◄ Flowers The Series ► #ซีรีส์ร้านดอกไม้

ตอนที่ 13 : - (Hydrangea) Chapter 8 เจรจา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    19 ส.ค. 60




  
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Hydrangea

Chapter 8

- เจรจา -

     
 
 

 

     

  

ความเดิมตอนที่แล้ว

ไลเซนทัส คัตเตอร์ และเยอบีร่า วางแผนจะให้ไฮเดรนเยียยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองที่มีต่อแพม เพราะพวกเขาเชื่อว่าพี่ชายคนโตไม่ได้ลืมหนูแพมของพวกเขาจริงๆ หรอก ทั้งสามคนจึงยืมมือทิมเข้ามาช่วย โดยการให้ทิมแกล้งจีบแพม หลังจากนั้นทั้งหมดก็ไปเที่ยวสวนสัตว์กันเพราะความต้องการของทิม สามหนุ่มจอมวางแผนที่ยอมไปก็เพราะอยากทำตามแผนที่พวกเขาวางเอาไว้ ส่วนไฮเดรนไปเพราะโดนแม่บุษบังคับให้ไปด้วยอย่างช่วยไม่ได้

ที่สวนสัตว์ นักวางแผนจัดฉากให้แพมกับทิมเดินแยกไปด้วยกันสองคน จากนั้นก็ทำเป็นว่าเดินหลงหากันไม่เจอ สุดท้ายทั้งหมดก็ตกลงกันว่าจะช่วยกันตามหาแพม(โกหกทั้งเพ!) ไฮเดรนเยียเป็นคนที่เดินมาเจอกับแพมในขณะที่พวกน้องๆ แอบสะกดรอยตามมาโดยที่เขาไม่รู้ตัว

เมื่อแพมได้อยู่ตามลำพังกับไฮ ความทรงจำเก่าๆ สมัยเด็กก็กลับมาในมโนภาพของเธออีกครั้ง ความทรงจำที่เขาบอกกับเธอว่าไม่มีทางทิ้งเธอ

การที่แพมพยายามจะรื้อฟื้นความทรงจำของไฮเดรนเยียนั้น ทำให้แพมมั่นใจว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้ลืมเธออย่างที่เขาบอก เธอเสียใจมากก็เลยวิ่งหนีเขาออกมา ทิ้งให้พวกเจ้าชายแห่งดอกไม้และทิมต้องกลับบ้านกันไปโดยที่เธอไม่รู้เลยว่า ไฮเดรนไม่ได้กลับบ้านพร้อมกับน้องๆ แต่เขาออกไปตามหาเธอ

แพมกลับมาถึงบ้านในเวลาค่ำ และไปที่ร้านดอกไม้เพื่อบอกว่าเธอกลับมาแล้วจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงกัน และก่อนเดินกลับบ้าน เธอเดินสวนทางกับไฮเดรนที่เพิ่งกลับมาจากการตามหาเธอไปทั่ว แพมเสียใจที่คนที่เธอรักแกล้งลืม เธอจึงประกาศออกไปว่าเธอจะลืมเขาบ้างไฮเดรนตามแพมออกมาแล้วดึงเธอเข้าไปจูบ เขาเอ่ยขอโทษ ทว่าหญิงสาวกลับตัดพ้อแล้วเดินหนีเขาออกมา



- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - C U T - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 



 

        ช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากกลับจากการไปเที่ยวสวนสัตว์กับพวกเจ้าชายแห่งดอกไม้และทิม ฉันก็ไม่ได้ไปเหยียบที่ร้านดอกไม้อีกเลย ทั้งๆ ที่เปิดประตูรั้วแล้วเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงหน้าบ้านพวกเขาแล้ว ยอมรับว่าฉันจงใจหลบหน้าพวกเขา แม้หลายวันมานี้พวกน้องๆ ของไฮเดรนจะแวะเวียนกันนำขนมหรือไม่ก็กับข้าวมาแบ่งปันตามประสาเพื่อนบ้านก็ตาม พวกนั้นก็จะได้เจอแต่กับแม่ของฉันเท่านั้น ฉันรู้ว่าพวกเขาคงอยากคุยกับฉันเพราะฉันแอบดูทุกครั้งและพวกเขาก็ถามถึงฉันทุกครั้งไป ไม่รู้ด้วยความเป็นห่วงหรืออะไรก็ตามแต่ ทว่าเรื่องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับพี่ชายคนโตของพวกเขาฉันไม่พร้อมที่จะคุยกับใครทั้งนั้นแหละ

        “แพม แม่เห็นหนูนั่งเป็นแมวซึมอยู่กับบ้านมาหลายวันแล้วนะ ไหนว่าไม่เป็นอะไรไง” แม่เดินเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง เมื่อเห็นว่าฉันทำงานบ้านเสร็จก็มาฝังตัวเองอยู่กับโซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่น ซึ่งฉันทำแบบนี้มาหลายวันแล้ว

        “ไม่เป็นอะไรจริงๆ ค่ะหนูออกไปเที่ยวข้างนอกละกัน จะได้ไม่เรียกว่านั่งซึมอยู่ที่บ้านให้แม่เป็นห่วง” ฉันบอกแล้วยิ้มกว้างก่อนจะลุกขึ้นเตรียมจะเดินออกจากห้อง ทว่าก็ต้องชะงักค้างเพราะเสียงเรียกของแม่พร้อมกับการที่ท่านเดินมาดักหน้าฉันเอาไว้

        “ไม่มีสติแบบนี้ จะออกไปไหนได้ หืม?” แม่ว่าพลางเอื้อมมือมาดึงหมอนอิงกับรีโมทโทรทัศน์ในมือฉันไปยกโชว์ให้ฉันดูเต็มๆ ตาว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นไม่ได้ผิดจากความจริงเลย

        “เอ่อ” ฉันอึกอัก ยอมรับว่าฉันไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหยิบหมอนอิงมากอดไว้ตอนไหน ที่เลวร้ายกว่านั้นคือ ฉันหยิบรีโมทมาถือไว้โดยไม่กดเปิดโทรทัศน์ทำไมกันนะ

