[ตีพิมพ์] ◄ FLIRT WITH YOU ► รักเพราะเธอมันร้าย

ตอนที่ 5 : [Re-write] - Chapter 04 Blood

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,122
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจและใช้ความรุนแรง
อาจมีภาพ คำพูดหรือฉากไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม เพศ และภาษา
โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพติด... อ่านให้สนุกนะคะ 
CHERMADA





04
Blood
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


Oh...
You gotta see blood, girl






...






LINS POV

“ทำไมเธอถึงชอบฉัน”

คำถามของพีทำให้ฉันชะงักมือที่กำลังจับช้อนและส้อมม้วนเส้นพาสต้าในจาน แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเขาแทน

ทำไมถึงชอบเขาน่ะเหรอ...

“ฮ่าๆ ๆ ต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงติดตลก ทว่าคนถามไม่ได้เล่นด้วย เขาทำหน้าจริงจังจนฉันต้องหลบตา

“...”

“...”

พีเงียบ และฉันเองก็เงียบเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากตอบเขา แต่ฉันไม่รู้ต่างหากว่า เขาจะหาว่าฉันเพ้อเจ้อหรือเปล่า

ฉันนึกย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีตที่ไม่ได้นึกถึงมานานแล้วเหมือนกัน ไม่ได้นึกถึงแต่ไม่เคยลืม มันยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของฉันเสมอ สาเหตุที่ฉันชอบเขาน่ะ

มันเกิดจากเรื่องวันนั้น...

 

“เฮ้ย! ดูยัยนี่ดิ ขี้แยว่ะ ฮ่าๆ ๆ ๆ”

เด็กผู้ชายหัวโจกของกลุ่มชี้หน้าหัวเราะเยาะฉันในวัยแปดขวบ เขามากับเพื่อนอีกสามคน ตอนแรกฉันก็เล่นก่อปราสาททรายที่ริมชายหาดอยู่คนเดียวดีๆ นี่ล่ะ ทว่าพอพวกนี้มาถึง ปราสาททรายตรงหน้าฉันก็พังทลายลงไปต่อหน้าต่อตาด้วย ‘ฝีเท้า’ ของเด็กคนที่ว่าฉันเมื่อกี้ ดูเหมือนเขาจะเป็นหัวหน้าแก๊งเด็กเกเร

วันนี้ครอบครัวฉันพามาเที่ยวทะเล เรามาพักกันที่รีสอร์ตของเพื่อนแม่ พวกผู้ใหญ่น่าจะนั่งคุยกันอยู่ ฉันชวนพี่สาวมาเล่นด้วยกันแต่ว่าเธอไม่ยอมมา เพราะงั้นฉันเลยต้องมาเล่นคนเดียว อันที่จริงมีเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่ง… พี

ใช่ เขามากับเราด้วย รีสอร์ตที่ฉันพักก็ของบ้านเขานั่นแหละ

แต่ตอนนั้นเราเพิ่งรู้จักกัน แล้วฉันก็ไม่ค่อยชอบเล่นกับคนที่ไม่สนิทด้วย เลยไม่ได้ชวนเขามาเล่นด้วยกัน ตอนที่ฉันวิ่งลงมาเล่นทรายคนเดียว เขาเองก็เอาแต่เล่นเกมกดอะไรสักอย่างอยู่

ตอนนี้คงไม่มีใครในนั้นเห็นฉันหรอก เพราะฉันเดินออกมาไกลจากตรงนั้นพอสมควร ตรงนี้แทบไม่มีคนเลย

“พวกนายพังปราสาทฉันทำไม?! ฮึก! ฮือๆ ๆ” ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้น ยกแขนขึ้นมาปาดน้ำตาเพราะมือมันเต็มไปด้วยเม็ดทราย

“ก็อยากทำอะ ฮ่าๆ ๆ” เด็กผู้ชายคนเดิมตอบ

“ไอ้จ๊อบ มึงดูสิ ยัยนี่เล่นคนเดียว สงสัยจะนิสัยไม่ดี ไม่มีเพื่อนคบ” หนึ่งในนั้นพูดกับเด็กหัวหน้ากลุ่ม ฉันเลยรู้ว่าคนที่เตะปราสาททรายฉันพังชื่อ จ๊อบ

