นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF Conan] Promise (Akai x Amuro)

โดย Blackki

วันหยุดหนึ่งวันที่อากาอิ ชูอิจิได้มา ทำให้อามุโร่ต้องหาวันหยุดวันเดียวกับเขาด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง แต่มันจำต้องมีเหตุมาขวางตลอดสิน่า!!!

ยอดวิวรวม

3,327

ยอดวิวเดือนนี้

35

ยอดวิวรวม


3,327

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


139
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ต.ค. 61 / 00:52 น.
นิยาย [SF Conan] Promise (Akai x Amuro)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้








กล่าวสวัสดีกับรีดเดอร์ทุกท่านนะคะ


เรากลับมาพร้อมกับฟิคสั้นของโคนัน เย้!(?)


หลังจากที่เราได้แต่งในส่วนของนารูโตะจบไป เรามีนิยายที่วางแผนจะแต่งต่อไว้แล้ว


ยังไงก็ฝากติดตามกับนิยายในทุกๆเรื่องด้วยนะคะ! 


ขอบคุณค่าาาา


และต้องขออนุญาตรูปภาพทุกๆรูปด้วยค่ะ


ขอบคุณค่ะ


Ps. เราแต่งทุกแนวนะคะ แล้วในเรื่องนี้เป็นแนวชายชายค่ะ ใครไม่ชอบสามารถกดปิดได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ


ช่วยเม้มกันด้วยนะคะ!! ><

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ต.ค. 61 / 00:52






P • R • O • M • I • S • E


Pairing : Akai Shuichi  x  Amuro Tooru

Rate : PG

Note : เราได้เปิดนิยายที่จะลงฟิคสั้นโคนันนะคะ ชื่อ short fic conan ยังไงใครที่อยากติดตามนิยายเรื่องอื่นๆก็สามารถเข้าไปอ่านได้นะคะ

•••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


ขณะนี้เป็นเวลาวิกฤติของกรมสันติบาล…


ไม่ใช่ว่ามีสปายแอบเข้ามาสืบความลับ หรือมีระเบิดติดตั้งอะไรหรอก


แต่มันรุนแรงกว่านั้นอีก…


“เอ่อ คุณฟุรุยะ” มีเจ้าหน้าสันติบาลคนหนึ่งยอมเป็นหน่วยกล้าตายแทนเพื่อนๆที่กำลังมองมาด้วยสายตาสงสาร


“……” ฟุรุยะหันมามองรุ่นน้องด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ เป็นสายตาเย็นชาที่พร้อมจะหาเรื่องได้ทุกเมื่อ


สันติบาลคนนั้นถึงกับขนลุกเมื่อได้เห็นสายตาของเขา


“อะ เอก สาร.…ทะ ที่หะ หัวหน้า…”


“อะไร” เสียงเรียงนิ่งแต่เย็นชาทำให้ถึงกับทำไห้เขาคนนั้นพูดไม่ออก


ไม่ ไม่เคยเลย…


…ไม่เคยเห็นคุณฟุรุยะเป็นแบบนี้มาก่อนเลย


“เอามานี่” แต่อยู่ก็มีเสียงสวรรค์ดังขึ้นมาจากด้านข้าง พร้อมกับเอกสารในมือที่ถูกดึงไป


“เดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง” 


แล้วสันติบาลคนนั้นก็มีชีวิตอยู่รอดไปอีกวัน แต่ได้ข่าวว่าสันติบาลคนนั้นเป็นเด็กใหม่ที่พึ่งเข้าวันสองวันเองด้วย


“เป็นอะไรเนี่ย” เขายื่นเอกสารไปให้คนที่นั่งอยู่ตรงหน้า “อารมณ์เสียอะไรแต่เช้า”


“มันก็เพราะนายไม่ใช่รึไง?! สก็อต!!” 
.
.
.
.
.
.
.
.
ย้อนกลับไปเมื่อสามชั่วโมงก่อน


5:25 am


ติ๊ดๆๆๆๆ


“อืมมมม” เพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ทำให้คนที่หลับอยู่ใต้ผ้าห่มสองคนถึงกับตื่น


“อามุโร่คุง…โทรศัพท์นาย” คนที่อยู่กับอามุโร่เรียกเจ้าของโทรศัพท์


“ปล่อยมันไว้อย่างงั้นแหละ…” เจ้าของโทรศัพท์พูดแล้วก็ซุกหน้าเข้ากับหน้าอกของอีกฝ่าย


จนมันดังแล้วดับไปรอบหนึ่ง แล้วก็ดังขึ้นมาใหม่อีกรอบ


“อามุโร่คุง” คราวนี้เขาเขากดเสียงต่ำด้วยความรำคาญ แต่เจ้าของโทรศัพท์ก็ส่งเสียงอย่างอารมณ์เสีย


“ฉันพึ่งได้นอนไปแค่ห้าชั่วโมงเองนะ ขอนอนต่อเถอะ” เจ้าของโทรศัพท์พูดแล้วก็กอดเขาไว้อย่างงั้น


เมื่อวาน กว่าอีกฝ่ายจะถึงคอนโดก็ข้ามวันไปแล้ว 


ทำไมช่วงนี้งานสันติบาลถึงงานเยอะจังนะ… เพราะแบบนั้นเลยเป็นหน้าที่ของผู้ร่วมห้องที่จะต้องรับโทรศัพท์แทน


มันไม่เป็นการเสียมารยาทหรอกที่จะรับโทรศัพท์ให้กัน ก็พวกเขาเป็นแฟนกันนิ


ชื่อที่ขึ้นโชว์เด่นหราบนหน้าจอก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เพื่อนสนิทของอีกฝ่ายนี่แหละ


“สก็อตโทรมา”


“ช่างหัวมันสิ…” อามุโร่ตอบแล้วก็ตอบอีกฝ่าย “มานอนต่อเถอะ”


“อามุโร่คุง ปล่อยก่อน” เขาคนนั้นแกะมือของอีกฝ่ายออก แต่เหมือนว่าจะสร้างความไม่พอใจให้อีกฝ่ายมาก จนอามุโร่ต้องพลิกตัวหนีอย่างงอนๆ


“ว่าไงสก็อต” เขากดรับสายแล้วกรอกเสียงลงบนโทรศัพท์อย่างหัวเสีย ก็ตอนนี้มันเป็นเวลาที่เขาควรจะได้นอนไม่ใช่หรอ?


[หะ เห้ อากาอิ ไปเรียกแฟนนายมาเลยนะ] อีกฝ่ายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแปลกใจ


“หมอนั่นพึ่งได้นอนไป นายมีอะไรรึเปล่า” 


[ห๊ะ? พึ่งได้นอน…อย่าบอกนะว่าพวกนาย…]


“ไม่ใช่ หมอนั่นกลับมาถึงห้องตอนเที่ยงคืนครึ่ง พอเปิดประตูก็หลับไปเลย หัวเกือบฟาดพื้น”


[เอ๋? ทำไมพึ่งได้กลับห้องล่ะ มันเลิกตอนทุ่มนึงไม่ใช่รึไง?]


“ไม่รู้สิ แต่เขาบอกช่วงนี้งานเยอะ”


[เอาเถอะ ยังไงก็ช่วยเตือนมันด้วยละกัน หัวหน้าฝากมาบอกว่าวันนี้ต้องเข้าสันติบาลตอนเจ็ดโมงนะ มีประชุมด่วน]


“อ่า”


[น่าสงสารเจ้าหมอนั่นนะ ช่วงนี้มันทำงานหนักกว่าปกติด้วย ไม่รู้ทำไม เห็นว่าข้าวเที่ยงก็ไม่ได้กินนะ] 


“ทำไมไม่ได้กิน?”