ฉันไม่รู้สึกตัวเลยจริงๆ

        “แม่สังเกตหนูมาหลายวันแล้วนะ เมื่อวานซักผ้าก็ลืมเอาไปตาก วันก่อนกวาดบ้านไปแล้ว พอถูเสร็จก็ดันมากวาดถูอีกรอบ อ้อ! สองวันที่แล้วก็ออกไปเอาหนังสือพิมพ์หน้าบ้านแล้วไปวางทิ้งไว้ที่ชั้นวางรองเท้า เดินเข้าบ้านมาตัวเปล่าหน้าตาเฉยเหมือนไม่เคยออกไปเอาหนังสือพิมพ์”

        จริงด้วย! ฉันจำได้ว่าเมื่อวานตอนเช้าฉันซักผ้า แล้วตอนเย็นก็ออกไปเก็บโดยที่ไม่ได้เอะใจเลยว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนตาก แถมเรื่องอื่นที่แม่บอกมานั่นอีกฉันไม่เห็นรู้ตัวเลยสักนิด

        “แม่รู้นะว่าหนูมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจอยู่ อะไรที่ทำแล้วมันฝืนตัวเอง ก็พอเถอะลูก คนอื่นทำร้ายเราได้แค่ครั้งเดียวนะ หลังจากนั้นคือเราเก็บเอามาใส่ใจจนกลายเป็นเราที่ทำร้ายตัวเอง”

        ” คำพูดของคนตรงหน้าทำให้น้ำตาของฉันรื้นขึ้นมาที่ขอบตาทั้งสองข้าง

จริงอย่างที่ท่านว่า ที่ฉันเป็นอยู่ตอนนี้มันคือการทำร้ายตัวเองชัดๆ ฉันจะมานั่งจมอยู่กับเรื่องบ้าบอพวกนี้ทำไม ในเมื่อผู้ชายคนนั้นเขาอยากจะลืมฉันก็ปล่อยให้เขาลืมไปสิ ฉันจะมาคิดมากทำไม

        ไหนบอกกับตัวเองว่าจะลืมเขาไงแพม เธอต้องทำได้สิ!

        “ถึงใครไม่รักลูกแต่ยังมีแม่ ยังมีพ่อที่รักลูกนะ แล้วที่สำคัญกว่าใครๆ ก็คือตัวลูกเองถ้าลูกไม่รักตัวเอง แล้วคนอื่นจะรักลูกของแม่ได้ยังไงล่ะ” น้ำตาของฉันไหลพรากทันที ฉันโผเข้ากอดแม่ด้วยความตื้นตันและรู้สึกผิด ที่ผ่านมาฉันคงแย่มาก ฉันมัวแต่สนใจคนที่เขาไม่สนใจฉันจนลืมหันกลับมาดูคนที่ควรใส่ใจ และก็อย่างที่แม่ว่า ฉันไม่เคยสนใจตัวเองเลย

        “ขอบคุณนะคะแม่ ฮึก!...ต่อไปนี้หนูจะไม่ทำให้แม่ต้องเป็นห่วงอีกแล้ว ที่ผ่านมาหนูคงจะทำตัวแย่มากเลยใช่ไหมคะ โตจนป่านนี้แล้วยังทำตัวให้แม่ต้องเป็นห่วงอยู่ได้ ฮึก!” ฉันพูดทั้งน้ำตา

        แม่กอดตอบพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “แพมไม่เคยแย่ในสายตาของแม่เลยนะลูก และแม่ก็เชื่อว่าลูกไม่เคยดูแย่ในสายตาของคนอื่นไม่ว่าลูกจะโตจนป่านนี้ หรือโตจนป่านไหน จำเอาไว้ว่าแม่ก็ยังจะรักโดยที่หนูไม่ต้องร้องขอ ยังเป็นห่วงแม้ลูกจะไม่ได้ทำตัวให้น่าเป็นห่วงเลยก็ตาม”

        ฉันกระชับกอดแม่ให้แน่นขึ้น เราสองคนกอดกันอยู่นานจนน้ำตาของฉันเริ่มแห้งไปนั่นละ แม่ผละตัวออกจากฉันแล้วเอาหมอนกับรีโมทไปวางไว้ที่โซฟา หลังจากนั้นท่านก็เดินกลับมาหาฉันด้วยแววตาอ่อนโยนที่ไม่ว่าฉันจะรู้สึกแย่แค่ไหน ก็รู้สึกดีขึ้นมาทันที

        “แม่เชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเองในการเลือกทำหรือไม่ทำบางสิ่ง

        

        “การที่หนูไม่ยอมออกมาเจอหน้าพวกเด็กๆ บ้านโน้น และไม่ไปบ้านโน้นเลย ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการจะลืมใครบางคนในนั้นที่มีอิทธิพลต่อความรู้สึกของหนู ก็คงมีเหตุผลบางอย่าง

        ” ฉันอึ้งไป ไม่คิดว่าแม่จะรู้ขนาดนี้ ราวกับอ่านความคิดของฉันออกอย่างนั้นแหละ! สาบานเลยว่าฉันไม่ได้เล่าอะไรให้แม่ฟังเลย แม้แต่เรื่องที่ไฮเดรนแกล้งลืมฉัน

        “เด็กคนนั้นก็เหมือนกันไฮเดรนคงมีเหตุผลอะไรบางอย่างถึงได้ทำให้ลูกของแม่เป็นแบบนี้สิ่งที่แม่ต้องการจะบอกกับหนูก็คือ เขาไม่ได้เป็นอย่างที่ลูกคิด ลูกแม่เองต่างหากที่อาจจะกำลังมองข้ามบางอย่างไป”

        “หนูไม่เข้าใจค่ะ”

        “แม่มองแค่แวบเดียวก็รู้แล้วว่าไฮเดรนรู้สึกยังไงกับลูกลูกจะไม่หาเหตุผลหน่อยเหรอว่าเขา เรียกร้องความสนใจ จากลูกเพราะอะไร”

        “เรียกร้องความสนใจ?” ฉันเลิกคิ้วสูง ทวนคำพูดของแม่ด้วยความประหลาดใจ ผู้ชายคนนั้นจะมาเรียกร้องความสนใจอะไรล่ะ ที่ผ่านมาเขาพยายามจะไม่ให้ฉันเข้าไปยุ่งวุ่นวายหรือสนใจเขาด้วยซ้ำ “เขาจะทำแบบนั้นทำไมคะ ในเมื่อเขาไม่ได้รู้สึกอะไรกับหนูเกินกว่าเพื่อนคนหนึ่ง ไม่สิ เผลอๆ อาจจะแค่คนรู้จักกันด้วยซ้ำ”

        “อะไรที่ได้มาง่ายๆ คนเรามักจะไม่เห็นความสำคัญหรอกจ้ะ” แม่บอกก่อนจะเดินหนีฉันออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันยืนนิ่วหน้าด้วยความฉงนอยู่คนเดียว ไม่เห็นจะเข้าใจเลยว่าแม่ต้องการจะสื่ออะไร

        “หนูแพม!” เสียงเรียกอันคุ้นหูดังขึ้นจากทางด้านหลัง ฉันจึงรีบหันขวับไปดูทันที แล้วก็ได้พบกับเยอบีร่าที่เกาะขอบหน้าต่างฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวมาให้

        “นายมาได้ยังไงเนี่ย! O_O” จะหนีตอนนี้ก็หนีไม่ทันแล้ว

        “ปีนรั้วข้ามมาน่ะสิ ก็คิดถึงหนูแพม อยากเจอแต่ไม่รู้จะทำยังไง” น้องเล็กของร้านดอกไม้ทำน้ำเสียงอ้อนพร้อมกับสีหน้าที่เหมือนลูกหมากำลังอ้อนขออาหาร

        “บอกความจริงมาดีกว่าว่ามาหาฉันทำไมกันแน่” ฉันเดินเขามาคุยกับผู้บุกรุกตรงหน้าต่าง เยอบีร่ายิ้มร่าก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

        “จะมาบอกว่า หนูแพมเลิกงอนพี่ไฮได้แล้ว พี่ไฮสำนึกผิดแล้วที่จูบหนูแพมคืนนะอุบ! OxO

        “นะ นายรู้ได้ยังไง?!

        “คือว่าเขาเห็นกันทั้งบ้าน ก็แอบดูอยู่ด้วยกัน” เยอบีร่าใช้นิ้วเขี่ยริมฝีปากตัวเองเล่นแล้วก็หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นฉันส่งสายตาดุๆ ไปให้ เจ้าตัวก็เลยหลุบตาลงเหมือนรู้สึกผิด แต่ฉันนี่สิไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว

        “ถึงพี่นายจะสำนึกผิด แต่ฉันก็เลิกงอนไม่ได้หรอก เพราะฉันไม่ได้งอนอะไร”

        “จริงเหรอ! พี่ไฮต้องดีใจมากแน่ๆ”

        “ดีใจ? ไม่หรอก ถึงฉันจะไม่ได้งอน แต่มันเป็นความรู้สึกที่แย่จนพูดไม่ถูก”

        “ไม่เอาสิหนูแพม ไม่รู้สึกแย่นะเอาความจริงได้ ฉันใส่ร้ายพี่ไฮเองแหละว่าพี่ไฮสำนึกผิดและอาจจะดีใจถ้าหนูแพมไม่ได้งอน อันที่จริงพี่ไฮแค่นั่งฟังแม่บุษดุเฉยๆ โดยไม่ไม่ได้ตอบโต้อะไร พอฟังจบก็เดินกลับขึ้นห้องไปเงียบๆ”

        “เหรอ แล้วไงต่อ” ฉันจงใจกวนประสาท

        “ก็มีแต่น้องพี่ไฮสามคนนี้แหละที่วุ่นวายกันอยู่หนูแพมหลบหน้าพวกเราทำไม พวกเราทำอะไรผิดเหรอ”

        “พวกนายเปล่า แต่พอเห็นพวกนาย ฉันก็จะนึกถึง” ไฮเดรน ฉันพูดชื่อเขาต่อในใจ แต่ถึงไม่พูดออกไป เยอบีร่าก็คงรู้ดีอยู่แก่ใจ

        “จริงๆ แล้วพี่ไฮไม่ได้ลืมหนูแพมเลยนะ”

        “เรื่องนั้นฉันรู้แล้ว” เพราะอย่างนี้ฉันเลย เอ่อโกรธหรือเปล่านะ ฉันไม่รู้ว่าตัวเองคิดยังไงกันแน่ มันสับสนไปหมด ไม่เข้าใจว่าทำไมไฮต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย ทำไมเขาต้องแกล้งลืมฉัน

        “พี่ไฮต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างปิดบังพวกเราอยู่แน่ๆ”

        “เรื่องนั้นฉันไม่รู้”

        “โธ่! หนูแพมอย่าโกรธที่ไฮเลยนะ พี่ไฮไม่ได้ตั้งใจลืมหนูแพมหรอก”

        “ไม่ได้ตั้งใจแต่จงใจเลยล่ะ เพราะงั้นฉันก็จะลืมเขาบ้าง” ฉันต้องรักตัวเองสิ! ต่อไปนี้ฉันต้องเป็นคนใหม่ ในเมื่อเขาไม่แคร์ฉัน ก็ไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ฉันต้องแคร์เขาด้วยหรือเปล่านะ? ทำไมฉันรู้สึกว่าตัวเองใจไม่แข็งพอล่ะ TT_TT

        “ยอมรับแล้วสินะว่าโกรธถึงจะจงใจ แต่ก็รู้แล้วว่าพี่ไฮไม่ได้เกลียดหรือไม่ชอบอะไรหนูแพมไม่ใช่เหรอ ทำไมเราไม่มาช่วยกันหาความจริงล่ะ หนูแพมอย่าล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ แบบนี้สิ พวกเราอยากให้หนูแพมลงเอยกับพี่ไฮจริงๆ นะ สาบานแลย”

        “ความจริงก็คือเขาไม่ชอบฉัน เขาก็เลยแกล้งลืมฉันไง” เหตุผลง่ายๆ ไม่เห็นต้อองคิดอะไรมากให้ปวดหัว เวลาที่เราไม่ชอบใครเราก็มักจะทำเหมือนไม่รู้จักกับคนๆ นั้นไม่ใช่เหรอ ไม่อยากรับรู้ว่าคนนั้นจะเป็นยังไงให้รบกวนจิตใจ

        “ไม่ใช่หรอก เขาต้องเรียกร้องความสนใจอย่างที่น้าจันทร์บอกแน่ๆ พยายามอะไรของเขาอยู่ก็ไม่รู้เนี่ย บ้าจริง!

        “นายแอบฟังฉันกับแม่เหรอ” ฉันถลึงตาใส่คนตรงหน้า เขายิ้มแหยๆ พร้อมกับพยักหน้าลง “มาแอบฟังตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

        “ตั้งแต่หนูแพมยังไม่เข้ามาในห้องนี้เลยล่ะ”

        “เยอบี!

        “ขอโทษครับผม (._.) แต่ว่านะหนูแพม หนูแพมไม่สนใจพี่ไฮแบบนี้ พี่ชายพวกเราคงคิดมากน่าดู เก็บตัวเงียบไม่ต่างจากหนูแพมเลย จากที่ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาอยู่แล้วกลับเงียบกริบกว่าเดิม ตอนนี้เริ่มกินไม่ค่อยได้แล้วด้วย พี่คัตบอกว่าอีกไม่นานต้องไม่สบายแน่ๆ เพราะพี่ไฮเริ่มนอนดึก เหมือนคนนอนไม่หลับ สุขภาพกายและสุขภาพจิตคงแย่สุดๆ”

        ไฮเดรนเยียน่ะเหรอจะคิดมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ แล้วที่สำคัญ ถ้าเป็นเรื่องฉันคงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก ฉันไม่ใช่คนสำคัญอะไรขนาดนั้นที่เขาจะต้องมานั่งใส่ใจหรือสนใจความรู้สึกของฉัน ดูสิ ถ้าเขาจะรู้จักคำว่าสำนึกผิดสักหน่อย ป่านนี้เขาคงพยายามหาทางพูดคุยกับฉันแล้วล่ะ ไม่ใช่หายเงียบไปแบบนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนผิด

        ผู้ชายอย่างเขาคือนิยายามของคำว่า ใจร้ายที่สุด ดีๆ นี่เอง แกล้งลืมฉันไม่พอ ยังทำตัวสี่มิติเข้าใจยากอีกด้วย นายมันเป็นผู้ชายที่ใจร้ายและเอาแต่ใจตัวเองที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลยนะ ไฮเดรน ฉันต้องเสียน้ำตาตั้งไม่รู้เท่าไหร่ ตั้งแต่กลับมาเมืองไทย มีวันไหนบ้างนะที่ฉันมีความสุขเนี่ย ถ้าฉันไม่ได้แม่คอยเตือนสติฉันล่ะก็ ฉันคงเสียสติไปแล้วแน่ๆ

        “นายอย่ามาโกหกฉันเลย เยอบี”

        “ฉันเปล่าโกหกนะ แต่ว่าพี่ไฮเป็นแบบนั้นจริงๆ ไม่มีใครรู้ว่าพี่ไฮคิดอะไรอยู่ อ้อ! เกือบลืมแน่ะ น้าจันทร์ก็สนับสนุนให้หนูแพมคืนดีกับพี่ไฮไม่ใช่เหรอ จากที่ฉันแอบฟังเมื่อกี๊น่ะ รู้หรือเปล่าว่าน้าจันทร์แอบไปคุยกับแม่บุษเรื่องหนูแพมกับพี่ไฮตั้งหลายครั้ง ทุกคนเป็นห่วงหนูแพมกับพี่ไฮมากเลยนะ อยากให้เข้าใจกันสักที”

        “นายเคยไปพูดแบบนี้กับหมอนั่นบ้างหรือเปล่า”

        “พูดกับหนูแพมง่ายกว่าเยอะเลย นี่ฉันเป็นตัวแทนจากพี่รองไลและพี่คัต เพื่อมาเจรจาตกลงกับหนูแพมเลยนะเนี่ย” เยอบีร่าทำหน้าจริงจังขึ้นมาทันทีเพื่อทำให้ดูน่าเชื่อถือ มันก็จริงอย่างที่เขาว่านั่นแหละ คุยกับฉันมันต้องง่ายกว่าอยู่แล้ว เพราะฉันเป็นคนใจอ่อน ไม่ได้ใจแข็งเหมือนไฮเดรน

        ถ้าไม่เชื่อฉันล่ะก็

        “ฉับกับไฮจะเข้าใจกันได้จริงๆ เหรอ

        เชื่อฉันหรือยังล่ะ! ข้อเสียของฉันที่แก้ไม่หายสักทีก็คือเรื่องนี้แหละ

        “เห็นไหม! บอกแล้วว่าคุยกับหนูแพมง่ายกว่าเยอะ >_<” เยอบีทำยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าการมาเจรจาครั้งนี้ของเขาชักเริ่มจะได้ผล “พี่ไฮน่ะเหรอ นอกจากพยักหน้า ส่ายหน้า มองตาขวาง ก็ไม่เห็นจะพูดอะไรเกินสามประโยคเลยวันๆ นึง”

        “พวกนายคงไปเซ้าซี้จนเขารำคาญน่ะสิ เหมือนที่ฉันเคยทำ” ฉันบอกแล้วก็นึกไปถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ฉันกลับมา ไฮเดรนทำตัวเหมือนรำคาญฉันอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั้งตอนที่ฉันยังไม่ทันได้พูดหรือทำอะไรก็ตาม น่าเศร้าชะมัดเลย

เพราะอะไรกันนะ อะไรที่ทำให้เขาเลือกที่จะลืมฉัน?