“ฮ่าๆ ๆ ๆ” เด็กผู้ชายชื่อจ๊อบหัวเราะร่วน เพื่อนเขาเองก็ประสานเสียงหัวเราะด้วยเหมือนกัน

“ลิน!” เสียงใครบางคนตะโกนเรียกชื่อฉัน กลุ่มคนตรงหน้าหยุดหัวเราะแล้วมองตามไปเช่นเดียวกับฉัน นาทีนั้น บอกเลยว่าฉันดีใจมากที่เห็นเขา

พี...

เขาเดินเข้ามาหาฉันแล้วไล่สายตามองพวกนั้นด้วยใบหน้านิ่งๆ คาดว่าคงพอจะเดาอะไรๆ ได้ ฉันรีบลุกขึ้นแล้วไปหลบข้างหลังคนมาใหม่ทันที เขาดู...อบอุ่น เหมือนพี่ชายทั้งๆ ที่เรารุ่นราวคราวเดียวกัน

“พวกนายแกล้งอะไรเพื่อนฉัน” พีถามพวกนั้นอย่างไม่นึกกลัว

“ก็แค่เตะปราสาทปัญญาอ่อน” จ๊อบเป็นคนตอบแล้วขยับเข้ามาเผชิญหน้ากับพี ฉันกลัวจนตัวสั่น เกาะเสื้อของคนตรงหน้าแน่น ทว่าดูเขาจะไม่เกรงกลัวเลยสักนิด

“ปัญญาอ่อนเหรอ... พวกนายน่ะสิปัญญาอ่อน มีกันตั้งหลายคนแต่แกล้งผู้หญิงคนเดียวเนี่ยนะ” พี่ถามอย่างเอาเรื่อง ฉันได้แต่ภาวนาให้มีผู้ใหญ่สักคนหันมาเห็นเหตุการณ์ตรงนี้ ฉันกลัว...

“มึงว่ากูเหรอ?!” จ๊อบเริ่มพูดจาหยาบคาย สีหน้าของเขาดูโกรธจัดที่โดนพีต่อว่า

“เออ ทำไม...”

พลั่ก!

พียังพูดไม่ทันจบดี คนตรงหน้าเขาก็ปล่อยหมัดออกมา

“กรี๊ด!!! ฮือๆ ๆ” ฉันกรีดร้องด้วยความตกใจ แรงอัดนั่นทำให้พีเซไปจนฉันเองที่จับเสื้อเขาอยู่ถึงกับเซตาม

พีแกะมือฉันออก ก่อนจะหันกลับไปต่อยคืน สุดท้ายก็กลายเป็นว่าเขากับจ๊อบต่อยกันจนล้มกลิ้งไปกับพื้นทราย ฉันได้แต่ยืนตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก เพื่อนจ๊อบเองก็เอาแต่ยืนเชียร์ให้เพื่อนตัวเองชนะ

แต่ดูเหมือนพีจะได้เปรียบกว่ามาก คงเพราะตัวเขาโตกว่าจ๊อบด้วยแหละ ไม่นานนัก จ๊อบก็ดูเหมือนจะยอมแพ้ เขารีบคลานเข้าไปหาเพื่อนตัวเองแล้วสะกิดๆ กันให้พากันวิ่งหนี

พอพวกนั้นไปแล้ว คนใจดีก็หันมานิ่วหน้ามองฉันที่จ้องเขาอยู่เหมือนกัน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยช้ำ มุมปากและหางคิ้วมีเลือดไหลออกมาด้วย

“ทำไมมาเล่นตรงนี้คนเดียวอะ” เขาถาม

“...” ฉันไม่ตอบ มันเหมือนว่าพูดไม่ออก ฉันกำลังตกใจกลัวแล้วก็รู้สึกขอบคุณที่เขาเข้ามาช่วยเอาไว้ ทุกอย่างมันปนกันจนฉันไม่รู้จะพูดอะไรดี

