THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 156,550 Views

  • 772 Comments

  • 4,911 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    4,130

    Overall
    156,550

ตอนที่ 108 : รูมเมตคนสุดท้ายมาถึงแล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4247
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 349 ครั้ง
    27 มิ.ย. 61

เนื่องจากหยางหลิวรำคาญชายคนนี้ตั้งแต่ตอนที่เขาถูกก่นด่าเสีย ๆ หาย ๆ รวมทั้งยังโดนดูถูกเรื่องฐานะอีกด้วย หยางหลิวจึงจัดการทำให้หมอนี่สลบไปซะ โดยส่วนหนึ่งก็เพื่อหยุดเสียงเห่าหอนของชายคนนี้ ส่วนอีกหนึ่งก็เพื่อความรู้สึกแค้นส่วนบุคคล


โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเป็นดังนี้ หยางหลิวใช้การเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพุ่งไปยังบริเวณด้านข้างของชายคนนั้น จากนั้นก็ใช้สันมือฟาดลงไปที่บริเวณหลังลำคอเพื่อให้เขาสลบไปอย่างฉับไว


ทว่าหยางหลิวไม่ได้ใช้แรงมากมายนัก เขาใช้แรงประมาณ 5% เท่านั้นในการจัดการกับชายคนนี้ เพราะหยางหลิวกลัวว่าถ้าใช้แรงมากไปกว่านี้ มันก็อาจจะเป็นไปได้ว่าชายคนดังกล่าวจะบาดเจ็บสาหัส ถึงขั้นพิการ หรือแม้แต่เสียชีวิตก็เป็นได้ ด้วยสาเหตุที่ว่า


หนึ่งหยางหลิวไม่เคยต่อสู้กับคนธรรมดามาก่อน อีกอย่างเจ้าหมอนี่ก็คงเป็นแค่ลูกคุณหนูที่ไม่เคยแม้แต่ต่อสู้จริง ถ้าโดนทำร้ายก็คงจะบาดเจ็บหนัก เพราะไม่เคยสู้จริงมาก่อน


อีกหนึ่งก็คือหยางหลิวเคยสู้กับคนที่มีทักษะต่อสู้มาเยอะก็จริง รวมทั้งลูกศิษย์สำนักต่อสู้ในปักกิ่งด้วย แต่ว่าหยางหลิวเคยใช้แค่ความสามารถด้านกีฬาระดับกลางเท่านั้น ทว่าตอนนี้หยางหลิวมีความสามารถกีฬาระดับสูงแล้ว และยังเป็นความสามารถด้านกีฬาระดับสูงที่มีค่าประสบการณ์เต็ม 100.00% แล้ว !


ความต่างของพลังของร่างกายที่หยางหลิวได้รับมา มันค่อนข้างแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับระดับกลางก่อนหน้านี้


แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่างน้อยหยางหลิวก็โชคดีที่จัดการกับชายคนนี้ได้สำเร็จ ถ้าหยางหลิวออกแรงน้อยกว่านี้อาจจะทำให้ชายคนนั้นไม่สลบ และรู้ตัวว่าเขาถูกหยางหลิวเล่นงาน แต่ถ้ามากไปกว่าชายคนนั้นก็จะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บหนักซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่หยางหลิวอยากให้เกิดขึ้น


“ ฟู่ ! ไหน ๆ มันก็เงียบไปแล้ว งั้นถัดไปก็จัดของต่อให้เสร็จดีกว่า ” หยางหลิวพึมพำออกมาตามความคิดอย่างเงียบ ๆ ถัดจากนั้นเขาก็เริ่มจัดเก็บสิ่งของที่ยังจัดค้างอยู่อีกครั้ง


แต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวสงบสุข และแสนจะเรียบง่ายจะไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด


เพราะนอกจากจะมีชายคนเมื่อกี้ที่ก่อกวนจนหยางหลิวจัดการไปจนสลบแล้ว ยังมีคนเข้ามาในห้องนี้อีกครั้ง


หยางหลิวไม่ได้ล็อกห้องเหมือนครั้งก่อน คนที่เข้ามาจึงเข้ามาในนี้ได้อย่างง่ายดาย ทว่าภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้คนที่มาใหม่อีกสองคนตกใจอย่างคาดไม่ถึง ถัดจากนั้นชายสองคนดังกล่าววิ่งเข้ามาในห้อง และเริ่มสังเกตอาการของชายคนที่ล้มลงอยู่


“ ฉางเฟิงอาการหมอนี่เป็นยังไงบ้าง ” ชายหนุ่มคนที่มาด้วยกันกับฉางเฟิงถามถึงอาการชายคนที่นอนล้มอยู่ด้วยท่าทีร้อนรน เขารู้สึกกลัวว่าชายคนนี้จะตายไปแล้ว


“ ฟู่ ! เขาไม่ได้เป็นอะไรหรอกว่านเซี่ยง เขาแค่สลบไปเฉย ๆ ” ฉางเฟิงเป่าลมออกจากปากด้วยความโล่ง และตอบคำถาม


“ เฮ้อ ! นึกว่าเจ้าหมอนี่จะเป็นอะไรไปแล้วเสียอีก เข้าหอพักวันแรกแล้วมาเจอศพคนตายมันคงไม่ใช่เรื่องตลกหรอกนะ... เฮ้ย !!!า ” ว่านเซี่ยงที่กำลังพูดอยู่ได้หันไปมองรอบ ๆ ห้อง แล้วบังเอิญมองไปเห็นหยางหลิวที่กำลังจัดสิ่งของไว้ที่เตียง และโต๊ะก็ตกใจในฉับพลัน


“ นะ...นายเป็นใคร ? ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่ !? ” ฉางเฟิงที่ดูค่อนข้างสงบกว่าว่านเซี่ยงถามคำถามออกไป ทว่าน้ำเสียงที่เขาพูดออกมานั้นกลับเต็มไปด้วยความไม่มั่นคงแม้แต่น้อย


หยางหลิวหันมามองรูมเมตสองคนที่เพิ่งเข้ามา แม้ตอนแรกใบหน้าของหยางหลิวจะมีท่าทีเย็นชา และวุ่นวายกับการจะเก็บสิ่งของ แต่ผ่านไปสักพักหยางหลิวจึงยิ้มพร้อมกับพูดแนะนำตัวออกไปว่า
“ ฉันเว่ยหยางหลิวจะมาอาศัยอยู่ที่ห้องนี้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยินดีที่ได้รู้จักฉางเฟิง ว่านเซี่ยง ” พอหยางหลิวแนะนำตัวเสร็จก็เดินเข้าไปหาทั้งสองคน และยื่นมือเข้ามาเพื่อเตรียมจับทักทายกับคนทั้งสอง


ทว่าทั้งว่านเซี่ยงกับฉางเฟิงสะดุ้ง และก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว ด้วยเหตุการณ์ที่พวกเขาเห็น ชายคนหนึ่งนอนล้มคว่ำสลบอยู่ที่พื้น นอกจากนี้ยังมีชายอีกคนที่อยู่ในห้องตลอดเวลา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายคนนั้น ซึ่งก็คือหยางหลิวเป็นคนจัดการชายคนนี้ที่นอนอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย


“ หยุด ! ” ว่านเซี่ยงตะโกนก่อนที่หยางหลิวจะเข้ามาใกล้พวกเขามากกว่านี้
“ นายทำอะไรกับหมอนี่ !? ทำไมหมอนี่ถึงนอนสลบอยู่ตรงนี้ !? ” ด้วยความใจร้อนของว่านเซี่ยง เขาจึงถามคำถามออกไปอย่างไม่ยั้งคิด เขาสงสัยอะไรก็ถามออกไปในทันที


เมื่อได้ยินคำพูดของว่านเซี่ยง ฉางเฟิงก็สะกิดว่านเซี่ยงให้รู้ตัวว่าไม่ควรถามคำถามนี้ออกไป ท้ายที่สุดว่านเซี่ยงก็รู้ตัวว่าตัวเองใจร้อนมากเกินไป แต่ในตอนนี้เขาก็ได้ถามทุกอย่างที่ต้องการจะรู้ไปแล้ว


แต่เหนือความคาดหมายของฉางเฟิง หยางหลิวไม่ได้มีท่าทีโกรธบนใบหน้าแม้แต่น้อย นอกจากนั้นเขาก็ไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ทั้งสองคน แต่กลับถอยหลังไปยังบริเวณเตียงตนเองแล้วพูดขึ้นว่า
“ คือเรื่องระหว่างฉันกับหมอนั่นมันซับซ้อนเล็กน้อย ก่อนหน้านี้ที่อยู่ข้างล่าง หมอนี่ตะโกนด่า ตะโกนว่าเหยียดหยามฉันสารพัด ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก และปล่อยมันไป ทว่าเหตุการณ์มันไม่ได้จบแค่นั้น ใครจะไปนึกกันล่ะว่าพอขึ้นมาบนห้อง ยังเจอเจ้าหมอนี่เป็นรูมเมตอีก มิหนำซ้ำมันก็ยังตะโกนไล่ให้ฉันย้ายออกไปที่อื่นด้วย สุดท้ายฉันทนไม่ไหวก็จัดการอย่างที่เห็นนี่แหละนะ ”า หยางหลิวไม่คิดจะปิดบังความจริงนี่กับรูมเมตของเขาแม้แต่น้อย เพราะยังไงพวกเขาทั้งสี่คน บวกกับอีกหนึ่งคนที่ยังไม่มาก็ต้องใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไปอีกอย่างน้อยสี่ปี หรือถ้าจะย้ายหอใหม่ก็ต้องใช้เวลาอีกปีกว่าเช่นกัน


ดังนั้นมันก็คงจะดีกว่าถ้าเล่าความจริงให้คนสองคนนี้ฟัง เมื่อหยางหลิวพูดจบ เขาก็ไม่ได้สนใจคนทั้งสองอีก เขาหันมาจัดเก็บของตามเดิม เพราะขณะนี้มันเหลืออีกไม่กี่อย่างก็จะเสร็จหมดแล้ว


ส่วนสองคนที่มาใหม่ฉางเฟิงกับว่านเซี่ยงก็ตื่นตระหนกไปพักใหญ่ ๆ พวกเขาไม่กล้าขยับไปไหนเพราะรู้สึกกลัวกับการโดนทำร้ายจากหยางหลิว แม้หยางหลิวจะเป็นคนที่ดูค่อนข้างเป็นมิตรอย่างมาก


ทว่าคำพูดที่หยางหลิวเล่าให้ฟังเมื่อครู่กลับทำให้จิตใจของนักศึกษาหนุ่มสองคนสั่นไหวขึ้น สุดท้ายเมื่อผ่านไปนานจนหยางหลิวจัดของเสร็จหมดแล้ว เขาก็หันมาเจอชายหนุ่มสองคนที่ไม่ได้เคลื่อนที่ขยับไปไหนเลยแม้แต่น้อย ทำเอาหยางหลิวงุนงงกับการกระทำของชายสองคนนี้มาก


“ เอ่อ… ไหน ๆ พวกนายก็เพิ่งมาถึงกัน ฉันว่าพวกนายควรจะไปนั่งพักที่เตียงก่อนก็ได้นะ ” หยางหลิวเพียงพูดด้วยถ้อยคำธรรมดา และสุภาพพอสมควร ทว่าชายสองคนนั้นกลับไม่กล้าที่จะขัดขืนหรือปฏิเสธใด ๆ พวกเขาเดินไปที่เตียงที่อยู่ไกลที่สุดกับหยางหลิว จากนั้นก็ค่อย ๆ วางสัมภาระลง และจัดมันให้เข้าที่


บรรยากาศค่อนข้างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย สองคนนี้ฉางเฟิงกับว่านเซี่ยงไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ และพวกเขาก็ค่อนข้างระวังตัวต่อหยางหลิวพอสมควร


