THe Superman

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 157,756 Views

  • 776 Comments

  • 4,921 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    5,336

    Overall
    157,756

ตอนที่ 106 : วิถีชีวิตของแต่ละคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5478
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 430 ครั้ง
    26 มิ.ย. 61

“ เจ้าเด็กนั่นคือหยางหลิวอย่างนั้นเหรอ !? ” อาจารย์ช่างลี่พูดขึ้น


“ อ้าวอาจารย์ช่างลี่ ! คณะของคุณเพิ่งได้สุดยอดอัจฉริยะไป ผมต้องขอยินดีกับคุณด้วยนะ ฮ่า ๆๆๆ ”


“ แหม ! ผมล่ะอิจฉาพวกคุณจริง ๆ ถ้าผมมีเด็กอัจฉริยะแบบนี้บ้างก็คงดี ทำได้เต็มทุกวิชา แถมวิชาคณิตศาสตร์ที่ยากที่สุดก็ยังได้เต็มในรอบหลายสิบปี เด็กสมัยนี้มันเก่งเกินไปจริง ๆ ฮ่า ๆๆๆ ”


“ เอาล่ะ พวกผมก็ขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะอาจารย์ช่างลี่ โชคดีครับ ”


“ ผมก็ต้องกลับก่อนเหมือนกัน เจอกันวันเปิดภาคเรียนนะครับ ”


อาจารย์แต่ละคนก็แยกย้ายกันจากไป แต่ทว่าก็ยังมีอยู่หนึ่งคนที่ยังยืนอยู่ที่ตรงนี้ เขาก็คืออาจารย์ช่างลี่


ช่างลี่ยังตกใจไม่หายกับเรื่องที่เขาเพิ่งได้รับรู้
‘ ได้คะแนนเต็มวิชาคณิตศาสตร์ ? ’
‘ แถมยังได้คะแนนเต็มวิชาอื่น ๆ ด้วย ? ’
‘ ไม่ใช่ว่าเด็กนั่นเดาข้อสอบมั่วหรอกเหรอ !? โอ้สวรรค์ ! นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว เพียงแค่เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็ทำข้อสอบได้เต็ม ทั้ง ๆ ที่คนอื่น ๆ ใช้เวลาสองเกือบสามชั่วโมง ยังทำได้ไม่ถึงครึ่ง ! ’ ช่างลี่คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วันนั้นช่างลี่เป็นอาจารย์คุมสอบห้องสอบเดียวกับที่หยางหลิวไปสอบ และก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีข่าวฮือฮาเกิดขึ้น หยางหลิวเป็นคนแรกในรอบหลายสิบปีที่ทำข้อสอบคณิตศาสตร์ได้เต็ม ส่วนวิชาอื่น ๆ ก็ยังได้เต็มอีกด้วย ! ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ เขาจึงเกิดความรู้สึกสนใจในเด็กที่ชื่อว่าหยางหลิว


แต่พอช่างลี่ได้เห็นใบหน้าของหยางหลิว เขาก็จดจำได้ทันทีเลยว่า หยางหลิวคือเด็กคนเดียวกันกับที่เขาเห็นว่า ทำข้อสอบได้ไม่ถึง 15 นาทีก็หลับคาโต๊ะสอบ เขายังนึกไปว่าหยางหลิว ทำข้อสอบไม่ได้ ทำไม่เป็น อ่านอะไรไม่เข้าใจ ทำให้ท้ายที่สุดหยางหลิวตัดสินใจที่จะเดาข้อสอบแทน


และด้วยเหตุผลนั้นนั่นแหละที่ทำให้ช่างลี่ช็อก !


แถมตอนนี้ช่างลี่ยังรู้สึกเสียหน้าอย่างยิ่ง ตอนนั้นเขาคิดดูถูกหยางหลิวว่าเป็นเด็กเหลวไหลไร้สาระ คิดถึงปัญหาเรื่องประเทศชาติในวันข้างหน้าที่มีเด็กแบบหยางหลิว


ปัญหากับผีแกสิ !