“ถามก็ไม่พูดอีก” เขาบ่นแล้วมองไปที่ปราสาททรายของฉันที่เหลือแต่ซาก “เดี๋ยวช่วยสร้างใหม่เอาไหม”

เขาละสายตากลับมามองหน้าฉัน

“เอ่อ...เอาสิ” ฉันพยักหน้าตอบแล้วเดินกลับไปนั่งตรงหน้าปราสาททรายอีกครั้ง เริ่มลงมือก่อมันเหมือนก่อนหน้านี้ พีตามลงมานั่งฝั่งตรงข้ามแล้วช่วยฉันด้วยสีหน้าตั้งอกตั้งใจ ฉันมองหน้าที่เปื้อนเลือดของเขาแล้วก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ “ไม่เจ็บเหรอ”

เขาดูเหมือนไม่สนใจว่าตัวเองจะได้แผลหรือมีเลือดไหลหรือเปล่า ดูเหมือนไม่เจ็บเลยแหละ

“ไม่อะ แค่แสบๆ คันๆ” เขาตอบพลางมือก็เอื้อมไปหยิบพลั่วตักทรายของเล่นมาช่วยโกยทราย

“ขอบคุณนะ”

“อือ”

 

“อะแฮ่ม!”

เสียงกระแอมของพีทำให้ฉันหลุดออกจากห้วงอดีต พอหันมามองหน้าเขาก็เห็นว่าคิ้วเข้มนั่นกำลังขมวดมุ่น ใบหน้านั้นไม่ต่างจากตอนที่เขาก่อปราสาททรายช่วยฉันเท่าไร ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องจริงจังขนาดนั้น แต่สุดท้าย... วันนั้นเขาก็ช่วยฉันก่อมันจนเสร็จ โดยที่ฉันเองก็ไม่เคยรู้ว่ามันเป็นการก่อร่างสร้างความรู้สึกบางอย่างให้เติบโตอยู่ภายในใจของฉันด้วย

หลังกลับจากเที่ยวคราวนั้น ฉันกับเขาก็เจอกันอยู่บ่อยครั้งเพราะแม่ของพวกเราเป็นเพื่อนสนิทกัน และมักจะปรึกษากันเรื่องธุรกิจอยู่เสมอ เขายังดูนิ่งๆ แต่ก็จริงจังตั้งใจกับทุกเรื่องตลอด ฉันชอบแอบมองเขาอยู่บ่อยๆ คอยสังเกตและสงสัยว่า...

เขาสูงขึ้นหรือเปล่านะ?

น่าตลกชะมัด เขาน่าจะลืมเรื่องวันนั้นไปแล้ว แต่ฉันกลับจำได้ขึ้นใจ ความอบอุ่นนั่น... ความอบอุ่นที่ฉันอยากได้มันเก็บไว้คนเดียว

“อะไรเหรอ” ฉันถามคนตรงหน้า ตอนนี้รู้สึกอิ่มมากเลยล่ะ อ้อ! ไม่ใช่อิ่มใจที่เขาอุตส่าห์ทำอาหารให้กินหรอกนะ แต่มันรู้สึกไม่อยากกินอะไรจนอิ่มไปเองอะ เหมือนเบื่อๆ อาหาร คงเพราะช่วงนี้ฉันเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ล่ะมั้ง

เฮ้อ! ไม่ใช่ช่วงนี้สิ ที่จริงมันทุกช่วงเลยต่างหาก...

“ทำไมไม่ตอบคำถามฉัน”

“...”

