THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,697 Views

  • 746 Comments

  • 4,859 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,237

    Overall
    142,697

ตอนที่ 55 : สอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10624
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 650 ครั้ง
    19 มิ.ย. 61

ณ วันที่ 8 มิถุนายน ในวันนี้หยางหลิวต้องเข้าไปสอบที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งในเวลาเก้าโมงเช้า เขาจึงตื่นขึ้นมาเช้ากว่าทุกวัน และออกเดินทางตั้งแต่ดวงอาทิตย์ยังไม่ขึ้น ในส่วนของเรื่องการจัดการในวันนี้ของภัตตาคารโจวซือ เขาได้จัดเตรียมความพร้อมให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ดังนั้นหยางหลิวจึงสามารถไปสอบได้อย่างสบายใจไม่ต้องคอยกังวลกับเรื่องราวในร้านอีก


หลังจากที่หยางหลิวเดินออกมาได้ไม่ไกลจากภัตตาคารโจวซือนัก เขาก็ได้เจอรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาทางเขาโดยบังเอิญ หยางหลิวเห็นว่ารถแท็กซี่คันนี้ว่างอยู่ เขาจึงเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งเขาที่ ม.ปักกิ่ง


ในความคิดของหยางหลิว เขาออกจากร้านมาตั้งแต่เกือบหกโมงเช้า คงจะไม่มีปัญหาในเรื่องของการสัญจรไปมาจากร้านโจวซือไปยังจุดหมายที่เขาต้องการจะไป แต่ทว่าเขากลับคิดผิดถนัด หลังจากเดินไปจนเกือบถึง ม.ปักกิ่ง ก็พบรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์จำนวนนับไม่ถ้วน เบียดเสียดกันอย่างหนาแน่น ซึ่งสามารถคาดเดาได้ว่าเป็นรถของผู้ปกครองของนักเรียนได้อย่างไม่ต้องสงสัย


เมื่อหยางหลิวใช้ตาเพ่งมองดูดี ๆ จึงพบว่าประตูทางเข้าของ ม.ปักกิ่ง อยู่ไกลมากเกือบสองกิโลเมตร แต่ในตอนนี้เขากลับติดอยู่ที่เดิมไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนมาเกือบยี่สิบนาที และในตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมงครึ่งแล้ว ดังนั้นเขาจึงขอแท็กซี่ลงตรงนี้ และวิ่งไปเองดีกว่าที่จะให้รถแท็กซี่เข้าไปส่งข้างใน


หยางหลิวใช้เวลาไม่นานเท่าไหร่ในการวิ่งไปถึงประตูทางเข้าของ ม.ปักกิ่ง พอหยางหลิวก้าวเข้าไปถึง ม.ปักกิ่ง เขาก็เบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็น ม.ปักกิ่งด้วยสายตาตนเอง พื้นที่ของ ม.ปักกิ่ง นั้นกว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งมากกว่าที่เขาคิดไว้เยอะมาก ทำเอาหยางหลิวอดไม่ได้ที่จะมองสำรวจพื้นที่รอบ ๆ อย่างสนอกสนใจ


เพราะตั้งแต่ในช่วงอดีตที่ผ่านมารวมถึงก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา เขาไม่ค่อยได้สนใจวงการด้านการศึกษาสักเท่าไหร่ เขาเพียงทราบอย่างคร่าว ๆ ว่า ม.ปักกิ่ง เป็นมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศ รวมถึงเป็นมหาวิทยาลัยอันดับต้น ๆ ของโลก และยังเป็นที่ที่ลู่เอินได้ย้ายมาเรียนเท่านั้น


ในครั้งนี้เหมือนเป็นการเปิดโลกทัศน์ใบเล็กของเขาให้กว้างมากขึ้น ชีวิตก่อนหน้านี้ในความคิดของหยางหลิว เขามีเพียงสิ่งเดียวที่สนใจ ซึ่งก็คือลู่เอินเท่านั้น ถึงแม้ว่าสุดท้ายเขาจะตัดใจจากลู่เอินได้บ้างเล็กน้อย รวมถึงไม่ได้สนใจเรื่องราวอื่น ๆ มากนัก และยังคงทำงานด้านอาหารต่อไป โดยได้แต่มีความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ว่าสักวันจะได้คู่กับลู่เอิน จนกระทั่งเขาได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขเส้นทางชีวิตของเขาอีกครั้ง และในครั้งนี้หยางหลิวตัดสินใจว่าจะทำให้ฝันของเขาเป็นจริงให้ได้


หยางหลิวเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางที่นักเรียนคนอื่นบอกอยู่เป็นเวลานาน ทว่าเขากลับไม่สามารถหาห้องสอบที่เขาต้องไปสอบได้เลย และตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบแปดโมงครึ่งแล้ว เขาเริ่มรู้สึกลนลานมากยิ่งขึ้น ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว หยางหลิววิ่งถามทางไปทั่ว นักเรียนที่เขาต่างถามทางก็ชี้กันไปคนละทิศคนละทาง ทำเอาหยางหลิวหัวหมุนจนมึนงง ไม่รู้ว่าจะตัดสินใจเชื่อใครดี


“ ตื๊ด…ตื๊ดดด… ” เสียงโทรศัพท์ของหยางหลิวที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้นมา หยางหลิวจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขาจึงพบว่าเป็นลู่เอินที่โทรมาหาเขา


“ ตอนนี้นายอยู่ไหน !? นี่มันแปดโมงครึ่งแล้วนะ ! ” ในทันทีที่หยางหลิวกดรับโทรศัพท์ เสียงของลู่เอินก็ดังขึ้นมา ซึ่งเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ ที่หยางหลิวมาช้า


หยางหลิวยังไม่ทันตอบลู่เอิน เขาก็ถูกลู่เอินว่าอีกครั้ง หลังจากฟังลู่เอินบ่นไปเกือบนาที ในที่สุดลู่เอินก็บอกให้หยางหลิวรีบมาให้เร็วที่สุด เขาและเธอได้สอบห้องเดียวกัน ดังนั้นลู่เอินที่มาถึงก่อนจึงรู้ได้ว่าหยางหลิวยังมาไม่ถึงห้องสอบ และในขณะนี้เหลือเวลาอีกไม่มาก เธอจึงได้รีบโทรมาตามเขา ด้วยความเป็นห่วงและกลัวว่าหยางหลิวจะหลงทาง ซึ่งก็เป็นอย่างที่ลู่เอินคิดไว้


หยางหลิวพอได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เขาคุยกับลู่เอินอยู่ราวห้านาที พร้อมกับเดินไปมา พอได้คุยกับลู่เอิน หยางหลิวจึงรู้ว่าเขานั้นมาผิดเส้นทาง ซึ่งที่จริงแล้วต้องไปที่คณะวิทยาศาสตร์ แต่ทว่าเขากลับเดินไปทางคณะเศรษฐศาสตร์แทน ด้วยความไม่รู้จักระบบการสอบเข้าของที่นี่ และด้วยนึกว่าเขาต้องการจะเข้าไปเรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ ด้านการบัญชีเหมือนลู่เอิน จึงต้องมาทำข้อสอบที่คณะเศรษฐศาสตร์


“ ถึงว่า ! พอถามคนนั้นว่าไปคณะเศรษฐศาสตร์ให้ไปทางไหน คนนั้นกลับบอกว่าให้มาทางนี้ ส่วนตอนที่เราถามอีกคนว่าไปสอบที่ไหน เขาก็ตอบเราว่าให้ไปทางนั้น ” หลังจากได้ขบคิดไปพลางขณะฟังลู่เอิน เขาก็ถึงบางอ้อ


ถึงว่าเขาเดินเข้าไปหารายชื่อตั้งตึก กลับไม่พบเจอทั้งชื่อเขา หรือแม้แต่ชื่อของใครสักคนเลย โชคดีว่าครั้งนี้ลู่เอินช่วยเขาได้ทันเวลา เธอโทรมาบอกเขาก่อนที่จะเข้าไปสอบสายจนโดนปรับให้ตกโดยที่ไม่มีโอกาสให้แสดงความสามารถออกมา