        สุดท้ายฉันก็ต้องยอมแพ้ต่อลูกตื้อของเยอบีร่าจนได้ ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะสิ่งที่แม่พูดด้วยแหละ ไฮเดรนคงจะมีเหตุผลบางอย่างที่ปิดบังอยู่ เขาคงไม่ได้แกล้งลืมฉันเพื่อความสนุกส่วนตัวเฉยๆ หรอก คงกำลังเรียกร้องหรือต้องการอะไรอยู่แน่ๆ ในเมื่อเขาไม่พูดว่าทำไม อะไร ยังไง ฉันนี่แหละจะทำให้เขาพูดเอง!

        “ตะล็อก ต๊อกแต๊ก” ฉันแอบย่องเบามาหาไฮเดรนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ในสวนข้างบ้านที่ประจำของเขา แน่นอนว่าที่ฉันมาเพราะต้องการคำตอบของคำถามที่มีแต่เขาเท่านั้นจะตอบได้

        “แพม” ไฮเดรนเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือในมือ เขามีสีหน้าตกใจไม่น้อยที่เห็นฉัน คงจะนึกไม่ถึงล่ะสิท่าว่าจู่ๆ ฉันจะโผล่มาแบบนี้ ฉันเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะกลับมาหาเขาอีกครั้งหลังจากที่ตั้งมั่นกับตัวเองไว้แล้วแท้ๆ ว่าจะลืมเขาให้ได้

        “ถ้านายไม่ได้ลืมฉันจริงๆ ก็ช่วยต่อเพลงหน่อยสิ” ฉันบอกก่อนจะถือวิสาสะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับเขา ไฮเดรนดูปกติดีทุกอย่าง ไม่ได้มีสภาพอย่างที่เยอบีบอกเลยแม้แต่น้อย ฉันรู้อยู่แล้วล่ะว่าน้องเล็กจอมแสบนั่นโกหก แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยอมกลับมาสู้อีกครั้ง

อันนี้ต้องบอกว่าหัวใจมันเรียกร้องด้วยแหละ >///<

        

        “ถึงนายจะบอกว่าจำฉันไม่ได้ยังไงฉันก็ไม่เชื่อแล้ว เพราะงั้นตะล็อก ต๊อกแต๊ก”

        ไฮเดรนเงียบไปครู่หนึ่ง เขาลอบถอนหายใจ ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น แต่แล้วเขาก็ยอมขยับปากจนได้!

“มาทำไม”

“มา ง้อดอกไม้”

” คนฟังหันกลับมาสบตาฉันอีกครั้ง คราวนี้แววตาเขาไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนอย่างที่เคยเป็นแต่กลับสั่นไหวเหมือนกำลังสับสนอะไรบางอย่างอยู่

“มาง้อดอกไม้” ฉันย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบนานเกินไป

“ไร้สาระ” พูดจบเจ้าตัวปิดหนังสือแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมตัวจะเดินหนี แต่ฉันไม่ยอมปล่อยให้เขาหนีไปง่ายๆ หรอก ให้มันรู้กันไปสิว่า ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก จะใช้ไม่ได้ผลน่ะ เอ่อถ้าเขาไม่รำคาญแล้วจับฉันเหวี่ยงข้ามกำแพงกลับบ้านไปซะก่อนนะ

“ถ้าอย่างนั้น นายพอจะบอกฉันได้หรือเปล่าว่าทำไมนายต้องแกล้งลืมฉันด้วย ฉันอยากจะรู้ว่าเหตุผลของนายมันจะมีสาระมากกว่าการมาง้อนายหรือเปล่า”

“นี่เธอไม่รู้จริงๆ เหรอ”

“ถ้ารู้แล้วจะถามมั้ยล่ะ” ฉันหวังอยู่ไม่น้อยว่าไฮเดรนคงจะใจอ่อนแล้วยอมบอก ทว่าเมื่อคาดหวัง และไม่ได้อย่างที่หวังก็ต้องผิดหวังเป็นธรรมดา

“ถ้าเธอลืมไปแล้ว ก็ลืมมันต่อไปเถอะ” นายนี่มันน่าฮึ่ย!

“ฉันลืมอะไรเหรอไฮ ทำไมนายไม่พูดออกมาตรงๆ ล่ะ ถ้านายไม่พูดแล้วเมื่อไหร่เราจะเข้าใจกัน”

“พูดไปก็กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้อยู่ดี”

“โอเคสรุปว่าฉันลืมอะไรสักอย่างที่ทำให้นายไม่พอใจมากๆ ใช่ไหม” ไม่ใช่ไฮเดรนที่ลืม แต่เป็นฉันที่ลืม

แล้วฉันลืมอะไรล่ะ?!

ร่างสูงไม่ตอบอะไร สุดท้ายฉันก็เปิดโอกาสให้เขาเดินหนีเข้าบ้านไปจนได้ เพราะฉันมัวแต่พยายามรื้อฟื้นความทรงจำของตัวเองว่าลืมอะไรไปตอนไหนหรือเปล่า แต่คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกจริงๆ ฉันไม่เคยประสบอุบัติเหตุอะไรร้ายแรงจนความจำเสื่อม เห็นได้จากการที่ฉันจำทุกคนได้ จำเรื่องราวในวัยเด็กได้ แล้วอะไรกันนะที่เขาบอกว่าฉันลืม

“เฮ้อ! เหมือนจะได้อะไร” เสียงของไลเซนทัสดังขึ้นพร้อมกับตัวเขาที่เดินออกมาจากหลังต้นไม้ใกล้ๆ กันนี้

“แต่ก็ไม่ได้อะไร” เยอบีร่าเองก็ก้าวออกมาจากพุ่มไม้ที่ซ่อนตัวเช่นกัน ส่วนคัตเตอร์น่ะไม่อยู่บ้านหรอก สองคนนี้บอกว่าเขาออกไปทำธุระเป็นเพื่อนลุงเป็นต่อ

“ฉันพยายามแล้วนะ” ฉันตอบเสียงอ่อย “แต่ว่าก็คืบหน้าไม่ใช่เหรอ พวกนายได้ยินใช่ไหมที่ไฮเดรนพูด”

“ได้ยิน” พี่รองและน้องเล็กของบ้านพยักหน้าหงึกหงักแล้วตอบอย่างพร้อมเพรียง

“แล้วฉันลืมอะไรพวกนายรู้หรือเปล่า”

