รักสุดใจยัยมาเฟียตัวร้ายNC20+

ตอนที่ 7 : อวดหลัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ก.พ. 62

ตอนที่7อวดหลัว

รุ่งเช้า

ฉันตื่นมาในสภาพตาปูดโปนเพราะนอนร้องไห้แบบท่อประปารั่ว ก็เลยต้องตื่นมาทั้งแบบนี้เพราะแก้อะไรไม่ได้อยู่ดี

“ก๊อกๆ...ไอ้หมูอยู่ไหม?”

“หาวววว...อยู่ๆ”ฉันรีบถลกผ้าห่มแล้วเดินเกาหัวฟูๆตัวเองมาเปิดประตูต้อนรับยัยพิงค์เพื่อนตัวป่วนที่ไม่รู้ผีห่านบ้านไหนมาอัญเชิญมาบ้านฉันเว้นแต่มาอวดเรื่องเดิมๆ

“กริ๊ดดดด...ยัยผีตาโขนแกเอายัยหมูฉันไปไว้ไหนยะ”

“ฉันเองย่ะ....แค่มีเรื่องนิดหน่อยๆเข้ามา”

“อะเคย่ะหล่อน ว้ายตายแล้วห้องเหมือนเดิมนะ”

“แอ๊ด...ปัง..ทำไมยะอยากให้ห้องฉันอู้ฟู้ๆฟู่ฟ่องเหมือนห้องหล่อนรึไง”

“ก็ดีนะเพราะมีแต่อปป้าหล่อๆเต็มไปหมด”

ฉันถึงกับส่ายหน้าเอือมระอาที่ยัยนี่มาบ่นเรื่องผัวเกาหลีอะไรสักอย่างนี่แหละให้ฟัง

“ไปๆอาบน้ำแต่งตัวสิยะ”

“ทำไมยะหล่อน นี่ห้องฉัน..ฉันจะทำอะไรก็ได้”

“แต่หล่อนจะมาหัวฟูตาปูดใส่ฉันไม่ได้ ฉันเป็นเพื่อนแกนะ”

“โว้ยยยยลำไย ไปก็ได้”

“ดีๆขอสวยๆนะวันนี้จะพาหลัวมาฝาก?”

“หลัว?”

“เออๆไปเถอะๆฉันจะนอนรอ”

“อ่าๆ”ได้แต่ถอนหายใจเอือมระอาก่อนไปอาบน้ำแต่งตัวซะใหม่

“เสร็จย้างเว้ย...ฉันหิววว”เสียงของพิงค์ยังคงแหกปากไม่หยุดหย่อนแม้ฉันจะพึ่งอาบน้ำได้ราวๆ15นาทีกว่า

“แป๊บนึงกำลังใส่เสื้อ..”

“หิวๆออกมากๆเร็วๆ”

“เสร็จแล้วๆเร่งกูจริงพิงค์..”ฉันออกมาจากห้องน้ำในสภาพทำตาทะมึนใส่ไอ้พิงค์ที่กำลังทำหน้าตากวนบาทาสุดๆ

“ก็กูหิว..เออกว่าจะเสด็จไปๆลงล่างไปขึ้นรถฉันไปในเมืองกัน”

เชื่อเถอะว่าฉันโดนยัยนี่กระชากลากถูลงบันไดแต่เช้าแม้แต่พี่ป่านก็ยังไม่ตื่น เห็นบอกเมื่อคืนคุยธุระซะดึกก็เลยนอนซะเช้าเลยทำให้ฉันเลยไม่มีพี่ป่านมาตามติดตัว1วันก็น่าจะดีแหละส่วนป้านวลคงออกไปเดินคุยกับคนงานในไร่เพราะช่วงนี้ก็อากาศเย็นลงเรื่อยๆทำให้เริ่มมีคนป่วยแต่ฉันก็ไม่ค่อยถือสาถ้าจะขาดงานบ้างเพราะหน้าหนาวฉันก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรอยู่แล้วทุนเดิม

พอถึงรถไอ้พิงค์ได้มันก็พาฉันขับซะแบบติดจรวดเห็นบอกหลัวรอนานคงหนาวก็เลยซิ่งแต่มันจะเหยียบ200ตรงทางโค้งอันตรายไม่ได้ไอ้พิงค์!!!!

