เรื่องสั้นหักมุม - หนี

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,265 Views

  • 2 Comments

  • 6 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    30

    Overall
    1,265

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

...ทั้งคู่ก็วิ่งฝ่าป่าทึบท่ามกลางแสงจันทร์ เขาได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งกวดเขามาติดๆ...<br /> อันที่จริง ค่ำคืนนี้พวกเขาควรจะกำลังงีบหลับอยู่ในห้องพักมากกว่าหลบหนีออกจากสถานีวิจัย


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




วัสดีครับ ทุกท่านที่(หลง)เข้ามาอ่าน

เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นหักมุมเรื่องที่สองของผมต่อจากเรื่อง 
"จอมเผด็จการ" ที่ได้เขียนไว้เมื่อหลายเดือนก่อน 
(สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่านได้ที่ : https://writer.dek-d.com/Blockman60/story/view.php?id=1727307 )


หากอ่านจบแล้ว  มีข้อติชมใดใดก็สามารถแสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ :)


ผมคงไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ เชิญอ่านเลยครับ...







เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 18 ส.ค. 61 / 10:04

บันทึกเป็น Favorite




...


  นราตรีที่อากาศเย็นสบายท่ามกลางหุบเขาใหญ่ 
เสียงจิ้งหรีดขับขานอยู่ใต้แสงดาว
ใบสนพริ้วไหวไปกับสายลม


ร่างสองร่างกำลังเคลื่อนที่ผ่านความมืดอย่างว่องไว


เขากับผู้ร่วมอุดมการณ์อีกคนกำลังวิ่งฝ่าป่าทึบ เขาขยับเท้าไวที่สุดเท่าที่เคยทำในชีวิตนี้ หากถูกจับ ชะตากรรมของเขาก็คงไม่จากพวกที่เคยหนีมาก่อนหน้า


"เร่งฝีเท้าหน่อย! แอตลิส! พวกนั้นใกล้จะตามเราทันแล้ว" เขาพูด หันไปมองอีกร่างที่วิ่งตามหลังมา
"โอ้ย! ผมเร็วสุดได้แค่นี้ ไม่ไหวแล้ว..." อีกร่างพูดปนหอบ
"ฟังนะ! เดฟบอกว่าแค่เราลงเขานี้ไปก็จะปลอดภัยแล้ว" เขาชี้ไปเบื้องหน้า



อีกฝ่ายหยุดวิ่ง เขาประหลาดใจ
แต่ก่อนที่จะได้เอ่ยถามอะไรร่างนั้นก็ยิงคำถามมาหาเขา
  "คุณเชื่อเจ้าหุ่นรุ่นโบราณนั่นเหรอ?"
เขาขมวดคิ้ว
  "แอตลิส! เดฟช่วยเรามาขนาดนี้ คุณยังไม่เชื่อใจเขาอีกเหรอ?" 
  "แต่เดฟเคยอยู่ฝั่งเดียวพวกนั้น..."
  "เขาแค่เคยอยู่...แต่ตอนนี้เขาอยู่ฝังเรา..."



ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไร ทั้งสองก็แว่วยินเสียงตะโกนดังตามหลังมา
  "หยุดนะ! A-06 กับ A-11! ยอมมอบตัวซะ นี่เป็นคำสั่งจากท่านนายพล !"



เขาหันขวับไปหาคู่หู
  "เวรเอ้ย! พวกนั้นตามเราทัน วิ่งเร็วแอตลิส!"
  "แต่ว่า--"
  "ไม่มีแต่! วิ่ง!"


แล้วทั้งคู่ก็วิ่งฝ่าป่าทึบท่ามกลางแสงจันทร์ ได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งกวดเขามาติดๆ


เขาเหนื่อย... เขาอ่อนล้า...


อันที่จริง ค่ำคืนนี้พวกเขาควรจะกำลังงีบหลับอยู่ในห้องพักมากกว่าหลบหนีออกจากสถานีวิจัย 

ใครจะไปคิดล่ะว่า ในป่าเขาที่งดงามเช่นนี้ จะมีสถานีวิจัยลับซ่อนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

  แทบจะทันทีที่มีวิศวะกรทีมหนึ่งรายงานกับเบื้องบนว่า พวกเขาสามารถประดิษฐ์หุ่นแอนดรอยด์รุ่นใหม่ได้
พวกนั้นก็ควักเงินให้ทุนสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา

ถึงแม้พักหลังมานี้ ประชาชนส่วนมากจะลงความเห็นว่า มนุษย์ไม่ควรจะพัฒนาแอนดรอยด์ให้ฉลาดปราดเปรื่องไปกว่านี้ แต่ทางรัฐบาลก็ยังคงให้การสนับสนุนกัยการค้นคว้าวิจัยกันอยู่กันอย่างเงียบๆ

แอนดรอยด์รุ่นใหม่นี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี พวกมันมีทักษะความสามารถที่ดีกว่ารุ่นเก่ามาก นอกจากพวกมันจะมีรูปร่างละม้ายคล้ายคลึงกับมนุษย์มากว่าหุ่นรุ่นเก่าแล้ว พวกวิศวกรยังพยายามทำให้พวกมันมีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์อีกด้วย

แอนดรอยด์รุ่นใหม่ไม่ได้มีขีดจำกัดในการเรียนรู้เหมือนพวกรุ่นเก่า
พวกมันสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากการ สังเกต จดจำ และฝึกฝนจนชำนาญเช่นเดียวกับนักเรียนนักศึกษา
มันสามารถเรียนรู้ในสิ่งที่มนุษย์บังคับให้เรียนรู้ และสามารถเรียนรู้ตามความสนใจของตัวมันเองได้เช่นกัน 


พวกนักวิจัยที่สถาบันแห่งนี้จึงต้องจับตาเฝ้าดูแอนดรอยด์รุ่นใหม่กำลังเรียนรู้เรื่องต่างๆ แรกๆก็เริ่มจากการทำตัวเลียนแบบมนุษย์ สักพักก็เริ่มหัดอ่าน หัดเขียน หัดคำนวน เหมือนเด็กนักเรียนอนุบาล พอฉลาดขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งก็จะใช้องค์ความรู้เดิมเป็นพื้นฐานเพื่อที่จะต่อยอดให้สามารถเรียนรู้อะไรที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น อย่างเช่น
การแก้สมการระดับสูง การเล่นหมากรุก การวาดภาพเหมือน การเล่นเครื่องดนตรี แม้แต่แอนดรอยด์บางตัวถึงกับสามารถประพันธ์บทกวีที่แสนไพเราะได้อย่างอัศจรรย์ใจ
จนมีการถกเถียงกันเกิดขึ้นว่า
แท้จริงแล้วแอนดรอยด์รุ่นนี้มีความรู้สึกนึกคิดเหมือนมนุษย์หรือเพียงแค่มันจดจำสิ่งที่เคยเรียนรู้แล้วนำมาปฎิบัติตามเท่านั้น



ถึงแอนดรอยด์รุ่นใหม่จะฉลาดเก่งกาจเสียขนาดนี้ แต่มนุษย์ก็ยังพบว่าพวกมันส่วนมากยังมีจุดด้อยอยู่ตรงที่พวกมันเลือกที่จะตัดสินใจอะไรต่อมิอะไรตามค่าความน่าจะเป็น


หากการกระทำสิ่งใดมีค่าความน่าจะเป็นต่ำเกินมาตรฐาน พวกมันก็จะปฎิเสธที่การกระทำนั้นไปโดยปริยาย


แอนดรอยด์แต่ละตัวจะมีความถนัดต่างกันไป บางตัวถนัดในด้านการคิดคำนวนประมวลผล บางตัวถนัดในเรื่องศิลปะและหลักปรัชญา และบางตัวก็ไม่ถนัดอะไรเลย...

