THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 155,279 Views

  • 771 Comments

  • 4,912 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,859

    Overall
    155,279

ตอนที่ 66 : หนีไม่พ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9065
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 536 ครั้ง
    23 มิ.ย. 61

ในขณะนั้นกัวฟู่เฉิงก็พ่นเลือดออกมาเป็นจำนวนมาก จากนั้นเขาก็เริ่มหายใจหอบ และถี่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทั่วทั้งตัวของกัวฟู่เฉิงกลับกลายเป็นสีแดง หยางหลิวไม่เข้าใจเลยว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น หมัดที่เขาโจมตีออกไปมันรุนแรงเกินไปหรือไม่ ? หรือมันเป็นเพราะผลกระทบของยาที่กัวฟู่เฉิงใช้


เมื่อถึงตอนนี้หยางหลิวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะต่อสู้อีกต่อไปแล้ว เขาคิดว่ากัวฟู่เฉิงคงทนต่อไปไม่ไหวอีก ดังนั้นหยางหลิวจึงพุ่งตัวเข้าไปหากัวฟู่เฉิงเพื่อช่วยเขา


แต่ใครจะไปทันคาดคิดล่ะว่า การที่หยางหลิวจะช่วยเหลือกัวฟู่เฉิงกลับกลายเป็นการเปิดโอกาสให้กัวฟู่เฉิงโจมตี


ด้วยความที่หยางหลิวเห็นว่าอาการของกัวฟู่เฉิงนั้นย่ำแย่มาก เขาจึงลดการป้องกันโดยไม่รู้ตัว ทำให้ในจังหวะที่หยางหลิวพุ่งตัวเข้าไปช่วยกัวฟู่เฉิงนั้น เขาก็โดนหมัดของกัวฟู่เฉิงกระแทกเข้ากลางลำตัวอย่างจัง !


แม้หยางหลิวจะแข็งแกร่ง แต่เมื่อโดนเล่นงานทีเผลอแบบนี้เขาก็ถึงกับต้องรู้สึกจุกขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ และในขณะที่หยางหลิวกำลังจะหาหนทางเพื่อออกจากสถานการณ์ตรงนี้ เขาก็พบว่ามันสายเกินไป


หมัดอีกหมัดหนึ่งกระแทกเข้ามาอย่างจังบริเวณใบหน้าของหยางหลิว เขาโดนหมัดนี้ต่อยจนกระเด็นถอยหลังไป


หมัดเมื่อครู่รุนแรงมาก นี่นับเป็นครั้งแรกจริง ๆ ที่หยางหลิวรู้สึกเจ็บปวดขนาดนี้ ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ เขากับกัวฟู่เฉิงถือว่าแตกต่างกันอย่างมาก แต่หลังจากที่กัวฟู่เฉิงกินเม็ดยาแปลกประหลาดนั่นเข้าไป มันก็ส่งผลให้ความสามารถด้านการต่อสู้ของกัวฟู่เฉิงเพิ่มขึ้นมาหลายเท่า !


หยางหลิวได้แต่มองไปทางกัวฟู่เฉิงด้วยแววตาสับสน ตอนนี้เขาก็พอรู้ตัวว่ากัวฟู่เฉิงแข็งแกร่งขึ้น ทว่าสภาพที่เป็นอยู่ในตอนนี้ของกัวฟู่เฉิงย่ำแย่มากจริง ๆ โดยเฉพาะอาการหอบหายใจค่อนข้างถี่ และทั่วทั้งตัวของเขาก็เป็นสีแดงเข้มอีกด้วย


‘ นี่มันอะไรกัน !? เห็นชัด ๆ ว่าหมอนั่นอาการมันดูแย่แค่ไหน ทำไมมันถึงยังมีแรงมากขนาดนี้อีก ’ หยางหลิวคิดในใจ เหตุการณ์ตรงหน้าช่างแปลกประหลาดเกินไป ทำให้เขาไม่กล้าลงมือทำอะไรรุนแรงไปกว่านี้ ถึงแม้ว่าเขามีความมั่นใจที่จะชนะกัวฟู่เฉิงอย่างเต็มเปี่ยมอยู่ก็ตาม แต่ถ้ากัวฟู่เฉิงได้รับการโจมตีของหยางหลิวมากขึ้นเรื่อย ๆ ต่อให้กัวฟู่เฉิงจะไม่รู้สึกเจ็บ แต่มันก็ไม่แน่ว่าจะไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อกัวฟู่เฉิง เห็นได้ชัดจากสถานการณ์ในตอนนี้ หลังจากหยางหลิวใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ ถึงดูเหมือนว่ากัวฟู่เฉิงจะไม่ออกอาการเจ็บปวดใด ๆ แต่เขาก็กระอักเลือดออกมาจำนวนหนึ่ง อีกทั้งอาการหายใจหอบถี่ และอาการตัวแดงเข้มนั่นอีกด้วย เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่าหมัดของหยางหลิวก็เป็นหนึ่งในผลกระทบต่อกัวฟู่เฉิง แล้วถ้าหากหยางหลิวยังทำแบบนี้ต่อไปอีก กัวฟู่เฉิงจะไม่ตายหรืออย่างไร ?

