THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,733 Views

  • 746 Comments

  • 4,860 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,273

    Overall
    142,733

ตอนที่ 61 : เชฟหงหูมาถึงแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 767 ครั้ง
    21 มิ.ย. 61

หยางหลิวพอกลับถึงภัตตาคารโจวซือ ก็ขอตัวกลับเข้าไปนอนที่ห้องทันที ลุงโจวซือเห็นว่าสีหน้าท่าทางของหยางหลิวไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จึงไม่ได้รั้งให้หยางหลิวอยู่ต่อ แต่ก็ยังคงถามหยางหลิวด้วยความเป็นห่วง


ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของลุงโจวซือที่รู้สึกว่า หยางหลิวมีเรื่องทุกข์ใจอย่างที่สุด เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหยางหลิวได้พบเจอเรื่องร้ายแรงอะไร ลุงโจวได้แต่คาดคิดไปมา รวมถึงคาดเดาไปว่า เป็นเพราะหยางหลิวเลิกกับลู่เอิน แฟนสาวสุดสวยที่หยางหลิวพามาในวันนั้น จึงทำให้หยางหลิวเป็นแบบนี้ ดังนั้นลุงโจวจึงตัดสินใจให้หยางหลิวพักผ่อน ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็คิดไว้ว่าจะให้หยุดพรุ่งนี้เพิ่มอีกวัน


ส่วนในด้านหยางหลิว พอกลับมาถึงห้องเขาก็เริ่มคิดหลายเรื่อง ทั้งเรื่องของจิ่นลี่ และป่ายเฉียน ในเรื่องของจิ่นลี่นั้นเขาก็รู้สึกถึงภัยคุกคามระดับหนึ่ง รวมทั้งการสั่งให้หม่าซู และลูกน้องนับยี่สิบคน มาลอบทำร้ายหยางหลิวเพียงคนเดียวออกจะเกินไปหน่อย แต่ไม่เพียงแค่นั้น นอกจากกระทำการหมาหมู่ลอบกัดแล้ว ยังใช้อาวุธที่รุนแรงเช่น ท่อนไม้ ท่อนเหล็ก หรือแม้กระทั่งปืน !


นั่นทำให้หยางหลิวคิดว่า เขาและจิ่นลี่คงไม่มีวันญาติดีกันเด็ดขาด และตั้งแต่วันนี้พวกเขาคือศัตรูคู่แค้นกันอย่างไม่ต้องสงสัย และสักวันเขาจะตอบโต้ความแค้นนี้อย่างสาสม


แต่ทว่าเรื่องของจิ่นลี่ไม่ค่อยเท่าไหร่ เรื่องของชายที่ชื่อป่ายเฉียนนั่นน่ากลัวยิ่งกว่า หยางหลิวรู้ตัวแล้วว่าเขาค่อนข้างคิดผิดที่ไปเข้าร่วมการประลองที่ร้านเทียนเหมิน การที่เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของสิ่งที่ไปเกี่ยวข้องด้วย อาจจะทำให้หยางหลิวพบกับจุดพลิกผันของชีวิตไปตลอดกาล และในครั้งนี้ก็น่าจะเป็นหนึ่งในจุดพลิกผันของชีวิตที่สำคัญ รองลงมาจากการเจอบุรุษไร้หน้าอย่างไม่ต้องสงสัย


ตอนนี้หยางหลิวลองหวนไปนึกถึงเรื่องสัญญาที่เขาเซ็นไว้ โชคดีที่ในสัญญามีการระบุรายละเอียดอย่างชัดเจน หยางหลิวเพียงเข้าร่วมในการแข่งขันครั้งนี้เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมในครั้งถัดไป ส่วนเงื่อนไขอื่น ๆ ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมากนัก ทำให้หยางหลิวรู้สึกโล่งอกขึ้นมาบ้าง ไม่อย่างนั้นคืนนี้หยางหลิวคงนอนไม่หลับอย่างแน่นอน


หลังจากคลายกังวลเรื่องร้านเทียนเหมิน หยางหลิวจึงเริ่มคิดที่จะตัดสินใจซื้อทักษะย่อยด้านการต่อสู้ระดับเริ่มต้น เพราะหลังจากการทดลองต่อสู้ในครั้งนี้ แม้ว่าหยางหลิวจะไม่เสียเปรียบต่อคนหมู่มาก แต่ทว่าหยางหลิวก็ไม่สามารถผละออกจากการต่อสู้ได้โดยง่าย ซึ่งในที่นี้หมายถึงต้องใช้เวลาค่อนข้างมากในการจัดการกับศัตรูที่มีจำนวนมาก ดังนั้นถ้าเขาคิดจะเอาตัวรอดในสถานการณ์เช่นนี้อีก หยางหลิวจำเป็นที่จะต้องมีทักษะย่อยด้านการต่อสู้เป็นระดับเริ่มต้นเป็นอย่างน้อย ถึงแม้ว่าการซื้อทักษะย่อยด้านการต่อสู้จะค่อนข้างใช้เงินเยอะถึง 50,000หยวน !