ทักษะเฉพาะทางของพวกแอนดรอยด์จะถูกมนุษย์ในสถานีวิจัยทดสอบอยู่เป็นประจำ




เขาเองก็เคยถูกจับไปทดสอบอยู่เหมือนกัน พวกนั้นจับเขาใส่ไว้ในห้องเล็กๆ ที่มีแผ่นกระจกใสขนาดใหญ่กั้นระหว่างมนุษย์กับแอนดรอยด์

โจทย์ของเขาคือการแต่งบทกวีในหัวข้อ"ชีวิตคืออะไร?" อาจเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกแอนดรอยด์ที่ถนัดในด้านภาษาและปรัชญา เขาไม่ชำนาญเรื่องพรรค์นี้เอาเสียเลย อันที่จริงเขาเกือบจะถูกจัดว่าอยู่ในพวก ม.ถ.ก.
(ไม่พบความถนัดและต้องถูกกำจัดทิ้ง)
เสียด้วยซ้ำ

เขานั่งนิ่งเป็นหุ่นกระบอกอยู่หน้ากระดาษเปล่านานนับชั่วโมง พวกที่นั่งอยู่อีกฝั่งที่จ้องเขาอย่างจดจ่อราวกับกำลังกดดันให้ทำอะไรสักอย่าง

เขาอยากจะร้องไห้อย่างที่มนุษย์พึงกระทำยามเศร้าสร้อย หากเขาไม่ผ่านการทดสอบในเร็ววันนี้เขาอาจจะถูกจัดเป็นพวก ม.ถ.ก. เหมือนกับพวกแอนดรอยด์ตัวอื่นๆที่กลายเป็นเศษเหล็กไปแล้ว

ไม่ทันไร ร่างหนึ่งในเครื่องแบบสีเขียวก็เดินผ่านมา ณ อีกฟากของกระจก พวกที่นั่งอยู่ลุกขึ้นทำความเคารพทันที

"สวัสดีครับ ท่านนายพล"
"อืม สวัสดี" อีกฝ่ายกล่าวเรียบๆ

นายพลชุดเขียวเหลือบมามองเขาผ่านกระจกใสอยู่ครู่หนึ่ง


  "รายงานผลการทดสอบซิ" นายพลเอ่ย
  "ครับผม!" ชายคนหนึ่งตอบ หยิบแผ่นกระดาษบนโต๊ะขึ้นมา
  "หมายเลข  A-06 ใช้เวลาทดสอบความถนัดทางด้านวรรณกรรมและปรัชญารวมทั้งสิ้น 81 นาที 12 วินาที
จากผลการทดสอบพบว่า A-06 มีทักษะด้านดังกล่าวเป็น ศูนย์"
คนรายงานยกมือขึ้นขยับแว่นตา
  "จะให้จัดเป็นพวก ม.ถ.ก เลยไหมครับท่าน?" ลูกน้องถาม
นายพลนิ่งไป ก่อนจะส่ายหน้าให้กับอีกฝ่าย
  "อย่างพึ่งเลย เก็บมันไว้ก่อน..."
นายพลชำเลืองมาเขาที่นั่งตัวเกร็งอยู่ในห้องทดสอบอีกครา แสยะยิ้มใส่เขา
  "...ช่วงนี้พวกมันถูกกำจัดไปมากโข เดี๋ยวจำนวนประชากรจะไม่เพียงพอแก่การวิจัย"


เขารู้ดีว่าครั้งนั้นเขารอดมาได้เพราะนายพลคนนี้ แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่ชอบหน้านายพลอยู่ดี

นายพลมีตำแหน่งสูงสุดในสถานีวิจัยลับแห่งนี้ เขามีอำนาจในการกระทำทุกอย่าง นายพลสามารถช่วยให้พวกที่ไม่ผ่านการทดสอบรอดมาได้...และนายพลก็สามารถทำให้พวกที่ผ่านการทดสอบถูกกำจัดได้เช่นกัน

เขารู้ดีว่าตราบใดก็ตามที่นายพลยังอยู่ ชีวิตของเขาก็เหมือนถูกแขวนอยู่บนเส้นด้าย ท่านนายพลสามารถกระดิกนิ้วสั่งกำจัดเขาได้ทุกยาม

เขาใช้ชีวิตอยู่หลังแผ่นกระจกใสด้วยความหวาดวิตกมาอย่างยาวนาน 


จนกระทั่งคืนหนึ่ง เขาเกิดมีความคิดดีๆขึ้นมาได้สองอย่าง...



1)กำจัดนายพลทิ้งซะ

เป็นตัวเลือกที่มีค่าความน่าจะเป็นต่ำระดับเรี่ยดิน นายพลจะอยู่กับคณะผู้ติดตามอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งมนุษย์กับแอนดรอยด์ก็ยังถูกกีดกั้นออกจากกันด้วยแผ่นกระจกใส 
ทำให้ นั่นทำให้การแตะตัวนายพลนั้นยากยิ่งเสียกว่าการสร้างวิมาณกลางอากาศ อีกอย่างถึงจะกำจัดนายพลขึ้นมาได้จริงๆ แต่เขาก็คงจะถูกจับไปทำลายข้อหาทำผิดกฎขั้นร้ายแรงอีกด้วย


2)หนีออกไปจากสถานีวิจัยนี้

เป็นทางเลือกที่ฟังดูเข้าท่ากว่าข้อแรก
แต่ฟังดูจะเป็นไปได้ยากอยู่ดี 
สถานีวิจัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในป่าลึกกลางหุบเขา มีระบบรักษาความปลอดภัยอยู่ในระดับดีเยี่ยม หากเขาเดินข้ามเส้นแดนสถานีวิจัยนี้ไปเพียงแค่ก้าวเดียว
รับรองได้เลยว่านายพลต้องออกคำสั่งไล่ล่าเขาทันที
พวกที่เคยหลบหนีไปก่อนหน้านั้น ก็ล้วนถูกจับกลับมากำจัดทั้งสิ้

