[ตีพิมพ์] NAUGHTY NERDY - น่ารักดี มีแฟนยัง

ตอนที่ 2 : Chapter 01 ใต้กรอบแว่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 445 ครั้ง
    1 มิ.ย. 61




:: คำเตือน ::
นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจ และส่วนใหญ่นางเอก 'รุก'
อย่าดราม่ากันนะคะ ไม่ชอบกดออกได้นะ เพราะเตือนแล้ว
ด้วยรักและล่อลวง

- CHERMADA -

01

ใต้กรอบแว่น

 



 



 

“พูดตรงๆ นะอีโช” วิชชี่ตวัดปลายนิ้วมาทางหน้าฉันก่อนจะก้มลงดูดน้ำผลไม้ปั่นในแก้วไปหนึ่งอึกแล้วพูดต่อ “กูว่ามึงเปลี่ยนใจเถอะ”

“เปลี่ยนใจอะไร” ฉันมองมันอย่างไม่เข้าใจ

ตอนนี้เราสองคนที่ไม่มีคลาสบ่ายของวันนี้มานั่งขลุกกันอยู่ที่ร้านคาเฟ่ขนาดย่อมๆ ในละแวกมหาวิทยาลัย ประเด็นเลยคือขี้เกียจไปไหนไกล และฉันเซ็งจัดจากเรื่องของจิ้งจนต้องมาหาอะไรกินให้พอหายเครียดนี่แหละ ได้ของหวานจำพวกเค้กกับน้ำปั่นเย็นๆ เข้าไปหน่อยก็พอทุเลาลงบ้าง

“เรื่องไอ้แว่นไง กูไม่เห็นว่ามันจะแซ่บตรงไหนเลย หน้าตาก็งั้นๆ อะๆ หล่อนิดหน่อย”

“ก็กูชอบเขาอะ” ฉันบุ้ยปาก ฉันว่าฉันงงกับตัวเองแล้วนะ ถ้าเรื่องนี้รู้เข้าหูพ่อกับชาร์ลล่ะก็ สองคนนั้นต้องคิดว่าโลกกำลังจะแตกแน่ๆ แถมผู้ชายที่ฉันมาสะดุดรักดันเป็นเด็กเรียนที่ดูไวแค่เรื่องเรียนแต่งงๆ กับการใช้ชีวิตแบบผู้ชายคนนั้นอีก

“แต่มึงลองคิดให้ดีๆ อีกทีได้ไหมเนี่ย กูเห็นมีผู้ชายแซ่บๆ ฮอตๆ หล่อคูลดูดี พร้อมพลีกายให้มึงทั่วราชอาณาจักร มึงลองมองสักคนไหม”

“ไม่อะ ไม่มีเสน่ห์สำหรับกู”

“อุบ! นี่มึงจะบอกว่าไอ้แว่นจืดๆ นั่นมีเสน่ห์เหลือเกินงั้นเหรอ” วิชชี่แทบจะสำลักน้ำผลไม้ออกมาเลยล่ะตอนได้ยินฉันบอกแบบนั้น แล้วมันทำไมล่ะ ก็เขาดูมีอะไรจริงๆ นี่ ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกันอะ

“เออ ประมาณนั้น” ฉันพเยิดหน้าส่งให้อีกฝ่ายแล้วถามกลับ “มึงไม่เห็นเหรอ”

“เห็นอะไรวะ” วิชชีหรี่ตาลงทันที สงสัยจะไม่เห็นจริงๆ นั่นแหละมั้ง เฮ้อ

“เห็นเสน่ห์บางอย่างภายใต้กรอบแว่นโง่ๆ นั่นน่ะ”

“แหม อีชะนีริอ่านจะมีนอ ช่วงนี้มึงดวงตกหรือเปล่าเนี่ย ไปทำบุญกันมะ เผื่อจะช่วยให้ตาสว่างขึ้น” มันพยักหน้าเชิญชวน 

ฉันรีบสั่นหัวดิกๆ ปฏิเสธทันควัน

“โอ๊ย ไม่ไปหรอก กูเข้าวัดไม่ได้มึงก็รู้ ร้อน” พูดจบก็ดูดน้ำในแก้วของตัวเองบ้าง เสร็จแล้วก็นั่งนิ่งกัดปากตัวเองอย่างใช้ความคิด

คิดอะไรน่ะเหรอ

ก็คิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อไปดีไง เรื่องจิ้งนั่นแหละ ฉันอยากรู้จักเขาจริงๆ นะ ซึ่งตอนนี้ก็รู้จักแล้วแต่เหมือนได้คืบจะเอาศอก มันต้องได้มากกว่านี้สิ เหมือนฉันเอาแต่ใจ แต่ก็ใช่ มันเป็นแบบนั้นแหละ เรื่องเรียนฉันยังไม่ตั้งใจเท่านี้เลยพูดตรงๆ