ที่จริงเขาไม่คิดที่จะนำเงินก้อนนี้มาใช้ เป็นเพราะว่าเขาต้องการเก็บเงินที่หาได้เป็นค่าเล่าเรียน ค่าหอพักซึ่งน่าจะอยู่ที่ประมาณ 50,000หยวนพอดี รวมทั้งเงินเดือนในเดือนหน้าเขาตั้งใจที่จะส่งเงินกลับไปให้ครอบครัวของเขา อีกอย่างคือเขาก็ต้องการที่จะทดลองต่อสู้โดยใช้แค่ทักษะย่อยระดับ 0 เท่านั้น ที่คาดไม่ถึงคือ ในวันนี้จิ่นลี่สั่งให้ลูกน้องของเขามาจัดการหยางหลิว และยังใช้ปืนอีกด้วย !


นั่นจึงทำให้หยางหลิวต้องกลับมาคิดเกี่ยวกับเรื่องซื้อทักษะย่อยด้านการต่อสู้ระดับเริ่มต้นในวันนี้


แต่พอลองคิดในด้านบวกดูบ้าง หยางหลิวก็พบว่าถึงแม้จะใช้เงินซื้อทักษะย่อยไป 50,000หยวน และเหลือเงินเพียง 20,000หยวน ทว่าถ้าหยางหลิวชนะเลิศการแข่งขันในครั้งนี้ เขาจะได้รับเงินจำนวน 500,000หยวนจากการแข่งขัน !


และนั่นหมายความว่า ถึงหยางหลิวจะเสียเงินค่าทักษะย่อยระดับเริ่มต้นไป 50,000หยวน แต่ถ้าเขาชนะ เขาก็จะได้เงินคืนมา 500,000หยวน หรือก็คือได้กำไร 450,000หยวน


พอหยางหลิวคิดได้ดังนั้นเขาจึงผ่อนคลายมากขึ้น และรู้สึกได้ถึงแรงแปลกประหลาดบางอย่าง มันกำลังดึงดูดเขาไปที่บริเวณเตียง และจากนั้นเขาก็เจอเตียงดูดหลับไปโดยไม่ได้อาบน้ำอีกครั้ง
...


หลายวันต่อมา นอกจากความปกติภายในร้าน ก็ได้มีเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น นั่นคือเชฟหลักคนเก่าได้มาถึงที่ภัตตาคารโจวซือแล้ว ทั้งลุงโจว ผู้จัดการหยานไห่ เชฟเจียงหนาน เชฟลิ่วอู หยางหลิว รวมทั้งพนักงานคนอื่น ๆ ก็ได้ออกมาต้อนรับเชฟหลักกันอย่างอบอุ่น ลุงโจวซือก็ได้แนะนำหยางหลิวให้รู้จักกับเชฟหลัก และเชฟหลักก็ได้แนะนำตนเองเช่นกัน


“ สวัสดีครับ ผมเว่ยหยางหลิว ยินดีที่รู้จักครับ ” หยางหลิวแนะนำตัวเอง และพูดด้วยความสุภาพ


“ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน ฉันหงหู ” เชฟหงหูยื่นมือมาจับทักทายหยางหลิว เขาค่อนข้างประหลาดใจกับเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ถึงแม้เถ้าแก่โจวซือจะได้บอกกับเขาแล้วว่าหยางหลิวเป็นหลานของเขาเอง แต่ฝีมือดีมาก แม้แต่นักชิมฟ่งยู่ยังยอมรับ และยกย่องให้เป็นที่หนึ่ง ดังนั้นเชฟหงหูจึงไม่ได้เกลียดที่หยางหลิวมีอายุน้อย แต่กลับชื่นชมเป็นอย่างมาก เพราะแม้แต่เขาเองก็ยังไม่มีความสามารถเพียงพอให้นักชิมฟ่งยู่ยอมรับ นั่นหมายความว่าระดับฝีมือของหยางหลิวเป็นเลิศอย่างไม่ต้องสงสัย