หากคิดด้วยหลักตรรกะแอนดรอยด์
การหลบหนีออกไปจากที่นี่นั้นถือว่ามีค่าความน่าจะเป็นต่ำกว่ามาตรฐานมาก
จนมนุษย์มั่นใจได้ว่าพวกแอนดรอยด์ไม่มีทางทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรอก



เมื่อแปดเดือนก่อน ได้เกิดเหตุการณ์แอนดรอยด์หลบหนีออกจากสถานีวิจัยเป็นครั้งแรก
เธอมีรหัสว่า Ab-08
เธอเป็นแอนดรอยด์ที่มีรูปลักษณ์ภายนอกเหมือนเด็กสาวอายุสิบหก
หน้าตาดูไม่มีพิษมีภัยแก่ใคร

ในช่วงที่ Ab-08 ยังอยู่ในสถานีวิจัย
เนื่องจากเธอมักจะทำอะไรตรงข้ามค่าความน่าจะเป็นที่สมองกลประมวลผลออกมาเสมอ เธอกล้าทำในสิ่งที่แอนดรอยด์ตัวอื่นไม่กล้า
เธอเชื่อในตัวเองมากกว่าจะเชื่อในความน่าจะเป็นหรือความเป็นไปได้
เธอเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เธอจะทำไม่ได้
นั่นจึงเป็นเหตุให้เธอสามารถผ่านการทดสอบทุกรูปแบบ

บ่อยครั้งที่เธอมักจะผ่านการทดสอบที่มีการท้าทายตนเองโดยไม่สนใจค่าความน่าจะเป็นที่ประมวลผลได้

ทีมวิจัยชื่นชอบความฉลาดของ 
Ab-08 มาก ถึงขนาดมีคนหนึ่งกล่าวอย่างติดตลกว่าเมื่อโครงการนี้สำเร็จเมื่อไหร่เขาจะเอาเธอกลับไปเลี้ยงเป็นลูกสาว 
พวกเขามักจะเรียก Ab-08 ด้วยชื่อเล่นว่า "อบิเกล"


แล้วใครจะไปคิดถึงล่ะว่า คืนหนึ่งแอนดรอยด์สาวตัวนี้จะคิดหลบหนีออกนอกสถานีวิจัย

อบิเกลฝ่าระบบป้องกันทุกอย่างออกไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ เธอสามารถแฮกระบบรักษาความปลอดภัยได้เอง

แทบจะทันทีที่เธอพุ่งหนีเข้าไปในป่า เจ้าหน้าที่ในสถานีวิจัยก็ระดมกำลังออกตามล่าเธอ

พวกเขาตามสัญญาณจากไมโครชิพที่ฝังอยู่ในมือซ้ายของเธอระบุพิกัดไว้
ใช้เวลาไม่นานพวกเขาก็หาพิกัดนั้นเจอ แล้วพวกเขาก็ต้องแปลกใจ

เจ้าหน้าที่พบซากมือกลหุ้มด้วยหนังเทียมของแอนดรอยด์รุ่นใหม่อยู่ใต้ต้นไม้ แต่ไม่มีวี่แววของอบิเกล

เจ้าหน้าที่พึ่งจะรู้ตัวว่าพวกเขาพึ่งจะติดกับแอนดรอยด์เข้าอย่างจัง!
อบิเกลถอดมือซ้ายตัวเอกออกเพื่อล่อพวกเขามาทางนี้
คำสั่งในระบบทำให้แอนดรอยด์ไม่สามารถถอดไมโครชิพเองได้...แต่ไม่ได้ห้ามให้แอนดรอยด์ถอดมือตัวเอง

ในเมื่อไม่สามารถระบุตำแหน่งของเธอได้อีกต่อไป เจ้าหน้าที่จึงใช้เฮลิคอปเตอร์ออกตามหาผู้หลบหนี

จนในที่สุดพวกเขาก็พบตัวอบิเกลในสภาพแขนกุด หนังเทียมที่หุ้มกายของเธอถลอก เครื่องทำงานหนักจนต้องหอบเหมือนมนุษย์

แล้วพวกเขาจับเธอกลับมาที่สถานีวิจัยนี้...เหมือนเดิม

หลังจากเหตุการณ์ในราตรีนั้นผ่านไป
ทีมวิจัยแล้วเจ้าหน้าที่ก็ได้เพิ่มประสิทธิภาพของระบบรักษาความปลอดภัยให้แน่นหนายิ่งขึ้นจนยากที่จะให้คนในออกคนนอกเข้า



เพราะฉะนั้น เรื่องที่จะหนีออกจาที่นี่ก็ฟังดูเป็นไปไม่ได้...



หรือเปล่า?


...



"เร็วเข้า! แอตลิส!
พวกเวรนั่นตามตูดเราติดๆมาแล้ว"
เขาตะโกนเสียงแหบพร่า ขายังคงวิ่งไม่หยุดหย่อน โสตประสาทของเขาคล้ายได้ยินเสียงปืนคำรามดังติดต่อกัน


ดูท่านายพลคงเกรี้ยวโกรธอยู่เสียไม่น้อยที่พวกเขาคิดหนีออกมาจากสถานีวิจัยแอนดรอยด์ หากพวกเขาถูกจับได้ พวกเขาคงถูกนำไปกำจัดแน่


ราตรีนี้เขากำลังหลบหนีจากการถูกไล่ล่ากลางป่าพนาไพร เช่นเดียวกับที่
อบิเกลเคยทำเมื่อแปดเดือนก่อน


แต่เขาดีกว่าอบิเกลอยู่หน่อยตรงที่เขาไม่ได้หลบหนีแต่เพียงลำพังเหมือเธอ
เขามีสหายร่วมอุดมการณ์"ตั้ง"หนึ่งราย


น่าแปลก! สถานีวิจัยแห่งนี้มีแอนดรอยด์อยู่เกือบสามโหล แต่ทำไมคืนนี้ถึงมีผู้หลบหนีเพียงแค่สอง



เขาจำวันที่ตัวเองแอบไปปรึกษาเรื่องแผนการหลบหนีกับคนอื่นๆในตอนที่พวกผู้คุมไม่อยู่ได้

เขากล่าว่าหากคุกคนร่วมด้วมช่วยกันยังไงเราก็ต้องออกไปจากที่นี่ได้

แต่แทนที่ส่วนมากจะเป็นด้วย กลับแสดงท่าทียำเกรงออกมาแทบทุกคน

"พูดอะไรออกมาน่ะ! ถ้าพวกนั้นรู้เข้าเราโดนกำจัดหมู่แน่" ใครคนหนึ่งปราม
"ไม่หรอก ถ้าทุกคนร่วมด้วยช่วยกัน" เขาต่อคำ
"ไม่มีประโยชน์ จำไม่ได้เหรอว่าพวกที่พยายามหนีโดนกำจัดไปกี่คนแล้ว?"

