THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,568 Views

  • 746 Comments

  • 4,859 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,108

    Overall
    142,568

ตอนที่ 49 : เรื่องที่คาดไม่ถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10484
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 891 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

ณ ตอนนี้สายตาหลายคู่ที่จับจ้องไปยังนักชิมฟ่งยู่ เขานั่งนิ่งอยู่นาน ทุกคนไม่ทราบว่าตอนนี้เขากำลังนึกถึงสิ่งใดอยู่กันแน่


จู่ ๆ ทุกคนก็ได้ตื่นตระหนกกับเรื่องราวตรงหน้า มีของเหลวใสไม่สีไหลลงมาอาบแก้มสองข้างของนักชิมฟ่งยู่ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นและจ้องไปยังหยางหลิวด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข ทุกคนต่างตระหนักได้ถึงความสุขที่เอ่อล้นออกมาจากก้นบึ้งในจิตใจของเขา น้ำตาที่ไหลออกมาจากนักชิมฟ่งยู่ ผู้ซึ่งมีใบหน้าบึ้งตึงตลอดเวลา ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเคยได้ยินว่าเขาหลั่งน้ำตาออกมาเพราะได้ลิ้มลองอาหารมาก่อน นี่จึงเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่าอาหารที่เชฟหลักของภัตตาคารโจวซือ หรือหยางหลิวทำนั้นยอดเยี่ยมเพียงใด


ในตอนนี้เองก็มีคนกลุ่มหนึ่งเคลื่อนไหว พวกเขาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นกลุ่มนักข่าวที่คอยติดตามนักชิมฟ่งยู่มานาน พวกเขารู้ดีว่าการได้ทำข่าวของนักชิมฟ่งยู่นั้นดีขนาดไหน ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็มีคนสนใจเขาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นข่าวอะไรก็ยังสามารถขายได้ !


แต่ทว่าครั้งนี้ไม่เหมือนกับครั้งอื่น การหลั่งน้ำตาในครั้งนี้มีค่ากับพวกเขามากกว่าครั้งไหน ๆ มันมีค่ายิ่งกว่าทองคำ หรือเพชรพลอยใด ๆ


นี่เป็นครั้งแรกที่นักชิมฟ่งยู่แสดงออกแบบนี้ พวกนักข่าวต่างไม่ชักช้าแม้แต่น้อย ต่างคนต่างกดถ่ายภาพของนักชิมฟ่งยู่ที่กำลังเช็ดน้ำตาพร้อมกับใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม


“ ฝีมือทำอาหารของเธอช่างเหลือเชื่อนัก ผมแน่ใจได้เลยว่าอาหารจานนี้ของเธอคืออาหารที่ดีที่สุดตั้งแต่ผมเคยชิมมา ” ในที่สุดนักชิมฟ่งยู่ก็พูดขึ้นมา
“ รสชาติและกลิ่นของมันในตอนแรกผมนึกว่ามันคือที่สุดแล้ว และมันก็อยู่ในระดับเดียวกันกับปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ ”


“ ปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ ! ” นักข่าวรอบข้างต่างร้องถามด้วยความสงสัยและท่าทีเหลือเชื่อ


ฟ่งยู่ไม่รอให้พวกนักข่าวพูดต่อ เขาเริ่มพูดต่อในทันที
“ ทว่าน้ำจิ้มนั่นยังสามารถดึงรสชาติและกลิ่นของเนื้อออกมาได้อีกอย่างน่าตกใจ หลายปีมาแล้วที่ผมไม่เคยได้ลิ้มลองอาหารแบบนี้ ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกนี่คือครั้งแรกที่ผมเคยได้ลิ้มลองความอัศจรรย์ ความสุดยอดของอาหาร มันทำให้ผมได้รู้ว่า ‘ดินแดนสวรรค์’ มีอยู่จริง และปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ที่แท้จริงก็อยู่ตรงหน้าของผมนี่เอง ”


แต่ละคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของนักชิมฟ่งยู่ทำให้ใบหน้าของหยางหลิวกระตุกอยู่หลายครั้ง เขาก็เข้าใจดีว่าอาหารที่เขาทำนั้นสุดยอดขนาดไหน แต่ทว่าในใจเขาก็รู้สึกกระอักกระอ่วนอยู่เล็กน้อย เพราะจริง ๆ ระดับฝีมือของเขานั้นไม่ได้ดีเลิศขนาดนี้ ถึงขนาดที่ว่าจะไปเป็นปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพียังไม่ได้เลย นับประสาอะไรกับการทำอาหารที่เหนือกว่าปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ !


ฉับพลันหยางหลิวยิ้มให้กับนักชิมฟ่งยู่และก็พูดขอบคุณเขา
“ ขอบคุณมากครับ เป็นเกียรติของผมที่ได้รับคำชมเชยจากท่าน ” หยางหลิวพูดจบก็โค้งตัวคำนับนักชิมฟ่งยู่


นักชิมฟ่งยู่เห็นดังนั้น เขารู้สึกถูกชะตากับหยางหลิวเป็นอย่างมาก ฝีมือสูงส่ง แต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความนอบน้อม เขาโบกมือเรียกคน คนหนึ่งให้มาหาเขา


คนผู้นี้มองจากภายนอกก็พอดูออกว่าเป็นเหมือนพ่อบ้านของนักชิมฟ่งยู่ ด้วยลักษณะการแต่งกายของเขา ฟ่งยู่กระซิบข้าง ๆ หูของเขาอยู่นานสองนาน ในที่สุดพ่อบ้านคนนี้ก็ถอยกลับไปด้านหลังพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา


“ พ่อหนุ่ม เธอชื่ออะไร ? ” นักชิมฟ่งยู่เมื่อกระซิบกับพ่อบ้านแล้วจึงหันมาถามหยางหลิว


“ ผมชื่อ ‘ เว่ย หยางหลิว ’ ครับ ” หยางหลิวตอบไปด้วยท่าทีสุภาพ


“ ฉันจะจำชื่อนี้เอาไว้ ! ” หลังจากฟ่งยู่พูดจบ เขาก็เริ่มที่กินอาหารอีกครั้ง ต้องย้ำอีกครั้งว่าเขากำลังกินอาหาร ไม่ใช่ชิม แต่ถึงจะพูดว่าชิมก็ตาม ลักษณะท่าทางของเขาควรจะเรียกว่ากำลังสวาปามอาหารอยู่มากกว่า


ผ่านไปไม่นานเขาก็กินอาหารจนเกลี้ยงจาน ถ้าไม่บอกว่าเขาคือใคร คนที่เห็นเขากับจานว่างเปล่าหนึ่งใบแทบจะคิดว่าฟ่งยู่ผู้นี้ต้องอดอาหารมาแล้วหลายวันมาแน่นอน ซึ่งในตอนนี้ก็ดูเหมือนว่าฟ่งยู่ยังไม่หนำใจกับอาหารที่กินลงไป เขาได้ส่งแววตาอ้อนวอนมาทางหยางหลิว ซึ่งหยางหลิวก็พอที่จะคาดเดาความต้องการของอีกฝ่ายได้


เขาเดินไปกระซิบฉิงเยว่ให้นำอาหารมาเพิ่มอีก รวมทั้งให้นำมาเผื่อคนอื่น ๆ ด้วย


ผ่านไปไม่นานก็มีคนสามคนเดินออกมาจากห้องครัว ฉิงเยว่ ชิงฉือ ชิวหาน ทั้งสามคนเดินออกมาพร้อมกับกลิ่นที่คุ้นเคย กลิ่นนี้คือกลิ่นของอาหารที่นักชิมฟ่งยู่ได้เอ่ยชมเอาไว้นั่นเอง


พวกเขาทั้งสามเดินถือจานอาหารไปแจกจ่ายแก่นักชิมฟ่งยู่ รวมถึงนักข่าว และบล็อกเกอร์ด้วย


ในทันที เสียงโห่ร้องดีใจก็ดังออกมา ความจริงแล้วพวกเขาอยากจะขอลิ้มรสอาหารที่นักชิมฟ่งยู่วิจารณ์อยู่แล้ว เพียงแค่ฟังคำวิจารณ์ของนักชิมฟ่งยู่ น้ำลายของพวกเขาก็แทบจะไหลทะลักออกมา ทว่าเรื่องงานนั้นสำคัญกว่า ไหนเลยจะกล้าปล่อยโอกาสทองที่จะมีสักครั้งในชีวิตให้หลุดลอยไป
‘ นี่มันนักชิมฟ่งยู่เชียวนะ ’ พวกเขาต่างสะกดกลั้นความอยากด้วยประโยคนี้ในจิตใจ จำต้องยอม อดทนอดกลั้นเพื่อที่จะทำงานของพวกเขาอย่างดีที่สุด


