◄ Flowers The Series ► #ซีรีส์ร้านดอกไม้

ตอนที่ 9 : - (Hydrangea) Chapter 4 ระยะห่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 748
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    19 ส.ค. 60




 
  
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Hydrangea

Chapter 4

- ระยะห่าง -

 





 
 

 

“ไม่เป็นไรนะหนูแพม ยังไงพวกเราก็ไม่มีวันทำกับหนูแพมอย่างที่พี่ไฮชะอุ่ย!

ขณะที่ฉันเดินกลับเข้ามาในบ้านพร้อมกับไลเซนทัส คัตเตอร์ และเยอบีร่า เจ้าน้องเล็กที่ใช้มือข้างหนึ่งแตะบ่าฉันมาตลอดทางก็พยายามพูดให้กำลังใจฉันมาตลอด ฉันยอมรับว่าอดยิ้มให้กับการกระทำน่ารักๆ ของเขาไม่ได้เลยละ แต่จู่ๆ เสียงของเขาก็ขาดหายไปแทนที่ด้วยความตกใจ พร้อมกับหยุดเดิน ฉันที่เดินก้มหน้ามองพื้นแต่ก็ยิ้มแปล้เลยต้องชะงักเท้าด้วยก่อนจะเงยหน้าขึ้น ดวงตาของฉันสบประสานเข้าสายตาแข็งๆ คู่หนึ่ง

“ไฮ” ฉันเรียกคนตรงหน้าด้วยเสียงแผ่วเบาพร้อมกับรู้สึกถึงแรงบีบจากมือของเยอบีร่าที่ไหล่ของตัวเอง เขาคงจะให้กำลังใจฉันสินะ

“เอ่อเฮ้ยยย~ พี่ไฮทำหน้าเครียดเชียว มีอะไรกับน้องๆ เหรอ” ไลเซนทัสเป็นฝ่ายปรี่เข้าไปหาพี่คนโตเพื่อทำลายบรรยากาศอึมครึมรอบๆ ตัว

“แม่บุษให้มาตามคัตไปช่วยจัดดอกไม้ พอดีมีออเดอร์ด่วน”

“ครับพี่ไฮผมขอตัวก่อนนะ” คัตเตอร์พยักหน้ารับคำจากไฮเดรนก่อนจะหันมาสบตากับพวกเราคนที่เหลือแล้วเดินออกไป

“ฉันจะออกไปซื้อของทำอาหารให้แม่บุษ พวกแกจะฝากซื้ออะไรไหม” ไฮเดรนสบตาน้องชายของเขาที่เหลืออีกสองคนสลับกันโดยเลี่ยงที่จะไม่มองฉัน

“นึกไม่ออกแฮะ เอาไว้ก่อนละกันพี่” ไลเซนทัส

“ผมก็ไม่รู้จะซื้ออะไร ถ้าคิดออกจะโทรไปบอกนะพี่ไฮว่าแต่หนูแพมอยากกินอะไรไหม” เยอบีร่าหันมาถามฉันโดยไม่สนใจสายตาของไฮเดรนเลยแม้แต่น้อย ฉันที่มองเขาอยู่ทำไมจะไม่เห็นสายตาดุๆ คู่นั้นล่ะ ถ้าฉันตอบเยอบีว่าอยากกินแล้วจะโดนไฮเดรนฆ่าหมกส้วมหรือเปล่าเนี่ย ผู้ชายคนนี้ยิ่งใจร้ายอยู่ด้วย ชิ!

“ฉันกลับบ้านก่อนดีกว่า” ฉันบอกเยอบีพร้อมกับยิ้มน้อยๆ แล้วก็ไม่ลืมยิ้มให้ไลเซนทัสด้วย รายนั้นทำหน้าเสียดายก่อนที่แววตาจะฉายแววอ้อนแล้วพยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงว่าให้ฉันอยู่ต่อ แต่ฉันก็ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วเดินเลี่ยงออกมา

“แพม แม่บุษขอให้เธอไปช่วยฉันเลือกของ” ไฮเดรนพูดด้วยเสียงที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่ก็สามารถทำให้ฉันที่กำลังก้าวเดินอยู่ชะกึกได้เลยละ

ถึงแม้จะรู้ว่าเขาคงไม่อยากไปกับฉันสักเท่าไหร่ แต่ฉันอยากไปกับเขามากเลยนะ อย่างน้อยเวลาที่เราอยู่ด้วยกัน ฉันอาจจะช่วยรื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ของเขาได้บ้าง บางทีนะ เขาอาจจะมองฉันในแง่ดีกว่านี้ อีกหน่อยก็อาจจะรู้สึกดีไปเองแหละว่าไหม ถึงเมื่อกี๊ฉันจะโดนเขาต่อว่า แต่ฉันก็ยังไม่หมดหวังง่ายๆ หรอก ต้องมีอะไรบางอย่างทำให้เขาลืมฉัน

ต้องมีอะไรบางอย่างแน่ๆ

“ฉันเหรอ” ฉันหันไปถามไฮเดรนอย่างลังเล เผื่อว่าอาจจะหูฝาดไป

“อืม”

“ปกติเป็นหน้าที่ไอ้คัตน่ะหนูแพม ในบรรดาพวกเราไม่มีใครทำหน้าที่นี้ได้ดีเท่ามันแล้ว” ไลเซนทัสอธิบาย

“ใช่! และเพราะพี่คัตต้องช่วยแม่บุษจัดดอกไม้ แม่บุษก็เลยให้พี่ไฮมาชวนหนูแพมแน่ๆ เลย ไปเลยหนูแพม >O<” เยอบีร่ายิ้มอย่างดีใจและพูดเชียร์จนออกนอกหน้า

“ถ้าพวกแกไม่ฝากซื้ออะไรก็ไม่ต้องพูดมากได้ไหมไปเถอะ” ไฮเดรนพูดตัดบท เขาหันมาบอกฉันเสียงห้วนแล้วเดินนำออกไป ฉันเลยต้องเดินตามร่างสูงไปอย่างช่วยไม่ได้แต่ก็ไม่วายได้ยินเสียงสองหนุ่มที่เพิ่งโดนพี่คนโตว่าให้ยืนคร่ำครวญกันอยู่สองคน

“ปกติพี่ไฮไม่ค่อยดุน้องนะพี่รองไล” น้องเล็กเป็นฝ่ายเริ่มต้นบทสนนา

“งงเหมือนกันเนี่ย เดี๋ยวนี้พี่ไฮอารมณ์ไม่นิ่งเลยว่ะ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย

เสียงของสองหนุ่มค่อยๆ เบาลงจนหายไปในที่สุดเมื่อฉันเดินตามไฮเดรนมาจนถึงห้องโถงใหญ่ของบ้านที่เป็นตัวร้านซึ่งเต็มไปด้วยโต๊ะสำหรับวางถังน้ำแช่ดอกไม้หลากสีสันและสายพันธุ์ ป้าบุษบาที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดดอกไม้โดยมีผู้ช่วยคนเก่งอย่างคัตเตอร์เงยหน้าขึ้นมามองลูกชายคนโตของเธอก่อนจะเลื่อนสายตามาที่ฉันแล้วคลี่ยิ้มสวยออกมา

“หนูแพม ป้าลิสต์รายการของที่จะต้องซื้อให้ไฮเดรนเยียไว้แล้ว ฝากหนูแพมช่วยเลือกหน่อยนะจ๊ะ”

“ค่ะคุณป้า” ฉันพยักหน้าลงน้อยๆ ด้วยรอยยิ้มก่อนจะรีบก้าวตามไฮเดรนที่เดินลิ่วพ้นประตูบ้านออกไปแล้ว

“ไฮ” ฉันเรียกเขาด้วยเสียงที่ไม่ดังมากแต่คิดว่าเขาน่าจะได้ยิน คนโดนเรียกชะงักมือที่กำลังจะเปิดประตูรถแล้วหันมาสบตาฉันอย่างเชื่องช้า ฉันจึงพูดต่อ “นายรอฉันหน่อยได้ไหม ฉันขอไปถามแม่ก่อนว่าจะซื้ออะไรหรือเปล่า จะได้ซื้อเข้ามาเลย”

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ จากคนตรงหน้านอกจากการที่เขาพยักหน้าเล็กน้อยอย่างรับรู้ ฉันรีบเดินกึ่งวิ่งออกมาจากบ้านของเขาแล้วเลี้ยวกลับเข้าบ้านของตัวเองด้วยความว่องไว เพราะเกรงว่าไฮเดรนจะรอนาน

ไม่ถึงห้านาทีฉันก็กลับออกมาจากบ้านของตัวเองพร้อมกับแห้วคือว่าแม่ฉันไม่ฝากซื้ออะไรเลยน่ะ ฮ่าๆๆ ฉันเดินพ้นประตูบ้านของตัวเองออกมาก็เห็นรถของไฮเดรนที่กำลังถอยหลังมาอยู่ตรงหน้าบ้านของฉันพอดี เขาทำแบบนี้เพราะมารยาทเฉยๆ ล่ะมั้ง

เฮ้อ! ฉันไม่อยากจะคิดในแง่ดีสักเท่าไหร่หรอกนะ มันจะเหมือนเข้าข้างตัวเอง ถึงแม้ลึกๆ ฉันก็แอบหวังว่าเขาไม่อยากให้ฉันเดินย้อนไปย้อนมาก็เลยเลื่อนรถมารับตรงนี้ก็เถอะ

“รอนานไหม” นั่นเป็นคำถามแรกทันทีที่ฉันขึ้นมานั่งในรถพร้อมกับไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างคล่องแคล่ว

เช่นเคยไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมาจากเรียวปากสีแดงซีดของเขา ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังถนนเบื้องหน้าอย่างไม่คิดจะหันมามองคนข้างๆ อย่างฉัน ไม่นานรถก็เคลื่อนตัวออกไปช้าๆ และเพิ่มระดับความเร็วขึ้นจนเป็นปกติเมื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนใหญ่ ต่างจากบรรยากาศกดดันในรถที่เพิ่มระดับขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะนิ่งเป็นปกติเลย

บางทีฉันควรจะชินกับนิสัยของเขาได้แล้วละมั้ง แต่พอคิดว่าแต่ก่อนเขาไม่เคยทำแบบนี้กับฉันมันก็อดน้อยใจไม่ได้ หรือมันอาจจะถึงเวลาที่ฉันควรจะทำใจแล้วก็ตัดใจเสียทีนะ ความรักของฉันคงเป็นแค่ความทรงจำดีๆ ตอนเด็กที่จำฝังใจแล้วมาทึกทักเอาว่ารักก็ได้

ดูอย่างไฮเดรนสิ เขาไม่เห็นจะคิดอะไรเลย แถมยังลืมเสียด้วยซ้ำ

กว่าหนึ่งชั่วโมงของการเดินทางรวมเวลารถติดตามแยกไฟแดงต่างๆ ฉันกับไฮเดรนก็มาถึงห้างสรรพสินค้าที่ใกล้ที่สุดจนได้ แน่นอนว่าระหว่างทางเราไม่ได้คุยอะไรกันเลย ไม่มีแม้เสียงเพลงจากวิทยุ บรรยากาศมันชวนอึดอัดมากสำหรับฉัน แต่ก็พูดออกไปไม่ได้ ฉันรู้ตัวว่ามีความผิดเรื่องที่ทำน้ำหกใส่หนังสือของเขา ไม่แปลกหรอกที่เขาจะไม่พูดกับฉัน แต่การที่ทำเหมือนฉันเป็นธาตุอากาศแบบนี้มันเกินไปหรือเปล่านะ

เราสองคนลงมายังชั้นใต้ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของโซนซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างฯ ไฮเดรนเดินนำไปยังบริเวณที่เก็บรถเข็นสำหรับซื้อของ เขาดึงมันออกมาคันหนึ่งแล้วหันมามองฉันที่ยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ อยากจะพูดกับเขาแต่ก็ไม่กล้าพูด เฮ้อ!

“เธอเลือกนะ ฉันเลือกไม่เป็น”

ไฮเดรนบอกเสียงเรียบๆ ตามปกติของเขาพร้อมกับยื่นกระดาษยับๆ ขนาดประมาณครึ่งเอสี่ที่เขาดึงออกมาจากกระเป๋ากางเกงมาให้ ฉันยื่นมือออกไปรับมารีดๆ กับมือสองสามครั้งแล้วอ่านรายการที่จะต้องซื้อ ลายมือหวัดๆ เขียนชื่อแต่ละรายการติดกันเป็นพรืด มีเว้นวรรคบ้างแต่ก็น้อยเหลือเกิน ฉันพยายามเพ่งสายตาเพื่อแกะตัวอักษรแต่ละตัวด้วยความยากลำบาก นี่ยกกระดาษขึ้นมาจนจะติดตาอยู่แล้วนะเนี่ย

“หเห็ดหอผัก กาเอ่อ อ่านยากจัง ป้าบุษเป็นคนเขียนเหรอ” ฉันเงยหน้าจากกระดาษขึ้นไปมองคนตัวสูงที่ยืนจ้องมาเหมือนลุ้นว่าฉันจะอ่านออกไหม แต่แค่แวบเดียวที่สบตากับฉันเขาก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติตามเดิมก่อนจะลอยหน้าลอยตาพูด

“ฉันจดเองแหละ แม่บุษพูดไวมาก จนเกือบจดตามไม่ทัน แล้วนี่อ่านภาษาไทยไม่ออกหรือไง” เขามองฉันด้วยสายตากดดันเล็กๆ ถึงฉันจะไปอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก แต่ฉันก็ไม่เคยทิ้งภาษาไทยนะ ที่นั่นมีครูคนไทยที่ไปสอนภาษาไทยด้วย ฉันก็เลยถือโอกาสเรียนไปในตัว รวมทั้งพ่อกับแม่ฉันเองก็สอนให้เหมือนกัน ตอนอยู่บ้านเราก็พูดภาษาบ้านเกิดของตัวเองนั่นละ

“เปล่านะแต่ฉันอ่านลายมือนายไม่ออกต่างหาก เอ่อ” ฉันรีบหลบดวงตาวาวโรจน์ของเขาทันทีเมื่อรู้ตัวว่าพูดจาไม่เข้าหูเขาเข้าเสียแล้ว

“อ่านตรงไหนไม่ออก” เขาถามด้วยเสียงหงุดหงิด แล้วดึงกระดาษในมือฉันไปดู ฉันชี้นิ้วจิ้มไปที่รายการแรก มันน่าจะเป็นเห็ดหอมล่ะมั้ง แต่ว่าเขาไม่ได้เขียนตัวมอม้าสะกดเอาไว้

“ก็เห็ดหอหอมไง” เขาตั้งท่าจะโวยวายแต่ก็พูดเสียงอ่อนลงแล้วละสายตาจากกระดาษมายังฉันที่ยืนตัวลีบอยู่ข้างรถเข็น “บอกแล้วว่าแม่บุษพูดเร็ว ฉันก็จดตกหล่นกันบ้างแหละ รีบไปซื้อเถอะ”

ไฮเดรนยื่นกระดาษคืนมาให้ฉันพร้อมกับพยักพเยิดหน้าเป็นเชิงให้ฉันเดินนำทางเขาไป ฉันอมยิ้มเล็กๆ ก่อนจะเริ่มออกเดินและเหลียวหลังไปมองเขาเป็นระยะๆ ก็เห็นไฮเดรนเดินเข็นรถตามมาห่างจากฉันประมาณสองเมตรได้ เขาไม่ได้มองตามฉันสักเท่าไหร่หรอก แต่มองบรรดาสินค้าที่อยู่ตามรายทางเสียมากกว่า จังหวะไหนฉันหันไปสบตากับเขาพอดีฉันก็ต้องรีบหันกลับเพราะกลัวว่าเขาจะรำคาญ

หลังจากที่ได้เห็ดหอมตามที่ต้องการแล้วรายการต่อไปก็ผัก กาเฮ้อ! ผักกาดหรือเปล่านะ หรือผักอะไรก็ได้ กับกาต้มน้ำ เอน่าคิดแฮะ

“ไฮ อันนี้ผักกาดใช่หรือเปล่า” ฉันหันไปถามคนข้างๆ พร้อมกับยื่นกระดาษไปตรงหน้าเขาและชี้คำนั้นให้เขาดู

สาเหตุที่เรามาเดินข้างกันได้ก็เพราะฉันเดินให้ช้าลงต่างหากล่ะ ฉันอยากอยู่ข้างๆ เขา ไม่ใช่ห่างจากเขาจนเหมือนเป็นคนไม่รู้จักกันแบบตอนแรก โชคดีที่เขาไม่ได้ว่าอะไร อันที่จริงเขาไม่พูดเลยมากกว่า

“อืม” ไฮเดรนตอบสั้นๆ พร้อมกับปัดกระดาษออก ฉันเกลียดคำตอบแบบนี้จัง

ฉันพยักหน้าลงอย่างเข้าใจแล้วสุดท้ายก็เป็นฝ่ายเดินนำมาอยู่หน้ารถเข็นอีกจนได้ เขาบอกเองแท้ๆ ว่าให้รีบซื้อแล้วทำไมตัวเองดันเดินอ้อยอิ่งแบบนั้นเล่า

ฉันตามผู้ชายคนนี้ไม่ทันเลยจริงๆ แฮะ

และแล้วการเลือกซื้อของแบบน่าอึดอัดแต่ก็แอบยิ้มได้ก็จบลง ฉันกับไฮเดรนช่วยกันตรวจสอบว่าได้ของที่ต้องการครบหรือเปล่าประมาณสองสามรอบได้ ตรงนี้แหละที่ทำให้ฉันยิ้มออก เพราะเขาพูดตอบกับฉันน่ะ ถึงแม้จะเป็นคำเดิมคำเดียวทุกคำตอบก็เถอะ ก็ฉันทำหน้าที่ทวนรายการของที่ต้องซื้อ ส่วนไฮเดรนก็เช็คของในรถเข็นว่ามีหรือเปล่า ถ้ามีเขาก็จะตอบฉันว่า มี ถ้าไม่มีเขาก็จะเงียบไปแล้วมองหน้าฉันนิ่งๆ

“รอตรงนี้นะ ฉันจะเอาของไปเก็บที่รถ” ไฮเดรนหันมาบอกฉันที่เดินตามเขามาถึงประตูทางออกหลังห้างฯ ซึ่งเชื่อมติดกับอาคารจอดรถ เขาเป็นคนรวบถุงทั้งหมดไปถือไว้คนเดียวตั้งแต่จ่ายเงินเสร็จแล้วละ

“นายจะซื้อของต่อเหรอ”

” ไม่มีคำตอบใดๆ ออกมาอีกตามเคย ฉันมองตามแผ่นหลังของร่างสูงไปอย่างไม่เข้าใจเขาเอาเสียเลย คิดอะไรของเขาอยู่นะ หรือว่าเขาจะทิ้งฉันไว้ที่นี่ให้กลับบ้านเอง!

บ้าน่า! ไม่หรอกมั้ง ฉันมองตามไฮเดรนไปจนเขาเลี้ยวหายไปอีกทาง ใจหนึ่งก็อยากจะตามเขาไปเพราะกลัวว่าจะโดนทิ้งไว้ที่นี่ แต่อีกใจก็ไม่กล้าเพราะถ้าเขาไม่ได้คิดจะปล่อยฉันทิ้ง ฉันต้องโดนเขาไม่พอใจอีกแน่ๆ

ฉันยืนมองเท้าตัวเองที่เขี่ยพื้นไปมาอยู่สักพัก ก็รู้สึกเหมือนกำลังถูกจ้องอยู่ พอเงยหน้าขึ้นไปก็พบกับไฮเดรนที่กลับมาแล้ว

เขายังคงมองฉันด้วยสายตาว่างเปล่าเหมือนเคย เรียวปากขยับออกจากกันแล้วเปล่งเสียงออกมา

“ไปกันเถอะ”

“ไปไหนเหรอ”

ไฮเดรนไม่ตอบแต่เขาเดินผ่านหน้าฉันกลับเข้าไปด้านในห้างฯ ฉันจึงได้แต่ถอนหายใจและเดินตามเขาไปโดยเว้นระยะห่างเอาไว้พอประมาณ ฉันไม่น่าถามเขาเลยนะ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาคงไม่ตอบอยู่แล้ว เขาจะพูดกับฉันก็ต่อเมื่อเขาพอใจจะพูดเท่านั้น

ระยะห่างประมาณหนึ่งเมตรที่ฉันเว้นไว้จากไฮเดรนที่เดินนำอยู่ช่วยให้ฉันรู้สึกดีเล็กน้อยที่ไม่ต้องทนอึดอัดและหายใจติดขัดยามเมื่อเดินข้างๆ เขา ฉันรู้สึกลำบากใจที่จะเดินข้างเขา ทั้งๆ ที่ฉันอยากจะเดินบนที่ว่างตรงนั้นแทบตาย เขาจะรู้ตัวไหมว่าได้สร้างบรรยากาศกดดันให้ฉันโดยที่เขาแค่ทำตัวนิ่งๆ เฉยๆ ไม่ต้องพยายามกีดกันฉันให้ออกห่างจากตัวเลย

แต่นั่นแหละ การที่เขาทำแบบนี้ มันคือสิ่งกีดกันที่แท้จริง

เขาสร้างช่องว่างระหว่างเราสองคนขึ้น ระยะห่างที่ฉันเดินเท่าไหร่ก็ไปไม่ถึงตัวเขาเสียที และไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกของเขาได้ ฉันอยู่ในระยะที่เดินเท่าไหร่ เขาก็ขยับเดินไปพร้อมๆ กัน ช่องว่างระหว่างเรามันก็เลยเท่าเดิมไม่ลดน้อยลงไปเลย

ปึก!

“อ๊ะ! ฉันขอโทษ” ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจและรีบก้มหัวขอโทษขอโพยไฮเดรน

ด้วยความที่มัวแต่เดินไม่ทันระวัง ฉันก็เลยชนกับเขาเข้าเต็มๆ น่ะสิ และสิ่งที่ฉันชนแทนที่จะเป็นแผ่นหลังของเขาแต่กลับกลายเป็นแผ่นอกกว้างของเขาต่างหาก นี่เขาคงจะหยุดเดินแล้วหันมาหาฉันสินะ ผิดที่ฉันเองที่เดินไม่ทันระวัง

“เป็นอะไรไป” ไฮเดรนถามเสียงเนิบ เขาดูเซ็งๆ ฉันนะว่าไหม แต่ฉันไม่เคยเซ็งเขาเลยสักนิด! แค่น้อยใจเป็นระยะๆ เท่านั้นเอง (._.)

“เปล่านี่”

” เขาจ้องฉันเขม็งจนฉันอดรู้สึกหวั่นๆ ไม่ได้

“ฉันไม่อยากทำให้นายรำคาญ แค่เป็นคนที่ถูกลืมก็แย่พอแล้ว” ฉันบอกออกไปตามความจริง สายตาคู่นั้นทำให้ฉันไม่กล้าที่จะโกหกเขา

“ใช่ ความรู้สึกของคนถูกลืมมันแย่มากๆ เลยละ

“หืม?” ฉันเอียงหน้าเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด ฉันเป็นคนที่ต้องรู้สึกแย่แบบนั้นไม่ใช่หรือไง แต่เขาพูดเหมือนเขาเป็นฉันอย่างนั้นแหละ

“ฉันไม่ได้รำคาญเธอหรอก เธอต่างหากที่กำลังจะทำให้ฉันรำคาญ”

อ่าฉันว่าฉันอยู่เฉยๆ แล้วนะ เขายังรำคาญฉันได้อีกเหรอเนี่ย ชวนคุยก็โดนว่าเรียกร้องความสนใจ หุบปากเงียบๆ อยู่ห่างๆ ก็ว่ากำลังจะทำให้รำคาญ

เธอนี่มันแย่จังเลยแพม เฮ้อ!

ฉันหลุบสายตามองพื้นอย่างเสียไม่ได้ ความรู้สึกแย่ๆ เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้งในใจ ทำอะไรก็โดนว่า ไม่ทำอะไรก็โดนรำคาญ ฉันทำตัวไม่ถูกแล้วนะเนี่ย นายจะเอายังไงกับฉันทำไมไม่พูดออกมาเลยเล่าไฮเดรน

“ฉันยังไม่ได้วุ่นวายอะไรกับนายเลยนะ”

“ช่างเถอะเดินเร็วๆ เข้า” เขาคว้าข้อมือของฉันไปเสียดื้อๆ พร้อมทั้งออกแรงดึงให้ฉันเดินตามไป จังหวะการเดินของเขาไม่ได้ต่างจากตอนแรกสักเท่าไหร่หรอก ฉันเองก็พยายามเร่งฝีเท้าจะได้เหมือนว่าโดนจูงมือไม่ใช่โดนลาก T_T

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือจังหวะหัวใจของฉันนี่ละ!

มันเต้นโครมครามอย่างกับจังหวะรัวกลองอย่างนั้นแหละ ความอุ่นจากมือหนาที่เกาะกุมมือของฉันไม่ได้ช่วยให้ใจฉันเย็นและเต้นช้าลงเลย แต่มันกลับกระตุ้นให้ท่วงทำนองตึกตักในร่างกายของฉันเร็วขึ้นเสียด้วยซ้ำ ยิ่งเวลาที่ไฮเดรนกระชับมือฉันให้แน่นขึ้นเหมือนกลัวว่ามือของเราจะหลุดออกจากกันนั้น ยิ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเร็วของจังหวะหัวใจเลยละ

และแล้วคนตัวสูงก็หยุดเดินในที่สุดเมื่อเขาพาฉันมาถึงหน้าร้านไอศกรีมร้านหนึ่ง

“นายอยากกินไอศกรีมเหรอ”

“อืม” เขาพยักหน้าก่อนจะปล่อยมือฉันให้เป็นอิสระ

ไฮเดรนเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์พร้อมกับพูดอะไรบางอย่างกับพนักงานซึ่งน่าจะสั่งไอศกรีมนั่นละ แต่ฉันไม่ได้สนใจฟังที่เขาพูดหรอก ตอนนี้ในมโนภาพของฉันกลับเป็นเด็กชายหญิงคู่หนึ่งเดินเคียงคู่กันอยู่ที่สนามเด็กเล่น

 

 

“กินแต่ไอศกรีมชาเขียว ไม่เบื่อบ้างเหรอไฮ” เด็กหญิงเอ่ยถามคนตัวสูงกว่าที่เดินกินไอศกรีมโคนรสชาเขียวมาด้วยกัน

“ไม่เบื่อหรอก ฉันชอบมาก หนูแพมเบื่อเหรอ” เด็กชายละความสนใจจากไอศกรีมโคนในมือแล้วหันไปเอียงหน้าถามคนตัวเล็กด้วยแววตาเศร้าๆ

“ฉันไม่เบื่อหรอก ไฮชอบอะไรฉันก็ชอบด้วย”

“จริงๆ นะหนูแพม” เขาถามด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก

เด็กหญิงพยักหน้าลงพร้อมบอกเสียงหนักแน่นจนคนฟังถึงกับคลี่ยิ้มกว้าง

“อื้ม! แน่นอนอยู่แล้ว” เด็กหญิงเงียบไปก่อนจะเล็มเลียไอศกรีมในมืออย่างใช้ความคิด ไม่นานเธอก็พูดต่อ แล้วนายจะชอบอะไรที่ฉันชอบหรือเปล่าไฮ

“ชอบสิ ฉันชอบธะเอ่อ ฉันต้องชอบทุกอย่างที่เธอชอบอยู่แล้ว” เด็กชายตอบก่อนจะรีบก้มหน้าก้มตากินไอศกรีมต่อราวกับกลัวจะถูกจับผิดอะไรอย่างนั้นแหละ

“ฉันชอบขนมหวาน ฉันอยากทำขนมเก่งๆ นายจะต้องกินขนมฝีมือของฉันนะ”

“อื้อ!” เด็กชายตอบขณะที่ปากยังคงลิ้มรสของหวานคลายร้อนตรงหน้า

“แล้วนายก็ต้องบอกว่ามันอร่อยมากด้วย”

“ไฮได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”

“ฉันกำลังคิดว่า ถ้ามันไม่อร่อยล่ะ เธอจะให้ฉันบอกว่าอร่อยงั้นเหรอ”

“แม่บุษบอกว่าคนโกหกคือคนไม่ดี ฉันไม่อยากเป็นคนไม่ดี แล้วฉันก็ไม่อยากโกหกเธอด้วย”

“อย่างนั้นเหรอ” เด็กหญิงทำหน้าจ๋อยๆ

นั่นน่ะสิ ถ้าเธอทำมันออกมาไม่อร่อยล่ะ อย่าว่าแต่เขาจะพูดความจริงเลย เขาจะกินมันหรือเปล่าก็ยังไม่รู้แต่เขาตกลงกับเธอว่าจะกินมันแล้วนี่

“ฉันเชื่อว่าเธอต้องทำอร่อยแน่ๆ และต้องอร่อยที่สุดในโลกเลยด้วย” เด็กชายรีบพูดเมื่อเห็นอาการหงอยๆ ของคนข้างๆ

“โอ๋ๆ หนูแพมดูนี่สิ

“อะอ๊ะ! ไฮ!!!” เด็กหญิงหันหน้าไปหาคนช่างเรียกร้องความสนใจแต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้าง ร้องเสียงหลง

ก็เธอโดนเขาแกล้งน่ะสิ! มีอย่างที่ไหนเอาไอศกรีมมาจ่อหน้ารอให้เธอหันไป แล้วเมื่อเธอหันไปจริงๆ ของเย็นมันก็เลยเปื้อนแก้มของเธอเข้าเต็มๆ

       “ฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะชอบใจของคนช่างแกล้งดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเจ้าตัวที่เริ่มวิ่งหนี ตอนนี้เด็กหญิงกำลังพยายามจะแกล้งเขาคืนแล้วล่ะ!

       “หยุดนะไฮ! ชอบแกล้งฉันอยู่เรื่อยเลย มาให้ฉันเอาคืนเสียดีๆ”

“แน่จริงก็วิ่งตามฉันให้ทันสิหนูแพม ฮ่าๆๆ”

“ไฮเดรน! ฉันบอกให้นายหยุดวิ่งไงเล่า” เด็กหญิงยังคงพยายามวิ่งตามอย่างไม่ลดละ จากที่เดินกินไอศกรีมมาคู่กัน กลับกลายเป็นว่าตอนนี้มาเล่นวิ่งไล่จับกันเสียได้

 

 

แพมแพม!

“ฮะ? เอ่อ ได้แล้วเหรอ” ฉันถามไฮเดรนหน้าเจื่อนๆ เมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่จ้องเขม็งมาของเขา

ฉันมัวแต่คิดถึงวัยเด็กจนลืมสนใจเหตุการณ์ตรงหน้าไปเลย ไม่รู้ว่าไฮเดรนเรียกฉันนานเท่าไหร่แล้ว แต่ก็คงจะเรียกหลายรอบเลยละ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เรียกเสียงดังแบบนั้นหรอก

“เธอนี่โลกส่วนตัวสูงนะ”

“นายสูงกว่าฉันอีก”

“เอ่อกินคนเดียวสองอันเลยเหรอ” เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มจะไม่ค่อยดี ฉันก็เลยเปลี่ยนเรื่องเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นไอศกรีมชาเขียวสองโคนในมือทั้งสองของเขา

เขายังคงชอบรสชาตินี้เหมือนเดิมสินะ ฉันเองก็ชอบเหมือนกับเขานั่นแหละ อย่างที่เคยบอกกับเขาในตอนนั้น

“ของเธออันนึง” ร่างสูงยื่นของหวานในมือมาให้ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม

“มีของฉันด้วยเหรอ”

เมื่อเห็นว่าไฮเดรนไม่ตอบฉันก็เลยยื่นมือออกไปรับ ยังไงเสียเขาก็บอกแล้วว่า ของเธออันนึง ฉันไม่ควรจะถามคำถามนั้นให้รู้สึกแย่กับตัวเองเลยจริงๆ

“ว้าว! อร่อยจังเลยแฮะ” ฉันอดทึ่งในรสชาติของไอศกรีมในมือไม่ได้ มันเป็นรสที่กลมกล่อมกำลังดี ไม่หวานจนเลี่ยนแบบหลายๆ แบรนด์ที่ฉันเคยกิน เนื้อไอศกรีมนุ่มลิ้นมากๆ เลยล่ะ

ฉันพอจะเคยผ่านตาร้านนี้มาบ้าง เพราะถ้าจำไม่ผิดมันเป็นแบรนด์ที่มีสาขาทั่วโลก แต่ฉันไม่เคยลองชิมไอศกรีมของที่นี่เลยสักครั้ง

“อร่อยก็กินให้หมดนะ”

ฉันมัวแต่สนใจของอร่อยในมือจนไม่ทันได้ฟังคนตัวสูงข้างๆ ก็เลยได้ยินเพียงแว่วๆ ว่าเป็นเสียงเขาพูดเท่านั้น

“นายว่าไงนะ”

“เปล่า”

“นายหายโกรธฉันแล้วเหรอไฮ” ขณะที่เรากำลังเดินเล่นและกินไอศกรีมไปเรื่อยๆ ฉันก็หันไปถามไฮเดรนที่มองร้านต่างๆ โดยไม่สนใจฉันสักนิด

“โกรธ? ฉันโกรธเธอเรื่องอะไร”

“ก็เรื่องน้ำที่หกใส่หนังสือ” ฉันตอบเสียงอ่อน ในใจยังรู้สึกผิดไม่หายกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้าที่เราจะออกมาซื้อของ

“จำได้ว่าไม่ได้บอกว่าโกรธ”