“ เฮ้ย ! กัวฟู่เฉิง ฉันว่าเราพอแค่นี้ดีกว่า ” ในเมื่อสู้กันไปหยางหลิวก็มีแต่เสียกับเสีย หยางหลิวจึงเริ่มต้นเจรจาเพื่อประนีประนอมกันไปอย่างน้อยให้อาการของกัวฟู่เฉิงดีขึ้นกว่านี้แล้วค่อยมาสู้กันใหม่ก็ยังไม่สาย ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะจบลงที่ตรงไหน


“ … ” ทว่ามันไม่เป็นตามที่หยางหลิวคาดหวังไว้ มันไม่มีเสียงใด ๆ ตอบกลับเขามาแม้แต่น้อย กัวฟู่เฉิงคนนี้ดูคล้ายกับคนที่ไม่ได้สติ ไม่ว่าหยางหลิวจะพูดอย่างไร กัวฟู่เฉิงก็ไม่รับฟังเขาแม้แต่คำเดียว มิหนำซ้ำกัวฟู่เฉิงยังค่อย ๆ เดินขึ้นมาข้างหน้าทีละก้าว ๆ


หยางหลิวก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาเล็กน้อยที่กัวฟู่เฉิงไม่ได้บุ่มบ่ามพุ่งเข้ามาปะทะกับเขาในทันที ทว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือ หยางหลิวไม่รู้ว่าจะจัดการกัวฟู่เฉิงเช่นไรดี ถ้าให้หยางหลิวเอาจริงขึ้นมาอีก แล้วกัวฟู่เฉิงไม่สามารถทนรับบาดเจ็บได้ สุดท้ายกัวฟู่เฉิงตายไปหยางหลิวจะทำเช่นไร


ในเมื่อเป็นแบบนี้ หนทางเดียวที่หยางหลิวคิดออกก็คือ หนี !


ถูกต้อง เขาเลือกที่จะหนีไปจากกัวฟู่เฉิง


ในเมื่อหยางหลิวเผชิญหน้าไม่ได้ เขาก็ควรเลือกที่จะหนีถึงจะดีที่สุด


แม้ว่าการหนีจะดูเป็นการเสียเกียรติยศของเหล่านักสู้ ทว่าหยางหลิวไม่ได้อยากเป็นนักสู้สักหน่อย จะเสียเกียรติหรือไม่ เขาก็ไม่ได้สนใจมันแม้แต่น้อย


ดังนั้นหยางหลิวจึงตัดสินใจวิ่งหนีในทันที การวิ่งของเขาถือว่าเร็วมาก ๆ ต่อให้นักวิ่งอาชีพมาแข่งกับเขาก็ไม่แน่ว่าจะสู้หยางหลิวได้


แต่ที่น่าแปลกใจคือกัวฟู่เฉิงกลับวิ่งตามหยางหลิวมาได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขายังเดินเข้าหาหยางหลิวอย่างเชื่องช้าแท้ ๆ


ถึงแม้จะไม่ได้วิ่งเร็วเท่าหยางหลิว แต่มันก็ไม่ค่อยแตกต่างกันเท่าใดนัก หยางหลิวทำได้แค่เพิ่มระยะห่างให้มากขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ในบางจังหวะเขาก็คอยหาโอกาสสลัดให้กัวฟู่เฉิงออกไป


แต่การถูกกัวฟู่เฉิงติดตามไล่ล่าอย่างไม่ลดละเช่นนี้ ทำให้หยางหลิวค่อนข้างลนลาน จนทำให้รู้สึกหลงทางกับสถานที่นี้ ถึงแม้เขาจะมีแผนที่บันทึกไว้ในหัวอย่างชัดแจ้ง แต่ความทรงจำส่วนนั้นกลับใช้ไม่ได้เลยเมื่อต้องถูกไล่ล่าขนาดนี้ และบริเวณรอบ ๆ ก็ไม่มีอะไรที่เขาคุ้นเคยใช้เป็นจุดอ้างอิงได้เหมือนร้านเทียนเหมินอีกด้วย


หยางหลิวทำได้แต่วิ่งไปข้างหน้า เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ในบางครั้งหยางหลิวก็โชคร้ายวิ่งไปอยู่ดี ๆ ก็เจอทางตัน นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมกัวฟู่เฉิงที่วิ่งช้ากว่าหยางหลิวจึงยังคงตามหยางหลิวมาได้อีก