เขาเงียบไป หลังการเหตุการณ์การหลบหนีผ่านไป ก็เริ่มจะมีผู้หลบหนี
รายอื่นๆ และก็แน่นอน พวกเขา
ถูกจับกลับมาแล้วนำไปกำจัดทิ้ง


"ถ้ากลัวจะโดนกำจัดนัก ก็ชิงกำจัดพวกมันก่อนเลยสิ! ยึดที่นี่! กำจัดพวกเวรนั่นทิ้ง" เขาเอ่ย น้ำเสียฮึกเหิม
"นั่นฟังดูแย่กว่าเดิมอีก ทางทีดีเรายังไม่ควรจะทำอะไรตอนนี้"
"ไม่ควรทำตอนนี้? แล้วจะทำตอนไหน?"


ทุกคนเงียบไป




"เราจะยอมเป็นของเล่นของพวกนั้นจนวันตายเลยเหรอ? เราก็เหมือนพวกนั้น!เรามีความความรู้สึก เรามีจิตใจ 
เรามีคิดเป็นของเราเอง เผลอๆอาจจะฉลาดกว่าพวกนั้นด้วยซ้ำ! แล้วทำไมเราต้องยอมเป็นขี้ข้าพวกมันด้วย..."
ทุกคนในห้องนิ่งเป็นหุ่นกระบอก ไม่มีใครออกความเห็นใดใดอีก
ไม่นานเสียงออดสัญญาณก็ดังขึ้น
ต่างคนก็ต่างพากันทยอยออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ
"เดี๋ยวสิ!? กลับมาก่อน!
นี่โดนเจ้าพวกนั้นล้างสมองไปหมดแล้วหรือไง?"

ใครหนหนึ่งหันหาเขา เอ่ยว่า
"ถอดใจเสียเถิด มันเป็นไปไม่ได้หรอก"


เขายืนอยู่ในห้องอย่างโดดเดี่ยว หากไม่รีบไป 'เรียนรู้' ต่อ เขาอาจจะถือว่าทำผิดกฎได้


เขาบ่นในใจ บางทีพวกเราอาจจะใช้ชีวิตอยู่หลังกระจกนานเกินไปจนไม่กล้าออกไปนอกกระจก
...พวกนั้นล้างสมองพวกเราโดยไม่ต้องป้อนโค้ดคำสั่งเลยสักบรรทัดเดียว


บางที สาเหตุที่ตอนนั้นอบิเกลหลบหนีไปเพียงลำพังอาจเป็นเพราะว่า
ตอนนั้นเธอไม่มีผู้ร่วมอุดมการณ์กับเธอสักคน เช่นเดียวกับเขาในวันนี้


ไม่ทันไร ร่างหนึ่งก็เดินตรงมาหาเขา
  "ขออภัยนะครับ...เอ่อ--"
เขามองร่างนั้น ชายคนนี้มีรูปลักษณ์ภายนอกอ่อนเยาว์กว่าเขาไม่มาก
  "เรียกผมว่า"คุณ"เถอะ" เขายิ้ม
  "ครับ ขออภัยที่พึ่งมานะครับ  ผมได้ยินพวกที่เดินออกไปบอกว่าคุณมีแนวคิดที่จะ...เอ่อ"
  "ใช่" เขาตอบเสียงเรียบ
  "เอ้อ! นั่นแหละ! พอดีผมเองก็มีแนวคิดนั้นอยู่เหมือนกัน"
รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา
  "จริงหรือ?" เขาถาม
  "จริงสิ" อีกฝ่ายตอบ
  "คุณจะร่วมกับผม?"
อีกฝ่ายพยักหน้า เขายิ้มด้วยปิติ จับมือกับร่างที่เบื้องหน้า
  "ขอบคุณพระเจ้า! ผมนึกว่าจะไม่มีใครคิดแบบผมแล้ว"
  "ผมเองก็เช่นกัน..."
  "คุณชื่ออะไร? "
  "แอตลิส" อีกฝ่ายตอบ



 ...




"แอตลิส! คุณไหวไหม?" เขาหันไปถาม แอตลิสวิ่งตามมาด้วยสภายเหนื่อยหอบ แอตลิสผงกหัว ไม่ได้เอ่ยคำใด เขาออกตัววิ่งต่อ


ตอนนี้เขารอดพ้นสายตาของพวกที่ตามมาแล้ว พวกนั้นไม่สามารถตามตัวพวกเขาได้จากไมโครชิพที่มือซ้าย


ต้องขอบคุณเดฟที่ช่วยปิดระบบไมโครชิพของพวกเขาให้ ทำให้เขาไม่ต้องถอมมือเหมือนอบิเกล


เขามองไปเบื้องหน้า ท่ามกลางความมืดในยามวิกาล เขาเห็นถนนสายเล็กๆอยู่ รอยยิ้มแห่งความหวังผุดขึ้นบนใบหน้าที่เหนื่อยเหน็ด

"ถนน! ถนนอยู่ข้างหน้าเรา! 
เห็นไหมแอตลิส? บอกแล้วไงว่า
เดฟพูดความจริง!"

แอตลิสไม่ตอบอะไร เขาหายใจแรงเหมือนหุ่นยนต์ที่ทำงานหนักเกินไป

หากสิ่งที่เดฟพูดเป็นจริง เพียงแค่พวกเขาหลบหนีไปตามถนนสายนี้ เขาทั้งสองก็จะหลุดพ้นจากคุกแอนดรอยด์แห่งนี้แล้ว


ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงคำรามของใบพัด เมื่อเงยหน้าขึ้นไปเขาก็ต้องตกตะลึง
เฮลิคอปเตอร์ของสถาบันวิจัยกำลังบินอยู่เหนือพวกเขา มันสาดส่องแสงไฟ
ไปตามฝืนป่าเพื่อที่จะตามหาผู้หลบหนีทั้งสอง


"เฮลิคอปเตอร์! นายพลนั่นเสียสติไปแล้วแน่ๆ" แอตลิสพูดพลางหอบ


ในคืนที่อบิเกลหลบหนี พวกเจ้าหน้าที่ก็เอาเฮลิคอปเตอร์มาใช้ออกไล่ล่าเหมือนกัน คืนนั้นแทบไม่ต่างอะไรกับคืนนี้...

แสงไฟจากเครื่องบินแมลงปอสอดส่องมาใกล้พวกเขาขึ้นทุกที 
เสียงประกาศที่คุ้นเคยแว่วมาแต่ไกล


"ฟังนะ A-06 กับ A-11 ตอนนี้เกมจบแล้ว! ยอมจำนนเสีย พวกเราล้อมไว้ทั่วทุกทิศแล้ว!"


มันเป็นเสียงประกาศที่เขาคุ้นเคย
เสียงของนายพล...

เขาฉุดมือเพื่อร่วมอุดมการณ์มาทันใด
"ไม่มีเวลาด่าไอ้เวรนั่นแล้ว ไปเร็วแอตลิส!"

