[ตีพิมพ์] NAUGHTY NERDY - น่ารักดี มีแฟนยัง

ตอนที่ 5 : Chapter 04 มันจะดีนะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 380 ครั้ง
    29 ก.ย. 61


:: คำเตือน ::
นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจ และส่วนใหญ่นางเอก 'รุก'
อย่าดราม่ากันนะคะ ไม่ชอบกดออกได้นะ เพราะเตือนแล้ว
ด้วยรักและล่อลวง

- CHERMADA -

04

มันจะดีนะ

 


 


Maybe I'ma get a little anxious

Maybe I'ma get a little shy

'Cause everybody's trying to be famous

And I'm just trying to find a place to hide

All I wanna do is just hold somebody

But no one ever wants to get to know somebody

I don't even know how to explain this

I don't even think I'm gonna try


And that's okay

I promise myself one day

I'ma tell 'em all

I'ma tell 'em all that you could either hate me or love me

But that's just the way I am

(The Way I Am - Charlie Puth)


บางทีผมก็กระวนกระวายนิดหน่อย บางทีก็อายเล็กน้อยน่ะ

เพราะทุกคนพยายามทำตัวให้เป็นที่รู้จัก แต่ผมกลับหาที่ซ่อน

ทั้งหมดที่ผมอยากทำก็แค่กอดใครสักคน

แต่ไม่เคยมีใครอยากรู้จักคนอื่นหรอก

ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงเหมือนกัน

ไม่เคยคิดว่าผมจะต้องพยายามน่ะ


แต่มันก็โอเคนะ

ผมสัญญาว่า สักวันหนึ่งผมจะพูดมันออกมาหมดนั่น

ผมจะบอกทั้งหมด เพราะงั้นคุณจะเกลียดหรือรักผมก็ได้

แต่นั่นมันก็แค่สิ่งที่ผมเป็น

...





ฉันแทบจะหงายเงิบตกเก้าอี้หลังจากพี่ชายถามประโยคนั้นจบ ติดหนุ่มที่เขาพูดถึงเนี่ย อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้แว่นจิ้งนั่นน่ะ หรือจะมีคนแอบตามฉันจริง แล้วคนคนนั้นก็คือชาร์ล บ้าน่า! หมอนี่ก็มีการมีงานทำ ไม่ว่างมาตามติดชีวิตฉันขนาดนั้นหรอก อีกอย่าง ก็ไม่มีความจำเป็นเลยสักนิด ฉันมองไม่เห็นประโยชน์ที่เขาจะได้จากการทำแบบนั้นเลย

“ยังไงๆ อยากมีผู้ชายคอยดูแลสักคนแล้วล่ะสิ” ชาร์ลยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยจนฉันอยากจะเข้าไปชกหน้ามันสักที ยิ้มแบบนั้นมันทำฉันประหม่านะรู้ไหม!

“พี่พูดมั่วแล้วล่ะ” ฉันทำเป็นกลอกตามองไปทางอื่น ไม่ใช่ว่าอยากจะปิดบังอะไรมันหรอกนะ ก็ไม่ได้คิดจะโกหกอะไร แค่ยังไม่อยากให้มันรู้เท่าไรน่ะ เพราะมันจะหาเรื่องล้อฉันน่ะสิ

ชาร์ลเลิกคิ้วขึ้นข้างเดียวแล้วเบะปากยิ้มๆ อย่างรู้ทันว่าฉันกำลังหาเรื่องแถ

“นี่ ไอ้โช ฉันเป็นพี่ชายแกนะ คิดว่าจะปิดได้หรือไง”

“ไม่คิด” ฉันส่ายหัวพร้อมตอบกลับไปทันควัน ใช่ ฉันไม่คิด...ไม่คิดด้วยซ้ำว่ามันจะรู้น่ะ

“ถ้างั้นพูดตรงๆ เลยแล้วกัน ขอสแกนหน่อย มีรูปไหม” อะนี่ก็ตรงเกิน

“ไม่มี ไม่มีใครทั้งนั้นแหละน่า พี่อะคิดมาก”

“งั้นฉันบอกพ่อนะ”

“เฮ้ย! อย่าเพิ่ง” ดวงตาของฉันเบิกกว้างทันทีที่มันพูดแบบนั้น ตัวเองจะหาเรื่องล้อฉันคนเดียวไม่พอหรือไงวะ ถึงต้องดึงพ่อมาเอี่ยวด้วยเนี่ย น่าปวดหัวกับคนบ้านนี้จริงๆ เลยให้ตายสิ

“แปลว่ามี” คนแก่กว่ายกยิ้มร้ายกาจ

“เออน่า ขอดูอีกสักหน่อย”

“นี่ก็ขอดูเหมือนกัน ไหนอะรูป หล่อเท่าฉันหรือเปล่า” นี่ไม่ต้องรอถึงหูพ่อหรอก เพราะชาร์ลมันกำลังทำตัวเป็นพ่อฉันอีกคนอยู่นี่ไงล่ะ

“ไม่มีรูป ขอไลน์เขายังไม่ให้เลย” ฉันบุ้ยปากเซ็งๆ นึกไปถึงตอนที่พยายามจะขอไอดีไลน์ของไอ้แว่นแล้วเขาปฏิเสธก็ฉุนขึ้นมา

“อุบ! ฮ่าๆ ๆ” ตอนแรกชาร์ลก็พยายามจะกลั้นหัวเราะแต่เหมือนจะไม่ไหวจริงๆ ก็เลยขำพรืดออกมาแบบไม่เกรงใจหน้าฉันเลยสักนิด ฉันเหลือบมองชาร์ลนิดหน่อยรวมกับหน้าจิ้งที่ปรากฏอยู่ในหัวแล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้

