[ตีพิมพ์] ◄ FLIRT WITH YOU ► รักเพราะเธอมันร้าย

ตอนที่ 4 : [Re-write] - Chapter 03 Player

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,417
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    25 เม.ย. 61

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป
มีเนื้อหายั่วยวนกระแทกใจและใช้ความรุนแรง
อาจมีภาพ คำพูดหรือฉากไม่เหมาะสมด้านพฤติกรรม เพศ และภาษา
โปรดใช้วิจารณญาณในการเสพติด... อ่านให้สนุกนะคะ 
CHERMADA





03
Player
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -






...





“แม่...”

เสียงทุ้มปนหอบเหนื่อยเพราะเจ้าตัวเพิ่งรีบวิ่งเข้ามาในบ้านดังขัดบทสนทนาของฉันกับป้าแพรว สีหน้าตื่นๆ ของพีเปลี่ยนไปทันทีเมื่อเขาเหลือบมาเห็นฉันที่นั่งอยู่ข้างๆ แม่ของเขา

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ประมาณครึ่งชั่วโมง ป้าแพรวโทรไปเรียกพีให้มาหา ท่านอ้างว่าตัวเองไม่สบาย อันนี้ฉันไม่ได้แนะนำนะ แต่ท่านพูดเองว่าถ้าไม่โกหกไปแบบนี้ พีก็คงไม่รีบมาบ้านหรอก

“อ้าว มาแล้วเหรอตาพี” คนเป็นแม่ฉีกยิ้มกว้างทันทีที่หันไปตามเสียงเรียกแล้วเห็นหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ฉันนั่งนิ่งๆ สบตาเขาแล้วยิ้มอยู่ในแววตา ดูเหมือนเขาจะเดาเรื่องได้ไม่ยากแล้วล่ะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แม่เขาไม่ได้ป่วย แน่นอนว่าตอนนี้เขาคงก่นด่าฉันอยู่ในใจแน่ๆ ไม่สิ อันที่จริงเขาแสดงมันออกมาทางสีหน้าและสายตาที่มองมาเหมือนจงใจส่งคำสาปแช่งนั่นให้ฉันโดยเฉพาะเลยล่ะ แล้วฉันก็ยิ้มรับทุกคำที่เขาส่งผ่านมาทางภาษากายนั่น

 “แม่หลอกผมมาเหรอเนี่ย ไม่เห็นจะไม่สบายตรงไหน” ร่างสูงถามอย่างหัวเสีย เขาหยุดยืนอยู่ตรงทางเข้าห้องนั่งเล่นไม่ยอมเดินเข้ามาหาเราสองคน

“ก็ถ้าแม่สบายดี แกคงไม่กลับบ้านหรอกใช่ไหม” ป้าแพรวลุกขึ้นยืนแล้วเชิดหน้าถามลูกชาย ฉันรีบลุกขึ้นมายืนข้างๆ ป้าแพรว จับแขนข้างหนึ่งไว้เป็นนัยว่าให้ท่านใจเย็น ภาพของสองคนนี้ทะเลาะหรือเถียงกันมันแทบจะเป็นเรื่องปกติ ถ้าวันไหนเขาพูดดีๆ กันนั่นแหละจะดูแปลกตาขึ้นมาเลยล่ะ

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ แต่...” เขาเงียบไปแล้วเหลือบมองฉันอีกครั้ง

“ไม่คิดว่าจะเจอฉันล่ะสิ” ฉันถามพีด้วยน้ำเสียงและสีหน้าปกติ มันก็ค่อนข้างจะเป็นมิตรนะ แต่ดูท่าแล้วเขาอยากจะเป็นศัตรูกับฉันเสียมากกว่า

 “อย่าเรียกว่าไม่คิดเลย ไม่อยากเจอเลยมากกว่า” เขาพูดสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาตรงๆ เหมือนต้องการจะหักหาญน้ำใจ เขาทำเหมือนตรงนี้มีแค่เราสองคนไม่มีแม่ของเขายืนอยู่ด้วย

“ตาพี!! ทำไมพูดกับหนูลินแบบนั้น อย่าคิดว่าแม่ไม่รู้...”

