◄ Flowers The Series ► #ซีรีส์ร้านดอกไม้

ตอนที่ 24 : - (Lisianthus) Chapter 5 เดต...เริ่ม!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 194
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ส.ค. 60

Lisianthus
Chapter 5

- เดต...เริ่ม! -

 

 

  

     (ปิดเพลงหน้าบทความก่อนนะ จุ๊บๆ)

  

 



 

       Avias part

        “ไหนว่ามีธุระไง จะสิบเอ็ดโมงแล้วพี่” ออสตินที่เดินออกมาจากห้องซักผ้าบอกพลางชี้นิ้วไปยังนาฬิกาแขวนผนังห้องนั่งเล่นที่ฉันถูพื้นอยู่ตอนนี้
        “หมอนั่นมาเมื่อไหร่ก็ไปเมื่อนั้น”

หลังจากที่ฉันส่งข้อความตอบกลับไปหาไอ้ดอกไม้เฮงซวย ไลเซนทัส เรื่องเลื่อนเวลานัดและเขาก็ตอบว่า เออสั้นๆ กลับมาแล้วนั้น ฉันก็วุ่นอยู่กับการทำงานบ้านจนเวลาล่วงเลยมาถึงสิบโมงห้าสิบนาทีแล้ว และฉันจะไม่รู้ตัวเลยถ้าออสตินไม่เตือนเนี่ย

        ฉันบอกแม่กับออสตินแล้วว่าวันนี้จะออกไปข้างนอกกับไลเซนทัส ลูกชายคนที่สองของ Flowers Terrace หรือร้านดอกไม้ของป้าบุษบาที่ไม่มีใครในย่านนี้ไม่รู้จัก คุณนายออมกับออสตินแปลกใจอยู่ไม่น้อยแต่ฉันก็ได้แต่แก้ต่างไปว่าวันก่อนมีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อยเขาเลยจะเลี้ยงข้าวเพื่อขอโทษ ส่วนเรื่องกางเกงในนั่นไม่ต้องเป็นห่วง เรื่องนี้แม่ฉันยังไม่รู้และฉันกับน้องก็ไม่คิดจะบอกด้วย

        “นี่พี่ไม่คิดจะแต่งหน้า ทำผม แต่งตัวสวยๆ หน่อยเลยเหรอ”

        “เสียเวลา” ฉันบอกอย่างไม่ใส่ใจและหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีเสียงกริ่งหน้าบ้านก็ดังขึ้น

        ออสตินมองหน้าฉันก่อนที่จะพาร่างสูงของตัวเองเดินหายออกไปหน้าบ้านทันที ฉันเดินเตาะแตะลากไม้ถูพื้นออกมาชะโงกดูตรงประตูแล้วก็เห็นว่าผู้มาเยือนเป็นคนที่นัดฉันไว้นั่นเอง ออสตินเปิดประตูรั้วแล้วต้อนรับรุ่นพี่ที่โรงเรียนของตัวเองก่อนที่คนทั้งคู่จะเดินมาทางนี้

        ให้ตายเถอะ! ไม่ว่าจะวันไหนๆ ไลเซนทัสก็แต่งตัวหล่อและดูดีจนฉันสามารถพูดได้ว่าไม่อยากละสายตาจากเขาเลย วันนี้ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับแขนสีชมพูอ่อนเก็บชายเสื้อไว้ในกางเกงสแลคขาเดปสีขาว ไม่คาดเข็มขัด แต่ดูดีสุดๆ รองเท้าก็เป็นคัทชูสีน้ำตาลเข้ม ผมก็เช็ตปัดขึ้นไปอย่างมีสไตล์ ฉันต้องหน้าด้านขนาดไหนเนี่ยถึงจะยืนข้างผู้ชายแบบนี้ได้โดยไม่อายสภาพตัวเอง

ในบรรดาสี่พี่น้องแห่งร้านดอกไม้ เห็นจะมีแต่เขานี่แหละที่พิถีพิถันเรื่องเครื่องแต่งกายมากที่สุด เท่าที่ฉันเห็นเสื้อผ้าที่ส่งมาซักอะนะ อีกอย่างคือ ฉันแทบไม่เห็นเขาในชุดบ้านๆ ออกมาข้างเลยสักครั้ง ไอ้ที่ว่าชิวของเขาอย่างเสื้อยืดกางเกงขาสั้นก็ยังดูดีไปซะหมด

แล้วดูสภาพฉันสิเสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งของออสตินกับกางเกงยีนขาสั้น นี่แหละชุดประจำที่ฉันใส่อยู่บ้านรวมทั้งออกไปข้างนอกด้วย ไม่ใช่ว่าฉันแต่งตัวไม่เป็นหรืออะไร แต่ติดขี้เกียจซะมากกว่า เดรสสวยๆ แบบที่ผู้หญิงเขาชอบใส่ฉันก็มีเยอะแยะ เครื่องสำอางอะไรฉันก็มีแต่ไม่ค่อยได้ใช้หรอก แล้วไอ้ที่มีก็มักจะเป็นแม่นั่นแหละที่ซื้อมาฝาก แต่ฉันก็ไม่ได้ถึงกับหน้าสดออกจากบ้านนะ ก็มีเขียนคิ้วทาปากบ้างนิดหน่อยแต่น้อยมากจนแทบไม่ต่างอะไรกับไม่แต่งเลย