การมีเพื่อนดีเป็นศรีแก่ตัวแต่จะมีเพื่อนชั่วๆแบบไอ้พิงค์ไม่ได้มันเกือบพาฉันแหกโค้งหลายทีต่อให้รัดเข็มขัดก็เอาไม่อยู่เพราะมันพาบินทะลุได้สบายๆเวลาลงเขาไรงี้ยิ่งกว่ารถไฟเหาะมีช่วงจังหวะนึงรถลอยฉันถึงกับกริ๊ดจะคอแตกและเกาะเบาะแน่ปึก

ชม.กว่าๆก็ถึงตัวเมืองที่คนต่างชาติจะมาเดินเล่นกันอารมณ์แบบห้างใหญ่ๆแหละมั้งฉันอธิบายไม่ถูกซะด้วยสิ

มันขับรถวนไปมาสักพักแล้วหาที่จอดหน้าร้านคาเฟ่เล็กๆที่มีโซนจอดรถให้ ก่อนมันจะกระชากพาฉันวิ่งข้ามถนนดุ่มๆไปหาผู้ชายคนนึงที่นั่งโซฟายาวอ่านข่าวในมือถือยิกๆโดยไม่คิดแม้แต่จะเงยหน้ามามองพวกฉันเลย

“เฮ้ตัวเอง...เค้ามาแล้วนะ”

“เฮ้..คนเก่งหนาวไหมครับ?”สิ้นเสียงคำทักเบาๆของไอ้พิงค์หนุ่มมาดผู้ดีคนนี้ก็เงยหน้าขึ้นมาทักทายอย่างเป็นกันเองแถมยิ้มตาหยี่ให้ด้วยน่ารักอ่า

“อ่อนี่หมูเพื่อนพิงค์เอง”

“อ่อยินดีที่ได้รู้จักครับผมเอ่อ...นิโคลครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”

“พอๆไม่ต้องทักทายนี่หลัวฉันย่ะ...ไปกันเถอะค่ะนิโคลพิงค์หิ๊วหิว”

“ครับ^^ไปหาไรกินดีกว่า”

ฉันถึงกับเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยตอนยัยพิงค์มาดุฉัน 5555ฉันไม่ชอบอ่าผู้ชายหวานๆฉันชอบแน่นๆล่ำๆอ่าอยากได้

เราสามคนเดินเกาะกลุ่มดุ่มๆเดินไปทั่วจนมาหยุดที่ร้านคาเฟ่เล็กๆตรงฝั่งถนนใหญ่จะเป็นร้านออกคล้ายๆร้านอาหารแต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว ให้คิดซะว่าคล้ายร้านขายน้ำเต้าหู้ตอนเช้าเพราะบรรยากาศเก่าแก่แต่ก็น่ารักไปอีกแบบ

“เราไปนั่งฝั่งนู้นกันดีกว่าเนอะนิโคลขา”

“ครับๆ”

ฉันทำได้แค่ส่ายหน้ากับความเห่อนี่ของยัยพิงค์จนอยากวิ่งไปกดน้ำร้อนซักแก้วใหญ่ๆมากรอกปากที่ริอาจมาทำเสียงเล็กเสียงน้อยแถวนี้ ขุ่นพระฉันเป็นเพื่อนกับมันได้ยังไง

ไอ้พิงค์มันเลือกวิวติดหน้าต่างมุมในสุดเห็นบอกอยากได้ที่เงียบๆมานั่งคุยกัน

“เอ่อว่าแต่ตุ๋นแกคิดไงเรื่องพ่อแกวะ”

“หือ?”

“ก็พ่อแกอ่า ไหนบอกจะมาไทยมาเยี่ยมแกนี่ก็10กว่าปีแล้วนะเว้ยที่ไม่มาสักที”

“....ไม่รู้ดิ..ท่านอาจยุ่งก็ได้”

“อื้อๆ...มาๆท้องกูร้องเป็น3ช่าแล้วมึง นิโคลกินไรดีคะ”

“งั้นขอผมดูหน่อยนะครับ”

“เอาเลยค่ะ”ฉันยื่นใบรายการเมนูอาหารให้นิโคลที่ตอนนี้ริอาจมาทำยิ้มแก้มปริทำตาหวานใส่ นี่ก็อีกคนอยากโดนใบรายการฟาดหน้ารึไงยิ้มแทบตายก็ไม่ชอบนะ

“แกๆ...แกเว้ยตุ๋น”

“ฮะ?..อะไร”

“ผู้ชายโต๊ะนู้นมองแกใหญ่เลยว่ะ”

“ไหนๆ?..”