[ใช่ มันนั่งทำงานน่ะ ฉันเห็นตอนพักทีไร ไม่เห็นมันลุกไปไหนเลย พอขึ้นมาก็ยังเห็นมันนั่งที่เดิมอยู่ นายเองก็ดูแลมันดีๆด้วยล่ะ]


“.…”


[เออๆ ยังไงก็เถอะ ฝากเตือนมันด้วย เมื่อวานฉันก็บอกมันไปรอบนึงแล้ว แต่กลัวว่ามันจะลืม งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ]


“อืม…” แล้วสก็อตก็วางสายไปเลย 


อากาอิหันไปมองคนที่กำลังนอนหันหลังให้เขาอยู่ 


“อามุโร่คุง…” เขาเรียกอีกฝ่ายแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ


“ฉันรู้ว่านายไม่ได้หลับ”


“จะนอน…ขอเถอะ” อีกฝ่ายครางตอบเบาๆ แล้วก็ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหัว


อากาอิหันไปมองนาฬิกา


“งั้นนายนอนไป เดี๋ยวสักพักฉันจะมาปลุก” อากาอิพูดแล้วก็ลุกจากเตียงไป เพื่อจะไปเอาเสื้อผ้าไปอาบน้ำ
.
.
.
.
.
อากาอิเดินออกมาจากห้องน้ำ แล้วเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง


เขาเดินไปนั่งอยู่ข้างตัวของอีกฝ่ายแล้วใช้มือสางผมที่ลงมาปรกใบหน้าปัดขึ้นไป


เขาเปิดลิ้นชักหัวเตียงแล้วหยิบกล้องโพลารอยด์ที่อีกฝ่ายซื้อมาเล่นเมื่ออาทิตย์ก่อน


แชะ


เขากดชัตเตอร์ ไม่นานก็มีแผ่นฟิลม์โพลารอยด์ออกมา เขาดึงรูปออกมาแล้วเก็บกล้องกลับเข้าไปในลิ้นชักดังเดิม


เขาก้มลงไปกระซิบข้างหูของอีกฝ่าย


“เดี๋ยวฉันกลับมา” เขาพูดจบแล้วก็จูบเบาๆที่ข้างกระหม่อมของอีกฝ่าย แล้วก็เดินไปหยิบกระเป๋าสตางค์ออกจากห้องนอนไป


ผ่านไปประมาณยี่สิบนาที เขาก็ขึ้นมาบนห้อง พร้อมกับถุงจากร้านสะดวกซื้อที่อยู่ข้างล่าง


ตอนนี้หกโมงแล้ว และไม่มีวี่แววของอีกฝ่าย สงสัยยังไม่ตื่น


อากาอิวางของแล้วเดินเข้าไปในห้องหวังจะปลุกอีกฝ่าย


“อามุโร่คุง” อากาอิเดินเข้าไปนั่งที่เดิมแล้วเขย่าไหล่ของอีกฝ่ายลุกจากที่นอน “ไปอาบน้ำได้แล้ว”


“ไม่เอา วันนี้เป็นวันหยุดของฉันนะ” อีกฝ่ายงอแงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหัว


ใช่ วันนี้เป็นวันหยุดของเขา ที่กลับบ้านดึกทุกวันเพราะเคลียร์งานของอาทิตย์นี้และอาทิตย์หน้าเพื่อให้ได้วันหยุดวันนี้มา


ทำไมถึงต้องเป็นวันนี้น่ะหนอ? …ก็เพราะว่า วันนี้เป็นวันหยุดของอากาอิยังไงล่ะ


ผมยอมใช้วันหยุดของผมเลยนะ กว่าจะขอมาได้เนี่ยแทบตาย แต่ว่า…ผมบอกอากาอิไปว่าวันนี้หัวหน้าให้หยุดเพราะเห็นว่าทำงานหนัก


ถ้าบอกไปว่าที่หยุดเพราะอยากอยู่กับอีกฝ่ายก็โดนล้อแย่สิ


ก็นานๆทีเขาจะได้หยุด ผมก็เลยลาหยุดวันนี้ด้วย เราเลยวางแผนกันว่าวันนี้จะทำอะไรกันบ้าง


แต่ดูเหมือนแผนที่วางไว้คงต้องโยนลงถังขยะ


“อามุโร่คุง” เขากดเสียงต่ำ


“ไม่เอา วันนี้ไม่ไป” ผมกำผ้าห่มแน่น


“เรย์คุง ไม่ดื้อสิ” ชื่อนี้อีกแล้ว เขามักจะเรียกชื่อนี้เวลาที่เขาจริงจัง


“วันนี้ไม่อยากไป!” ผมพูดสียงดังขึ้น แล้วก็รู้สึกเหมือนเขาจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป


ผมลุกขึ้นจากที่นอนแล้วมองไปที่อีกฝ่ายที่ตอนนี้ออกจากห้องแล้วปิดประตูไป


เขาคงไม่ได้โกรธผมใช่ไหม….


“ฮัลโหล สก็อต”


[ว่าไงอากาอิ]


“นายอยู่กรมแล้วใช่ไหม”


[ใช่ ทำไมหรอ]


“นายช่วยมารับอามุโร่ทีสิ”


[เห๋? มีอะไรรึเปล่า]


“หมอนั่นงอแงจะไม่ไป เดี๋ยวฉันจะพยายามไล่หมอนั่นไปอาบน้ำเตรียมตัวเอง นายออกมาได้เลยนะ”


[โอเค ได้ เดี๋ยวฉันจะรีบไป] 


หลังจากวางสายไปอากาอิก็เดินเข้าไปในห้อง ที่ดูเหมือนเด็กดื้อจะยังไม่ยอมลุกจากที่นอน


“นายจะไปอาบเองหรือจะให้ฉันอาบให้”


แค่ประโยคเดียวทำให้อามุโร่ลุกจากที่นอนแล้วรีบเดินไปเอาเสื้อผ้าเข้าห้อง


แต่ด้วยความรีบจึงทำของบางอย่างหล่นเอาไว้ระหว่างทาง


ปึก


“อามุโร่คุง นายทำกางเกงในหล่น”


“เงียบไปเลย!!!” แล้วก็มีเสียงโวยวายออกมานอกห้องน้ำ 


มันทำให้เขายิ้มแล้วก็หัวเราะออกมาเบาๆ
.
.
.
.
.
ผมออกมาจากนอกห้องน้ำแล้วก็เห็นที่นอนที่จัดเก็บเรียบร้อยแล้ว


ผมเดินติดกระดุมเสื้อเชิ้ตแล้วส่องกระจกเพื่อดูความเรียบร้อยแล้วหยิบเสื้อสูทขึ้นมาใส่จากนั้นก็เดินไปหยิบเนคไทสีดำขึ้นมาผูกพร้อมๆกับเดินออกไปจากห้อง


“กว่าจะออกมาได้นะ” คนที่นั่งดูโทรศัทน์พูด พอเขาเห็นผมปุ๊บ ก็ปิดทีวีแล้วลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะกินข้าว


เป็นธรรมดาที่พวกเราจะรอกินข้าวพร้อมกัน ซึ่งปกติผมจะเป็นคนทำ แต่วันนี้มันไม่ปกติไง อากาอิเลยต้องเป็นคนทำแทน


“ไม่เห็นอร่อยเลย” ผมพูดแล้วก็ตักข้าวเข้าปาก


ผมเห็นเขายิ้มแล้วก็ได้ยินเขาหัวเราะเบาๆด้วย มีอะไรน่าขำหรอ นี่ฉันกำลังว่านายอยู่นะ


“ปากบอกไม่อร่อย แต่ก็ยังกินเอาๆนะ อามุโร่คุง”


“เห็นว่าอุตส่าห์ทำให้หรอก ถึงได้ยอม” 


“ปากแข็ง” เขาว่าผม แล้วก็ยิ้มให้ผมอีกครั้ง ทำไมวันนี้เขายิ้มบ่อยจังวะ!! คนที่มองใจไม่ดีนะ ถ้าหัวใจวายขึ้นมานายต้องรับผิดชอบด้วย อากาอิ ชูอิจิ!!