“เบื่อมึงจริงๆ” วิชชี่บ่นก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูอะไรเล่นไปเรื่อยเปื่อยตามประสา ฉับพลันมันก็หันขวับไปด้านหลังซึ่งเป็นกระจกสามารถมองทะลุออกไปที่วิวด้านนอกได้

“อะไรวะ” ฉันถามแล้วมองตามไปบ้าง ทว่าก็ไม่พบอะไรผิดสังเกต แต่ท่าทางของเพื่อนเมื่อกี้มันดูน่าตกใจเกินเหตุจริงๆ

วิชชี่เงียบไปนิดหนึ่งขณะยังทอดสายตามองออกไปนอกร้าน ไม่นานเกินรอนักมันก็หันกลับมาพูดกับฉันด้วยใบหน้าเครียดๆ

“กูรู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามเรามา”

“ใคร”

“กูจะรู้ไหมล่ะ”

“เออว่ะ แล้ว...มึงรู้สึกตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย”

“ก็สักพักแล้ว” คนพูดเม้มริมฝีปากแล้วเงียบไปอีกครั้งเหมือนกำลังคิดว่ามันตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ที่รู้สึกแบบนี้ สุดท้ายก็ถอนหายใจพรืดออกมาแล้วบอก “หลายวันมาแล้วแหละ แต่ตอนแรกกูคิดว่าตัวเองแค่คิดมาก แต่วันนี้ตอนเราออกจากห้องสมุด ก็เหมือนโดนใครมองอยู่ตลอดเวลา”

“เหรอ” ฉันมองออกไปนอกร้านอีกครั้ง และเริ่มรู้สึกเสียวสันหลังวูบแปลกๆ ขนอ่อนลุกชันจนต้องยกมือขึ้นมาลูบแขนตัวเองไปมา

“มึงคิดว่าต้องเป็นโรคจิตแล้วก็รู้สึกกลัวเหมือนกูใช่ไหม” วิชชี่ถามเมื่อเห็นอาการของฉัน

“เปล่า กูว่าแอร์มันเย็นไปหน่อย” และใช่ ฉันไม่คิดแบบที่เพื่อนบอกเลยสักนิด บางทีมันอาจจะคิดมากไปแล้วก็ระแวงจนเกินเหตุ หรือไม่ก็... “มึงอินกับที่กูแอบตามจิ้งหรือเปล่าเลยเก็บมาหลอน ฮ่าๆ ๆ”

“กูก็ว่า...ไม่นะ” สีหน้าของอีกฝ่ายยังคงดูเป็นกังวลเอามากๆ เห็นแบบนั้นฉันก็เลยตั้งใจว่าจะเปลี่ยนเรื่องคุย ทว่าสายตาของฉันดันเห็นร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านเสียก่อน

เหมือนเป็นไปโดยธรรมชาติที่เราจะหันไปมองบางสิ่งรอบตัวที่เคลื่อนไหว ฉันสบตาเข้ากับเขาพอดี แว็บหนึ่งเกิดความประหลาดใจแปลกๆ ขึ้นในใจ อาจจะเพราะเขาสวมเสื้อผ้าสีดำทั้งชุดล่ะมั้ง ทว่าเพียงเสี้ยวนาทีชายชุดดำคนนั้นก็ยกมือดึงปีกหมวกแก๊ปบังเสี้ยวหน้าเสริมความลึกลับเข้าไปอีกแล้วเดินเร็วๆ ไปบอกออเดอร์กับพนักงานที่เคาน์เตอร์

ฉันดึงสายตากลับมาที่วิชชี่ซึ่งก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ไปแล้ว พลันสมองก็เกิดความคิดตลกๆ ขึ้นมาอย่างหนึ่ง

“มึง หรือที่มึงบอกว่ารู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตามเนี่ย เป็นพวกทวงหนี้นอกระบบหรือเปล่า” ฉันถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ ความคิดนี้ก็มาจากชายชุดดำคนเมื่อกี้นั่นแหละ แววตาเขาค่อนข้างนิ่งเฉียบ แอบน่ากลัว จนฉันนึกถึงพวกตามเก็บหนี้ที่เคยดูตามละครขึ้นมาเลยล่ะ

“จะบ้าเหรอ กูไม่เคยกู้หนี้ที่ไหนทั้งนั้นแหละ อีกอย่างนะ เวลาที่กูรู้สึกเหมือนมีคนตามอะ มันเป็นตอนที่อยู่กับมึง” วิชชี่เขม่นตาใส่ แล้วเหลือบมองไปที่เคาน์เตอร์ มันเบิกตากว้างขึ้นนิดหน่อยแล้วกลอกตากลับมาสบกับฉันทันที “มึง ผู้ชายคนนั้น...”