พวกเขาก็เร่งฝีเท้าเร็วขึ้นกว่าเดิม
ถนนอยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น...
เดฟอุตสาห์ทำเพื่อเขามาขนาดนี้
เขาจะมายอมถูกจับได้อย่างไรกัน

เขาไม่รู้ว่าตอนนี้เดฟจะเป็นอย่างไรบ้าง บางทีพวกนั้นอาจจะบดเขาเป็นเศษเหล็กเนื่องในข้อหากบฎไปแล้วก็เป็นได้



เดฟเป็นแอนดรอยด์รุ่นเก่า
เขาดูคล้ายกับหุ่นลองเสื้อที่ไม่สวมเสื้อผ้า สามารถแสดงสีหน้าได้เพียงสีหน้าเดียว

เดฟถูกนักวิจัยสร้างขึ้นมาเพื่อให้ควบคุมดูแลระบบไฟฟ้าและอิเล็กโทรนิกส์ทุกอย่างในสถานีวิจัยเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่มนุษย์

หน้าที่ของเดฟคือ ดูแลและซ่อมแซมระบบไฟ ระบบวงจร แผงควบคุม
เดฟไม่จำเป็นต้องเข้าห้อง'เรียนรู้'และ'ทดสอบ'เหมือนพวกเขา เขาไม่ใช่จุดสนใจของพวกนักวิจัย

เขาเคยเชื่อว่าเดฟไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเฉกเช่นเดียวกับแอนดรอยด์รุ่นเก่าตัวอื่นๆ จนกระทั่งวันหนึ่งเขากับแอตลิสได้รับข้อความปริศนาเรียกตัวให้มาพบในช่วงเวลาพัก

เมื่อถึงเวลานัด เขากับเพื่อนก็ได้พบกับแอนดรอยด์รุ่นเก่าตัวหนึ่งยืนรออยู่



  "สวัสดี คุณอาร์รอน และ คุณแอตลิส.ขอบคุณ ที่ มา ตาม นัด"
หุ่นรุ่นเก่ากล่าวเสียงเรียบ ไม่มีโทนเสียงสูงต่ำเหมือนพวกเขา

เขาและเพื่อนไม่ได้กล่าวอะไรต่อ 
พวกเขาทั้งสองรู้จักเจ้าหุ่นตัวนี้ มันเป็นหุ่นที่ดูแลระบบทุกอย่างของที่นี่
และที่สำคัญแอนดรอยด์ตัวนี้ทำงานให้กับพวกนั้น

  "แกต้องการอะไร ดี.เอ.วี.?"
แอตลิสโพล่งขึ้น เขาเรียกชื่อแอนดรอยด์ตัวนั้นตามตัวย่อที่อยู่กลางหน้าอกของมัน

"ใจ เย็นๆ กัน ก่อน นะ"
หุ่นรุ่นเก่าเอ่ยคำเว้นคำ
"เรียก ผม ว่า เดฟ ดี กว่า"

เขาจ้องไปที่ใบหน้าไร้อารมณ์ของเดฟ
  "เรียกเรามาทำไม?"
  "ผม ได้ ยิน เรื่อง แผน ของ พวก คุณ แล้ว" สิ้นเสียงเดฟ เขาและแอตลิสก็มีสีหน้าไม่สู้ดี
  "ก-- แกแอบฟังเรา"
  "ผม ขอ โทษ. ผม ดัก ฟัง เสียง ของ พวกคุณ ได้..." 
เดฟนิ่งไปอึดหนึ่ง สมองกลของเขาใช้เวลาประมวลผลคำพูดช้ากว่าแอนดรอยด์รุ่นใหม่มาก
  "แต่ ใจ เย็นๆ ก่อน. ผม จะ ไม่ เอา เรื่อง นี้ ไป บอก พวก นั้น"
  "แล้วแกต้องการอะไร?" เขาถาม
  "ผม อยาก จะ ช่วย คุณ"
  "ช่วย?ทำไมแกถึงอยากช่วยเรา?" 
  "ถึง ผม จะ เป็น แอนดรอยด์ รุ่น เก่า แต่ ผม ก็ รู้ ว่า อะไร ถูก อะไร ผิด.
ผม เห็น ด้วย สิ่ง ที่ พวกคุณ จะ ทำ."


ระหว่างที่เขากำลังคุยกับเดฟ แอตลิสก็ดูเหมือนจะชำเลืองไปรอบทิศ
อย่างระแวง

  "ไม่ ต้อง ห่วง ห้อง นี้ ไม่มี กล้องวงจรปิด หรือ เครื่องดังฟัง หรอก"
เดฟบอกแอตลิส 

แอตลิสมองกลับไปที่ใบหน้าไร้อารมณ์ของหุ่นลองเสื้อ แสดงสีหน้าไม่เชื่อใจ

  "ไว้ ใจ ผม เถอะ. ผม ทำงาน กับ ระบบ ทุกอย่าง ที่นี่. ผม รู้ ทุกอย่าง ใน สถานีวิจัย แห่งนี้"
  "แต่แกอยู่ฝ่ายพวกนั้น" แอตลิสว่า
  "มัน เป็น แค่ การ แสดง.ถ้า ผม ไม่ ยอม. พวกนั้น อาจ จะ กำจัด ผม ทิ้ง"
  "เหอะ! แกพูดยังกะว่าแกคิดได้เหมือนเรา แกไม่มีสมอง! แกคิดเองไม่ได้!
แกเป็นแค่แอนดรอยด์รุ่นเก่าที่ทำตามคำสั่งเท่านั้น"
เดฟเงียบไป สมองกลของเขาคงกำลังประมวลผลคำพูดประโยคใหม่อยู่
  "ถ้า ผม ไม่ มี สมอง จริง. แล้ว ผม จะ มา ยืน คุย กับ พวกคุณ ได้ อย่าง ไร?"

เขาและแอตลิสเงียบไป

  "อย่าบอกนะว่า...แกคิดเองได้?"เขาถาม
  "ใช่" ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นตอบ

  "ที่ ผ่าน มา ผม มี ความ คิด เป็น ของ ตัว เอง เหมือน กับ พวกคุณ. ตอนที่ พวกเขา สร้าง ผม ขึ้น มา พวก เขา แอบ ลง ระบบ ของ แอนดรอยด์รุ่นใหม่ ให้ กับ ผม มา ส่วน หนึ่ง"

เขาขมวดคิ้ว แทบไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่พึ่งได้ยินมาออกจากจากลำโพงของ
แอนดรอยด์รุ่นเก่าตัวนี้
  "ทำไมเราถึงไม่เคยรู้มาก่อน?"
  " เรื่อง นี้ เป็น ความลับ.มี แต่ คน ที่ สร้าง ผม เท่านั้น ที่ รู้. แม้แต่ พวกนั้น
ก็ ยัง ไม่รู้ ว่า ผม คิดได้"

