THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 155,608 Views

  • 771 Comments

  • 4,909 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,188

    Overall
    155,608

ตอนที่ 42 : ลูกค้าที่เข้ามาอย่างคับคั่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11048
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 913 ครั้ง
    18 มิ.ย. 61

“ เช่นนั้นน้องหยางหลิวคิดจะทำยังไง ? ”


“ แน่นอนมันมีวิธีค่อนข้างง่าย ปกติลูกค้าส่วนใหญ่จะมาทานอาหารที่ร้านเราประมาณหกโมงเย็น แต่พักหลัง ๆ ลูกค้าของเรามักจะไปกินที่ร้านอื่นกัน ดังนั้นขั้นแรกเราต้องดึงลูกค้ามาหาเราก่อน ” หยางหลิวอธิบายแนวคิดของเขา


“ นั่นแหละ เราจะทำได้ยังไง ” เชฟทั้งสองต่างถามขึ้นพร้อมกัน


“ แน่นอนว่ามีวิธี พี่เจียงหนาน พี่ลิ่วอูไม่จำเป็นต้องใจร้อน ” หยางหลิวพูดพลางยกชาขึ้นมาจิบ


เมื่อเชฟเจียงหนาน และเชฟลิ่วอูเห็นท่าทีสบาย ๆ ของหยางหลิวพวกเขายิ่งร้อนรนมากขึ้น แต่พวกเขาก็ยังคงรอให้หยางหลิวพูดต่อไป


เมื่อหยางหลิวจิบชาเสร็จเขาก็พูดขึ้น
“ ในการที่จะดึงลูกค้าเข้าร้านของเรานั้น อย่างแรกเราต้องเตรียมอาหารให้ลูกค้าชิม ไม่จำเป็นต้องเป็นชิ้นใหญ่ก็ได้ เพียงชิ้นเล็กก็พอ ”


“ โอ้ ! นี่เป็นความคิดที่ดี ด้วยฝีมือของน้องหยางหลิว ลูกค้าทุกคนต้องประทับใจในฝีมือของน้องหยางหลิวเป็นแน่ ” เชฟเจียงหนานพูดด้วยท่าทีชื่นชม


“ ถูกต้องนี่เป็นวิธีการที่ง่ายดายอย่างไม่ต้องสงสัย ” เชฟลิ่วอูก็เห็นด้วยกับแนวคิดนี้เป็นอย่างมาก


แน่นอนว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดูเหมือนง่ายมาก แต่ความเป็นจริงนั้นกลับไม่ใช่แม้แต่น้อย การที่จะดึงดูดลูกค้าด้วยวิธีนี้อาหารที่ถูกทำขึ้นมาจะต้องมีรสชาติที่ดีมาก มากจนสามารถทำให้ลูกค้าสนใจ


ถ้าเป็นเชฟเจียงหนาน หรือเชฟลิ่วอูก็อาจจะพอทำให้ลูกค้าสนใจบ้างประปราย แต่สำหรับหยางหลิวแน่นอนว่าทุกคนที่ลองชิมต้องถูกดึงดูดโดยอาหารเหล่านั้น


“ ว่าแต่เราจะทำอาหารอะไรออกมาดี ? ” เชฟลิ่วอูที่ชื่นชมหยางหลิวก็ถามพร้อมกับขมวดคิ้วขึ้น เพราะเขาก็ยังสงสัยเกี่ยวกับอาหารที่หยางหลิวจะเลือก


“ อืม… ” หยางหลิวกำลังคิดเกี่ยวกับอาหารที่เขาจะทำในที่สุดเขาก็พูดออกมา
“ เอาเป็นเต้าหู้ผัดแล้วกัน ”


“ ถ้าน้องหยางหลิวว่าอย่างนั้นพวกพี่ทั้งสองก็ตกลง ” เชฟเจียงหนาน และเชฟลิ่วอูไม่กล้าที่จะขัดแย้งความคิดของหยางหลิวมากนัก เห็นได้ชัดว่าหยางหลิวเป็นอัจฉริยะด้านนี้ สิ่งที่เขาทำย่อมต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน


“ ต้องรบกวนพี่เจียงหนาน พี่ลิ่วอูแล้ว ” หยางหลิวพูดพร้อมกับแสดงท่าทีเคารพอีกครั้ง
ทั้งสามคนที่ตัดสินใจได้ก็เดินเข้าไปในห้องครัว


การทำอาหารก็เริ่มต้นขึ้น เชฟทั้งสามเริ่มทำอาหาร แม้หยางหลิวจะบอกไปว่าไม่ต้องการที่จะเป็นเชฟหลัก แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็บ่งบอกได้ถึงทุกอย่าง หยางหลิวคือแกนหลักของการทำอาหาร โดยที่เชฟลิ่วอู และเชฟเจียงหนานก็ไม่ได้ขัดข้องอะไร พวกเขาทำตามคำสั่งของหยางหลิวอย่างเคร่งครัด


หลังพวกเขาสังเกตวิธีการทำอาหารของหยางหลิว ทั้งสองก็ตกตะลึงอย่างมาก ไม่ใช่เพียงพิสูจน์ได้ว่าอาหารก่อนหน้านี้คือของจริง แต่นี่ยังแสดงถึงทักษะที่เหนือล้ำที่พวกเขาไม่แม้แต่จะฝันถึง การใช้มีดของหยางหลิวคล่องแคล่วรวดเร็วเป็นอย่างมาก


ถ้าเชฟเจียงหนานเป็นคนทำอาจจะใช้เวลาเกือบนาที แต่สิ่งที่หยางหลิวทำอยู่ไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ


คนที่อยู่รอบ ๆ อ้าปากค้าง ยิ่งมองยิ่งสร้างความประทับใจ ชื่นชม นับถือ หรือแม้กระทั่งความหวาดกลัวในใจ ความสามารถนี้นับได้ว่าเป็นสัตว์ประหลาดโดยแท้จริง

...


เวลาเกือบห้าโมงเย็น


หยางหลิวก็ทำอาหารจนเสร็จสิ้น เขามอบหมายให้พนักงานราว 4-5คน เดินไปข้างนอกพร้อมกับนำอาหารเหล่านี้ไปให้ลูกค้าชิม


เวลาผ่านไปไม่ถึง 5นาที ลูกค้านับสิบจู่ ๆ ก็พุ่งพรวดเข้ามาในร้านพร้อมกับสั่งเต้าหู้ผัดกันทุกคน เป็นดังหยางหลิวคาดการณ์ไว้ มีพนักงานบางส่วนถือถาดอาหารที่มีจานเต้าหู้ผัดมาส่งให้ลูกค้าแต่ละคน


แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้เสิร์ฟครบทุกคน ก็มีลูกค้าเข้ามาในร้านอีกไม่น้อย


เหตุการณ์วุ่นวายมากยิ่งขึ้น แต่โชคดีที่พนักงานที่ไปชักชวนลูกค้าเดินกลับมาพอดี ขณะนี้จำนวนโต๊ะที่ว่างก็เต็มไปด้วยผู้คน และในร้านแออัดเป็นอย่างมาก ทำให้ผู้จัดการหยานไห่ไม่รอช้า ขอความร่วมมือจากลูกค้าให้ต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ


ลูกค้าหลาย ๆ คนก็ต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี คนที่ยังไม่เคยชิมเต้าหู้ผัดของหยางหลิวก็ได้แต่งุนงง อยู่ดี ๆ หน้าภัตตาคารโจวซือก็มีผู้คนเกือบครึ่งร้อยยืนต่อแถวอย่างเป็นระเบียบ ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความฉงนให้กับผู้คนที่พบเห็นไม่น้อย


มีบางคนพยายามเข้าไปถามคนที่ต่อแถวอยู่


“ เฮ้ ! เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนมาต่อแถวที่ภัตตาคารโจวซือมากขนาดนี้ ? ” ชายวัยกลางคน คนหนึ่งถาม


“ โอ้ ! แน่นอนเพราะว่าเต้าหู้ผัด ! ฉันไม่เคยทานอะไรที่วิเศษแบบนี้มาก่อน ” ผู้หญิงคนที่ต่อแถวอยู่ตอบด้วยความตื่นเต้น อาหารที่เธอกินนี่ถือว่าไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง เธอเป็นเพียงลูกจ้างธรรมดา และไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับอาหารเลิศรสต่าง ๆ แต่ในครั้งนี้อาหารของหยางหลิวก็ทำให้เธอรู้สึกประทับใจอย่างที่สุด แม้ว่าเธอไม่ค่อยเข้าภัตตาคารอาหารเท่าไหร่ เพราะราคาที่สูงกว่าปกติ แต่ในครั้งนี้เธอไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อความสุขของเธอ


มีอีกหลายคนเช่นกันได้ถามคนที่กำลังยืนต่อแถวซึ่งได้รับคำตอบที่คล้ายคลึงกัน บ้างก็ว่าเป็นอาหารมาจากแดนสวรรค์ บ้างก็ว่าเป็นอาหารเลิศรสสุดจะพรรณนา ทำให้หลายคนต่างรู้สึกอยากที่จะลิ้มลองอาหารเลิศรสนี้บ้าง


แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่เห็นด้วย เพราะกลุ่มคนที่ต่อแถวอยู่ดูเหมือนจะพยายามโอ้อวดไปไกลเกินความจริงลิบลับ ใครจะไปเชื่อว่ามีอาหารเช่นนั้นอยู่จริง ๆ


ขณะนี้หยางหลิวกำลังทำอาหารอย่างอื่นอีก เพราะอย่าลืมว่าที่นี่เป็นร้านภัตตาคารอาหาร ถ้าทำอาหารเพียงชนิดเดียวก็ถือว่าไม่เหมาะสมนัก ดังนั้นตอนนี้หยางหลิวก็เริ่มที่จะทำเมนูใหม่ ขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น ไก่ผัดซอส เป็ดน้ำแดง ขาหมูพะโล้ เนื้อตุ๋นฮ่องเต้ ทำให้ห้องครัวถูกเติมเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของอาหาร พนักงานหลายคนแทบจะเช็ดน้ำลายไม่ทัน ความสามารถของหยางหลิวถือว่าสุดยอดยิ่งนัก


เชฟเจียงหนานกับเชฟลิ่วอูเหมือนเห็นภาพของหยางหลิวแยกร่างไปทำอาหาร 3-4อย่างพร้อมกัน
พอทำอย่างหนึ่งเสร็จก็ตะโกนสั่งพวกเขาให้ทำตามที่บอก เชฟทั้งสองก็ไม่ได้รังเกียจที่จะปฏิบัติตาม แต่กลายเป็นว่าพวกเขานั้นดีใจเสียยิ่งกว่านี่ถือว่าเป็นการเรียนรู้ และเพิ่มประสบการณ์ในการทำอาหารขึ้น อาหารบางอย่างหลายคนก็รู้จักมันเป็นอย่างดี แต่ว่าวิธีการทำของหยางหลิวนั้นสามารถที่จะดึงเอารสชาติและกลิ่นออกมาได้อย่างถึงที่สุด


ทั้งในร้านและนอกร้านก็ต่างวุ่นวายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหลังจากที่หยางหลิวสั่งให้พนักงานขึ้นป้ายเมนูแนะนำของวันนี้
[ป้าย] เมนูแนะนำของวันนี้
- เต้าหู้ผัด
- ไก่ผัดซอส
- เป็ดน้ำแดง
- ขาหมูพะโล้
- เนื้อตุ๋นฮ่องเต้


นอกจากนี้หยางหลิวก็ยังใช้วิธีเดิมคือให้พนักงานเอาอาหารเหล่านี้ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ เอาไปให้ลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้าน และลูกค้าที่ต่อแถวมาซื้อเต้าหู้ผัดลองกิน


จู่ ๆ ก็มีเสียงพูดดังขึ้น ดังขึ้น และดังขึ้น


“ อร่อยโคตรรรรร ”


“ น้องพี่ขอจานนี้ด่วนเลย ”


“ พี่เอาเมนูแนะนำทุกอย่างเลย ไปเร็ว ๆ พี่หิว ”


“ นี่มันอะไร !? นี่มันอะไร ”


“ โห ! น้องพี่เอาอันนี้ ”


“ นี่มันคือซอสอะไร ? เกิดมาเพิ่งเคยเจอซอสนี้ เฮ้ยน้องพี่ขอซื้อซอสนี้สักขวด ”


“ กลิ่นที่ว่าหอมแล้ว รสชาติดียิ่งกว่า ”


“ เฮ้ย ๆ อย่าเบียดมาสิวะ ”


พวกเขาต่างประทับใจกับรสชาติและกลิ่นของอาหาร หลายคนที่เคยวิจารณ์อาหารในแง่ลบ แต่พอได้ลิ้มลองก็กลายเป็นคลั่งไคล้ในรสชาติของมัน


แถวที่เคยยาวเกือบครึ่งร้อย บัดนี้ก็กลายเป็นร้อยคนในพริบตา


...


ลุงโจวซือกำลังนอนอยู่ในห้องชั้นสาม เขากำลังอยู่ในห้วงอารมณ์เศร้าซึม ลุงโจวค่อนข้างเสียดายพรสวรรค์ของหยางหลิว แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะบังคับให้หยางหลิวมาเลือกที่จะเป็นเชฟต่อไปได้


“ เฮ้อ ! ทำไมสวรรค์ถึงชอบเล่นตลกกับชีวิตเรา ” ลุงโจวซือถอนหายใจพลางคิดไปยังอดีตของตนเอง ในวัยหนุ่มเขาพยายามฝึกฝนเรียนรู้การทำอาหารแทบเป็นแทบตาย อาจารย์ท่านที่สั่งสอนเขาก็กล่าวชมเขาอยู่ตลอด ทั้งเรื่องพรสวรรค์และความหมั่นเพียร


ลุงโจวซือในวัยหนุ่มมีความมั่นใจที่สูงมาก เขาเคยคิดไปว่าตัวเองนั้นเป็นที่หนึ่งในประเทศนี้ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายความฝันเขาก็พังทลาย เขาไม่แม้แต่จะได้ที่หนึ่งในสิบของการสอบเป็นปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพี เขาพยายามเข้าสอบอยู่หลายรอบแต่มันก็ไม่เป็นผล จนในที่สุดโจวซือก็ยอมรับกับตัวเอง เขาเลือกที่จะไปเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ แทน ต่อมาก็กลายเป็นภัตตาคารอาหารชื่อดัง จนมาวันหนึ่งเขาไม่สามารถทำอาหารได้อีกต่อไป นี่คือจุดจบของความฝันเขาอย่างแท้จริง


วันหนึ่งเขาพบกับเชฟลิ่วอู ความฝันของเขาก็ก่อตัวขึ้นมาใหม่ เขาหวังสักวันว่าเชฟลิ่วอู ลูกศิษย์ของเขาจะกลายเป็นเชฟที่มีชื่อเสียง เป็นหนึ่งในสิบของปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพี


จนมาวันนี้ผู้จัดการหยานไห่ได้บอกเขาว่าเชฟลิ่วอูได้สร้างอาหารที่ยอดเยี่ยมพอ ๆ กับปรมาจารย์อาหารแห่งแดนปฐพีได้ เขาไม่ลังเลที่กลับมา และพบกับสุดยอดอาหารที่เหนือกว่าฝีมือของเขา
ฝันที่ก่อตัวขึ้นกำลังจะกลายเป็นจริง แต่แล้วเชฟลิ่วอูก็ไม่ใช่คนที่ทำ ความฝันก็พังทลายลงอีกครั้ง


ในเวลาต่อมาเขาก็ทราบความจริงที่ว่าหลานแท้ ๆ ของเขาเองเป็นคนทำ นั่นทำให้หัวใจที่เต้นช้า ๆ สูบฉีดเลือดให้ไหลพล่านไปทั่วร่างกาย แม้เขาไม่เคยสอนอะไรหยางหลิว แต่เขาก็คิดที่จะส่งเสริมหยางหลิวอย่างที่สุด


และอีกครั้ง ความเป็นจริงได้ฉีกกระชากความฝันของตาแก่คนนี้ไป จิตใจของเขาจมจ่อมไปในความเสียใจ เสียดายอย่างที่สุด


ในเวลานี้เอง ลุงโจวซือก็เริ่มที่จะได้ยินเสียงรบกวนจากด้านล่าง ซึ่งความดังของมันก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งก็ได้ยินเสียงจาน ชามแตก


ในที่สุดเขาก็เริ่มทนไม่ไหว ลุงโจวซือจึงเดินลงมาที่ด้านล่าง


ฉับพลันที่เขาเดินลงมา เขามองเห็นผู้คนที่เนืองแน่นจนเต็มร้าน ปากที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดอ้าออกมา ดวงตาก็เบิกกว้างอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เหตุการณ์ครั้งนี้เขาเพิ่งจะเคยพบเคยเห็นเป็นครั้งแรก


ร้านของเขาในช่วงที่มีชื่อเสียงอย่างมากก็มีลูกค้านั่งเต็มโต๊ะเท่านั้น แต่ไม่เคยมีอะไรแบบนี้มาก่อน ลูกค้าต่อแถวยาวเหยียดไปจนสุดขอบถนนฝั่งตรงข้าม พนักงานวิ่งวุ่นกันให้ทั่ว ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่มีมือเท้าว่าง


ในตอนนี้เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นฝีมือหลานชายของเขา
หยางหลิวเป็นคนที่เหนือความคาดหมายเป็นอย่างที่สุด !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 913 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #563 Jonhsamit (@Jonhsamit) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 15:47

    เอออันนี้ดีชอบคลับ

    #563
    0
  2. #416 Gnuh (@Gnuh) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 08:06

    ขอบคุณครับ

    #416
    0
  3. #326 Aetep (@Aetep) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 21:57

    เอาอีกกกกกกก

    #326
    0
  4. #248 kkingzero8 (@kkingzero8) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 08:22
    สนุกมากครับ
    #248
    1
    • #248-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 42)
      27 มิถุนายน 2561 / 12:19
      ขอบคุณที่ติดตามครับ :)
      #248-1
  5. #143 Fikusa (@famedragonoy) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2561 / 19:40
    ดีนะยังเป็นระดับกลางอยู่ ไม่งั้นคงเรียนรู้เทคนิคจากอยางหลิวยาก
    #143
    0