        ฉันยืนเท้าแขนกับไม้ถูพื้นมองสองคนที่กำลังเดินเข้ามา ดูเหมือนไลเซนทัสจะเห็นฉันมาแต่ไกลแล้วล่ะ เขาส่งยิ้มกวนประสาทมาให้แต่ฉันก็ทำเป็นไม่เห็นแล้วยัดไม้ถูพื้นใส่มือออสตินทันทีที่เขาเดินมาถึง

        “ถูบ้านต่อด้วย” ฉันบอก

        “รับทราบครับพี่สาว ว่าแต่” ออสตินหยุดพูดแล้วเหลือบมองไลเซนทัสแว๊บหนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงมากระซิบถามที่ข้างหูฉัน “ไม่มีอะไรกันจริงๆ นะ”

        หมับ!

        “โอ๊ยๆ ๆ! พอๆ เจ็บบบบ TOT

        “ไม่มี!

        ฉันเอื้อมมือไปบิดหูออสตินทันทีเพื่อไม่ให้ถามมาก ก่อนจะดันร่างสูงของเขาให้รีบเดินเข้าไปในบ้าน ไลเซนทัสมองมาแบบขำๆ เหมือนจะได้ยินที่น้องชายฉันถามเมื่อกี้

        “ไปกันยัง” ฉันถามไลเซนทัสที่มัวแต่ยืนยิ้มเป็นบ้าเป็นหลังส่งสายตาเป็นประกายวิบวับมาให้

เฮอะ! ไม่ต้องมาทำเจ้าชู้แถวนี้เลยอีตาบ้า

        “เธอจะไปชุดนี้อะนะ” เขามองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

        “ทำไม”

“จริงๆ เหรอ O_O

“ก็ไม่เห็นน่าเกลียด ปกติฉันไปเที่ยวก็ใส่ชุดนี้แหละ ถ้ามีปัญหาฉันไม่ไปก็ได้นะ”

        “ยัยบ้า! เธอรู้มั้ยว่านี่คือเดต แล้วฉันก็” เขาทำท่าเหมือนจะโวยวายพลางชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแต่แล้วก็พยักพเยิดแล้วแบบช่างมันก็ได้ “เออๆ เอาที่เธอโอเคละกัน”

        “งั้นรอแป๊บ ไปเอากระเป๋าก่อน”

ฉันยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนจะเดินหนีขึ้นห้องนอนมาจัดการใส่ถุงเท้าเตรียมสำหรับใส่รองเท้าผ้าใบ และหยิบกระเป๋าสะพายข้างขนาดกระทัดรัดที่ใส่ได้แค่กระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือ เรียบร้อยแล้วฉันก็รีบลงมาชั้นล่างเพราะไม่อยากให้ไลเซนทัสรอนาน คือฉันก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกเขาขนาดนั้นหรอกนะ แค่ไม่ชอบให้ใครรอเท่านั้นเอง

“อันที่จริงแบบนี้ก็น่ารักแฮะ” ไลเซนทัสพึมพำอะไรบางอย่างเมื่อฉันเดินลงมาจากบันได ตอนนี้เขานั่งรออยู่ที่โซฟาโดยมีแม่บ้านมีขนหน้าแข้งอย่างออสตินถูพื้นอยู่ =.,=

“ฮะ?” ฉันเลิกคิ้วให้ไลเซนเพราะได้ยินที่เขาพูดไม่ถนัด

“พี่ไลเซนเขาบอกว่า แบบนี้ก็น่า

“อะแฮ่ม! ฉันว่าเราไปกันเถอะ” ไลเซนทัสกระแอมขัดจังหวะการพูดของออสตินก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วบิดขี้เกียจเล็กน้อย

น้องชายฉันหันไปมองไลเซนทัสแบบงงๆ ไม่ต่างอะไรกับฉันหรอก แต่ยังไม่ทันที่พ่อดอกไม้จะเดินไปไหนแม่ฉันก็เดินคุยโทรศัพท์ออกมาจากทางหลังบ้านซะก่อน

“โอ๊ะ! มาแล้ว งั้นแค่นี้ก่อนนะจะไปกันแล้วเหรอจ๊ะเด็กๆ” คนมาใหม่ร้องถามขึ้นด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

เมื่อกี้คุณนายแกพูดว่าอะไรมาแล้วๆ นะ ได้ยินเหมือนฉันหรือเปล่า =_=? สงสัยเพราะเห็นไลเซนทัสล่ะมั้ง แม่รู้แล้วนี่ว่าฉันจะไปกับเขา

“อ้าว ผมนึกว่าน้าออมไม่อยู่บ้าน ขอโทษที่เสียมารยาทไม่ได้ไปสวัสดีนะครับ” ไลเซนทัสรีบยกมือก้มหัวไหว้เจ้าของบ้านยกใหญ่