“ชุดดำที่เคาน์เตอร์เหรอ” ฉันเลิกคิ้วถามโดยไม่ได้หันไปดู

“เออ หรือว่าเป็นคนที่ตามเรามาวะ เหมือนเขามองเราเลยอะเมื่อกี้”

“ฮ่าๆ ๆ จะตามทำไม มึงดูหนังมากไปละกูว่า เขามองหาที่นั่งอะดิ” ฉันส่ายหน้าไม่เห็นด้วย

“หรือไม่ช่วงนี้ก็มีโรคจิตมาตามชอบมึง”

“...”

“จริงๆ นะ มันรู้สึกได้ตอนอยู่กับมึงอะ ขนกูลุกอะมึ้งงง ดูดิ” มันดิ้นเร่าๆ แล้วชี้นิ้วใส่แขนอีกข้างให้ดู เออ ก็จริงของมัน สงสัยจะกลัวจริงล่ะมั้งเนี่ย

แต่สุดท้ายฉันก็เอ่ยเสียงติดตลกอยู่ในทีกับอีกฝ่ายว่า “หนาวเหมือนกูอะดิ”


หลายวันต่อมา

“มึง เดี๋ยวกูกลับก่อนนะ วันนี้คุณแม่ที่รักบอกให้กูรีบกลับ” วิชชี่บอกขณะที่เราสองคนกำลังพาร่างใกล้ตายหลังคลาสอันหนักหน่วงออกมาจากตึกคณะ นี่มันก็ห้าโมงครึ่งแล้ว ตอนแรกฉันว่าจะชวนมันไปกินข้าวด้วยกันสักหน่อย แต่คงไม่ทัน

“ทำไมวะ แม่มึงจะพาไปไหน” ฉันหันไปถามด้วยความสนใจ

“เปล่า แต่แม่บอกว่าสองสามวันนี้มีพายุฝนฟ้าคะนอง กรุงเทพฯ มีฝนแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เลยนะ เดี๋ยวรถมันจะยิ่งติด”

“แม่มึงหรือพยากรณ์อากาศ”

มันพ่นลมหายใจหนักๆ ใส่หน้าฉันก่อนจะบอกว่า “นางก็ดูข่าวนั่นแหละ อีบ้า ให้กรมอุตุฯ ทำนายกัน”

“เออ สงสัยต้องกลับเหมือนกันกูเนี่ย รถก็ไม่ได้เอามา ชาร์ลสู่รู้เอาไปเข้าศูนย์” ฉันอดบ่นถึงพี่ชายตัวดีไม่ได้ นึกครึ้มอะไรของมันไม่รู้ถึงได้เอารถไปเข้าศูนย์หมดบ้านแบบไม่บอกไม่กล่าว หนักใครล่ะทีนี้ พ่อน่ะไม่เท่าไร มีบัสของที่ทำงานซัพพอร์ต ปกติรถพ่อก็แทบจะตายรังอยู่บ้านนั่นแหละ ชาร์ลเองก็มีมอเตอร์ไซค์แก้ขัดขี่ไปทำงาน ส่วนฉัน...เบียดกับประชากรนับร้อยนับพันบนบีทีเอส เปิดประสบการณ์รับกลิ่นเหงื่อไคลของบางคนที่ร้อนแต่เช้า หรือบางพวกที่ไม่นำพากับของใช้จำพวกดับกลิ่นกาย อืม

โอเค ฉันจะคิดเสียว่าเปลี่ยนบรรยากาศ เดี๋ยวก็ได้รถคืนแล้ว

“อ้าวเหรอ มึงกลับเลยไหมล่ะ เดี๋ยวกูไปส่ง”

“ไม่เป็นไรมึง มันคนละทางเลย” ฉันบอกอย่างเกรงใจ ตอนนี้เราเดินมาหยุดกันอยู่ที่ทางแยกที่จะไปหลังมหาวิทยาลัยกับอาคารจอดรถ

“ไม่เป็นไรหรอกน่า เป็นสาวเป็นแส้ เดี๋ยวแม่ดูแลเอง” วิชชี่ขยับเข้ามาบีบแขนฉันพร้อมทั้งจิกตาใส่ ฉันว่ามันนี่แหละน่ากลัวกว่าสิ่งใดๆ ในโลกนี้ บอกไปหรือยังว่ามันหมายตาพี่ชายฉันเอาไว้น่ะ

ใช่ ชาร์ลนั่นแหละ!