“ป้าแพรวคะ” ฉันรีบดึงแขนของท่านแล้วพูดขัดขึ้นเพราะรู้ว่าท่านกำลังจะหลุดอะไรออกไป คนข้างๆ หันมาสบตาด้วย ฉันเลยบอกท่านทางสีหน้าเป็นนัยๆ ว่า ‘อย่าพูดเรื่องนั้น’ ดูเหมือนเมื่อกี้ท่านจะลืมตัวจริงๆ ว่าเราตกลงอะไรกันเอาไว้ “ช่างเถอะค่ะ ลินไม่โกรธพีหรอก”

 “ฉันจะทำยังไงกับลูกชายคนนี้ดีนะ” ป้าแพรวถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วบ่นพึมพำคนเดียวท่ามกลางสายตาที่หรี่ลงของพีเหมือนเขาจะจับความผิดสังเกตบางอย่างได้

“เมื่อกี้แม่พูดว่าอะไรนะ รู้อะไรเหรอครับ”

“ก็รู้ว่าแกไม่ชอบที่แม่แกล้งบอกว่าป่วยเพื่อให้แกมาหาไง” ป้าแพรวแก้สถานการณ์ได้ดีเยี่ยม ท่านพูดเหมือนไม่มีเรื่องปิดบังอยู่จริงๆ

“ครับ ไม่ชอบ แม่ก็รู้แล้วทำไมทำแบบนี้ล่ะ ต่อไปถ้าแม่เป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ ผมอาจจะเข้าใจว่าแม่แกล้งแล้วไม่มาก็ได้นะ” ร่างสูงพูดเสียงเรียบ

“ตาพี! ฉันเป็นแม่แกนะ”

“ผมก็ไม่เคยบอกว่าไม่ใช่นี่ครับ”

“นี่...”

“ป้าแพรวคะ ใจเย็นๆ นะคะ อย่าโมโหเลยค่ะ” ฉันปลอบคนข้างๆ หน้าเครียด ก่อนจะหันไปพูดกับพีด้วยน้ำเสียงจริงจัง “นายไม่ต้องมายั่วโมโหป้าแพรวหรอก มันเป็นความผิดของฉันเองแหละ วันนี้ฉันไม่ได้เอารถมา ท่านเป็นห่วงกลัวว่าตอนกลับจะเป็นอันตรายก็เลยเรียกนายมาเท่านั้นแหละ”

“เหอะ” ร่างสูงแค่นหัวเราะเมื่อรับรู้เรื่องราว(เกือบ)ทั้งหมด “เรียกมารับเธอกลับเหรอ”

“ใช่ ฉันเรียกแกมาเพราะต้องการให้มารับหนูลินกลับคอนโดฯ ด้วยกัน มันเป็นหน้าที่ที่แกควรจะฝึกทำให้ชิน เพราะต่อไปแกต้อง...”

“พอเหอะแม่ เลิกพูดเรื่องเดิมๆ ได้แล้ว ผมหลอน” เขาโพล่งขึ้นก่อนจะดึงสายตามาจ้องฉันนิ่ง “จะกลับก็กลับ ถ้าไม่ไปตอนนี้ก็กลับเอง”

“เอ๊ะ ลูกคนนี้นี่มัน...”

“เอ่อ ลินขอตัวกลับก่อนนะคะป้าแพรว เดี๋ยวลินจะมาเยี่ยมใหม่” ฉันบอกก่อนหันไปหยิบกระเป๋าตัวเองบนโซฟาขึ้นมาสะพาย ยกมือไหว้เจ้าของบ้านเสร็จสรรพ พีเดินหนีฉันไปที่รถเหมือนเขาจะทิ้งฉันไว้ที่นี่จริงๆ

“ถึงแล้วโทรบอกป้าด้วยนะหนูลิน” ป้าแพรวที่เดินตามมาส่งชะโงกหน้าบอกฉันในจังหวะที่ฉันเปิดประตูรถที่จอดเทียบอยู่เชิงบันไดหน้าบ้าน พีเร่งเครื่องเสียงดังเหมือนบอกให้ฉันรีบๆ ขึ้นรถ

บรื้นนน~~!!