หยางหลิววิ่งจากคณะเศรษฐศาสตร์จนมาถึงคณะวิทยาศาสตร์ เขาก็พบว่าในตอนที่เขามาถึง นักเรียนทุกคนได้เข้าห้องสอบนานแล้ว เขารีบวิ่งไปที่ตึก 5 ทันทีด้วยความเร็วสูงสุด และตามหาห้องสอบจนพบ


ขณะที่หยางหลิวไปถึง อาจารย์ผู้คุมสอบก็กำลังจะปิดประตูห้องสอบพอดิบพอดี พอหยางหลิวไปถึงเขาก็พบว่า ถ้าเขาสายกว่านี้อีก 5นาที หยางหลิวก็จะโดนตัดสิทธิ์ไม่ให้เข้าสอบ และไม่มีโอกาสที่จะได้เข้ามาเรียนที่แห่งนี้อีก จนกระทั่งมีการเปิดสอบใหม่ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นการเสียเวลาเปล่าเป็นปี ๆ เลยทีเดียว


หยางหลิวใจหายวาบ ถ้าลู่เอินไม่โทรมาเตือนเขา ป่านนี้เขาคงไม่ได้สอบแล้วเป็นแน่


พอหยางหลิวเข้าไปในห้องสอบ นักเรียนที่กำลังสอบหลายคนต่างจ้องมองมาที่เขา บางคนก็เห็นใจที่หยางหลิวมาสอบสาย บางคนถึงกับแสยะยิ้มซึ่งดูชั่วร้ายเล็กน้อยออกมาประหนึ่งว่าได้ตัดคู่แข่งออกไปเพิ่มอีกคน และมีอีกหนึ่งคนที่พอเห็นหยางหลิวเข้ามาก็ลอบดีใจเล็กน้อย จากนั้นลู่เอิน เธอก็สบตาเข้ากับหยางหลิว และส่งข้อความบางอย่างผ่านสายตาให้กับเขา


หยางหลิวเห็นดังนั้นก็รู้สึกดีใจ ความคิดแรกของเขาคือ เดินเข้าไปหาเธอตรง ๆ และเริ่มพูดคุยกันเหมือนที่เคยเป็นมาในช่วงนี้ ทว่าขณะที่เขากำลังจะเปิดปากพูด อาจารย์ผู้คุมสอบก็สะกิดให้หยางหลิวจากด้านหลังให้เดินต่อไป


ในตอนนั้นเอง หยางหลิวจึงรู้สึกตัวว่าที่นี่คือสถานที่สอบสำหรับเข้า ม.ปักกิ่ง ไม่ใช่สถานที่ของการพูดคุยพบปะกัน ดังนั้นหยางหลิวก็เดินไปยังที่นั่งของตัวเอง พร้อมกับหัวเราะเยาะตัวเองในใจ


หยางหลิวไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับการสอบในครั้งนี้ ยังดีที่ว่าเขายังเตรียมบัตรประชาชน และปากกาดินสอเข้ามาด้วยตามคำแนะนำของลู่เอิน ไม่เช่นนั้นครั้งนี้ ถึงเขาจะไม่โดนตัดสิทธิ์เพราะมาสายแล้วก็ตาม แต่ทว่าเขาจะโดนตัดสิทธิ์เพราะไม่สามารถเข้าห้องสอบได้ทันตามเวลาที่กำหนด หรือแม้กระทั่งได้ศูนย์คะแนนเพราะไม่มีอุปกรณ์ในการทำข้อสอบ


ขณะที่หยางหลิวพลิกกระดาษคำถามขึ้นมา เขาจึงพบว่าวิชานี้คือวิชาคณิตศาสตร์ หยางหลิวไม่ได้คิดอะไรมาก เขาก็ลงมือเขียนเหมือนครั้งที่ลู่เอินเตรียมแนวข้อสอบมาให้ ซึ่งลักษณะการทำข้อสอบคล้ายคลึงกันอย่างมาก ดังนั้นหยางหลิวจึงแทบจะไม่มีปัญหาใด ๆ


จนกระทั่งผ่านไปราวสิบห้านาที คนรอบ ๆ ข้างหยางหลิว สังเกตเห็นว่าหยางหลิวไม่ได้ทำข้อสอบต่อแล้ว แต่เขากำลังนอนฟุบอยู่บนโต๊ะ บางคนถึงกับแอบดูถูกหยางหลิวอยู่ในใจ