ฉันหันหน้าไปตามต้นทางที่ไอ้พิงค์มันขยิบตาให้ดู เป็นผู้ชายออกจะวัยกลางคนนิดๆ30ต้นๆลูกครึ่งแหละมั้งตาน้ำข้าวผมสีเทากับเคราเข้มๆกำลังยกแก้วกาแฟให้ฉันเป็นการเชิญชวน ฉันงี้ตาลุกวาวเพราะผู้ชายแบบนี้แหละที่ฉันชอบ

“ว้ายตาเถร...เล่นของใหญ่นะหล่อ---”

“เพี๊ยะ...ไอ้พิงค์พูดไรของมึง”

“โอ๊ยอีนี่ตีกูทำไม..หรือไม่จริง”

“โอ๊ยอีเหี้ยกูไม่คุยกับมึงแล้ว..หาไรแดกดีกว่า”
“โอ๋ๆไม่งอนเค้าน้าเดี๋ยวเค้าเลี้ยงติมอุ๊ยๆอยากดูดหรือเลียดีคะ”

“เพี๊ยะๆๆๆ....หยุดเลยนะมึง”

“โอ๊ยๆๆอีเหี้ยกูเจ็บ..ฮ่าๆๆ..พอแล้วกูเจ็บ”

“ถ้ามึงไม่หยุดพูดนะกูจะตีมึงด้วยเก้าอี้”

“หยุดแล้ว สั่งดีกว่าเดี๋ยวกูต้องพาหลัวไปหาซื้อของอีก”

“เออๆ”

เพราะบรรดาเพื่อนๆของฉันส่วนเล็กๆที่สนิทกันจะรู้ว่าฉันเอาจริงเด็ดขาดมันเคยมีคนมาแกล้งหยอกไล่ตีฉัน ฉันโมโหเลยวิ่งไปคว้าท่อนไม้ฟาดใส่แขนจนแขนบวมปูดเล่นซะไม่กล้าแกล้งฉันเลยแหละ

สุดท้ายก็สั่งของกินมาไม่กี่อย่าง มีแค่แซนวิช โกโก้ร้อน แค่นี้แหละที่สั่งมาส่วนสองตนนั้นกำลังนั่งกินบ้างเล่นบ้างตามประสาหลัวเมียที่ฟิตๆเห็นบอกคบมาปีกว่าแต่เล่นอุดข่าวซะเงียบขนาดนี้ สาธุขอให้ผัวมันเป็นเกย์

หลังจากกินไรเสร็จก็พากันเดินเตร่ซอยขาย่อยไขมันให้ตัวฉันผอมหรือไรนี่แหละ ฉันหนักแค่60นิดๆแต่ตัวเตี้ยไปนิดก็เลยคล้ายๆถังน้ำใหญ่ๆแต่ถังน้ำไซต์นี้เด้งดีนะคะบรรทุกของเก่งแถมกินจุ นิโคลบอกอยากได้เสื้อใหม่ไอ้พิงค์ก็เลยพาแวะแทบจะทุกซอยที่มีเสื้อผ้า เอาง่ายๆเรามาเดินเล่นกันที่นี่แต่9โมงกว่าจนบ่ายนิดๆมันถึงพากันแยกย้ายพาฉันไปส่งบ้าน ระหว่างทางที่ขับรถมามันก็อวดสรรพคุณผัวให้ฟังตลอดจนฉันอยากเอารองเท้าตัวเองเคาะปากไอ้นี่ให้เลิกพูดสักที

“มึงรู้ป่ะๆ...”

