THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 157,441 Views

  • 775 Comments

  • 4,916 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5,021

    Overall
    157,441

ตอนที่ 109 : พัฒนามิตรภาพ ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4621
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 242 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

“ แล้วนายชื่ออะไร ? ” หลัวโก่วถามชายคนที่ถูกหยางหลิวทำให้สลบ


“ กู๋เจ๋อ ” กู๋เจ๋อตอบด้วยเสียงอู้อี้ซึ่งทำให้ใครหลายคนที่ฟังได้ยินไม่ชัดเจนนัก


“ นายชื่ออะไรนะ ? พูดดัง ๆ หน่อย ” ว่านเซี่ยงหันไปถามกู๋เจ๋ออย่างรวดเร็ว


“ เขาชื่อกู๋เจ๋อ ” หยางหลิวตอบแทนกู๋เจ๋อ ด้วยความสามารถด้านกีฬาระดับสูงของหยางหลิว มันจึงทำให้หยางหลิวมีประสาทสัมผัสทั้งห้าดีมาก รวมทั้งเรื่องการฟังด้วย ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หยางหลิวจะได้ยินอย่างชัดถ้อยชัดคำ


เมื่อหยางหลิวตอบคำถามของว่านเซี่ยงไปแล้ว ถัดจากนั้นหยางหลิวก็พูดว่า
“ เอาล่ะ ๆ เรื่องทั้งหมดในวันนี้ก็ขอให้มันจบลงไปในวันนี้แล้วกัน ยังไงพวกเราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกเป็นปี หรือแม้กระทั่งหลายปี ดังนั้นเรามาเริ่มต้นใหม่เถอะอย่าทำให้เรื่องนี้มันยุ่งยากกว่านี้เลย ” พอหยางหลิวพูดจบเขาหันหน้า และเดินเข้าหากู๋เจ๋ออย่างรวดเร็ว


“ ฉันขอโทษด้วยนะกู๋เจ๋อ ยกโทษให้ฉันด้วย ” เมื่อหยางหลิวเดินมาถึงด้านหน้ากู๋เจ๋อ เขาก็กล่าวขอโทษพร้อมกันนั้นหยางหลิวก็ยื่นมือไปจับกับมือของกู๋เจ๋อในขณะเดียวกันนั้นเอง แม้กู๋เจ๋อจะมีความรู้สึกไม่ยินยอม และอยากจะคัดค้านการจับมือกับหยางหลิว แต่ว่ากู๋เจ๋อก็ไม่สามารถทำได้ เพราะความเร็ว และว่องไวของหยางหลิวเหนือกว่าเขามาก ในขณะที่เขารู้ตัว และคิดจะหลบการจับมือของหยางหลิวนั้นก็สายไปเสียแล้ว ดังนั้นกู๋เจ๋อจึงต้องจำยอมที่จะประนีประนอมกับหยางหลิว ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่กู๋เจ๋อยอมนอกจากถูกบังคับทางอ้อมแล้วก็คือว่ากู๋เจ๋อรู้สึกสำนึกผิดเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ สาเหตุหลัก ๆ ที่เกิดก็มาจากเขาทั้งสิ้น แม้กระทั่งตอนที่เข้ามาในห้องแล้วกู๋เจ๋อก็ยังไม่วายตอแยหยางหลิวอีก


ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมหยางหลิวขอโทษกู๋เจ๋อก่อนก็เพราะว่าเขาไม่อยากมีปัญหากับกู๋เจ๋อหรือกับใครเพิ่มเติมอีก แค่จิ่นลี่กับเค่อซิ่วมันก็ถือว่าเป็นปัญหาที่หนักมากเกินพอที่หยางหลิวจะรับไหวแล้ว


นอกจากเหตุผลก่อนหน้าที่หยางหลิวจัดการกู๋เจ๋อให้สลบเพื่อจัดการสิ่งรบกวนก็ยังมีอีกเรื่องคือหยางหลิวต้องการที่จะแสดงให้เห็นกู๋เจ๋อเห็นว่าหยางหลิวไม่ใช่คนที่จะยอมโดนรังแกง่าย ๆ เขาสามารถตอบโต้กู๋เจ๋อได้ทุกเมื่อถ้าหยางหลิวต้องการ ด้วยเหตุผลนี้มันยังสร้างความน่าเคารพยำเกรงของหยางหลิวอีกด้วย


“ อืม ฉันก็ขอโทษที่ว่านายไป ” เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น ในขณะนี้หยางหลิวได้จับมือกู๋เจ๋อพร้อมกับแสดงความจริงใจที่จะขอโทษเขาก่อน เขาจึงยอมรับผิดด้วยเช่นเดียวกัน


“ เอาล่ะ ๆ ในเมื่อจบเรื่องแล้วก็อย่าพูดถึงมันอีกเลย พวกเราไปพักผ่อนกันเถอะ ” หยางหลิวพูดขึ้นเพื่อจบเรื่องราวปัญหาในครั้งนี้


“ เดี๋ยว ๆ ! พวกนายมีปัญหากันงั้นเหรอ !? ” หลัวโก่วสังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาจึงถามออกมา ทว่าเขากลับไม่ยอมรอปฏิกิริยาของใคร เขาไม่รอให้ใครตอบคำตอบของเขา เพราะหลังจากที่เขาพูดจบได้ไม่ทันพริบตา เขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า
“ ในเมื่อพวกนายมีปัญหากัน วิธีสร้างความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นมันไม่ใช่เรื่องยาก ! ”


“ นาย ! นาย ! นาย ! แล้วก็นาย ! ตามฉันมา ”
หลัวโก่วชี้ไปทีละคน ถัดจากนั้นเขาก็บอกให้ทุกคนตามเขาไป


“ หือ !? ” ทุกคนได้แต่หันหน้าไปมองจ้องหลัวโก่วด้วยความสงสัย พวกเขาไม่เข้าใจว่าหลัวโก่วกำลังจะทำอะไรกันแน่


“ ฉันบอกให้พวกนายตามฉันมาก็ตามฉันมาสิ อย่าชักช้า ! ” หลัวโก่วทำเสียงดุ คนในห้องต่างมองหน้ากัน สุดท้ายฉางเฟิงก็ตามเขาออกไป เมื่อเป็นดังนี้ว่านเซี่ยงก็จำเป็นต้องตามไป และท้ายที่สุดทุกคนที่อยู่ในห้องก็ตามหลัวโก่วไป

...


หลังจากเดินออกมาจากหอพักเป็นเวลาเกือบสิบห้านาทีแล้ว หลัวโก่วก็ยังคงเดินไปข้างหน้าต่อไป ว่านเซี่ยงที่เป็นคนค่อนข้างใจร้อนจึงอดทนไม่ไหวและถามออกไปในที่สุด
“ สรุปนายจะพาเราไปที่ไหนกันเนี่ย !? ”


“ เห็นข้างหน้านั้นไหม ? ” หลัวโก่วชี้ไปตรงตึกขนาดใหญ่ที่มีสีฟ้า ถัดจากนั้นเขาก็ถามว่านเซี่ยง


“ เห็นดิ ! อย่าบอกว่านายจะไปที่ตึกนั้น ? ไม่ใช่ว่าตึกนั้นมันห้ามคนทั่วไปเข้าหรอกเหรอ ? ” ว่านเซี่ยงตอบคำถามหลัวโก่ว ต่อจากนั้นก็ถามเขากลับ


“ งั้นนายก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าตึกนั่นชื่ออะไร ? ” หลัวโก่วหยุดเดินในทันทีทันใด แล้วก็หันมาถามว่านเซี่ยงอย่างคาดหวัง


“ แน่นอนสิ ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ ” ว่านเซี่ยงตอบด้วยท่าทีงุนงง


