THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 155,428 Views

  • 771 Comments

  • 4,911 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,008

    Overall
    155,428

ตอนที่ 58 : ร้านเทียนเหมิน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10493
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 816 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61

“ นี่หยางหลิว ! ตื่นได้แล้ว ” เสียงลู่เอินดังมาจากทางด้านหน้าของหยางหลิว และในเวลาเดียวกันเธอก็กำลังใช้สองมือเขย่าตัวหยางหลิวให้ตื่นขึ้นมาจากการนอน


“ อื้อ… ” หยางหลิวครางออกมาเบา ๆ เขารู้สึกปวดหัวเล็กน้อย เนื่องจากเขานอนมากเกินไป หยางหลิวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาและเห็นลู่เอินอยู่ที่บริเวณด้านหน้า


“ นี่ ! นายจะขี้เซาไปถึงไหนกัน !? ” ลู่เอินอดไม่ได้ที่จะตำหนิหยางหลิว ครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 แล้วที่หยางหลิวมานอนในห้องสอบแบบนี้ ถึงเธอจะรู้ว่าหยางหลิวทำข้อสอบด้วยระยะเวลาอันสั้นไม่เหมือนคนอื่น ๆ แต่การที่เขานอนฟุบที่โต๊ะแบบนี้ทุกครั้ง หลังจากทำข้อสอบไปไม่ถึง 15นาที ก็เป็นเรื่องที่แปลกอยู่บ้างในสายตาของคนอื่น ๆ


สุดท้ายหยางหลิวจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นมา เขามองซ้ายขวา ซึ่งพบว่าคนอื่น ๆ กำลังเดินออกจากห้อง


“ สงสัยผมตื่นเช้าไปหน่อย แต่จะมาโทษผมคนเดียวไม่ได้หรอก ถ้าไม่ตื่นเช้ามาทำข้าวกล่องให้ใครบางคนกิน ผมคงโดนคน ๆ นั้นโกรธทั้งวันแน่ ๆ ” พอหยางหลิวสลัดอาการงัวเงียทิ้งไป เขาน้ำเสียงล้อเลียนว่าไม่ใช่ความผิดเขาคนเดียว แต่เป็นความผิดของเขาและคนที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่างหาก


“ หึ ! ครั้งหน้าฉันไม่กินอาหารของนายแล้ว ! ตาบ้า !! ” หยางหลิวคิดจะแกล้งลู่เอินเพียงนิดหน่อยเท่านั้น คาดไม่ถึงว่าพอพูดออกไป กลับทำให้ลู่เอินงอนหยางหลิวไปซะได้


พอลู่เอินพูดออกไป เธอก็หมุนตัวและเดินออกจากห้องไปทันที โดยที่ไม่ได้หยุดรอหยางหลิวแม้แต่น้อย


“ เฮ้ ! รอก่อน ” หยางหลิวเพิ่งรู้สึกตัวว่าลู่เอินเดินออกจากห้องไปแล้ว เขาจึงตะโกนบอกให้เธอรอเขาก่อน ขณะเดียวกันหยางหลิวรีบเก็บของและวิ่งไปหาลู่เอิน


แต่ขณะที่หยางหลิวกำลังจะพ้นประตูออกไป เขาก็ถูกคน ๆ หนึ่งยืนขวางทางออกไว้ และผลักเขาให้ถอยหลังกลับเข้าห้อง


“ จิ่นลี่ !? ” หยางหลิวเห็นจิ่นลี่ยืนขวางเขาไว้ข้างหน้า เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยที่พบจิ่นลี่ แต่ก็ไม่ถึงกับมากมายนัก เพราะเขาจำได้ว่าในช่วงก่อนเขาจะย้อนเวลากลับมา มีลู่เอิน และจิ่นลี่ที่เรียนในมหาวิทยาลัยปักกิ่งอยู่


“ โอ้ !? ยังจำฉันได้ ? ” จิ่นลี่แสร้งพูดด้วยน้ำเสียงประหลาด แต่หลังจากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาด้วยอารมณ์รุนแรงว่า “ งั้นแกก็คงจำที่ฉันเตือนได้ไม่ใช่หรือไง ! ”


“ เหอะ ! คนอย่างแกมันก็ดีแค่ลอบกัด ” หยางหลิวไม่แยแสแม้แต่นิด เขาพูดด้วยความเกลียดชังอย่างที่สุด แต่เหมือนเขาฉุกคิดอะไรได้ หยางหลิวจึงพูดต่อไปอีกว่า “ ไม่สิ ! คงใช้คำว่าคนไม่ได้ ที่ถูกคือหมาลอบกัดต่างหาก ”