“ทำไมถึงชอบฉันเหรอ” เขาถามย้ำเหมือนกลัวว่าฉันลืม

“เพราะ...นายไม่ชอบฉันมั้ง”

“งั้นก็ชอบฉันต่อไปแล้วกัน เพราะฉันไม่ชอบเธอ” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ไม่มีความรู้สึกใดๆ เจือปนออกมาเลยจริงๆ นอกจากความเฉยชาที่ให้ฉันมาตลอด เรื่องพูดจาตัดน้ำใจฉันเนี่ย ไว้ใจเขาได้เลย หมอนี่ถนัดนักล่ะ

“เรื่องนั้นน่ะ ฉันรู้อยู่แล้วแหละ”

เหอะ จะให้เล่าเรื่องตอนเด็กให้เขาฟังงั้นเหรอ มันคงตลกน่าดู เขาต้องหัวเราะเยาะฉันแน่ๆ หัวเราะให้กับความเพ้อเจ้อของฉันไง พีคงไม่วายพูดทำนองว่า เขาไม่เคยคิดอะไร มีแต่ฉันที่ฝังใจแล้วเก็บเอามาคิดคนเดียว แค่นั้นไม่พอ ยังเอามาทำให้เขาเดือดร้อนแล้วมีปัญหากับแม่อยู่บ่อยๆ อีกต่างหาก แล้วไงล่ะ ก็เขาไม่สนใจฉันเอง ฉันก็ต้องหาวิธีทำให้เขาสนใจน่ะสิ เรื่องธรรมดา

“จริงๆ แล้วเธอมีความหมายกับฉันนะลิน” จู่ๆ เขาก็โพล่งขึ้น เหมือนจะตัดไปเรื่องใหม่ทว่าก็ยังวนเวียนอยู่เรื่องเดิมนั่นแหละ ยอมรับว่าฉันแอบหัวใจพองโตที่ได้ยินแบบนั้น แต่ฟันธงได้เลยว่าเขาไม่ได้พูดเพื่อเฟลิร์ตฉันแน่ๆ คนอย่างเขาน่ะ... ก็ไม่ต่างจากฉันหรอก

ถ้าฉันคือฝันร้ายของพี เขาก็คือฝันร้ายของฉันเหมือนกัน

“ล้อฉันเล่นสินะ”

“ฉันพูดจริง” เขายกยิ้มแล้วสบตาฉันนิ่งๆ “เธอน่ะ หมายถึงความวุ่นวายในชีวิตฉันเลยล่ะ”

“เหอะ ก็ดีกว่าไม่มีความหมายอะไรเลยล่ะนะ” ฉันยิ้มอย่างพอใจกับคำนิยามของตัวเองที่เขาตั้งให้ อันที่จริงต่อให้เขาไม่เลือกความหมายนั้นให้ ฉันก็พอจะรู้ตัวอยู่แหละ ฉันน่ะ... รู้ตัวทุกอย่างนั่นแหละ

“ถ้าฉันเป็นเธอฉันจะไม่ดีใจหรอกนะ หึ” เขาแสยะยิ้ม

นั่นสิ เพราะเขาไม่เป็นฉันไง เขาเลยไม่รู้หรอกว่าแค่เขาไม่ชอบฉัน มันก็ถือเป็นความสนใจอย่างหนึ่งที่เขามอบให้ฉันแล้ว สำหรับฉัน ทุกความรู้สึกของเขาที่มีต่อฉัน ไม่ว่ามันจะเลวร้ายแค่ไหน และถึงฉันจะโกรธเขาเรื่องเมื่อคืนยังไง แต่มันก็ดีหมดนั่นแหละ ดีที่เขายังรู้สึกไงล่ะ

“จริงๆ เหรอ” ฉันถามคนที่นั่งอีกฟากของโต๊ะ ตอนนี้ฉันเลิกกินพาสต้าอย่างจริงจัง ฉันดันจานออกให้พ้นตรงหน้านิดหน่อยแล้วนั่งมองพีนิ่งๆ รอฟังคำตอบ

“ใช่ ไม่ดีใจหรอก” เขาตอบ

“ไม่ใช่อันนั้น”

“...”

“ฉันหมายถึง นายไม่ชอบฉันจริงๆ เหรอ”

“ไม่”

“ไม่สักนิดเลยเหรอ”

“...” พอโดนจี้เข้าอีกเขาก็เลือกที่จะเงียบ

“พี”

ครืด...