“ไปต่อยมวยกัน ไม่กินละเหล้า” ฉันพยักหน้าชวนอีกฝ่าย เป็นจังหวะเดียวกับที่พนักงานของร้านเดินนำของที่สั่งไปมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะพอดี

ตอนนี้มันเพิ่งจะหัวค่ำเอง แล้วยิมที่ฉันกับพี่ชายเป็นสมาชิกอยู่มันก็ปิดสี่ทุ่มโน่นแน่ะ ไม่ได้ไกลจากที่นี่มากด้วย ฉันกับชาร์ลลงคอร์สต่อยมวยไว้ นี่แหละงานอดิเรกของเราสองพี่น้องน่ะ ความจริงตอนนี้ก็อยากจะไปต่อยจิ้งให้แว่นแตกแล้วขู่เอาไลน์เขามาเลยนั่นแหละ แต่เกรงว่าเขาจะกลัวฉันไปเสียก่อนน่ะสิ

 “เฮ้ย มาอินดี้อะไรอีก”

“เร็วดิชาน จ่ายเงินค่าเหล้าแล้วไปกัน” ฉันพยักหน้าบอกพร้อมกับลุกขึ้นให้เขาเห็นว่าฉันพูดจริง และต่อให้เขาไม่ไป ฉันก็จะไปคนเดียว

“เรียกชื่อให้ถูกแล้วจะไป”

“ชาร์ลลล~” ฉันออกเสียงให้ตรงตามที่เขาต้องการก่อนจะจิ๊ปากแล้วเดินหนีออกมารอที่รถมอเตอร์ไซค์ของเขาก่อน ใช้เวลาจากที่นี่กลับไปเปลี่ยนชุดที่บ้านแล้วไปยิมก็คงไม่นานเท่าไรหรอก มีเวลาให้ฉันซ้อมเหลือเฟือเชียวล่ะ

“ดีนะที่ร้านฝากเหล้าได้น่ะ วันหลังค่อยมาเก็บ” ชาร์ลบ่นอุบในตอนที่ตามฉันออกมาแล้ว ฉันยักไหล่ไม่ยี่หระ อีกฝ่ายส่ายหน้าน้อยๆ ปากก็ยังบ่นไม่เลิก “แกนี่มันจริงๆ ใครได้เป็นแฟนคงถึงคราวซวย...”

“ให้มันน้อยๆ หน่อย สวยๆ อย่างนี้คนโชคดีเท่านั้นแหละจะได้เป็นแฟนน่ะ” ก็ได้แต่หวังว่าจิ้งคงจะไม่โชคร้ายจนเกินไปหรอกนะ หึ

“จ้า”

 

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

พลั่ก!

ฉันฟาดขาใส่กระสอบทรายไปเต็มรัก ความเคืองจิ้งทำให้ฉันอยากจะปล่อยพลังออกไปให้หมดจนไม่มีแรงไปคิดถึงหน้าหมอนั่น

คิดถึง?

ใช่ ฉันคิดถึงเขาไงล่ะเลยเป็นแบบนี้!

“ไอ้แว่น!

พลั่ก!

ฉันต่อยเข้าไปที่กระสอบทรายใบเดิมอีกครั้ง จินตนาการว่ามันคือจิ้งที่กำลังยืนทำหน้านิ่งๆ และท่าทางสุภาพๆ ใส่ฉันอยู่

“หนุ่มแว่นด้วยเหรอ” เสียงของชาร์ลที่กำลังรัวหมัดใส่กระสอบทรายอีกใบที่อยู่ไม่ไกลกันถามขึ้นอย่างสอดรู้

“ไอ้เนิร์ด!” ฉันไม่ตอบชาร์ลแต่พุ่งเข้าไปต่อยจิ้งในมโนภาพตรงหน้าของตัวเอง

“ว้าววว~” นี่ไง ชาร์ลมันก็เป็นเสียแบบนี้ ฮึ่ย!

ว่าแต่...ฉันยังไม่รู้เลยนะว่ามันรู้เรื่องนี้ได้ยังไงน่ะ

พอฉุกคิดขึ้นมาได้ฉันก็หยุดโจมตีกระสอบทราย ก่อนหันไปชี้มือที่สวมนวมอยู่ใส่พี่ชายตัวเองอย่างหาเรื่อง

“รู้เรื่องนี้ได้ไงวะชาน”

“ไม่บอก” เขาทำลอยหน้าลอยตา คราวนี้ฉันเลยเดินมาประจันหน้ากับอีกฝ่ายเพื่อเค้นถามในสิ่งที่อยากรู้ จะว่าหมอนี่ไปแอบรู้จักกับจิ้งก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ แล้วอีกคนที่รู้เรื่องนี้ก็มีแค่วิชชี่เท่านั้น ส่วนไอ้ที่เหมือนมีคนตามนั่นน่ะ...

อืม นี่ฉันลืมอะไรไปหรือเปล่านะ

“บอกให้บอกมาไงวะ อย่าทำลีลา”

“อยากทำลีลา” มันยกยิ้มอย่างเป็นต่อแล้วพยักพเยิดคิ้วไปทางเวทีมวย ฉันมองตามไปก่อนจะดึงสายตากลับมาจ้องหน้าคนตัวสูงด้วยใบหน้าไม่เข้าใจ 

หรือนี่มันกำลังท้าฉัน?

“...”

“ถ้าแกชนะ ฉันจะบอก” ใบหน้าที่ออกไปทางลูกครึ่งมากกว่าลูกเสี้ยวเพราะเลือดย่ามันแรงมากกว่าฉัน กำลังยิ้มอย่างมั่นใจว่าเขาจะไม่ได้พูดมันออกมาแน่

และใช่...ชาร์ลกำลังทำตัวกำเริบเสิบสานใส่ฉัน! 