“ไม่รู้” สองหนุ่มส่ายหน้าแล้วเปล่งเสียงออกมาพร้อมกันอีกครั้ง คำตอบนั้นทำให้ฉันถอยหายใจพรืด อยากจะเอาหัวไปโขกกำแพงสักรอบสองรอบเผื่อจะได้คำตอบ ทว่าคิดไปคิดมา ต่อให้กำแพงหรือหัวของฉันต้องพังกันไปข้าง เวลานั้นก็อาจจะยังไม่ได้ความคืบหน้าอะไรเลย

“ไปๆ มาๆ ฉันเป็นคนผิดเหรอเนี่ย”

“หนูแพมลืมอะไรอะ แล้วพี่ไฮนี่ก็ขี้งอนเป็นเด็กๆ” เยอบีเดินไปนั่งที่เก้าอี้แล้วยกมือขึ้นมาเท้าคาง เขายู่หน้าอย่างเซ็งๆ

“เคยได้ยินกันหรือเปล่าว่า กินอยู่กับปากอยากอยู่กับเธอ เอ๊ย! ท้อง พี่ไฮต้องคิดแบบนี้แน่ๆ” ไลเซนทัสเสนอ และนั่นก็ทำให้ฉันกับเยอบีร่าหันไปมองที่เขาเป็นตาเดียว

“แล้วไงอะพี่รองไล” น้องเล็กขมวดคิ้วมุ่น

“ก็พี่ไฮคงคิดว่า ในเมื่อหนูแพมเป็นคนลืมเอง ก็ต้องจำได้เองสิ ถ้าให้เขาบอกก็เหมือนไปทวงคำขอโทษจากคนผิด ทั้งๆ คนนั้นน่าจะรู้ตัวแล้วขอโทษเอง ว่าเปล่า?”

“จริงด้วยว่ะ” เยอบีพยักหน้ารัวอย่างเห็นด้วยกับพี่ชายของตัวเอง “โอ๊ย! คนอย่างพี่ไฮนี่มันเข้าใจยากจริงๆ มีอะไร เป็นอะไรก็ไม่พูด ถ้าคนเขาไม่ได้ตั้งใจเขาจะรู้ไหมว่าตัวเองผิดอะไรน่ะ น้อยคนที่จะรู้นะ ฮึ่ย! นี่ถ้าเป็นน้องนะจะจับมาตบหัวสักทีสองทีให้ปริปากพูดเลย เสียดายพี่ไฮแม่งดันเกิดก่อน”

ฉันมองเยอบีร่าที่ทำหน้าและน้ำเสียงเจ็บใจอย่างนึกขำ ให้ไฮเดรนเป็นพี่นั่นแหละดีแล้ว ถ้าเป็นเยอบีเป็นพี่คนโตของบ้านล่ะก็ฉันว่าต้องวุ่นวายกว่าที่เป็นแน่ๆ

“ที่ไลเซนพูดก็น่าจะจริงนะ ด้วยนิสัยของไฮเดรนแล้ว เขาคงไม่คิดจะทวงคำขอโทษจากใครตรงๆ เพราะอย่างนั้นก็เลยทำอ้อมๆ สินะ แต่ถึงจะอ้อมก็เรียกว่าทวงเหมือนกัน และถ้าเขาทำไปเพื่อเรียกร้องความสนใจจริงๆ ก็แสดงว่าเขาอยากให้ฉันสนใจ แต่ก็ไม่มีตอนไหนที่ฉันไม่สนใจเขานี่ แล้วทำไมยังไม่ยอมดีกับฉันล่ะ” ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว ทำไมนายต้องทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากด้วยนะไฮเดรนเยีย ชีวิตนายมันยังมีเรื่องยากไม่พอหรือไง เขาไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าฉันน่ะดีใจที่ได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งมากกว่าดีใจที่ได้เจอคนอื่นๆ ซะอีก

สำคัญแล้วยังไม่รู้ตัว!

“คงรอจนกว่าหนูแพมจะจำได้เองนั่นแหละ เลิกคิดไปได้เลยเรื่องจะลืมพี่ไฮเพื่อแก้แค้นบ้างน่ะ เพราะตอนนี้คนที่ลืมก่อนน่าจะเป็นหนูแพมแล้วล่ะ” ไลเซนทัสเหล่มาทางฉันด้วยสีหน้าลำบากใจ

“นั่นสิ ขืนลืมกันไปลืมกันมาไม่จบอยู่อย่างนี้ มีหวังคงได้อกแตกตายกันพอดี ไอ้คนลุ้นอยู่ตรงนี้ก็พลอยจะอึดอัด ปวดหัว ตัวร้อน นอนเป็นไข้ไปด้วย ป่วยเฉย” เยอบีร่ายกมือขึ้นมาบีบๆ นวดๆ ขมับของตัวเอง ราวกับเรื่องนี้มันน่ากลุ้มใจมาก แต่มันก็น่ากลุ้มจริงๆ นั้นละ และที่คนที่กลุ้มที่สุดคงจะหนีไม่พ้นฉันเอง

“วันนี้พี่รองกับเยอบีเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะครับ” เสียงของคัตเตอร์ดังเข้ามาในวงสนทนา ทุกคนหันไปมองที่เขาพร้อมกัน

“กลับมาแล้วเหรอพี่คัต พอดีช่วงนี้ต้องสงบศึกกันชั่วคราวน่ะสิ ไม่อย่างนั้นคงเสียหนูแพมไปแน่ๆ ถ้าขืนยังตบตีกันเองอยู่” เยอบีรีบอธิบาย ซึ่งไลเซนทัสก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยในข้อนี้

“ทางที่ดีสงบศึกกันตลอดไปเลยก็น่าจะดีนะ ในฐานะที่พี่เป็นคนกลาง บอกเลยว่าขี้เกียจฟัง” คัตเตอร์บอกเยอบียิ้มๆ จนน้องเล็กทำหน้ามุ่ยแล้วหันไปหาพี่รองของบ้าน