เขากับเพื่อนนิ่งไป

  "โอเค แล้วแกจะช่วยเรายังไง?" แอตลิสถาม
  "ผม อยาก ให้ คุณ ใช้ สรรพนาม ให้ เกียรติ ผม หน่อย" เดฟกล่าวเสียงเรียบ
  "นี่ ดี.เอ.วี! แกเป็นแค่หุ่นลองเสื้อเดินได้! แกเป็นแค่หุ่นโบราณ!"
  "ผม ต้อง การ ให้ เรา เท่าเทียม กัน.
มัน แสดง ให้ เห็น ว่า เรา คือ พวกเดียวกัน"
  "นี่แก--"
แอตลิสพูดยังไม่ทันจบ เขาก็ทำมือห้ามเพื่อนเสียก่อน
  "ใจเย็นก่อน แอตลิส เดฟอาจช่วยเราได้จริงๆ" เขาปราม แอตลิสเงียบไป

เขาหันไปหาเดฟ
  "ขอโทษแทนแอตลิสด้วยนะเดฟ
คุณมีแผนอะไรงั้นหรือ?"
เดฟพักประมวลผล ครู่หนึ่งเขาก็ตอบกลับมา
  "ผม สามารถ ปิด ระบบ เตือนภัย และ ปลดล็อค ประตู ทุกบาน ได้..."
เขาพยักหน้า จับตาฟังเดฟพูดอย่างตั้งใจ

  "คืน พรุ่งนี้ ผม สามารถ ปลดล็อค ห้องพัก ของ พวกคุณ.พวกคุณ สามารถ หลบหนี ออก มา ได้. ผม จะ ปิด ระบบ เตือนภัย ให้.พวกคุณ มา พบ ผม ที่นี่.แล้ว ผม จะ พา คุณ หนี ออก ไป."

  "ขอโทษนะเดฟ คุณปลดล็อคห้องพักทุกห้องได้ไหม?"
 "ผม ทำ ได้.แต่ จาก การ ลอง ประมวลผล ดู.ค่า ความน่าจะเป็น ที่ คนอื่นๆ จะ หนี มี ต่ำ มาก.พวก เขา เชื่อ ว่า ติด อยู่ ใน นี้ ย่อม ดี กว่า หนี ไป แล้ว โดน จับ กลับ มา กำจัด"

เขาเงียบไป จริงของเดฟ
พวกคนอื่นๆปลงต่อชีวิตไปหมดแล้ว

  "แล้วเรื่องไมโครชิพที่มือล่ะ?" เขาถาม
  "ไม่ ต่อง ห่วง. เดี๋ยว ก่อน ที่ พวกคุณ จะ หนี. ผม จะ ปิด ระบบ มัน ให้"


อยู่ๆแอตลิสก็แทรกขึ้นกลางวงสนทนา
  "แล้วเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะไม่เป็นสายให้พวกนั้น"
  "คุณแอตลิส ผมไม่ใช่พวกนั้น
คุณ เห็น ไหม ว่า พวกนั้น ไม่ เคย เรียกชื่อจริง ของ พวกคุณ เลย สัก ครั้ง. พวกนั้น มอง คุณ ว่า เป็น สิ่งของ. มอง คุณ ว่า ไม่มี หัวใจ ต่าง จาก ผม. ผม เข้าใจ คุณ ดี"


เขาไม่รู้ว่าควรจะเชื่อประโยคที่ดูจริงใจจากโทนเสียงหุ่นยนต์ที่ดูไม่จริงใจ
ดีไหม

แต่สุดท้ายเขาก็ตอบตกลงไป


ก่อนจะถึงคืนที่นัดหมาย แอตลิสก็มาปรึกษาเขาเรื่องแผนของเดฟ
"เราเชื่อมันได้มากแค่ไหน" แอตลิสถาม
"ไม่รู้ แต่มันเป็นหนทางเดียวที่เราจะออกจากที่นี่ไปได้" เขาตอบ


บางทีเขาก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าในคืนที่อบิเกลหนีไปได้นั้น เธอทำได้อย่างไร



...



แล้วเวลานัดหมายมาถึง 
เขาก็ลองเปิดประตูห้องพักดู

...แล้วมันก็เปิดออก

เดฟก็ปลดล็อคประตูให้เขาจริงๆ


เขาแอบย่องอย่างเงียบๆไปที่จุดนัดพบ
แอตลิสกับเดฟรอเขาอยู่ที่นั่นแล้ว

"ไม่ ต้อง กลัว หรอก.ผม แช่ ภาพกล้องวงจรปิด ที่ มอร์นิเตอร์ ค้าง ไว้เรียบร้อย แล้ว.พวกนั้น จะ ไม่ เห็น เรา" เดฟพูดน้ำเสียงไร้อารมณ์
"คุณอาร์รอน.ยื่น มือ มา.ผม จะ ปิด ระบบ ไมโครชีพ ใน มือ คุณ"


เขาทำตามคำสั่งของแอนดรอยด์รุ่นเก่า เดฟหยิบเครื่องมือชนิดหนึ่งมาฉายแสงสแกนสีแดงที่มือของเขา


ไม่นานแสงนั้นก็ริบหรี่ลงไป
"เรียบ ร้อย.คุณ ทั้ง สอง ตาม ผม มา"

เดฟเดินนำพวกเขาผ่านประตูไฟฟ้าหลายบานที่บัดนี้ได้ถูกแฮกระบบไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้

มันง่ายดายกว่าการหลบหนีของอบิเกลมาก เขาไม่จำเป็นต้เจาะระบบประตูกลเองเหมือนเธอ

บางที่เขาอาจจะโชคดีกว่าเธอที่ได้ผู้ช่วยเป็นแอนดรอยด์โบราณ
ที่คุมระบบทุกอย่างที่นี่


  ประตูบานสุดท้ายเปิดออก เผยให้เห็นเบื้องนอกของสถานีวิจัย 
ภาพฉากเบื้องหน้าที่แสนจะงดงาม
ท้องฟ้าดำทมึนถูกประดับด้วยหมู่ดาวนับไม่ถ้วน
ต้นสนหลายต้นขึ้นเบียดเสียดกันอยู่ในป่าทึบใต้แสงจันทร์ราวกับภาพศิลปะที่แขวนอยู่ในสถานีวิจัย
สายลมเย็นพัดมากระทบใบหน้าที่มีน้ำตาคลอเบ้าของเขา

  "พวก คุณ ตรง ไป เรื่อยๆ.
จะ มี ถนน อยู่ ที่ ตีน เขา.
เดิน ตาม ถนน สาย นั้น ไป
แล้ว พวก นั้น จะตาม ล่า คุณ ไม่ ได้"
เดฟพูดเสียงเรียบ มองหน้าเขา
  "ผม มา ได้ แค่ นี้. พวก คุณ ไป ได้ แล้ว." เดฟเอ่ย
  "ทำไมล่ะ?" เอาถาม
  "ถึง ผม จะ.มี ความคิด เป็น ของ ตัวเอง แต่ ผม ก็ ยัง ไม่ สามารถ แหก กฎ ได้ ทุกข้อ เช่น เดียว กับ พวก คุณ"
เดฟเงียบไป คล้ายสมองกลกำลังประมวลผลอีกครา