หลายนาทีต่อมา

ตุบ!

“โอ๊ย...อีกแล้วนะชาน”

ฉันส่งเสียงครางออกมาเมื่อล้มลงก้นกระแทกพื้น จะว่าหาเรื่องเจ็บตัวเองก็ได้แหละ ที่จริงแล้วฉันไม่เคยชกมวยชนะพี่ชายตัวเองหรอก ขนาดมันออมแรงให้ทุกครั้งเพราะฉันเป็นผู้หญิงฉันยังแพ้มันตลอดเลย แต่เข้าใจใช่ไหมว่าเรื่องแบบนี้มันเดิมพันกันด้วยศักดิ์ศรีอันยิ่งใหญ่ ในเมื่อชาร์ลท้าฉันมา ฉันก็ต้องรับ ถึงแม้สุดท้ายจะรับอย่างเดียวแทบไม่ได้รุกจนต้องล้มลงมาหอบปนจุกอยู่กับพื้นเวทีแบบนี้ก็ตาม

เฮ้ออออ

เอาวะ อย่างน้อยอารมณ์กรุ่นๆ ที่เคืองจิ้งอยู่ก็เบาบางลงไปบ้างเหมือนกัน

“ใช่ อีกแล้ว แพ้อีกแล้วนะแชงโป หึๆ” ชาร์ลแกล้งเรียกชื่อฉันแบบผวนคำ ร่างสูงหลุบสายตาล้อเลียนมองฉันที่ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาชันไว้แล้วพาดพักแขนอย่างหมดแรง ฉันเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันมองอีกฝ่ายอย่างเคืองๆ จะแกล้งแพ้สักครั้งมันยากมากนักหรือไงวะ ฮึ่ย

“รู้แล้วน่า!” ฉันกระชากเสียงไม่สบอารมณ์

“มีความลับที่อยู่ในใจ เป็นความลับที่อยู่ข้างใน~” ชาร์ลแกล้งฮัมเพลงเก่ารุ่นเดอะอย่างความลับในใจของวงสิบล้อ นั่นทำให้ฉันรู้สึกคันยุบยิบที่หัวใจ ปั่นความหงุดหงิดให้ปะทุมากขึ้นไปอีก จะเรียกว่าแพ้แล้วพาลก็คงได้

“โอ๊ย! รำคาญ” ฉันชักสีหน้าแล้วลุกขึ้นด้วยตัวเองก่อนลงจากเวทีมาถอดนวมออกก่อนอีกฝ่าย เขาตามลงมาพร้อมกับเสียงหัวเราะชอบใจ พอทำอะไรพี่มันไม่ได้ ฉันก็เลยขว้างนวมข้างสุดท้ายที่ถอดออกไปกระแทกอกแกร่งนั่น เขารับไว้ทันพอดีก็เลยไม่เจ็บอะไรมาก เชื่อสิว่าต่อให้กระแทกเข้าหน้าเต็มๆ มันก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก หน้าด้าน! เรื่องของฉันแท้ๆ ก็มาทำมีลับลมคมใน

“ไง หงุดหงิดอะไรมาวะศิษย์เอกโชแปง” เสียงครูสอนมวยที่สนิทกับพวกเราดังขึ้น ฉันหันไปยกมือไหว้คนมาใหม่พร้อมๆ กับชาร์ล

“อ้าว นึกว่าวันนี้ครูไม่เข้าซะอีก” ฉันทักด้วยความแปลกใจ ตอนแรกที่เข้ามาไม่เห็นเขาทั้งที่ปกติก็จะเจอก่อนใครเพื่อนน่ะ

“ครูออกไปทำธุระให้เมียนิดหน่อยน่ะ ฮ่าๆ ๆ” อีกฝ่ายบอกพร้อมกับชูถุงในมือขึ้น บ่งบอกสกิลความเป็นพ่อบ้านกลัวเมียสุดๆ ฉันยิ้มแล้วยักคิ้วให้แกอย่างรู้กัน “แล้วนี่ตกลงว่าเป็นอะไร ฮึ?”

“แพ้แล้วพาลไงครู” ชาร์ลแย่งตอบ ฉันเลยตวัดสายตาดุๆ ส่งไปให้พี่ชายตัวดี

“แค่นั้นเรอะ สีหน้าเหมือนคนมีอะไรในใจ” นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ อาบน้ำร้อนมาก่อนอะไรทำนองนั้นน่ะ

“มันก็มีจริงๆ นั่นแหละ แต่เรื่องไร้สาระ ช่างมันเถอะครู” ฉันบอกปัดก่อนจะเหลือบสายตาดูนาฬิกาแขวนผนังของยิมที่บอกเวลาว่าอีกไม่ถึงยี่สิบนาทียิมก็จะปิดแล้ว

“เดี๋ยวพวกหนูกลับก่อนดีกว่า สวัสดีค่ะครู” ฉันตัดบทด้วยการยกมือไหว้แกอีกครั้งแล้วเดินเลี่ยงออกมายังล็อกเกอร์ที่เก็บกระเป๋าตัวเองไว้ ชาร์ลยืนคุยอะไรกับครูต่ออีกนิดหน่อยถึงค่อยตามมาในตอนที่ฉันเก็บของเสร็จแล้ว

ร่างสูงตบบ่าฉันปุๆ ด้วยสีหน้าที่ยังล้อไม่เลิก มันน่าต่อยให้หน้าคว่ำนักไอ้พี่บ้านี่ หาเรื่องให้หงุดหงิดได้ไม่หยุดหย่อน สุดท้ายก็ต้องเป็นไปตามกติกาที่ตกลงกันไว้ ในเมื่อชนะเขาไม่ได้ ฉันก็จะไม่เอ่ยปากเซ้าซี้ถามหาความจริงหรอก ระหว่างเราสองพี่น้องเหมือนรู้กันอยู่แล้วน่ะ

 

สัปดาห์ต่อมา

คิดถึงชะมัด...

ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ เพราะไอ้แว่นนั่นคนเดียว นี่ฉันไม่เจอเขาหลายวันแล้วนะ แต่มันก็คงจะเป็นเรื่องปกตินั่นแหละ เพราะถ้าฉันไม่พยายามจะไปเจอเขา ก็ไม่มีทางที่เราจะได้พูดจาพาทีกันหรอก

“อื้อ!” ฉันครางครึ้มพร้อมๆ กับสะดุ้งตกใจเมื่อข้างแก้มถูกอะไรบางอย่างที่เย็นจัดนาบเข้ามา พอหันไปก็พบว่าเป็นน้ำอัดลมกระป๋องที่วิชชี่ซื้อมาฝากแล้วนางก็เอามาแกล้งฉันนั่นเอง

“เป็นอะไรของมึง ปกติไม่เห็นจะสติหลุด” คนมาใหม่ถามก่อนจะวางถุงขนมทั้งหมดที่ไปสอยมาจากร้านสะดวกซื้อภายในมอไว้บนโต๊ะ เสร็จแล้วก็ย้ายสารร่างของตัวเองไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับฉัน

ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแก่ๆ แล้ว เราไม่มีเรียนตอนบ่านเพราะอาจารย์ยกเลิกคลาสเนื่องจากติดประชุมของคณะ พอกินข้าวเที่ยงเสร็จแล้วไม่รู้จะไปไหน ฉันกับวิชชี่ก็เลยมาสิงอยู่ที่ซุ้มคณะนี่แหละ

“กู...” ฉันเกือบจะหลุดบอกออกไปแต่แล้วก็กลืนคำพูดเลี่ยนๆ พวกนั้นลงคอตามด้วยเอื้อมไปหยิบน้ำกระป๋องเมื่อกี้มาเปิดออกแล้วกระดกดื่มให้ชื่นใจ ความเย็นและซ่าจากของเหลวที่ไหลไปตามหลอดอาหารทำให้ฉันต้องส่งเสียงร้องออกมา “ฮ้า~!

“กู? กูอะไร มึงจะพูดอะไรก็พูด กูอยากรู้” วิชชี่นิ่วหน้าเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมพูดต่อสักที เรื่องเสือกนี่ไว้ใจมันเลยเถอะ

“ไม่เอาไม่พูด มันจั๊กจี้”

“เอ้า! อีนี่ เดี๋ยวแม่ตบ” คนฟังชักสีหน้าไม่พอใจแล้วหยิบขนมกรุบกรอบจากถุงออกไปฉีกซองก่อนหยิบใส่ปากเคี้ยวง่ำๆ พลางส่งสายตาเขียวปั๊ดมาให้

“คือกู...อยากเจอจิ้งว่ะ เฮ้อ” ฉันพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อสุดท้ายก็พูดออกไปจนได้

“ฮะ?!” วิชชี่แทบจะพ่นขนมในปากใส่หน้าฉันเลยล่ะ สองตาเบิกโพลงเหมือนได้ยินเรื่องประหลาดที่สุดในโลก แต่ก็ใช่ว่าฉันไม่เคยพูดกับมันทำนองนี้ไหม ไม่เห็นจะแปลกเลยสักนิด

“ตกใจอะไรวะ”

“ตกใจมึงไง กูนึกว่ามึงถอดใจไปแล้วนะเนี่ย เห็นเงียบๆ เรื่องไอ้แว่นไปหลายวัน”

“ที่เงียบนั่นกูกำลังคิดอยู่ว่าจะเอาไงต่อดีไง”

“มึงแม่ง...” มันพูดแค่นั้นแล้วก็ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอากันสุดๆ เชื่อเถอะว่ามันจะได้เหนื่อยหน่ายใจกับฉันเพราะเรื่องนี้ไปอีกนาน ตราบใดที่ฉันยังไม่หมดแรงจะรุกหมอนั่นน่ะนะ แต่เห็นเหมือนจะง่ายก็ยากใช่เล่นเลยแฮะ “ถามจริงนะอีโช”

“อือ ถามจริงก็ตอบจริง”

“หึ” อีกฝ่ายแค่นหัวเราะแล้วพูดต่อ “อะไรทำให้คนมั่นหน้าอย่างมึงหมดความมั่นใจขนาดนั้นวะ หรือเพราะแค่ถูกปฏิเสธให้ไลน์จากไอ้แว่นหน้ามึนสองครั้งเนี่ยนะ”

“เออ กูไม่อยากให้มีครั้งที่สาม กูควรวางแผนให้รอบคอบ”

“มึงก็จับมันรวบหัวรวบหางไปซะก็หมดเรื่อง โวะ!

ฉันส่ายหัวไม่เห็นด้วยกับที่มันพูด “เราจะทำให้ไก่ตื่นไม่ได้นะมึง”

“เหรอจ๊ะ แล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนที่มึงบุกไปถึงห้องเขาเนี่ยเรียกว่าอะไร ไปกล่อมให้ไก่หลับเหรอ”

“ก็...ฝนมันตก”

“อะ โทษฟ้าโทษฝนเป็นคนตอแหล”

“เอ๊ะ มึงนี่” ฉันจิ๊ปากอย่างขัดใจ

สุดท้ายนั่งอยู่ตั้งนานก็ไม่ได้อะไรคืบหน้าเลยนอกจากความคิดฉันกับวิชชี่ไม่ลงรอยกันสักที จนตอนนี้เราแยกกันกลับบ้านกลับช่องแล้ว กลัวว่าเย็นกว่านี้จะเป็นเวลาเลิกงานพอดีแล้วรถจะติดน่ะสิ อ้อ! ฉันได้รถคืนมาแล้วนะ