“ เยี่ยมไปเลย เพราะตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่ไหนบนแผนที่แล้ว ! ” หลัวโก่วพูดอย่างดีใจ ในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเขาก็หยิบแผนที่ขนาดเล็ก แล้วส่งไปให้กับว่านเซี่ยง


“ บ้าเอ๊ย ! สรุปว่าที่ผ่านมานายเดินมาผิดทางเหรอเนี่ย !? ” ว่านเซี่ยงพูดออกมาอย่างไร้ความอดทน พวกเขาเดินตามหลัวโก่วมาตั้งนาน แถมยังนึกว่าหลัวโก่วกำลังจะพาไปสถานที่ไหนสักแห่ง ทว่ากลายเป็นหลัวโก่วพาเดินหลงทางซะอย่างนั้น !


“ เอาล่ะ ๆ ช่างมันเถอะ ” ฉางเฟิงพูดขึ้นอย่างใจเย็น


“ อืมช่างเถอะ แล้วนายจะพาพวกเราไปไหนหลัวโก่ว ” หยางหลิวไม่ได้ใส่ใจมันมากนักเขาจึงถามหลัวโก่วด้วยท่าทีปกติ


“ ฉันจะพาพวกนายไปสนามฟุตซอลไง เรามีกันห้าคนพอดีพวกเราก็จะเล่นได้ครบทีมเลย ! ”


“ เดี๋ยว ๆ ! นี่นายจะพาฉันมาเล่นฟุตซอลเนี่ยนะ !? ฉันไม่สนใจหรอก งั้นฉันขอตัวกลับเลยกัน ” กู๋เจ๋อพูดขึ้นด้วยความไม่สบอารมณ์ ทีแรกเขาก็ไม่อยากมาอยู่แล้ว แต่เขากลับโดนบังคับทางอ้อมสุดท้ายจึงต้องมา


“ เอาน่าไหน ๆ ก็มาแล้ว ไปเล่นสักแป๊บก็ยังดี ” ว่านเซี่ยงพูดโน้มน้าว


“ ใช่ ๆ ไหน ๆ พวกเราก็มาแล้วไปเล่นกันสักเกมสองเกมแล้วกัน แพ้ก็ค่อยกลับก็ได้ไม่เสียหาย ” หลัวโก่วก็พูดชักจูงเช่นกัน


“ ...อืม ” เมื่อเป็นเช่นนี้กู๋เจ๋อก็ไม่สามารถพูดปฏิเสธได้ เขาจึงต้องตกลงอย่างช่วยไม่ได้


“ เอาล่ะตามฉันมา สนามฟุตซอลอยู่ทางด้านนี้เดินไปสักห้านาทีก็น่าจะถึง ” หยางหลิวชี้ไปยังทิศทางหนึ่ง แล้วเขาก็ออกเดินนำในทันที


ในขณะเดียวกันนั้นหยางหลิวก็เริ่มคิดเกี่ยวกับการที่เขาได้มาเตะฟุตซอล สาเหตุที่ทำให้คนทั้งห้านี้ได้มาเตะฟุตบอลมันเกิดขึ้นจากปัญหาของหยางหลิวกับกู๋เจ๋อ หลัวโก่วจึงเสนอให้พวกเขาตามหลัวโก่วไปเพื่อช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนของหยางหลิวกับกู๋เจ๋อให้ดีขึ้น ทว่าอันที่จริงแล้ว หลัวโก่วน่าจะไม่ได้สนใจอะไรแบบนั้นแม้แต่น้อย การเล่นฟุตซอลอาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของหยางหลิวกับกู๋เจ๋อดีขึ้นก็ได้ หรืออาจจะทำให้ความสัมพันธ์ไม่ดีขึ้นก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่หลัวโก่วสนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่หลัวโก่วสนใจคือการได้มาเล่นฟุตซอลต่างหาก !



หลังจากหยางหลิวเดินนำประมาณ 5 นาที ทุกคนก็ไปถึงที่สนามฝึกซ้อมกีฬา ที่บริเวณนี้มีกีฬาหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล ฟุตซอล บาสเกตบอล เทนนิส หรือแบดมินตันนอกจากนี้ยังมีโรงยิมสำหรับกีฬาในร่มบางชนิดอีกด้วย


หลัวโก่วดีใจอย่างมากที่ในที่สุดก็มาถึงสนามกีฬาฟุตซอลสักที ตอนนี้เป็นเวลาประมาณบ่ายสองโมง มีคนที่สนใจเล่นกีฬานี้ไม่เยอะมากเท่าไหร่ ประมาณ 10-15 คน หรือแบ่งได้เป็นประมาณ 2-3 ทีม เมื่อรวมทีมของหยางหลิวเข้าไปก็จะเป็น 3-4 ทีมเท่านั้น เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังทำการแข่งขันกันอยู่ หลัวโก่วก็รีบเดินไปหาคนที่นั่งอยู่แถว ๆ แล้วก็ขออนุญาตพวกเขาเพื่อเล่นฟุตซอลด้วย


ท่าทีของคนที่กำลังเล่นอยู่ก็ไม่ได้แย่ สมควรที่จะเรียกว่าค่อนข้างดีด้วยซ้ำ เพราะนอกจากพวกเขาจะไม่ตอบปฏิเสธคำขอของหลัวโก่วแล้ว พวกเขายังตอบตกลงที่จะให้กลุ่มของหลัวโก่วเล่นด้วยอย่างดี ทั้งยังมีท่าทีเป็นกันเอง ไม่ได้มีท่าทีวางก้าม หรืออวดเบ่งแม้แต่น้อย ถึงแม้พวกเขาจะมารู้ทีหลังว่าพวกหลัวโก่วจะเป็นรุ่นน้องก็ตามที


ถัดจากนั้นทีมที่กำลังรอเพื่อที่จะได้เล่นในรอบต่อไปก็เข้ามาหาหลัวโก่วพร้อมกับอธิบายกฎการเล่นที่นี่ให้หลัวโก่วฟัง โดยกฎการแข่งขันก็ง่าย ๆ ใครแพ้ก็ออก รอจนกระทั่งถึงรอบของตัวเองค่อยกลับมาเล่นแก้มืออีกครั้ง ส่วนถ้าใครชนะก็สามารถเล่นต่อได้เรื่อย ๆ


เมื่อหลัวโก่วได้ฟัง และเข้าใจแล้วเขาก็เดินมาหาพวกหยางหลิว พร้อมกับอธิบายกฎการเล่นคร่าว ๆ ให้พวกหยางหลิวฟัง รวมทั้งหลัวโก่วก็เริ่มทำการจัดตำแหน่งภายในทีมอย่างรวดเร็ว


“ นายสองคนหน่วยก้านใช้ได้เลยนี่ ” หลัวโก่วหันมามองฉางเฟิงกับว่านเซี่ยง แล้วก็ชี้นิ้วไปยังพวกเขาทั้งคู่ จากนั้นเขาจึงพูดต่อว่า
“ เอางี้แล้วกัน เดี๋ยวพวกนายเป็นกองหลังคอยป้องกันการยิงประตู อย่าให้ฝั่งตรงข้ามยิงได้เด็ดขาด ถ้าฉันบุกพวกนายก็ช่วยสนับสนุนจากด้านหลัง ”


“ ส่วนนายกู๋เจ๋อ ” หลัวโก่วชี้นิ้วไปยังกู๋เจ๋อ จากนั้นเขาก็พูดว่า
“ นายเป็นกองกลางแล้วกัน คอยส่งบอลมาให้ฉันที่เป็นกองหน้า ”