“อ๊ะ!” หลังจากขึ้นรถมาฉันก็นั่งตัวแข็งทื่อ พยายามเกร็งตัวไม่ให้หน้าทิ่ม พอสบโอกาสก็รีบคาดเบลท์เอาไว้เพื่อความปลอดภัย หมอนี่อยากจะฆ่าฉันให้ตายเลยหรือไงนะ

“เธอมาพูดอะไรกับแม่ฉัน” พอขับรถออกมาสู่ถนนใหญ่ที่มีรถเยอะ พีก็เริ่มขับแบบคนปกติ เขาเอ่ยถามทั้งๆ ที่สายตายังคงจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้า

“ก็แค่แวะเอาขนมมาให้ท่านแล้วพูดคุยตามประสาคนสนิทกัน” ฉันตอบขณะทอดสายตามองวิวข้างทางไปเรื่อยเปื่อย

“อ๋อ เหรอ สนิทกันมากเลยสินะ”

“แม่ฉันกับแม่นายสนิทกันมากแค่ไหน ฉันก็สนิทกับท่านมากเท่านั้นแหละ จะว่าไปก็เหมือนๆ เราสองคนเลยนะ” ฉันเหลือบไปทางเขานิดหน่อยแล้วกระตุกยิ้ม

“เธอคิดไปเองคนเดียวหรือเปล่า”

“คงงั้นมั้ง”

“เธอไม่ได้พูดอะไรที่ไม่ควรพูดใช่ไหม” เขาถามตรงประเด็น

“ทำไมล่ะ กลัวว่าฉันจะพูดเรื่องของเราเหรอ”

“เธอไม่กล้าหรอก”

“ใช่...” ฉันไม่กล้าเก็บไว้กับตัวเองหรอก! “ถ้าพูดไปฉันก็เสียหายน่ะสิ คิดว่าฉันอยากจะป่าวประกาศเรื่องของเรานักเหรอ”

“ก็ดี”

ฉันจ้องมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของเขาด้วยความเจ็บใจอยู่ลึกๆ มันคงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เขาภูมิใจที่มีฉันอยู่ข้างๆ ถ้าเรื่องนี้เป็นเกม มันก็คงเป็นเกมที่ยากที่สุดเท่าที่ฉันเคยเล่นมา เพราะฉันไม่ได้แข่งกับคนอื่นแต่เหมือนต้องแข่งกับตัวเอง เขาเหมือนกระจกเงาสะท้อนตัวฉัน กระจกที่ฉันทำอะไรไปก็จะได้อย่างนั้นกลับคืนมา แต่ถึงรู้ว่าเป็นอย่างนั้นฉันก็ยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ หรอก เพราะที่จริงแล้วเรื่องของเราสองคนมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

พีใช้เวลาไม่นานก็พาฉันกลับมาถึงคอนโดฯ เขาส่งฉันลงตรงทางเข้าด้านหน้า ดูเหมือนเขามีเรื่องจะต้องไปทำต่อ ฉันเองที่รู้สึกเหนื่อยๆ และเพลียมากเลยยอมลงแต่โดยดี แต่ยังไม่ทันจะปิดประตูรถ สองขาของฉันก็ทรุดลงพาตัวเองไปกองอยู่กับพื้นอย่างคนหมดแรง มือปัดป่ายเกาะเบาะรถไว้โดยสัญชาตญาณ  ฉันรู้สึกหวิวๆ แบบนี้มาสักพักแล้ว คิดว่าคงเพราะเพลีย เดี๋ยวไปนอนก็หาย แต่ไม่คิดเลยว่าฉันจะกลับไม่ถึงห้องแบบนี้

“ลิน” พีเรียกฉันหลังจากสังเกตเห็นความผิดปกติ ฉันไม่มีแรงจะเอ่ยปากขานรับเขาด้วยซ้ำ อาการของฉันคล้ายคนหน้ามืดที่ใกล้จะเป็นลม ความรู้สึกที่เหมือนเลือดหายไปจากใบหน้าตอนนี้มันคืออะไรกัน

“ชะ...”

“สำออยอะไรอีก คิดว่าจะหลอกฉันได้หรือไง” เขาบอกก่อนจะเอื้อมมือมาหวังจะดึงประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับปิดเสียเอง ทว่าก็ทำไม่ได้เพราะติดแขนฉันที่เกาะเบาะที่นั่งเอาไว้ เขาเปลี่ยนมาจับแขนฉัน ใจคงนึกอยากจะปัดออกแหละ หมอนี่คิดว่าฉันจะเรียกร้องความสนใจเขาด้วยวิธีนี้หรือไง ฮึ่ย! “ไม่สบายเหรอ”

น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปนิดหน่อยตอนที่แตะมือโดนแขนฉัน

“ฉัน...”

“ลิน!!”

 

PS POV

ผมตะโกนเรียกชื่อผู้หญิงที่ร่วงลงไปกองอยู่ข้างรถด้วยความตกใจ ตอนแรกก็คิดว่าลินแค่แกล้งเรียกร้องความสนใจตามประสาเธอเท่านั้น มันเป็นเรื่องปกติที่เธอจะทำให้ผมหันไปสนใจเธอ ก็ใช่ที่ว่าเธอไม่เคยทำมันด้วยวิธีนี้ แต่ไม่ทำก็ไม่ได้แปลว่าจะทำไม่ได้นี่ ผมค่อนข้างอคติกับเธอเยอะจนต้องคิดแบบนั้น แต่พอฝ่ามือของผมสัมผัสโดนแขนเธอเมื่อครู่ถึงได้รู้ว่าเธอไม่น่าจะแกล้ง ตัวเธอร้อนอย่างกับคนไม่สบาย

“ลิน” ผมพยายามเรียกเธออีกครั้ง ตอนนี้ยอมรับว่าผมทำอะไรไม่ถูก

“ฉันลุกไม่ไหว” เธอปรือตาขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงโรยแรง ผมกลอกตาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถแล้ววิ่งไปดูอาการของอีกฝ่าย เธอยังพอมีสติอยู่ แต่ดูจะไม่มีแรงอย่างที่พูดจริงๆ อีกทั้งไอร้อนจากตัวเธอยังแผ่ออกมาจนผมสัมผัสได้ ผมอุ้มเธอขึ้นมานั่งในรถเหมือนเดิม ถึงจะไม่ชอบยังไงแต่ผมก็ปล่อยให้เธอตายตรงนี้ไม่ได้หรอก ผมต้องพาเธอไปโรงพยาบาล

 

หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น

ผมนั่งรอลินอยู่หน้าห้องตรวจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ดูเหมือนแม่ผมจะติดต่อลินไม่ได้ก็เลยโทรมาหาผมแทน ซึ่งผมก็เล่าให้ท่านฟังว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนแรกท่านเกือบจะมาที่โรงพยาบาลแล้วแต่ผมเห็นว่านี่มันค่ำแล้วก็เลยห้ามไว้ อีกอย่าง ยัยนั่นก็ดูไม่น่าจะเป็นอะไรมากด้วย คนเรามันก็ไม่สบายกันได้เป็นเรื่องธรรมชาติ

“ญาติคนไข้คะ” เสียงหนึ่งเรียกผมให้ออกจากภวังค์และเอาแต่นั่งก้มมองพื้นมาสักพักแล้ว ผมอยากจะทิ้งเธอไว้นี่แต่ก็อยากแน่ใจว่าเธอไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ โคตรสับสนกับความรู้สึกตัวเองเลยว่ะ

“ครับ” ผมขานรับคุณพยาบาลคนสวยที่ประคองลินออกมาจากห้องตรวจ สีหน้ายัยตัวร้ายดีขึ้นกว่าตอนที่มาถึงนิดหน่อย ผมไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะแต่มันคงดูไม่ดีถ้าจะปล่อยให้คุณพยาบาลช่วยลินอยู่คนเดียวโดยที่ผมนั่งดูดาย เพราะงั้นผมเลยเข้าไปช่วยเธอประคองคนป่วยด้วยอีกแรง สุดท้ายก็พาเธอมานั่งที่เก้าอี้ติดกับที่ผมลุกมาเมื่อกี้

“น้องผู้หญิงมีไข้นิดหน่อยค่ะ คุณหมอบอกว่าพักผ่อนน้อยแล้วก็เหมือนจะไม่ได้ทานข้าวด้วยนะคะ แต่อาการไม่น่าเป็นห่วงมาก ไม่ต้องแอดมิดค่ะ”

“อ๋อ ขอบคุณครับ”

“เดี๋ยวรอรับยาแล้วจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ด้านโน้นได้เลยนะคะ” พยาบาลบอกพร้อมกับยื่นเอกสารรับยาและชำระเงินมาให้ ผมรับมาแล้วก้มหัวขอบคุณเธอ

ผมนั่งข้างลินโดยที่เราไม่พูดอะไรกันเลย เธอเหมือนเหม่อๆ ยังไงก็ไม่รู้ ผมไม่ได้อยากคุยกับเธอเท่าไรเลยนั่งเงียบเพื่อรอจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