ในขณะนี้พวกเขาต่างก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม และเปรียบเสมือนเป็นเวลาอันสมควรที่จะได้รับรางวัล


บรรยากาศในร้านพลันครึกครื้นมากยิ่งขึ้น ทุกคนต่างได้ลิ้มลองอาหารที่นักชิมฟ่งยู่วิจารณ์ไว้ โดยก่อนหน้านี้ หลายคนยังคิดว่านักชิมฟ่งยู่นั้นพูดเกินจริงมากไปหน่อย


‘ ปรมาจารย์อาหารแห่งแดนสวรรค์ที่แท้จริงอะไรกัน ’ มีคนที่คิดเช่นนี้ อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อพวกเขาลองชิมดูกลับค้นพบว่าที่นักชิมฟ่งยู่วิจารณ์นั้นถูกต้องทั้งหมด เผลอ ๆ อาหารจานนี้ยังดีกว่าด้วยซ้ำไป


ด้วยฝีมือและความสามารถของหยางหลิว ทำให้คนเหล่านั้นเปลี่ยนจากความคิดที่เต็มไปด้วยอคติต่าง ๆ กลายเป็นชื่นชมและนับถือในด้านการทำอาหารของหยางหลิว


หลังจากนั้นนักข่าวหลายคนก็เดินเข้าไปคุยกับหยางหลิว ทั้งสัมภาษณ์ ทั้งขอถ่ายรูป ด้วยความสามารถระดับนี้ ด้วยอายุเพียงแค่นี้หยางหลิวต้องกลายเป็นเชฟที่ดังที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย


ขณะเดียวกันกับที่หยางหลิวและนักข่าวกำลังเดินไปบริเวณหน้าร้านเพื่อทำการโฆษณาภัตตาคารโจวซือ ก็ได้มีรถยนต์ขับมาจอดบริเวณหน้าร้าน


นักข่าวบางคนกำลังจะไปตักเตือนให้เลื่อนรถออกไปก่อน ทว่ายังไม่ทันได้แม้แต่เปล่งวาจาใด ๆ ปากที่กำลังอ้าอยู่ ก็อ้าออกมากว้างมากขึ้น !


“ นั่นมันประธานหย่ง ! ” นักข่าวในกลุ่มคนหนึ่งตั้งสติได้ แต่ก็ยังร้องออกมาอย่างตื่นเต้น


“ ดูนั่น ! นั่นมันรถของประธานเจี๋ยนไม่ใช่เหรอ ! ” นักข่าวอีกคนก็ชี้นิ้วไปยังรถที่กำลังแล่นเข้ามาใกล้อย่างตกตะลึงเช่นกัน


“ โอ้ ! นั่นมันนักชิมหนุ่มเหวินฮุย ”


จู่ ๆ หน้าภัตตาคารโจวซือก็เนืองแน่นไปด้วยบุคคลที่มีชื่อเสียงไม่แม้แต่ในวงการอาหารเท่านั้น บุคคลเหล่านี้มาจากทุกวงการ ทั้งวงการบันเทิง อุตสาหกรรม หรือแม้กระทั่งนักการเมืองชื่อดังก็ยังมาที่นี่


หยางหลิวเองก็กลายเป็นตื่นตระหนก เขาก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นเดียวกัน
เกิดมาก็มีครั้งนี้แหละในชีวิตที่ได้เจอคนดังมากมายขนาดนี้


ทว่าความกังวลของหยางหลิวนั้นก็หายไป เพราะว่ามีคนหนึ่งเดินออกไปต้อนรับบุคคลสำคัญเหล่านี้ เขาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนักชิมฟ่งยู่นั่นเอง


เห็นได้ชัดเจนเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้องเป็นเพราะนักชิมฟ่งยู่อย่างแน่นอน


‘ เดี๋ยวก่อน ! ’ ฉับพลันหยางหลิวก็เหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้
แน่นอนว่าที่มีคนดังต่าง ๆ มาที่นี่เป็นเพราะนักชิมฟ่งยู่
แต่ว่าเรื่องในครั้งนี้เขาโชคดีเกินไปหรือเปล่า ?


‘ หรือว่า…? มันเป็นเพราะลักกี้ไอเทม ? ’ จากที่เขากำลังสับสน ก็กลายเป็นตื่นเต้นยินดี นี่มันหมายความว่าลักกี้ไอเทมใช้ได้ผล และได้ผลดีอย่างมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ได้เลยว่าหลังจากวันนี้เป็นต้นไป ชื่อเสียงของร้านแห่งนี้จะดีขึ้นเป็นอย่างมาก ไม่เพียงเท่านี้บุคคลสำคัญ ๆ ก็จะมาที่ภัตตาคารโจวซือมากขึ้น และนั่นหมายความว่าเขาจะสามารถเพิ่มรายได้ของเขาให้สูงยิ่งขึ้น !


หยางหลิวได้สติ เขารีบเดินเข้าไปหานักชิมฟ่งยู่ และกล่าวขอบคุณเป็นการใหญ่
นักชิมฟ่งยู่เองก็รู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง ลักษณะนิสัยของหยางหลิว นักชิมฟ่งยู่รู้สึกชอบเป็นพิเศษ นอกจากนี้การทำอาหารของหยางหลิวถือว่าเป็นหนึ่ง ไม่เป็นสอง แววตาที่นักชิมฟ่งยู่มองมายังหยางหลิวเหมือนพ่อกำลังมองดูลูกของตนเองอย่างมีความสุข


แม้ว่าในตอนนี้จำนวนคนในร้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแม้แต่น้อย แต่ว่าเถ้าแก่โจวซือและผู้จัดการหยานไห่ก็ไม่ได้สนใจ แต่กลับมองไปมุมหนึ่งของห้องพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย พร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยันของผู้ชนะ


เถ้าแก่เซี่ยวและพรรคพวกโกรธมาก แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ เรื่องในคราวนี้เหนือเกินไปจากการควบคุมของพวกเขาแล้ว สุดท้ายผู้จัดการหลิงเทียนที่อยู่ข้าง ๆ เถ้าแก่เซี่ยวก็โบกมือบอกให้คนของเขากลับไปที่ภัตตาคารเซี่ยว และประคองเถ้าแก่เซี่ยวจากไป


...


ในช่วงกลางดึก หยางหลิวหวนไปคิดทบทวนเรื่องราวในวันนี้ ในตอนนั้นภัตตาคารโจวซือก็กลายเป็นวุ่นวายอย่างยิ่ง มีลูกค้าสำคัญ ๆ มาอย่างไม่ขาดสาย จนเกือบจะมีที่นั่งไม่พอ โชคดีว่านักชิมฟ่งยู่เป็นคนออกปากให้พวกเขาเหล่านั้นมานั่งด้วยกันกับเขา โดยนำโต๊ะแต่ละที่มาต่อจนกลายเป็นโต๊ะยาวรองรับคนได้หลายร้อยคน ไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาก็ไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไรเช่นกัน


ถึงแม้ว่าเรื่องในคราวนี้จะมีอิทธิพลมาจากลักกี้ไอเทม แต่หยางหลิวก็ต้องแสดงความขอบคุณ ความเคารพต่อนักชิมฟ่งยู่ ถ้าไม่มีเขา หยางหลิวคงไม่มีโอกาสที่จะได้สร้างชื่อเสียงขนาดนี้ โดยเฉพาะสามารถสร้างความประทับใจให้กับคนใหญ่คนโต รวมไปถึงการโฆษณาจากนักข่าวที่มาในวันนี้ ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะเขา นักชิมฟ่งยู่ !



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 891 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 / 23:05
    30,000ทีเสียไปถือว่าโคตรคุ้มละนะ555
    #691
    0
  2. #423 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 10:12

    ขอบคุณครับ

    #423
    0
  3. #333 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 22:14

    โคตรเทพ

    #333
    0
  4. #152 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 49)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 21:49
    โอ้ ในที่สุดแซ่ของพระเอกเราก็ได้รู้ซักที
    #152
    1
    • #152-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 49)
      24 มิถุนายน 2561 / 21:53
      เคยบอกแซ่น้องสาวไปแล้วครับ แต่ผมไม่ได้บอกตรง ๆ อันนี้เป็นครั้งแรกที่บอกอย่างชัดเจนหน่อยครับ
      #152-1