ถ้ามีเด็กอัจฉริยะแบบนี้สักร้อยคน ไม่สิสักสิบคนรับรองได้เลยว่าประเทศชาติจะก้าวหน้า และยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็นอยู่ในตอนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย !


แค่ภายในเวลา 15 นาที แต่สามารถทำข้อสอบคณิตศาสตร์ของมหาวิทยาลัยปักกิ่งที่มีแต่อาจารย์ระดับสุดยอดของประเทศเป็นคนออกข้อสอบให้ และในขณะเดียวกันนั้น ต่อให้อาจารย์ที่เก่งระดับสุดยอดแต่ละคนมาทดลองทำข้อสอบ คงไม่มีใครทำข้อสอบถูกทุกข้อภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงแน่ ๆ !


แต่ด้วยความสามารถของหยางหลิวกลับทำข้อสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ใน 15 นาทีเท่านั้น !


“ โอ้พระเจ้า ! ” ช่างลี่สามารถพูดได้แค่คำนี้คำเดียวเท่านั้นสำหรับหยางหลิว

...


หลังจากวันสอบสัมภาษณ์ หยางหลิวก็กลับไปที่ภัตตาคารโจวซือ เขาตัดสินใจที่จะทำสองอย่างในแต่ละวันนั่นคือ
หนึ่งทำงานเป็นเชฟที่ภัตตาคารโจวซือ พร้อมกับสรรค์สร้างเมนูอาหารใหม่ ๆ เพื่อให้เหมาะสมกับค่าจ้างที่ลุงโจวให้ถึงหนึ่งแสนหยวน นอกจากนี้หยางหลิวก็สอนวิธีการทำอาหารสูตรใหม่ให้กับเชฟทั้งสามคน
อีกหนึ่งอ่านเนื้อหา ข้อมูล บทความเกี่ยวกับวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเรื่องคอมพิวเตอร์


ถ้าเป็นคนปกติทั่วไปคงไม่สามารถจัดสรรเวลาได้อย่างเหมาะสม แต่ทว่าหยางหลิวกลับแตกต่างออกไป ด้วยร่างกายที่มีความสามารถระดับสูงจากระบบ ทำให้หยางหลิวไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเลยสักนิด ทุก ๆ ครั้งที่ทำงาน หรือกิจกรรมต่าง ๆ ร่างกายของหยางหลิวก็ยังคงสดชื่นอยู่เสมอ ไม่มีปัญหาใด ๆ ทั้งสิ้น เมื่อนำมันมาบวกกับความสามารถเริ่มแรกที่หยางหลิวได้รับจากระบบที่ทำให้สามารถจดจำ วิเคราะห์ ย่อยข้อมูลที่ได้รับมาจากการอ่านจนเข้าใจได้ในเวลาอันสั้น มันทำให้หยางหลิวสามารถจัดการกับงานเหล่านี้ได้อย่างไม่ยากเย็น


เพราะถ้าเป็นคนทั่วไปคงมองว่าเรื่องที่สองที่อ่านเนื้อหาเกี่ยวกับบทความ ข้อมูลอะไรทำนองนี้จะเป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลานานมาก แต่สำหรับหยางหลิวใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงมันก็ถือว่ามากกว่าคนทั่วไปหลายวันทีเดียว


อันที่จริงที่หยางหลิวต้องใช้คือเวลาประมาณ 30 นาทีเท่านั้น เพราะอีก 30 นาทีที่เหลือหยางหลิวใช้มันสำหรับการเดินทางไปกลับที่ร้านหนังสือ หอสมุดใกล้บ้าน หรือบางครั้งหยางหลิวอาจจะใช้เวลานานกว่าสองชั่วโมง เพราะเขาสนใจที่จะไปหอสมุดที่มีข้อมูลให้เยอะกว่านี้ เช่นหอสมุดแห่งชาติ หอสมุดที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง หรือแม้แต่ร้านหนังสือขนาดใหญ่ที่ขายหนังสือต่าง ๆ อย่างครบครัน


