THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 157,437 Views

  • 775 Comments

  • 4,917 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5,017

    Overall
    157,437

ตอนที่ 65 : วิชาต้องห้าม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9550
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 540 ครั้ง
    22 มิ.ย. 61

ในที่สุดการแข่งขันในบล็อก B ก็กำลังจะเริ่มขึ้น


ในบล็อก B คนที่น่าสนใจมีเพียงสองคนเท่านั้น นั่นคือหยางหลิว และเจ้าฮั่น เจ้าฮั่นเขาเป็นหนึ่งในศิษย์หลักสำนักเจิ้งเถียน ส่วนผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือ แม้จะมีความสามารถจนทำให้ผ่านเข้ารอบมาได้ แต่ก็เป็นเพียงผู้เข้าแข่งขันธรรมดาทั่วไปเท่านั้น ไม่ได้มีชื่อเสียงเรียงนามเท่ากับศิษย์ของห้าสำนักใหญ่ และในรอบก่อนหน้านี้ทักษะต่อสู้ที่พวกเขาใช้เมื่อรอบก่อนหน้านี้ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ นั่นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะถูกเมินโดยคนจำนวนมาก ผิดกับหยางหลิวที่รอบก่อนหน้านี้ เขาได้แสดงความสามารถอันสุดยอดจนติดตราตรึงใจของผู้ชมทั่วทั้งสนาม


ครั้งนี้หยางหลิวมีความมุ่งมั่น และมั่นใจที่จะชนะมากกว่าครั้งก่อน เขาไม่ได้ประหม่าแม้แต่น้อย เมื่อเริ่มต้นการแข่งขัน หยางหลิวก็ตัดสินใจใช้ความสามารถด้านกีฬาและทักษะการต่อสู้อย่างสูงสุด เพื่อจบการแข่งขันนี้โดยเร็ว


จากนั้นหยางหลิวจึงพุ่งตัวเข้าไปหาเจ้าฮั่นอย่างซึ่งหน้า เจ้าฮั่นถูกเจ้าสำนักเจิ้งเถียนกำชับไว้อย่างดีว่าต้องระมัดระวังหยางหลิวไว้ พยายามป้องกันให้ดีที่สุด และค่อยหาโอกาสตอบโต้


ทว่าถึงเจ้าสำนักเจิ้งเถียนจะกำชับไว้อย่างนั้น แต่เจ้าฮั่นก็ไม่สามารถป้องกันการโจมตีของหยางหลิวได้แม้แต่น้อย เมื่อถูกหมัดกระแทกเข้ามา แขนทั้งสองข้างที่รับหมัดนั้นไว้ก็เหมือนถูกรถสิบล้อชนเข้าไปอย่างจัง


เจ้าฮั่นไม่สามารถบังคับตัวเองให้ตัวติดพื้นได้ดังเดิม ตัวของเขาถูกทำให้ลอยจนไปถึงอีกฝั่ง ทว่าหยางหลิวไม่ได้ตามไปจัดการเจ้าฮั่นในทันที เขากลับมุ่งเป้ายังหนึ่งในสองคนที่เหลือแทน


เพียงเวลาไม่นาน หยางหลิวก็จัดการหนึ่งในสองคนนั้นจนหมดสติ เจ้าฮั่นทำได้แค่มองไปทางหยางหลิวด้วยความรู้สึกหวาดกลัวราวกับหยางหลิวเป็นปีศาจ


ความแข็งแกร่งของหยางหลิวน่ากลัวเป็นอย่างมาก ในชั่วพริบตาหยางหลิวก็จัดการได้ถึงสองคน !


และในตอนนี้เจ้าฮั่นก็บังเอิญสบตาเข้ากับหยางหลิวพอดี เจ้าฮั่นสังเกตได้ถึงแววตาที่ไม่ได้มีความดุร้าย หรือความเกรี้ยวกราด ทว่าทั้งพลัง และความสามารถของหยางหลิวนั้นน่ากลัวผิดกลับรูปลักษณ์ภายนอกของเขาอย่างสิ้นเชิง


“ ผะ…ผมยอมแพ้ ”
เจ้าฮั่นไม่ลังเลอีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจพูดขอยอมแพ้ด้วยอาการสั่นกลัว เพราะถ้าเขาไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะถูกหยางหลิวจัดการอย่างไร


หยางหลิวเห็นเจ้าฮั่นยอมแพ้ เขาจึงไม่ได้เข้าไปจัดการเจ้าฮั่น และจากนั้นกรรมการผู้ตัดสินก็ประกาศให้หยางหลิวเป็นผู้ชนะ !


เหตุการณ์ในวันนี้ไม่ได้น่าตื่นเต้นเหมือนครั้งก่อน หยางหลิวเอาชนะได้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่นั่นแสดงให้เห็นว่าเขาเอาชนะได้อย่างง่ายดายเกินไป นั่นจึงทำให้ผู้ชมรู้สึกไม่ค่อยสนุก หรือรู้สึกมีส่วนร่วมสักเท่าไหร่ ดังนั้นเสียงโห่ร้องดีใจดังกึกก้องทั่วทั้งสนามเหมือนในรอบแรกของหยางหลิวก็ไม่ได้มีเช่นเดิม จะมีก็เพียงเสียงปรบมือเบา ๆ ให้กำลังใจหยางหลิวเท่านั้น


ทว่าเมื่อมองไปยังที่ ๆ หนึ่งก็จะพบว่ายังมีคนกลุ่มหนึ่งรู้สึกสนใจหยางหลิวเป็นพิเศษ พวกเขาเหล่านี้ก็คือห้าเจ้าสำนักใหญ่


ห้าเจ้าสำนักใหญ่ ยังคงให้ความสนใจหยางหลิวอยู่ไม่น้อย ยิ่งพวกเขาเข้าใจผิดว่าหยางหลิวเป็นศิษย์ของสำนักหวังลั่ว ยิ่งทำให้พวกเขากระตือรือร้นและให้ความสนใจกับทุกรายละเอียดของหยางหลิว


“ เหอะ ก็ไอ้ศิษย์ขี้ขลาด ทำให้สำนักเราต้องขายหน้า ”


“ คุณก็อย่าไปพูดแบบนั้นสิ เจ้าเด็กนั่นมีฝีมือไม่ธรรมดา ถ้าจะพูดให้ถูก เด็กนั่นมันเก่งมาก และไม่แปลกใจเลยถ้ามันคือตัวเต็งของการแข่งขันครั้งนี้ จะว่าไปครั้งนี้การเคลื่อนไหวของมันเร็วกว่ารอบที่แล้วหรือเปล่า ? ”


“ ใช่ ฉันก็คิดว่าอย่างนั้น ครั้งนี้การเคลื่อนไหวของมันเร็วกว่าครั้งก่อนมาก หมัดนั่นก็ดูเหมือนหนักขึ้น หรือว่าคราวที่แล้วเจ้านั่นยังไม่ได้ใช้ความสามารถที่แท้จริงออกมา ? ”


“ เจ้าสำนักหวังลั่วนี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้ศิษย์แบบนี้มา ยอดเยี่ยม ๆ ”


“ โฮะ ๆๆ ” เมื่อเจ้าสำนักทั้งสี่พูดถึงหยางหลิว และมองมาที่เขา เจ้าสำนักหวังลั่วก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนไม่พูดอะไรออกมา เขายังคงตั้งใจปล่อยให้คนเหล่านี้เข้าใจผิดไปเอง เพราะถ้าเกิดว่าหยางหลิวมีความสามารถมากจริง และนั่นทำให้ชนะการแข่งขันได้ ถึงแม้ตัวตนของหยางหลิวจะหายไป ทว่าความสำเร็จในครั้งนี้ก็จะกลายเป็นของสำนักหวังลั่วไปโดยปริยาย หรือถ้าเกิดว่าหยางหลิวเปิดเผยว่าตัวเองไม่ใช่ศิษย์ของสำนักหวังลั่ว เขาก็แค่แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรเท่านั้นเอง

...

หลังจากจบการแข่งขันได้สักพัก หยางหลิวก็เดินทางกลับร้านโจวซือ ซึ่งครั้งนี้เขายังไม่ได้เปลี่ยนชุดที่ใช้ต่อสู้เป็นชุดธรรมดา รวมทั้งหน้ากากที่ใส่ก็ยังคงใส่ไว้อยู่แบบนั้น และไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงมีคน ๆ หนึ่งเดินตามหลังหยางหลิวมาอย่างเงียบเชียบ


ทว่าในครั้งนี้ หยางหลิวกลับไม่ได้เดินตรงกลับไปร้านโจวซือในทันที เขาเดินคดเคี้ยวไปมา จนกระทั่งผู้คนรอบ ๆ ไม่เหลือใคร มีเพียงเขา และคนที่ตามหลังมาเท่านั้นที่ยืนอยู่บนถนนเส้นนี้


คนที่ตามหลังหยางหลิวก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นกัวฟู่เฉิงนั่นเอง


ที่แท้เป็นเพราะว่าตอนที่หยางหลิวกำลังเดินกลับไปยังห้องพักของตัวเอง เขาก็ได้เจอกัวฟู่เฉิงดักรออยู่หน้าประตู



กัวฟู่เฉิงยอมรับว่าเขาพ่ายแพ้การแข่งขัน แต่นั่นเป็นเพราะเหตุที่ไม่คาดคิด เขาถูกรุมทำร้ายด้วยศิษย์หลักถึงสามคน นั่นจึงทำให้เขารู้สึกรับไม่ได้ที่ต้องพ่ายแพ้เช่นนี้ และในครั้งนี้เขาก็เลยมาขอท้าสู้กับหยางหลิว อย่างน้อยเขาก็จะต้องสู้กับหยางหลิวให้ได้เพื่อรักษาสัญญาที่เขาท้าหยางหลิวเอาไว้


หยางหลิวเห็นความมุ่งมั่นในแววตาของกัวฟู่เฉิง เขารู้เลยว่าถึงเขาจะปฏิเสธไปสักกี่รอบ เขาก็คงไม่สามารถสลัดความมุ่งมั่นครั้งนี้ได้


ดังนั้นหยางหลิวจึงตอบตกลง และรับคำท้าของกัวฟู่เฉิง แต่หยางหลิวได้กำหนดเงื่อนไขว่าเขาจะเป็นคนเลือกสถานที่เอง กัวฟู่เฉิงเห็นว่าหยางหลิวตกลงเขาจึงไม่คัดค้าน


นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไม คนทั้งสองจึงมาหยุดอยู่ที่ถนนเส้นนี้ !


“ ก่อนที่จะสู้ ฉันขอถามอะไรนายสักอย่าง ฉันอยากจะรู้ว่านายเป็นใครกันแน่ !? ” กัวฟู่เฉิงที่กำลังเผชิญหน้ากับหยางหลิว เขาถามหยางหลิวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพราะเขาต้องการจะรู้ให้ได้ว่าที่จริงแล้วหยางหลิวเป็นใคร อย่างน้อยถ้าเขาแพ้ก็จะแพ้ได้อย่างไม่ติดใจใด ๆ อีก


“ เรื่องนั้น…ผมคิดว่าคงจะบอกไม่ได้ เอาอย่างนี้แล้วกันถ้าเกิดว่าคุณชนะผม ผมถึงจะบอกคุณ ” หยางหลิวพูดปฏิเสธออกไป และยื่นข้อเสนออื่นให้ได้ หลังจากที่กล่าวจบ หยางหลิวก็เริ่มตั้งท่าเตรียมพร้อม ทั้งยังกวักมือเรียกให้กัวฟู่เฉิงเข้ามาโจมตีเขาก่อนด้วย


กัวฟู่เฉิงเห็นท่าทางของหยางหลิวก็พลันรู้สึกโมโหขึ้นมาทันที นั่นเป็นเพราะเขารู้ตัวดีว่าความสามารถของเขาในตอนนี้ไม่สามารถเทียบกับหยางหลิวได้


ในเวลานั้นกัวฟู่เฉิงเขากลับฉุกคิดถึงบางอย่าง เขาฉุกคิดถึงคำสอน และวิชาต่าง ๆ ของสำนักเจิ้งเถียน


วิชาที่กัวฟู่เฉิงฝึกฝนนั้นมีหลากหลายประเภท และนั่นก็รวมวิชาต้องห้ามไว้ด้วย !