“ดูแลตัวเองเถอะมึงอะ มีคนตามไม่ใช่เหรอ” ฉันแกล้งแซว เล่นเอาคนฟังหน้าถอดสีไปอย่างเห็นได้ชัด

“มึงอย่าพูดดิ กูขนลุก” มันกลอกตามองไปรอบตัวอย่างเป็นกังวล ก่อนหันกลับมาพูดเสียงเบากับฉัน “กูว่ามึงนั่นแหละต้องระวัง ถ้าจะมีคนตาม น่าจะตามมึงนะโชแปง”

ไม่บ่อยนักที่วิชชี่จะเรียกชื่อเล่นเต็มๆ ของฉัน ส่วนมากก็เวลาที่เจ้าตัวจะแสดงให้เห็นว่าซีเรียสนี่แหละ

“เอาน่า มึงน่ะคิดมากไปละ ไปๆ พรุ่งนี้เจอกัน กูก็จะรีบกลับละ ฝนทำท่าจะตกจริงๆ” ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้มเบื้องบนแล้วก็กลัวว่าจะไปไม่ถึงบีทีเอสก่อนฝนตก

พลันความคิดก็ต้องเปลี่ยนเมื่อวิชชี่พูดประโยคต่อมาว่า

“กลับให้มันจริงนะ ไม่ใช่แอบไปหอจิ้ง”

“เออว่ะ” จะว่าไปฉันก็ไม่เจอหมอนั่นเลยตั้งแต่คราวก่อนที่เข้าไปคุยกับเขาในห้องสมุด อันที่จริงธรรมดาก็ไม่ใช่ว่าจะเจอกันหรอก เรียกว่าฉันแอบไปตามหมอนั่นอย่างที่บอกนั่นแหละ “ฉันแวะไปแอบส่องหมอนั่นที่หอหน่อยแล้วกันค่อยกลับ”

“มึงนี่มัน…!” วิชชี่ถลึงตาใส่ สีหน้าประมาณไม่อยากจะเชื่อว่าฉันจะเป็นขนาดนี้ เออ ฉันเข้าใจ ฉันเองก็ไม่คิดเหมือนกันแหละน่าว่าตัวเองจะมาชอบไอ้เนิร์ดแบบนั้นน่ะ “แต่ฝนจะตกแล้วนะ”

“อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝน”

“อ้าว... ไม่เหมือนที่คุยกันเมื่อกี้นี่หว่า อีโช! โชแปงงง”

ฉันรีบโบกมือล่ำลาอีกฝ่าย ไม่ทันได้ยืนฟังนางพล่ามอะไรเยอะก็เป็นฝ่ายเดินออกมาก่อน มุ่งหน้าไปทางหลังมหาวิทยาลัย หอของจิ้งอยู่ห่างจากหลังมอไม่ไกลมาก ประมาณสามป้ายรถเมล์ได้ ซึ่งฉันคงจะนั่งมอเตอร์ไซค์เข้าไปนั่นแหละ เหมือนครั้งที่เคยแอบตามเขาไป

ไม่รู้หรอกว่าฉันจะไปทำไม ทั้งๆ ที่เอาอะไรมาแน่ใจไม่ได้เลยว่าเราจะเจอกัน แต่มันเหมือนเป็นความพยายามส่วนตัวที่เกิดขึ้นมาเองเวลาเราชอบอะไรมากๆ และอยากได้ อย่างน้อย ถ้าได้เห็นเขาสักหน่อยก็ดีใจแล้ว หรืออย่างเลวร้ายที่สุดถ้าไม่เจอเขา เห็นหน้าต่างหอก็ยังดี ถึงจะไม่รู้ว่าเขาอยู่ห้องไหนก็เถอะ

เอาน่ะ! ยืนคุยกับยามหน้าหอก็ได้

 

@ The one place

ฉันมาถึงหอพักของจิ้งจนได้ หอนี้เป็นหอใหม่ที่ฉันจำได้ว่ามันเพิ่งเปิดตอนฉันอยู่ปีหนึ่งนั่นแหละ มาจนถึงตอนนี้ก็สองปีกว่าเอง ฉันกับวิชชี่เคยมาทำงานกลุ่มกับเพื่อนคนหนึ่งที่นี่น่ะ แต่ตอนนี้เขาย้ายไปแชร์ห้องกับเพื่อนที่หอแถวหน้ามหาวิทยาลัยแทนแล้ว

แปะๆ ๆ...

เหมือนฉันจะมาพร้อมฝนเลยแฮะ ให้ตายเถอะ

อยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวฝนไงโช!

ฉันเดินเร็วๆ เข้ามาหลบฝนอยู่ใต้หอส่วนที่เป็น Parking มองไปด้านนอกนี่มืดฟ้ามัวดินเลย ตอนแรกที่ฉันอยู่กับวิชชี่มันก็ยังไม่ขนาดนี้นี่หว่า ดูท่าคงได้ติดฝนเพราะติดผู้ชายเนี่ยแหละโชแปงเอ๊ย จะเจอหรือเปล่าก็ไม่รู้ เฮ้อ!

เดอะวันเพลสเป็นหอที่ค่อนข้างหรูมากระดับหนึ่ง มันเทียบชั้นได้กับคอนโดฯ ดีๆ เลยล่ะ เท่าที่รู้มาค่าเช่าต่อเดือนไม่รวมน้ำไฟและที่จอดรถก็ตกเดือนละแปดพัน เด็กส่วนมากเลยมักจะแชร์ห้องกัน

ขวับ...