“รู้ไร..บอกกูก่อนสิ”

“ผัวกูอ่า...ไม่เคยเย....กูเลยมึง”

“อะไรวะ?ทำไมคันหรอ”

“อีบ้า..กูแค่สงสัยว่าแปลกๆป่ะมึงดูออร่าสิ”

“ออร่าอะไรวะคนนะไม่ใช่กระสือ”

“โอ๊ยอีนี่กูแค่บอกว่านับวันๆมันเหมือนเพื่อนสาวมากกว่าแฟนกูว่ะ”

“อ่าๆกูก็ว่าคล้ายๆนะมึง..แต่มันแค่สำอางเปล่า”

“กูไม่รู้...กูแค่กลัว”

“กลัว?หลัวเหี้ยไร”

“กลัวมันเอาผู้ชายมา..แล้วเชิดหน้าใส่กูประมาณว่า

**นี่ผัวใหม่ฉันย่ะ กราบซะสิยัยชั้นต่ำ**

อีดอก..กูรับไม่ได้”

“มึงดูหนังมากไปเปล่าวะ”

“โอ๊ยอีเหี้ย..จะให้กูทำไงวะก็แม่งผู้ชายหาแดกยาก”

“เออๆเรื่องของมึง ส่งแค่นี้แหละกูเดินเอง”

“เออๆเจอกันๆ”

“อ่าๆ”

ฉันให้ไอ้พิงค์มาส่งแค่หน้าปากทางเข้าเดี๋ยวจะเดินเข้าไปเองเพราะไม่อยากให้มันกลับรถหลายรอบ กว่าจะถึงบ้านได้ฉันก็เหงื่อโชกต่อให้เป็นหน้าหนาว แต่ประเทศไทยไม่ได้หนาวทั้งวันนะเคอะจำไว้ๆ

พอถึงบ้านได้ฉันก็มุ่งหน้าดุ่มๆไปที่ห้องครัวหาไรกินต่อก่อนจะมานอนบรรทมหลับอืดที่โซฟาหน้าห้องรับแขก แต่ก็นะถ้าอากาศเย็นสบายมากๆฉันจะชอบขึ้นไปนอนที่ห้องตัวเองแล้วเปิดระเบียง แต่วันนี้ขี้เกียจเลยนอนตรงนี้แทน

 

Partป่าน

ฉันตื่นขึ้นมาอีกทีก็บ่าย3กว่าเล่นหลับซะซ้อมตายเลย

“หาววววว...ง่วงจัง”ถึงจะพูดแบบนั้นแต่ก็ต้องหันหลังเดินหน้าเข้าห้องน้ำไปก่อนจะเดินลงมาหาไรกินรองท้องข้างล่าง ระหว่างเดินผ่านโซฟาฉันก็ไม่ลืมที่จะจะเหล่ตามองหมูตุ๋นที่นอนอืดกรนเบาๆที่โซฟาในสภาพพุงโผล่ โอ๊ยรับไม่ได้

“โอ๊ยหมูทำไมนอนแบบนี้ล่ะเนี่ย”สุดท้ายฉันก็ต้องดึงเสื้อปิดพุงให้หมูตุ๋นที่ตอนนี้นอนหลับปุ๋ยสบายใจไม่เกรงใจยุงน้อยๆที่นอนจมพื้นไปหลายตัวเพราะอิ่มเลือดจนบินไม่ขึ้น

“ฮ่าๆๆต้องนอนหลับลึกแค่ไหนถึงมียุงมาจัดบุฟเฟ่ต์เนี่ย...โอ๊ยขำฮ่าๆๆ”

ฉันทำได้แค่ยืนขำเหมือนคนบ้า แต่ก็นะต้องอุ้มหมูพุงปลิ้นแบบนี้ไปนอนห้องไม่ให้ยุงตามไปจัดบุฟเฟ่ต์อีกรอบนึง อีกพักใหญ่ๆคงจะโต๊ะจีนได้แหละมั้งถ้าจะขนาดนี้

ฉันบรรจงวางหมูตุ๋นแบบช้าๆก่อนจะพาตัวเองลงไปหาไรกินต่อข้างล่าง แต่ก็ยังดีที่มีข้าวผัดอกไก่ของป้านวลทำไว้ให้กิน เอาข้าวไปเวฟแล้วมานั่งกินไปดูบอลไปช่วงนี้มีแต่ธุระเรื่องการจัดการสาขาย่อยของนายใหญ่ที่ฝากให้ดูแลกิจการทั่วประเทศราวๆ20แห่งที่ทำงานเกี่ยวกับการดูแลคุ้มครองคนอื่นