[ตีพิมพ์] ◄ FLIRT WITH YOU ► รักเพราะเธอมันร้าย

ตอนที่ 7 : [Re-write] - Chapter 06 Far away

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจและใช้ความรุนแรง
อาจมีภาพ คำพูดหรือฉากไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม เพศ และภาษา
โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพติด... อ่านให้สนุกนะคะ 
CHERMADA





06
Far away
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -









...






กริ๊ก...

ฉันวางช้อนกับส้อมเข้าคู่กันทันทีหลังจากตักข้าวเข้าปากไปได้แค่คำเดียว เสียงช้อนส้อมกระทบกับจานกระเบื้องเคลือบอย่างดี ทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเงยหน้าจากโทรศัพท์มือถือขึ้นมาขมวดคิ้วมองฉันแบบไม่เข้าใจ

“ทำไมไม่กินให้หมด”

“ฉันอิ่มแล้ว” ฉันพูดอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบทิชชูมาซับเบาๆ ที่ปาก ฉันไม่ได้เป็นคนสั่งอาหารเอง พีเป็นคนสั่งทั้งนั้น แล้วเขาก็บังคับให้ฉันกินคนเดียวด้วยการกระทำ

“ถ้าเธอบอกว่ายังไม่ได้กินฉันก็เชื่อนะ” เขาเหล่มองข้าวในจานของฉันที่แทบไม่ต่างจากตอนที่พนักงานยกมาเสิร์ฟเลยสักนิด

“นายให้ฉันมากินข้าว ฉันก็กินแล้วนี่ไง ไปกันได้หรือยังล่ะ”

“กินเข้าไปอีก อย่างน้อยก็ครึ่งจาน” แม้สีหน้าและน้ำเสียงของเขาจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา แต่คำพูดที่เขาใช้ก็สื่อถึงการบังคับได้เป็นอย่างดี

“ไม่ ฉันอิ่ม”

“ลิน”

“...”

ครืด...

เสียงเก้าอี้ที่เขานั่งถูกเลื่อนออกเบาๆ ก่อนที่คนตัวสูงจะย้ายมานั่งที่เก้าอี้ว่างอีกตัวข้างๆ ฉัน ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกไปด้วยซ้ำ มือของเขาก็เอื้อมไปหยิบช้อนแล้วตักข้าวเปล่าๆ มาจ่อตรงปากฉัน

“กินเข้าไป”

“...” ฉันเบือนหน้าหนีเป็นนัยว่าปฏิเสธ ดูเหมือนความอดทนของพีที่มีกับฉันจะน้อยเกินไป เพราะงั้นเขาถึงได้ใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่บีบสันกรามของฉันแน่น แล้วดึงให้กลับไปเผชิญหน้ากับเขา มือที่จับช้อนอยู่ก็พยายามจะดันมันเข้ามาในปากฉันที่กัดฟันแน่น ฉันเบ้หน้าเหมือนเด็กโดนบังคับให้กินยาลดไข้ สองมือพยายามดันแผ่นอกของเขาออกไป

มันไม่ได้ผล

“อย่าดื้อได้ไหม” เขาเอ่ยเสียงเรียบ สีหน้ายังคงเดิม ทว่ามือที่บีบกรามของฉันกลับออกแรงมากขึ้น พยายามจะทำให้ฉันยอมอ้าปากให้ได้ หมอนี่ไม่สนว่าตอนนี้จะมีใครมองมาที่เราสองคนหรือเปล่า เขาทำเหมือนทั้งร้านมีแค่เรา โคตรแย่

“อื้อ!” ฉันส่งเสียงต่อต้านอยู่ในลำคอ ในที่สุดก็ฝืนแรงของเขาไม่ไหว พีทำให้ฉันยอมอ้าปากจนได้ เขารีบดันช้อนเข้ามาด้วยความรวดเร็วแล้วดึงออกไป มันครูดกับฟันฉันทำให้เกิดเสียงเสียดสีดังกึก

“ก็แค่นี้”

“แคกๆ ๆ!” ฉันสำลักอย่างช่วยไม่ได้ รีบเคี้ยวหยาบๆ แล้วกลืนข้าวลงคอก่อนจะคว้าแก้วน้ำมายกดื่ม

กริ๊ก!

“ฉันเหนื่อยกับเธอแล้วนะ ใจคอจะหาเรื่องให้ฉันปวดหัวตลอดเวลาเลยหรือไง” พีวางช้อนกระแทกลงบนจาน เขาพูดโดยไม่หันมาสนใจอาการจะเป็นจะตายของฉันเลยแม้แต่น้อย

“ฉันไม่ได้ขอร้องให้นายมาสนใจสักหน่อย”

“เหรอ ใช่เหรอลิน” เขาเอียงหน้ามามองฉัน คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง สีหน้าเขาดูตลกกับคำพูดของฉันมาก “ที่เธอทำมาทั้งหมดนั่น ไม่เรียกว่าขอร้องเหรอ อ้อ! ใช่สินะ ต้องเรียกว่า ‘เรียกร้องความสนใจ’ ถึงจะถูก”

