THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 154,571 Views

  • 771 Comments

  • 4,911 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2,151

    Overall
    154,571

ตอนที่ 291 : งานวิจัยโซลาร์เซลล์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 681
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    5 ม.ค. 62


 

เพอรอฟสไกต์ (Perovskite) เป็นชื่อเรียกทั่วไปของวัสดุกลุ่มหนึ่งซึ่งถูกค้นพบเมื่อร้อยกว่าปีมาแล้ว โดยเพอรอฟสไกต์มีหลากหลายชนิด และวัตถุดิบเหล่านี้ยังมีปริมาณมากมายบนพื้นโลก ดังนั้นจึงทำให้ราคาของมันค่อนข้างถูกเมื่อเปรียบเทียบกับสารชนิดอื่น ๆ ที่นิยมใช้สร้างเป็นโซลาร์เซลล์ในยุคปัจจุบัน

 

 

แต่เท่าที่หยางหลิวลองค้นหาข้อมูลดู เขาพบว่ายังไม่มีใครนำเพอรอฟสไกต์มาใช้ทดลองเกี่ยวกับโซลาร์เซลล์อย่างเป็นทางการเลย ถึงจะมีคนทำวิจัยจริง ๆ แต่ผลลัพธ์ก็ไม่โดดเด่น เผลอ ๆ เรียกได้ว่าล้มเหลวเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่มีใครสนใจนำเพอรอฟสไกต์มาใช้อีกเลย

 

 

อย่างไรก็ตามเมื่อหยางหลิวได้ลองศึกษาคุณสมบัติของมันแล้ว หยางหลิวจึงเกิดไอเดียว่ามันพอมีความเป็นไปได้ที่จะใช้เพอรอฟสไกต์เป็นตัวแปรหลักในการสร้างโซลาร์เซลล์

 

 

นอกจากนี้เมื่อใช้โปรแกรม AI ช่วยคำนวณความเป็นไปได้อย่างละเอียดอีกที หยางหลิวก็พบว่าประสิทธิภาพการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์เป็นพลังงานไฟฟ้า และความเสถียรของโซลาร์เซลล์ค่อนข้างสูงอย่างน่าประหลาด !

 

 

แม้หยางหลิวยังไม่ได้ทดลองสร้างโซลาร์เซลล์สักชิ้น แต่พอเห็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการทำนายโดยโปรแกรม AI หยางหลิวจึงตัดสินใจเลือกสารเพอรอฟสไกต์ในการทำวิจัยทันที

 

 

และมันก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ว่าสารชนิดนี้ดันเป็นทางเลือกใหม่ในอนาคตที่คนเลือกมาสร้างเป็นโซลาร์เซลล์พอดิบพอดี

 

 

 เยี่ยม ! ในที่สุดก็หาเจอสักที ! หวังว่ามันจะได้ผลนะหยางหลิวค่อนข้างดีใจไม่น้อย แม้ว่าเขาจะมีความสามารถที่ค่อนข้างเก่งเกินคน แต่ด้วยการที่เขาต้องมานั่งคิดนั่งหาว่าจะใช้อะไรเพื่อทำการวิจัยดี มันก็ลำบากจนแทบรากเลือด

 

 

หากจะกล่าวว่าการหาสารชนิดใหม่ ๆ เพื่อสร้างนวัตกรรมล้ำยุคเป็นการวัดดวงก็ไม่ผิดนัก เพราะหยางหลิวต้องควานหาสารต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัวเป็นพัน ๆ ชนิด

 

 

แม้จะมีหลักการ มีทฤษฎีมารับรอง แต่หยางหลิวก็ต้องนั่งวิเคราะห์ไปจนถึงโครงสร้างระดับโมเลกุล ใช้ทั้งทฤษฎีทางเคมี และฟิสิกส์ช่วยอีกต่างหาก

 

 

กว่าจะแน่ใจแล้วว่าสารใดเป็นไปได้ สารใดเป็นไปไม่ได้ก็ต้องใช้เวลาไม่น้อยเลย มันจึงไม่แปลกเลยสักนิดที่อัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์ต้องใช้เวลาอยู่นานโขกว่าจะสร้างสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นมาได้ และแม้ว่าจะมีอัจฉริยะอยู่ทั่วทุกมุมโลก มีการจัดตั้งกลุ่ม มีการจัดตั้งบริษัท ทว่านวัตกรรมใหม่ ๆ ก็ออกมาให้เห็นน้อยครั้ง และมีเพียงไม่กี่ชิ้นเท่านั้นที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

 

 

แล้วตอนนี้หยางหลิวก็ใช้แค่การความคิดของตนกับเครื่องทุ่นแรงอย่างโปรแกรม AI เท่านั้น ซึ่งเขาไม่ได้นั่งทำการทดลองเพื่อทดสอบสารทีละชนิดด้วยซ้ำ นี่จึงเพิ่มความยากลำบากให้หยางหลิวเป็นอย่างมาก

 

 

และถึงแม้หยางหลิวจะคิดออกว่าจะทดลองด้วยการใช้สารอะไร แต่ผลลัพธ์ที่จะได้ก็ไม่รู้ว่าจะได้ตามที่หวังหรือไม่ ? แถมเวลาที่มียังค่อนข้างจำกัดอีก นี่จึงเป็นสิ่งที่ค่อนข้างท้าทายทีเดียว

 

 

นอกจากนั้นยังไม่พอ หยางหลิวเคยสัญญากับคณบดีชิงหัวว่างานวิจัยนี้ต้องเป็นงานวิจัยชั้นยอดอีกต่างหาก นี่จึงเป็นเรื่องท้าทายสำหรับหยางหลิวเข้าไปอีก

 

 

อย่างน้อยที่สุดงานวิจัยชิ้นนี้ต้องได้ผลงานติดลำดับต้น ๆ ของประเทศ หรือถ้าให้ดีเยี่ยมไปเลยก็ควรทำลายสถิติของประเทศให้ได้

 

 

ดังนั้นแล้วหลังจากที่หยางหลิวอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เขาก็เข้าไปที่มหาวิทยาลัยชิงหัวทันทีเพื่อทำการทดลองตรวจสอบสมมติฐานของตน

 


 

 

ในเช้าวันถัดมาหยางหลิวยังคงถ่างตาทดลองอย่างอดหลับอดนอนอีกครั้ง

 

 

ทว่าผลของความบ้าพลังทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนก็ได้ผลลัพธ์ออกมาดีเยี่ยม

เหลือเชื่อ ! มันได้ผลจริง ๆ ด้วย ! ” หยางหลิวถึงกับอ้าปากค้างเลยทีเดียวเมื่อผลลัพธ์ออกมา แม้เขาคาดหวังเอาไว้ลึก ๆ ว่าผลต้องออกมาดี แต่หยางหลิวยังไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่าประสิทธิภาพของมันจะสูงขนาดนี้

 

 

“ 22% มันไปถึง 22% แล้ว ! โอ้แม่เจ้า ! มันสูงขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย !? ” ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานของเพอรอฟสไกต์โซลาร์เซลล์ออกมาเหนือกว่าที่คาดไว้เยอะ หลังจากปรับนั่นเปลี่ยนนี่ ในที่สุดประสิทธิภาพก็พุ่งสูงกว่า 22% ในการทดลองครั้งที่ยี่สิบ

 

 

แล้วประสิทธิภาพที่สูงถึง 22% หมายความว่าอะไร ?

 

 

เอาง่าย ๆ ประสิทธิภาพการแปลงพลังงานของโซลาร์เซลล์สูงสุดในเวลาปัจจุบันนี้อยู่แค่ราว ๆ 15-16 % เท่านั้น แถมโซลาร์เซลล์ก็ถูกวิจัยมาหลายทศวรรษแล้ว ตั้งแต่เริ่มแรกมันก็อยู่ที่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เอง

 

 

ขนาดผ่านยุคสมัยมามากมายแต่มันก็ยังเพิ่มขึ้นไม่เยอะ ทว่าคราวนี้หยางหลิวกลับทำลายสถิติโลกขาดแบบกระจุยกระจาย !

 

 

ต้องยอมรับว่านอกจากหยางหลิวจะมีฝีมือแล้ว ดวงของเขายังคงแข็งโป๊กอีกต่างหาก

 

 

เพราะเรื่องประสิทธิภาพที่สูงระดับนี้ มันอาจจะดูน่าเหลือเชื่อแล้ว แต่ถ้าทุกคนหันมาสร้างโซลาร์เซลล์ด้วยวิธีใหม่นี้ ต้นทุนการสร้างจะลดลงอย่างมหาศาล !

 

 

งานวิจัยพลิกโฉมใหม่ของโซลาร์เซลล์ ! ” นี่เป็นประโยคที่น่าจะสื่อถึงความมหัศจรรย์ในครั้งนิ้อย่างชัดเจนที่สุด

           

 

เจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า หยางหลิวก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมเจ้าระบบสกิล-ไอเทม

 

 

การลงทุนซื้อสกิลไปหลายล้าน นับว่าคุ้มค่าจริง ๆ ถ้ารู้แบบนี้เขาน่าจะลงทุนซื้อความสามารถ และทักษะย่อยระดับสูงไปอีกเยอะ ๆ

 

 

แต่ตอนนี้หยางหลิวไม่สามารถซื้อได้แล้ว นั่นทำให้เขารู้สึกเศร้าใจอย่างบอกไม่ถูก

 

 

เฮ้อเมื่อไหร่มันจะสามารถใช้ได้อีกครั้งกันนะ ? หรือว่ามันจะหายไปไม่กลับมาอีกแล้วล่ะเนี่ย ? ตอนนั้นเราไม่น่าโลภมากเลยจริง ๆ ...แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเราก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้แล้ว แค่เท่าที่มีอยู่ก็เยี่ยมพอแล้วแหละ ช่างมันดีกว่า พอเป็นแบบนี้หยางหลิวก็บ่นอย่างรู้สึกเศร้าใจเล็ก ๆ

 

 

อย่างไรก็ตามตอนนี้หยางหลิวได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจแล้ว นั่นทำให้เขาสลัดความรู้สึกเศร้าออกไป และเดินทางกลับไปพักผ่อนทันที

 


...

 

 

หลังจากหยางหลิวนอนไปได้สัก 2-3 ชั่วโมง เขาก็ลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว และโทรศัพท์ไปหาคณบดีชิงหัวเพื่อรายงานผลการวิจัยให้ทราบ

 

 

สวัสดีครับท่านคณบดีหยางหลิวกล่าวทักทายคณบดีอย่างสุภาพ

 

 

โอ้ ! หยางหลิวเหรอ ? มีธุระอะไรหรือเปล่า ? …เมื่อวานเห็นเข้าแล็บทั้งวันเลยนี่ ได้ผลการทดลองดี ๆ บ้างหรือยัง ? ” คณบดีพูดกับหยางหลิวอย่างเป็นกันเอง แถมยังถามเรื่องงานวิจัยอย่างเป็นธรรมชาติอีกต่างหาก เห็นได้ชัดว่าเขาคาดหวังกับหยางหลิวไม่น้อยเลย

 

 

ฮ่า ๆๆ ผมจะโทรมาพูดเรื่องนี้พอดีเลยครับหยางหลิวเห็นท่าทีร้อนรนของคณบดีก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขำ แต่ก็ใช่ว่าคณบดีเป็นคนที่เห็นแก่ได้อะไรขนาดนั้น การที่หยางหลิวโชว์ศักยภาพให้เห็นบ่อย ๆ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คณบดีจะรู้สึกคาดหวัง ดังนั้นแล้วหยางหลิวจึงไม่ได้รู้สึกแย่อะไร นอกจากนี้คณบดียังเป็นที่พึ่งที่ดีของหยางหลิวอีกด้วย

 

 

หืมม..? อย่าบอกนะว่าผลวิจัยมีความคืบหน้าแล้ว !!? ไหน ๆ มีอะไรใหม่บ้าง ? ” คณบดีตาลุกวาว และพูดอย่างตื่นเต้น

 

 

จะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ หรือจะบอกว่าการวิจัยของผมเสร็จแล้วก็ได้ ผมเลยโทรมาหาท่านพอดีครับหยางหลิวตอบแบบเรียบ ๆ

 

 

หา..!? เสร็จแล้ว ! เธอทำได้เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ !? ” คณบดีเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

 

 

การที่ใครสักคนจะทำงานวิจัยให้ออกมาดี มันก็ต้องใช้เวลานานมาก บางคนกว่าจะได้งานวิจัยออกมาสักชิ้นก็เป็นเวลา 2-3 ปี เผลอ ๆ ก็เป็น 10 ปี ด้วยซ้ำ แต่หยางหลิวบอกว่าตนทำเสร็จแล้ว และเขาก็เพิ่งสร้างงานวิจัยที่น่าทึ่งเมื่อตอนเข้ามาสัมภาษณ์อีก

 

 

นั่นทำให้คณบดีอดไม่ได้ที่จะเผลอคิดไปว่า

นี่คงไม่ใช่ว่าหยางหลิวทำงานชุ่ย ๆ มาให้ใช่ไหมเนี่ย…? ’

 

 

อืมถ้าตัวรายงานผมยังไม่ได้ทำเลยนะครับ แต่ถ้าเป็นตัวผลงานผมมีแล้ว เดี๋ยวอีกสักหน่อยผมจะเข้าไปแสดงให้ท่านดูครับ หยางหลิวตอบอย่างไม่ใส่ใจกับท่าทีของคณบดี

 

 

เป็นงั้นเหรอ...? ” คณบดีไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แต่เขากำลังกังวลว่าหยางหลิวทำงานวิจัยออกมาไม่ดีมากกว่า ทว่าถ้าให้คณบดีถามตรง ๆ เขาก็กลัวเสียมารยาท ดังนั้นเขาจึงไม่ค่อยกล้าถามเท่าใด และชวนคุยเรื่องอื่นแทน

แล้วเธอทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องอะไร ? พอจะบอกได้ไหม ? ”

 

 

ทำเรื่องโซลาร์เซลล์ครับหยางหลิวตอบ

 

 