คนหนึ่งวิ่งหนี คนหนึ่งวิ่งไล่ แต่เห็นได้ชัดว่าเหงื่อของกัวฟู่เฉิงออกมาเยอะมาก แต่น่าแปลกที่หยางหลิวกลับไม่ค่อยมีเหงื่อเท่าไหร่ ทั้งสองคนออกแรงวิ่งไม่ต่างกันมากแต่หยางหลิวกลับดูไม่เหนื่อย นี่คือข้อได้เปรียบของหยางหลิว เขาคิดว่าถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ในที่สุดกัวฟู่เฉิงก็คงถูกเขาสลัดหลุดไปเอง


และในช่วงเวลานี้เอง ดูเหมือนว่าระยะห่างของคนทั้งคู่เริ่มห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบจะมองไม่เห็นกันแล้ว


ทว่าในทันใดนั้นเอง กัวฟู่เฉิงที่วิ่งไล่ตามหยางหลิวมาอย่างเนิ่นนานก็ล้มคว่ำลงไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ


เท้าของหยางหลิวพลันหยุดชะงัก ใบหน้าของเขาพลันซีดเซียว ในที่สุดเหตุการณ์ที่หยางหลิวกังวลก็เกิดขึ้น กัวฟู่เฉิงนอนคว่ำกับพื้นพร้อมกับชักกระตุกอย่างรุนแรง !


หยางหลิวเองก็แทบจะทำอะไรไม่ถูก เขาวิ่งกลับมาหากัวฟู่เฉิงพร้อมกับตัดสินใจโทรขอความช่วยเหลือจากป่ายเฉียน โชคดีว่าการแข่งขันทั้งสี่รอบได้จบไปแล้ว ป่ายเฉียนจึงสะดวกพอดี แต่ถึงป่ายเฉียนไม่สะดวก เขาก็ต้องมาช่วยหยางหลิวเช่นเดิม เขาไม่สามารถปล่อยให้กัวฟู่เฉิงเป็นอะไรไปอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นเขาก็รับประกันได้เลยว่า ห้าสำนักใหญ่จะต้องเพ่งเล็ง และให้เขารับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้อย่างไม่ต้องสงสัย


เพียงระยะเวลาไม่ถึงห้านาทีกัวฟู่เฉิงกับลูกน้องก็มาถึง แต่ทว่ากัวฟู่เฉิงก็ยังคงเกิดอาการชักอยู่ดี ยังดีที่ว่าหยางหลิวโทรบอกเล่าอาการของกัวฟู่เฉิง พร้อมกับบอกว่ากัวฟู่เฉิงได้กินเม็ดยาแปลก ๆ เข้าไป ทำให้กัวฟู่เฉิงร้องออกมาอย่างเจ็บปวด แต่หลังจากนั้นก็เหมือนว่ากัวฟู่เฉิงกลายเป็นคนละคนไป จู่ ๆ กัวฟู่เฉิงก็กลายเป็นแข็งแกร่งขึ้นมาก และหลังจากสู้กันสักพักทั่วทั้งตัวของกัวฟู่เฉิงก็กลายเป็นตัวแดงไปทั้งตัว หยางหลิวที่ทำอะไรไม่ถูกได้แต่วิ่งหนี จนท้ายที่สุดกัวฟู่เฉิงล้มคว่ำลงไป และออกอาการชักกระตุกอย่างรุนแรง


พอหยางหลิวเล่าจบก็ดูเหมือนว่าป่ายเฉียนจะเข้าใจถึงเรื่องราวทั้งหมด เขายังสั่งให้หยางหลิวทำอะไรบางอย่างตามที่เขาสั่งเพื่อบรรเทาอาการกัวฟู่เฉิง จนสุดท้ายอาการของกัวฟู่เฉิงค่อย ๆ ดีขึ้นเล็กน้อย และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่พวกป่ายเฉียนมาถึงพอดิบพอดี


เมื่อป่ายเฉียนมาถึง หยางหลิวก็ทำประสานมือความเคารพครั้งหนึ่ง และหยางหลิวก็ปล่อยให้ป่ายเฉียน และพรรคพวกจัดการเรื่องราวในครั้งนี้ ส่วนตัวหยางหลิวเองก็ได้แต่ยืนมองพวกป่ายเฉียนอยู่ห่าง ๆ

...


