THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 155,971 Views

  • 772 Comments

  • 4,909 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,551

    Overall
    155,971

ตอนที่ 56 : หยางหลิวเด็กเหลวไหล ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10845
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 821 ครั้ง
    20 มิ.ย. 61

“ เอ๊ !? ทำไมเป็นความผิดผมล่ะ ? อีกอย่างผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้สอบห้องเดียวกันกับเธอนะลู่เอิน ” หยางหลิวเห็นท่าทางไม่พอใจของลู่เอิน จึงพยายามอธิบายให้ลู่เอินเข้าใจ แต่กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่หยางหลิวพูด มันทำให้ลู่เอินรู้สึกไม่พอใจมากขึ้น


“ อะไร !? เขาก็แจ้งชื่อผู้เข้าสอบทางจดหมายแล้วไง ลำดับชื่อของฉันกับนายต่างกัน 3ลำดับเอง หรือว่านายไม่ได้สังเกตจริง ๆ ? ฮึ ! ” ลู่เอินพูดด้วยท่าทีฉุนเฉียว


“ จดหมาย !? จดหมายอะไร ? ผมไม่ได้รับอะไรเลย ” หยางหลิวงุนงงหนักกว่าเดิม เมื่อลู่เอินเรื่องจดหมายขึ้นมา


“ นายไม่ได้รับจดหมาย ? ” น้ำเสียงของลู่เอินเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหมือนกับเธอฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


“ ใช่ ! ผมยังไม่ได้รับอะไรเลยนะ ” หยางหลิวตอบรับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทำให้ลู่เอินเชื่อสิ่งที่หยางหลิวพูด


จากนั้นลู่เอินจึงซักถามหยางหลิวต่อ


สุดท้ายคนทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน ลู่เอินจึงค่อย ๆ อธิบายว่าทางมหาวิทยาลัยทำการจัดส่งจดหมายสำหรับผู้เข้าสอบทุกคนตามที่อยู่ของนักเรียนที่เขียนไว้ในตอนที่ส่งเอกสารมาทางไปรษณีย์ แต่เนื่องจากหยางหลิวได้ย้ายที่อยู่ใหม่ และมาอยู่อาศัยที่ภัตตาคารโจวซือ นั่นทำให้จดหมายไม่ได้ส่งมาถึงเขา แต่จดหมายถูกส่งไปยังบ้านเขาแทน


หยางหลิวได้ฟังสิ่งที่ลู่เอินอธิบาย เขาจึงคิดว่านี่น่าจะเป็นไปได้ที่สุด ดังนั้นเขาจึงลองตรวจสอบตามคำพูดของลู่เอิน โดยเขาโทรหาแม่ที่บ้านของเขา ซึ่งหยางหลิวก็พบว่าเป็นจริงดังที่ลู่เอินว่าไว้ จดหมายถูกส่งไปให้หยางหลิวที่บ้านจริง แต่ทว่าแม่ของหยางหลิวยังไม่ได้ตรวจสอบ เพิ่งจะมาเห็นตอนนี้ที่หยางหลิวบอกไปเมื่อกี้เอง


“ เฮ้อ ! นายนี่นะเรื่องเรียนก็เก่ง เรื่องงานก็เก่ง แต่เรื่องแค่นี้กลับเซ่อซ่าไปได้ ” ลู่เอินอดไม่ได้ที่จะบ่น พอฟังว่าหยางหลิวไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลย ตอนเข้ามาถึงก็หลงทางไปยกใหญ่วิ่งไปมาเกือบครึ่งมหาวิทยาลัย ยังดีที่สุดท้ายไม่โดนตัดสิทธิ์ ตอนเธอฟังหยางหลิวพูด ลู่เอินก็อดหัวเราะคิกคักไม่ได้