โซลาร์เซลล์...? อืม ! เป็นงานวิจัยที่ดี งั้นเดี๋ยวฉันจะรอนะ จะว่าไปน่าจะมีอาจารย์ในภาคฟิสิกส์เข้ามาฟังด้วย เห็นหลายคนบอกว่าสนใจงานของเธอเนื่องจากคณบดีไม่แน่ใจว่างานวิจัยของหยางหลิวจะเป็นงานที่ดีหรือไม่ และเขาเองก็ไม่มีความรู้มากนัก ดังนั้นเขาเลยคิดว่าจะให้อาจารย์ในภาคฟิสิกส์มาช่วยแสดงความคิดเห็นดีกว่า

 

 

อาจารย์ในภาคฟิสิกส์เหรอครับ !? ” อย่างไรก็ตามปฏิกิริยาของหยางหลิวที่มักจะมั่นคงหนักแน่น จู่ ๆ ก็มีอาการประหลาดใจอย่างสังเกตได้ชัด

 

 

เธอเป็นอะไรหรือเปล่า ? ไม่สะดวกใจเหรอ ? ” ซึ่งนั่นก็ทำให้คณบดีรู้สึกแปลกใจชอบกล จนเผลอคิดไปอีกครั้งว่า

หรืองานวิจัยของเขาจะชุ่ยจริง ๆ เลยไม่อยากให้คนอื่นมาดู ? แต่คงไม่ใช่หรอกมั้ง

 

 

อะแฮ่ม ๆหยางหลิวแกล้งกระแอมเบา ๆ ก่อนจะถามอย่างสงสัยใคร่รู้ว่า

อาจารย์ฟิสิกส์ที่จะเข้ามาฟังนี่เป็นใครบ้างเหรอครับ ? ”

 

 

อืม… ” ในส่วนนี้คณบดีก็ไม่ค่อยมั่นใจว่าใครจะมาบ้าง สาเหตุก็เพราะว่าเขาแค่อยากได้คนมาช่วยตรวจสอบงานวิจัยของหยางหลิวเท่านั้น ดังนั้นคณบดีจึงกุเรื่องว่ามีคนสนใจงานวิจัยของหยางหลิว แต่ความจริงแล้วเขาจะไปหาคนที่ว่างหลังจากวางสายต่างหาก

 

 

พอเงียบไปสักพักคณบดีจึงสุ่มชื่อมาคร่าว ๆ แล้วตอบอย่างแนบเนียนว่า

เรื่องนี้มันค่อนข้างปุบปับไปสักหน่อย ฉันเลยไม่แน่ใจว่าใครจะมาฟังบ้าง แต่หลัก ๆ ก็น่าจะเป็นหัวหน้าภาคฟิสิกส์หนึ่งคน อาจารย์ที่วิจัยเรื่องโซลาร์เซลล์อีกสองสามคน แล้วก็อาจารย์สาวสวยที่สวยที่สุดในมหาวิทยาลัยของเราอย่างหูอี้หรงนี่แหละ

 

 

หา !!? หูอี้หรง ! ” หยางหลิวไม่สามารถเก็บอาการตื่นตระหนกได้เลยเมื่อชื่อนี้ถูกพูดออกมา

 

 

ก่อนหน้านี้หยางหลิวก็แอบทำใจเอาไว้แล้วว่าหูอี้หรงจะเข้ามาฟังด้วย แต่พอคณบดีพูดออกมาจริง ๆ เขาก็ยังรู้สึกตกใจไม่หาย

 

 

ภาพเหตุการณ์น่าอายในช่วงนั้นปรากฏวาบเข้ามาในหัวสมองทันควัน !

 

 

จะว่าไปเรื่องระหว่างหยางหลิวกับหูอี้หรงยังไม่ทันเคลียร์ให้แน่ชัด แม้กระทั่งตอนที่หยางหลิวถูกพาตัวไปค่ายทหารเขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรให้มันจริงจังเลย แล้วก็โดนลากตัวไปเกี่ยวข้องกับอะไรก็ไม่รู้

 

 

แถมตั้งแต่กลับมาที่ปักกิ่ง หยางหลิวกับหูอี้หรงก็เจอกันน้อยมาก อาจจะเป็นเพราะตัวเขาเองพยายามหลบหน้าจากความรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ แถมหยางหลิวก็มีแฟนอยู่แล้ว เขาเลยไม่อยากจะเอ่ยเรื่องนี้มากนัก และจะแกล้งหลบหน้าต่อไปเรื่อย ๆ

 

 

อย่างไรก็ตามคราวนี้เหมือนว่าหยางหลิวจะหนีไม่พ้นหูอี้หรงซะแล้ว !

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #717 Thanarak Shinaharuthai (@inphonos) (จากตอนที่ 291)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 21:34

    สนุกครับ
    #717
    0