“ อะไรกัน !? แค่สิบห้านาทีก็ถอดใจแล้ว เหอะ ๆ ”


“ เด็กบ้านนอกจริง ๆ มาสอบก็สาย ข้อสอบก็คงทำไม่ได้ สุดท้ายก็ถอดใจ ไม่รู้จะดั้นด้นเสียเวลามาที่นี่ทำไม ? หรือว่าความจริงเขาไม่ได้ต้องการมาสอบ ? แค่อยากเข้ากรุงมาเที่ยวปักกิ่งล่ะมั้ง ฮ่า ๆ ”


“ เฮ้อ ! เด็กสมัยนี้ ไม่ไหวจริง ๆ ”


แม้กระทั่งอาจารย์ที่คุมสอบยังแอบดูถูกหยางหลิวอยู่ในใจ เป็นเพราะว่าหยางหลิวเข้าห้องสอบตอนเวลา 9.25น. ซึ่งนับว่าเป็นการเข้าสอบที่ช้ามากที่สุดตั้งแต่อาจารย์คนนี้เคยพบเคยเจอ ทว่าตอนนั้นเขาเห็นสีหน้าและท่าทางของหยางหลิวที่รีบร้อนวิ่งมาตั้งแต่ไกล เขาจึงค่อนข้างเห็นใจในความพยายามของหยางหลิว แต่ตอนนี้เป็นเวลา 9.40น. หยางหลิวก็นอนฟุบลงไปกับโต๊ะ ทำเอาเขารู้สึกแย่เป็นอย่างยิ่งกับอนาคตของชาติคนนี้


มีก็แค่เพียงลู่เอินเท่านั้นที่รู้ดีว่าหยางหลิวไม่ได้ไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะเขาทำเสร็จหมดแล้วทุกข้อต่างหาก และเธอคาดว่าหยางหลิวคงทำเสร็จก่อนสิบห้านาทีด้วยซ้ำ รวมถึงคะแนนที่หยางหลิวทำได้คงได้ราว ๆ แปดสิบเป็นอย่างน้อย เธอจึงไม่ได้กังวลกับหยางหลิว ทว่าเธอกำลังกังวลเรื่องของตัวเองมากกว่า


...


ผ่านไปสองชั่วโมงกว่า หยางหลิวหลับไม่ลุกขึ้นมาทำข้อสอบอีก จนกระทั่งอาจารย์คุมสอบมาเก็บกระดาษคำถามและคำตอบจากเขา หยางหลิวจึงเพิ่งรู้สึกตัวจนตื่นขึ้นมา


ใบหน้าของหยางหลิวเกิดรอยแดงบริเวณกลางหน้าผาก ทำให้ตอนที่หยางหลิวมองไปทางลู่เอิน ลู่เอินก็พลันกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ ปล่อยเสียงหัวเราะน่ารัก ๆ ออกมา จนทำให้ผู้ชายในห้องเกิดอาการหัวใจถูกสั่นคลอนเพราะความน่ารักของลู่เอิน แต่ในขณะเดียวกันใครหลายคนก็สังเกตได้ว่าลู่เอินกำลังหัวเราะหยางหลิวอยู่ ทำเอาคนเหล่านั้นพลอยรู้สึกอิจฉาหยางหลิวเป็นอย่างยิ่ง และพวกเขาก็ใช้สายตามองหยางหลิวด้วยความเป็นศัตรูคู่อาฆาต


โชคดีที่ว่าหยางหลิวไม่ได้ทำตัวน่าเกลียด เช่นนอนจนน้ำลายหกลงบนกระดาษคำตอบ แม้ว่าหยางหลิวจะนอนมาค่อนข้างนานก็ตามแต่ ซึ่งเป็นเขานอนแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นไม่ใช่นอนหลับลึก สาเหตุก็เป็นเพราะโต๊ะในห้องสอบไม่ค่อยสะดวกแก่การนอนมากนัก ทำให้หลับลึกยาก