พีเหยียดยิ้มก่อนจะพ่นลมหายใจหงุดหงิดออกมา ร่างสูงลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปนั่งที่เดิม หางตาของฉันเห็นว่าลูกค้าโต๊ะอื่นๆ กำลังมองมาทางนี้แล้วซุบซิบนินทากัน ขณะที่ตัวต้นเหตุกำลังหยิบโทรศัพท์ออกมากดเล่นอีกครั้งแบบไม่แคร์สายตาใครทั้งนั้น เขากำลังแชตกับใครบางคนอยู่ และเป็น ‘ผู้หญิง’ ฉันสายตาดี ฉันเห็นตั้งแต่เมื่อกี้แล้วล่ะ ฝ่ายนั้นเป็นคนทักมาก่อน แล้วก็รู้ด้วยว่าคนในจอนั่นไม่ใช่ภัสแฟนเก่าของเขา ใบหน้าคมปรากฏรอยยิ้มจางๆ ให้เห็นยามที่ปลายนิ้วเรียวกำลังพิมพ์ข้อความ

มันเป็นชั่วขณะเดียวกับที่หัวใจของฉันบีบรัดตัวจนรู้สึกเจ็บไปทั้งอก

“รีบๆ กินซะ ถ้าไม่ถึงครึ่ง ฉันจะป้อนให้เธอเหมือนเมื่อกี้” เขาเงยหน้าขึ้นมาสั่งเสียงเรียบ รอยยิ้มที่ฉันเห็นเมื่อกี้หายไปในตอนที่เขามองหน้าฉัน ทว่าพอเจ้าตัวก้มหน้าลงไปอีก เขาก็ยิ้มให้ข้อความในนั้น...

น่าตลก ฉันนั่งอยู่ตรงหน้าเขาแท้ๆ อยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือ ทว่าความรู้สึกมันช่างห่างไกลเหลือเกิน

ฉันกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอแล้วลงมือกินข้าวต่อ ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะกินหรอกนะ แต่ฉันเหนื่อย มันรู้สึกหนักอึ้งไปหมด วันนี้มันวันบ้าอะไรกัน ตั้งแต่เรื่องพี่ลิต้า แล้วยังจะมาเรื่องพีอีก ฉันนี่มันเป็นคนมีบาปกรรมเยอะจริงๆ เลยนะ

ในที่สุดฉันก็กินข้าวหมดไปครึ่งจานตามที่เขาสั่ง ฉันวางช้อนคู่กับส้อมเหมือนเดิมอีกครั้งก่อนจะหยิบแก้วมาดื่มน้ำ ตามด้วยทิชชูเช็ดปาก พีเหมือนจะหลุดเข้าไปในโลกของเขา ฉันเลยจงใจลุกขึ้นโดยเลื่อนเก้าอี้เสียงดังเพื่อให้เขาเงยหน้าขึ้นมาสนใจกันบ้าง มันได้ผล ร่างสูงเลื่อนสายตาจากจอโทรศัพท์มามองที่จานข้าวของฉัน สีหน้าของเขาฉายแววพอใจอยู่นิดหน่อย แค่แป๊บเดียวเท่านั้นก่อนที่ดวงตาคู่คมจะเลื่อนขึ้นมามองฉันที่ยืนจ้องเขาอยู่

“ยาที่หมอให้มาอยู่ไหน”

ฉันถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะตอบ “คอนโดฯ”

“ทำไมไม่เอากลับไปกินที่บ้านด้วย”

“ลืม” ฉันตอบสั้นๆ แล้วเดินหนีออกมาเลย เขาเป็นคนบังคับให้ฉันมากิน เพราะงั้นหน้าที่จ่ายเงิน เขาก็ต้องรับไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ฉันไม่ใช่คนงก แต่มันเพราะรู้สึกน้อยใจอย่างบอกไม่ถูกก็เลยทำแบบนี้ พีเองก็ไม่ใช่คนซีเรียสเรื่องเงินๆ ทองๆ อยู่แล้ว เหมือนเขาจะรู้ตัวดีก็เลยเรียกพนักงานมาคิดเงิน

ฉันออกมารอพีอยู่ข้างรถไม่นาน อีกฝ่ายก็เดินตามออกมา เขาเหลือบมาสบตาฉันนิดหน่อยแต่ไม่ได้พูดอะไร ทว่ามือก็กดรีโมตปลดล็อกรถ

ใช้เวลาจากร้านอาหารไม่นานมาก เราสองคนก็มาถึงคอนโดฯ แทนที่เขาจะรีบไปหารายงานให้มันจบๆ เรื่องไป หมอนี่ดันกดลิฟต์ที่ชั้นของห้องฉันเสียอย่างนั้น

“ทำไมไม่ไปห้องนาย ฉันไม่ได้ขโมยรายงานไปไว้ที่ห้องตัวเองสักหน่อย” ฉันถามด้วยความไม่เข้าใจ

“จนกว่าเธอจะกินยาเรียบร้อยเท่านั้น ถึงจะหาได้”

“...” ฉันเงียบไป แว็บหนึ่งในหัวใจรู้สึกอุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาดที่เขาพูดแบบนั้น มันทำให้ฉันแอบดีใจที่เขาเหมือนจะใส่ใจฉันอยู่บ้าง

แต่ก็คงแค่เหมือน

“...” พีมองหน้าฉันนิดหน่อยแล้วเลื่อนสายตาไปมองตัวเลขบอกชั้นที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

“นายกำลังทำให้ฉันคิดเข้าข้างตัวเองนะ ว่านายกำลังเป็นห่วงฉัน” ฉันพูดออกไปอย่างที่รู้สึก แต่คำตอบของเขาทำให้ฉันรู้ว่า ฉันรู้สึกไปเอง