“พี่คัตบอกไม่อยากฟังเสียงพี่รองไลอะ” เจ้าดอกเยอบีร่าแกว่งปากหาเรื่องอีกจนได้

ไลเซนทัสเบ้ปาก ก่อนจะโยนกลับ “ใครว่า เสียงเอ็งนั่นแหละครับ ไอ้เยอ =_=

“โหวยๆ ไม่จริงหรอก เสียงน้องน่ารักจะตาย งุงิ >_<

“น่ารำคาญล่ะสิไม่ว่า”

“ใครน่ารำคาญ ไม่มีอะ ถามใครดูก็ได้ ไม่มีใครรำคาญผมหรอกพี่รองไล ชิ!” น้องสุดท้องทำท่าทางแสนงอน และก็ไม่วายโดนสีหน้าหมั่นไส้เสียเต็มประดาที่ส่งไปให้โดยไลเซนทัส

 “นี่เลยๆ คนนึง ยืนอยู่นี่” ไลเซนทัสยกมือข้างหนึ่งขึ้น พร้อมกับใช้มืออีกข้างชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

“คอยดูเถอะ! แกล้งผมมากๆ ผมจะเอาคืนให้เข็ด”

“ก็เอาซี้ มาเล้ย~

“อย่ามาร้องนะโว้ย” น้องเล็กยักคิ้วให้อย่างจงใจยั่วประสาทพี่ชายคนรอง ก่อนที่เขาจะยกยิ้มมุมปากราวกับคิดแผนการแกล้งคนออกแล้ว

“ไหนว่าสงบศึกกันชั่วคราวไง” ฉันหันไปถามคัตเตอร์ที่ตอนนี้ยืนทำหน้าเอือมระอากับคู่กัดประจำบ้านอยู่ ดูเหมือนเขาจะกลายเป็นคนผิดข้อหาพูดจี้จุดเปิดประเด็นให้เกิดการถกเถียงกันไปมาของสองศรี เยอบีและไลเซน

“ผมว่ายากครับ” เจ้าชายแห่งดอกไม้ที่สุภาพและดูน่าเชื่อถือมากที่สุดในบ้านหันมาตอบพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ

เมื่อรู้ว่าไฮเดรนเยียหนีขึ้นห้องตัวเองไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉันก็เลยอยู่ช่วยป้าบุษกับคัตเตอร์จัดดอกไม้อยู่สักพักใหญ่ๆ ในขณะที่ลุงเป็นต่อ ไลเซนทัส และคัตเตอร์หลบฉากไปนั่งดูมวยปล้ำกันอยู่ในห้องนั่งเล่น ป้าบุษดูจะดีใจมากเป็นพิเศษที่ฉันกลับมาช่วยท่านเหมือนเดิม จนถึงกับออกปากว่า จะช่วยเค้นหาความจริงจากปากของลูกชายคนโตด้วยอีกแรง คือว่าระหว่างจัดดอกไม้ ฉันก็ปรึกษาเรื่องนี้กับคัตเตอร์ไปพลางๆ แล้วป้าบุษก็เลยรู้เรื่องทั้งหมดไปโดยปริยายน่ะ

Hi! Long time no see สบายดีเหรอแพมแพม” ระหว่างที่ฉันอาสาเอาก้านดอกไม้ที่ถูกตัดทิ้งออกมาทิ้งขยะหน้าบ้านเพราะจะกลับบ้านพอดี ทิมที่ดูเหมือนเพิ่งเลิกงานก็เดินสวนเข้ามา เขามาในชุดสูทเต็มยศราวกับเป็นซีอีโอระดับสูงมากกว่าคนที่เพิ่งเรียนจบมาทำงาน

“สบายดี นายไปยังไงมายังไงถึงมาที่นี่ได้ล่ะวันนี้”

“ไอขับรถมาน่ะ แต่จอดเอาไว้หน้าบ้าน” ฉันหน้าชาไปเล็กๆ กับคำตอบของคนตรงหน้า

“ฉันมาถึงนายมาทำอะไรที่นี่เหรอ”

Oh! Sorry นะแพมแพม คือไอแวะมานั่งคุยเล่นเฉยๆ น่ะ ไม่มีอะไรสำคัญหรอก ว่าแต่นี่แพมแพมกำลังจะเอาขยะไปทิ้งเหรอ” ทิมถามพลางเหลือบมองเศษก้านดอกไม้ในมือของฉันที่มีหนังสือพิมพ์ม้วนห่อไว้อีกที

“ใช่ เสร็จนี้ฉันก็จะเลยกลับบ้านเลยน่ะ มาอยู่นี่ครึ่งค่อนวันแล้ว”

“น่าเสียดายจริงๆ พอไอมาถึงแพมแพมก็กำลังจะกลับ ถ้าอย่างนั้นไอเดินไปส่งนะมา ไอช่วย” ไม่พูดเปล่าแต่ทิมเอื้อมมือมาดึงห่อก้านดอกไม้ในมือของฉันไปถือเอาไว้เองด้วย ทว่ายังไม่ทันที่ฉันจะขอบคุณเขา ก็เกิดเสียงดัง ปึง!’ จนฉันกับทิมสะดุ้ง

ฉันเอี้ยวตัวกลับไปมองทางต้นเสียงซึ่งดังมาจากทางชั้นสองของบ้าน ทิมเองก็เงยหน้าขึ้นไปมองเหมือนกัน

“ดูเหมือนจะเป็นเสียงปิดหน้าต่างบานเลื่อนนะ” ทิมบอกซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่เราสองคนหันกลับมามองหน้ากันพอดี “มือหนักจริงๆ นะไฮเด้น”

“นายว่าไงนะ?! เมื่อกี๊นี้ฝีมือของไฮเหรอ O_O

Yep!” ทิมบอกแล้วขยิบตาให้หนึ่งที “ไฮเด้นคงจะไม่เข้าใจเราสองคนผิดหรอกนะ จริงสิ! หลายวันก่อนเยอบี้ called ไปบอกไอแล้วล่ะว่าล้มเลิกแผนที่ให้ไอจีบหนูแพมแล้ว ส่วนไอ้นี่ไออยากช่วยจริงๆ นะ”