จนกระทั่งลู่เอินหยุดหัวเราะ คนทั้งสองจึงเดินออกจากห้องสอบไปในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมกับสายตาดุร้ายที่ไล่หลังหยางหลิวไปด้วย


“ นี่ ! หยางหลิว นายได้เตรียมข้าวกล่องมาหรือเปล่า ? ฉันไม่เห็นนายถืออะไรติดตัวมาเลย ” ลู่เอินพูดกับหยางหลิวด้วยน้ำเสียงสงสัยปนเศร้า เธอคิดว่าวันนี้หยางหลิวจะทำข้าวกล่องมากินระหว่างพักเที่ยงเสียอีก แต่ดูเหมือนว่าหยางหลิวจะไม่ได้เตรียมมา


“ ก็ไม่น่ะสิ ” หยางหลิวตอบโดยไม่ได้คำนึงถึงจุดประสงค์ที่ลู่เอินถาม


“ เฮ้อ ! ” ลู่เอินถอนหายใจด้วยความเสียดาย และแสดงอาการเศร้าออกมาเล็กน้อย


“ เธอเป็นอะไรไปลู่เอิน ? ” หยางหลิวเห็นลู่เอินเป็นแบบนั้น เขาจึงอดเป็นห่วงไม่ได้จึงถามออกไป


“ ฮึ ! ก็นายนั่นแหละ ฉันก็นึกว่านายจะเตรียมข้าวกล่องมา ฉันเลยกะว่าจะมากินกับนายเลยไม่ได้เตรียมมานี่ไง ” ลู่เอินส่งเสียงฮึดฮัดออกมาทีหนึ่ง พร้อมโยนความผิดไปให้หยางหลิวที่ทำให้เธอไม่ได้เตรียมข้าวกล่องสำหรับตอนเที่ยงมานั่นเอง

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

ปล. ขอแถมอีกตอนละกันครับ = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 650 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #428 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 11:55

    ขอบคุณครับ

    #428
    0
  2. #163 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2561 / 11:11
    คือพระเอกไม่ได้ต่อมหาลัยเมื่อตอนโน้น มาหนนี้เลยงงๆใช่ไหม
    #163
    1
    • #163-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 55)
      25 มิถุนายน 2561 / 11:25
      ใช่ครับมาคนละสาย เหมือนไปสายอาชีพเป็นเชฟเลยไม่ได้สนใจการรียน + มันผ่านมากว่า 10 ปีแล้ว ทำให้มันไม่ชินด้วยครับ
      #163-1
  3. #155 phong (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 22:24

    ไปสอบโดยไม่ตรวจสอบห้องสอบล่วงหน้า ถือว่าเป็นพระเอกที่ไม่สมควรจะเป็นพระเอกนะครับเรื่องง่าย ๆ ยังไม่รับผิดชอบตนเองหนะ อายุจริงก็ 28 แล้วด้วย

    #155
    1
    • #155-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 55)
      24 มิถุนายน 2561 / 22:59
      ผมเคยอธิบายไว้แล้วครับว่ามันเป็นเรื่องที่สมมติขึ้น ตัวอย่างเช่นระบบการสอบของจีนปกติต้องเป็นแบบระบบสอบกลาง คล้าย O-net แต่ในนิยายผมแต่งให้มีการสอบแบบจัดตามมหาวิทยาลัย

      ซึ่งตอนต้นเรื่องผมก็ได้บอกแล้วว่าตัวเองเป็นคนที่เรียนไม่เก่ง เลยไปเป็นเชฟเพื่อหวังว่าอนาคตจะดีกว่า

      ดังนั้นพระเอกจึงไม่เคยผ่านการสอบมาก่อน ไม่เคยเตรียมตัวมาก่อน และเนื้อหาในนิยายไม่ใช่การสอบแบบบ้านเราที่มีสอบถี่ ๆ เกือบทุกระดับชั้น
      #155-1
  4. #17 TonkaowSaeSin (@TonkaowSaeSin) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 22:34
    สนุกมากกกกค่ะ
    #17
    0
  5. #16 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 22:09
    Thank you very much
    #16
    0
  6. #15 ม่านมุก (@honeyl) (จากตอนที่ 55)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 22:08
    thamk you
    #15
    0