เขาเอียงหน้ามองฉันพลางเลิกคิ้ว “งั้นเหรอ ไม่นะ”

ฉันเม้มริมฝีปากแน่นแล้วเบือนหน้าไปอีกทาง ไม่กี่อึดใจต่อมา ลิฟต์ก็เคลื่อนมาหยุดลงที่ชั้นของห้องฉัน ประตูยังไม่ทันจะเปิดดี ฉันก็ก้าวเท้าออกมาก่อนอีกฝ่าย ให้ตายสิ ปกติฉันเป็นคนควบคุมเขาได้แท้ๆ แต่ทำไมหลังจากเรื่องคืนนั้น ทุกอย่างมันถึงกลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้ ฉันพลาดเองที่ปล่อยให้เขาเข้ามาบงการชีวิตฉันได้ แต่เรื่องมันไม่จบแค่นี้หรอก ตอนนี้ฉันก็แค่ถอยเพื่อพักตัวเองเท่านั้น

เหมือนพีกลัวว่าฉันจะดื้ออะไรอีก เพราะงั้นเขาเลยตามเข้ามาในห้องด้วย เขาไม่ได้อยากเข้ามาหรอก ฉันรู้ดี เขาก็แค่อยากแน่ใจว่าฉันยอมกินยาจริงๆ ฉันเดินไปที่เคาน์เตอร์ครัวที่วางถุงยาทิ้งเอาไว้ตั้งแต่วันนั้น... ใช่ ฉันวางไว้ตั้งแต่วันที่เขาพาฉันไปหาหมอ แล้วก็ไม่ได้แตะต้องมันเลย ไม่แปลกที่ฉันจะหายช้ากว่าปกติแบบนี้

หมับ!

ฉันไม่คิดว่าพีจะเดินตามมาเป็นเงาแค้น รู้ตัวอีกทีก็ถูกเขาแย่งแผงยาในมือไปเรียบร้อย ฉันรู้สึกเสียววาบขึ้นมาทันที ก่อนจะหันไปทางคนตัวสูง มองใบหน้าของเขาที่กำลังยุ่งอย่างถึงที่สุด

“เธอไม่ได้กินยาเลยเหรอ”

“เห็นว่ากินไหมล่ะ” ฉันถามกลับ

“เธอนี่มันตัวปัญหาจริงๆ”

“ใช่! ฉันมันตัวปัญหา อยู่ที่ไหนก็เกิดปัญหาที่นั่น ไปทางไหนก็สร้างแต่ปัญหา เป็นคนน่ารำคาญ ฮึก... ฉัน... ” เกลียดตัวเองจริงๆ ดวงตาของฉันร้อนผ่าว ต่อมน้ำตาทำงานเหมือนรู้หน้าที่ ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะให้มันไหลออกมาแบบนี้ ฉันไม่ชอบเลย มันทำให้ฉันรู้สึกสมเพชตัวเองยังไงก็ไม่รู้

พีดูตกใจไม่น้อยที่จู่ๆ ฉันก็ร้องไห้ แต่มันเหมือนเส้นความอดทนของวันนี้ได้ขาดผึงแล้ว หลายๆ คำต่อว่าทั้งจากพี่ลิต้าและจากเขาผสมปนเปกัน ทุกอย่างดังก้องอยู่ในโสตประสาทจนฉันไม่อยากรับรู้ ไม่อยากได้ยิน แต่ก็ทำไม่ได้ ฉันอ่อนแอเกินไป

“ฉันรู้ตัวเองดี แล้วฉันก็จะเป็นอย่างนี้ต่อไป ทำให้นายปวดหัวไม่หยุดแบบนี้นั่นแหละ!” ฉันตวาดใส่หน้าเขาทั้งน้ำตา รีบดึงแผงยาคืนมาแกะออกแล้วจับยายัดเข้าปากตัวเอง ก่อนจะเดินไปรินน้ำจากตู้เย็นแล้วดื่มตามไป

ฉันอยากให้ความรู้สึกแย่ๆ มันถูกกลืนหายไปพร้อมกับของเหลวสีใสและยาที่กินเข้าไป แต่ก็ทำไม่ได้ หลังมือถูกยกขึ้นมาปาดหยดน้ำตาที่ข้างแก้มทั้งสองแบบลวกๆ ฉันวางแก้วทิ้งไว้ในอ่างล้างจาน ไม่มีอารมณ์จะล้างมันตอนนี้ พียังคงยืนมองฉันเงียบๆ อยู่ที่เดิมด้วยสายตาอ่านยาก กระทั่งฉันเดินกลับมาหาเขา “ฉันกินข้าวกินยาอย่างที่นายต้องการแล้ว จะไปหารายงานได้หรือยัง”

“อืม ไปสิ”

 

สิบห้านาทีต่อมา

ฉันกับพีช่วยกันหารายงานที่เขาบอก แต่ยังไม่เจอ พีเดินหายเข้าไปดูในห้องนอนอีกรอบ เห็นเขาบอกว่าก่อนออกไปหาฉัน เขาหาในนั้นไปรอบหนึ่งแล้ว ฉันเองก็ลืมจริงๆ ไม่รู้ว่าได้เก็บมันไปหรือเปล่า

ถ้าหาไม่เจอ เขาต้องโดนอาจารย์ว่าแน่ๆ ความผิดฉันแท้ๆ เลย ไม่น่ามาจุ้นจ้านที่ห้องเขาเลยแฮะ