แม่ฉันนี่ก็ยิ้มจนหน้าจะบานเป็นจานดาวเทียมอยู่แล้ว ยิ้มกว้างอะไรแบอร์นั้นอะ แต่ก็อย่างว่าแหละ ลูกชายร้านดอกไม้นี่เป็นที่รักใคร่ของพวกผู้ใหญ่ตั้งแต่เล็กจนโต ป้าบุษบากับลุงเป็นต่อเลี้ยงมาดีจริงๆ แต่พวกท่านคงไม่รู้เบื้องหลังอันชั่วร้ายของลูกชายคนรองแน่ๆ

“ไม่เป็นไรลูก แม่ฝากน้องด้วยนะ ^__^” จ้ายิ้มเข้าไปจ้า

“แม่!” ฉันเบิกตากว้างทำท่าร้อนรนอย่างไม่ปิดบัง ทำไมคุณนายออมต้องพูดจาอะไรแปลกๆ เหมือนฉันกับหมอนี่เป็นอะไรกันด้วยล่ะ  

“จะดูแลให้เป็นอย่างดีเลยครับ” ไลเซนทัสโค้งตัวลงด้วยท่วงท่างดงามก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูงแล้วหันมาฉีกยิ้มกว้างให้ฉัน เขาขยับปากพูดต่อทั้งที่ยังจ้องหน้าฉันอยู่ “มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ทะนุถนอมให้ดีเลยครับ”

“แหวะ! จะอ้วก” ฉันทำท่าพะอืดพะอมเต็มกลืนก่อนจะหันไปหาคุณนายออมแล้วยกมือไหว้ด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ สาบานว่าเป็นผลพวงจากไลเซนทัสล้วนๆ “ไปล่ะแม่”

“แม่ว่าแม่มีลูกคนโตเป็นผู้หญิงนะ ไหนความหวาน” เสียงแม่งึมงำไล่ตามหลังมา

ฉันกระชับสายสะพายของกระเป๋าที่พาดไหล่อยู่ก่อนจะหันไปพยักหน้าเร่งไลเซนทัสที่ยังทำลีลาไม่ยอมเดินมาสักที แทนที่จะรีบๆ ไปจะได้รีบกลับ ชักช้าอยู่นั่นแหละ

จนฉันเดินออกมายืนรออยู่หน้าประตูรั้วแล้วไลเซนทัสเพิ่งจะโผล่หัวออกมาจากประตูบ้าน ไอ้บ้านี่ต้องแอบคุยอะไรกับแม่ฉันแน่ๆ สีหน้าดูกรุ้มกริ่มอิ่มเอมยังไงชอบกล ดูมีพิรุธแปลกๆ แฮะ =_=+

“นายจะพาฉันไปไหน” ฉันเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วถามคนข้างๆ หลังจากที่เราเข้ามานั่งอยู่ในรถของเขาแล้ว ยิ่งเมื่อกี้เขาผิวปากอย่างอารมณ์ดีสุดๆ ยิ่งดูไม่น่าไว้ใจ

“ก็ว่าจะไปกินข้าวเที่ยง แล้วก็ดูหนัง แล้ว…ทำไรต่อดีอะ” เขาบอกพลางสตาร์ทรถก่อนจะหันมามองหน้าฉัน “เธออยากไปไหนเป็นพิเศษมั้ย”

“ไม่

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวดูหนังเสร็จฉันพาไปเอง” เขาพูดเองเออเองเสร็จสรรพก่อนจะขยิบตาให้ฉันข้างหนึ่งแล้วหันไปมีสมาธิกับการขับรถ

ระหว่างทางเราแทบไม่คุยอะไรกันเลย อันที่จริงเขาพยายามจะชวนคุยนะ ฉันไม่อยากคุยด้วยก็เลยเปิดวิทยุเสียงดังลั่นจนเขาทนไม่ไหวต้องเบาเสียงลงแล้วเลิกพูดไปในที่สุด ฉันตาฝาดหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่หมอนี่ขับรถอยู่ดีๆ ก็ยิ้มคนเดียว บางทีก็เหมือนจะหลุดหัวเราะด้วย

ตายล่ะ! นี่ฉันมากับคนบ้าหรือเปล่าเนี่ย หรือว่าเพราะฉันไม่คุยด้วย เขาก็เลยคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยนะ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็แล้วไป แต่หวังว่าคงไม่ได้คิดเรื่องอกุศลอะไรเกี่ยวกับฉันหรอกใช่มั้ย

คิดไปคิดมาแล้วก็นึกขึ้นมาได้ ถ้าฉันต้องกินข้าวและดูหนังกับเขา แปลว่าวันนี้แทบทั้งวันฉันต้องอยู่กับเขาแค่สองคนงั้นสิ

ไม่ปลอดภัยไม่ปลอดภัยต่อหัวใจฉันมากๆ แกล้งปวดท้องแล้วให้เขาพากลับบ้านตอนนี้ทันมั้ยเนี่ย >_<

“คิดอะไรอยู่ ทำไมทำหน้าตาน่าเกลียดจัง” เสียงของไลเซนทัสเรียกให้ฉันหลุดออกจากห้วงความคิดของตัวเองแล้วก็เพิ่งสังเกตว่าตอนนี้รถติดไฟแดงอยู่

สงสัยตอนฉันนึกเรื่องปวดท้องแล้วคงเผลอแสดงสีหน้าออกไปแน่ๆ ทำไงดีล่ะ มันต้องตลกมากแน่เลยอะ TT_TT

“ฉฉันปวดท้อง! โอ๊ยยย นายพาฉันกลับบ้านนะ ปวดมากเลยอะ โอ๊ย โอยยย~” ฉันถือโอกาสทำสิ่งที่คิดอยู่ซะเลย แถมแกล้งเอามือไปกุมไว้ที่ท้องแล้วงอตัวเพิ่มความสมจริงด้วย

“เฮ้ย! จริงป่ะเนี่ย O[]O” เขาเบิกตาโตด้วยความตกใจแล้วเอี้ยวตัวหันมาหา

ไลเซนทัสโน้มตัวเข้ามาใกล้แล้วเอื้อมมือมาทำท่าจะจับตรงท้องฉัน ทว่าฉันบิดตัวนิดหน่อยเป็นการปฏิเสธ เขาชะงักไปแล้วยกยิ้มมุมปากก่อนจะใช้มือข้างเดิมดีดหน้าผากฉันเต็มแรงจนผมม้าแตกกระจาย

“โอ๊ย! ฉันยกมือที่ท้องขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ พร้อมทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บของจริง

“เชื่อเถอะว่านี่เจ็บกว่าปวดท้องแน่ไม่เนียนโว้ย!” เขากระตุกยิ้มแล้วหัวเราะในลำคอก่อนจะกลับไปเอนตัวพิงพนักพิงที่เบาะเขาตามเดิม ไม่วายเหลือบหางตามาทางนี้ด้วย และจังหวะนี้เองที่สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวพอดีเขาจึงออกรถ

“เฮอะ!” ฉันพ่นลมหายใจออกมาแบบเซ็งๆ แล้วหันมองวิวด้านนอกเป็นการจรรโลงใจ

สุดท้ายไลเซนทัสก็พาฉันมาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งจนได้ เขาขับวนหาที่จอดรถชั้นแล้วชั้นเล่า กว่าจะเจอก็เล่นเอาฉันเวียนหัวไปหมด เนื่องจากวันนี้เป็นวันอาทิตย์จึงเป็นเรื่องปกติที่คนจะออกนอกบ้านมาตากแอร์เล่นที่ห้าง อีกอย่างวันนี้ก็เป็นวันครอบครัวด้วย หลายคนที่ทำงานจันทร์ถึงเสาร์จึงถือโอกาสใช้วันนี้สำหรับใช้เวลาว่างพาครอบครัวออกมาเปิดหูเปิดตา

นอกจากหาที่จอดรถยากแล้ว หาร้านอาหารที่คนว่างๆ ไม่ต้องต่อคิวยาวเหยียดหน้าร้านก็อยากด้วย ฉันรีบออกตัวกับไลเซนทัสเลยว่าขี้เกียจรอร้านที่คนเยอะๆ ทำให้สุดท้ายเราสองคนก็มานั่งจุมปุ๊กอยู่ในร้านราเม็งที่ฉันเป็นคนเลือกเอง ร้านนี้ก็ใช่ว่าคนจะน้อย แต่ก็ไม่ต้องรอคิวล่ะนะ

ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟนั้น ไลเซนทัสหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอะไรยิกๆ ไม่รู้ เพราะฟิล์มติดหน้าจอของเขาบวกกับที่ฉันนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามก็เลยมองไม่เห็นเข้าไปใหญ่

เผือกไม่ได้นั่นเอง...

“นี่เธอยังไม่รับแอดเฟซฉันอีกเหรอเนี่ย”

อ๋อ เล่นเฟซบุ๊กนี่เอง

ไม่ต้องถามฉันก็รู้ว่าเขาคงเอาเฟซฉันมาจากน้องชายคิดขายพี่อย่าง(ไอ้)ออสตินแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ จริงๆ เมื่อสมัยก่อนฉันเคยเข้าไปส่องเฟซเขาบ่อยๆ นะ แต่ฉันไม่กล้าแอดไปเพราะกลัวว่าเวลาเขาลงรูปหรือขึ้นสเตตัสอะไรแล้วฉันจะเผลอไปกดไลค์จนน่าสงสัยได้ แหมก็ตอนนั้นคนมันมีชนักติดหลังนี่

ตอนนี้ก็เหมือนจะมีอีกแล้ว TT_TT

“แอดมาเหรอ ฉันไม่ค่อยเล่นน่ะ”

ฉันบอกอย่างไม่ใส่ใจแถมการแสดงยังไม่แคร์ยิ่งกว่าเพราะไม่มีการหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูเลยสักนิด นี่ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นมานั่งแทนฉันตอนนี้คงรีบกดรับทันทีเลยล่ะ อ้อ! ถ้าฉันจำไม่ผิด ที่เข้าไปเล่นครั้งล่าสุดฉันน่าจะล็อกเอาท์แอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊กเอาไว้ด้วยมันก็เลยไม่ขึ้นแจ้งเตือน

“อะไรวะ วันๆ นึงเธอทำอะไรเนี่ยถามจริง” เขาเงยหน้าจากหน้าจอสี่เหลี่ยมขึ้นมาถาม

“ไม่ไร้สาระเหมือนนายก็แล้วกัน”

“นี่เธอว่าฉันไร้สาระเหรอ เล่นเฟซไร้สาระตรงไหน”

“ก็ไม่ได้บอกว่าเล่นแล้วไร้สาระนี่ ฉันหมายถึงนายต่างหากทำตัวไร้สาระ ชิ!