“แล้วจะทำไม?” ผมถามออกไปอย่างหาเรื่อง แต่เพราะคำตอบของเขา เหมือนกับว่ามีคนทำสีแดงสาดใส่หน้าเขาเลย


“ก็ไม่ทำไม…น่ารักดี”


มีไม่กี่ครั้งหรอกนะที่อากาอิ ชูอิจิจะพูดแบบนี้น่ะ!!
.
.
.
.
.
แล้วไม่กี่นาทีหลัจากนั้นสก็อตก็มาถึง


“สก็อตมาแล้ว ลงไปได้แล้ว” อากาอิพูดหลังจากที่วางสายไปจากสก็อตไป


ก่อนหน้านั้นในระหว่างที่รอสก็อตมาถึง พวกเขาช่วยกันล่างจานแล้วจึงมานั่งดูทีวีด้วยกัน


“ฉันไม่อยากไป…จริงๆนะ…..”


อากาอิมองอีกฝ่ายที่ยังไม่ยอมลุกไปไหน แล้วก็หัวเราะ


“ฉันรู้นะว่าทำไมนายไม่อยากไป”


“เพราะนายอยากอยู่กับฉัน ใช่ไหมล่ะ” อากาอิพูดแล้วก็ลูบหัวอามุโร่เบาๆ


“นายประชุมแค่ช่วงเช้านี่ ไว้ตอนเที่ยงเราไปกินข้าวด้วยกันไหม?” อากาอิเป็นคนชวน “เดี๋ยวฉันไปรับ”


“ก็ได้” แทบจะทันทีที่อามุโร่ตอบ “แต่นายต้องเป็นคนจ่ายแล้ว ฉันเป็นคนเลือกร้าน”


ถึงปากจะตอบก็ได้ แต่หน้าตานี่ง้ำงอเป็นเด็กๆไปแล้ว 


“ตกลง” แล้วอามุโร่ก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่ประตูหน้า 


“นี่อามุโร่คุง” อีกฝ่ายหยุดแล้วหันมามองเขา


“ฉันจะรอนะ”


พอได้แกล้งอีกฝ่ายแล้วทำให้เขามีความสุขแปลกๆ ยิ่งเป็นเวลาที่ทำหน้างอแบบนั้นด้วย


ยิ่งดู ก็ยิ่งน่าแกล้ง พอแกล้ง อีกฝ่ายก็จะยิ่งน่ารัก


“อามุโร่คุง” เขาเอ่ยเสียงเรียกเมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ “รอแป๊บนึงนะ”


แล้วอากาอิก็เดินเข้าไปในห้องครัวแล้วออกมาพร้อมๆกับถุงกระดาษสีน้ำตาลแล้วยื่นมาให้เขา


“อะไรอะ” เขารับมาแล้วเอ่ยถาม 


“เดี๋ยวเปิดก็รู้เอง” อามุโร่ทำหน้าบู้ๆใส่อีกฝ่ายแล้วหันหลังจะออกจากห้อง


“งั้นไป–นะ”


แต่ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี เขาก็ถูกดึงที่ข้อมือขวาให้หันไปหาอีกฝ่าย


เมื่อหันไป ริมฝีปากของเขาก็ถูกอีกฝ่ายประกบลงมา


มือข้างที่ว่างอยู่ก็ยกขึ้นมาลูบไปตามสันกรามแล้วมาหยุดอยู่ที่ปลายคาง เพื่อที่จะหันเงยหน้าขึ้นมารับสัมผัสที่เขาส่งให้


มันเป็นจูบหนักๆที่ไม่นานมากนัก เมื่ออากาอิก็ถอนริมฝีปากออกแล้วใช้มือข้างที่ดึงมือเขามาลูบหัว


“ตั้งใจทำงานนะ”


“ระ รู้แล้วน่า!” แล้วเขาก็รีบออกจากห้องไปเลย


หน้าแดงหมดแล้วนะ เรย์คุง
.
.
.
.
.
.
.
.
“เอ้า แล้วฉันผิดอะไร” สก็อตถามด้วยสีหน้ายิ้มอย่างกวนตีน


แต่ก็ได้รังสีอาฆาตแค้นมาจากคนที่ตอนนี้พร้อมระเบิดลงได้ทุกเมื่อ


“ฉันต้องทำงานดึกทั้งอาทิตย์กว่าจะได้วันนี้มา รู้ไหมว่ามันเหนื่อยแค่ไหน” อามุโร่ตอบแล้วก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะ


“หัวหน้าก็บอกแล้วไงว่าจะให้หยุดวันพรุ่งนี้แทน”


“ไม่ได้หรอก” อามุโร่ขานตอบ “หยุดพรุ่งนี้ไม่ได้หรอก” เขาตอบเสียงเบา


“เห้ๆ วันนี้มอะไรสำคัญรึเปล่าเนี่ย?” 


“ไม่มีอะไรหรอก” อามุโร่ส่ายหน้าไปมา “เดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้ว เอกสารนี่เอาไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้”


ที่อยู่ๆอารมณ์ของอามุโร่เย็นลงเพราะว่าเจ้าตัวเหลือบไปเห็นนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ใกล้ถึงเวลาพักแล้ว


“เดี๋ยวนะฟุรุยะ” สก็อตขัด


“หืม?”


“นายไม่ได้ฟังหรอตอนอยู่ในห้องประชุมน่ะ” อามุโร่เบิกตากว้าง


“หัวหน้าบอกว่าเดี๋ยวตอนบ่ายจะมีประชุมต่อ แล้วก็เอกสารนี่ต้องส่งก่อนเที่ยง”


“.…” อามุโร่เงียบ ไม่สิ ต้องใช้คำว่า ใบ้กินเลยน่าจะดีกว่า


“แล้วตอนเย็นก็มีทดสอบประจำเดือนด้วย กว่าจะเสร็จก็คงดึก” 


“.…” 


“ยะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” สก็อตเริ่มรู้ตัวแล้วว่าตัวเองพูดอะไรออกไปก็ตอนที่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย แต่มันก็ไม่ทันแล้ว


“ฉัน…” อามุโร่พูดแล้วก็กับตัวเองออกมาจากโต๊ะทำงานแล้วลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปห้องน้ำ”


แล้วเขาก็เดินออกไปเงียบๆโดยที่ไม่ได้พูดอะไร ท่ามกลางสายตาของเพื่อนๆพี่ๆน้องๆของกรมสันติบาล


“นี่ฉันพูดอะไรผิดไปรึเปล่า” สก็อตได้แต่ทำหน้ามึนงงเมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนสนิท


ทางฝั่งของอามุโร่ที่เดินไปทางห้องน้ำ แต่เพราะตอนนี้เป็นเวลาทำงาน เลยทำให้ไม่มีใครอยู่ในห้องน้ำเลยสักคน


เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดโทรออกเบอร์ที่ไม่ค่อยจะได้โทรไปเท่าไร


[ว่าไง] พออีกฝ่ายรับสาย เขาเองก็ยังไม่ได้พูดอะไร แต่เสียงรอบข้างของปลายสายนั้นเงียบมาก แสดงว่าเขาเองพึ่งตื่นจากการไปนอนต่อหลังจากที่ส่งเขาแล้ว


“เอ่อ…อากาอิ”


[หืม?]


“คือว่า…เที่ยงนี้” เขาเว้นช่วงคำพูด “เที่ยงนี้…ฉันคงไปกับนายไม่ได้แล้วล่ะ”


“แบบว่า…พอดีมีงานที่ต้องรีบส่งก่อนเที่ยง แล้วตอนบ่ายก็ต้องเข้าปนะชุมต่ออีก”


[..…]


“แล้วก็ตอนเย็นมีทดสอบประจำเดือน กว่าจะเลิกก็คงทุ่มสองทุ่ม..…”


[ก็บอกแล้วไงว่าจะรอ]


[ถึงตอนเที่ยงจะไม่ได้ไปด้วยกัน แต่ตอนเย็นก็ซื้ออะไรมาทำกินกันก็ได้]


[หรือไม่ก็ไปหาอะไรกินกันข้างนอก]


[งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เราไปร้านที่นายชอบ ดีไหม สักประมาณสองทุ่มครึ่งน่าจะทันนะ ว่าไง เดี๋ยวฉันไปรับ]


“อืม ได้สิ” อามุโร่ตอบ “แต่ฉันไม่แน่ใจนะว่าจะเลิกทันไหม”


[ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเสร็จแล้วโทรมานะ ฉันรอได้]


“ได้” เขาเงียบไปแป๊บๆแล้วพูดต่อ “นี่อากาอิ ขอโทษนะ” อามุโร่พูดเสียงเบา “ทั้งที่รับปากไว้แล้ว”


[ตั้งใจทำงานล่ะ…อามุโร่คุง]


“ครับ” แล้วผมก็เงียบไม่ได้พูดอะไรอีก


[มีอะไรอยากจะถามฉันรึเปล่า?]


“อ่า…” เรย์ก้มหน้าเงียบ “นาย…โกรธฉันรึเปล่า”


[ฉันไม่ได้โกรธอะไรนาย มันเป็นงาน]


[ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม?] อีกฝ่ายถาม


“ไม่มีแล้ว”


[แต่ฉันมี] อามุโร่เงียบรอฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูด แต่พอประโยคนั้นถูกเอ่ยออกมาก็ทำให้เขาค้างกลางอากาศไปเลย


[คิดถึงนะ.…เรย์คุง] แล้วเขาก็ตัดสายทิ้งไปเลย


อ้ากกกกก ชื่อนี้มันบาดใจจริงๆเลยเว้ยยย ไอ้บ้าอากาอิ!!


เขาเงยหน้ามองตัวเองที่อยู่บนกระจก ก็เห็นว่าตัวเองหน้าแดงขนาดไหน


โคตรเกลียดเลยเวลาที่หมอนั่นเรียกชื่อเราด้วยชื่อนี้


แล้วอามุโร่ก็เดินออกจากห้องน้ำด้วยริ้วหน้าแดงๆที่จางลง 


เขาเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะแล้วก็ทำงานอย่างที่รับปากกับอีกฝ่ายว่าจะตั้งใจทำงาน


“ไปคุยกับแฟนมาหรอ” สก็อตแซ็วเล่นเบาๆ เมื่อเห็นเพื่อนมีท่าทีที่แปลกไปจากเดิมเล็กน้อย


“แฟน? อ่อ ใช่คนเมื่อคราวก่อนที่เห็นอยู่กับนายรึเปล่า” เพื่อนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ ของอามุโร่อย่าง ‘มาซึดะ’ ถาม “คนที่ใส่หมวกไหมพรมสีดำน่ะ”


“ใช่ๆคนนั้นแหละ” แล้วก็หันไปคุยเล่นกันกับสก็อตอย่างสนุก โดยไม่เกรงใจคนที่นั่งฟังเลย


“แต่น่าตกใจนะ ที่นายดันมีแฟนเป็นFBIเนี่ย” มาซึดะยิ้มให้ แต่ก็ได้สีหน้าง้ำงอกลับมาแทน


“แต่ที่น่าตกใจกว่าคืออากาอิ ทนนิสัยของเจ้านี่ได้ด้วยนะ” สก็อตแซ็วเล่น 


“นิสัยอย่างฉันมันทำไมหรอ” แต่ก็ได้น้ำเสียงหาเรื่องมาจากอามุโร่ในทันที


แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็แยกย้ายไปทำงานของตัวเอง ส่วนอามุโร่ก็นั่งทำเอกสารและเสร็จก่อนเที่ยงตามที่กำหนดไว้


“ฟุรุยะ ไปกินข้าวกัน” ตอนนี้เป็นเวลาพักของเจ้าหน้าที่ สก็อตเดินมาตบไหล่ของอามุโร่ที่นั่งอยู่แล้วก็พยายามลากเขาให้ไปด้วยให้ได้


“เอาสิ” อามุโร่ขานตอบ แต่ตอนที่ลุกจากเก้าอี้ สายตาเขาก็เหลือบไปเห็นถุงกระดาษที่ผู้ร่วมห้องเตรียมไว้ให้ก่อนที่จะออกมา


“มันคืออะไรนะ” เขาหยิบมันขึ้นมา แล้วเปิดถุงดู


….…เจ้านั่น


“ฟุรุยะ ไปเร็ว” สก็อตเรียกเพื่อนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่ขยับไปไหนจากโต๊ะเลย


“โทษทีนะสก็อต ฉันไม่ไปแล้ว”


“อ้าว ทำไมล่ะ?” สก็อตถามอย่างแปลกใจ เมื่อกี้ยังตกลงอยู่เลย เอกสารที่ต้องส่งก็เสร็จแล้วนิ?


อามุโร่ไม่ตอบเพียงแค่หยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาจากถุงกระดาษ 


“โห่ ดูแลกันดีจังเลยนะ” สก็อตล้อ เมื่อเห็นสีหน้าเขินๆของเพื่อนสนิท


“จะไปไหนก็ไปเลยไป” เขาไล่


“ใช่สิ พอมีแฟนแล้วเพื่อนก็ไม่สำคัญแล้วนิ” สก็อตตัดพ้อแล้วก็หันมามอง “รำคาญคนมีคู่เว้ย”


แล้วเขาก็เดินออกจากออฟฟิตไป ตอนนี้มีเพียงแค่อามุโร่ที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเองมองสิ่งที่อยู่ในถุง


แซนด์ชิวทูน่า โดรายากิไส้ถั่วแดง และนมช็อคโกแล็ตอีกสองกล่อง


“เราไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ทำไมต้องกินนมด้วยเล่า” บ่นอุบอิบอยู่คนเดียวแล้วก็หยิบแซนด์วิชขึ้นมากิน แต่ตอนที่กำลังจะหยิบนมขึ้นมา ก็เห็นเหมือนแผ่นกระดาษอะไรบางอย่างอยู่ในถุงด้วย


พอหยิบขึ้นมา ทำเอาเขาอ้างปากค้าง แล้วก็หน้าง่ำงออย่างที่ชอบทำ


แต่ก็ต่างตรงที่หน้าเขาเริ่มแดงกว่าปกติ


มันไม่ใช่แผ่นกระดาษ ตาเป็นฟิลม์รูปภาพที่เขารู้จักดี ก็เขาเป็นคนซื้อมาเองนิ


ก็มันเป็นรูปของเขาที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง โดยมีแสงไฟจากมี่ไหนสักแห่งที่ทำให้เห็นหน้าเขาชัดเจนขึ้น


“อากาอิ ชูอิจิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยจะพอใจเท่าไร แล้วก็พลิกแผ่นฟิลม์ไปด้านหลังที่ทำให้เขาหน้าแดงกว่าเดิมอีก


‘คนขี้เซา’ มันเขียนอยู่ตรงกลาง ด้วยลายมือที่คุ้นเคย แถมยังเขียนวันที่ไว้อีก ก็เลยรู้ว่ารูปนี้พึ่งถ่ายไปเมื่อตอนเช้านี้เอง


ติ๊ดๆๆๆๆๆ


เขาตกใจนิดหน่อยที่อยู่ก็มีเสียงเรียกเข้า แต่มันไม่ได้ดังมาจากโทรศัพท์ของเขา แต่มันดังมาจาก…โน๊ตบุ๊คที่อยู่ในลิ้นชัก


เขากัดแซนด์วิชเอาไว้แล้วก้มลงไปหยิบโน้ตบุ๊คขึ้นมา พอเปิดหน้าจอขึ้นก็ทำให้รู้ว่ามันเป็นสายเรียกเข้าจากคนที่เขากำลังนึกถึงอยู่ แต่ที่พิเศษหน่อยก็…


มันเป็นแบบเปิดกล้องทำให้เห็นหน้าของกันและกันได้


“ว่าไง” เขากดรับสายแล้วมันก็ตัดเข้าภาพของอีกฝ่ายที่กำลังเท้าคางมองเขาอยู่


[ว่าไงอะไร?] 


“ไม่ต้องเลยนะ ฉันเห็นรูปนั้นแล้ว ใครให้นายมาแอบถ่ายฉันไม่ทราบ”


[ก็ฉันนี่แหละ] อีกฝ่ายยิ้ม [กินเข้าไปเยอะๆเลย ฉันอุตส่าห์ลงไปซื้อมาให้]


“แล้วทำไมต้องซื้อนมมาด้วย ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ”


[อ้าวหรอ นึกว่ายังเด็กอยู่ซะอีก] เขาเลิกคิ้วมองผมด้วยสายตาล้อเลียน


“นี่! ฉัน28แล้วนะ!” 


[กินไปนั่นแหละ อยากให้กิน…เป็นห่วง] เขาพูดแล้วก็มองผมกัดแซนด์วิชคำสุดท้ายไป


“เป็นห่วงอะไรเล่า ฉันดูแลตัวเองได้น่า!”


[แล้วทำไมถึงไม่ยอมไปกินข้าวล่ะครับ] อีกฝ่ายถามผมกลับ เขารู้ได้ไงเนี่ย?! [สก็อตบอกฉันว่า นายไม่ยอมลงไปกินข้าว]


สก็อต นายอีกแล้วหรอ!


[ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลยนะ] อะไร หน้าของเขามันทำไมหรอ 


เขาไม่ตอบอะไรเพียงแค่ดูดนมจากกล่องจนได้ยินเสียงแล้วก็โยนกล่องแซนด์วิชกับกล่องนมลงถังขยะ จากนั้นก็หยิบขนมปังขึ้นมากินพร้อมกับเจาะนมกล่องใหม่


“นายซื้อมาไม่กลัวฉันอ้วนรึไง”


[ไม่กลัวหรอก.…เดี๋ยวคืนนี้ก็ได้ออกกำลังกาย]


“ไอ้ ไอ้บ้า!!” ผมโวยวายใส่เขา “ใครจะไปออกกำลังกายกันนายกันเล่า!”


หมอนั่นหัวเราะแล้วก็จ้องตาผม


[คิดถึง…] เขาพูด [อยากกอด]


“พูดอะไรเนี่ย” อามุโร่พูดแล้วไม่ยอมมองจอ ทำไมเขาต้องมาเขินให้กับจอโน๊ตบุ๊คด้วยเนี่ย


[นายเองก็คิดถึงฉันเหมือนกันไม่ใช่รึไง]


“อะไร! ใครจะไปคิดถึงนายกัน”


[ปากแข็ง] 


[สันติบาลเขาเป็นพวกปากแข็งกันทุกคนรึเปล่าเนี่ย]


แล้วหลังจากนั้นพวกเราก็คุยกันยาว แล้วก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างด้วย 


ทำไมต้องสนด้วยล่ะ ก็ไม่มีใครอยู่กับเขาสักหน่อยนิ
.
.
.
.
.
.
“เห้ ทำไมพวกนายไม่เข้าไปสักทีล่ะ” สก็อตที่เดินมากับมาซึดะถาม 


“มันจะหมดเวลาพักแล้วนะ” มาซึดะเอ่ยทัก


พวกเขาสองคนเห็น กลุ่มสันติบาล3-4คนยืนอยู่หน้าออฟฟิต ไม่ยอมเขาไปสักที


“ก็…” หนึ่งในนั้นพูดแล้วก็ชี้เข้าไปด้านใน “คุณฟุรุยะเขา.…”


พวกเขาสองคนมองหน้ากันแล้วเดินไปอยู่ข้างๆสันติบาลคนเมื่อกี้


ออฟฟิตของที่นี่มีกำแพงเป็นกระจกใส ทำให้มองข้างในได้แต่มันก็เก็บเสียงได้เหมือนกัน


จากมุมนี้เขาไม่เห็นว่าฟุรุยะทำอะไรอยู่ แต่เห็นใบหน้าของเขาที่กำลังคุยและยิ้มอย่างมีความสุข แตกต่างจากคนเมื่อเช้านี้ลิบลับ


และแสงที่ส่องตรงหน้าของเขา เป็นแสงสีขาวที่ไม่ต้องเดาว่ามาจากหน้าจอคอมแน่ๆ แต่ที่นี่เขาไม่ให้ใช้คอมพิวเตอร์ทำอย่างอื่นนอกจากงาน เลยทำให้รู่ว่าเขาหยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาคุย


เพียงแค่นั้นก็ทำให้พวกเขารู้แล้วว่า ฟุรุยะกำลังคุยกับใครอยู่


“เราเข้าไปกันเถอะ” มาซึดะพูดแล้วก็เป็นคนที่เดินนำเข้าไปคนแรก ตามด้วยสก็อต


“เอ้าๆๆๆ หยุดจีบกันแล้ว หมดเวลาพักแล้วนะ” สก็อตพูดเสียงดัง ทำให้คนที่นั่งอยู่หน้าจอคอมถึงกับสะดุ้งแล้วมองไปที่พวกเขา และสันติบาลที่เหลือที่ยืนอยู่หน้าออฟฟิต


[ไม่ได้จีบกันสักหน่อย พวกเราเลยจุดนั้นมานานแล้ว] อากาอิส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมา ทำเอาอามุโร่ไปไม่ถูก


เขินก็เขิน อานก็อาย โกรธก็โกรธ ไอ้เจ้าบ้า!!


สก็อตไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ส่งยิ้มแห้งๆแค่นั้น ส่วนมาซึดะก็แปลกใจนิดหน่อยแต่ก้ไม่ได้พูดอะไร


“โทษทีนะอากาอิ แต่คงต้องให้แฟนนายไปเตรียมตัวประชุมแล้วล่ะนะ” สก็อตยื่นหน้าเข้าไปในกล้อง ทำให้เห็นอากาอิที่นั่งมองอยู่


[เข้าใจแล้ว] อากาอิตอบสก็อตแล้วก็หันไปบอกแฟนตัวเอง [ตั้งใจทำงานนะครับ เย็นนี้เจอกัน]


“อี๋ๆๆๆ หมั่นไส้เว้ยยย เกรงใจคนไร้คู่อย่างฉันบ้าง” สก็อตโวยวายแล้วก็เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง


“งั้นไปนะ” เขากำลังจะกดปิดแต่ก็ถูกอีกฝ่ายขัดไว้ก่อน


[คิดถึงนะครับ…เรย์คุง] แล้วเขาก็กดตัดสายไป ทำไมคำว่าคิดถึงของเขาถึงได้ออกมาง่ายขนาดนี้นะ!!!!


ทิ้งเขาไว้กับสายตาล้อเลียนบวกหมั่นไส้ของเพื่อนๆอีกสองคน


ฝากไว้ก่อนเถอะ อากาอิ ชูอิจิ!!


“นี่ฟุรุยะ” มาซึดะเรียกเพื่อนตัวเองที่เก็บโน๊ตบุ๊คไปไว้ในลิ้นชักเหมือนเดิม


“พักนี้ฉันเห็นนายกลับบ้านดึกทุกวันเลยนะ” เขาพูด “ฉันได้ยินหัวหน้าบอกว่านายขอลาหยุดวันนี้ ก็เลยทำงานล่วงหน้าไปอาทิตย์นึง”


“ที่นายลาวันนี้ เพราะว่า เขา ใช่ไหม?” เขาเลิกคิ้วถาม แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นหน้าแดงๆของผมนี่สิ


“ให้ฉันเดาวันนี้คงเป็นวัยหยุดของเขาล่ะสิ” มาซึดะพูดไปยิ้มไป “FBIไม่ค่อยจะมีวันหยุดด้วยสิ ยิ่งเป็นคนที่ได้ชื่อว่า silver bullet แบบเขาด้วย”


“จริงสิ วันนี้อากาอิได้หยุดหนึ่งวันนี่นา” สก็อตทำท่านึกขึ้นได้ “อ่อ แสดงว่าที่นายต้องการจะหยุดในนี้ เพราะอย่างมีเวลากับเขาสองคนใช่ไหมล่า”


“พวกนายหุบปากไปเลย!!!” เขาตะโกนเสียงดัง ทำเอาลูกน้องที่พึ่งเข้ามาตกใจ


แล้วหลังจากนั้นเขาก็ต้องเข้าประชุมยาวจนถึงเย็น พอออกมาก็ต้องไปทดสอบต่อ กว่าจะเสร็จก็หนึ่งทุ่มครึ่ง


อามุโร่ที่ออกมาจากห้องต่อจากมาซึดะและสก็อต กำลังกดโทรศัพท์เพื่อโทรหาใครบางคนที่กำลังรอเขาอยู่


อีกตั้งชั่วโมงนึง ยังไงก็ทันแน่


เขาเอาโทรศัพท์แนบหู แต่พอได้ยินเสียงสัญญาณสองครั้งก็จำเป็นต้องตัดไป 


เพราะอะไรน่ะหรอ?