ร่างสูงชูห่อก้านดอกไม้ในมือขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปทางหน้าบ้าน ฉันเอี้ยวตัวกลับไปมองทางหน้าต่างที่ทิมบอกว่าไฮเดรนเป็นคนปิดอีกครั้งแล้วถอนหายใจพรืดออกมา ก่อนจะจำใจเดินตามทิมออกไป

หวังว่าคงจะไม่เข้าใจผิดอย่างนั้นเหรอฉันว่าไม่ทันแล้วล่ะทิมจ๋า TT_TT







 


- TO BE CONTINUED -
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

Writer's talk


(ย่องเบาเข้ามาอัพนิยาย)
 
หลังจากที่หายไปนานแสนนานจนจำไม่ได้ 555555
นี่ไง มายก็เลยมี
ความเดิมตอนที่แล้วให้เป็นการไถ่โทษ ฮาาา
จะได้ไม่ต้องไปอ่านย้อนกันเนาะ #ยิ้มหวาน
ช่วยกันลุ้นหน่อย
ให้มันลงเอยกันเร็วๆ
เพราะอีกไม่กี่ตอนก็จบเรื่องพี่ไฮแล้วนะคะ!!!
แน่นอนว่าคิวต่อไปเป็นของพี่รองไล หรือไลเซนทัสนั่นเอง >.,<
บอกเป็นนัยๆ ว่า ในตอนนี้มีการเกริ่นเตรียมๆ ไปถึงเรื่องของไลเซนแล้วว
เจอกันหรือเปล่า อิอิ >.<
ยังไงก็ตามแต่ ฝากติดตามตอนต่อไปกันอีกเช่นเคย
หลังจากนี้คงไม่ดราม่าอะไรแล้วแหละ 555555
#คิดเอาไว้ว่าใช่ต้องใช่แน่ๆ
#มันเป็นอะไรที่พูดยากต้องไปฟ้องแม่ (?)

ขอบคุณทุกคนมากเลยน้าที่ยังไม่เบื่อหน่ายหายหน้า 5555
(ใครแช่ง ใครปาขวดคะ)
ขอบคุณที่ทวงเรื่องนี้มาตลอด มาเจิมกันเรื่อยๆ 
ขอบคุณจริงๆ ค่ะ :)



 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

656 ความคิดเห็น

  1. #634 my-B (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 20:13
    โอยยยยตอนนี้ไฮเด้นค่อนข้างน่ารักกก555555///-//// ว่าแต่หนูแพมลืมอะไรไปเนี่ย!
    #634
    0
  2. #547 -peartheend- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มกราคม 2559 / 01:37
    ตบไฮได้มั้ย หุยยยยยหมั่น
    #547
    0
  3. #455 SiriyakornMuangchan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 03:27
    แพมลืมอะไรวะ สัญญาอะไรเทือกๆ นั้นรึเปล่า555 รอตอนต่อไปน้าา 
    #455
    0
  4. #454 ArKi's (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 20:15
    มาแล้วววว><
    #454
    0
  5. #453 SweetSone (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 12:28
    ดีๆชอบๆใส่ความเดิมตอนที่แล้วมาให้ด้วยไม่ต้องย้อนไปอ่าน(บ่งบอกเลยว่าไรท์หายไปนานมากกกกก)
    ไฮหึงหรา  หนูแพมเธอลืมอะไรของเธอรีบๆนึกเลยนะ 
    #453
    0
  6. #452 SHADOW_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 03:39
    อ่าว กำเลย หนูแพมลืมอะไรไปน้าา
    #452
    0
  7. #451 --M=o=D-- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 22:21
    งุ้ยยยย พี่ไฮเป็นเจ้าชายเย็นชาแสนขี้งอนไปแล้วววว อะไรๆก้งอน ไม่มีเหตุผลเลย หนูแพมสู้ๆนะ
    #451
    0
  8. #450 Lächeln (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 21:25
    ถึงกับต้องใส่ความเดิมตอนที่แล้วมาให้เลยทีเดียว 5555

    ว่าแต่...หนูแพมลืมอะไรเนี่ย พี่ไฮงอนใหญ่แล้ว
    #450
    0
  9. #449 FLORA(พฤกษา) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2558 / 10:30
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมม 
    #449
    0
  10. #448 SHADOW_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 02:22
    นานจัง รอๆๆๆ
    #448
    0
  11. #447 pinnnnnpin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 01:02
    เจิมแล้วววว รีบลงงจิ เค้ารออยู่วววว
    #447
    0
  12. #446 Flower Me (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 15:28
    เจิมมมมมมม
    #446
    0
  13. #445 Flower Me (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 15:28
    เจิมมมมมมม
    #445
    0
  14. #444 Flower Me (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 15:28
    เจิมมมมมมม
    #444
    0
  15. #443 Flower Me (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2558 / 15:28
    เจิมมมมมมม
    #443
    0
  16. #442 pinnnnnpin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 00:11
    เจิมค่าาาไรท์รีบมาน้าา
    #442
    0
  17. #441 pinnnnnpin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2558 / 00:11
    เจิมมม
    #441
    0
  18. #440 --M=o=D-- (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 19:11
    ยังไงก้รอนะคะ สี่หนุ่มดอกไม้ของเรา คิดถึงมากๆๆๆๆ
    #440
    0
  19. #439 ArKi's (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 18:12
    เจิมครัชชชช
    #439
    0
  20. #438 ลูกเเมวน้อ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2558 / 18:05
    เจิมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    #438
    0
  21. #437 Happyz' (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2558 / 22:22
    เจิมค่าา ^^
    #437
    0
  22. #435 SHADOW_ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 09:30
    เจิมมมมมมมมม
    #435
    0
  23. #434 Pim Unchisa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 01:31
    เจิม
    #434
    0
  24. #433 Mirror_Glass (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2558 / 20:08
    หลอกให้เค้ารอเก้อปะเนี้ย น้อยใจจุง TT
    #433
    0
  25. #432 [BLUEmagic] (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2558 / 22:06
    รอจนจะไม่อยากรอแล้วงิ
    #432
    0