จริงด้วยสินะ เขาไม่ได้พูดแบบนั้นเสียหน่อย แค่ถามว่าทำไมฉันต้องวุ่นวายกับชีวิตเขาด้วย แต่ก็นั่นแหละ! สิ่งที่เขาพูดหรือแสดงออกมามันก็มากพอที่จะทำให้รู้ว่าเขากำลังโกรธโดยที่เขาไม่ต้องพูดว่า ฉันโกรธเธอแล้วนะ ไม่ใช่หรือไง

“แต่นายดูเหมือนว่าโกรธฉันมากเลยนะ”

“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่โกรธเหมือนกัน”

ฉันขอโทษ”

“เธอพูดไปแล้ว”

“ฉันจะพูดจนกว่านายจะหายโกรธ”

“ฉันไม่ได้โกรธ พอใจหรือยัง” เขาทำสีหน้ายุ่งๆ แล้วพูดเหมือนรำคาญ “เลิกงี่เง่า เลิกพูดว่าขอโทษเสียที”

“ฉันแค่ไม่ชอบที่เธอมายุ่งกับชีวิตฉันทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะรู้จักกันก็แค่นั้น” เขาเอ่ยเสียงเรียบด้วยใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา ร่างสูงเร่งฝีเท้าเดินนำไป ทิ้งให้ฉันหยุดชะงักอยู่กับที่ตรงนั้น

เมื่อกี๊ฉันเกือบจะรู้สึกดีขึ้นมาแล้วแท้ๆ ตอนที่เขาบอกว่าไม่ได้โกรธ แต่ประโยคหลังจากนั้นของไฮเดรนมันทำให้หัวใจของฉันที่กำลังพองโตกลับห่อเหี่ยวลงทันทีทันใด เราเพิ่งจะรู้จักกัน ฉันควรจะจำคำนี้ให้ขึ้นใจ จำเอาไว้ว่าตอนนี้อะไรๆ มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ฉันไม่ควรยึดติดกับอดีตและเก็บเอามาผูกกับเรื่องในปัจจุบัน เพราะสุดท้ายแล้วคนที่เจ็บมันก็คือฉันเอง






 


- TO BE CONTINUED -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Writer's talk

เอิ่มมมมมมมมมมม ไม่มีอะไรจะพูด ฮ่าๆๆๆ
พูดก็ได้ เอาใจช่วยหนูแพมกันต่อนะ ฮ่าๆๆๆๆๆ
ไฮเดรนแอบน่ารักนะตอนนี้ แต่ก็แอบๆ ไม่ออกเยอะ ฮ่าๆ

คือช่วงนี้ชีวิตมายวุ่นวายมากอะเรื่องนิยายเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆๆ
แล้วตอนที่แล้วเพิ่งบอกว่าเปิดเรื่องใหม่ไปช่ะ
ตอนนี้มีอีกเรื่องว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ (T/\T)
เรื่องนี้เป็นโปรเจ็กต์คู่กับน้องมุก หรือ นามปากกา แพนด้าดอง นั่นเอง!
ฝากด้วยนะคะ เรารับผิดชอบกันคนละเรื่อง แต่เกี่ยวเนื่องกัน ฮ่าๆๆๆ
ชื่อโปรเจ็คต์ Let me ค่ะ  มายรับผิดชอบ Let me lure ยั่วรักร้ายนายตัวดี (พันเก้า X เจ้านาง)
จิ้มๆๆๆๆ *O*

 

(ท้ายตอนนี่อย่างกับช่วงขายของ ฮ่าๆๆๆๆ)

ส่วนอิร้านดอกไม่นี้ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะมายก็ไม่ห่วง (?) ฮ่าๆๆๆ
เรายังเจอกันอีกยาวๆ ยันเรื่องที่สี่ของเยอบีร่าโน่นแหละค่ะ ฮิฮิ
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์ที่ผ่านมาและกำลังจะเกิดขึ้นด้วยนะคะ
รักนะ จุ๊บๆ ปาหัวใจ ♥




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

656 ความคิดเห็น

  1. #543 -peartheend- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 00:50
    ไฮจำได้ใช่มั้ยตอบ ตอบสิ ตอบบบบบบบบบบบบบบ
    #543
    0
  2. #266 Rarinthip Meena (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 03:30
    มาอัพต่อนะคะ   พี่ไฮเดรนใจร้ายอีกแย้ววววว
    #266
    0
  3. #264 evilkitty (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 13:34
    แต่งต่อนะค้าาาา หนุกเว่อร์์์
    #264
    0
  4. #263 Saruwatari Chiaki (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 23:43
    สนุกมากค่ะ มาแต่งต่อน่ะค่ะ
    #263
    0
  5. #258 ˋFRORIDA. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2557 / 22:26
    ไปใหญ่แล้วพี่ไฮ :(
    โอ้ยเมื่อไหร่จะเหมือนเดิมม 
    #258
    0
  6. #253 poon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2557 / 16:31
    อ้ากกกกลุ้นๆๆๆๆ อยากรู้แล้อ่ะว่าไฮจำไม่ได้จริงๆหรือิหตุผลอะไรกันแน่อ่ะ
    #253
    0
  7. #251 TANH_ZEPIA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2557 / 22:21
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งงงกับสภาพจิตใจและความคิดของไฮเดรน
    ตกลงนางต้องการอาร้ายยยยยยยย
    ช่างเป็นพระเอกที่ซับซ้อนจริงๆ
    อยู่ใกล้ก็หาว่าเรียกร้องความสนใจ
    พออยู่ไกลก็บอกว่ารำคาญ
    เอิ่ม คุณพี่ก็บอกมาเลยสิเคอะว่าจะให้รักษาระยะห่างไว้กี่เมตร
    จะได้พกตลับเมตรไว้วัดได้ตลอดเวลา