ฉันเหลือบไปเห็นชั้นหนังสือที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากบริเวณโซฟานั่งเล่นเท่าไรนัก คิดว่าพีคงหาไปแล้วแหละ แต่ฉันน่าจะไปดูอีกสักหน่อย ทว่าสายตาดันเหลือบไปเห็นกระเป๋าสตางค์กับโทรศัพท์ของพีวางอยู่บนโต๊ะเข้าเสียก่อน ฉันเลือกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา หน้าจอมันสว่างวาบเพราะแจ้งเตือนจากแชตไลน์พอดี เขาปิดเสียงไว้ เพราะงั้นมันเลยแค่สั่นเฉยๆ

ผู้หญิงคนนี้แน่ๆ ที่เขาคุยเมื่อกี้

Jin: แล้วพีไม่อยากมีแฟนเหรอ 

Jin: เราเองก็ไม่มีเหมือนกันนะ ไม่เจอคนที่ใช่สักที

Jin: (Sent you a sticker.)

ฉันอ่านข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอแล้วกำโทรศัพท์ในมือแน่น รู้สึกไม่ชอบผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา ทั้งๆ ที่เราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ฉันมองมันจนหน้าจอดับแสงลงไปเองจึงค่อยวางลงที่เดิม ต่อให้อยากรู้ว่าเธอเป็นใคร หรือสองคนนี้คุยอะไรกันบ้าง ฉันก็ทำไม่ได้อยู่ดี ถามพีเหรอ แน่นอนว่าเขาไม่บอกหรอก โทรศัพท์นี่เขาก็ใส่รหัสผ่าน

ฉันถอนหายใจพรืด สายตาเจ้ากรรมก็ดันหันไปเห็นพวงกุญแจหนังสลักอักษรย่อ ‘PP’ ห้อยติดอยู่กับกระเป๋าสตางค์ของเขา ฉันหยิบมันขึ้นมาดูด้วยความสนใจ 

พี ภัส งั้นเหรอ... เหอะ เขาไม่เคยลืมผู้หญิงคนนั้นเลยจริงๆ

แล้วนี่ฉันจะมาเสียใจบ้าบออะไรนะ ทำไมต้องรู้สึกกับเขามากมายขนาดนี้ด้วย ทั้งๆ ที่ต่อให้เขาไม่มีใครในใจ ไม่คุยกับใคร เขาก็คงไม่มาสนใจอะไรฉันอยู่แล้ว

“ทำอะไรน่ะ”

เฮือก!

ตุ้บ!

ฉันสะดุ้งตกใจ เผลอปล่อยกระเป๋าหลุดมือ มันร่วงลงไปอยู่บนพื้นในทันที พีหลุบตามองของของตัวเองก่อนจะเงยขึ้นมาจ้องฉัน ร่างสูงขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ฉันมองสิ่งที่ตัวเองทำตกแล้วตัดสินใจไม่เก็บมันขึ้นมา สองเท้าพาตัวเองเดินมาแถวๆ หน้าชั้นหนังสือแทน ฉันเห็นพีก้มลงไปเก็บกระเป๋านั่น พร้อมใช้มืออีกข้างไล้ปลายนิ้วไปตามแผ่นหนังสลักชื่ออย่างหวงแหน

หัวใจของฉันปวดหนึบขึ้นมาเสียดื้อๆ

“ทำอะไรกับของของฉัน” ร่างสูงละสายตาจากสิ่งที่ถือไว้ สายตาคมดุจ้องมาอย่างคาดคั้น ฉันเม้มริมฝีปากนิดหน่อย ตอนแรกว่าจะไม่ตอบ แต่สุดท้ายก็...

“เห็นว่าพวงกุญแจสวยดี เลยหยิบมาดู” ฉันบอกออกไป ทั้งๆ ที่ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นเลย พวงกุญแจหนังโง่ๆ นั่นน่ะ ไม่ได้สวยในสายตาฉันเลยสักนิดเดียว ฉันไม่ชอบ และไม่คิดจะชอบมัน

พีนิ่งไปนิดหน่อย มือหนาวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะ ข้างๆ กับโทรศัพท์ ก่อนที่เรียวขายาวจะก้าวฉับๆ เข้ามาประชิดตัวฉัน ตอนแรกฉันก็จะไม่สนใจหรอก กำลังหันกลับมาดูว่าบนชั้นหนังสือมีรายงานที่กำลังหาอยู่หรือเปล่า ทว่าพีดันกระชากไหล่ฉันให้หันไปเผชิญหน้าด้วย แม้เขาจะไม่ได้ออกแรงมาก แต่มันก็ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บที่หัวไหล่อยู่ดี

ปึก…

แผ่นหลังของฉันกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือจนเกิดเสียงเบาๆ ฉันได้แต่เบิกตากว้างมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ จู่ๆ เขามาอารมณ์ขึ้นอะไรล่ะเนี่ย

“นึกว่าจะแกะมันไปทิ้งเสียอีก เหอะ แน่ใจเหรอ ที่พูดเมื่อกี้” ร่างสูงถามเสียงลอดไรฟัน มือข้างที่จับไหล่ฉันออกแรงบีบ ความรู้สึกเจ็บแปลบจากบริเวณที่ปลายนิ้วโป้งของเขากดลงมา ทำให้ฉันอยากจะหนีออกไปจากตรงนี้ ฉันยังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ ก็แค่ทำของของเขาหล่นแล้วไม่ได้เก็บให้ มันไม่ได้แปลว่าจะแกะไอ้พวงกุญแจงี่เง่าของเขาไปทิ้งสักหน่อย ถึงฉันจะอยากทำมันจริงๆ ก็เถอะนะ

“...”

