THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 142,494 Views

  • 746 Comments

  • 4,856 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    4,034

    Overall
    142,494

ตอนที่ 292 : สถิติระดับโลกคือ 16 % ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 69 ครั้ง
    6 ม.ค. 62


 

เฮ้อ ! ต้องเจอจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย ? ’ หยางหลิวเดินเข้ามาในมหาวิทยาลัยชิงหัวด้วยความรู้สึกลำบากใจไม่น้อย

 

 

อย่างไรก็ตามหยางหลิวก็พยายามคิดในแง่ดี แรกสุดนั่นก็คือว่าผลงานการวิจัยของหยางหลิวมันดีมาก ๆ เขาจึงคิดว่าคงไม่มีใครสนใจในตัวหยางหลิวหรอก

 

 

ยิ่งหูอี้หรงที่เป็นนักฟิสิกส์แล้ว เธอก็น่าจะสนใจผลงานมากกว่าตัวหยางหลิว

 

 

พอทำใจดีสู้เสือได้ หยางหลิวก็ตรงไปที่ห้องแล็บของตนเอง

 

 

พร้อมกันนั้นก็หยิบตัวอย่างโซลาร์เซลล์ที่พร้อมจะเปลี่ยนโลกมาด้วย และก็เดินไปตามสถานที่ห้องแล็บที่นัดกันไว้

 

 

เมื่อไปถึงหยางหลิวก็พบว่าที่นี่มีคนอยู่ราว ๆ 5-6 คน มีคณบดี มีหัวหน้าภาคฟิสิกส์ มีอาจารย์กับนักวิจัย 2-3 คน …แล้วก็หูอี้หรง !

 

 

แต่ระหว่างที่สังเกตอยู่ หยางหลิวก็เผลอสบตาหูอี้หรงเข้าโดยบังเอิญ เมื่อทั้งสองจ้องตากันก็คล้ายมีบางสิ่งตรึงเวลาให้หยุดเดิน โลกหยุดหมุน แล้วก็เหลือเพียงคนสองคน

 

 

จู่ ๆ หูอี้หรงยิ้มขวยเขินออกมาเล็กน้อย ด้วยความงามระดับเทพธิดาล่มเมือง มันก็ทำให้หยางหลิวที่ตั้งมั่นว่าจะไม่หวั่นไหว กลับทำให้หัวใจสั่นระรัว

 

 

แม่งเอ๊ย ! ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ฟะเนี่ย !? ’ หยางหลิวอดไม่ได้ที่สบถในใจ ขนาดว่าเตรียมตัวเตรียมใจมาดีแล้ว พอเจอเหตุการณ์แบบนี้หยางหลิวก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น ยิ่งหยางหลิวไม่ใช่พระอิฐพระปูน จะให้ไม่สั่นไหวมันก็ยากเอาการ

 

 

ทว่าหยางหลิวพยายามระลึกเสมอเรื่องที่ตนมีเหมยอี๋อยู่แล้ว เขาจึงทำหน้านิ่งคล้ายพระอิฐพระปูนไปจริง ๆ

 

 

ส่วนหูอี้หรงที่ยิ้มเล็กน้อยก็มีสายตาคมกริบ เห็นได้ชัดว่าหยางหลิวพยายามหลบเลี่ยงตน เธอก็ขมวดคิ้วทันที พลางคิดอะไรบางอย่าง

 

 

อย่างไรก็ดีหยางหลิวรีบเปลี่ยนท่าทีแล้วทักทายทุกคนเพื่อข่มอารมณ์ของตนเองไว้

สวัสดีครับทุกคน ขอโทษนะครับที่ให้รอ พอดีผมยังไม่ได้ซื้อรถเลยมาช้าไปเล็กน้อยครับ

 

 

สวัสดี

 

อืม

 

สวัสดีหยางหลิว

 

หลายคนก็ทักทายหยางหลิวตอบ ทว่าก็มีบางคนเหมือนกันที่ไม่ค่อยชื่นชอบหยางหลิวเท่าใด พวกเขาจึงยืนนิ่งเฉยอยู่แบบนั้น

 

 

ถ้าหากไม่ใช่คำสั่งของคณบดีที่ยืนอยู่ตรงนี้คงเหลือแค่ 3-4 คน เท่านั้น

 

 

ได้ข่าวว่าทำงานวิจัยโซลาร์เซลล์อันใหม่สำเร็จแล้ว ? มันน่าทึ่งขนาดนั้นเลยเหรอถึงต้องเรียกพวกเรามาด้วยเนี่ย ? ”