ฉันผินหน้าไปมองที่ตึกอีกฝั่งของถนนซึ่งอยู่เยื้องกันเพราะรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ แต่ก็ไม่พบใครเลยนอกจากหมาน้อยหนึ่งตัวที่เดินอยู่แถวนั้น บางทีวิชชี่มันอาจจะย้ำมากไปหน่อยเรื่องมีคนตามฉันก็เลยแอบระแวงไปด้วย แต่ช่างเถอะ ฉันว่าไม่มีอะไรหรอก ฉันเองก็ไม่ได้ไปกู้หนี้นอกระบบที่ไหนมาเหมือนกันนั่นแหละ

ครืนนน~

เสียงฟ้าร้องและลมที่เริ่มพัดแรงเข้ามาทางนี้พอดีทำให้ฉันสลัดความคิดเมื่อกี้ออกไป ก่อนขยับตัวหันหลังให้ถนนแล้วหันหน้าเข้ามาทางตัวตึก คิดไม่ออกเลยว่าจะกลับบ้านยังไง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันจะหยุดตกตอนไหน แถมตอนนี้ฟ้าก็ทำท่าเหมือนจะถล่มลงมาด้วย

ทำไมชอบใครสักคนมันต้องลำบากขนาดนี้ด้วยเนี่ย เลิกชอบก็ยังไม่ได้อีก

โวะ! หัวร้อนแล้วนะ

ครืนนน~ เปรี้ยง!!!

เฮือก!

ฉันสะดุ้งตกใจกับเสียงฟ้าผ่า ไม่ได้กลัวหรอก มันแค่ตกใจเฉยๆ น่ะ สุดท้ายก็เลยตัดสินใจวิ่งไปทางล็อบบี้ใต้หอที่ดูจะปลอดภัยมากกว่า อย่างน้อยก็ไม่โดนลมพัดหรือฝนสาดล่ะนะ ทว่าระหว่างฝั่งที่จอดรถไปถึงตรงนั้นมันต้องวิ่งฝ่าฝนห่าใหญ่ไปประมาณสิบเมตรได้

เอาวะ! กลั้นใจหน่อย

พลั่ก!!

“โอ๊ย!

ฉันร้องเสียงดังเมื่อชนเข้ากับใครบางคนที่วิ่งฝ่าฝนเข้ามาถึงทางเข้าล็อบบี้เหมือนกันพอดี คงจะวิ่งมาตอนที่ฉันตัดสินใจวิ่งมานั่นแหละ ฉันเองก็มัวแต่เอามือบังหน้าไม่ทันได้ดู ที่จริงก็มีคนอื่นๆ วิ่งมาเหมือนกัน นอกจากเราสองคน

“ขอโทษครับ” อีกฝ่ายรีบค้อมหัวขอโทษก่อน

“จิ้ง!” ฉันเรียกชื่อเขาทันทีที่เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นมา ร่างสูงมองฉันผ่านแว่นสายตาที่มีหยดน้ำเกาะพราวเต็มเลนส์ เขาถอดมันออกแล้วล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดแบบลวกๆ พลางสลับเงยหน้ามองฉันไปด้วย

เป็นเขาจริงๆ ด้วยแฮะ ให้ตายสิ เพิ่งเคยเห็นหมอนี่ถอดแว่นอะ มันน่า...น่ารักมาก! ดูเส้นผมสีน้ำตาลที่เปียกลู่ไปตามกรอบหน้าขาวๆ นั่นสิ วิชชี่พลาดมากฉันบอกเลย ถ้ามันได้เห็นมุมนี้ของจิ้งล่ะก็ มันจะต้องกรี๊ดจนคอแตกแน่

“เอ่อ...ครับ” เขามองหน้าฉันแบบเต็มๆ เมื่อสวมแว่นกลับเข้าไปแล้วหลังจากเช็ดมันเสร็จ

“นายพักที่นี่เหรอ” ฉันแกล้งถามเหมือนไม่เคยรู้มาก่อน

“...” เขาไม่ตอบและหน้างงๆ หรี่ตามองฉันเหมือนกำลังนึกว่าเราเคยรู้จักกันมาก่อนไหม เฮ้ๆ ๆ นี่อย่าบอกนะว่าหมอนี่จำฉันไม่ได้น่ะ

“ฉันไง” ฉันยิ้มและหวังว่าอีกฝ่ายจะนึกออก

“เอ่อ...ครับ”

ไอ้บ้าเอ๊ย พูดเป็นแต่ครับหรือไงเนี่ย ฉันทายว่าเขาจำไม่ได้ชัวร์ หรือนี่ฉันต้องแปลงร่างเป็นสูตรคณิตกันล่ะ เขาถึงจะจำได้น่ะ มันน่าต่อยให้แว่นแตกนัก