“ แก ! ไอ้หยางหลิว !! ” จิ่นลี่มีสีหน้าท่าทางโกรธจัด เขาจ้องมองมาทางหยางหลิวและพูดต่อไปอีกว่า “ แกจำวันนี้ไว้ให้ดี ๆ แล้วแกจะเสียใจ ! ” จิ่นลี่พูดจบ เขาก็หันหน้าและเดินออกไปทันทีด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวหัวฟัดหัวเหวี่ยง


คนที่มายืนมุงดูเนื่องจากได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน พากันขยับออกไปด้านข้าง เพื่อเป็นทางเดินให้จิ่นลี่เดินจากไป เพราะพอพวกเขาเห็นใบหน้าที่บิดเบี้ยวซึ่งเต็มไปด้วยความโกรธของจิ่นลี่แล้ว ไม่ว่าใครก็ไม่ต้องการขวางทางเดินของเขา ไม่เช่นนั้นคงเกิดปัญหาขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย


ในด้านของหยางหลิวก็เช่นกัน พอมาเจอจิ่นลี่ก็ทำให้เขารู้สึกเดือดดาลพลุ่งพล่านในใจ ถึงแม้จิ่นลี่ไม่ใช่ศัตรูหัวใจ แต่ก็ยังเป็นศัตรูคนสำคัญที่กลั่นแกล้งเขาเสมอ ๆ ยิ่งพอนึกถึงเรื่องเมื่อหนึ่งเดือนก่อนที่จิ่นลี่ใช้คนให้มาลอบทำร้ายเขากลางดึกแล้ว ยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก เขาเดินไปยังทางเดินฝั่งตรงข้ามที่จิ่นลี่เดินไป คนที่มุงดูอยู่ก็รู้สึกกลัวหยางหลิวจะทำร้ายพวกเขา พวกเขาจึงต้องขยับเบียดกันจนชิดสองฝั่งทางเดิน เพื่อสร้างเส้นทางให้กับหยางหลิวจากไป


หยางหลิวเดินออกมาจากห้องสอบไปจนถึงหน้าทางเข้ามหาลัยด้วยอารมณ์หงุดหงิด ฉับพลันเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเขาเองต้องวิ่งไปตามลู่เอินเพื่อง้อเธอ แต่ต่อให้วิ่งไปตอนนี้คงไม่ทันแล้ว สุดท้ายหยางหลิวจึงตัดสินใจส่งข้อความไปบอกลาลู่เอิน และขอโทษเธอ

ต่อจากนั้น หยางหลิวจึงตัดสินใจใหม่ที่จะไปสถานที่ที่เชิญเขาไปต่อสู้ แทนที่จะชวนลู่เอินไปเที่ยวห้างสรรพสินค้าด้วยกันเหมือนเมื่อวาน เพราะต่อให้ชวนไปเจ้าตัวก็คงงอนเขาอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย


...


หยางหลิวนั่งรถแท็กซี่อยู่นานจนมาถึง ร้านเทียนเหมิน ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างลึกลับมาก แม้แต่คนขับแท็กซี่ยังแทบไม่รู้จัก ถ้าหยางหลิวไม่บอกเขาก็ไม่คิดว่ามีที่แห่งนี้อยู่ในกลางเมืองปักกิ่ง โชคดีที่ว่าคนที่เชิญหยางหลิวมา ได้เตรียมแผนที่สำหรับเดินทางไว้ให้ก่อน ไม่อย่างนั้นต่อให้หยางหลิวอยากมาแค่ไหนก็คงมาไม่ถึง ได้แต่หลงทางหาทางเข้าไม่เจอแน่นอน


หยางหลิวชำระค่าโดยสารและลงจากรถ มองไปยังร้านเทียนเหมินที่อยู่ข้างหน้าของหยางหลิว ร้านเทียนเหมินเป็นร้านที่มีลักษณะใหญ่โตมโหฬาร แต่ที่ค่อนข้างแปลกคือลักษณะภายนอกของร้านดูค่อนข้างเก่าแก่มาก และคาดว่าต้องอยู่มาไม่ต่ำกว่า 20ปีเป็นอย่างน้อย


ขณะที่หยางหลิวกำลังสำรวจร้านเทียนเหมินอยู่นั้น ก็มีชายหลายคนเดินออกมา พวกเขาเหล่านี้ดูท่าทางไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ แต่ละคนมีรูปร่างสูงใหญ่ ผิดแผกแตกต่างจากชาวเอเชียทั่วไป ถ้าไม่มองดูใบหน้าก็คงต้องนึกว่าเป็นคนยุโรป หรืออเมริกาเป็นแน่