 

 

หึหึ คงไม่ใช่ผลงานแย่ ๆ หรอกใช่ไหม ? ”

 

 

รายงานการวิจัยก็ยังไม่มี เฮ้อ… ”

 

 

และในเวลาไล่เลี่ยกันก็มีเสียงซุบซิบนินทาหยางหลิวดังขึ้น

 

 

จะว่าเสียงซุบซิบนินทาก็คงไม่ถูกนัก เพราะมันเหมือนเป็นเสียงดูถูกที่ตั้งใจพูดออกมาให้หยางหลิวได้ยินซะมากกว่า

 

 

คณบดีที่อยู่ไม่ไกลขมวดคิ้วแน่น แม้เขาก็พอรู้ว่าหลาย ๆ คนไม่ชอบหยางหลิว เพราะอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้นไม่เป็นไปตามระบบระเบียบเลย

 

 

อย่างเช่น มีการรับเข้าทำงานทั้ง ๆ ที่อายุน้อยมากไป ไม่มีวุฒิการศึกษาเพียงพอ มีการขาดงานบ่อยมากเกินไปซึ่งแสดงถึงความขี้เกียจ และขาดความรับผิดชอบ นอกจากนี้ขนาดกลับมาแล้วยังชอบหายหัวไปไหนก็ไม่รู้อีก ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนจะมีทัศนคติแย่ ๆ ต่อหยางหลิว

 

 

ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ได้มองเห็นช่วงเวลาที่หยางหลิวตั้งใจทำวิจัย และหมกตัวอยู่ในห้องแล็บทั้งวันทั้งคืนเลย เพราะในเวลาเหล่านั้นไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจหยางหลิวมากนัก ถึงจะเห็น แต่ก็ไม่มีใครสังเกตอะไร แถมห้องวิจัยยังเป็นห้องส่วนตัวของหยางหลิวอีกต่างหาก

 

 

กลับกันเวลาที่หยางหลิวไม่อยู่เนื่องจากเกิดเหตุการณ์นั้น พวกเขากลับจดจ้องไม่กะพริบตา มีบางคนทำแม้กระทั่งบันทึกสถิติของหยางหลิวอย่างไม่ขาดสาย และบางคนก็คอยจับกลุ่มซุบซิบนินทาลับหลังตลอด

 

 

ซึ่งในคราวนี้ที่เผชิญหน้าหยางหลิว ยังมีบางกลุ่มบางคนที่ไม่ชอบหยางหลิว พวกเขาจึงพูดจาถากถางอย่างเปิดเผย

 

 

ถึงอย่างนั้นหยางหลิวกลับไม่ได้สนใจเสียงนกเสียงกาสักเท่าใด เขายังคงยิ้ม ๆ ไม่พูดอะไรออกมา

 

 

อย่างไรก็ตามในเวลาเดียวกันนั้นสายตาคู่หนึ่งจ้องไปต้นเสียงทั้งสองด้วยแววตาดุดัน

 

 

หูอี้หรง หญิงงามที่สุดในอาจารย์แผนกฟิสิกส์ หรือแม้จะบอกว่างามที่สุดในอาจารย์ทั้งมหา’ลัยก็ไม่ผิดนัก กำลังจ้องอาจารย์กับนักวิจัยทั้งสามคนอย่างไม่กะพริบตา

 

 

แน่นอนว่าชายทั้งสามคนนั้นก็ชอบหูอี้หรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

 

 

พอเจอสายตาอาฆาตแบบนี้ พวกเขาจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนมาก และรู้แล้วว่าหูอี้หรงคงไม่ชอบให้ไปดูถูกหยางหลิว

 

 

ถึงแม้จะไม่พอใจหยางหลิวเล็ก ๆ ว่าได้รับการปกป้องจากหูอี้หรงมากเกินไป แต่พวกเขาก็เข้าใจได้ว่าคงเป็นคณบดีขอร้องให้เธอช่วย เพราะช่วงที่หยางหลิวเข้ามาแรก ๆ เป็นเธอด้วยซ้ำที่เป็นแกนนำขับไล่หยางหลิว จนครั้งหนึ่งมีข่าวว่าคณบดีเรียกเธอไปคุย การกระทำของหูอี้หรงจึงเปลี่ยนไป ทุกคนจึงได้แต่โทษคณบดีอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

 