“ ผมก็เป็นแบบนี้แหละ ฮ่า ๆ แต่ก็ยังดีนะเมื่อเช้าเธอโทรมาบอกไม่งั้นแย่แน่เลย ขอบใจนะลู่เอิน ” หยางหลิวหัวเราะแก้เขิน และขอบคุณลู่เอินที่ช่วยเหลือเมื่อเช้า ทำให้ลู่เอินหยุดหัวเราะแต่ใบหน้ากลับแดงขึ้นมาแทน


ทั้งสองคนพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน หารู้ไม่ว่ามีคน ๆ หนึ่งแอบมองดูคนทั้งคู่ด้วยสายตาอิจฉาริษยา เมื่อจ้องมองมายังหยางหลิว สายตานี้เต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง ถ้าหยางหลิวได้พบเจอคน ๆ นี้ก็จะจดจำได้ทันทีว่าเป็น จิ่นลี่ !


ความจริงแล้ว คนทั้งสาม หยางหลิว ลู่เอิน จิ่นลี่ ได้สอบในห้องเดียวกัน ทว่าลำดับชื่อของจิ่นลี่อยู่ค่อนข้างห่าง และที่นั่งของจิ่นลี่อยู่ค่อนข้างไกลจากสายตาคนทั้งสอง จึงไม่ได้เป็นที่สังเกตนัก และเมื่อจิ่นลี่ไม่ได้กล่าวทักทายลู่เอินดังเช่นเมื่อก่อน ลู่เอินจึงไม่รู้ว่าจิ่นลี่อยู่ที่ห้องนี้เช่นเดียวกับหยางหลิว


กลับกันหยางหลิวคือคนที่ทุกคนในห้องสอบสามารถจดจำเขาได้ ! ไม่ใช่เฉพาะแค่ใบหน้าอันหล่อเหลา ที่ทำให้ผู้คนเกิดความรู้สึกอิจฉา หรือหลงใหล หากแต่เป็นเพราะหยางหลิวมาสายที่สุดจึงเด่นสะดุดตา ! ไม่ว่าใครก็ต่างจำได้ รวมทั้งจิ่นลี่ก็ด้วย


ในตอนแรก หลังจากออกจากห้องสอบ จิ่นลี่คิดว่าจะเข้ามาถากถางหยางหลิวเพราะเขาเห็นหยางหลิวฟุบหลับตั้งแต่หยางหลิวทำข้อสอบไปเพียง 15นาที จากเวลาทั้งหมด 3ชั่วโมง นั่นทำให้จิ่นลี่รู้สึกพอใจที่ได้เห็นเช่นนั้น รวมทั้งท่าทางอวดดีต่าง ๆ ที่ผ่านมาของหยางหลิว โดยเฉพาะความคิดอันโง่เขลาที่บอกว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยปักกิ่ง สิ่งเหล่านี้ทำให้จิ่นลี่เกิดความรู้สึกคุกรุ่นในใจและเตรียมพร้อมกอบกู้ศักดิ์ศรีของตนเองต่อหน้าลู่เอิน จิ่นลี่จึงเดินไปดักรออยู่หน้าประตูทางออกเพื่อรอจังหวะถากถางหยางหลิวด้วยคำพูดที่เขาคิดว่ามันจะทำให้หยางหลิวรู้สึกเจ็บช้ำน้ำใจที่สุด


คาดไม่ถึง จิ่นลี่กลับเห็นลู่เอินหัวเราะพูดคุยกะหนุงกะหนิงกับหยางหลิว ไม่ว่าการแสดงออกทางสีหน้า หรือท่าทาง ลู่เอินไม่เคยทำตัวแบบนี้กับจิ่นลี่เลยสักครั้ง นั่นยิ่งทำให้ภายในจิตใจรู้สึกปั่นป่วนเป็นอย่างยิ่ง ความรู้สึกต่าง ๆ ถาโถมราวกับคลื่นสึนามิยักษ์ ตอนนี้เขาทั้งหึงหวง ทั้งโกรธแค้นเป็นที่สุด


...