“นายจำได้?” ฉันเลิกคิ้วขึ้น ก็ยังหวังว่าเขาจะจำได้นั่นแหละ

“จำไม่ได้ครับ” คำตอบแบบนั้นว่าทำให้หงุดหงิดแล้วนะ มันดันมาพร้อมกับท่าทีสุภาพอีกยิ่งทำให้ฉันอารมณ์มาคุเข้าไปใหญ่ เดือดกว่าฟ้าฝนตอนนี้ก็น่าจะเป็นฉันแหละ หน้าฉันมันโหลมากหรือไง หรือเขามีปัญหาอะไรกับฉันถึงจำกันไม่ได้เนี่ย

“โชไง โชแปง” ฉันบอกชื่อตัวเอง

“...” อืม ฉันจะให้เวลาเขานึก

“...”

“อ๋อ คนนั้นที่ห้องสมุด” เขาทำหน้าถึงบางอ้อ ฉันค่อยโล่งใจไปที อย่างน้อยเขาก็จำเรื่องราววันนั้นได้ล่ะนะ

“ใช่ๆ คนนั้นแหละ”

“ครับ” เขาพยักหน้าแล้วทำท่าจะเดินหนีเข้าไปในตึก

“เดี๋ยวๆ” ฉันรีบวิ่งมาดักหน้าอีกฝ่ายแล้วถามอีก “สรุปว่านายพักที่นี่เหรอ”

“ครับ โชก็อยู่ที่นี่เหรอ” สีหน้าของคนตัวสูงดูประหลาดใจนิดหน่อยในตอนที่ถามออกมา ฉันส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วบอกคำโกหกออกไป

“เปล่า ฉันผ่านมาแล้ววิ่งหาที่หลบฝนน่ะ” ฉันไม่ได้มาหานายเลยจริงๆ นะอีตาแว่น

“อ๋อ ครับ” เขาพยักหน้าหงึกหงักแล้วทำท่าจะเดินหนีไปจากตรงนี้ท่าเดียว เนื้อตัวหมอนี่เปียกหนักกว่าฉันอีกนี่นะ คงจะอยากรีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแหละ

เดี๋ยวนะ...อาบน้ำเหรอ

“จิ้ง คือฉันปวดฉี่มากเลยอะ ฝนจะหยุดเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ขอขึ้นห้องหน่อยสิ”

“ฮะ?” เขาเบิกตากว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

“เอ่อ ฉันหมายถึงขึ้นไปเข้าห้องน้ำที่ห้องนายน่ะ ไหนๆ เราก็รู้จักกันแล้ว”

“...” เงียบอะ เงียบอีกแล้ว!

ทำไมการคุยกับเจษฎากรมันถึงได้หนักหนาสาหัสขนาดนี้ วัดไม่ได้เลยว่าระหว่างเรียนกับหาเรื่องสานสัมพันธ์กับหมอนี่ อย่างไหนมันหนักกว่ากัน ที่รู้ๆ ตอนนี้ฉันเหนื่อยใจสุดๆ ลุ้นมากว่าเขาจะพูดอะไรในแต่ละประโยค และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรนอกจากครับ

“ครับ”

นั่นไง เห็นไหม

เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนนะ นี่เขาตกลงงั้นเหรอ

เจษฎากร ไอ้คนใจง่าย แต่ก็ดีละ เข้าทางฉันพอดี หึๆ

จะว่าไป คงไม่ใช่ว่าแอบร้ายหรอกนะไอ้แว่น หวังจะเคลมฉันหรือเปล่าก็ไม่รู้ หึ แต่อย่าพูดงั้นงี้เลย ถ้าเขาจะคิดแบบนั้นก็ไม่แปลก เพราะฉันเองก็นึกอยากจะรวบหัวรวบหางหมอนี่เหมือนกัน อย่าให้ฉันเหนื่อยจะคุยมากๆ ล่ะ เฮ้อออ

“ไปเร็วๆ ปวดฉี่จะกลั้นไม่ไหวแล้ว”

สุดท้ายฉันก็ขึ้นลิฟต์และเดินตามจิ้งมาจนถึงห้องเขาจนได้ ไม่คิดเลยว่าเขาจะยอมให้ขึ้นมาง่ายๆ น่ะ แม้จะรู้สึกแปลกๆ อยู่บ้าง แต่เขาคงไม่มีอะไรหรอกนอกจากมีน้ำใจ อีกอย่าง ถ้าเขาคิดจะฆ่าฉันล่ะก็ ฉันสู้ยิบตาเลยล่ะบอกไว้ก่อน ภายนอกฉันอาจจะดูบอบบาง แต่มันก็แค่รูปร่างหน้าตาเท่านั้น เพราะฉันห้าวหาญไม่แพ้ผู้ชายหรอกพูดจริง

“นายอยู่กับรูมเมตเหรอ”

“อยู่คนเดียวครับ นั่นห้องน้ำ”

หูยยย แสดงว่าเม็ดเงินคงจะหนาแน่ๆ

ฉันพยักพน้าหงึกหงักเหมือนไม่สนใจอะไรมาก ก่อนรีบวิ่งมาเข้าห้องน้ำตามที่นิ้วของอีกฝ่ายชี้บอก  พอพ้นสายตาเจ้าของห้องมาแล้วก็หยิบโทรศัพท์ส่งไลน์ไปหาวิชชี่เพื่อรายงานสถานการณ์ทันที

CHOPIN: มึง กูอยู่หอจิ้ง

ฉันเลิกคิ้วแปลกใจนิดหน่อยเมื่อข้อความนั้นมันขึ้นว่าถูกอ่านแทบจะทันทีที่ส่งไป ไม่นานเกินรออีกฝ่ายก็พิมพ์ตอบกลับมา

WwICHY: จนได้นะมึง นี่กูอยู่บนรถ รถติดฉิบหายเลยมึง

เออ ก็สมควรอยู่หรอกนะ

CHOPIN: กูก็ติดฝนอยู่ห้องจิ้งเนี่ย เจอเขาพอดี

WwICHY: ว่าไงนะ!!!

CHOPIN: กูอยู่ในห้องน้ำที่ห้องเขา

WwICHY: แรด! แรดล้วนๆ มึงชักจะเอาใหญ่แล้วนะอีโช โดนมันทำเสน่ห์หรือเปล่าเนี่ย

วิชชี่ส่งสติ๊กเกอร์หน้าโกรธจัดตามมาด้วย ฉันอ่านแล้วก็ขำกับตัวเอง จิ้งน่ะไม่ทำเสน่ห์ใส่ฉันหรอก เพราะถ้าจะมีคนทำมันน่าจะเป็นฉันทำใส่เขามากกว่า!

CHOPIN: รู้ไว้ด้วยว่ากูชอบเขา

WwICHY: กูรู้แล้วจ้า ไปละจ้า กูขับรถก่อน พรุ่งนี้กูจะตบหน้ามึงให้สั่น เอาให้หลุดจากมนตร์มืดชั่วร้าย

WwICHY: ดูแลตัวเองด้วยนะมึง ถึงมึงจะน่ากลัวกว่ามันก็เถอะ แต่ยังไงมันก็เป็นผู้ชาย

ฉันส่งสติ๊กเกอร์โอเคไปให้แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า แกล้งกดชักโครกทำเนียนๆ ว่าเข้ามาปลดทุกข์จริงๆ ก่อนออกไปก็ไม่ลืมส่องกระจกด้วย ผมเปียก้างปลายาวลงไปถึงกลางหลังเปียกน้ำฝนจนฟูไปหมด ฉับลูบมันแบบลวกๆ และมันก็ไม่ช่วยอะไรนักก็เลยตัดสินใจออกจากห้องน้ำมา

จิ้งยืนรออยู่พอดี ในมือเขามีชุดลำลองอย่างกางเกงวอร์มสีดำพาดแขนอยู่พร้อมกับเสื้อยืดสีเทา และผ้าเช็ดตัว นั่นไง จะอาบน้ำจริงๆ ด้วย ฉันเดาผิดเสียที่ไหนล่ะ

“ขอบคุณนะ” ฉันบอกอีกฝ่าย

“ไม่เป็นไรครับ”

“ทำไมนายยอมให้ฉันขึ้นมาอะ ไว้ใจฉันเหรอ” ฉันอดถามออกไปไม่ได้ เขายืนอยู่ที่เดิมไม่ได้เดินมาเข้าห้องน้ำ คงเพราะฉันยังยืนขวางทางอยู่นี่ล่ะมั้ง

“โชไว้ใจไม่ได้เหรอครับ” เขาเลิกคิ้วถาม

“ได้สิ! ฉันนี่แหละไว้ใจได้มากที่สุดแล้ว” ไม่วายยิ้มให้เขาไปอีกหนึ่งทีอย่างเป็นมิตร ทว่าความคิดนี่ชั่วร้าย ที่จริงลึกๆ ฉันก็มีความเป็นกุลสตรีนะ

กุน-ละ-สะ-ตี...ตีหัวแล้วลากขึ้นเตียงแม่งเลยดีไหมเนี่ย!

“ครับ” เขาตอบรับแล้วยกมือขยับแว่นนิดหน่อย มุมปากนั่นยกขึ้นนิดๆ เหมือนอมยิ้ม ก่อนจะทอดสายตามองมาเป็นนัยเหมือนขอทางเข้าห้องน้ำ เพราะงั้นฉันเลยหลีกทางให้อีกฝ่าย

“ฉันขอรอที่นี่จนฝนหยุดตกได้ไหม”

แววตาเขาเปลี่ยนไปนิดหน่อย มองมาเหมือนประเมินท่าทีของฉัน แต่สุดท้ายก็ตอบว่า

“ตามสบายครับ” 









- TO BE CONTINUED -



Animated GIF



เดี๋ยวโช ใจเย็นลูกกกกก ฮื่ออ >//<
จิ้งน่าจะได้ค่าตัวน้อย พูดน้อย 5555
จริงๆ เรื่องนี้มันก็เหมือนจะไม่มีอะไร
แต่ก็...ไม่รู้เหมือนกัน อย่าเชื่อฉันมาก
5555555555

ขอบคุณทุกคอมเมนต์ ทุกกำลังใจค่าา 
จุ๊บบ >3<





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 445 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,891 ความคิดเห็น

  1. #1753 150221 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 19:28
    นางก็น่ารักในแบบของนางทั้งพระเอกนางเอกเลยนะ
    #1,753
    0
  2. #1723 Meow1991 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 06:11
    ครับๆๆ ครับอย่างเดียวพระเอก 5555
    #1,723
    0
  3. #1285 Melon Tong Luka Sweet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 17:45

    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบ

    #1,285
    0
  4. #1280 I-BAM (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2561 / 11:50
    ใครใจง่ายกว่ากันนะ ระหว่างโชกับจิ้ง555
    #1,280
    0
  5. #1132 Jellydolphin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 18:14
    คนใจง่าย ><
    #1,132
    0
  6. #1123 @ Aphrodite @ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 01:58
    ยิ้มมุมปาก อมกกกกกก อิพี่ร้ายชัวร์ แง๊ ละลายยย
    #1,123
    0
  7. #1119 Supraphadanewnew (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:22
    โอ๊ยยยย ชอบบบบบบ
    #1,119
    0
  8. #1113 JAJAvv (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 07:37
    งื้ออชอบแนวนี้ ติดตามนะคะ
    #1,113
    0
  9. #819 Baby Boo. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 19:37

    ชอบวิชชี่ 55555555555 คำพูดคำจามีอรรถรสเหลือเกิน แต่รู้สึกลึกๆ ว่าพระเอกต้องแอบร้ายแน่เลยอ่ะ เป็นไปไม่ได้ที่พระเอกของพี่มายจะใสๆ 5555555 แล้วใครคือคนที่ตามนางเอก มีเงื่อนงำเว่อออออ

    #819
    0
  10. #814 bbellebbaekhyun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 02:15
    ทำไมเราถึงพึ่งมาเจอเรื่องนี้เนี่ยย แต่งสนุกมากเลยค่ะ ตลกโชอ่ะ555 เแนกำลังใจให้ไรท์นะค้าาา
    #814
    0
  11. #770 Rori-27 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 19:19
    จิ้งใจง่ายจังนะ555
    จะเปนไงต่ออะลุ้นมากกว่าหวยอีก555
    #770
    0
  12. #431 ApinyaKasorn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 11:21
    เราว่าจิ้งก็คงร้ายไม่แพ้โชแปงหลอกเนอะ.
    #431
    0
  13. #430 ApinyaKasorn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 11:21
    เราว่าจิ้งก็คงร้ายไม่แพ้โชแปงหลอกเนอะ
    #430
    0
  14. #167 Sunaree-14 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 17:59
    5555. นางรุกหนัก อยากรู้ความคิดของจิ้งจัง ว่าตอนนี้คิดยังงัย
    #167
    0
  15. #132 แค่คนเลว (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 15:03
    โอ๊ยยยยตายแล้วลูกโชใจกล้ามากจ้า55555
    #132
    0
  16. #10 WarannG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 00:29
    คือ รู้สึกลุ้นๆ ว่าจะมีอะไร ดูน่ารัก ใสๆ แปลกๆ 555
    #10
    0
  17. #9 CoCoNuT_Mapraw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 16:56
    เป็นไปได้ไหมที่จิ้งเป็นคนที่แอบตามโช?จิ้งอาจจะร้ายเงียบ555
    #9
    1
    • #9-1 CHERMADA(จากตอนที่ 2)
      23 เมษายน 2561 / 21:28
      อย่าไว้ใจทางอย่าวางใจจิ้งถูกมะ 55555555555
      #9-1
  18. #5 WarannG (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:03
    ใครตามโชค่ะ มีปัญหาหรอ ตัวต่อตัวกับโช เลยมั้ย555
    #5
    1
    • #5-1 CHERMADA(จากตอนที่ 2)
      23 เมษายน 2561 / 21:27
      เงาแค้นแน่เลยเจ้าค่ะ!
      #5-1
  19. #2 CoCoNuT_Mapraw (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 17:17
    เจิมรอนะคะ
    #2
    0