“ อ้าวแล้วฉันล่ะ ? ” หยางหลิวถามด้วยความสงสัย


หลัวโก่วหันมาจ้องที่หยางหลิวแล้วพูดเสียงดังว่า
“ นายไปเป็นผู้รักษาประตูซะ ” ถัดจากนั้นหลัวโก่วก็ก้มมองลงต่ำ สายตาของเขาไปสะดุดที่รองเท้าของหยางหลิว
“ ดูรองเท้าของนายสิ นายใส่รองเท้าแตะมาแข่งฟุตซอลเนี่ยนะ !? ” หลัวโก่ววิจารณ์รองเท้าที่หยางหลิวใส่ มันเป็นรองเท้าแตะอย่างที่หลัวโก่วกล่าวเอาไว้ นอกจากนี้มันก็ไม่เหมาะสมกับตำแหน่งอื่น ๆ เช่นกองหลัง กองกลาง หรือกองหน้าที่ต้องใช้การวิ่งอีกด้วย ผิดกลับหลาย ๆ คนเช่น หลัวโก่ว ฉางเฟิง ว่านเซี่ยง และกู๋เจ๋อที่ใส่รองเท้าผ้าใบมา


ดังนั้นการตัดสินใจของหลัวโก่วที่ให้หยางหลิวเป็นผู้รักษาประตูจึงเหมาะสม และดีที่สุดแล้วในตอนนี้


“ น้องหลัวโก่ว ถึงรอบของน้องแล้วนะรีบเข้ามาได้แล้ว เดี๋ยวพวกพี่ขอพักสักหน่อยแล้วกันนะ อย่ารีบออกเร็วนักล่ะ ฮ่า ๆๆๆ ” รุ่นพี่กลุ่มที่เพิ่งแพ้ออกมาก็ตะโกนเรียกหลัวโก่ว พร้อมกับแซวเรื่องที่หลัวโก่วอาจจะแพ้ได้ง่าย ๆ หรือแพ้แค่ในเวลาไม่กี่วินาที


“ ครับพี่ ! พวกผมกำลังไป ” หลัวโก่วตะโกนบอกพวกรุ่นพี่กลับ จากนั้นเขาก็หันมามองเพื่อนร่วมห้อง และเพื่อนร่วมทีมฟุตซอลว่า
“ พวกเราไปกันเถอะ ! ”

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

ไรท์เปิดขายตอนที่ 110-149 แล้วนะครับ
ใครที่อ่านเรื่องนี้แล้วสนุกก็ฝากสนับสนุนด้วยครับ :)          ขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนจนถึงตอนนี้ครับ ^_^
นอกจากนี้ทุกท่านยังสามารถเข้าไปติดตามต่อได้ที่          THe Superman [ภาค 1-2] - เว็บไซต์เขียน-อ่าน นิยายออนไลน์ ครับ
= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 242 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #605 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 13:57
    มามหาลัยใส่รองเท้าแตะ โครตจนเลย5555
    #605
    0
  2. #258 Dize Ŕeriattă (@taross_dize) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:26
    อยากอ่านอ่าาแต่ช่วงนี้ช๊อตค่ะ ฮื้ออออ ต้องรอเติมเหรียญก่อน55555
    #258
    0
  3. #256 Crasybart (@Crasybart) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:19

    ลงปุ๊ป ขายปั๊ป นึกว่านิยายแปล

    #256
    1
    • #256-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 109)
      27 มิถุนายน 2561 / 12:21
      อ้างอิงตามนิยายแปลครับ เพราะผมเริ่มอ่าน-เขียนที่เว็บ Ficitonlog เลยครับ ก็เลยเอามาตรฐานตามนั้น
      #256-1
  4. #255 kanphoo10 (@kanphoo10) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 12:01
    ขอบคุณน้าา
    #255
    1
    • #255-1 Black_centaur (@Black_centaur) (จากตอนที่ 109)
      27 มิถุนายน 2561 / 12:18
      ขอบคุณที่ติดตามเช่นกันครับ ^_^
      #255-1
  5. #252 werewotfLV.1000 (@kokopipi20994) (จากตอนที่ 109)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2561 / 11:23
    เปิดปุ้ปปิดปัป
    #252
    0