หยางหลิวยังนึกเสียดายอยู่ว่าถ้าหยางหลิวได้รับความสามารถในยุคสิบปีหลังจากนี้ก็คงดี เพราะข้อมูลต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตจะมีมากมายหลายเท่ากว่านี้ ระบบค้นหาข้อมูลจะมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ รวมทั้งบทความต่าง ๆ บล็อกให้ข้อมูลก็จะมีข้อมูลให้เยอะกว่า มีคุณภาพมากกว่าปัจจุบันหลายเท่า


เพราะในปัจจุบันโลกอินเทอร์เน็ต หรือโลกไร้พรมแดนยังไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน บางคนยังมีความขาดแคลนในหลายเรื่อง การซื้อคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กยังเป็นสิ่งสิ้นเปลือง และมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สูง


นอกจากค่าใช้จ่ายที่มากแล้ว ยังต้องไปสมัครบริการอินเทอร์เน็ตรายเดือนที่ค่าใช้จ่ายสูงอีกด้วย แต่นั่นไม่เท่าไหร่ ค่าใช้จ่ายอินเทอร์ที่สูง แต่คุณภาพสปีดดาวน์โหลดอินเทอร์เน็ต หรือสปีดอัปโหลดอินเทอร์เน็ตก็แสนต่ำต้อยแค่ 512 kbps


ทว่าสำหรับในยุคอนาคตหลังจากนี้สิบปี จำนวนเงินที่เท่ากันสามารถได้สปีดอินเทอร์ เน็ต หรืออัปโหลดอินเทอร์ถึง 10 Mbps ซึ่งความแตกต่างของมันก็คือ 20 เท่า !


นี่คือความแตกต่างอย่างแท้จริงสำหรับช่วงเวลาแค่สิบปี มันน่าอัศจรรย์มากแค่เวลาสิบปี แต่สิ่งต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากโลกที่คิดว่าอินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีไม่สำคัญ กลายเป็นว่าเทคโนโลยีคือสิ่งสำคัญ และจำเป็นสำหรับชีวิตหลังจากนี้


แม้กระทั่งหยางหลิว คนที่ไม่ค่อยเล่นเกม ไม่ค่อยสนใจสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ยังใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ มันเข้าถึงคนจำนวนมาก และเข้าถึงกลุ่มคนหลายกลุ่ม ไม่ว่าจะรวย หรือจน เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ข้ามเส้นแบ่งเหล่านั้นไป ถึงจะมีความแตกต่าง ทว่าความแตกต่างของคนสองกลุ่มจะมีก็แค่คุณภาพที่ได้เท่านั้น เช่นกลุ่มคนรวยนิยมใช้โทรศัพท์ที่มีราคาแพง 10,000 หยวน แต่กลุ่มคนจนอาจจะใช้โทรศัพท์ที่มีราคาแค่ 500 หยวน


ถึงราคา และคุณภาพของเทคโนโลยีจะเข้าถึงคนทั้งสองกลุ่มแตกต่างกัน แต่มันก็เป็นเทคโนโลยีในช่วงเวลาเดียวกัน ความล้ำสมัยเทียบเท่ากัน แม้แต่โทรศัพท์ในยุคปัจจุบันที่มีราคาเกือบ 20,000 หยวน แถมเคลือบด้วยทองก็ยังไม่สามารถสู้กับโทรศัพท์ของกลุ่มคนจนในยุคนั้นได้ !