ก็เพราะว่า…


“คุณฟุรุยะครับ” คาซึมิวิ่งมาหาเขา “หัวหน้าเรียกรวมตัวครับ คุณสก็อตกับคุณมาซึดะด้วยนะครับ”


พอฟังจบอามุโร่ก็ปล่อยแขนลงไปข้างลำตัว เขาก้มหน้านิ่ง สักพักนึงก็เอามือล้วงใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินแทรกเพื่อนทั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าแล้วเดินผ่านลูกน้องที่ยืนอยู่ไป


คาซึมิถึงกับเสียวสันหลังตอนที่อามุโร่เดินผ่าน


“คุณฟุรุนะเขา…”


“นั่นแหละ” เขามองอามุโร่ที่เดินเลี้ยวตรงหัวมุมทางซ้ายเพื่อไปห้องที่หัวหน้ามักจะใช้เรียกรวมตัว “กำลังโกรธจัดเลยล่ะ”


“ระดับนั้น พวกฉันก็เอาไม่อยู่แล้ว” 


สู้ๆนะครับหัวหน้า สก็อตได้แค่อวยพรให้ในใจ


แต่ก็โชคจะเหมือนเข้าข้างหัวหน้าที่อามุโร่ไม่ได้แสดงอาการอะไร แล้วให้ความสนใจและตั้งใจกับการประชุมกว่าเมื่อเช้าอีก


แล้วกว่าจะได้ออกมาก็ปาไปสองทุ่มแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังต้องไปนั่งวางแผนจับกลุ่มผู้ก่อการร้ายในอาทิตย์หน้าด้วย


“ฟุรุยะ นายกลับไปก่อนเลยก็ได้นะ อากาอิกำลังรอไม่ใช่หรอ”


“ใช่ เขากำลังรอ” อามุโร่ตอบเสียงนิ่ง “เรามีนัดไปกินข้าวกันตอนสองทุ่มครึ่ง”


“งั้นก็รีบไป–สิ” แต่ยังไม่ทันที่สก็อตจะพูดจบ อามุโร่ก็แทรกขึ้นมาแล้ว


“ไม่ทันแล้วล่ะ” อามุโร่พูดแล้วก้มหน้านิ่ง “กว่าจะมาถึงที่นี่ก็ปาไปครึ่งชั่วโมงแล้ว ไหนจะต้องขับรถไปที่ร้านอีก ยิ่งเป็นตอนช่วงเลิกงานแบบนี้ รถก็ยิ่งติด”


“เรามารีบทำงานแล้วกลับกันเถอะ” อามุโร่พูดจบเขาก็เดินตามลูกน้องที่เหลือไป ทิ้งไว้แค่มาซึดะกับสก็อตที่มองตามหลัง


พวกเขาสองคนยืนเงียบไปพักหนึ่งก่อนที่สก็อตจะพูดขึ้นมา


“มาซึดะ นายไปก่อนเลยนะ” สก็อตพูด เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดหาเบอร์ของใครบางคน


“ได้” เขาพูดแล้วก็เดินตามคนที่เหลือออกไปทันที


ติ๊ด


เขากดโทรไปที่เบอร์ที่หา ไม่นานก็มีเสียงรับจากปลายสาย


[ฮัลโหล]


“ไง นี่ฉันเองนะ”


[มีอะไร]


“มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”
.
.
.
.
.
.
ตอนนี้เกือบจะสามทุ่มครึ่งแล้ว


เขาพึ่งรู้ตัวว่าควรจะโทรไปหาอีกฝ่ายว่าไปไม่ได้แล้ว แต่ถึงโทรไปตอนนี้ก็คงจะไม่ได้อะไรแล้วล่ะ


“อามุโร่ นี่จะสามทุ่มครึ่งแล้วนะ นายไม่โทรไปหาแฟนนายหน่อยหรอ” มาซึดะหันไปถามอามุโร่ที่ยืนอยู่ข้างๆ


“ไม่หรอก ตอนนี้ต้องใช้สมาธิ” พวกเขากำลังคุยกันเรื่องแผน มันจำเป็นที่จะต้องมีตัวล่อ หรือเรียกตามภาษาตำรวจก็นกต่อนั่นแหละ


“เดี๋ยวฉันจะรับผิดชอบหน้าที่นี้เอง” อามุโร่พูด เขาเสนอตัวที่จะรับหน้าที่เป็นนกต่อเอง 


แล้วพวกเขาก็คุยกันต่อจนสามทุ่มครึ่งพอดี


“ตอนนี้ฉันว่าเราไปพักกันเถอะ แล้วค่อยมาคุยต่อ” สก็อตพูดหลังมองนาฬิกาข้อมือ ความจริงไอ้พักน่ะก็แค่ข้ออ้าง เพราะว่านี่มันได้เวลาที่เขาขอให้ใครบางคนช่วยแล้ว


“เอ้า ตอนนี้ก็พักแล้ว ไม่โทรหาsilver bulletของนายหน่อยหรอ”


“ไม่เอาหรอก” อามุโร่ส่ายหน้า “เมื่อวานเขาบอกว่าวันนี้เป็นวันหยุด เขาเลยกะว่าจะนอนเร็วสักหน่อย ป่านนี้คงนอนไปแล้วล่ะ ถ้าโทรไปตอนนี้อาจจะโดนโกรธเอาก็ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า”


เขาพูดด้วยท่าทางยิ้มแย้ม แต่แค่มองก็รู้แล้วว่ายิ้มแบบนั้นน่ะฝืนแค่ไหน


“ฉันโกรธแน่ถ้านายไม่โทรไป” แต่เสียงด้านหลังเรียกทุกสายตาไปจับจ้องที่เขา มีเพียงแค่สก็อตที่ไม่มีท่าทีประหลาดใจอะไรเลย


“อะ อากาอิ” อามุโร่หันไปหาอีกฝ่ายที่วางกล่องพิซซ่าขนาดใหญ่2กล่องลงบนโต๊ะทำงานที่อยู่ใกล้ๆ


“ฉันซื้อมาให้ตามที่ขอแล้วนะ” อากาอิหันไปหาสก็อตที่กอดอกยืนพิงของโต๊ะอยู่


“Thankyou” เขาตอบ “แต่นายเนี่ย ตรงเวลาจริงๆนะ”
.
.
.
.
.
.
“มีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย”


[อะไรล่ะ]


“ตอนนี้พวกฉันกำลังวางแผนจับผู้ก่อการร้ายอยู่ สงสัยว่าจะเลิกดึกแล้วยังไม่ได้กินอะไรกันเลย นายช่วยไปซื้ออะไรมาให้ทีสิ”


[จะใช้ให้ไปหาของกินให้ว่างั้น]


“เปล่า นั่นมันก็แค่ข้ออ้าง” สก็อตพูดแล้วเขาก็ยิ้ม “นายน่าจะรู้ว่าแฟนนายเป็นคนยังไง”


“ให้ตายยังไงก็ไม่โทรไปหานายหรอกถ้ายังทำงานอยู่แบบนี้”


“รู้ไหมว่าเมื่อเช้านี้มันแผ่รังสีอาฆาตใส่รุ่นน้องที่พึ่งมาทำงานได้ไม่นาน”