หลังจากลู่เอินและหยางหลิวกลับมาจากการกินอาหารเที่ยง เขาและเธอก็เดินกลับมารอที่หน้าห้องสอบเดิม เมื่อเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งสองจึงพูดคุยกันด้วยท่าทีสบาย ๆ แต่นั่นกลับสร้างความอิจฉาให้ผู้คนโดยรอบเป็นจำนวนมาก


จนกระทั่งเวลาประมาณบ่ายโมง อาจารย์ผู้คุมสอบจึงเรียกนักเรียนทุกคนเข้าไปประจำที่นั่ง


ในช่วงบ่ายเป็นการสอบวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งถือว่าเป็นวิชาถนัดของลู่เอิน และยิ่งถือว่าง่ายดายยิ่งสำหรับหยางหลิว


วิชานี้มี 100ข้อ ให้เวลา 3ชั่วโมงเหมือนเมื่อเช้า หยางหลิวเข้าห้องสอบไปทำยังไม่ถึง 10นาที เขาก็ฟุบนอนลงไปอีกครั้ง


การกระทำของหยางหลิวยิ่งแสดงให้คนอื่น ๆ เห็นว่าตัวหยางหลิวเป็นคนที่เหลวไหลขนาดไหน นอกจากนักเรียนที่มาร่วมสอบเข้าที่ดูถูกหยางหลิวภายในใจ แม้แต่อาจารย์บางคนก็รู้สึกดูถูกหยางหลิวอยู่บ้างเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ อาจารย์ช่างลี่


ช่างลี่ อาจารย์คุมสอบคนเดิมถึงกับส่ายหัว ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน แต่เป็นเพราะเขารู้สึกสังเวชต่ออนาคตของประเทศของเขาเอง โดยเฉพาะประเทศจีนถือว่าเป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมีทั้งช่วงรุ่งเรือง ตกต่ำ แต่ก็ยังสามารถดำรงอยู่มาได้หลายปี จนกระทั่งถึงวันนี้จีนก็เป็นหนึ่งในมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ของโลก ทว่าเขารู้สึกห่วงต่ออนาคตในภายภาคหน้าถ้ายังมีเด็กอย่างเช่นหยางหลิวเพิ่มขึ้นมามากขึ้น ประเทศจีนจะยังคงเป็นมหาอำนาจของโลกอยู่หรือไม่ ? ดังนั้นในวันนี้ ช่างลี่จึงบังเกิดความคิด เขาตั้งปณิธานที่จะมอบความรู้และแนวคิดให้กับเด็กรุ่นใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอนาคตของประเทศจีนให้รุ่งเรืองยิ่งขึ้น


...


“ นายนี่ยังทำเร็วเหมือนตอนนั้นเลยนะ ฉันสังเกตตั้งแต่เมื่อเช้าละ นายเนี่ยเก่งจริง ๆ ” หลังจากทำข้อสอบเสร็จ ลู่เอินกล่าวชมเชยกับหยางหลิวด้วยความจริงใจ ที่จริงไม่ใช่เป็นเพราะว่าหยางหลิวทำเสร็จเร็วเธอจึงกล่าวชม แต่เป็นเพราะว่าแม้หยางหลิวจะทำข้อสอบเร็วมาก แต่ก็ยังมีความแม่นยำไม่ต่างกัน นั่นจึงทำให้ลู่เอินรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมาก และถือว่าหยางหลิวเป็นอัจฉริยะที่ยอดเยี่ยม


“ แหะ ๆ ขอบคุณที่ชมนะ ” หยางหลิวพูดด้วยอาการเคอะเขิน


“ ชมอะไรกัน ฉันก็แค่พูดเท่าที่เห็นนั่นแหละ ” ลู่เอินพูดแก้ตัวด้วยท่าทีลนลาน และหวังว่าหยางหลิวจะไม่สังเกตเห็นอาการชื่นชมที่เธอแสดงออกไปเมื่อกี้


“ ว่าแต่เธอล่ะ ทำได้บ้างไหม ? ” หยางหลิวไม่ทันสังเกต เขาจึงถามลู่เอินด้วยคำถามทั่วไป


ลู่เอินเห็นว่าหยางหลิวไม่ทันได้สังเกตเห็น เธอจึงหายใจโล่งขึ้นและก็ตอบหยางหลิวกลับไปว่า “ ถ้าอังกฤษล่ะก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ว่าคณิตศาสตร์เนี่ยสิ เฮ้อ ! ” ลู่เอินพูดพลางถอนหายใจ ข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ในครั้งนี้สำหรับเธอแล้วถือว่าค่อนข้างยากเลยทีเดียว ถึงแม้ครั้งนี้เธอจะเตรียมตัวมาอย่างดี และอาจารย์ได้ให้แนวข้อสอบที่น่าจะออกสอบกับเธอ ถึงแม้มากกว่า 70% จะค่อนข้างตรงกัน ทว่าอีก 30% ที่เหลือล้วนเป็นปัญหา ข้อสอบนี้ยากกว่าที่อาจารย์เธอให้ทำเสียอีก นอกจากนี้ลู่เอิน เธอใช้เวลาไปค่อนข้างมากในการทำข้อสอบแต่ละข้อ นั่นจึงทำให้มีจำนวนข้อสอบที่เธอยังไม่ได้ทำเหลือค่อนข้างเยอะ เธอจึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนใจสุ่มคำตอบไป และเธอคาดคิดว่าคะแนนที่ออกมาคงไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก


หยางหลิวเห็นสีหน้าท่าทางของลู่เอิน เขาจึงคิดว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้กับเธออีก หยางหลิวเกิดความคิดบางอย่างขึ้น เขาจึงชวนลู่เอินไปทานอาหารที่ภัตตาคารโจวซือ ลู่เอินก็ไม่ปฏิเสธ พวกเขาจึงตัดสินใจไปภัตตาคารโจวซือ


ทว่าพวกเขาลืมคิดไป ช่วงนี้เป็นช่วงที่นักเรียนทั้งหลายต่างเพิ่งสอบเสร็จเหมือนพวกเขาทั้งคู่ แต่ละคนก็ต่างอยากกลับบ้าน หรืออยากกลับไปทำธุระ ซึ่งทำให้เกิดรถติดเป็นอย่างมากที่หน้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง ดังนั้นหยางหลิวและลู่เอินจึงปรึกษากัน และพวกเขาตกลงได้ว่าจะไปเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยปักกิ่งแทน


ทั้งสองคนหนุ่มสาวเดินไปเที่ยวในห้างตั้งแต่ช่วงห้าโมงเย็น แรก ๆ ลู่เอินเห็นว่าหยางหลิวจะเลี้ยงข้าวเธอ เธอจึงปฏิเสธไปเพราะเธอได้ยินมาว่าทางครอบครัวของหยางหลิวไม่ได้ร่ำรวยเท่าไหร่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหยางหลิวได้เงินในส่วนนี้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเขาเอง ทำให้ลู่เอินเกิดความรู้สึกเกรงใจหยางหลิวมาก แต่สุดท้ายเธอทนต่อการรบเร้าของหยางหลิวไม่ไหว เธอจึงเสนอว่าให้หยางหลิวเลี้ยงเครื่องดื่มเธอแทน


ลู่เอินเที่ยวกับหยางหลิวอยู่นาน เธอเห็นว่าเป็นเวลาเกือบหนึ่งทุ่มแล้ว จึงชวนหยางหลิวกลับ ซึ่งหยางหลิวก็ตอบตกลง


พอลู่เอินได้พ่อบ้านมารับ หยางหลิวจึงคลายกังวล พร้อมกับเตรียมเรียกแท็กซี่กลับไปยังภัตตาคารโจวซือ โดยที่หยางหลิวหารู้ไม่ว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังเฝ้าจับสังเกตทั้งเขาและลู่เอินอยู่


...