“ ฟู่ ” ป่ายเฉียนระบายลมหายใจออกมาครั้งหนึ่ง หลังจากที่เขาและลูกน้องรักษาอาการของกัวฟู่เฉิงให้คงที่ได้แล้ว


“ อาการของเขาเป็นยังไงบ้างครับคุณป่ายเฉียน ” หยางหลิวที่ค่อนข้างกังวลถามขึ้นมา เขาทั้งเป็นห่วงกัวฟู่เฉิง และกลัวอิทธิพลของห้าสำนักใหญ่ไม่ได้น้อยเช่นกัน จึงไม่แปลกที่เขาคิดมากเกี่ยวกับอาการของกัวฟู่เฉิง


“ ไม่ต้องกังวลไป เขาถือว่าโชคดีมาก ๆ ยาเม็ดที่คุณหยางหลิวเห็นนั้นเป็นยาของทางสำนักเจิ้งเถียน มันเป็นยาสูตรลับเฉพาะมาก ยานี้ถือว่ามีประโยชน์ไม่น้อยก็จริงอย่างที่คุณเห็น มันเพิ่มความสามารถของผู้ใช้ไปหลายเท่าตัว ทว่ามันค่อนข้างมีผลเสียค่อนข้างเยอะเช่นกัน ยังดีที่คุณหยางหลิวตัดสินใจได้ถูกต้อง คุณไม่ได้เข้าโจมตีคุณกัวฟู่เฉิงจนทำให้ร่างกายเขาบาดเจ็บไปกว่านี้ เพราะแค่ที่เขาโดนอยู่ตอนนี้ก็ถือว่าหนักมากแล้ว ผมคิดว่าเขาคงต้องพักรักษาตัวประมาณหนึ่งเดือน ถึงจะค่อย ๆ กลับมาเป็นปกติได้ ” ป่ายเฉียนค่อย ๆ อธิบายให้หยางหลิวฟังด้วยท่าทีสบาย ๆ นั่นจึงทำให้หยางหลิวรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น


“ อ๋ออีกอย่าง เรื่องนี้คุณหยางหลิวไม่ต้องเป็นห่วงไป เดี๋ยวทางเราจะไปอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้กับสำนักเจิ้งเถียนเอง อีกอย่างเรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของคุณซะทีเดียว อย่างที่ผมได้บอกไป มันเป็นเพราะผลกระทบจากยาที่เขาใช้ เรื่องนี้สำนักเจิ้งเถียนเข้าใจดี ” ป่ายเฉียนอธิบายให้หยางหลิวคลายกังวลมากขึ้นไปอีก เขาต้องการให้หยางหลิวไม่มีความกังวลในจิตใจใด ๆ แม้แต่น้อย


นั่นเป็นเพราะการแข่งขันในรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้าแล้ว ถ้าหยางหลิวเกิดกังวลมากเกินไป จนหยางหลิวไม่กล้ามาแข่งเขาจะทำอย่างไร ?


เม็ดเงินจำนวนมากที่เขาจะได้รับจากการที่หยางหลิวพลิกล็อกชนะก็จะไม่เกิดขึ้น จากที่เขาจะได้เงินนับร้อยห้าสิบล้านหยวน ก็อาจจะเหลือเพียงไม่กี่สิบล้านหยวน หรือแม้กระทั่งขาดทุนหลายล้านหยวน ดังนั้นป่ายเฉียนจะยินยอมได้อย่างไร ?


สถานการณ์ในตอนนี้ป่ายเฉียนยอมขัดใจห้าสำนักใหญ่เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ดูแลเอาใจใส่หยางหลิวให้มากหน่อยจะดีกว่า ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ป่ายเฉียนให้ความสำคัญกับหยางหลิวเป็นอันดับแรก


คนทั้งสองพูดขึ้นกันอีกเล็กน้อยก่อนที่หยางหลิวจะขอตัวกลับไปอีกครั้ง โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัวแม้แต่น้อยว่า ตั้งแต่ต้นจนจบกัวฟู่เฉิงนั้นยังคงมีสติแจ่มชัด และได้ยินทุกคำพูดอย่างชัดเจน !


= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =      ฝากกดคอมเมนต์ กดแชร์กันด้วยนะ      ใครอยากอ่านตอนล่วงหน้าก็อ่านได้ที่ THe Superman [ภาค 1-2] - เว็บไซต์เขียน-อ่าน นิยายออนไลน์ = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 536 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #497 nuang1 (@lookchup_najaa) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 19:37
    จะได้เพื่อนใหม่ไหมนะ
    #497
    0
  2. #451 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 13:15

    ขอบคุณครับ

    #451
    0
  3. #168 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 12:45
    จะได้มาเป็นพวกรึเปล่า
    #168
    0
  4. #77 kamol1122 (@kamol1122) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 11:31
    สนุกดีครับ
    #77
    0
  5. #76 Picky Pictabo (@pictabo) (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 10:53
    ไม่ถึงห้านาทีป่ายเฉียน ...
    #76
    0