หลังจากพูดคุยไปสักพัก เชฟเจียงหนาน กับเชฟลิ่วอูเหมือนนัดแนะกันมา ทั้งสองคนต่างทำอาหารที่ได้จากสูตรหยางหลิว มาให้เชฟหงหูลองชิม เชฟหงหูนึกว่าเชฟทั้งสองอยากจะให้เขาช่วยฝึกให้เหมือนแต่ก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่ปฏิเสธ และลองชิมอาหารของทั้งสอง


ทว่าพอเขาได้ลิ้มรสชาติของมัน นั่นก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจอย่างถึงที่สุด เชฟเจียงหนาน กับเชฟลิ่วอูเคยอยู่กับเขามาตั้งกี่ปี ฝีมือด้านการทำอาหารก็เห็น ๆ กันอยู่ แต่นึกไม่ถึงหลังจากเขาหายไปหลายเดือน ในเวลานี้เชฟสองคนที่อยู่ตรงหน้าแทบจะมีฝีมือก้าวล้ำเขาไปไกลแล้ว


นั่นทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหลือเชื่ออย่างที่สุด ฝีมือการทำอาหารไม่ใช่หัดกันไม่กี่เดือนก็เก่งแบบก้าวกระโดดได้เช่นนี้ นี่เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน


จากนั้นเขาก็เริ่มหวนนึกถึงคำพูดที่เถ้าแก่โจวซือบอกกับเขาไว้ เชฟเจียงหนาน และเชฟลิ่วอูต่างก็ได้รับสูตร และการฝึกฝนจากหยางหลิว ทำให้เชฟทั้งคู่เก่งขึ้นมาก และเก่งกว่าเขา แต่เขาในตอนนั้นยังไม่เชื่อ และคิดว่าเถ้าแก่โจวซือพูดล้อเล่นกับเขาเสียอีก คิดไม่ถึงเลยว่าคำพูดพวกนั้นจะเป็นจริง นี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว !


ในเวลานี้เอง เชฟหงหูก็ได้ชำเลืองไปทางหยางหลิว เขารู้สึกอยากให้ที่นี่ไม่มีใครอยู่เลยนอกจาก เขาและหยางหลิว เขาอยากจะมีอายุสัก 15ปี จะได้ขอกราบหยางหลิวเป็นอาจารย์อย่างไม่ต้องสนใจคนรอบข้าง แต่ว่าเขาก็ยังคงมีศักดิ์ศรีของเขาอยู่ เชฟหงหูจึงไม่กล้าที่จะเอ่ยปากขอร้องให้สอนเขา


แต่เหมือนกับว่าหยางหลิว อ่านใจเชฟหงหูออก หยางหลิวเข้ามาพูดคุยลับ ๆ ล่อ ๆ กับเชฟหงหูอยู่สักพัก หลังจากนั้นคนทั้งคู่ก็ขอตัวไปที่ห้องครัว


หยางหลิวสอนเชฟหงหูในหลายเรื่อง ความสำคัญของสี กลิ่น รสชาติ และการตกแต่ง หยางหลิวค่อย ๆ อธิบายอย่างละเอียดสอนให้เชฟหงหูค่อย ๆ ซึมซาบเข้าไปช้า ๆ และสอนเทคนิคการทำอาหาร รวมทั้งสูตรที่ใช้ภายในร้าน


หลังจากผ่านไปหลายวัน หยางหลิวก็สอนเชฟหงหูครบทุกอย่าง ซึ่งเชฟหงหูเป็นคนที่สุดยอดมาก หยางหลิวสอนไม่กี่วันเขาก็เข้าใจวิธีการทำอาหารแบบฉบับหยางหลิวอย่างถ่องแท้ แม้กระทั่งอาหารที่หยางหลิวทำ เขาก็ทำได้ใกล้เคียงมาก จนแทบแยกไม่ออก คงจะมีเพียงนักชิมฟ่งยู่เท่านั้นที่น่าจะจำแนกแยกแยะข้อแตกต่างจากอาหารของคนทั้งสองได้ นั่นทำให้หยางหลิวรู้สึกทึ่งในความสามารถของเชฟหงหู ไม่แปลกใจเลยทำไมเชฟหงหูถึงได้เป็นแกนหลักของภัตตาคารโจวซือ เชฟหงหูใช้เวลาน้อยกว่าเชฟเจียงหนาน และเชฟลิ่วอูมาก ๆ ในการเรียนรู้