“ยัยอเวจี =_=

-_-^

“เซลฟี่กันดีกว่า ^O^” เขาบอกก่อนจะเอี้ยวตัวหันหน้าไปทางเดียวกับฉันแล้วยื่นโทรศัพท์ออกไปถ่ายจากฝั่งเขาเข้ามา ฉันเบะปากใส่กล้องทันที

แชะ!

“ทำหน้าดีๆ เป็นมั้ยเนี่ย” คนถ่ายบ่นอุบหลังจากดูรูปที่ถ่าย “เอาใหม่ๆ ยิ้มหน่อยดิ ชีสสส~

ไลเซนทัสยังคงพยายามจะถ่ายรูปคู่กับฉันอีกรูปอีกรูปและอีกหลายๆ ๆ ๆ รูป ฉันที่ยิ้มจนเหงือกแห้งแล้วก็เลยนิ่วหน้าแลบลิ้นไปแทน แล้วมันก็เป็นรูปสุดท้ายพอดีเพราะคุณชายเขาหันหน้ากลับมาแล้วสไลด์หน้าจอดูรูปที่ถ่ายเอาไว้

“โธ่! ยัยอเวจี ถ่ายตั้งหลายรูปใช้ได้รูปสุดท้ายรูปเดียว” เขาบอกแล้วยื่นโทรศัพท์ให้ฉันดูแต่ยอมไม่ให้จับ สงสัยกลัวฉันลบรูปล่ะมั้ง

แล้วดูรูปที่เขาบอกว่าใช้ได้สิ มันเป็นรูปที่หน้าฉันกำลังอุบาทว์ได้ที่เลย แลบลิ้นปลิ้นตาทำหน้าทะเล้นไม่ต่างกับคนถ่ายเท่าไหร่ แต่รูปนี้ให้ฟีลเหมือนเราสองคนสนิทกันมากแล้วก็เตี๊ยมท่าถ่ายรูปกันไว้งั้นแหละ

“รูปอื่นที่ฉันยิ้มๆ ก็มีนี่” ฉันบอกแล้วพยายามจะสไลด์หน้าจอ ทว่าเจ้าของดันดึงมันกลับไปซะก่อน

“ไม่เอาอะ ชอบรูปนี้ลงเลยดีกว่า”

“ไม่แต่งรูปหน่อยเหรอ”

“หึ ไม่ชอบ” เขาบอกก่อนจะง่วนอยู่กับการแชร์รูปลงโซเชียล ปากก็พูดพึมพำๆ คนเดียวกับหน้าจอ “หวังว่าถ้าน้องมิราเห็นคงจะยอมตัดใจนะแม่ไม่มา

บ่นอะไรของเขาน่ะ =_=?

“ไม่มีอะไร” ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ถามอะไร ไลเซนทัสที่นั่งยิ้มกว้างใส่โทรศัพท์มือถือก็เงยหน้าขึ้นมาบอก ก่อนจะเก็บเจ้าอุปกรณ์สื่อสารใส่กระเป๋ากางเกงพร้อมกับที่พนักงานเดินเอาอาหารมาเสิร์ฟพอดี

“ยังไม่ได้ถามอะไรเลย”

“ไม่ถามก็ดูออก เควสชั่นมาร์กตัวเบ้อเริ่มแปะอยู่กลางหน้าซะขนาดนั้น”

ฉันนิ่วหน้าเข้าไปใหญ่เมื่อเข้าชี้นิ้วมาแล้วยิ้มกริ่ม

สุดท้ายฉันเลยได้แต่แกล้งไม่สนใจคนตรงข้ามพลางมือก็หยิบตะเกียบมากินราเม็งซุปกระดูกหมูที่ส่งกลิ่นหอมฉุยโชยมาตรงหน้า

ทั้งๆ ที่ฉันเริ่มกินก่อนแท้ๆ แต่ไลเซนทัสกลับกินหมดก่อนไปนานโข ผู้ชายนี่กินเร็วกันแทบทุกคนเลยนะเนี่ย อย่าว่าแต่หมอนี่เลย ไม่ว่าจะเป็นออสตินหรือเพื่อนฉันที่เป็นผู้ชายก็เหมือนกัน แม้แต่ตาต้าเองก็ไม่ทิ้งนิสัยผู้ชายเรื่องการกินเร็ว ไลเซนทัสไม่ได้เร่งหรืออะไรหรอกเพราะตอนนี้เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นอีกครั้ง ไม่นานนักดวงตาคู่คมก็เบิกกว้างแล้วร้อง เฮ้ยออกมาเบาๆ ก่อนจะยื่นโทรศัพท์มาตรงหน้าฉัน

“เธอกดรับแอดได้ไงอะ”

ฉันเบิกตากว้างดูแจ้งเตือนในเฟซบุ๊กที่เขาส่งให้ดูทันที ราเม็งที่เคี้ยวอยู่ในปากแทบจะพุ่งออกมาเลยล่ะ แต่ฉันก็ต้องห้ามตัวเองแล้วรีบเคี้ยวก่อนจะกลืนลงคอไป

Avia Veerasakula accepted your friend request.’

เอเวีย วีระสกุล รับคุณเป็นเพื่อนเฮ้ย!!! ผีหลอกแล้ว ฉันนั่งกินอยู่นี่จะไปรับได้ยังไง เห็นๆ กันอยู่ว่ายังไม่ได้เล่นโทรศัพท์เลย

ระหรือว่า!

“ออสติน”

“ออสตินที่ไหน เอเวียชัดๆ เฟซน้องชายเธอฉันมีนานแล้วหรอก” ไลเซนชะโงกหน้าใช้มืออีกข้างจิ้มชี้ที่หน้าจอให้ดูตรงชื่อของตัวเอง

“ฉันหมายถึงออสตินกดรับต่างหากล่ะ สงสัยมันจะเอาคอมฯ ฉันไปเล่น หรือไม่ก็นายวางแผนกับน้องฉันไว้แล้วใช่มั้ย” ฉันวางตะเกียบแล้วจ้องหน้าเขาทันที ไม่กงไม่กินมันละ

“เปล๊า! ไม่รู้เรื่อง” เขาทำเสียงสูงพลางส่ายหน้าเป็นพัลวัน ก่อนจะชักมือข้างที่ถือโทรศัพท์กลับไป “แท็กรูปเลยละกัน ไหนๆ ก็รับแล้ว >_<

“เฮ้ย!” ฉันเอื้อมมือไปจะแย่งโทรศัพท์เขามาแต่ก็ไม่สำเร็จ

ไลเซนทัสสไลด์หน้าจอไปมาสองสามทีก็ดูเหมือนจะเสร็จภารกิจแล้ว เขายืดตัวขึ้นเล็กน้อย หันหน้าจอให้ฉันดูรูปที่เขาโพสต์ไปตอนแรก ไอ้รูปน่ะก็คือรูปที่เขาบอกว่าดูดีนั่นแหละ(ฉันไม่เห็นด้วยเลยสักนิด) แต่แคปชั่นนี่สิสะดุดมาก

ธนัน เจนกิจจา

วันนี้แม่ไม่มา เซลฟี่กับแม่คุณทูนหัวไปก่อนละกัน >3<’

เซลฟี่

กับ มแม่คุณทูนหัว!!! O_O

ติ๊ง!

LINE now

Hydran[สวนดอกไม้]: sent you a photo.

Cutter[สวนดอกไม้]: ยังไงครับ

Gerbera[สวนดอกไม้]:  จงเล่าเรื่องจากภาพ

ระหว่างที่ฉันนั่งจ้องหน้าจอโทรศัพท์ของไลเซนทัสอยู่นั้น จู่ๆ การแจ้งเตือนจากไลน์กลุ่ม สวนดอกไม้ของเขาก็เด้งขึ้นมาที่ด้านบนของจอ แล้วข้อความก็เรียงกันมารัวๆ เลย

มากันทั้งสวนดอกไม้ =_=

สามคนนั้นนั่งเล่นอยู่ด้วยกันแน่ๆ

…!

        ฉันยิ่งเบิกตากว้างเข้าไปอีกแต่แล้วไลเซนทัสก็เอาโทรศัพท์กลับไปพิมพ์ตอบบรรดาพี่น้องในสวนดอกไม้ของเขาทันที ฉันรีบเปิดกระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนตักแล้วคว้าโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาเปิดเข้าไปในแอพพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ฉันรอล็อกอินแล้วโหลดหน้าแอพฯ อยู่ครู่หนึ่ง พอข้อมูลขึ้นหมดแล้วฉันก็เปิดการแจ้งเตือนเข้าไปดูรูปภาพที่ถูกแท็กมาจากไอ้ดอกไม้ตัวดี มันก็เหมือนกับเมื่อกี้ที่ฉันเห็นจากที่เขาเอาให้ดูนั่นแหละ แต่ที่เห็นเพิ่มเติมคือมีเพื่อนจากเฟซฉันมากดไลค์ กดเลิฟ กดว้าว กันยกใหญ่ ผู้ชายคนนี้ฮอตมากขนาดที่ว่าเพิ่งลงรูปไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงแต่ยอดไลค์ขึ้นเป็นร้อยๆ แล้ว

        คอมเมนต์ก็เยอะมากเหมือนกัน สองสามอันแรกน่าจะเป็นเพื่อนของเขาที่เข้ามาแซว แล้วฉันก็ไปสะดุดกับคอมเมนต์ของสามพี่น้องของไลเซนทัสที่เรียงติดกันไม่ต่างอะไรจากไลน์เมื่อกี้