ฉันกับวิชชี่ขับรถตามกันออกมาเรื่อยๆ จากอาคารจอดรถของมหาวิทยาลัย ตอนแรกฉันก็ตามหลังมันมาดีๆ นี่แหละ แล้วบังเอิญสายตาอันแหลมคมดันเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาของใครบางคนเข้า เขากำลังเดินอยู่บนฟุตปาธข้างหน้านี้เอง ฉันยิ้มออกมาอย่างลืมตัวขณะชะลอรถพยายามจะจอดเทียบฟุตปาธ ซึ่งดูเหมือนคนที่ฉันอยากเจอนั้นไม่ได้สนใจจะหันมาทางนี้เลยสักนิด

ปิ๊นๆ ๆ ๆ!!!

ฉันบีบแตรรถถี่ๆ เพื่อเรียกเขา รู้ว่าที่ทำอยู่มันเสียมารยาทแล้วก็สร้างมลพิษทางเสียงรบกวนบรรยากาศอันแสนสุขภายในมหาวิทยาลัยด้วย แต่แล้วไง ฉันโฟกัสที่เป้าหมายเท่านั้น ในเมื่ออยากเจอแล้วได้เจอแบบนี้ ฉันไม่ยอมปล่อยเขาเดินผ่านไปง่ายๆ หรอก

จิ้งหยุดเดินแล้วหันมามองนิดหน่อย ฉันเคลื่อนรถเข้าไปใกล้เขาอีกแต่ดูท่าอีกฝ่ายจะไม่รู้ตัวและคงไม่เห็นว่าเป็นฉันเนื่องจากฟิล์มติดกระจกมันมืดพอสมควร เพราะงั้นฉันเลยบีบแตรส่งสัญญาณไปอีกรอบ

ปิ๊นๆ ๆ!!!

ให้ตายสิ ยามมองแล้วววว ถ้าบีบแตรอีกครั้งฉันโดนเรียกไปปรับทัศนะคติแน่ๆ ไอ้แว่น! รู้ตัวสักทีสิวะ

อ๊ะ! จิ้งหยุดเดินอีกแล้ว

ร่างสูงเอี้ยวตัวมองมาทางนี้ มือหนายกขยับแว่นนิดหน่อยเหมือนเพ่งพิจารณาป้ายทะเบียนรถ ให้ตายเถอะ นี่ไม่ใช่ว่าเขากำลังจำแล้วจะเอาไปแจ้งแบนกับมหาวิทยาลัยหรอกนะ เออเนี่ย ฉันก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยละ เข้าประเด็นเลยแล้วกัน

ฉันขยับรถมาจอดตรงกับที่จิ้งยืนอยู่แล้วกดเลื่อนกระจกฝั่งที่นั่งข้างคนขับลง ก่อนกวักมือเรียกอีกฝ่าย สีหน้าเขาดูประหลาดใจนิดหน่อยที่เห็นฉัน หรือไม่ก็ทำนองว่า 'ยัยนี่อีกแล้วเหรอ' ทำนองนั้น แถมสองขายาวๆ นั่นก็ยังไม่ยอมก้าวเข้ามาสักที

“ฉันเอง” ฉันบอกเขาผ่านหน้าต่างรถ

“ครับ” เขาพยักหน้ารับแล้วทำท่าจะหมุนตัวเดินไปจากตรงนี้

“จิ้ง! เดี๋ยวก่อนสิ” ฉันตะโกนเรียกอีกฝ่ายไว้ โชคดีที่ถนนตรงนี้เป็นวันเวย์แบบสองเลนส์ รถด้านหลังเลยขับแซงฉันไปได้ไม่มีปัญหาอะไร

“มีอะไรเหรอครับ” ไอ้แว่นยอมหันกลับมาคุยกับฉัน

“พอดีว่ามีเรื่องอยากรบกวนนายหน่อยน่ะ”

“...” เขาต้องมองฉันเป็นตัวปัญหาแหงๆ เจอกันทีไรมีเรื่องตลอด 

“ขึ้นมาคุยกันในรถได้ไหม มันค่อนข้างส่วนตัว” ฉันฉีกยิ้มแสดงความจริงใจอย่างไม่มีอะไรแอบแฝง...จริงๆ นะ

“ผมว่า...”

“นะจิ้ง เห็นแก่ผู้หญิงตาดำๆ เถอะ ฉันรู้ว่านายมีน้ำใจ” ฉันทำสายตาอ้อนนิดหน่อย แต่ก็พูดด้วยน้ำเสียงปกตินั่นแหละ ไม่ได้ดัดจริตอะไรขนาดนั้น

ร่างสูงเหลือบซ้ายมองขวาเหมือนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ฉันลุ้นแทบตายเพราะตอนแรกก็คิดว่าจะถูกปฏิเสธ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมพยักหน้ารับ

“ก็ได้ครับ”

ไอ้จิ้ง! ไอ้แว่นใจง่าย เสร็จฉันล่ะ หึๆ :)

ปึง

ร่างสูงที่เข้ามานั่งประจำที่ตำแหน่งข้างคนขับเอื้อมมือไปปิดประตูรถ ก่อนจะเบือนหน้ามาทางฉันสีหน้าของอีกฝ่ายดูคลางแคลงใจอยู่ไม่น้อย และก่อนที่เขาจะทันรู้ตัวหรือไม่ไว้ใจฉันมากไปกว่านี้ ฉันก็พเยิดหน้าไปทางเข็มขัดนิรภัยเพื่อส่งสัญญาณให้อีกฝ่าย

“คาดเบลท์ด้วยสิ”

“ครับ?”

