[ตีพิมพ์] NAUGHTY NERDY - น่ารักดี มีแฟนยัง

ตอนที่ 3 : Chapter 02 ลิ้มรส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 414 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61




:: คำเตือน ::
นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจ และส่วนใหญ่นางเอก 'รุก'
อย่าดราม่ากันนะคะ ไม่ชอบกดออกได้นะ เพราะเตือนแล้ว
ด้วยรักและล่อลวง

- CHERMADA -

02

ลิ้มรส

 



 



หลังจากที่จิ้งอนุญาตให้ฉันใช้ห้องเขาเป็นที่พักพิงชั่วคราวยามฝนตกได้ ฉันก็เพียรภาวนาให้ฝนหยุดตกคืนนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้ไปเลย เผื่อว่าฉันจะได้ใช้ข้ออ้างนี้ในการใช้เวลาอยู่กับเขานานๆ อีกสักหน่อย

ฉันใช้เวลาระหว่างที่จิ้งเข้าไปอาบน้ำเดินดูห้องเขาไปรอบๆ มันก็ไม่ต่างจากที่ฉันเคยเห็นจากที่มาทำงานกับเพื่อนเท่าไรหรอก เพียงแต่ห้องจิ้งดูเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า แถมยังเต็มไปด้วยหนังสือและชีตเรียน หอนี้มีห้องนอนที่แบ่งกั้นโซนด้วยประตูกระจก ข้างนอกนี้มีพื้นที่สำหรับนั่งเล่นและทำงาน มีประตูกระจกอีกที่คือตรงที่เปิดออกไปเป็นโซนครัวเล็กๆ ที่ขวามือติดห้องน้ำ ซ้ายมือติดระเบียง ห้องนี้กว้างขวางมากสำหรับการอยู่คนเดียว

ตอนนี้ฉันยืนอยู่หน้าชั้นหนังสือติดกับโต๊ะทำงานของเขา พลางในหัวก็คิดว่าเขาอ่านมันทั้งหมดนี่เลยหรือไงเนี่ย เป็นบ้าตายกันพอดี มันต้องอย่างฉันนี่ เรียนไปเล่นไปจะโดนรีไทร์เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เฮ้อ! พูดแล้วก็เซ็งขึ้นมา เทอมนี้ฉันต้องทำเกรดให้ดีขึ้นกว่าที่ผ่านๆ มา ไม่งั้นติดโปรฯ แน่ๆ เฉียดเข้าไปใกล้มากแล้วอีกแค่ก้าวเดียวเท่านั้น พานให้นึกเคืองชาร์ลขึ้นมาอีก รายนั้นน่ะเรียนเก่งมาก เหมือนเขาเอาความฉลาดไปหมดไม่เหลือมาให้ฉันที่เกิดทีหลังเลย โกรธมันอะ

Rrrr Rrrr Rrrr

Evil Charles

อะเนี่ย บ่นถึงปุ๊บโทรมาปั๊บเลย ตายยากจริงๆ เลยพี่ชายฉัน

“ฮัลโหล” ฉันกรอกเสียงไปตามสายหลังจากกดรับแล้ว พลางสองเท้าก็พาตัวเองเดินออกมาตรงครัว ใกล้กับประตูระเบียง อยากออกไปแต่ออกไม่ได้ ฝนสาดน่ากลัวมากพูดเลย

[ไอ้แสบ กลับบ้านยังไง ฝนตกหรือเปล่า] เสียงทุ้มๆ ดังมาตามสาย เหมือนจะเป็นห่วงแต่ฉันว่ามันโทรมาเพราะอย่างอื่นมากกว่า เหอะ

“ตกสิ ติดฝนอยู่เนี่ย”

[อ๋อเหรอ โชคดีนะฉันถึงบ้านแล้ว]

“เออ”

[แล้วจะกลับกี่โมง]

“ฝนหยุดก็กลับแหละ มีไรอะ” ความจริงแล้วฉันกับชาร์ลสนิทกันมากน่ะ อาจเพราะเรามีกันแค่สองพี่น้อง ตั้งแต่จำความได้มันก็เป็นทั้งเพื่อนและศัตรูของฉันไปในตัว เราสองคนอายุก็ห่างกันไม่เยอะ มันแก่กว่าฉันสี่ปี เท่ากับว่าตอนนี้เจ้าตัวก็อายุ 25 ปีแล้วนั่นแหละ

[จะฝากซื้อชานมไข่มุกเข้ามาด้วยไง]

“ไม่!” ฉันเสียงดังใส่โทรศัพท์ทันที ประจำแหละมันอะ กินอยู่ได้

[ไรวะ งั้นไม่ต้องเข้าบ้านเลย]

“หุบปากแล้วจะไปไหนก็ไปเลย แค่นี้นะ” ฉันวางสายด้วยสีหน้ายุ่งๆ ถึงจะปฏิเสธไปแต่ถ้าผ่านร้านแล้วมันยังไม่ปิด ฉันก็จะแวะซื้อให้ชาร์ลทุกครั้งนั่นแหละ แต่วันที่ฉันต้องกลับเองแบบนี้มันก็ออกจะขี้เกียจหน่อยอะนะ แถมฝนยังตกอีก ซึ่งบอกเลยว่าวันนี้ฉันไม่ซื้อแน่นอน “เฮ้อ! เฮ้ย...”

ฉันสะดุ้งนิดหน่อยแล้วอุทานเมื่อหมุนตัวหันมาพบกับจิ้งที่เปิดประตูออกมาจากห้องน้ำพอดี เขาไม่ได้มีสีหน้าตกใจอะไร ตอนนี้เจ้าตัวอยู่ในชุดกางเกงวอร์มกับเสื้อยืดสีเทาแล้วเรียบร้อย พร้อมใส่แว่นเสร็จสรรพ ดูเหมือนเขาจะจัดการตัวเองทุกอย่างภายในห้องน้ำนั่น เหลือก็แค่ผมเปียกหมาดๆ ที่เขาใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กเช็ดๆ ถูๆ อยู่

ให้ตายเหอะ หมอนี่แอบแซ่บเหมือนกันนะเนี่ย หน้าโคตรใสเลยอะ แก้มน่าจิ้มมาก  

“ผมว่าอีกนานเลยนะว่าฝนจะหยุด” เขาพูดขณะมองเลยฉันออกไปที่วิวของระเบียงด้านนอก ปกติแล้วเวลาห้าโมงกว่าแบบนี้มันก็ยังไม่มืดเท่าไรหรอก แต่ตอนนี้เหมือนทุ่มสองทุ่มแล้วเลย ฝนตกแบบไม่ลืมหูลืมตาจนฉันคิดว่าคงไม่ได้กลับบ้านง่ายๆ แน่

“งั้นคงต้องรบกวนนายอีกนานเหมือนกัน”

“ครับ”

“นายพูดครับกับทุกคนเลยเหรอ”

“ก็ใช่ครับ” เขาพยักหน้านิดหน่อยแล้วเดินไปนั่งเช็ดผมอยู่ที่โซฟา แต่สีหน้าก็เหมือนคนที่มีเรื่องให้คิดอยู่ตลอดเวลา

“นี่ ปกตินายทำอะไร” ฉันถามจิ้งหลังจากเดินตามเขากลับเข้ามาในโถงนั่งเล่น ยืนกอดอกพิงกำแพงทอดสายตามองเขาอยู่ที่มุมหนึ่ง

“อ่านหนังสือครับ” เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบแล้วก็ก้มลงไปมองพื้นใหม่

“เวลาว่างล่ะ”

“ก็ยังอ่านหนังสือ”

“นายอยู่ปีอะไรนะ”

“สามครับ”

“เฮ้ย! งั้นเราก็รุ่นเดียวกันเลยน่ะสิ” ฉันเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ตอนแรกแอบคิดว่าเขาเด็กกว่าฉันนิดหน่อยอย่างพวกปีสอง

“อ๋อ งั้นเหรอครับ” จิ้งพยักหน้าหงึกหงักอย่างรับรู้ แล้วก็แค่นั้นแหละ เขาไม่ได้ดูอยากจะชวนฉันคุยเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้ดูไม่อยากคุย ในที่สุดก็เป็นฉันเองอีกนั่นแหละ ยิงคำถามไม่หยุดปากไปให้คนที่เอาแต่นั่งทำตัวเหมือนกลัวดอกพิกุลทองจะร่วงถ้าพูดมาก

“นายไม่อยากมีแฟนจริงๆ เหรอ”

“...” คราวนี้เขาเงียบแล้วเงยหน้ามองฉันแบบจริงจัง สายตาที่ทะลุผ่านเลนส์ใสออกมานั่นทำให้ฉันรู้สึกประหม่าขึ้นมาเล็กๆ แต่ก็แค่เสี้ยวนาทีเท่านั้น คงเพราะเขามองฉันอย่างประเมินอีกแล้วล่ะมั้ง เหมือนตอนที่อยู่ใต้ตึกเลยแฮะ

“เงียบทำไม”

“สงสัยครับ”

“สงสัยอะไรเหรอ” ฉันเลิกคิ้วถามอีกฝ่ายด้วยความสนใจ

“ไม่มีอะไรมากหรอกครับ ช่างมันเถอะ” เขายิ้มเรียบๆ แล้วลุกขึ้นเอาผ้าขนหนูไปตากที่ราวแถวๆ ตู้เสื้อผ้า ส่วนผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่สงสัยเขาตากทิ้งไว้ในห้องน้ำล่ะมั้ง เพราะไม่เห็นตั้งแต่เขาออกมาแล้ว

ฉันลอบถอนหายใจเบาๆ แอบหนักใจอยู่ลึกๆ ฉันชอบเขาแต่เหมือนเขาจะไม่ค่อยนำพาทางนี้สักเท่าไรเลยแฮะ

“นอกจากอ่านหนังสือนายทำอย่างอื่นอีกไหม”

“อ่านพวกงานวิจัยจากอินเตอร์เน็ตครับ” อืม ชีวิตเขาดูมีสาระมาก รู้สึกตัวเองเป็นคนไร้สาระขึ้นมาทันทีอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

“แล้ว...”

“โชพูดเก่งนะครับ” เขาพูดแทรกขึ้นในตอนที่ฉันเงียบคิดว่าจะถามอะไรอีกดี ว่าแต่เขาไม่ได้หลอกด่าฉันใช่ไหมน่ะ

“นายหาว่าฉันพูดมากเหรอ”

“เปล่าครับ ผมบอกว่าพูดเก่ง” เขายิ้มนิดๆ ฉันชักจะเกลียดท่าทางสุภาพของเขามากขึ้นทุกที จริงๆ แล้วหมอนี่ดูเป็นคนเข้าถึงยากคนหนึ่งเหมือนกันนะเนี่ย ฉันมีเพื่อนผู้ชายก็เยอะแต่ไม่เคยเจอคนไหนเป็นแบบจิ้งเลยขอสารภาพ

“โอเค ฉันกลัวมันเงียบก็เลยชวนนายคุยน่ะ”

“ดีแล้วล่ะครับ ผมคุยไม่เก่ง” เขายกมือขึ้นขยับแว่นนิดหน่อยแล้วเดินออกไปทางครัว พลางปากก็ยังพูดกับฉันอยู่ “โชกินข้าวหรือยังครับ”

“ยังเลย นายหิวเหรอ”

“นิดหน่อยครับ แต่ของที่ตุนไว้หมดแล้วไม่รู้จะทำอะไรกินดี” ฉันมองร่างสูงที่กำลังเปิดตู้โน้นตู้นี้เพื่อหาว่ามีอะไรที่พอจะแก้ขัดตอนนี้ได้บ้าง สุดท้ายก็เห็นเขาหยิบขนมปังออกมาพร้อมกับเนื้อบางอย่างจากตู้เย็น ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นหมูล่ะมั้ง

ฉันเดินตามมาพิงกรอบประตูทางออกไปครัว มองดูอีกฝ่ายหยิบจับโน่นนี่ไม่หยุดมือ แล้วก็อดถามออกไปไม่ได้ว่า “นายจะทำอะไรน่ะ”

“ขนมปังหน้าหมูสับครับ คงพอแก้หิวแทนข้าวได้ กินด้วยกันไหม”

“สักแผ่นก็ดีแหละ” ฉันตอบเพราะรู้สึกว่าเริ่มจะหิวขึ้นมาเหมือนกัน มันเพราะเห็นของกินนี่แหละไม่ใช่อะไรหรอก

“ครับ”


ไม่นานนักจิ้งก็ทำเมนูสำหรับมื้อเย็นเสร็จแล้วเอาไปวางยังโต๊ะกินข้าว ก่อนเดินไปหยิบแก้วเปล่าสองใบกับน้ำเย็นขวดหนึ่งมาตั้งบนโต๊ะ เทให้ฉันเสร็จสรรพ ฉันตามมาถอดเสื้อแจ๊กเก็ตที่สวมทับเสื้อนักศึกษาพาดผึ่งไว้ที่พนักพิงเก้าอี้ ต้องขอบคุณมันที่ไม่ทำให้เสื้อนักศึกษาสีขาวของฉันเปียกจนเห็นอะไรต่อมิอะไร มันก็แค่ชื้นๆ เท่านั้น

“น่าจะพอกินได้นะครับ” เขาบอกแล้วเริ่มลงมือกินก่อน

สุดท้ายแล้วฉันก็หยิบมากินบ้าง ดีที่ห้องเขามีน้ำจิ้มไก่อยู่เลยเอามาใช้ด้วยกันได้ ตอนนี้เกือบๆ จะทุ่มครึ่งแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าฝนจะหยุดเร็วๆ นี้เลย ช่วยไม่ได้จริงๆ ถ้ามันไม่หยุดฉันก็คงกลับไม่ได้ ที่จริงไม่คิดว่าจะได้ขึ้นมาบนห้องเขาจนมานั่งกินขนมปังด้วยกันแบบนี้หรอกนะ มันออกจะผิดคาดนิดหน่อย ทว่าก็ทำให้ฉันรู้สึกดีแหละ

จิ้งก้มหน้าก้มตากินเหมือนหิวมาก ท่าทางของเขาตอนกินเหมือนเด็กๆ เลยแหละ มองแล้วก็เพลินดี เขากินจนขนมปังหน้าหมูสับธรรมดาๆ ดูอร่อยมากขึ้นมาทันที ฉันกินไปสองแผ่นให้พอหายหิวเท่านั้นแหละ จะว่าไปมันก็อิ่มอยู่นะ

“ปกตินายสนิทกับคนง่ายเหรอ” ฉันเดาเอาจากการที่เขายอมให้ฉันขึ้นมาบนห้องง่ายๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก แถมยังใจดีให้ฉันกินขนมปังอีก บอกตามตรงว่านี่มันมากเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งรู้จักกันและไม่ได้รู้จักกันดีด้วย ซึ่งความจริงแล้วเราแทบจะเรียกได้ว่าไม่รู้จักกันเลยก็ว่าได้

“ไม่หรอกครับ ผมไม่ค่อยมีเพื่อน ฮ่าๆ ๆ” ร่างสูงเหลือบมองฉันนิดหน่อย แววตาของเขาฉายแววขำขันอยู่ในที

“อ้าวเหรอ นึกว่านายจะเพื่อนเยอะเสียอีก ตอนแรกฉันนึกว่านายจะหยิ่ง เอ่อ...หมายถึงตอนที่เราคุยกันที่ห้องสมุดน่ะ”

ที่จริงแล้วฉันก็ไม่ได้คิดแบบนั้นทั้งหมดหรอก ก็แค่คิดว่าเขาดูไม่น่าจะอยากเสวนากับฉันสักเท่าไรแค่นั้นเอง แต่มาคิดๆ ดูแล้วคงเพราะเราไม่รู้จักกันด้วยแหละมั้ง เขาเลยมีอาการแบบนั้น แถมฉันยังพุ่งเข้าไปถามตรงประเด็นอีกต่างหาก ก็แล้วจะอ้อมค้อมให้เสียเวลาทำไมล่ะเนอะ ยุ่งยากเปล่าๆ

“ที่จริงแล้วผมไม่สนิทกับใครเลยนะ” เขาพูดยิ้มๆ เหมือนไม่ได้เดือดร้อนกับเรื่องนี้สักเท่าไร แบบว่าไม่มีเพื่อนก็อยู่ได้อะไรทำนองนั้น

“แล้วอยากสนิทกับฉันไหมล่ะ”

“ครับ?” เขาเลิกคิ้วแล้วมองมาเหมือนไม่เข้าใจ บ้าจริง บางทีผู้ชายคนนี้ก็ดูเหมือนจะตามฉันทัน แต่ทางทีก็เหมือนคนไม่ทันโลกงั้นแหละ ฉันงงไปหมดแล้ว

“หมายถึงฉันอยากรู้จักนายน่ะ”

“เราก็รู้จักกันแล้วนี่ครับ”

“มากกว่านี้” ฉันเน้นเสียงหนักแน่น

“ถ้ามากกว่านี้... บางทีโชอาจจะไม่อยากสนิทกับผมก็ได้นะครับ” เขายิ้มแปลกๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้เพราะกินขนมปังหมดพอดี

จิ้งไม่ทันทิ้งช่วงให้ฉันถามอะไรต่อเขาก็เดินออกไปล้างจานที่ครัว ฉันก็เป็นคนดีเหลือเกิน มาห้องเขาแต่ไม่ช่วยอะไรสักอย่าง แต่ฉันจะช่วยอย่างหนึ่งละกัน เก็บแก้วน้ำไปให้เขาล้างนี่แหละ เมื่อกี้เขาหยิบไปแต่จานอะ

ฉันเดินตามร่างสูงมาแล้ววางแก้วน้ำสองใบไว้ข้างๆ ซิงก์เพราะคิดว่าเขาคงไม่ล้างมันพร้อมกับจาน จากนั้นก็ยืนกอดอกพิงกรอบประตูมองเขาเหมือนก่อนหน้านี้ตอนที่เขากำลังทำขนมปังหน้าหมูสับ

“ชีวิตนายมีแค่นี้เหรอ”

“แค่ไหนครับ” เขาถามกลับทั้งที่ไม่ได้หันมามองฉัน

“ก็เรียน กลับหอ อ่านหนังสือ ไม่เที่ยวไหนเหรอ”

พูดก็พูดเถอะนะ ถ้าเป็นฉันหรือคนอื่นน่ะเหรอ เรียกได้ว่าโคตรเถลไถลเลยแหละ ยิ่งถ้าวันไหนออกเที่ยวกลางคืนยิ่งแล้วใหญ่

“ไม่ชอบเที่ยวเท่าไรครับ”

“ดูเครียดๆ ว่ะ” ฉันพูดติดตลกอยู่ในที ไลฟ์สไตล์เขาดูไปด้วยกันไม่ได้กับฉันเลยอะ นี่ยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องถ้าคบกันจะไปกันรอดไหมหรอกนะ เอาแค่ว่าฉันจะเข้าหาเขายังไงให้รอดดีกว่า

เฮ้อออ

“ครับ ก็นิดหน่อย”

ฉันปล่อยให้จิ้งทำงานบ้านงานเรือนของเขาต่อไปโดยไม่ชวนคุยอะไรอีก จนเขาล้างจานล้างแก้วเสร็จแล้วหันกลับมา นาทีนี้ฉันเพิ่งสังเกตเห็นเศษขนมปังทอดกรอบที่ติดอยู่มุมปากของเขา ก็เลยขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่าย ร่างสูงชะงักไปในตอนที่ฉันเข้ามาใกล้ เอื้อมมือไปใช้ปลายนิ้วชี้ปัดเศษขนมปังออกจากใบหน้าให้

“นายกินเหมือนเด็กเลยอะ” ฉันบอกยิ้มๆ แล้วเลื่อนสายตาจากปากกระจับของคนตรงหน้าขึ้นไปสบกับนัยน์ตาคมหลังกรอบแว่น ทว่าไม่กี่วินาทีเขาก็เบนสายตาไปทางอื่น แถมยังยกมือขึ้นไปลูบท้ายทอยแก้เก้ออีกต่างหาก เหมือนทำตัวไม่ถูกที่ฉันเข้ามาใกล้ขนาดนี้

ทำไมเขาทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดเลยล่ะเนี่ย!

“สายตาสั้นเท่าไรเหรอ” ฉันถามทั้งที่ยังไม่ยอมขยับตัวออกไปไหน

“ก็ไม่เท่าไรครับ” เขาตอบและยังไม่ยอมสบตากับฉันตรงๆ ท่าทางของอีกฝ่ายทำให้ฉันนึกอยากจะแกล้งเขาขึ้นมา แกล้งให้ทำตัวไม่ถูกแบบนี้น่ะ เห็นแล้วเจริญหูเจริญตายังไงชอบกลแฮะ

“แล้วมันเท่าไรล่ะ”

“โชจะรู้ไปทำไมเหรอครับ”

“ก็...อยากรู้ว่านายไม่ใส่แว่นจะมองเห็นไหม”

“เห็นครับ แต่ไม่ชัด”

โอเค...ข้อนี้เหมือนฉันจะรู้นะ เฮ้อ!

“งั้นลองถอดอีกรอบได้ไหม” ฉันถามพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายแบบไม่นึกเกรง และมันกลับเป็นร่างสูงเองที่ถอยหลังไปจนชนกับขอบเคาน์เตอร์ครัวด้านหลัง

“ถอดทำไมครับ”

“ก็อยากเห็นหน้านายชัดๆ แบบไม่ใส่แว่นน่ะสิ”

“ผมว่า...”

“โอเค เดี๋ยวฉันถอดเอง” ฉันขัดคำพูดเขาและไม่รอช้า รีบยกมือขึ้นไปดึงแว่นตาของอีกฝ่ายออกมาทันที ว่ากันว่าพวกที่ใส่แว่นไม่ชอบให้ใครมาแกล้งถอดออกไปแบบนี้ แต่ฉันว่าจิ้งคงไม่โกรธหรอก เนอะ

คนตรงหน้ากะพริบตาปริบๆ มองหน้าฉัน เขาทำท่าเหมือนจะแย่งแว่นคืนไปแต่ฉันก็เอาไปซ่อนไว้ด้านหลัง ดีที่เขาไม่ได้เซ้าซี้จะเอาคืนไปเดี๋ยวนี้ บอกเลยนะว่า ตัวเขาที่สูงกว่าฉันไม่ใช่อุปสรรคในการกลั่นแกล้งเลย

และฉันขอยืนยันอีกครั้ง...จิ้งตอนไม่ใส่แว่น โคตร-น่า-รัก!

ฉันหรี่ตามองอีกฝ่ายอย่างมีเลศนัยแล้วเอ่ยถาม “เห็นหน้าฉันไหม”

“เห็นครับ”

“ชัดไหม” ฉันถามอีก ตอนนี้น่ะ ถึงเราจะใกล้แต่ก็ห่างหลายคืบอยู่เหมือนกันแหละ

“ก็ชัดนะครับ”

“ชัดเท่าใส่แว่นไหม”

“เกือบๆ ครับแต่ไม่เท่า”

“แล้วถ้าแบบนี้ล่ะ...”