หยางหลิวใช้เวลาไม่นานนักก็กลับมาถึงภัตตาคารโจวซือ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาสองทุ่มพอดี หยางหลิวเข้าไปทักทายลุงโจว ผู้จัดการหยานไห่ และได้พูดคุยกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านวันนี้ ผู้จัดการหยานไห่ก็รายงานว่าวันนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แม้ว่าหยางหลิวจะไม่อยู่ก็ยังพอรับมือได้ โชคดีที่ว่าหยางหลิวได้สอนเทคนิคต่าง ๆ และสูตรอาหารที่จำเป็นไปหมดแล้ว แม้ว่าเชฟเจียงหนาน กับเชฟลิ่วอูยังมีฝีมือไม่ถึงระดับปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพี แต่ถ้าคิดเฉพาะอาหารที่ทำตามสูตรของหยางหลิวก็มีแต่เหนือกว่า ทำให้ลูกค้าทั่วไปยังติดใจในรสชาติ และไม่คิดว่ามันแปลกประหลาดกว่าปกติตรงไหน


ในด้านของเชฟหลักคนก่อน ลุงโจวก็ได้บอกหยางหลิวว่าเขาจะมาถึงในอีกสามวัน ซึ่งทำให้หยางหลิวรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขาคิดว่ายิ่งเชฟหลักมาเร็วเท่าไหร่ เขาจะได้สอนเชฟหลักได้เร็วยิ่งขึ้น


หลังจากคนทั้งสามพูดคุยกันเสร็จหยางหลิวจึงแวะเข้าไปทักทายพนักงานในห้องครัว หยางหลิวเห็นเชฟลิ่วอู กับเชฟเจียงหนานต่างทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ซึ่งในวันนี้พวกเขาทั้งคู่ต่างได้รับภาระหนักอึ้ง ถือเป็นการทดสอบครั้งสำคัญ ยังดีที่พวกเขาต่างผ่านประสบการณ์มามาก รวมถึงได้ทำตามคำแนะนำที่หยางหลิวเตรียมพร้อมไว้อย่างเคร่งครัด จึงทำให้ผ่านวันนี้ไปได้อย่างลุล่วง




หลังจากหยางหลิวเดินออกมาจากห้องครัวก็บังเอิญพบกับชิงฉือที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกพอดี
“ หยางหลิว ! มีคนฝากให้มาส่งจดหมายมาถึงนาย ” ชิงฉือยื่นซองจดหมายให้กับหยางหลิว


“ ขอบคุณมากครับ ” หยางหลิวกล่าวขอบคุณชิงฉือ หลังจากนั้นเขาก็สังเกตลักษณะซองจดหมาย ลักษณะของมันค่อนข้างแปลกจากปกติบ้างเล็กน้อย นอกจากนี้ยังมีตราที่ใช้ผนึกซองจดหมายเป็นรูปมังกรและพยัคฆ์กำลังห้ำหั่นกัน






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 821 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #579 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 19:34
    มีงานเข้าๆ
    #579
    0
  2. #431 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 14:25

    ขอบคุณครับ

    #431
    0
  3. #164 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 11:17
    เจองานเข้า
    #164
    0
  4. #22 TonkaowSaeSin (@TonkaowSaeSin) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 11:41
    รอนะคะ สนุกกกกกก
    #22
    0
  5. #21 ทินกร แก่นคำ (@0923474148) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 09:59
    สนุกคร้าบ ต่อ~~
    #21
    0
  6. #20 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2561 / 08:13

    เดี๋ยวอีกตอนอัปตอนเย็นครับ

    #20
    4
    • #20-3 TonkaowSaeSin (@TonkaowSaeSin) (จากตอนที่ 56)
      20 มิถุนายน 2561 / 11:41
      รอๆๆๆๆๆๆ ขอบคุณค่า
      #20-3
    • #20-4 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 56)
      20 มิถุนายน 2561 / 21:57
      โทษทีครับอัปช้าไปหน่อย พอดีเพิ่งกลับถึงหอเมื่อไม่นานครับ ขออภัยด้วยครับ
      #20-4