“หรือจะให้ฉันคาดให้ล่ะ” ฉันเลิกคิ้วถามเมื่อเห็นว่าไอ้แว่นยังทำหน้าไม่เข้าใจภาษาไทย

“ไม่เป็นไรครับ โชพูดเรื่องที่จะพูดเลยก็ได้”

“แต่ฉันขับรถเร็วนะ”

“ครับ?” คนข้างๆ ขมวดคิ้วมุ่นเมื่อฉันไม่ยอมพูดในสิ่งที่เขาอยากได้ยิน

ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนที่ความใจร้อนจะทำให้ตัดสินใจเอี้ยวตัวไปดึงเซฟตี้เบลท์ฝั่งจิ้งแล้วจัดการคาดให้คนที่เอาแต่นั่งตัวเกร็งในตอนที่ฉันขยับเข้าไปใกล้ หมอนี่อาจจะตกใจหรืออาจจะกลัวฉัน แต่เขาคงไม่รู้หรอกว่าฉันเองก็หวั่นไหวไม่น้อยเลยล่ะ กลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ไม่ฉุนจมูกของเขานี่เล่นเอาฉันใจเต้นระส่ำระสายไปหมดเลยแฮะ

จิ้งมองมือฉันที่กดเบลท์ลงล็อก ก่อนเลื่อนสายตาหลังกรอบแว่นมามองหน้าฉันแล้วยิงคำถาม “แค่คุยกันเฉยๆ ไม่ใช่เหรอครับ ทำไมต้องคาดเบลท์ล่ะ”

“เพราะเราจะไม่นั่งคุยกันเฉยๆ ที่นี่ไง :)” ฉันบอกแค่นั้นก่อนจะขับรถออกมาเลยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว แม้สีหน้าของจิ้งจะฉายแววตกใจ ทว่าก็เหมือนเขาจะเข้าใจอะไรได้ง่ายหรือไม่ก็คงพอเดาทางได้อยู่แล้ว

เขาไม่ได้โวยวายอะไรนอกเสียจากถามอีกว่า “โชมีเรื่องอะไรเหรอครับ”

“ก็มีเรื่องรบกวนนิดหน่อยแหละ แต่เราไปหาอะไรกินเพลินๆ แล้วคุยไปด้วยดีกว่า”

“ไหนว่าส่วนตัวไงครับ”

“ก็...ส่วนตัวไง แต่ก็ไม่มากเท่าไร”

“พูดเลยครับ” เขาพยายามเร่งเร้าเหมือนถ้าฉันพูดจบแล้วจะกระโดดลงจากรถไปเสียตอนนี้งั้นแหละ ฉันเหลือบมองเขานิดหน่อยด้วยเพราะต้องโฟกัสที่ถนนด้านหน้า ไม่รู้ว่าตาฝาดไปไหมแต่สีหน้าดูจริงจังของเขาแบบนั้นมันน่ากลัวยังไงชอบกลแฮะ เสียงนิ่งๆ เมื่อกี้ก็เหมือนกำลังบังคับกันเลย แต่ฝันไปเถอะ ฉันไม่พูดตอนนี้หรอกน่า ไหนๆ ก็อุตส่าห์ล่อลวงเขาขึ้นรถมาด้วยกันได้แล้วแท้ๆ

“คอแห้งอะ ยังไม่อยากพูด”

“...”

“ไปหาอะไรกินกันนะ” ฉันชวนอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ้อนๆ และใบหน้าเปื้อนยิ้มนิดๆ เหมือนไม่ใช่ตัวเองเท่าไร

“...”

“นะจิ้ง”

“...”

“นะ”

“เฮ้อ...” เขาถอนหายใจออกมาเหมือนเหนื่อยหน่ายกับฉันเต็มทน จนสุดท้ายก็ยอมพูดว่า “ครับ”

Yes!!!

ไหนๆ ฉันก็ยอมใช้ไม้อ่อนเพื่อโน้มน้าวเขาขนาดนี้แล้ว ไม่ตกลงก็คงจะเกินไปหน่อยล่ะมั้ง ให้ตายสิ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นล่ะก็ แค่ฉันพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ เขาก็คงรีบตกลงกันแล้วล่ะ ไอ้หมอนี่มันขี้เล่นตัวชะมัดเลยแฮะ

 

กึก...

“ตกลงว่าโชมีอะไรรบกวนผมเหรอครับ” ไอ้แว่นถามหลังจากเราเดินมาหามุมเงียบๆ ของร้านคาเฟ่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยนั่ง เขาวางเครื่องดื่มที่สั่งมาจากเคาน์เตอร์ไว้บนโต๊ะแล้วนั่งลงตามฉันที่มาถึงก่อนเพียงไม่กี่วินาที

“ก็...”

“...”

“หากไม่ดูเป็นการรบกวน ก็จะชวนเธอมารักกัน”

“ร้องเพลงทำไมครับ” จิ้งเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยแล้วขยับแว่น

“เฮ้อ โอเค เข้าเรื่องก็ได้” ฉันยอมพูดในที่สุด ดูเหมือนไอ้แว่นจะดีใจไม่น้อยที่ฉันเลิกพูดเล่น ถึงสีหน้าเขาจะไม่เปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก ทว่าก็ดวงตาก็ฉายแววเห็นด้วยอยู่ในนั้น

“ก็เห็นนายบอกไม่ค่อยมีเพื่อน งั้นเราเป็นเพื่อนกันดีหรือเปล่า”

“...”

“แค่นี้แหละที่จะรบกวนน่ะ”

“แน่ใจเหรอครับ”

“แน่ใจอะไร” ฉันขมวดคิ้วไม่เข้าใจเมื่อเขาเงียบไปในตอนแรกแล้วอยู่ๆ ก็ถามกลับมาแบบนั้น

“แน่ใจเหรอว่าอยากเป็นเพื่อนกับผม ไม่ใช่ว่า...”