        เริ่มด้วยของพี่ไฮเดรน

        ธนัท เจนกิจจา แม่บุษเห็นแล้วนะ

        ตามมาด้วยของคัตเตอร์

        ธนิก เจนกิจจา อิจฉาจังเลยครับพี่รอง 555

        แล้วก็น้องเยอบี

        ธนิน เจนกิจจา เชียร์คู่นี้ *O* #ปูเสื่อรอเสือก #เอ้ย #กินเผือก

        ส่วนหลายๆ คอมเมนต์หลังจากนั้นก็เป็นการแซวปกติตั้งแต่แซวธรรมดาแบบ ฮิ้วๆไปจนถึงแซวอลังการแบบ ตัวจริงมาแล้ว ตัวปลอมหลบไปหรือ ร่อนการ์ดเมื่อไหร่ เรียนจบแต่งเลยมั้ยแม้กระทั่ง ธีมงานแต่งยังไงวะ จะได้ตัดชุดเพื่อนเจ้าบ่าวรอ แต่งหน้าหนาวนะเว้ยไอ้ไลจะได้อุ่นๆ ก็ยังมี

        โอ๊ย! ไปกันใหญ่แล้ว

        พังพังมากกกก ชีวิตฉันพังไม่เหลือแล้ว โฮกกกก~

“อิ่มแล้วเหรอ เหลืออีกตั้งเยอะ” ตัวต้นเหตุเก็บโทรศัพท์ของเขาไป เขาดันถ้วยราเม็งของตัวเองหลบแล้วดึงของฉันไปกินต่อหน้าตาเฉยอย่างกับคนยังไม่อิ่ม

ฉันไม่มีอารมณ์มาหวงหรืออะไรตอนนี้หรอก ตอนนี้ฉันกำลังอึ้งและคิดอะไรไม่ออก สมองโล่งไปหมดเลย ไม่รู้ว่าควรจะด่าที่เขาทำให้ฉันเสื่อมเสียชื่อเสียง หรือขอบคุณที่เขาสานฝันสมัยตอนฉันแอบชอบเขาให้สำเร็จดี ฮือๆ ๆ

“เป็นไรอะ ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้” เขาถามพลางเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ของฉันแล้วยิ้มหน่อยๆ

“จะให้หัวเราะหรือไงล่ะ เพราะนายคนเดียวเลย นี่นายจงใจแกล้งฉันใช่มั้ย ไม่ได้ให้มาช่วยกันน้องมิราหรอกใช่มั้ย พูดดดด~!

“แล้วมันสำคัญตรงไหนเหรอ”

“ฮะ?!

“ก็ยังไงคนอื่นก็เขาใจว่าเธอกับฉันเป็นแฟนกันไปแล้วอะ แล้วก็ไม่มีอะไรร้ายแรงนี่ ว่าแต่เห็นคอมเมนต์ของมิราป่ะ ดูมีความสุขจังฮ่าๆ ๆ ยัยนั่นรู้ทันฉันจริงๆ แต่ที่ไม่ทันก็เธอนั่นแหละ”

“ฮะ?! อะไรไม่ร้ายแรง อะไรไม่ทัน” ไม่ร้ายแรงยังไง ฉันเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะยะ  

“ช่างเถอะ ยังไงช่วยฉันแล้วก็ช่วยให้มันสุดๆ หน่อยดิ”

“นี่ยังไม่สุดอีกเหรอ แต่งงานเลยมั้ย กองเชียร์เยอะจัง” ฉันประชดพลางส่งสายตาเคืองๆ ไปให้เขา ถ้าพี่ฟานเข้ามาเห็นต้องเข้าใจผิดแน่ๆ เลยอะ TOT

“เฮ้ย! อย่ารุกหนักดิ ฉันเขิน >///<” เขาแกล้งทำหน้าแดงแล้วก้มหน้าก้มตากินราเม็งต่อ

เดี๋ยวนะแกล้งหน้าแดงก็ทำได้ด้วยเหรอ หมอนี่มันสุดยอดจริงๆ มีอะไรที่เขาทำไม่ได้บ้างเนี่ย T^T

ติ๊ง!

FanFan : คนในรูปหน้าคุ้นๆ

หน้าจอโทรศัพท์ในมือที่ฉันปล่อยให้ล็อกอัตโนมัติไปแล้วสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับข้อความจากไลน์ของพี่ฟาน

พี่ฟานเห็นแล้ว!

Avia : พี่ฟานนนน แงๆ

FanFan : 55555 ไม่เจอหลายวันสงสัยพี่ตกข่าว มีอะไรจะเล่ามั้ยเด็กน้อย

Avia : เล่าไม่ถูกเลย เดี๋ยววันนี้เข้าไปหานะพี่ แต่ไม่แน่ใจว่าจะไปได้กี่โมง

FanFan : ค้าบบบ :)

ฉันต้องเล่าความจริงให้พี่ฟานฟังเพื่อกันไม่ให้เขาเข้าใจฉันผิด เขารู้ว่าฉันชอบเขา แต่แล้วดันมีผู้ชายโพสต์รูปคู่กับฉันพร้อมแคปชั่นชวนให้มโนไปไกลลงโซเชียลแบบนั้น ฉันจะไม่โดนมองว่าเป็นคนไม่จริงใจหรอกเหรอ แม้ความหวังของฉันจะริบหรี่มากกก จนแทบไม่มีเลยก็เถอะ