หลังจ่ายเงินและรับยามาแล้วเราสองคนก็กลับมาที่คอนโดฯ ผมมาส่งเธอถึงห้องด้วยความสงสาร ตอนแรกคืนนี้ผมนัดกับเพื่อนไว้ แต่ก็ต้องจำใจยกเลิกตั้งแต่พาลินไปถึงโรงพยาบาลแล้ว ยัยนี่ต้องขอบคุณผมด้วยซ้ำที่ไม่ปล่อยให้เธอเป็นลมอยู่หน้าคอนโดฯ แต่ไหงเอาแต่เงียบไม่รู้สำนึกบุญคุณแบบนี้วะ

“เดี๋ยวก่อน...” ผมเรียกคนตัวเล็กกว่าเอาไว้เมื่อเธอทำท่าเหมือนคนไร้วิญญาณและกำลังจะเดินเข้าห้องไปโดยไม่หันมาสนใจผมเลยสักนิด ผมถอนหายใจพรืดก่อนจะยื่นถุงกระดาษในมือให้ “ยา”

เธอหันกลับมารับมันไปอย่างกับหุ่นยนต์ที่ถูกโปรแกรมไว้งั้นแหละ เห็นยัยนี่ซึมๆ แล้วหงุดหงิดยังไงก็ไม่รู้ว่ะ มันเหมือนไม่ใช่ยัยตัวร้ายลัลณ์ลลินที่ผมรู้จักเลย หรือจะซึมเพราะพิษไข้? จริงสิ เธอคงจะหิวด้วย เพราะตอนนั่งรถกลับผมได้ยินเสียงท้องเธอร้อง สงสัยจะไม่ได้กินอะไรอย่างที่หมอบอกก็เลยเกือบจะเป็นลมแถมยังประจวบเหมาะกับมีไข้นิดๆ อีก

แม่งเอ๊ย! ทำไมผมต้องมาสนใจด้วยว่ายัยนี่จะเป็นยังไง น่าหงุดหงิดกว่าลินก็น่าจะเป็นตัวผมเองนี่แหละ ยัยนี่ต้องเล่นสงครามประสาทกับผมอยู่แน่เลย ไม่สบายก็ยังจะปั่นหัวผมได้ขนาดนี้ ให้ตายเหอะ

ผมยกมือขึ้นมายีผมตัวเองด้วยความรำคาญใจก่อนจะดึงถุงยาคืนมาจากลินที่ทำตัวเชื่องช้าแล้วผลักเธอเข้าไปในห้อง แน่นอนว่าเธอเซไปตามแรงแต่ก็ไม่ถึงกับล้ม ส่วนตัวผมก็ตามเข้ามาแล้วปิดประตูเสียงดัง ไม่ได้ตั้งใจนะแต่มันลืมตัว เธอสะดุ้งตกใจแล้วมองผมอย่างไม่ไว้ใจ

“วันนี้ไม่ได้กินข้าวเลยเหรอ” ผมถาม

“อืม ต้องกินด้วยเหรอ” อ้าว...ยัยนี่

“เหอะ ถามร่างกายเธอดูสิ มันไม่โกหกหรอกนะ”

“แต่ฉัน...อ๊ะ!” เธอกำลังจะเถียงแต่ผมใจร้อนกว่าก็เลยดึงลินไปนั่งลงที่โซฟา โยนถุงยาไว้บนตักของเธอแล้วเดินมาอีกทาง

“บ้าฉิบ”

“นายจะทำอะไร” น้ำเสียงที่ฟังไม่สดใสนั่นเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผมเดินมาสาละวนอยู่แถวครัว เธอลุกตามมาเหมือนกลัวว่าผมจะมาทำลายข้าวของอะไรของเธอหรือเปล่างั้นแหละ