“โอเค ฉันไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับไอ้แว่นอย่างนายหรอก” ฉันโพล่งออกไปก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้พูดจบ เขาชะงักไปทันที แต่ก็ไม่ได้มีสีหน้าตกใจอะไร เหมือนจะพอใจมากกว่า จนกระทั่งฉันเอ่ยประโยคต่อมาด้วยรอยยิ้มว่า “อยากเป็นมากกว่านั้น”

“...”

“มันจะดีนะ” ฉันพึมพำเบาๆ ด้วยเสียงสอง ขณะเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำตัวเองมาดูดแก้เก้อ จิ้งมองฉันผ่านเลนส์แว่นทรงกลมน่าตบอย่างประเมิน ก่อนระบายยิ้มน้อยๆ ออกมา แล้วเขาก็ดูดน้ำจากแก้วของตัวเองบ้าง ไม่ยอมเสนอความเห็นอะไรอีก ไม่แม้แต่จะตอบรับฉันด้วย

“นายจะไม่พูดอะไรหน่อยเหรอ” ฉันถามขึ้นเมื่อเห็นว่านี่มันชักจะเงียบเกินไปแล้ว

คนตรงหน้าเงยหน้าจากแก้วน้ำขึ้นมาสบตาฉันด้วยใบหน้าอมยิ้มนิดๆ “พูดอะไรเหรอครับ”

“ตกลงไง ตกลงสิ”

“ทำไมต้องตกลงครับ”

“นายอยากตายใช่ไหม ไม่รู้หรือไงว่าฉันสามารถเทผู้ชายทุกคนที่เข้ามาจีบได้เพื่อนายคนเดียวนะ” ฉันบอกอย่างเหลืออด อยากจะชกแม่งให้ร่วงตกเก้าอี้แต่ก็ต้องคีปลุคเอาไว้ “อ้อ แต่ฉันไม่ได้มาเพื่อให้นายเทอีกทีด้วย บอกไว้ตรงนี้เลย”

“น่าสงสารผู้ชายพวกนั้นนะครับ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงติดหัวเราะอยู่ในที

“เข้าใจอะไรยากจริง” ฉันบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่เหมือนจะดังไปหน่อย คนที่มาด้วยเลยหยุดยิ้มกะทันหันแล้วสบลึกเข้ามาในตาฉันเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง แต่พูดตรงๆ ว่าฉันไม่เข้าใจ

“ผมไม่อยากมีแฟนครับ เหมือนจะเคยบอกไปแล้ว”

“ก็ไม่ได้ขอเป็นแฟนสักหน่อย”

“ดีแล้วครับ”

“เป็นเพื่อนไง เพื่อนกัน”

“จริงๆ แล้วถ้าเป็นไปได้ ผมไม่อยากสนิทกับใครเลยน่ะ”

“...”

ไม่เข้าใจ ฉันไม่เข้าใจที่เขาบอกจริงๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันเริ่มแน่ใจ มันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ภายใต้กรอบแว่นกลมๆ นั่น อะไรบางอย่างที่...ฉันก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน แต่มันก็ทำให้ฉันเริ่มไม่แน่ใจในตัวเองขึ้นมานิดหน่อย ขณะเดียวกันก็ทำให้ฉันอยากจะรู้จักกับเขามากกว่านี้

“ไม่ต้องสนิทก็ได้ เพื่อนเฉยๆ” 

...แล้วค่อยพัฒนาความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดด

แน่นอนว่าประโยคนั้นฉันพูดต่อเองอย่างกรุ้มกริ่มอยู่ใจใน ไม่ได้เขาออกไปหรอก 

“เอาเป็นว่า ถ้าโชอยากรู้จักผมมากกว่านี้จริงๆ ผมเป็นเพื่อนกับโชก็ได้ครับ :)” เขาพูดต่อและมันดันตรงกับสิ่งที่อยู่ในหัวของฉันเข้าพอดี ราวกับอ่านใจคนได้แน่ะ!

และฉันจะสนใจประโยคนั้นมากกว่านี้ถ้าไม่ดันรู้สึกเหมือนถูกใครบางคนจ้องมองอยู่เสียก่อน เหมือนเป็นไปโดยสัญชาตญาณที่ทำให้ฉันหันไปมองด้านหลัง ตรงมุมหนึ่งของคาเฟ่ ทว่ามันไม่มีอะไรอย่างที่ฉันกังวล ที่เห็นก็มีเพียงลูกค้าคนอื่นๆ ที่นั่งคุยกันปกติ บ้างก็เล่นโทรศัพท์ บ้างก็อ่านหนังสือ

ความรู้สึกแบบนี้มันหายไปสักพัก ฉันไม่ทันสังเกตว่าช่วงไหน แต่เหมือนวันนี้มันจะกลับมาอีก

“มีอะไรเหรอครับ” เสียงของจิ้งเรียกให้ฉันหลุดออกจากภวังค์แล้วหันไปมองอีกฝ่าย เขาที่มองตามฉันไปเมื่อกี้ดึงสายตากลับมาที่ฉันอย่างรอคำตอบ

“นาย...รู้สึกเหมือนมีใครตามเรามาหรือเปล่า”

จิ้งเงียบก่อนเลื่อนสายตามองเลยไปที่ด้านหลังฉันอีกครั้ง สีหน้าของเขาไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงจนกระทั่งสายตาคู่คมกลับมาสบกับฉันอีกครั้ง รอยยิ้มเล็กๆ ฉายออกมาจากนัยน์ตาคู่นั้น 