Avia : โอเคค่า

“คุยกับใครอะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่” ไลเซนทัสถามขณะวางตะเกียบลงบนถ้วยที่กินหมดแล้ว จากนั้นก็ดึงกระดาษทิชชู่ไปเช็ดปาก

ที่นิ่วหน้านั่นอะไร อิ่มจนจุกใช่มั้ย เฮอะ! สมน้ำหน้า

“เรื่องของฉัน” ฉันบอกก่อนจะเก็บโทรศัพท์ไป “ไหน จะไปไหนอีกก็รีบไป ฉันมีธุระต้องกลับไปทำต่อ”

“แอบนัดผู้ชายใช่ป้ะ”

“แล้วทำไม”

“นั่นไง! ฉันไม่ให้ไป นัดฉันมาก่อน เพราะงั้นเธอต้องอยู่กับฉัน”

อะไรกัน ทำไมต้องทำเสียงเข้มแบบนั้นด้วยเล่า!

“ก็อยู่นี่ไง ไม่ได้จะไปตอนนี้สักหน่อย” ฉันบ่นอุบอิบแล้วมองคนฝั่งตรงข้ามที่นั่งหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนกินราเม็งบูดเข้าไป ไหนว่าแค่เป็นไม้กันหมา กันยัยน้องมิราเฉยๆ แล้วหลังจากนั้นก็ต่างคนต่างใช้ชีวิตปกติไง แล้วนี่คืออะไรคะ

What?!

“เออ ให้มันรู้ซะบ้าง นี่มันวันเดตของเรานะ คนอื่นไม่เกี่ยว” เขาบอก

ของเรานะ

ฮึ่ยยยย~ ทำไมประโยคนั้นทำเอาใจฉันเต้นระส่ำแบบนี้ล่ะเนี่ย ยิ่งกว่าเห็นแคปชั่นเมื่อกี้อีก นั่นมันแค่ข้อความมองไม่เห็นสีหน้า ไม่รู้ว่าคนพิมพ์คิดอะไรกับข้อความที่พิมพ์ออกมาหรือเปล่า

แต่สีหน้าและท่าทางหวงๆ ของไลเซนทัสเมื่อกี้นี้มัน

อีตาบ้าเอ๊ย! อย่าแกล้งให้ฉันคิดมาก คิดไปเองอย่างนี้ได้มั้ย ช่วยเว้นระยะห่างความสัมพันธ์ของเราสองคนหน่อยไม่ได้เหรอ

ฉันกลัวถ้าเราเข้าใกล้กันมากกว่านี้แล้วความรู้สึกเดิมๆ ที่ฉันรู้ดีว่าไม่มีวันเป็นไปได้จะกลับมาชีวิตฉันนี่อาภัพเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ซะจริง เฮ้อ~ สงสัยชาตินี้คงต้องอยู่เป็นป้าแก่ๆ เลี้ยงลูกของออสตินแล้วมั้ง

 

 

 
 
 
 
 
 
 
 


- TO BE CONTINUED -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Writer's talk

ความช่วยกันทำมาหากินของสวนดอกไม้นี้...มายจะไม่ยุ่งละกัน 5555
จะพูดอีกกี่ทียิ่งเขียนเรื่องนี้ก็ยิ่งรักสี่พี่น้องจนอยากแย่งมาครองไว้คนเดียว
เขี่ยนางเอก 4 คน ออกให้หมด >_<
เอาล่ะ ไม่เพ้อละ เดี๋ยววันที่ 15 ส.ค. นี้ มายก็เปิดเทอมแล้ววว
เทอมนี้เรียนสี่วัน ได้หยุดเยอะแต่ปีสี่แล้วง่า มีวิจัยด้วย
หวังว่าจะว่างมาอัปเรื่อยๆ ไม่อยากดองงงง คิดถึงคนอ่าน <3

สำคัญ*** คนที่ติดตามการอัปเดตนิยายจากแฟนเพจ
อย่าลืมกดตรงปุ่ม Liked > See first นะคะ
เพราะเฟซไม่ค่อยขึ้นข้อมูลจากเพจเท่าไหร่แล้วเดี๋ยวนี้ กันพลาดอัปเดตเนาะ

ปล. สำหรับคนที่แอดแฟนไว้ มายอาจรีอัปตอนล่าสุดบ่อยให้คนอ่านใหม่ๆ เห็นแล้วเข้ามาอ่านน้า
ขอโทษด้วยนะคะถ้าสร้างความรำคาญง่ะ แต่อย่ารำคาญเลยน้าา >_<
 
1 คอมเม้นท์ คือล้านกำลังใจให้ไรท์น้า
ขอบคุณงับ
 
|||
    
 
  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

656 ความคิดเห็น

  1. #642 LIN LIN (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 22:27
    ไอนี่มันร้ายยย -///-
    #642
    0
  2. #607 pampam (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 13:55
    มาอัพต่อเร็วๆนะคะ รอค่าาาาาาา
    #607
    1
  3. #606 P' P (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2559 / 06:56
    พี่ไลหวงแรงงงง
    #606
    1