“ฉันถามก็ตอบสิ ลิน อย่ากวนตีน” เขาคงเข้าใจว่าความเงียบของฉันคือการยั่วโมโหเขาล่ะมั้ง ฉันก็แค่เหนื่อยใจที่จะพูด คนอย่างฉันมันผิดเสมออยู่แล้ว ผิดตั้งแต่เกิดมา

“แน่ใจสิ หึๆ ทำไมไม่คิดว่าฉันจะขโมยเงินนายบ้างล่ะ”

“เธอไม่ทำแบบนั้นหรอก”

“อย่าพูดเหมือนรู้จักฉันดี”

“ฉันรู้จักเธอดีก็แล้วกัน รู้จักทั้งตัวนั่นแหละ”

หัวใจฉันกระตุกวูบ ยิ่งมองดวงตาเย็นชาตรงหน้าเท่าไร ก็ยิ่งรับรู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับฉันเลย คงมีให้กันแค่ความเกลียดชังเท่านั้นใช่ไหม

เราสองคนสบตากันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร ฉันพยายามข่มอารมณ์น้อยใจและหลายๆ อย่างไว้ข้างใน แสร้งทำเป็นว่าไม่กลัวเขา ทั้งๆ ที่พอนึกถึงเรื่องคืนนั้นขึ้นมา ฉันก็อดวาบหวิวอยู่ในท้องไม่ได้

ใช่ ฉันกลัว...

กลัวว่าเขาจะทำแบบนั้นอีก ต่อให้ฉันอยากใกล้ชิดเขามากแค่ไหน แต่ฉันก็ไม่อยากให้เขาทำมันเพราะความโกรธและเกลียดแบบที่ผ่านมา

“ผิดแล้วล่ะ”

“...”

“นายไม่เคยรู้อะไรเลยต่างหาก พี นายไม่เคยรู้อะไรเลย ฮึก...” ฉันทนกลั้นน้ำตาเอาไว้อีกไม่ไหว ที่จริงมันทำท่าเหมือนจะไหลตั้งแต่เห็นเขาเก็บกระเป๋าขึ้นมาแล้วล่ะ ฉันไม่ได้อยากทำตัวอ่อนแอแบบนี้ แต่มันห้ามตัวเองไม่ได้จริงๆ

ดวงตาของคนตรงหน้าฉายแววตกใจเล็กน้อย ฉันร้องไห้ต่อหน้าเขาบ่อยเกินไปแล้วจริงๆ รู้ว่าร้องไปก็ไม่เคยได้รับความเห็นใจหรือเข้าใจจากเขา แต่ก็ยังสั่งตัวเองให้หยุดร้องไม่ได้

ความตกใจทำให้พีคลายแรงที่บีบไหล่ฉันลง ฉันรีบหันหลังให้เขาทันที สองมือถูกยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองที่ตอนนี้คงมีสภาพแย่มากๆ เอาไว้ ความรู้สึกเลวร้ายพวกนี้มันอะไรกัน เมื่อไหร่ฉันจะหลุดพ้นจากมันสักที หรือต้องรอให้จากโลกนี้ไปพร้อมกับมัน

‘เธอมันเห็นแก่ตัว เลิกพูดว่ารักฉัน เลิกวุ่นวายกับฉันสักที’

‘เธอมันก็เกิดมาแค่เป็นตัวหารความรักและทุกสิ่งทุกอย่างไปจากฉันเท่านั้นแหละ’

‘สำออยอะไรอีก คิดว่าจะหลอกฉันได้หรือไง’

‘ฉันเกลียดเธอ’

ทุกเสียงที่พีกับพี่ลิต้าเคยพูดกับฉันดังผสมกันอยู่ในโสตประสาท มันทำให้หัวใจฉันบีบรัดตัว สมองปวดตุบๆ จนอยากจะควักมันทิ้งให้หมด ทั้งสมอง ทั้งหัวใจ ฉันไม่ต้องการมัน ไม่ต้องการแล้ว…

หมับ...

“ลิน”

“กรี๊ดดดด!!!”

“ลิน!”

พีเอื้อมมือมาคว้าไหล่ฉันให้หันกลับไปหาเขาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้ทำรุนแรงเท่าตอนแรก เขาแทบจะไม่ได้ออกแรงเยอะเลยด้วยซ้ำ แต่ฉันเหมือนคนควบคุมตัวเองไม่ได้ พอเขาแตะมือมา ฉันก็สะดุ้งจนตัวโยน เผลอกรีดร้องออกมาดังลั่น มือยังคงปิดหน้าเอาไว้แน่นแม้จะหันกลับมาหาพีแล้วก็ตาม ความรู้สึกมากมายที่ถูกกักเก็บเอาไว้รอวันระเบิดมันแทบจะจุกอกฉันตายอยู่แล้ว

ตุบ...