    แต่บทนี้ก็รู้สึกได้นะว่าไฮเดรนน่ารักขึ้น อ่อนโยนขึ้น
    นิดนึง นิดนึงจริงๆ -..-
    เอาเถอะ ถือว่ามีพัฒนาการ ฮ่าๆๆๆ
    ชอบตอนที่ทั้งคู่ไปช่วยกันซื้อของที่ซูเปอร์ฯ
    โดยเฉพาะตอนที่ไฮเดรนยื่นไอศกรีมให้แพม
    ตอนนั้นแอบทึ่งนิดๆ เพราะไม่นึกว่าอย่างไฮเดรนจะมีน้ำใจกับหนูแพมด้วย

    ทั้งๆ ที่เพิ่งรู้จักกัน?
    ไฮเดรนมันเอาหัวไปโขกกับฝาบ้านมารึเปล่าเนี่ย
    นี่มันอาการสมองเสื่อมชัดๆ =_=
    แบบนี้มันผิดปกติละนะ อยากรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น~

     
    คำผิดจ้า
    มที่ฉัน = มาที่ฉัน ลงน้อย = ลงน้อยๆ พนักหน้า = พยักหน้า รัวกล่อง = รัวกลอง
    #251
    0
  8. #250 SweetSone (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 21:32
    ไฮทำไมชอบทำร้ายจิตใจหนูแพมจังเลย T^T
    #250
    0
  9. #246 YOURDEAR (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 17:32
    เพิ่งได้โอกาสมาอ่านเรื่องนี้เลยขอคอมเม้นรวดเดียวเลยแล้วกันนะคะ >_<
    ไฮเดรนเยียยย ทำไมนายถึงได้เย็นชาแบบนี้ล่ะ ความจริงแล้วไม่ได้ลืมใช่มั้ย
    ก็แค่น้อยใจหนูแพมที่หนีไปเรียนต่างประเทศมากกว่าเลยแกล้งทำเป็นลืม
    โหยยย ไฮเดรนนิสียไม่ดีอ่ะ U_U หนูแพมดูน่าสงสาร เจ็บปวดใจจึ๊กๆ
    รออ่านตอนต่อไปอยู่นะคะ พี่มายสู้ๆ!!
     
    #246
    0
  10. #245 Bai'Tong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 12:54
    ถึงแม้นางจะน่ารักขึ้น แต่ยังเย็นชาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน -.,-
    เหมือนนางจะจำได้แฮะ
    #245
    0
  11. #241 MINE(DUCKKY) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 16:04
    แอบสงสารแพมอะ
    คืออยากถามพี่ไฮ ว่านายต้องการอะไรจากสังคม555
    ใจร้ายจางงงงT^T
    #241
    0
  12. #239 ' THE HANGOVER ? (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 12:58


    - อ้ากกกก เฮียไฮ TOT ! -
    คือ... ตามอ่านเรื่องนี้มานานมากเลยค่ะ เเต่เพิ่งมาเม้นท์เป็นครั้งเเรก
    เป็นเรื่องที่อบอุ่นมากเลย เเถมยังบีบหัวใจเค้าสุดๆ T_____T
    เฮียไฮนะเฮียไฮ ! ตั้งเเต่ตอนเเรกยันตอนนี้ก็ยัง
    เย็นชากับหนูเเพม
    เเต่เค้าไม่คิดว่าเฮียจะลืมหนูเเพมนะ
    อาจจะเเค่งอน... เพราะตอนเเรกเห็นอยู่ๆ หนูเเพมก็ย้ายบ้านไปนี่นา
    อาจจะประมาณว่า ในเมื่อทิ้งให้เฮียอยู่คนเดียวมานาน
    ก็อาจจะมีเเก้เผ็ดอะไรเล็กๆ น้อยๆ
    (ไม่น้อยล่ะ T-T) ก็เป็นได้
    เพราะดูจากปฏิกิริยาต่างๆ ของเฮีย อาจจะเเค่เเกล้งหนูเเพมก็ได้นะ

    เเต่อาจจะเป็นการกลั่นเเกล้งที่เเรงไปนิดก็เถอะ T.T
    เเต่ถึงเฮียจะน่ารักยังไง... เค้าก็จะตั้งตารอดูวันที่
    หนูเเพมเชิด งอน เเละหนีไปทำให้เฮียช้ำบ้าง !
    วะฮะฮ่าๆๆ ! #โดนเฮียเสย
    สนุกเกินไปค่ะไรต์ อย่าปล่อยให้เค้ารอนานจิ TOT
    มาอัพเรื่องนี้บ่อยๆ นะคะ คิดถึงเฮียกับหนูเเพมมม ~
    #239
    0
  13. #238 fate heria ^o^ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 12:47
    เหมือนจะจำได้เลย 
    ทำไมไฮใจร้ายแบบนี้ TT
    #238
    0
  14. #236 ยาหยี' หมาน้อยแพนดี้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2557 / 08:38
    ตอนนี้ทั้งแอบมุ้งมิ้งแอบดราม่าเลยแฮะ55555 ป๋าไฮก้ขยันทำร้ายจิตใจหนูแพมจังเลยนะะะะะ แล้วยิ่งท้ายๆนี่พูดแทงใจดำอีก5555 โอ๊ยยยย เมื่อไหร่ป๋าเขาจะรักหนูแพมละเนี่ยยย5555 รอออออออตอนต่อปายยยยค่าาาา5555555 ><
    #236
    0
  15. #234 `โรซี่ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 20:51
    มาเจิมแป๊บ
    #234
    0
  16. #233 SiriyakornMuangchan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 18:53
    เจิมจ้าาาาาา
    #233
    0
  17. #232 unlock ME (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 12:22
    เจิมมม ><
    #232
    0
  18. #231 Pretzz07 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 07:45
    จึกจึก เจิม
    #231
    0
  19. #230 Bai'Tong (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2557 / 01:43
    เจิมค่าาา <3
    #230
    0