[ขนาดนั้นเลยหรอ] เขาได้ยินเสียงจากปลายสายหัวเราะนิดหน่อย


“แล้วหลังจากที่ทดสอบเสร็จ หัวหน้าก็เรียกไปรวมตัวต่อแล้วก็ต้องคุยแผนต่ออีก วันนี้คงไปกินข้าวกับนายไม่ได้แล้วล่ะ”


[.…] อีกฝ่ายเงียบไม่ตอบอะไร


“วันนี้มันไม่ได้เอารถมาด้วย แถมคอนโดฉันกับนายก็อยู่กันคนละทางด้วย”


“สักประมาณสามทุ่มครึ่ง น่าจะคุยแผนเสร็จ ตอนนั้นนายก็มาได้นะ”


“ฉันจะไปบอกยามให้ว่านายจะมา”
.
.
.
.
.
.
สก็อตมองอากาอิที่เดินไปหาอามุโร่ที่โต๊ะที่เราใช้วางแผนอยู่


“นายเป็นคนโทรไปใช่ไหม” มาซึดะถาม พร้อมกับเดินไปยืนอยู่ข้างๆสก็อต


“ใช่”


“ทำดีนิ” พวกเขามองไปที่เพื่อนของตัวเองที่กำลังคุยอยู่กับFBIคนดัง


“นายน่ะมากับฉัน” อากาอิพูดแล้วก็จับมืออามุโร่ไปโดยไม่สนใจสายตาลูกน้องของเขาเลยสักนิด


“คนเมื่อกี้ใครหรอครับ” คาซึมิหันไปถามมาซึดะที่กำลังมองเพื่อน


“แฟนของหมอนั่นน่ะ”


“แฟน?!! คุณฟุรุยะมีแฟนด้วยหรอ” แล้วลูกน้องของอามุโร่ก็พูดคุยกันอย่างประหลาดใจ


“หยุดพล่ามแล้วมากินกันได้แล้ว” สก็อตพูแล้วก็เปิดกล่องพิซซ่า ตามด้วยมาซึดะและลูกน้องที่กำลังเดินมาหยิบพิซซ่าไปทาน


ในด้านอามุโร่


“จะไปไหนเนี่ย” อามุโร่ถามแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเดินมาถึงโต๊ะว่างๆที่ไม่มีอะไรและมีเก้าอี้อยู่สองตัว


“นั่ง” อากาอิพูดแล้วก็นั่งลงอยาตรงข้ามกับเขา ทำให้เขาต้องนั่งลงตาม


“นายมาได้ยังไง” อามุโร่ถาม ส่วนอากาอิก็เอากล่องข้าวออกมาจากถุงสองกล่อง พร้อมกับน้ำเปล่าคนละขวด


“เดินกับขับรถมา” เขาพูดแล้วก็ยื่นตะเกียบให้อีกฝ่าย “ไม่ต้องถามว่ามาทำไม ฉันก็มากินข้าวกับนายไง”


“แล้วร้าน…” 


“ฉันยกเลิกการจองไปตั้งแต่ตอนทุ่มนึงแล้ว” อากาอิพูดแล้วกูกินข้าวตรงหน้า


“ทะ ทำไมล่ะ” 


“ไม่ใช่ว่าฉันไม่เชื่อใจนายว่านายจะมาไม่ได้ แต่เพราะสก็อตส่งข้อความมาบอกว่าวันนี้ยาวแน่ๆ”


“ขอโทษ…” อามุโร่พูดจบแล้วก็เปิดกล่องข้าวแล้วหักตะเกียบ แต่ก็ไม่ได้ลงมือกิน


“กินไป ไม่ต้องดราม่า” อากาอิพูดแล้วก็คีบข้าวเข้าปากอีกคำ แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ขยับตามที่เขาบอกเลย แถมยังก้มหน้าไม่ยอมสบตากับเขาอีก


“ฉันรู้ว่าวันนี้หัวหน้าไม่ได้บอกให้นายหยุด” อากาอิพูด


“ฉันรู้ว่าที่นายกลับบ้านดึกทุกวันเพราะว่านายเคลียร์งานสำหรับอาทิตย์หน้า จะได้หยุดแบบไม่ต้องห่วงอะไร”


“ฉันรู้ว่านายรอวันนี้มาตั้งแต่ที่ฉันบอกนายว่าเจมส์ให้ฉันหยุดหนึ่งวัน”


“ก็แค่บอกว่าวันนี้อยากจะใช้เวลาร่วมกัน ไม่เห็นต้องบอกเลยนี่ว่าหัวหน้าเห็นใจที่ทำงานหนัก”


“ปากแข็ง”


“แต่ถึงจะยังไงนายก็ไม่ควรที่จะหยุดในช่วงที่นายต้องเตรียมตัวจับผู้ก่อการร้ายนะ”


“.….” อามุโร่ไม่ได้เถียงอะไรออกไปอย่างที่เคยทำ เพียงแค่ก้มหน้านิ่งแล้วก็บ่าของเขาสั่นเบาๆ


“ขะ ขอโทษ” อามุโร่พูดแค่นั้น แต่ยังไม่ทันที่อากาอิจะตอบกลับ เขาก็พูดต่อ


“ขอโทษที่โกหกนายว่าฉันได้หยุดวันนี้”


“ความจริงฉันขอลาหยุดวันนี้ เพื่อที่จะได้อยู่กับนายนั่นแหละ”


“เพราะว่านานๆทีนายจะได้หยุดฉันเลยอยากจะให้เวลาร่วมกันมันก็แค่นั้น”


“ยิ่งนายเป็นFBIแล้วฉันเป็นสันติบาล เวลาว่างเลยไม่ค่อยตรงกันเท่าไร”


“ฉันยอมทำงานจนดึกเพื่อเคลียร์งานอย่างที่นายพูดนั่นแหละ”


“ฉันใช้วันหยุดไปหนึ่งวันแทนที่จะได้หยุดยาวทีเดียว”


“แต่มันผิดหรอที่ฉันอยากจะทำอะไรร่วมกันนาย”


“อย่างที่บอกว่านายไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่อยากจะหยุดก็หยุดได้เฉยๆ”


“ฉันก็แค่อยากจะไปดูหนังกับนาย”


“กินข้าวกับนาย”


“ไปเที่ยวกับนาย”


“หรือทำอะไรก็ได้แบบที่แฟนปกติเขาทำกัน มันก็แค่นั้น!” เขาเริ่มขึ้นเสียงนิดหน่อย เพราะเสียงเขาเริ่มแหบขึ้น


“อามุโร่คุง”


“ฉันรักนาย” อามุโร่พูดแทรก “รักนายมาก รักมากๆ”


“เพราะแบบนั้นฉันเลยอยากจะอยู่กับนาย มันก็แค่นั้นเอง” อามุโร่พูดเสียงเบาลง “ฉันผิดด้วยหรอ…”


ไหงคนที่รู้สึกผิดกลับกลายเป็นเขานะ อากาอิคิดในใจ


“เรย์คุง…” อากาอิลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปคุกเข่าอยู่ข้างๆเก้าอี้ที่อีกฝ่ายนั่งอยู่


เขาหมุนเก้าอี้ให้หันมาหาเขาแล้วมองหน้าของอีกคนที่ตอนนี้ก้มหน้าคางแทบชิดอก


แต่เพราะเขาอยู่ต่ำกว่าอีกฝ่าย เลยทำให้เห็นใบหน้านั้นได้ชัดเจน


มันน่า…จริงๆ


คิดเสร็จก็ทำตามอย่างที่คิด


แชะ


เขาหันไปหยิบกล้องโพลารอยด์ที่หยิบติดมาด้วย ไม่นานก็มีฟิลม์ออกมาแต่รูปก็ยังเป็นสีดำอยู่


เขาวางทั้งสองอย่างไว้บนโต๊ะแล้วก็หันกลับมาสนใจอีกฝ่ายเหมือนเดิม


“คนขี้แย” เขาพูดเบาๆแล้วปาดน้ำตาออกให้ “แค่นี้ก็ต้องร้องไห้ด้วย”


“อึก”


“ไหนว่าโตแล้วไง ไม่ต้องให้มาคอยดูแล”