“ฮึก…ฮือๆ ๆ” ฉันค่อยๆ ทิ้งตัวเองลงมากองอยู่บนพื้นอย่างคนไร้เรี่ยวแรง ตัวยังสั่นไม่หาย ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แต่ฉันไม่อยากเป็นแบบนี้เลย

มันทรมาน

“ลิน” พีย่อตัวลงมานั่งยองๆ ตรงหน้าฉัน เขาพยายามดึงมือของฉันที่ปิดหน้าไว้ออก ฉันไม่ได้อยากขัดขืน แต่ร่างกายมันเกร็งไปหมด ฉันรู้แค่ว่าพีต้องออกแรงมากพอสมควรถึงสามารถดึงมือฉันออกไปได้สำเร็จ

“แฮกๆ ฮึก...” ฉันหอบหายใจหนัก ใบหน้าอาบไปด้วยหยาดน้ำตา ถึงจะลืมตาแล้วแต่ก็มองคนตรงหน้าไม่ชัดนัก ม่านน้ำสีใสบดบังจนทุกอย่างที่เห็นมันพร่าเบลอไปหมด ความรู้สึกอื้ออึงในหูทำให้ฉันได้ยินแค่เสียงสะอื้นไห้ของตัวเองเท่านั้นที่ดังชัดเจน

“เป็นอะไร” น้ำเสียงของพีดังก้องๆ แต่ฉันก็รู้ว่าเขาพูดอะไร สองมือหนายังคงจับแขนฉันกดไว้ไม่ให้ยกขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอีก ความรู้สึกปั่นป่วนบางอย่างภายในผลักดันให้ฉันบิดข้อมือทั้งสองของตัวเอง มือที่ถูกหงายขึ้นกดบีบแขนของพีจากด้านล่างเอาไว้แน่น ปลายเล็บจิกเกร็งลงไปบนเนื้อนิ่ม ฉันไม่รู้ว่าเขาเจ็บไหม ฉันไม่ได้อยากทำร้ายเขา

ฉันแค่... อยากระบายความอึดอัดข้างใน

“ฮึก...”

“ตั้งสตินะลิน ตั้งสติ” คนตรงหน้าพร่ำบอก

ฉันพยายามกลั้นน้ำตา สูดลมหายใจเข้าลึก แต่ก็ไม่ค่อยช่วยเท่าไร ความแปรปรวนภายในยังพยายามตีรวนขึ้นมาหนักขึ้นเมื่อฉันยิ่งต่อต้าน และในจังหวะนั้นเอง บริเวณริมฝีปากก็สัมผัสกับความอ่อนนุ่มจากเรียวปากหยักลึกของคนตรงหน้าที่กดแนบลงมา ฉันกลั้นหายใจไปชั่วขณะ รู้สึกมึนงงกับสิ่งที่ได้รับ

พีจูบฉัน

มันเป็นจูบที่นุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ ฉันไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังปลอบฉันอยู่ แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าความจริงจะเป็นยังไง ต่อให้เขาทำทั้งที่ไม่คิดอะไร แต่ฉันก็ยัง...รู้สึกดี

เขาเอียงองศาใบหน้าให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น แรงขบเม้มที่กลีบปากล่างทำให้ฉันเผยอปากออกปล่อยให้เขาแทรกเรียวลิ้นเข้ามาด้านใน ฉันโอนอ่อนไปตอบรับเขาอย่างไร้การต่อต้าน ถ้าเขาจะด่าว่าฉันใจง่ายก็คงไม่แปลกเลย แต่นั่นมันเพราะคนตรงหน้าเป็นเขานั่นแหละ เพราะเขาคือ ความอบอุ่นของฉัน

ความรู้สึกย่ำแย่ภายในเหมือนจะถูกปลายลิ้นอุ่นๆ ของคนตรงหน้ากวาดต้อนออกไปด้วย เขากระชากทั้งจิตวิญญาณและตัวตนของฉันผ่านความละมุนละไมนี่ ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าโหยหามันขนาดไหน จนกระทั่งได้รับมัน...

“อึก”

ไม่รู้ว่าเขาจูบฉันอยู่นานแค่ไหน แต่สัมผัสอ่อนละมุนนั่นมันทำให้ฉันผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ความเกร็งที่เกิดขึ้นในตอนแรกค่อยๆ ลดระดับลงจนหายไปในที่สุด ฉันคลายแรงที่จิกแขนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ มาได้สติก็ตอนที่คนตรงหน้าผละออกไป

ดวงตาคู่คมหลุบมองริมฝีปากของฉันนิดหน่อย น้ำตาของฉันหยุดไหลแล้ว เพราะงั้นตอนนี้เลยเห็นพีชัดขึ้น ใบหน้าของเขายังคงไร้อารมณ์เหมือนเดิม ฉันไม่รู้ว่าเขาทำได้ยังไง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเขาทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในตัวฉันเมื่อกี้หายไปแล้ว

พีชักมือตัวเองกลับไป ปล่อยแขนฉันให้เป็นอิสระ ฉันหลุบตามองเลยเห็นว่าตัวเองทำแขนเขาเป็นรอย ไม่ใช่แค่รอยธรรมดา เรียกว่าเป็นแผลเลือดซิบเลยดีกว่า ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ฉันรีบคว้าแขนข้างหนึ่งของคนตรงหน้ามาดูให้ชัดๆ

“ละ...เลือดนายออก” ฉันเอ่ยเสียงแผ่ว หัวใจเต้นระรัว ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปสบตากับอีกฝ่าย

“ช่างเถอะ หารายงานต่อได้แล้ว ฉันจะได้รีบไปเรียน” เขาบอกเสียงเรียบพร้อมกับดึงแขนตัวเองกลับไป ก่อนจะผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พีเดินไปหาของตรงแถวๆ ชั้นและตู้ใกล้กับโทรทัศน์ ฉันมองตามเขาไปพร้อมกับนิ่วหน้าเล็กๆ 

ไม่ใช่แค่เขาหรอกที่ไม่เข้าใจฉัน

ฉันเองก็ไม่เข้าใจเขาเหมือนกัน

ฉันยกมือขึ้นมาบีบริมฝีปากตัวเองเบาๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อ เรื่องเมื่อกี้มันเกิดขึ้นจริงๆ เหรอ ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้รับความอ่อนโยนแบบนั้นจากคนที่เอาแต่บอกว่าเกลียดฉันมาตลอด ถึงแววตาเขาจะไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด แต่เมื่อกี้น่ะ...