ฉันเงียบไปแล้วสาธิตให้เขาดูด้วยการขยับเข้าไปใกล้ในระยะประชิดตัว เขย่งเท้า เงยใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนปลายจมูกเราห่างแค่ไม่กี่เซนติเมตร มันประจวบเหมาะกับที่คนตัวสูงโน้มใบหน้าลงมามองฉันด้วยแหละมั้งเลยได้ใกล้มากขนาดนี้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งน่าจะเป็นของสบู่ที่ติดตัวเขาทำเอาใจฉันเต้นระส่ำไม่เป็นสุข

“อะ...” จิ้งอึกอักแล้วกลอกตาหลุกหลิกเหมือนเกิดอาการประหม่า  

ฉันยิ้มแล้วถามต่อ “ชัดเท่าใส่แว่นไหม”

“ก็...” เขาพูดออกมาแค่นั้นแล้วก็เงียบไม่ยอมพูดต่อ วงหน้าขาวๆ ตรงหน้าฉันเริ่มขึ้นสีเรื่อๆ นี่เขากำลังเขินฉันอยู่ใช่ไหมนะ

อืม...เอาเป็นว่าคิดว่าใช่ไว้ก่อนละกัน

ไอ้เนิร์ดนี่! เขินแล้วน่ารักเป็นบ้า

นี่ฉันบอกว่าเขาน่ารักบ่อยไปไหมนะ แต่มันจริงนี่ เขาน่ารักจนฉันอดใจไม่ไหว สุดท้ายก็เผลอตัวขยับหน้าเข้าไปอีกพร้อมกับเอียงองศาใบหน้าเล็กน้อย ก่อนประกบเรียวปากเข้ากับริมฝีปากหยักลึกของคนตรงหน้าแบบดื้อๆ แล้วค้างไว้แบบนั้น ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการ รุกล้ำอีกฝ่ายมากกว่าการที่ริมฝีปากเราแตะกันเฉยๆ สัมผัสร้อนผ่าวจากริมฝีปากนุ่มหยุ่นของเราที่แนบสนิทกัน ทำให้หัวใจฉันเต้นตึกตักขึ้นมาในจังหวะที่เร็วขึ้นกว่าเมื่อกี้ และแทบจะสะดุดลมหายใจตัวเอง ตอนที่สีนัยน์ตาสีนิลตรงหน้าสบลึกเข้ามาข้างในตาฉัน สิ่งที่สื่อผ่านสายตาคู่นั้นออกมามันมีทั้งเขิน แปลกใจและตกใจระคนกันไป

ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยจูบกับผู้ชาย แฟนก็เคยมี ถึงจะไม่ได้ชอบมากมายแต่เรื่องพวกนี้มันก็ธรรมดา และยอมรับเลยว่าไม่เคยมีใครทำให้ฉันใจเต้นแรงได้เท่าเขา...ผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าฉันตอนนี้ เขาที่ทำให้ร่างกายฉันเปลี่ยนไป ทั้งที่เจ้าตัวแทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย

น่าตลกจริงๆ เขาก็แค่ยืนนิ่งๆ เอ๋อๆ น่ะ

ดูเหมือนจิ้งจะอึ้งเกินไปก็เลยยืนตัวแข็งทื่ออยู่อย่างนั้น สุดท้ายแล้วเป็นฉันเองอีกนั่นแหละที่เคลื่อนใบหน้าออกมา ก่อนเอื้อมมือไปสวมแว่นคืนให้อีกฝ่าย จิ้งยังตกอยู่ในอาการตาค้างไม่กะพริบ แม้ว่าตอนนี้ฉันจะขยับถอยห่างออกมาจากเขาแล้วก็ตาม

“โทษที ก็นายน่ารักจนฉันเผลอไป”

“เอ่อ...ครับ” เขาพูดแค่นั้นด้วยใบหน้าแดงๆ ริมฝีปากกระจับเม้มเข้าหากันนิดหน่อย มือหนายกขยับแว่นให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนเจ้าตัวจะเดินผ่านหน้าฉันกลับเข้าไปด้านในห้องแบบงงๆ กับชีวิต ฉันเองก็งงกับตัวเองเหมือนกันนั่นแหละ พวกคุณกำลังประณามและสาปส่งฉันอยู่ในใจที่ฉันหาเรื่องแกล้งไอ้เนิร์ดนี่ใช่ไหม ใจเย็นๆ นะ ฉันห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ

ลองมาเป็นฉันสิแล้วจะรู้!