ฉันเอ่ยชื่อเขาก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่อีกฝั่งโต๊ะ พีเงยหน้ามองฉันเหมือนไม่เข้าใจ ทว่ายังไม่ทันได้ถามอะไรออกมาหรอก ฉันก็โน้มลงไปประทับริมฝีปากของตัวเองกับเรียวปากรูปกระจับนั่น บดขยี้ด้วยแรงอารมณ์เหมือนกับที่เขาทำฉันเมื่อคืน ถึงมันจะคนละอารมณ์กันก็เถอะนะ เขาคงทำเพราะเกลียดฉัน แต่กับฉัน... ต่อให้อยากเกลียดเขาแค่ไหน สุดท้ายฉันก็ได้แค่หลอกตัวเอง

“อึก...”

ไม่น่าเชื่อว่าพีจะจูบฉันตอบ แถมเขายังเป็นฝ่ายแทรกเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้ามาสำรวจในโพรงปากฉันก่อนด้วย เหอะ นายทำได้ยังไงนะ... ทำให้ฉันปั่นป่วนเพราะคำพูดและการกระทำที่ดูสวนทางกันของนายได้ยังไง

พียกมือขึ้นมาประคองใบหน้าของฉันเอาไว้แล้วมอบสัมผัสที่หนักหน่วงกว่าที่ฉันให้เขามากมาให้ จากที่อยากจะแกล้งเขาเล่นๆ ตอนนี้กลายเป็นว่าฉันเป็นผู้ถูกกระทำเองเสียแล้วล่ะ พอเริ่มหายใจไม่ออก ฉันก็พยายามปิดปากตัวเอง ส่งสัญญาณให้เขารู้ว่าฉันขอพัก ทว่าเขากลับบีบกรามฉันแน่นจนฉันรู้สึกเหมือนมันจะหัก เขาทำเพื่อให้ฉันอ้าปากยอมรับเรียวลิ้นร้ายกาจนั่นเข้ามา

รู้ไหมว่าเขาใจร้ายที่สุดเลยล่ะ ที่ผ่านมา เขาค่อยๆ ครอบงำฉันผ่านคำพูดเย็นชากับสายตานิ่งเฉย กระทั่งตอนนี้ เขาก็ยังครอบงำร่างกายและจิตวิญญาณของฉัน ผ่านปลายลิ้นกับคมเขี้ยวที่ขบฝังจนฉันรับรู้รสชาติเค็มปร่าของเลือด แน่นอนว่ามันต้องเป็นของฉัน และพนันเลยว่าป่านนี้ปากฉันต้องบวมช้ำมากแน่ๆ เหมือนเขาอยากทำให้ฉันเข็ด แต่ฉันกลับชอบที่เขาทำแบบนี้

ฉันน่ะ ชอบทุกอย่างที่เขาทำ และชอบทุกอย่างที่เป็นเขานั่นแหละ...

ครืด...

พีเป็นฝ่ายลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่เขานั่งอยู่บ้าง สองมือหนาเลื่อนจากใบหน้าของฉันไปที่สะโพกมน เขาออกแรงบีบพอให้ฉันสะดุ้งนิดหน่อย ก่อนจะโถมกายบดเบียดเข้ามา พร้อมกับดันร่างฉันไปชิดผนังห้องด้านหนึ่งที่อยู่ใกล้กันนี้ ทั้งๆ ที่ลิ้นของเราสองคนยังไล่ต้อนกันไม่หยุด เหมือนกับกำลังเล่นเกมไล่จับ

“อึก...อื้อ” ฉันเริ่มต่อต้านคนตัวสูงอีกครั้ง เมื่อร่างกายต้องการอากาศหายใจ พยายามเบี่ยงหน้าหลบพี ทว่าเขาก็ไม่ยอมเปิดโอกาสให้ฉันรอดพ้นไปได้