เหมือนฝันเลย

ครืดดด... ครืดดด...

เสียงสั่นจากโทรศัพท์บนโต๊ะหน้าโซฟาทำให้ฉันที่สำรวจชั้นหนังสืออยู่หันไปมอง พีหมุนตัวเดินออกจากหน้าโทรทัศน์ไปหยิบโทรศัพท์เพื่อรับสาย

“ว่าไงไอ้เนอร์”

คนโทรมาคือ ‘วินเนอร์’ เพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับเขา ฉันเคยคุยกับหมอนั่นนิดหน่อยน่ะ ปลายสายน่าจะโทรมาถามเรื่องรายงานที่กำลังหาอยู่นี่แหละ เดาจากคำตอบของพีน่ะนะ

“เออ ยังไม่เจอเลยว่ะ”

พอรู้ว่าใครโทรมาหาพี ฉันก็ละความสนใจกลับมาที่ชั้นหนังสือตรงหน้าต่อ ไล่ๆ ดูไปก็เจอแฟ้มพลาสติกขนาดใหญ่กว่าเอสี่เสียบแทรกอยู่กับบรรดาหนังสือ ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจ เพราะกระดาษที่โชว์ให้เห็นด้านในเป็นเอกสารตารางอะไรบางอย่าง ฉันเดาว่าน่าจะเป็นคอร์สเซเลบัสที่อาจารย์ประจำแต่ละวิชาจะชอบเอามาแจกตอนคาบแรกของเทอม มันก็เป็นประมวลรายวิชาทั่วไป กับสิ่งที่ต้องเรียนแต่ละอาทิตย์พร้อมนัดควิซ นัดส่งงานและสอบ ทว่าความเอะใจบางอย่างทำให้ฉันดึงมันออกมาจากชั้น พลิกดูอีกฝั่ง มันน่าจะเป็นรายงานที่พีบอก เพราะหน้าปกไม่ใช่ชื่อของเขา นี่ตอนแรกเขาคงร้อนใจรีบหา เลยไม่ทันสังเกตดีๆ ล่ะมั้ง

“ใช่นี่หรือเปล่า” ฉันหันกลับไปพร้อมกับชูของในมือให้พีดู ร่างสูงปรายตามองมาด้วยความสนใจ เขาเบิกตาขึ้นนิดหน่อย พีพยักหน้าพร้อมกับบอกคนในโทรศัพท์ไปด้วย

“กูเจอละ...อ๋อ เปล่าๆ กูอยู่คนเดียว...เออ แค่นี้นะ เจอกันที่คลาส”

คำตอบของเขาที่น่าจะตอบคำถามของวินเนอร์อย่างเช่นว่า ‘อยู่กับใคร’ ทำให้ฉันหุบยิ้มบางๆ ที่ปรากฏขึ้นเมื่อกี้ทันที

อยู่คนเดียวงั้นเหรอ

นั่นสินะ ถ้าบอกว่าอยู่กับฉัน เขาก็คงต้องตอบคำถามเพื่อนอีกยาวเหยียด น่าตลกสิ้นดี

ฉันเดินเอาแฟ้มที่เจอมาวางไว้ให้เขาบนโซฟา เหลือบสบตาเจ้าของห้องนิดหน่อย ก่อนจะเดินออกมาโดยไร้คำบอกลาใดๆ

พีไม่วายถามไล่หลังฉันมาด้วย “จะไปแล้วเหรอ”

ฉันชะงักเท้า เม้มริมฝีปากอย่างสะกดกลั้นก่อนจะตัดสินใจหันไปตอบ

“นายคงไม่อยากให้ฉันอยู่นานนักหรอก ใช่ไหม”

“...” ร่างสูงเงียบไป เขาเบือนสายตามองไปทางอื่น ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไร แต่คงไม่ต่างจากที่ฉันพูดออกไปเท่าไรนัก ฉันมองเขาด้วยแววตาตัดพ้อและเจ็บปวดทิ้งท้าย ก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาจากห้องนั้น

เขาทำได้ยังไงกัน ทำให้ฉันมีความสุขสลับทุกข์ไปมาแบบนี้

หมอนั่นบอกว่าฉันชอบปั่นหัวเขาเล่น ถ้างั้นเขาเองก็ไม่ต่างกันนัก เขาก็ขยันปั่นความรู้สึกของฉันเหมือนกัน

คนใจร้าย...