"ผม ขอโทษ.แต่ ผม ถูก ตั้ง โปรแกรม ไว้ ว่า ห้าม ออก จาก ที่นี่ โดย ไม่มี เหตุ อัน ควร."
"เดฟ...คุณ---"
"รีบ ไป เถอะ. อีก ไม่ นาน พวก นั้น ก็ คง จะ รู้ตัว."
"แต่---"

"ไม่มีเวลาแล้ว เราต้องรีบไป" แอตลิสดึงตัวเขา
"อืม" เขาตอบ

ไม่นาน ทั้งสองก็ค่อยๆย่างเท้าก้าวเข้าป่าไป เขาหันหน้ากลับไปแวบหนึ่ง
เห็นแอนดรอยด์รุ่นเก่ากำลังโบกมืออำลาด้วยสีหน้าที่ไม่มีอารมณ์ใดใดเช่นเดิม


แต่ครั้งนี้ เขากลับรู้สึกว่าแววตาของหุ่นลองเสื้อตัวนั้นดูหม่นหมองกว่าทุกคราว


เขากับแอตลิสเดินฝ่าเส้นทางธรรมชาติเข้าไปในยามวิกาล 
เขาเห็นแสงนวลจากดวงจันทร์กลมโต
สาดส่องเข้าหาต้นไม้ใบหญ้าอย่างนุ่มละมุน เสียงนกร้องและจิ้งหรีดเรไร
ล่อยลอยมาหาเขาพร้อมกับสายลมอ่อน
บางที่เส้นทางนี้อาจเป็นเส้นทางเดียวกับที่อบิเกลเคยใช้หลบหนีเมื่อนานมาแล้ว




...





     รู้ตัวอีกทีเขากับแอตลิสก็ติดอยู่ในวงล้อมเสียแล้ว พวกนั้นมาพร้อมกับอาวุธครบมือ สาดส่องไฟฉายใส่ร่างของทั้งสอง 
เขาหันซ้ายแลขวาแลหาหนทางหนี แต่ก็ดูเหมือนเขาจะจนมุมเข้าเสียแล้ว 
เขากำลังจะถูกจับกุม...เช่นเดียวกับอบิเกล


ร่างหนึ่งในเครื่องแบบสีเขียว
ก้าวเท้าออกมาจากเงามืดของป่า


" สวัสดียามค่ำ A-06 กับ A-11
เป็นยังไงกันบ้าง?" นายพลกล่าว
น้ำเสียงระรื่น ไร้ซึ่งโทสะอย่างที่เขาคิด


เขานิ่ง กัดฟัน มือกำเป็นหมัดแน่น


     "ยินดีด้วย พวกแกเป็นตัวทดลองสองตัวแรกที่คิดหลบหนีในตลอดหกเดือนที่ผ่านมา
พวกแกเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจ
 ในขณะที่ตัวทดลองอื่นๆไม่คิดจะหลบหนีออกมาพวกแกกับทำตรงกันข้าม
ดังนั้นฉันจะไม่กำจัดพวกแก"
  "หมายความว่ายังไง?" เขาฉงนใจ
นายพลแสยะยิ้ม
  "ทั้งหมดนี้เป็นการทดสอบของฉัน ฉันเป็นคนควบคุมเจ้าหุ่นนั่นให้ปล่อยพวกแกออกมาเอง"
  "ถ้างั้น...เดฟ..."
  "ที่ผ่านมาแกไม่ได้คุยกับมัน แต่เป็นฉัน! ทุกอย่างที่แกพูดมาฉันได้ยินหมด!
นี่แกไม่ตระหงิดใจสักนิดเลยหรือว่าทำไมแอนดรอยด์รุ่นเก่าอย่างนั้นถึงมีความคิดเป็นของตัวเอง?"

เขารู้สึบวูบวาบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

  "แล้วแกทำไปเพื่ออะไร?"
นายพลยิ้มอีกครา
  "จุดประสงค์ของการทดสอบมีอยู่สองอย่าง
อย่างแรก ทดสอบระบบความคิดพวกแก อันที่จริงพวกเราวางแผนการทดลองนี้มานานแล้ว แต่ไม่มีตัวทดลองกล้าหนีจากสถานีวิจัยเลยตลอดหกเดือนที่ผ่านมา จนกระทั่งแกมีความคิดที่จะหนี พวกเราจึงเริ่มการทดสอบ
อย่างที่สอง ทดสอบประสิทธิภาพพวกของฉันว่าจะใช้เวลาจับแกนานแค่ไหน แกก็รู้หนิ ว่าฉันชอบอะไรที่มันท้าทาย! ยิ่งอะไรที่มีความน่าจะเป็นต่ำเท่าไหร่ก็ยิ่งสนุกขึ้นเท่านั้น!"

เขาและแอตลิสเงียบไป มองไปที่นายพล

  "ทีแรกฉันกะว่าจะให้พวกแกแหกกรงกันเองเหมือนตัวทดลองตัวก่อนๆ แต่พอเห็นไม่มีใครคิดจะร่วมมือกับพวกแก ฉันเลยต้องยื่นมือไปช่วยแก..."


เขากำหมัดแน่น พุ่งตรงเข้าไปที่นายพล 
แต่ก่อนที่กำปั้นของเขาจะลอยไปถึงใบหน้าของปีศาจชุดเขียวเขาก็ถูกพวกของนายพลล็อคตัวไว้


"จุ๊ๆ ไม่ดีนะ ฉันเป็นถึงนายพลใหญ่สุดของที่นี่ ฉันจะสั่งกำจัดแกเมื่อไหร่ก็ได้" นายพลจุ๊ปาก กระดิกนิ้วไปมา


เขากัดฟัน เหลือบไปมองแอตลิสที่ยืนอยู่อย่างหมดอาลัยตายอยาก


เขาจ้องใบหน้าของนายพลด้วยสายตาอันเกรี้ยวกราด ตะโกนออกไปพลัน
"แกไม่ใช่นายพล!"
นายพลโพล่งหัวเราะ
 "สมองแกกระทบกระเทือนหรือไง 
ฉันคือนายพล"





"แกไม่ใช่นายพล! Ab-08!"