ผมไม่ตอบคำถามนั้นแถมยังทำเป็นไม่สนใจด้วย ลินยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ฝั่งด้านนอก จับจ้องผมหยิบนู่นจับนี่ไม่วางตา เหมือนยัยนี่จะชอบทำอาหารกินเองนะ ของสดเต็มตู้เย็นเลย ผมเลือกทำอาหารที่ผมถนัดนั่นก็คือพาสต้า ผมก็แค่สงสารกลัวจะหิวตายก็เลยว่าจะทำอาหารให้กินเฉยๆ เสร็จแล้วยัยนี่จะได้รีบกินยาหลังอาหารแล้วไปนอนให้พ้นๆ หน้าผมสักที เห็นสภาพป่วยๆ ของเธอแล้วรำคาญลูกตา เอาเข้าจริงๆ เราสองคนก็เหมือนเพื่อนที่รู้จักกันมานานเพราะแม่ของเราเป็นเพื่อนสนิทกัน แต่ความสัมพันธ์ของเรามันไม่ค่อยดีเท่าไรนัก อาจเพราะเธอเข้าหาผมด้วยวิธีผิดๆ ตั้งแต่ต้นล่ะมั้งผมเลยไม่อยากเรียกยัยนี่ว่าเพื่อน และไม่อยากจะตั้งสถานะใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่ารู้จักกันด้วยซ้ำ

ผมใจร้ายเหรอ?

จะว่างั้นก็ได้ แต่ผมก็แค่โกรธที่เธอใช้แม่ผมเป็นเครื่องมือกดดันให้ผมทำนู่นทำนี่ เรียกร้องความสนใจไม่เลิกจนผมอยากจะหนีไปให้พ้นๆ ทว่าด้วยภาระหน้าที่และความกตัญญูก็ทำให้ผมเลือกที่จะทำตามที่แม่ขอตลอด แม้ภายในจะต่อต้านแค่ไหนก็ตาม

“นายหิวเหรอ” เธอถามขึ้นอีกครั้ง เล่นเอาตะหลิวในมือผมแทบร่วงลงไปบนพื้น แปลกแฮะ ทำไมตอนนี้ผมดันแอบรู้สึกว่ายัยนี่ไม่ได้เป็นคนร้ายๆ อย่างที่ผมเห็นมาตลอด เอาเถอะ ก็แค่คนป่วยที่หมดแรง หายเป็นปกติเมื่อไรคงหาเรื่องปวดหัวมาให้ผมอีกไม่เลิก

“เธอนั่นแหละหิว ยัยโง่”

โป๊ก!

“โอ๊ย!” ลินยกมือขึ้นไปจับที่ศีรษะทันทีหลังจากผมเอาตะหลิวที่ยังไม่เปื้อนอะไรในมือฟาดหัวเธอไปหนึ่งที แอบนึกอยากให้ยัยนี่ความจำเสื่อมเหมือนกัน เผื่อจะเลิกร้ายกาจสักที

“นายตีหัวฉันทำไม” ลินทำหน้ายุ่ง

“รำคาญเธอไง เคาะความคิดไม่ดีออกจากหัวเสียบ้าง ไปไกลๆ ไป เดี๋ยวได้กินเอง” ผมตีหน้ามึนแล้วหันกลับมาง่วนกับการทำพาสต้าต่อ ยัยนี่จะต้องจารึกวันนี้เอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของตัวเองเลยล่ะว่าผมมาทำอาหารให้กิน ก็ถ้าไม่บังเอิญมาป่วยอยู่หน้าผมจนเป็นเวรเป็นกรรมต้องมาช่วยดูแลล่ะก็นะ ผมไม่ทำหรอก

“คิดจะฉวยโอกาสวางยาฆ่าฉันเลยเหรอ” ลินยังไม่ยอมกลับไปที่โซฟา

“เออ” ผมตอบแบบไม่ใส่ใจเท่าไรนัก ไม่ได้หันไปมองแต่ก็รู้ว่าเธอเอาแต่ยืนดูผมทำอาหาร เรียกว่าเกาะขอบเคาน์เตอร์ติดตามทุกกระบวนการขั้นตอนเลยแหละ ตลกชะมัด เหมือนเป็นคนละคนกับที่ผมไปรับกลับมาจากบ้านแม่เลย

หลังจากทำอาหารเสร็จผมก็มานั่งกดดันให้เธอกินให้หมดอยู่ที่โต๊ะกินข้าว แล้วดูดิ กว่าจะกินเข้าไปได้แต่ละเส้นเหมือนทรมานมาก ผมมั่นใจว่าฝีมือทำอาหารของตัวเองไม่ได้แย่นะ เวลาไปต่างจังหวัดกับเพื่อนๆ ก็มีแต่คนเรียกร้องอยากกินอาหารที่ผมทำทั้งนั้น

“ไม่อร่อยเหรอ” ผมตัดสินใจถามออกไปหลังจากนั่งลุ้นมานานว่ายัยนี่จะกินหมดเมื่อไหร่ นี่ยังไม่ถึงครึ่งจานเลย ผ่านไปเป็นครึ่งชั่วโมงละ

“เปล่า ก็แค่ไม่หิว” แสดงว่าอร่อย โล่งไปที

“กินๆ เข้าไป หรืออยากจะตายเร็วๆ”

“...”