- TO BE CONTINUED -

#รักเพราะเธอมันร้าย


mamind  GIF




ฮือออออ เพลงคนในอากาศกับตอนนี้มันใช่เลยจริงๆ
ยัยตัวร้ายของฉันกลายเป็นคนน่าสงสารไปแล้ว T__T
ขอบคุณทุกคนที่ชอบและติดตามนะคะ
จะขยันมาอัปบ่อยๆ น้าาาา <3




|||

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,326 ความคิดเห็น

  1. #1326 natkamon_m (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:30
    ฮือออ หน่วงมากก
    #1,326
    0
  2. #1323 12:10 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 01:33
    สงสารลินง่ะ ;-;
    #1,323
    0
  3. #1094 YulSica (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:55
    หน่วงอ่ะ อ่านไปละแบบหน่วงมาก
    #1,094
    0
  4. #277 immx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 17:05
    พีแม่งงงง/ขอหยาบบบ
    #277
    0
  5. #276 immx (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 17:05
    ฮรือตอนนี้สงสารลินมากๆ โดนอะไรมาเยอะอ่ะ จำเป็นเก่งแต่ในใจลึกๆไม่ใช่เลย เศร้าา //ลินสู้ๆ
    #276
    0
  6. #115 หว๋าย.... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 20:26
    ถ้าแค่ สงสารไม่ต้องนะ พี  ลินคงไม่ต้องการ
    #115
    0
  7. #104 แค่คนเลว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 16:16
    ด้านชาจังเลยนะพี
    #104
    0
  8. #97 sea_rain (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 10:28
    สงสารนางงงง
    #97
    0
  9. #96 peepo_Private (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 09:49
    ตอนลินกริ๊ดนี่คือสุด อ่านไปตัวสั่นเลยค่า มาอัพบ่อยนะคะ รออ่านเสมอ
    #96
    0
  10. #92 tigersweet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 05:54
    นี่ฉันยังนอนร้องไห้อยู่เลย สงสารนางเอกของไรท์ ทำไมทำกันได้ลงคอ
    #92
    0
  11. #91 tigersweet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 05:53
    เข้าใจความรุ้สึกผญ.คนนึงป่ะ เขาก็แค่ผญ.คนนึงที่แอบรักผช.อ่ะ ทำไมอีพระเอกมันโง่เง่าขนาดนี้
    #91
    0
  12. #90 tigersweet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 05:52
    แก แกเคยมีความรู้สึกที่นอนอ่านดีๆแล้วน้ำตาร่วงป่ะ แบบกลิ้งเลยอ่ะ ฉันแบบอึ้งมาก ทำได้บังไง ต้องดขียนดีขนาดไหนอ่ะ ฉันจินตนาการว่าตัวเองดปนลินและนั่งกรีดร้องอยู่ตรงนั้นอ่ะแก
    #90
    0
  13. #88 taetapp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 03:09
    อมกกกก สนุกมากกกก ดีใจที่เจอเรื่องนี้ กรี๊ดแป๊บ
    #88
    0
  14. #87 หนูน้อยทาสติ่ง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 02:33
    สงสารลินนะรักมากเจ็บมาก
    #87
    0
  15. #86 หนูน้อยทาสติ่ง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 23:52
    วงสารลินนน
    #86
    0
  16. #85 แค่คนเลว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 02:02
    มีน้องน่ารักขนาดนี้ทำไมใจร้ายจัง พีก็อีกคนพูกกระแทกแดกดันอยู่ได้ร้องให้แม่งเลยT^T
    #85
    0
  17. #84 ChaDaSay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 13:53
    กว่าจะรู้ความรู้สึกตัวเองระวังลินไม่อยู่รอแล้วนะพี
    #84
    1
    • #84-1 CHERMADA(จากตอนที่ 7)
      9 ตุลาคม 2560 / 14:06
      นั่นเซ่ TT___TT
      #84-1
  18. #83 orraphanpoon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2560 / 23:31
    อินมากๆ ร้องแล้วนะ????
    #83
    1
    • #83-1 CHERMADA(จากตอนที่ 7)
      7 ตุลาคม 2560 / 23:37
      โอ๋ๆ TT_TT
      #83-1
  19. #81 Fathaworld (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 23:11
    ตีเเบบนี้เดี๋ยวก็ได้กันอีกเชื่อฉันสิ
    #81
    1
    • #81-1 CHERMADA(จากตอนที่ 7)
      6 ตุลาคม 2560 / 23:27
      ได้กันอีก 5555555555555
      #81-1
  20. #80 หว๋าย.... (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 21:55
    #80
    1
    • #80-1 CHERMADA(จากตอนที่ 7)
      6 ตุลาคม 2560 / 23:26
      ทีมลินนนน :P
      #80-1
  21. #79 กระต่าย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 21:06
    หันมาอีกทีลินอาจไม่อยู่ตรงนี้แล้วนะ / มอบประโยคนี้ให้พี

    อินจิร้อง😂😂
    #79
    1
    • #79-1 CHERMADA(จากตอนที่ 7)
      6 ตุลาคม 2560 / 21:13
      ฮืออออ หน่วงง TT
      #79-1
  22. #78 nnamcha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 19:57
    เพราะใกล้เกินไปเลยไม่เห็นค่าใช่มั้ยพี
    #78
    0
  23. #77 tigersweet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 19:35
    นั้มตาไหลไปตามๆกัน
    #77
    1
    • #77-1 CHERMADA(จากตอนที่ 7)
      6 ตุลาคม 2560 / 19:36
      มาซับน้ำตาเร็วววว
      #77-1
  24. #76 tigersweet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 19:35
    ฮืออออ สนุก
    #76
    0
  25. #75 nnamcha (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 19:22
    อินจ่ะ น้ำตามาละ TT
    #75
    1
    • #75-1 CHERMADA(จากตอนที่ 7)
      6 ตุลาคม 2560 / 19:32
      โอ๋ๆ อย่าร้อง T__T
      #75-1