พออากาศหายใจไม่เพียงพอ แขนขามันก็เริ่มอ่อนแรง ฉันเกาะไหล่แกร่งของเขาไว้เพื่อประคองให้ตัวเองทรงตัวอยู่ได้ คงเพราะอาการหน้ามืดก่อนหน้านี้ ทำให้ร่างกายฉันก็ไม่ค่อยจะมีแรงเท่าไรอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอแบบนี้อีก บอกได้เลยว่า ถ้าเขาปล่อยมือออกจากสะโพกฉันล่ะก็ ฉันทรุดฮวบลงไปกองที่พื้นแน่

ปลายลิ้นของฉันรับรสชาติของเลือดมากขึ้นกว่าตอนแรก บ้าที่สุด! นอกจากเขาจะไม่ให้ฉันหายใจหายคอแล้ว ยังจะมาทำให้ฉันเสียเลือดอีกเหรอ

“อึก…”

เนิ่นนานกว่าเขาจะยอมผละออกไปเหมือนหมดสนุกแล้ว ทว่าก็ยังไม่เคลื่อนใบหน้าออกห่างจากฉัน เราสบตากันนิ่งในระยะประชิดระดับที่ปลายจมูกชนกัน ก็ยังดี ฉันยังได้สูดลมหายใจเข้าปอดบ้าง ไม่งั้นคงขาดอากาศหายใจตายไปต่อหน้าเขาเป็นแน่

“แฮกๆ...” ฉันหอบหายใจและเป็นฝ่ายยอมแพ้ก่อนจนได้ด้วยการหลบตา อนึ่งก็เพราะเกิดรู้สึกประหม่าขึ้นมากับสายตาดุดันคู่นั้น กับฉันเห็นแว็บๆ ว่าที่ริมฝีปากหยักลึกมีเลือดสีแดงเข้มติดอยู่ ร้อยทั้งร้อยน่ะ ไม่ใช่เลือดเขาหรอก!

ดูเหมือนพีจะรู้ตัวว่าฉันกำลังจ้องอะไร เพราะงั้นเขาถึงได้ตวัดปลายลิ้นออกมาไล้ตามริมฝีปากตัวเองเพื่อเช็ดเลือดที่ติดอยู่ ฉันเผลอกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเห็นอากัปกิริยาแบบนั้นของเขา

“หึ...” คนตรงหน้าแค่นหัวเราะอยู่ในลำคอ ก่อนจะเลื่อนมือข้างหนึ่งจากสะโพกขึ้นมาพร้อมกับเลิกเสื้อฉันขึ้นสูงจนเกือบถึงหน้าอก เขาขยับห่างออกไปนิดหน่อยแล้วก้มหน้าหลุบตาลงมองหน้าท้องแบนราบของฉัน มันเต็มไปด้วย ‘ร่องรอย’ ที่เขาทำเอาไว้ก่อนหน้านี้

ฉันหดเกร็งหน้าท้องโดยอัตโนมัติเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจาบจ้วงฉันด้วยสายตาและการกระทำ ความอายทำให้ต้องเบนหน้าหนีไปทางอื่น เม้มริมฝีปากจนเคล้นให้เลือดยิ่งไหลมากขึ้น แต่ความเจ็บนี้มันก็ยังไม่เท่าเจ็บที่ใจหรอก

เพราะประโยคที่คนตรงหน้าเอ่ยต่อมานั่นแหละ...

“รอให้หายก่อนไหม วันนี้ฉันเหนื่อย” พอพูดจบ ร่างสูงก็ผละออกจากฉันไป ทิ้งให้ชายเสื้อตกลงที่เดิม ฉันรู้ว่าเขาจงใจพูดเพื่อทำลายความรู้สึกของฉัน และมันก็ได้ผล ทว่าเขาคงไม่รู้ว่าฉันน่ะ ‘เสพติด’ ความร้ายกาจของเขาไปตั้งนานแล้ว

“ฉันไม่ได้เรียกร้องอะไรจากนายสักหน่อย” ฉันพูดแล้วเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ตัวเดิมเพราะทำตัวไม่ถูก รู้สึกเหมือนหน้าชาๆ จากที่โดนเขาด่าอ้อมๆ เมื่อกี้

“เหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงปนขำอยู่ในที ก่อนจะเดินตามมาเท้ามือลงกับโต๊ะตรงหน้าฉันแล้วพูดต่อ “งั้นเมื่อกี้ใครเริ่มก่อนล่ะ”

“...”