ในครั้งนี้เขาคิดที่จะใช้วิชาต้องห้ามเพื่อสู้กับหยางหลิว


วิชาต้องห้ามของสำนักเจิ้งเถียนค่อนข้างมีประโยชน์มากสำหรับการใช้ต่อสู้ แต่ว่าอาการที่เกิดขึ้นหลังจากใช้วิชาต้องห้าม นั่นแย่เสียยิ่งกว่าประโยชน์ที่ได้รับหลายเท่า ถ้าเกิดผิดพลาดอาจจะทำให้เขาถึงกับต้องพิการเลยทีเดียว


ทว่ากัวฟู่เฉิงไม่ได้สนใจมัน เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ พร้อมกับหยิบขวดยาขึ้นมา ในนั้นมียาเม็ดหนึ่ง รูปร่างหน้าตาของมันค่อนข้างประหลาดตาไม่น้อย จะว่าเป็นลักษณะกลม ๆ ก็ไม่ใช่ หรือจะเป็นเหลี่ยม ๆ ก็ไม่เชิง


ขณะเดียวกันหยางหลิวก็กำลังสังเกตสิ่งที่กัวฟู่เฉิงนำออกมาอยู่ จู่ ๆ เม็ดยานั่นก็ลอยเข้าปากของกัวฟู่เฉิงในทันที


“ อ๊ากกกก ! ” ในชั่วพริบตา กัวฟู่เฉิงก็ร้องโอดครวญออกมาอย่างเจ็บปวด


หยางหลิวได้แต่มองกัวฟู่เฉิงที่กำลังส่งเสียงร้องอย่างทรมาน เขารู้สึกว่าเหตุการณ์นี้มันแปลกประหลาดเกินไป ทำไมกัวฟู่เฉิงถึงได้กินยาเม็ดนั้นลงไป ถ้ามันจะทำให้เขารู้สึกทุกข์ทรมานขนาดนั้น


ทันใดนั้น เสียงร้องอย่างเจ็บปวดก็ได้สลายหายไป เหลือแต่กัวฟู่เฉิงที่กำลังยืนนิ่งอยู่


ในเวลานี้ กัวฟู่เฉิงกำลังจ้องมองหยางหลิวด้วยสายตาอันรุนแรง


ในที่สุดกัวฟู่เฉิงก็พุ่งเข้ามาหาหยางหลิวด้วยความรวดเร็ว นั่นทำให้หยางหลิวรู้สึกตกใจอย่างมากกับความสามารถที่เปลี่ยนไปของกัวฟู่เฉิง


ความเร็วของเขาแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด และมันมากกว่าครั้งก่อนเกือบเท่าตัว


หยางหลิวยังไม่ทันหายจากอาการตกใจ กัวฟู่เฉิงก็เข้ามาประชิดด้านหน้าเขาแล้ว และจากนั้นกัวฟู่เฉิงก็เตะไปยังบริเวณไหล่ของหยางหลิว


ครั้งนี้หยางหลิวไม่ได้หลบ แต่เขาก็ใช้แขนป้องกันไว้แทน เขาจึงไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก เพียงแต่ว่าลูกเตะของกัวฟู่เฉิงรุนแรงมาก ทำให้แม้แต่หยางหลิวก็ยังถูกลูกเตะนั้นทำให้กระเด็นออกไป


จากเหตุการณ์เมื่อครู่ ทำให้หยางหลิวไม่คิดที่จะประมาทกัวฟู่เฉิงต่อไปอีก หยางหลิวจึงคิดที่จะใช้ความเร็วของเขาให้เป็นประโยชน์บ้างเช่นกัน