เมื่อทุกอย่างกลับตาลปัตรเช่นนี้ และหูอี้หรงก็ปกป้องหยางหลิวมากขึ้น พวกเขาจึงเลิกต่อต้านหยางหลิวในเวลานี้

 

 

คณบดีเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยขึ้นก็หันไปมองหูอี้หรงอย่างชื่นชม

 

 

จากนั้นก็หันไปทางหยางหลิวแล้วพูดขึ้นว่า

มาเริ่มกันเลยดีกว่า

 

 

ได้ครับท่านคณบดี หยางหลิวตอบรับ แล้วเดินตรงไปที่เครื่องจำลองแสงอาทิตย์เพื่อแสดงให้ทุกคนเห็นว่าประสิทธิภาพของการทำงานในครั้งนี้เป็นอย่างไร

 

 

อีกด้านหนึ่งของกระจกที่กั้นระหว่างห้องแล็บ ทุกคนนอกจากหยางหลิวก็จ้องไปยังจอภาพด้วยความรู้สึกสงสัย

 

 

หยางหลิวเคยสร้างปาฏิหาริย์มาแล้วหลายครั้ง ยิ่งตั้งแต่มาที่นี่ ความสามารถอันแสนโดดเด่นอย่างทำข้อสอบได้เต็ม ทั้ง ๆ ที่เป็นข้อสอบระดับมหาโหด กระทั่งอาจารย์ฟิสิกส์หลาย ๆ คนยังได้แต่กลืนน้ำลาย แค่นั้นก็เพียงพอให้ทุกคนรู้สึกอยากเห็นว่าคราวนี้หยางหลิวจะแสดงอะไรให้แล้ว

 

 

แต่เท่านั้นไม่พอสามคนที่มาที่นี่อย่าง คณบดี หัวหน้าภาคฟิสิกส์ และหูอี้หรงก็รู้มาว่าหยางหลิวทำแบตเตอรี่ที่มีประสิทธิภาพสูงได้

 

 

นอกจากนี้ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์อย่างหัวหน้าภาคฟิสิกส์ยังแอบเอาผลงานหยางหลิวไปขายให้บริษัท Samsam อย่างลับ ๆ อีก เขาจึงเข้าใจว่าหยางหลิวมีความสามารถอยู่บ้าง ทว่าลึก ๆ ในใจ หัวหน้าภาคฟิสิกส์ก็แอบเย้ยหยันหยางหลิวอยู่ดี

 

 

นั่นเพราะเมื่อเขาเอาวิธีของหยางหลิวมาใช้ปรับปรุงใหม่ มันจึงทำให้ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ของเขานั้นดีกว่าหยางหลิวมากเลย

 

 

แต่หัวหน้าภาคฟิสิกส์ไม่ได้รู้ความจริงว่าหยางหลิวสร้างแบตเตอรี่ที่ดีที่สุดออกมาไว้กับตัวเองตั้งนานแล้ว ที่เอาให้ไปแค่เป็นแบตเตอรี่ห่วยแตกเฉย ๆ ส่วนวิธีการสร้างยิ่งเทียบกับที่ใช้ในบริษัท Smart-Tech ไม่ได้เลย เพราะเป็นคนละชั้นอย่างชัดเจน

 

 

ถ้าตาเฒ่ามารู้ทีหลังเช่นนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร แต่อย่างน้อย ๆ เขาก็คงรู้สึกดีอยู่ เพราะงานวิจัยที่ขายไปแล้ว Samsam คงไม่ได้ทวงจากเขาแน่ สาเหตุก็เพราะ Samsam คงคิดว่า Smart-Tech มันบังเอิญโดดเด่นขึ้นมาซะมากกว่า ดังนั้นจึงไม่น่ามีคนสงสัยความเชื่อมโยงระหว่าง หัวหน้าภาคฟิสิกส์กับ Smart-Tech แน่นอน

 

 

หัวหน้าภาคคิดว่าหยางหลิวจะทำออกมาได้ดีแค่ไหน ? ” คณบดีชิงหัวไม่แน่ใจว่าหยางหลิวจะสร้างปาฏิหาริย์หรือว่าจะแกล้งเขาเล่น

 

 

ยิ่งเวลาที่หยางหลิวใช้มีน้อยมากเกินไป เขาเลยไม่รู้ว่าสิ่งที่หยางหลิวทำมันจะมีผลลัพธ์ดีแค่ไหน

 

 

อย่างไรก็ตามในเป้าหมายของคณบดีก็คิดเอาไว้แล้วว่าหยางหลิวคงจะทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่คงสู้ระดับประเทศไม่ได้ บางทีหยางหลิวอาจจะพัฒนาแนวทางใหม่หรืออะไรทำนองนั้น ซึ่งคณบดีก็คิดว่าหัวหน้าภาคฟิสิกส์จะช่วยขยายความเข้าใจให้เขามากขึ้น

 

 

ถ้าพูดเฉพาะเทคโนโลยี โดยดูแค่ผลลัพธ์โดยไม่คำนึงต้นทุน ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้าของโซลาร์เซลล์โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 12 % ในระดับโลก แต่สำหรับประเทศของเราจะอยู่ราว ๆ 11 % ครับ ซึ่งที่ดีที่สุดของโลกก็จะอยู่ที่ 16 % ส่วนสถิติในประเทศอยู่ที่ราว ๆ 14 % ดังนั้นผมคิดว่าถ้าหยางหลิวทำได้สัก 13 % ก็ถือว่าเยี่ยมแล้วครับ แต่ถ้าจะนำไปแข่งขันในระดับประเทศก็คงยากหน่อย เพราะผู้เชี่ยวชาญที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ท่านก็สามารถทำโซลาร์เซลล์ให้มีประสิทธิภาพสูงถึง 13 % เช่นกัน หัวหน้าภาคฟิสิกส์พูดให้ฟัง พร้อมกันนั้นยังชี้ให้เห็นว่าคนที่ยืนไม่ห่างจากคณบดีนั้นสามารถทำโซลาร์เซลล์ได้ใกล้เคียงกับสถิติประเทศเลยทีเดียว

 

 

ท่านหัวหน้าภาคชมผมมากเกินไปแล้ว 13 % ที่ว่าผมทำได้เพราะโชคต่างหาก แต่สำหรับน้องหยางหลิวคงทำได้ดีกว่านี้แน่ เผลอ ๆ ครั้งนี้อาจจะทำลายสถิติระดับประเทศเลยก็ได้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เรียกให้พวกเรามาเสียเวลาเล่น ๆ หรอกครับ ฮ่า ๆๆ เมื่ออาจารย์ท่านนั้นถูกกล่าวถึง ความรู้สึกภาคภูมิใจก็ปรากฏให้เห็นผ่านสีหน้า ทว่าเขาพูดถ่อมตนเชิงประชดประชันหยางหลิวอยู่ดี

 

 

แต่จริง ๆ ประสิทธิภาพก็ไม่ใช่ทุกสิ่งสำหรับโซลาร์เซลล์หรอก ไม่รู้ว่าหูอี้หรงทนไม่ไหวกับคำประชดประชันเหล่านั้น หรือว่าเธอต้องการอธิบายเสริมให้คณบดีฟัง ทำให้เธอแย้งขึ้นมาในขณะนี้

ความจริงแล้วโซลาร์เซลล์ในปัจจุบันยังมีข้อจำกัดอยู่มากค่ะท่าน ประสิทธิภาพที่สูงถึง 16 % นั้นใช้ทุนในการสร้างที่สูงมาก นักวิจัยบางคนยังใช้ทองคำหรือเงินเพื่อเป็นสื่อนำไฟฟ้า แต่สำหรับหยางหลิวอย่างมากก็คงใช้แค่ทองแดง หรือถ้าแย่กว่านั้นก็คงเป็นคาร์บอน ดิฉันจึงคิดว่าหยางหลิวอาจจะไม่ได้มีเป้าหมายไปที่การสร้างประสิทธิภาพให้สูง แต่เป็นอย่างอื่นแทนค่ะ

 

 

เมื่อหัวหน้าภาคฟิสิกส์ได้ยิน เขาก็กล่าวเสริมเช่นกัน

เรื่องนี้ก็เป็นความจริงครับ แนวทางการวิจัยมีอยู่หลากหลาย ถ้าไม่นับเรื่องประสิทธิภาพก็มีเรื่องอื่นอย่างเช่นความคุ้มค่า ซึ่งถ้าเราต้องการขายให้องค์กร หรือครัวเรือนก็จะดูว่าต้นทุนจะได้คืนภายในกี่ปี ถ้าใช้วัสดุในการสร้างที่มีราคาถูกลงหน่อยก็จะได้เงินคืนเร็วขึ้น นอกจากนี้มันก็มีเรื่องอื่นอย่างการบุกเบิกการศึกษาแนวทางการสร้างโซลาร์เซลล์แบบใหม่ แต่ผมไม่แน่ใจว่าหยางหลิวจะทำได้หรือเปล่า ? เพราะการศึกษาวิธีการสร้างใหม่ ๆ เนี่ยค่อนข้างยากมาก ดังนั้นสิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดก็คงเป็นเรื่องต้นทุนกับความคุ้มค่านั่นแหละครับ