- TO BE CONTINUED -






โอ๊ยยยยยยย
สัมผัสได้ถึงความผัวของโชแปง 555555555
เธอจะเป็นลูกสาวหรือลูกชายฉันเนี่ยฮะ?!! 
แต่ที่รู้ๆ ฉัน +1 ที่อยากจะเป็นเธอ
อยากจะสิงเธอเดี๋ยวนี้
แล้วกระชากเจษฎากรมาจูบแรงๆ
กร๊ากกกกกกก ><

ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์ และกำลังใจค่า
แล้วเจอกันตอนหน้า<3




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 414 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,891 ความคิดเห็น

  1. #1811 SummerBabeses (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 00:38
    สลับบทกันเถอะจิ้งกับโชแปงเนี่ย โอ้ยยย เขินแทนพระเอกเลยงานนี้ นางเอกรุกแรงมาก >_<
    #1,811
    0
  2. #1120 Supraphadanewnew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:58
    น่ารักเป็นบ้า!!!! อร้ายยยย
    #1,120
    0
  3. #815 bbellebbaekhyun (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 02:24

    จิ้งน่าร้ากกกก
    #815
    0
  4. #317 pluem4896 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 00:58
    มันจะฟินก็ตอนที่มโนหน้าพระเอกดป็นพี่จินนี้แหละ
    #317
    0
  5. #157 EndlessLovelove (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2561 / 08:00
    มาไวเคลมไวนางเอกเรื่องนี้
    #157
    0
  6. #133 แค่คนเลว (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 15:20
    กรี๊ดดดแม่ค่ะเค้าจูบกันแล้ว~
    #133
    0
  7. #25 Wonhony (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 12:47
    น่ารักอะนางเอกสายรุกแบบไม่น่ารำคาญดีอะ ชอบบบบ เท่ เหมือนโชแปงเป็นผช.มากกว่าจิ้งอีก55555 น่ารักกกกกกกกกก
    #25
    0
  8. #19 WarannG (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 23:34
    โช นี่หลงจิ้ง ไปอี้กกก ชมน่ารัก ตลอดๆ
    #19
    0
  9. #18 tigersweet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 23:31
    เปิดมาตอนสองตอน ก็ขนาดนี้แล้วอ่ะ เดาเนื้อเรื่องไม่ถูกเล้ยย
    #18
    0
  10. #17 firstjarassang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 20:47

    อัพต่อเลยได้มั้ย

    #17
    0
  11. #16 chabluegi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 20:46
    เป็นเราก็จุ๊บเหมือนกัน5555 #ทีมโชแปง
    #16
    0
  12. #15 Tuckkypai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 20:22
    (: ชอบ
    #15
    0
  13. #14 chabluegi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 17:39

    งานอดิเรกของจิ้งไม่ได้ทำแค่โชสะดุ้งอ่า เราอ่านยังสะเทือนเลย ฮือ นายขยันไปแล้วจิ้ง YY

    #14
    0
  14. #13 Nuengruethai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 15:16
    โชแปงกร๊าวใจมาก 5555
    #13
    1
    • #13-1 CHERMADA(จากตอนที่ 3)
      24 เมษายน 2561 / 15:17
      และนางจะห้าวหาญมากขึ้นเรื่อยๆ 555555555 ><
      #13-1
  15. #12 Wonhony (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 14:53
    น่ารักกันมากๆเลยค่ะทั้งโชแปง ทั้งจิ้งเลยยยยยยย ฮื่ออออ จิ้งสงสัยอะไรอะอยากรู้จัง
    #12
    1
    • #12-1 CHERMADA(จากตอนที่ 3)
      24 เมษายน 2561 / 15:00
      นั่นสิ สงสัยอะไรน้าา อิ_อิ
      ขอบคุณที่ติดตามค่าาา <3
      #12-1
  16. #11 chabluegi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 09:59
    รอค่ะ ชอบโชแปงมาก สเปคเลยนางเอกสไตล์นี้ หามาเนิ่นนาน5555555
    #11
    1
    • #11-1 CHERMADA(จากตอนที่ 3)
      24 เมษายน 2561 / 12:40
      เย้!! ขอบคุณค่า >3<
      #11-1