ถึงแม้กัวฟู่เฉิงจะเร็วขึ้นมาก ทว่ามันก็ไม่ได้มากไปกว่าหยางหลิวเมื่อเขาใช้ความเร็ว


พอหยางหลิวเริ่มใช้ความเร็ว สถานการณ์ก็ได้เปรียบมากขึ้น เห็นได้อย่างชัดเจนว่าถึงแม้กัวฟู่เฉิงจะเก่งขึ้น แต่ก็เทียบกับหยางหลิวไม่ได้แม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อหยางหลิวระมัดระวังตัวเองมากขึ้น กัวฟู่เฉิงก็แทบจะทำร้ายหยางหลิวไม่ได้เลย


สถานการณ์ในตอนนี้เหมือนกับว่า หยางหลิวเป็นฝ่ายบุกข้างเดียว เขาโจมตีอย่างต่อเนื่อง ทว่าเขาก็ยังคงรักษาระยะห่างเอาไว้เช่นกัน นั่นจึงทำให้ไม่ปรากฏผู้ชนะเสียที


เหตุการณ์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ทว่าดูเหมือนกัวฟู่เฉิงจะดุร้ายมากยิ่งขึ้นไปกว่าเดิม หมัดแต่ละหมัดก็ดูเหมือนว่าจะเฉียบคมขึ้น และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดก็เหมือนว่าสถานการณ์เริ่มจะกลับมาสูสีกัน เพราะไม่ว่าหมัดของหยางหลิวจะต่อยถูกกัวฟู่เฉิงหรือไม่ กัวฟู่เฉิงก็ไม่แสดงท่าทีเจ็บปวดใด ๆ ออกมา


นั่นจึงทำให้หยางหลิวรับรู้ได้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา กัวฟู่เฉิงที่อยู่ตรงหน้าเหมือนปีศาจที่ไม่มีวันเจ็บปวดใด ๆ เขาจึงไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะตัดสินใจใช้ความสามารถที่เขามีทั้งหมดออกมา และเขาก็พร้อมที่จะทุ่มสุดตัวแล้ว


เมื่อหยางหลิวไม่รักษาระยะห่างอีกต่อไป เขาจึงตัดสินใจพุ่งเข้าไปใกล้กัวฟู่เฉิงด้วยความเร็วสูงสุด และจากนั้นเขาปล่อยหมัดอย่างรุนแรงสองหมัด


หมัดทั้งสองมีความเฉียบคม และรวดเร็ว ต่อให้กัวฟู่เฉิงคิดจะป้องกันก็ไม่สามารถทำได้


“ ตุ้บ ! ตุ้บ ! ” ฉับพลันบังเกิดเสียงหมัดของหยางหลิวกระแทกเข้าไปยังลำตัวของกัวฟู่เฉิง กัวฟู่เฉิงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาไม่ได้ล้มลงไป นั่นทำให้หยางหลิวรู้สึกแปลกใจมากขึ้น หยางหลิวรู้สึกได้ว่าหมัดทั้งสองที่เขาใช้ไปเมื่อกี้คือหมัดที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดแล้ว


ขณะนั้นหยางหลิวบังเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาในจิตใจ นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาเจอศัตรูแบบนี้ เขาคิดเสมอว่าถ้าระดับของเขามาถึงระดับเริ่มต้นแล้วเขาก็จะไม่เจอใครที่แข็งแกร่งไปกว่าตน ทว่าเหมือนการต่อสู้ในครั้งนี้เขาจะคิดผิดไป

ทำให้หยางหลิวต้องกระโดดถอยหลังออกไปสองถึงสามก้าว จากนั้นเขาจึงค่อย ๆ มองไปทางกัวฟู่เฉิง


และเมื่อหยางหลิวจ้องมองไปทางกัวฟู่เฉิง ทำให้เขาถึงกับต้องตกใจอย่างที่สุด !