 

 

เป็นแบบนี้นี่เอง คณบดีเข้าใจขึ้นมาหน่อย

แล้วเขาจะศึกษาด้วยวิธีไหนกันแน่นะ ? แต่ยังไงก็เถอะ หวังว่ามันจะโดดเด่นขึ้นมาบ้างแล้วกัน

 

 

ขณะเดียวกันนั้นเครื่องจำลองแสงอาทิตย์ก็กำลังดำเนินการพอดี ฉับพลันกราฟที่ได้จากการวัดก็เริ่มปรากฏผ่านจอที่อยู่ด้านนอก

 

 

หืมมมม..? ทำไมกระแสไฟฟ้ามันถึงเยอะจัง ? ” อาจารย์คนหนึ่งที่วิจัยเกี่ยวกับด้านโซลาร์เซลล์สังเกตได้ถึงความไม่คุ้นชินทันที

 

 

กราฟนี่... เส้นโค้งมีความโค้งน้อยมาก ! ” อีกคนก็พูดอย่างตกใจ

 

 

เกิดอะไรขึ้น ? คณบดีรู้สึกงุนงง ไม่รู้ว่าที่ทั้งสองคนพูดมานั้น มันหมายความว่ายังไง ยิ่งเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญแล้ว มันเหมือนฟังหูซ้ายทะลุหูขวายังไงยังงั้นเลย

 

 

นอกจากนี้สีหน้าของหัวหน้าภาคฟิสิกส์ยังสร้างความสับสนให้คณบดีอีก เพราะอยู่ดี ๆ คิ้วของหัวหน้าภาคฟิสิกส์ก็ขมวดขึ้นคล้ายไม่พอใจ อย่างไรก็ตามมันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

 

นี่มันเป็นไปได้เหรอ ? ”

 

 

บ้าชัด ๆ ! ”

 

 

อย่าบอกนะว่า…? ”

 

 

อย่างไรก็ตามผู้เกี่ยวข้องด้านโซลาร์เซลล์โดยตรงก็พูดอย่างตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ละคนแสดงสีหน้าที่ยากจะเชื่อออกมา

 

 

คณบดีเห็นแบบนี้ก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ถึงแม้เขาจะอยู่ในคณะวิทยาศาสตร์ เป็นหัวหน้าคณะวิทยาศาสตร์ แต่เขาก็เน้นด้านการบริหารจัดการซะมากกว่า

 

 

ยิ่งนโยบายใหม่ที่มหาวิทยาลัยชิงหัวต้องการคนที่มีความสามารถในการจัดการอย่างเป็นเลิศ พวกเขาจึงไม่ได้เน้นไปที่คนที่ทำงานในแขนงวิชานั้น ๆ แต่เลือกคนที่มีความสามารถในการบริหารคนมาเป็นแทน

 

 

นี่จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คณบดีไม่ค่อยรู้เนื้อหาเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ แต่เขามีความสามารถในการมองคน สามารถมองเห็นถึงความอัจฉริยะที่จะยกระดับชิงหัวของหยางหลิว

 

 

และตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะสนับสนุนหยางหลิว แม้จะรู้ว่ามีเสียงต่อต้านจำนวนมากก็ตาม

 

 

แต่หลังจากที่คณบดีมองไปที่จอภาพ ดวงตาของเขาก็ลุกวาวด้วยความตื่นเต้น และสับสน !

 

 

ขนาดคณบดีแทบไม่มีความรู้อะไรเลยยังตระหนักได้ถึงบางสิ่ง

 

 

ยิ่งมองไปที่คำว่าประสิทธิภาพที่สูงถึง 22 % คณบดีก็ยังรู้สึกทึ่ง ตะลึง และงงงวย !

ไหนบอกว่าสถิติระดับโลกอยู่ที่ 16 % ? แล้วไอ้ 22 % นี่มันหมายความว่าอะไร...? ’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 69 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #718 alek886 (@alek886) (จากตอนที่ 292)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 01:16

    เจอตบหน้าหัน
    #718
    0