นอกจากหยางหลิวทึ่งในความสามารถของเชฟหงหู เชฟหงหูเองก็ทึ่งในความสามารถของหยางหลิวทุก ๆ อย่างที่หยางหลิวสอนล้วนมีหลักการ และกระบวนการที่แน่นอน รวมทั้งสูตรการทำอาหาร และเทคนิคที่หยางหลิวใช้ออกมา มันทำให้เขารู้ซึ้งถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน


สุดท้ายหยางหลิวสอนเชฟหงหูจนเสร็จสิ้น เขาจึงขออนุญาตลุงโจวว่าในวันพรุ่งนี้ เขาของดครึ่งวัน ซึ่งวันพรุ่งนี้ที่ว่าก็คือวันเสาร์ที่ 23 มิถุนายน


ส่วนสาเหตุที่เขาขอลาพักไม่ใช่ว่าเขาเหนื่อยแต่อย่างใด เป็นเพราะในวันนั้นเขาต้องไปทำการประลองต่อสู้ที่ร้านเทียนเหมินนั่นเอง !


วันต่อมาหยางหลิวตื่นขึ้นมาแต่เช้า เข้าครัวทำอาหารไว้ล่วงหน้าตามปกติ แต่ช่วงนี้ดีขึ้นมาหน่อย มีทั้งเขา เชฟหงหู เชฟเจียงหนาน เชฟลิ่วอู คนทั้งสี่ต่างช่วยกันทำงานอย่างขะมักเขม้น ทำให้ช่วงนี้หยางหลิว และคนอื่น ๆ ค่อนข้างสบายกว่าในช่วงเดือนแรก นอกจากนี้ที่หยางหลิวได้เสนอให้ลุงโจวซือจ้างพนักงานส่งสินค้า ยังเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดสรรเวลาให้ลงตัวมากขึ้น และลูกค้าหลายคนก็สะดวกมากขึ้น เรียกได้ว่าแทบจะไม่ค่อยมีคนมาต่อแถวเข้าคิวซื้ออาหารแล้ว จะมีก็แต่โทรสั่งอาหารซะเป็นส่วนใหญ่ ดีที่ว่าลุงโจวซือและผู้จัดการหยานไห่ได้ลองคุยกันและจ้างพนักงานส่งสินค้าสิบกว่าคน นั่นทำให้การบริการของร้านโจวซือดีขึ้นอย่างมาก อีกทั้งลูกค้านั่งโต๊ะก็ยังพึงพอใจกับการบริการที่รวดเร็วมากขึ้น


และนั่นทำให้แม้หยางหลิวจะไม่ได้อยู่ที่ร้าน ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว เพราะในตอนนี้เขามอบเทคนิค และสูตรอาหารไปแก่เชฟทั้งสามเรียบร้อย รวมทั้งการนำระบบการส่งสินค้าให้อีกด้วย


ในเวลาบ่ายสามโมง หยางหลิวจึงบอกเรื่องที่จะลาไปทำธุระข้างนอกอีกครั้ง ลุงโจวซือก็ไม่ได้ห้าม แถมยังให้เงินหยางหลิวมาอีกนิดหน่อยด้วย แต่ว่าหยางหลิวไม่ได้ออกไปเที่ยว ดังนั้นหยางหลิวจึงกล่าวขอบคุณและปฏิเสธเงินเหล่านั้น


และในเวลานี้ หยางหลิวก็ได้ออกเดินทาง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 767 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #586 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 20:11
    แค่500,000หยวนเองเขาได้ล้านเลยนะจะบอกให้ 55555
    #586
    1
    • #586-1 Jonhsamit (@Jonhsamit) (จากตอนที่ 61)
      12 สิงหาคม 2561 / 03:30
      เพื่อนพะเอกมันไม่รู้อย่าไปบอกมัเชียวละ555+
      #586-1
  2. #445 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 / 08:47

    ขอบคุณครับ

    #445
    0
  3. #167 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 11:51
    รอบู๊กันให้สนั่น
    #167
    0
  4. #47 เทียแมต (@ldiva) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 04:23
    เป็นกำลังใจให้ ชอบมาก
    #47
    0
  5. #46 obliviousmybody (@mitty1994) (จากตอนที่ 61)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 03:12
    รอบู๊ค่าาา^_^
    #46
    0