“เธอแม่งบ้า” เขาพูดทิ้งไว้แค่นั้นก็เดินออกจากตรงนี้ไป เป้าหมายคือประตูห้อง ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเขาจะกลับแล้ว ฉันเหลือบสายตามองตามไปนิดหน่อย ก่อนจะรีบหันไปทางอื่นเพราะเห็นว่าเขาหยุดเดินแล้วหันกลับมาพอดี “ลิน”

“...” ฉันยังคงเงียบและไม่ได้หันไปตามเสียงเรียกของพี จนกระทั่งเขาเอ่ยประโยคสุดท้าย ก่อนจะเดินตัวปลิวออกจากห้องไป...

“กินยาที่หมอให้มาแล้วไปอาบน้ำนอนซะ”

เขาทิ้งให้ฉันนั่งใจเต้นโครมครามกับประโยคที่ถูกเปล่งออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เป็นอีกครั้งที่เขาคงไม่รู้ตัวว่า แค่คำพูดหรือการกระทำที่เขาคงไม่ได้ตั้งใจพูดหรือทำมันออกมาจากใจ มันส่งผลต่อฉันมากขนาดไหน

ไม่ว่ายังไง นายก็คือความอบอุ่นของฉันเสมอ












- TO BE CONTINUED -

#รักเพราะเธอมันร้าย


  GIF



เลือดดดดด ข้าอยากกินเลือดดด -.,-
แกจะมาดูดเลือดเขาให้อยาก
แล้วจากไปแบบนี้จริงๆ เหรอพี 
5555555555555 
ส่งความแซ่บฉบับน้ำจิ้ม
ขอบคุณสำหรับฟีดแบ็กนะคะ
แล้วเจอกันตอนหน้าจ้าาา <3




|||

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,326 ความคิดเห็น

  1. #273 immx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 14:43
    รู้สึกว่าพีเปงห่วงลินอีกเเล้ว//เข้าข้างลินไปไหน
    #273
    0
  2. #272 immx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 14:41
    ? กี๊ดดด ในความใจร้ายของพีมีความละมุน อร้ายย เขินนน
    ?
    #272
    0
  3. #112 เ ล อ นั ว ร์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:49
    ชอบมาชอบกลับสิ มันเป็นมารยาทนะพี555 เดี๋ยวๆ ตรรกะไหนว้าา และตอนนี้ก็เป็นอีกตอนที่สงสารลินอีกแล้ว ฮื่อออ
    #112
    0
  4. #69 กระต่าย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 22:42
    เนื้อเรื่องดีมากเลยขอโทษที่พึ่งมาเม้นนะคะ รอเล่มเลย เป็นเนื้อเรื่องที่อยากอ่านมานาน
    #69
    0
  5. #57 หว๋าย.... (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 10:13
    ลิน ต้องยอม ขนาดนี้ เลยหรอ เผือให้ พี มองบ้าง...เจ้าไม้ขีดไฟ...
    #57
    0
  6. #55 แค่คนเลว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 23:30
    รักเค้าข้างเดียวก็รู้สึกไปคนเดียวน่าสงสารแท้สู้ๆนะลินมันต้องเป็นของเราสักวัน!
    #55
    0
  7. #54 kmcnnn (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 23:10
    ชอบบๆๆๆ
    #54
    0
  8. #53 nnamcha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 18:58
    ชอบอ่า ชอบแนวนี้ สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #53
    0
  9. #52 OattakonOpopop (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 05:32
    ไหนว่าไม่ชอบงัยพี
    #52
    0
  10. #51 แค่คนเลว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 00:07
    ยังจะกวนเค้าอีกลินนะลิน
    #51
    0
  11. #46 nnamcha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 22:03
    ดูน่ารัก
    #46
    0
  12. #45 OattakonOpopop (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 19:55
    ขอบคุณสำหรับคำตอบน่ะลิน
    ชอบบบบบบบบบบบบ
    #45
    0