“ มาทำอะไร !? ที่นี่ไม่ต้อนรับคนนอก ! ออกไปซะ ” หนึ่งในสามคนที่เดินออกมาตวาดไล่หยางหลิวให้ออกไปจากบริเวณนี้ เห็นได้ชัดว่าถ้าใครไม่ได้รับเชิญต้องถูกไล่ออกไปในลักษณะนี้ ไม่น่าแปลกใจเลยที่บริเวณรอบ ๆ นี้ไม่ค่อยมีคนเดินสัญจรไปมา


หยางหลิวเห็นท่าทางคนเหล่านี้ก็พูดออกไปว่า “ ฉันได้รับเชิญให้มาเข้าร่วมการต่อสู้ที่นี่ และนี่คือบัตรเชิญ ” หยางหลิวล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าควานหาบัตรเชิญเตรียมที่จะนำมาแสดงต่อคนพวกนี้


ในตอนที่หยางหลิวพูดความจริงออกไปเขาก็นึกว่าจะไม่มีปัญหาใด ๆ และคนเหล่านี้คงเข้าใจเหตุผลของเขา แต่ใครจะคาดคิดล่ะว่า หลังจากที่พูดจบชายคนนั้นก็หัวเราะเสียงดังออกมาพร้อมกับกล่าวว่า “ ฮ่า ๆๆ ไอ้หนู ! แกคิดว่าที่นี่เป็นสถานที่เล่นตลกหรือไง !? ” พอพูดจบ เขาก็พุ่งตัวเข้าใส่หยางหลิวพร้อมกับใช้แขนข้างซ้ายเหวี่ยงออกมายังใบหน้าของหยางหลิว


ทว่าปฏิกิริยาตอบสนองของหยางหลิวนับว่าไวมากหลายเท่าเมื่อเทียบกับคนทั่วไป แค่ความเร็วธรรมดาเชื่องช้าแบบนี้ไม่ถือว่าเป็นอันตรายต่อหยางหลิว พอชายคนนั้นเหวี่ยงแขนออกมา หยางหลิวเพียงเหลือบมองนิดหน่อย ก็โยกตัวหลบไปอีกทางเพื่อป้องกันตัวเอง ท่อนแขนที่เหวี่ยงมาทำได้เพียงพุ่งผ่านอากาศไปเท่านั้น


แต่แค่การหลบนั่นยังไม่พอ หยางหลิวยังใช้มือข้างขวา ต่อยหมัดออกไปที่บริเวณข้อศอกของชายคนนั้นอย่างจัง ทำเอาชายคนนั้นร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างที่สุด


ชายอีกสองคนเห็นท่าไม่ดีก็เตรียมเข้ามาปะทะกับหยางหลิวเช่นกัน แต่ทว่าก็มีเสียง ๆ หนึ่งดังออกมาจากข้างในร้าน


“ หยุด !!! ” เสียง ๆ เดียวทำให้คนทุกคนที่อยู่ใกล้บริเวณนั้นหันไปมองทางชายคนนั้น แม้แต่ชายที่กำลังส่งเสียงร้องก็ได้แต่เงียบ ปิดปากอย่างสนิทไม่กล้าแม้แต่ส่งเสียงใด ๆ ออกมาอีก


พอเห็นว่าทุกอย่างสงบลงแล้ว ชายคนดังกล่าวก็เดินออกมาจากร้าน และตรงเข้ามาหาหยางหลิว “ เป็นคุณหยางหลิว ผมต้องขออภัยอย่างยิ่ง ” ชายคนนั้นเข้ามาทักทายหยางหลิว พร้อมกับแสดงท่าทีเคารพเกรงอกเกรงใจ


“ คุณคือ ? ” หยางหลิวส่งเสียงถามออกไปด้วยน้ำเสียงสงสัยเล็กน้อย


“ ต้องขออภัยด้วย ผมคือคนที่ส่งจดหมายเชิญคุณมาเอง ป่ายเฉียนครับยินดีที่รู้จัก ” ป่ายเฉียนแนะนำตนเองให้กับหยางหลิว


หยางหลิวก็แนะนำตัวเองกลับไปเช่นกัน “ ผมเว่ย หยางหลิวยินดีที่รู้จักครับ ”


หลังจากคนทั้งสองเดินเข้าไปร้าน ชายที่ยืนอยู่สองคนจึงเดินเข้าไปพยุงเพื่อนที่ล้มอยู่


“ ลูกพี่ป่ายเฉียนนี่โหดชะมัด ถึงจะเตือนพวกเราแล้วก่อนให้มาทดสอบความสามารถไอ้เด็กนั่น แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเก่งขนาดนี้ โชคดีนะที่ไม่ได้เข้าไปก่อน ” ชายคนที่กำลังพยุงพูดออกมา


“ พูดอีกก็ถูกอีก โชคดีจริง ๆ ที่ไม่ได้เข้าไปปะทะมันก่อน ” ชายอีกคนที่กำลังพยุงเช่นกัน พูดเสริมขึ้นมา


“ โอ๊ย ! พวกนายเลิกพูดได้แล้ว พาฉันไปหาหมอด่วนเลย ไม่รู้ว่ากระดูกฉันหักหรือเปล่า เจ็บฉิบหาย ! ” เขาพูดไปร้องครวญครางเจ็บปวดไป


...