“ทำไม นอนกับฉันแค่คืนเดียวถึงกับป่วยเลยเหรอ แบบนี้ยังจะหวังแต่งงานกับฉันอยู่ไหม หึ” ผมยิ้มเยาะ เธอไม่ตอบโต้อะไร อาจจะเหนื่อยล่ะมั้ง ทว่ายัยตัวแสบนิ่งได้ไม่กี่วิก็ทำตาโตเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้

ลินวางช้อนกับส้อมลงบนจานทันทีก่อนจะเดินไปค้นกระเป๋าตัวเองแล้วหยิบแผงอะไรสักอย่างออกมา คล้ายๆ ว่าจะเป็นยาแต่ไม่ใช่ที่ได้มาจากโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แน่นอน เธอแกะมันออกมาแล้วรีบเอาใส่ปากก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิมแล้วดื่มน้ำไปหลายอึก

“ยาอะไร” ผมถามเมื่อเห็นว่าเธอวางแก้วน้ำลงแล้ว นี่คิดจะฆ่าตัวตายแล้วโยนความผิดให้ผมหรือเปล่าวะเนี่ย ระแวงว่ะ

“ก็ยาที่เราไปซื้อด้วยกันเมื่อเช้าไง ลืมแล้วเหรอ” อ๋อ ยาคุมฉุกเฉิน เกือบลืมไปเลยว่ะ

ผมพยักหน้ารับแล้วนั่งมองลินที่เริ่มกินพาสต้าต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะว่าไปยัยนี่ก็สวยนะเนี่ย หน้าซีดเหมือนผีญี่ปุ่นยังดูเซ็กซี่เลยว่ะ ปากส้มๆ ที่เปรอะซอสนั่นก็น่า...

“ทำใจนั่งมองหน้าฉันได้ด้วยเหรอ หรือคิดจะชอบฉันขึ้นมาแล้ว” จู่ๆ ยัยผีญี่ปุ่นก็เงยหน้าขึ้นมาถาม ผมเลยเบือนหน้าไปมองกำแพงแทน

“ก็ไม่ได้อยากมองนักหรอก” แค่เห็นเธอดูดเส้นเข้าปากแล้วก็มันอยาก... เหี้ย! คิดอะไรวะเนี่ยไอ้พี พอๆ เลิกคิดบัดซบได้แล้ว เวรแท้ๆ

“นึกว่านายจะปล่อยฉันทิ้งไว้หน้าคอนโดฯ แล้วเสียอีก” พอได้กินอะไรเข้าไปหน่อยก็เหมือนจะเริ่มมีแรงขึ้นมาเลยว่ะ รู้งี้ปล่อยให้อดตายก็ดีอะ พลาดฉิบหาย ไม่น่าใจอ่อนเลย

“อยากให้ทำ?” ผมหันกลับมาเลิกคิ้วถามเธอ

“เปล่า...” เธอสบตาผมนิ่งๆ ครู่หนึ่งก่อนจะหลุบตาลงแล้วเอ่ยคำพูดต่อมา “ขอบคุณนะ”

“ฉันไม่ได้อยากได้ยินคำขอบคุณของเธอหรอก สิ่งที่อยากได้คือคำขอโทษและออกไปจากชีวิตฉันมากกว่า” ผมไม่ชินที่ลินแสดงความจริงใจออกมาแบบนั้น เราสองคนแทบไม่เคยพูดดีต่อกันเลยด้วยซ้ำ เพราะงั้นปฏิกิริยาตอบรับของผมก็เลยออกไปทางแข็งๆ เหมือนอย่างที่ผ่านมา

“ฝันเถอะ ฉันจะเป็นยิ่งกว่าเงาของนายเสียอีก” เธอยิ้มมุมปากแล้วก้มหน้ากินพาสต้าในจานต่อ