ด้วยเหตุผลนี้หยางหลิวจึงเริ่มอ่านหนังสือ เริ่มค้นคว้าสิ่งต่าง ๆ หาข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เรื่องเชฟก็ทำต่อไป ส่วนเรื่องการเรียนก็ทำต่อไป


แต่สิ่งที่หยางหลิวไม่ได้ทำแล้ว นั่นก็คือว่า การติดต่อกับลู่เอิน และเหมยอี๋ !


เพราะหลังจากวันนั้นหยางหลิวรู้สึกว่าเขาต้องเริ่มก้าวไปข้างหน้า สร้างฐานะตัวเองอย่างจริงจัง ทำให้เขาต้องสนใจในเรื่องของการงานมากขึ้น เขาใช้เวลาไปกับการทำหน้าที่เชฟ เขาตั้งใจที่จะหาเงินให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ตัวเองมีฐานะที่ดี และเหมาะสม


ส่วนเหตุผลที่หยางหลิวไม่ติดต่อเหมยอี๋อีกก็คือหยางหลิวไม่อยากให้ความหวังเหมยอี๋อีกต่อไป เขาได้สารภาพรักกับลู่เอินไปแล้ว และถึงแม้หยางหลิวไม่ได้พูดอะไร เหมยอี๋ก็ดูเหมือนจะเข้าใจในความคิดของหยางหลิว ทั้งสองคนจึงไม่ได้ติดต่อกันอีก เหมือนว่าจะหลบหน้ากันไปสักพัก


และเหตุผลที่หยางหลิวไม่ติดต่อลู่เอินก็เนื่องจากเขาไม่สามารถติดต่อลู่เอินได้อีกต่อไป แต่ถึงหยางหลิวจะติดต่อลู่เอินได้จริง เขาก็จะไม่ทำ เนื่องจากเขาได้ทำร้ายจิตใจของเหมยอี๋ไป ทำให้หยางหลิวรู้สึกค่อนข้างแย่ และเศร้าใจ ท้ายที่สุดหยางหลิวจึงตัดสินใจที่จะไม่ติดต่อทั้งสองคน


แม้กระทั่งระหว่างวันที่ทำงานหยางหลิวก็ไม่เคยคิดจะติดต่อไป หรือแม้กระทั่งผลคะแนนออกแล้ว หรือตอนที่เขาผ่าน และเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งได้แล้ว เขาก็ไม่ได้ติดต่อไปกับใครเลย


รวมทั้งเหมยอี๋ และลู่เอินก็เช่นเดียวกัน ทั้งสองคนสามารถผ่านรอบสัมภาษณ์ และเข้าไปเรียนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ตามที่หวังแล้ว แต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้ติดต่อไปที่หยางหลิวเช่นเดียวกัน


ด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เกิดขึ้น จุดตัดเส้นทางเดินของทั้งสามคนก็มาถึงทางแยก แต่ละคนก็แยกกันไปคนละทางไม่รู้ว่าจะได้มาพบกันอีกทีตอนไหน


หยางหลิวมีเป้าหมายใหม่เพิ่มเติม เขาต้องสร้างฐานะ และทำตามที่หวังสำเร็จ สุดท้ายหยางหลิวจึงเลือกที่จะไปเรียนที่คณะวิทยาศาสตร์


ลู่เอินก็มีเป้าหมายของตนเอง และเข้าเรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์ตามที่สมัครไว้


แต่ที่น่าเหลือเชื่อคือเหมยอี๋ก็เข้าเรียนที่คณะเศรษฐศาสตร์เช่นเดียวกันกับลู่เอิน !