ส่วนหยางหลิวเองก็รู้สึกว่าตัวเขานั้นทำเกินไปอยู่บ้าง การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหามันไม่ใช่ทางออกสำหรับเขาเลยจริง ๆ เป้าหมายที่เขาซื้อความสามารถด้านกีฬาระดับสูงเพื่อเพิ่มโอกาสในการป้องกันฝ่ายศัตรูที่จะมาโจมตีเขาเท่านั้น


หยางหลิวไม่ได้หวังไว้ว่าจะใช้ความสามารถนี้ในการทำร้ายคนอื่น เมื่อผลจากการใช้ทำร้ายคนเป็นแบบนี้ หยางหลิวจึงแอบตั้งกฎของตัวเองขึ้นมาอย่างลับ ๆ


ต่อแต่นี้ไปหยางหลิวจะไม่พยายามใช้กำลังจัดการกับฝ่ายตรงข้ามถ้ามันไม่จำเป็นจริง ๆ ไม่เช่นนั้นหยางหลิวก็คงจะได้กลายเป็นคนโรคจิตชอบทำร้ายคนอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว บรรยากาศตึงเครียดก็ลดลงมากขึ้น ถึงฉางเฟิงกับว่านเซี่ยงจะยังไม่วางใจหยางหลิวแบบ 100% แต่พวกเขาก็คิดว่าหยางหลิวน่าจะเป็นคนดีกว่าที่คิด อย่างน้อย ๆ หยางหลิวก็ไม่ได้ทำอะไรพวกเขาเลยสักนิด อีกอย่างถ้าเรื่องที่หยางหลิวพูดเป็นความจริง พวกเขาก็ค่อนข้างเห็นด้วยกับการกระทำของหยางหลิว


ขณะเดียวกันกับที่ฉางเฟิงกับว่านเซี่ยงกำลังคิดอยู่นั้น ประตูห้องก็เปิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นี่น่าจะเป็นรูมเมตคนสุดท้าย เขาเดินเข้ามาในห้องโดยที่ไม่ได้รับรู้ถึงความกดดัน หรือบรรยากาศในห้องเลยสักนิด เมื่อเขาเห็นคนทุกคนมาอยู่ในห้องแล้ว เขาจึงทักทายคนอื่น ๆ ว่า
“ โย่ว ! ว่าไงเพื่อน ๆ ฉันชื่อหลัวโก่ว พวกนาย... เฮ้ย ! ทำไมนายไปนอนอยู่ตรงนั้น ” หลัวโก่วชี้ไปที่ชายคนที่หาเรื่องหยางหลิว และโดนหยางหลิวจัดการจนสลบไป


“ เฮ้ ! นายแกล้งหลับตาทำไม !? ” หลัวโก่วตะโกนถามเนื่องจากว่าก่อนหน้านี้เขาเห็นชายคนนั้นจ้องมองมาที่เขาอยู่ เมื่อเขาสังเกตเห็น และทักทายชายคนนั้น จู่ ๆ ชายคนนั้นก็แกล้งหลับตาซะอย่างนั้น ทำให้หลัวโก่วต้องเอ่ยปากถาม


“ นายฟื้นแล้วเหรอ ? ” ทั้งฉางเฟิงกับว่านเซี่ยงถามขึ้นมาพร้อมกัน จากนั้นฉางเฟิงก็เข้าไปพยุงชายคนนั้นขึ้นมา


เมื่อชายคนดังกล่าวรู้ตัวว่าต่อให้แกล้งนอนสลบต่อไปก็คงไม่ได้อะไรอยู่ดี เขาจึงเลิกที่จะแกล้งนอนสลบ หลังจากนั้นเขาก็ใช้สายตาจ้องมองไปที่หยางหลิว แต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างชายคนนี้จึงละสายตาออกไปจากหยางหลิวในทันทีทันใดพร้อมกับความรู้สึกหวาดกลัวลึก ๆ ในจิตใจ...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 349 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #604 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 108)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 13:50
    มีเพื่อนกับเขาสักทีเถอะอย่ามีแต่ศัตรูเลย( มันรู้สึกเบื่อไปไหนก็มี)
    #604
    0