“ ผมคิดไม่ผิดจริง ๆ ที่เชิญคุณหยางหลิวมา ” ป่ายเฉียนพูดขึ้น


“ บังเอิญช่วงนั้นผมน่าจะว่างพอดี ก็เลยสามารถเข้าร่วมได้ ไม่อย่างนั้นผมก็คงต้องปฏิเสธไปแล้ว ” หยางหลิวพูด


“ นั่นก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นผมคงปวดหัวแน่ ๆ ที่จะต้องไปหาคนมาเพิ่มอีก ” ป่ายเฉียนพูดอย่างโอดครวญ จากนั้นเขาพูดขึ้นมาว่า “ ยังไงคุณก็ตกลงเข้าร่วมแล้ว เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ”


หยางหลิวเห็นด้วยจึงพูดออกไปว่า “ ตกลง ผมฟังอยู่ ”


“ กฎกติกาของเราไม่มีอะไรซับซ้อน ต่อสู้ครั้งละ 4คน ต่อสู้ยังไงก็ได้ ไม่ว่ามือหรือเท้า ขอแต่ห้ามใช้อาวุธ สู้จนกว่ามีคนยอมแพ้หรือหมดสติ 3คน คนสุดท้ายที่ยืนอยู่จะเป็นผู้ชนะ ” ป่ายเฉียนอธิบายกฎกติกาของการต่อสู้นี้ให้กับหยางหลิวฟัง พร้อมกับใช้นิ้วชี้ ชี้ไปยังบริเวณสนามประลองด้านล่างค่อนข้างคล้ายเวทีมวย มีเชือกล้อมไว้สี่ด้าน นอกจากนี้ยังมีกรงเหล็กที่อยู่ด้านบน คาดว่าเอาไว้ใช้ล้อมรอบสนามประลองแห่งนี้ นอกจากนี้สนามประลองยังถูกล้อมรอบไปด้วยอัฒจันทร์สี่ด้าน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการต่อสู้นี้เป็นการต่อสู้บนเวทีที่ใหญ่มากขนาดไหน โดยสถานที่แห่งนี้สามารถบรรจุผู้ชมได้อย่างมากมายนับหมื่นคน แต่กลับไม่ได้เปิดเผยต่อภายนอกให้คนทั่วไปรู้จัก ซึ่งหยางหลิวก็คือหนึ่งในนั้น และนั่นก็คงหมายความว่าที่นี่เป็นลานประลองใต้ดินอย่างไม่ต้องสงสัย


“ นอกจากนี้เงินรางวัลที่เราตกลงกันไว้ ผมก็ได้ชี้แจงไปยังรายละเอียดสัญญาแล้ว ส่วนเรื่องหน้ากากที่คุณขอก็ไม่ต้องห่วง ในวันนั้นเราจะจัดเตรียมพร้อมให้ไว้อย่างดี ” ป่ายเฉียนพูดถึงเรื่องหน้ากากที่หยางหลิวขอไว้เพื่อปกปิดใบหน้า ซึ่งเขาก็อนุญาต และเป็นเขาเองที่จะจัดทำให้อีกด้วย


“ โอเค ! ผมไม่มีปัญหา ” หยางหลิวไม่ได้คิดอะไรมาก เขาแค่ต้องการมาทดสอบความสามารถของเขาเท่านั้น อีกทั้งเรื่องหน้ากากที่เขาขอมาก็เพื่อปกปิดหน้าตาของเขาไว้ เพราะว่าเขาไม่ต้องการให้คนอื่น ๆ รู้จักเขามากนัก และหยางหลิวคิดว่าเขาเพียงเข้าร่วมครั้งนี้เพื่อทดสอบความสามารถของตัวเองครั้งเดียวเท่านั้น รวมทั้งไม่ได้คิดจะเข้าร่วมอีกในครั้งอื่น ๆ อีก จึงไม่ได้คาดหวังอะไรต่อรางวัล และตอบตกลงเซ็นสัญญาในทันที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 816 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #583 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 19:53
    ถ้าชนะได้รางวัลเท่าไหร่
    #583
    0
  2. #582 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 19:47
    ว่าแต่มันจะหลับอะไรขนาดนั้น
    #582
    0
  3. #437 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 17:18

    ขอบคุณครับ

    #437
    0
  4. #29 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 22:44
    Thank you very much
    #29
    0