ในวันสอบสัมภาษณ์รอบปกติ เหมยอี๋กับลู่เอินก็ได้เจอกันโดยบังเอิญ ทว่าทั้งสองคนกลับไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางอะไรมากนัก พวกเธอทั้งสองคนแค่เดินผ่านกันไปอย่างสงบ ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น


ทว่าในหัวของพวกเธอนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกกังวล และสับสน โดยเฉพาะเหมยอี๋ เธอได้รู้แล้วว่าคนที่หยางหลิวชอบเป็นใคร แต่ด้วยระยะเวลาที่ผ่านไปหลายวันแล้ว เธอจึงเริ่มชินกับมัน จนไม่แสดงออกทางสีหน้าใด ๆ


ส่วนลู่เอินก็ไม่นึกว่าเหมยอี๋ที่อยู่กับหยางหลิวเมื่อวันนั้นจะเรียนที่เดียวกันกับเธอ ทำให้เธอกำลังคิดเกี่ยวกับการปฏิบัติตัว หรือก็คือท่าทีที่จะปฏิบัติต่อเหมยอี๋ แต่เรื่องที่ลู่เอินสับสน และกังวลใจยิ่งกว่าก็คือรายชื่อการสอบสัมภาษณ์กลับไม่มีชื่อของหยางหลิว !


วันนั้นลู่เอินถามคำถามกับหยางหลิวว่าเขาจะเข้าคณะอะไร หยางหลิวก็บอกว่าเขาจะเข้าคณะเศรษฐศาสตร์ที่เดียวกันกับเธอ คะแนนสอบของหยางหลิวก็ยอดเยี่ยมมาก มันน่าจะสามารถสอบเข้าได้อย่างสบาย ๆ แท้ ๆ แต่กลายเป็นว่าชื่อของหยางหลิวกลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย


สุดท้ายเมื่อลู่เอินไปหาข้อมูลก็ไม่พบว่าหยางหลิวหายไปได้ยังไง ลู่เอินคิดจะตัดสินใจโทรหาหยางหลิวเพื่อสอบถามข้อมูลอยู่เหมือนกัน แต่ทว่าด้วยศักดิ์ศรีของคุณหนูผู้สูงศักดิ์ หรือก็คือความปากแข็งของตัวเธอเองนั้นมันยังคงมีอยู่มาก ทำให้ท้ายที่สุดลู่เอินจึงตัดสินใจที่จะไม่ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลนี้กับหยางหลิว


เรื่องราวมันก็ดำเนินไปเช่นนี้ มันทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสามคนถึงยากจะเข้าใจได้ ส่วนวิถีชีวิตของทั้งสามคนก็ค่อนข้างแตกต่างกันไป ทว่าในวันนี้ วันเปิดภาคเรียนแรกของทางมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ทั้งสามคนก็มาอยู่ในหอประชุมของมหาวิทยาลัยปักกิ่ง !


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 430 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #224 My Lords (@kate-matc5) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 17:00

    รอออออ
    #224
    0
  2. #220 Reezas (@Reezas) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:54
    รอออออ
    #220
    0
  3. #218 MozartTx (@MozartTx) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:07

    อวยพรให้หยางหลิว กินแห้ว ชวดหมดทั้ง 2 คน

    สงสารเหมยอี๋ ทุ่มเท เป็นห่วงเป็นไย ยามเจ็บป่วย

    ก็คอยดูแล ผลที่ได้รับ คือ อกหัก แต่ก็ นะ

    ความรัก บังคับกันไม่ได้ หยางหลิว ต้องเจอแบบที่

    เหมยอี๋เจอ ทุ่มเทให้ พยายามสร้างตัวให้ทัดเทียมสมฐานะ

    แล้วสุดท้าย สาวเจ้า ก็ไปแต่งกับคนอื่น ถึงจะเข้าใจ

    ความรู้สึกของ เหมยอี๋

    #218
    1
    • #218-1 NewGodZero (@NewGodZero) (จากตอนที่ 106)
      10 มีนาคม 2562 / 21:49
      ดันเม้นนี้เลยครับ555
      #218-1
  4. #214 ปากกาเงาสายลม (@AK_HOTO-KASA) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 12:50
    ซับซ้อน ซิป
    #214
    0
  5. #213 Srv2k (@kapick) (จากตอนที่ 106)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 12:30
    โครตก็อด
    #213
    0