เนี่ย ยัยนี่ก็แค่ซึมไปเพราะป่วยและหิวเท่านั้น พอมีแรงหน่อยก็เริ่มประสาทอีกแล้ว แต่ผมตั้งใจแล้วว่าคืนนี้จะพยายามไม่โมโหจนเลือดขึ้นหน้าอีก ผมไม่อยากรังแกคนป่วยแม้สิ่งที่ทำไปก่อนหน้านี้จะดูเลวร้ายกว่าก็ตาม

เราปล่อยให้ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบครู่หนึ่ง แล้วผมก็คิดได้ว่ามีบางสิ่งที่ผมควรจะรู้ ยอมรับว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยเข้าใจการกระทำของเธอเลย ก็อย่างที่ผมเคยพูดนั่นแหละ ยัยนี่ไม่รักใครนอกจากตัวเอง แต่ก็มีบ้างที่ผมเริ่มไม่แน่ใจว่าผมคิดถูกแล้วหรือผมพลาดอะไรไปหรือเปล่า

“ทำไมเธอถึงชอบฉัน” 











- TO BE CONTINUED -

#รักเพราะเธอมันร้าย


mamind  GIF



ไม่รู้เธอมาแบบไหน เธอจะดีหรือเธอจะร้าย~
55555555555555




|||


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,326 ความคิดเห็น

  1. #1316 ntwisty_n (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 07:18
    ออหแจน นอจแขปจย ขขขอขขข ขตผ)ป
    #1,316
    0
  2. #271 immx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 14:10
    พอพีมีมุนน่ารักอินี่หลงจ้าาาา55555
    #271
    0
  3. #270 immx (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 / 14:10
    ฮรือออ พีแบบเปงห่วงลินจากใจจริงๆใช่ไหม ไม่ใช่แบบทำเพราะจำเปงใช่ไหมม โอ้ยยยย ฟินน ค่าาา
    #270
    0
  4. #111 เ ล อ นั ว ร์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 21:35
    ตอนนี้คือแบบบบบบบทำไมรู้สึกว่าพีดูเป็นห่วงลิน คิดเข้าข้างลินอีกแล้ว ก็การกระทำของพีมันทำให้คิดไง โธ่ อย่างงี้ไง ลินถึงได้รักพีข้างเดียว เอ้ยคือเราอินเหรอๆ5555
    #111
    0
  5. #50 แค่คนเลว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 00:01
    ก็ชอบอ่ะไม่มีเหตุผล(รึป่าวว้าเดาไปงั้นและฮา)สายมโน
    #50
    0
  6. #42 OattakonOpopop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 12:29
    รอออออ
    #42
    0
  7. #41 OattakonOpopop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 12:28
    ไรท์ค่ามาได้แล้ววววววว
    #41
    1
    • #41-1 CHERMADA(จากตอนที่ 4)
      10 กันยายน 2560 / 13:49
      เดี๋ยวมาอัปเพิ่มให้ไม่น่าเกินวันพุธน้าาาา
      ตอนนี้ติดงานน ฮืออ T__T
      #41-1
  8. #40 OattakonOpopop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 06:23
    รอออออ
    #40
    0
  9. #39 OattakonOpopop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 06:23
    รอค้าาาาา
    #39
    0
  10. #38 OattakonOpopop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 06:23
    อยากอ่านแล้วววววว
    #38
    0
  11. #37 OattakonOpopop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 06:22
    รออออออ
    #37
    0
  12. #36 OattakonOpopop (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กันยายน 2560 / 18:05
    รอออออ
    #36
    0
  13. #35 Cheshire. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 21:09
    รออ่านอย่างใจจดใจจ่อและมีความหวังจะขอรอตามติดเป็นเหมือนเงาาาา
    #35
    0
  14. #34 Muk Yanisa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 21:08
    ทำไมๆๆๆ เวๆๆๆ
    #34
    0
  15. #33 nnamcha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 20:10
    นั่นสิ ทำไมถึงชอบพี อยากรู้ลินจะตอบยังไง
    #33
    0
  16. #32 0968914975 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 23:51
    ลินท้องหรออ??อาการแบบนี้
    #32
    1
    • #32-1 CHERMADA(จากตอนที่ 4)
      1 กันยายน 2560 / 23:51
      ใจเย็นนนนน ยังไม่ถึงหนึ่งวันดี เกรสสสส
      #32-1
  17. #31 nnamcha (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 21:30
    โอ้ยยยย สนุก
    #31
    0
  18. #30 kmcnnn (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 23:46
    5555รอน้าาา
    #30
    0