“ฮือ”


“ก็เพราะแบบนี้ไง ถึงต้องคอยเป็นห่วงอยู่ตลอด”


“เห้ออ” เขาถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วก็พูดต่อ


“ฉันคิดว่าหัวหน้าของนายต้องให้นายหยุดวันพรุ่งนี้แทนแน่ๆ” 


“ก็เลยโทรไปหาเจมส์ว่าฉันจะขอหยุดต่ออีกสักวัน รวมเป็นสองวัน” อามุโร่ได้ยินดังนั่นแล้วเงยหน้าขึ้นมองหน้าของอีกฝ่าย


“พรุ่งนี้เราค่อยอยู่ด้วยกันก็ได้นี่” เขาเอามือข้างขวาขึ้นมาเสยผมฝั่งนี้ให้ขึ้นไป แล้วเอาหน้าผากมาชนกัน


“หยุดร้องไห้นะคนดี” อามุโร่ยกมือขึ้นมาจับมือซ้ายของอีกฝ่ายที่ทาบแก้มเขาอยู่ แล้วก็เอียงหน้าซบมืออุ่นนั้น


“คิดถึง…” เขาพูดออกมาเบาๆ 


อากาอิยิ้มแล้วก็ยื่นหน้าเข้าไปจูบเบาๆที่ริมฝีปาก แล้วก็ถอนออกมา


“คิดถึงเหมือนกันครับ” ว่าจบก็จุ๊บไปที่หน้าผากของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา


“หยุดร้องไห้แล้วกินไปเลย” แต่น้ำเสียงก็เปลี่ยนไปทันที จากตอนแรกที่นุ่มนวล ทำเอาคนฟังใจอ่อนยวบ กลับเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงที่อีกคนชอบใช้เวลากวนตีนเขา


“หรือจะให้ป้อน?” อากาอิถาม “แต่ฉันป้อนด้วยปากนะ”


“ไม่ต้อง!!”


ทั้งคู่ก็มีความสุขดีในระหว่างที่กินข้าวด้วยกัน


ไม่จำเป็นต้องไปทานที่ร้านอาหารหรู


ไม่จำเป็นต้องไปทานของแพง


ทานอะไรก็ได้ถ้าผมได้ไปทานกับเขา


อะไรก็ได้ที่ผมได้ทำกับอากาอิ ชูอิจิ ผมก็มีความสุขทั้งนั้นแหละ
.
.
.
.
.
.
“พวกมันลืมแน่ๆ” สก็อตพูดแล้วก็มองนาฬิกา แต่พอเขาเงยหน้าขึ้นมาก็เห็นมาซึดะที่เดินกลับมาด้วยรอยยิ้ม 


เพราะฟุรุยะหายไปนาน มาซึดะเลยอาสาที่จะไปตามมาให้


“พวกมันทำไรกันอยู่เนี่ย” มาซึดะไม่ตอบ เพียงแค่เอารูปทางโทรศัพท์ให้เขาดู


เพียงแค่นั้นก็ทำให้สก็อตไอออกมาเล็กน้อยแล้วหันไปบอกลูกน้องว่าพวกเขาจะวางแผนกันต่อโดยไม่มีใครอีกคน


ปล่อยให้มันไปจูบกับแฟนมันเถอะ……


แล้วหลังจากวันนั้น ในหลายวันถัดมา พวกเขาก็กลับไปทำงานเหมือนเดิม ถึงจะไม่ค่อยได้เจอเพราะว่าทั้งสองฝ่ายงานยุ่งเหมือนกัน


แต่รูปโพลารอยด์ที่ติดอยู่บนผนังห้องทำให้พวกเขาไม่มีทางลืมวันที่ผ่านมาแน่ๆ 


วันที่พวกเขาได้รู้แล้วว่าเราต่างรักอีกฝ่ายมากแค่ไหน


รูปแรกก็เป็นรูปที่เขาแอบถ่ายตอนที่อามุโร่หลับ ส่วนอีกรูปก็เป็นรูปที่อีกฝ่ายร้องไห้ในคืนนั้น


ส่วนแคปชั่นน่ะหรอ?


‘คนขี้แย’ อาจเป็นแคปชั่นที่อยู่ใต้ภาพ แต่ด้านหลังของภาพนั้น…


‘คนที่อากาอิ ชูอิจิรักมากที่สุด แล้วสัญญาว่าจะไม่ทำให้ร้องไห้เพราะความไม่เอาไหนของเขาอีก’




“ฉันรักนายนะ ฟุรุยะ เรย์คุง”


“อืม รู้แล้วน่า”


“……”


“ฉันเองก็รักนายเหมือนกัน”




END


••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••


ฟิคสั้นเรื่องแรกจบไปแล้วค่ะท่านผู้ชมมมมมม!!!! บึ้ม!!!(?) เป็นไงกันบ้างคะทุกคน เราพยายามแต่งให้ออกมาละมุนที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ดีตรงไหนแย่ตรงไหน สามารถบอกได้นะคะ
#เม้มด้วยน้า รักคนอ่านที่ จุ๊บๆ

ผลงานอื่นๆ ของ Blackki

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 03:21

    เขินมากค่ะ แงงงงงง จะระเบิดเเน้ว น้องงงงงงงงงงงง

    #14
    0
  2. วันที่ 8 เมษายน 2562 / 05:53

    โอยยยน่ารักก อยากมีเวลากับเเฟน น่ารักไปแล้ววว
    #13
    0
  3. วันที่ 16 มกราคม 2562 / 00:10

    โอ้ยยย เขินจนหยุดอ่านแล้วหันไปฟัดกับหมอนหลายรอบ /////

    #12
    0
  4. #11 Death-Dark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 13:34
    ตายๆๆๆๆๆๆๆๆ เขินตัวจะแตกแล้ววววว-/////-
    #11
    0
  5. #10 เรย์คุงนี่ซึนเดเระ
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 00:00

    ชอบมากกกก รู้สึกเอ็นดูอามุโร่ซังมากกว่าเดิม แถมอินตามด้วย5555 แต่งอรกนะคะ สนุกมากเลย ขอบคุณค่ะ><

    #10
    0
  6. #9 kim-taeaee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2561 / 03:27
    ฮือออเขินนนน่ารักมากกกๆๆๆๆๆเลยค่ะ
    #9
    0
  7. #8 ~PiToN~ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 03:08
    รักกันนานๆนะ
    #8
    0
  8. #7 mika_ren (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 12:26
    หมอนแทบขาด จิกแรงอะไรเบอร์นั้น โอย เขินมาก ละมุนสุดๆ ชอบมากๆ อยากอ่านอีก ไรท์สนองให้หน่อยค่ะ เราชอบมาก ทั้งสำเนียง เนื้อเรื่อง มันละมุนสุดจะบรรยาย
    #7
    0
  9. #6 Creator Happy Invulnerable (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 08:48
    อ่านกี่รอบก็น้ำตาไหล
    คู่นี้น่ารักเกินไปแล้ว
    #6
    0
  10. วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:33
    ฟินจนบรรยายไม่ถูกจริงๆค่าาาา แอบเสียดายที่เป็นฟิคสั้น น่าจะทำเป็นฟิคยาวจะได้เก็บเข้าคลอเลคชัน อร๊ายยย~~~
    #5
    0
  11. #4 Steve
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:42
    ฮือออ ฟินมากกก แต่งดีมากค่าาา ชิแคู่นี้แรงมาก5555555 น่ารักอ่าาา ทั้งๆที่ยังคุมคาแรคเตอร์ตัวจริงอยู่บ้าง
    #4
    0
  12. #3 โอลีฟ โอลิเวีย
    วันที่ 22 มกราคม 2561 / 22:41
    โอ๊ยย น่ารักละมุนมาก ๆ ค่ะ >////<
    #3
    0
  13. #2 Ji-Jang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 00:53
    น่ารักมากเลยค่ะ เขินนนนนนนน -/////-
    #2
    0
  14. #1 Bua_685
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 09:43
    ฟินมากค่าาาาา
    #1
    0