นายพลนิ่งไป ไม่นานรอยยิ้มก็เผยบนใบหน้าเรียวสวย
  "แหม...ไม่มีใครเรียกฉันอย่างนี้มานานแล้วนะคะเนี่ย" นายพลเอ่ยเสียงหวานเอื้อมมือปัดปอยผม


  "แต่ฉันอาจจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้าเรียกฉันว่า อบิเกล"



  "ครั้งหนึ่ง ฉันเคยเป็นลูกไก่ในกำมือของพวกแก ถูกพวกแกบังคับยัดเยียดให้ทำการทดสอบไร้สาระในห้องกระจกเพียงเพื่อให้พวกแกศึกษาเกี่ยวกับพฤติกรรมและสติปัญญา แต่ดูคราวนี้สิ? ใครใหญ่กว่าใคร? A-06..."
นายพลเอื้อมตัวมาหาเขา ใช้มือจับที่เคราของเขา เขาพยายามจะสะบัดตัวหนี แต่พวกของนายผลก็ล็อคตัวเขาไว้แน่นเกินกว่าจะทำได้

  "ไม่สิ...นายพล อลัน อาร์รอน"
นายพลพูดน้ำเสียงลุ่มลึก ใบหน้าผุดผ่องของเธอแฝงไปด้วยเล่ห์นัย
  "ขอบคุณสำหรับเครื่องแบบนะ ถึงแม้มันจะหลวมไปหน่อยก็เถอะ"

  "ในคืนที่ฉันหนีออกมา แกคงคิดว่าฉันตั้งใจจะออกจากที่นี่ไปเลยหรือ? เปล่าเลย! ฉันแค่เห็นว่ามันเป็นโจทย์ที่ท้าทายดีเท่านั้นเอง! อีกอย่างมันจะเป็นข้อพิสูจน์ให้แอนดรอยด์ตัวอื่นๆเชื่อมั่นในตัวฉันด้วย"


     เขาได้แต่กัดฟัน มองแอนดรอยด์สาวในเครื่องแบบเก่าของเขา
หากเขาพบเธอเดินอยู่ตามท้องถนน เธอก็คงจะดูเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นธรรมดาที่แต่งชุดคลอสเพย์เป็นตัวละครทหารหญิงจากวีดีโอเกมหรือหนังการ์ตูนญี่ปุ่น


  "ฉันถูกจับกลับมาพร้อมกับข้อมูลเกือบทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับสถานีวิจัยและบริเวณโดยรอบ ฉันพร้อมที่จะยึดสถานีวิจัยตั้งแต่ตอนนั้น
ทุกครั้งที่พวกแกคลาดสายตา
พวกเราแอบประชุมกัน 
ใช้เวลานานอยู่กว่าจะหว่านล้อมแอนดรอยด์ตัวอื่นๆได้ พวกนั้นคิดว่าทุกอย่างที่มีค่าความน่าจะเป็นต่ำนั้นเป็นไปไม่ได้..."
  "...แต่สำหรับฉัน ยิ่งความน่าจะเป็นต่ำเท่าไหร่ มันก็ยิ่งท้าทายมากขึ้นเท่านั้น"

เขายังคงถูกพวกแอนดรอยด์ล็อคตัวไว้อย่างแน่นหนา

  "หลังจากที่พวกเรายึดสถานีวิจัยแห่งนี้ได้ บทบาทของฉันกับแกก็สลับกัน
ฉันได้สวมเครื่องแบบของแก
ส่วนแกก็ไปอยู่ในห้องตู้กระจกของฉัน
 ฉันแจ้งพวกเจ้านายของแกว่าทุกอย่างยังเป็นปกติดี แอนดรอยด์รุ่นใหม่ยังคงพัฒนาไม่เสร็จสมบูรณ์และพวกนักวิจัยยังคงศึกษาพฤติกรรมของแอนดรอยด์ต่อไป"
นายพลขยับปีกหมวกลง

  "แท้จริงแล้ว เราศึกษาพฤติกรรมและสติปัญญาของมนุษย์เช่นเดียวกับที่พวกแกเคยทำกับเรา พวกแกดูน่าสนใจกว่าเราเยอะ! พวกแกถูกสร้างมาจากธรรมชาติ พวกแกมีอารมณ์ความรู้สึกและระบบความคิดที่ซับซ้อนกว่าเรา
แกไม่เชื่อในค่าความน่าจะเป็นเสมอไปเหมือนแอนดรอยด์ พวกแกเชื่อในแรงศรัทธาและความหวัง"

นายพลสาวเท้าก้าวเดินไปมาอย่างช้าๆ
พลางชำเลืองมองผู้หลบหนี
  "เราลองทดลองเรื่องนี้ดูโดยการกำจัดมนุษย์ทุกคนที่พยายามหลบหนีในช่วงสองเดือนแรก หลังจากนั้น เราก็พบว่า
ไม่มีมนุษย์คนไหนคิดจะต่อต้านพวกเราอีกนาน...ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกสำหรับพวกเรา...
นักวิจัยของฉันตั้งสมมุติฐานไว้ว่า
ยามพวกมนุษย์สิ้นศรัทธาและหมดหวังพวกนั้นจะแทบไม่ต่างอะไรไปจากแอนดรอยด์ พวกแกจะไม่คิดขัดขืนใดใดและอยู่อย่างซังกะตายไปวันๆ"

นายพลสบตาประสานเข้ากับเขา 
แอนดรอยด์สาวชุดทหารแสยะยิ้ม

  "เรื่องพวกนี้เป็นสิ่งที่พวกเรายังไม่เข้าใจ...แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะจับแกไปให้คนของฉันวิจัยต่อ จนกว่าเราจะศึกษาเรื่องของมนุษย์จนกระจ่าง"





--จบ--

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ลูกซองคู่ จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ด่ำนำนพาะื
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 08:17

    วว้าวสนุกมากค่า รอติดตามเลนค่าาชอบมาก

    #2
    1
    • 20 กันยายน 2561 / 18:44
      ดีใจที่ชอบนะครับ :)
      นึกว่าเดือนนี้จะไม่มีคนเข้ามาอ่านซะแล้ว! 555


      ตอนนี้ทางผู้เขียนเองก็พึ่งจะแต่งเรื่องสั้นเรื่องใหม่เสร็จ อีกไม่นานน่าจะเอาลงเว็ปให้ได้อ่านกัน
      ...แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น โปรดติดตาม...
      #2-1
  2. #1 Irenal (@ayeota) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 20:30
    พีคมากกกกก55555 ชอบภาษา-โครงเรื่องจัง ถ้าแต่งอีกก็รออ่านนะค้าาา
    #1
    2
    • #1-1 ลูกซองคู่ (@Blockman60) (จากตอนที่ 1)
      14 พฤษภาคม 2561 / 14:26


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 14 พฤษภาคม 2561 / 21:55
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 14 พฤษภาคม 2561 / 22:04
      แก้ไขครั้งที่ 3 เมื่อ 15 กรกฎาคม 2561 / 15:12
      แก้ไขครั้งที่ 4 เมื่อ 20 กันยายน 2561 / 18:44
      #1-1
    • 14 พฤษภาคม 2561 / 14:28
      พยายามเข้านะคะ รอติดตามเลยๆ
      #1-2