวขาว ท่าทางฉลาด ยังไงดีไม่ให้ดูโง่

ในที่สุด ผมก็บ้วนคำตอบออกไป
"อ่า...ไม่อ่ะ" ว่าแล้วก็ยิ้มแห้งกลบเกลื่อน

สิ้นคำ เจ้าแว่นเขม็งมองผม แล้วมันก็
เดินจากไป



ขอบคุณสวรรค์ ลูกช้างรอดแล้ว!



     หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น พวกเพื่อนใหม่ชวนคุยเรื่องที่ผมไม่เข้าใจอยู่แทบทุกวี่วั

อีกประโยคนึงที่เป็นวลีเด็ดของห้องใหม่ ที่ใครสักคนต้องถามขึ้นมาวันละสองหนก็คือ :




"แกๆ เย็นนี้ไปเรียนวิสุทฯมั้ย?"





เดี๋ยวๆๆ อะไรคือ "วิสุทฯ"?!?

ไอ้ "วิสุทฯ" เนี่ยผมเคยได้ยินพวกหัวกะทิมันพูดถึงตั้งแต่สมัยอยู่ ม.ต้นแล้ว
แต่ก็ยังไม่รู้สักทีว่ามันคือ คน สัตว์ สิ่งของ สถานที่ หรืออะไร

ผมใช้เวลางงอยู่พักใหญ่ ครั้นจะถามไปตรงๆก็ไม่กล้า(เพราะเกรงว่าจะดูโง่)
ในที่สุด ผมก็ได้คำตอบสำหรับตัวเองว่า " 'วิสุทฯ' เป็นคำย่อมาจาก "วิสุทธานี" อันเป็นชื่อหมู่บ้านจัดสรรกลางกรุงเทพฯ ที่ปากซอยมีโรงเรียนกวดวิชาตั้งติดกันเป็นตับ หรือพูดภาษาง่ายๆก็คือ "ที่ที่คนฉลาดเขาไปเรียนพิเศษกัน"

ผมไม่ไปวิสุทธานี อันที่จริง ผมไม่เคย
ไปวิสุทธานีด้วยซ้ำ



วิสุทธานีเป็นสถานที่สำหรับพวกเอเลี่ยน...










เอเลี่ยนตัวหนึ่งกำลังเดินไปเรียนกวดวิชาที่วิสุทธานี (ภาพสี)




...



     ทุกตอนเที่ยง พวกเอเลี่ยนจะมีพิธีกรรมแปลกๆอย่างหนึ่ง นั่นคือ หลังจากกินข้าวเสร็จ จะมีใครสักคนเอาสมการอะไรสักอย่างไปเขียนบนกระดานหน้าห้อง แล้วพวกเขาก็จะเริ่มถกกันในประเด็นของการพิสูจน์สมการที่เขียน ในช่วงนี้ ใครมีความรู้อะไร เรียนมาจากตำราหรือกวดวิชาที่ไหน งัดออกมาถกกันเต็มที่


พวกนั้นเรียกพิธีกรรมนี้ว่าการ"ดิสคัส" (Discuss)


     แต่พอผ่านไปสักพักจากการ "Discuss"(สนทนา) ก็จะค่อยๆเริ่มกลายเป็นความ "Discord"(ร้าวฉาน)


พวกเด็กเก่งจะเริ่มเถียงกัน ทะเลาะกันเรื่องการพิสูจน์สมการบนกระดาน ต่างคนต่างไม่ยอม เกลือจิ้มเกลือ...เพรชตัดเพรช... สี่ตาปะทะสี่ตา... หัวกะทิโขกหัวกะทิ...

     มีครั้งหนึ่ง หลังจากที่กินข้าวเที่ยงเสร็จ ผมขึ้นมาบนห้องเรียน แล้วก็ต้องตกตะลึกกับภาพตรงหน้า

     สมการฟิกสิกส์เขียนอยู่ทั่วกระดาน เสียงเถียงถกดังลั่น ไอ้แว่นคนหนึ่ง(คนเดียวกับที่เคยมาถามผมเรื่อง 'พรีดีกรี') กำลังยืนชี้หน้าเพื่อนอีกคน คิ้วขมวดแทบเป็นปม ในมือกำปากกาไวท์บอร์ด แล้วมันก็เอ่ยสูตรการเคลื่อนที่เส้นตรงแบบมีแรงเสียดทานด้วยน้ำเสียงอย่างเกรี้ยวโกรธเครียดแค้น ราวกับว่าเมื่อคืนคู่สนทนาเอาปืนลูกซองไปยิงอัดพุงพ่อมัน







ท่าทางเกรี้ยดกราดของมิตรสหายท่านนั้น





     ห้องทั้งห้องกำลังเดือดเป็นไฟ ต่างคนต่างเถียงกันไม่หยุดหย่อนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ใครฉลาดเรื่องไหนงัดมาประชัญกันให้หมด แต่ละคนพูดเร็วปรื๋อด้วยศัพท์แสงที่เด็กโง่ๆอย่างผมไม่เข้าใจ



ห้องเรียนกูกลายเป็นสภานักการเมืองไปแล้วหรือนี่...





แทบทุกครั้ง การ'ดิสคัส'จะจบลงเมื่อเสียงออดหมดพักเที่ยงดัง ทุกคนจะแยกย้ายกลับไปนั่งที่ ทิ้งร่องรอยขีดเขียนบนกระดานไว้ให้อาจารย์ที่เข้าสอนวิชาถัดไปต้องฉงนสงสัยว่า
     "พวกมึงจะเขียนสูตรสร้างจรวดไปดาวอังคารกันเรอะ?"




....


     ที่เล่ามาก็เป็นสภาพสังคมคร่าวๆของพวกเพื่อนห้องใหม่ ซึ่งอย่างที่บอก มันไม่เหมือนกับสังคมจากห้องเก่าเลย ระดับที่ว่าเป็นหน้ามือกับหลังตีน

ตอนนี้ผมตระหนักแล้วว่า การที่ผมได้มาอยู่ห้องกิฟต์คณิตนั้น มันไม่ต่างนักบินอวกาศที่ทำยานตกบนดาวเอเลี่ยนเลย

ไม่ว่าจะมองไปทางไหน กูก็เห็นแต่ตัวประหลาดเต็มไปหมด...










ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ลูกซองคู่ จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น