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
ฝากกดไลก์กดเมนต์กดรีวิวหน่อยนะครับ
ปล.ขอฝากเพจหน่อยนะครับ (ชื่อเพจ : ไอ้หยางหลิว) https://www.facebook.com/YangliuTHeSuperman/     
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 540 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #491 Zoke_Estafarn (@Zoke_Estafarn) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 21:36
    พระเอกเหมือนทำไรไม่รอบคอบอะ
    ย้อนมาแล้วทำแต่ละอย่างไม่คิดให้ดีเลย
    #491
    1
    • #491-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 65)
      4 กรกฎาคม 2561 / 21:57
      พระเอกเป็นคนปกติครับที่ไม่ได้โง่หรือฉลาด ซึ่งไม่ได้โดดเด่นด้านไหนจนเกินไป ไม่อย่างนั้นพระเอกคงไม่ได้เป็นแค่เชฟหรอกครับ
      #491-1
  2. #449 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 10:36

    ขอบคุณครับ

    #449
    0
  3. #73 obliviousmybody (@mitty1994) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 23:06
    ตอนนี้แปลกๆอ่ะ ดูไม่ค่อยเหมือนคนอายุมากแล้วเท่าไหร่แล้ว เริ่มกลับมาดูเหมือนวัยรุ่นมากขึ้นก็เลยแปลกๆมั้ง
    ถ้าคนเคยตายมาครั้งนึง/ได้เกิดใหม่มาครั้งนึง เค้าจะไม่คิดว่ามันจะมีโอกาสที่สองหรอกนะ ความระมัดระวังและรักตัวกลัวตายมันคงจะไม่เหมือนคนทั่วไป ไม่รู้ไรท์คิดเหมือนกันมั้ยอ่ะ ตอนนี้ดูวัยรุ่นมากเลยค่าาา
    #73
    1
    • #73-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 65)
      22 มิถุนายน 2561 / 23:21
      จะว่าแบบนั้นก็ไม่เชิงครับ อายุประมาณ 29 จริง แต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ในห้องครัว เป็นเด็กฝึกงานอย่างเดียวตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมัธยม ซึ่งได้อธิบายไปแล้วว่าพระเอกมันชอบลู่เอินมาก เลยอยากจะเป็นเชฟที่มีชื่อเสียงให้ได้ แต่พรสวรรค์มันไม่มี พรแสวงพยายามแล้วก็พัฒนาให้ถึงขั้นที่เรียกว่าเก่งจนมีชื่อเสียงได้ นิสัยของพระเอกเลยจะเป็นวัยรุ่นอยู่ก็ไม่แปลก แต่มันก็มีบางมุมที่เป็นวัยกลางคน

      แต่จริง ๆ มันก็แล้วแต่คนไม่เกี่ยวกับว่าจะมีอายุมากน้อยเท่าไหร่หรอกครับ ต่อให้มีอายุ 50-60 ยังอารมณ์ร้อนแบบวัยรุ่นก็มีถมเถ ซึ่งขึ้นกับสภาพแวดล้อม การเรียนรู้วิถีชีวิต ด้วยสภาพแวดล้อมที่อยู่แต่ในห้องครัว ก้มหน้าก้มตาฝึกงาน ทำงานตลอดหลายปี คุณคิดว่าพระเอกจะโตขึ้นบ้างไหมครับในเรื่องทั่ว ๆ ไป ? ซึ่งตรงนี้ผมก็ออกแบบให้ตัวละครเป็นลักษณะนั้นครับ
      #73-1
  4. #71 Apirak-Zero (@Apirak-Zero) (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:12
    ชื่อเพจทำผมอึ้งไปเลย.
    #71
    4
    • #71-2 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 65)
      22 มิถุนายน 2561 / 22:20
      ~ อ้าย = รัก
      หยางหลิว = ชื่อคน
      หยางหลิว(ไทยและจีน) = ทั้งรักทั้งเกลียดหยางหลิว
      ถถถถถ
      #71-2
    • #71-3 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 65)
      22 มิถุนายน 2561 / 22:20
      โดนเซ็นเซอร์ทำว่า ไ อ้ ไป 555
      #71-3
  5. #70 เก้าสิบเจ็ด (จากตอนที่ 65)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 22:00

    กำลังมันส์เลยครับ ขอบคุณครับ รอตอนต่อไปครับ

    #70
    0