“ไม่เห็นรู้สึกเลยครับ” 









- TO BE CONTINUED -






Animated GIF



งานนี้บอกเลยว่า...
สิ่งที่เห็น อาจจะไม่ใช่อย่างที่เห็น
สิ่งที่ไม่เห็น ก็อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิด
สิ่งที่คิด อาจจะไม่ใช่อย่างที่คิดเหมือนกันค่ะ
อ้าว แล้วจะยังไง 5555
เปลี่ยนชื่อตอนจาก มันจะดีนะ
เป็น 'มันจะดีเหรอ' ทันไหม 555555555

ขอบคุณทุกฟีดแบ็ก ทุกกำลังใจ
ทุกการติดตามนะคะ
แล้วเจอกัน <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 380 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,891 ความคิดเห็น

  1. #1854 dream4try (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:00
    ฟันธงคะ! จิ้งมีอะไรแน่ๆมีแน่ละเซ้นมันจับได้ ขนาดนางก็ยังตงิดๆใจอยู่ใช่ไหมละ รอดูต่อไปว่าลุคเด็กเนิร์ดมันจะเนิร์ดจริงไหม หึ!
    #1,854
    0
  2. #1831 so_pawan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 18:29
    หมั่นไส้ เพื่อนก็ไม่อยากคบ แฟนก็ไม่อยากมี ขอเป็นเมียเลยละกัน จบนะ
    #1,831
    0
  3. #1824 Nattawadee1808 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:11
    ขำกับท่าทางเรียบร้อย ถ้าเป็นพี่จินตัวจริงจะเป็สไงนะ555
    #1,824
    0
  4. #1815 SummerBabeses (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 11:46
    นั่นไง จิ้งต้องไม่ใช่เด็กแว่นธรรมดาแน่ๆ แต่ยังไงก็น่าสงสารอยู่ดี โดนโชแปงรุกหนักขนาดนี้ ไม่ได้ใช้ชีวิตสงบๆ เลย 555555555
    #1,815
    0
  5. #1754 150221 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 19:53
    มันคือใครเป็นไรกับพระเอกแน่เลยใช่มั้ยไรท์
    #1,754
    0
  6. #1517 hambearger (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 22:11

    จิ้งนี่ ไม่ใช่จิ้งจกแต่เป็นจิ้งจอกเจ้าเล่ห์แน่นวลลลล

    #1,517
    0
  7. #894 เหม่ยเหริน(美仁) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 16:26
    จิ้งนี่ ... ต้องไม่ทำดาแน่ๆอ่ะ เจ้สัมผัสด้ายยย
    #894
    0
  8. #135 แค่คนเลว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 16:04
    ใครน้าาาาตามโชจัง
    #135
    0
  9. #122 WarannG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2561 / 01:10
    ตัวจริงของจิ้ง นี่ ต้องมาเหนือ คาด แน่
    #122
    0
  10. #118 I_WaNabee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 20:24
    เห็นใจโช เป็นนี่ถอดใจไปแล้ววว จิ้งเช่นตัวเกิ้นนน
    #118
    3
    • #118-1 CHERMADA(จากตอนที่ 5)
      18 พฤษภาคม 2561 / 22:27
      ให้จิ้งนางสักหน่อยน้าาา อิ_อิ
      #118-1
    • #118-3 CHERMADA(จากตอนที่ 5)
      18 พฤษภาคม 2561 / 23:19
      สายตาโชมีแต่จิ้ง อิ_อิ
      #118-3
  11. #117 CoCoNuT_Mapraw (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2561 / 19:02
    จิ้งแกหยั่มมาแผนสูง ฉันเดาทางไว้หมดแล้วแกแอบร้ายใช่มั้ยล่ะ ตอบ!!!!
    #117
    1
    • #117-1 CHERMADA(จากตอนที่ 5)
      18 พฤษภาคม 2561 / 22:27
      บร้าาาา คิดมากกกกกก 555555555555555555
      #117-1
  12. #116 อีแดง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 01:20
    ซวยล่ะจิ้ง
    #116
    0
  13. #115 I_WaNabee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 23:08
    จิ้งเล่นตัวชะมัดเลยยย ยอมสักทีเส้
    #115
    0
  14. #114 WarannG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 22:55
    คิดถึงก็มาเลย โช ของเค้าาาาา
    #114
    1
    • #114-1 CHERMADA(จากตอนที่ 5)
      12 พฤษภาคม 2561 / 17:52
      นี่ทีมเมียโชถูกมะ 5555555
      #114-1
  15. #113 อีแดง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 21:01
    คิดถึงจิ้ง
    #113
    1
    • #113-1 CHERMADA(จากตอนที่ 5)
      12 พฤษภาคม 2561 / 17:53
      มาแล้ววววว อิ_อิ
      #113-1
  16. #112 WarannG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 19:57
    คิดถึง โชชชชช อ่าาาาา
    #112
    0
  17. #111 อีแดง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 23:11
    ไรท์คะมาเถอะ คิดถึงมากๆๆ
    #111
    0
  18. #110 WarannG (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 00:30
    โช อ่อย หรออออ
    #110
    0
  19. #109 I_WaNabee (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 19:48
    รอค่าาาา
    #109
    0
  20. #108 hello every body!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    อยากให้เป็นผัววว บอกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #108
    0
  21. #107 hello every body!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    อยากให้เป็นผัววว บอกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #107
    0
  22. #106 hello every body!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    อยากให้เป็นผัววว บอกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #106
    0
  23. #105 hello every body!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    อยากให้เป็นผัววว บอกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #105
    0
  24. #104 hello every body!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    อยากให้เป็นผัววว บอกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #104
    0
  25. #103 hello every body!! (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 18:36
    อยากให้เป็นผัววว บอกไปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #103
    0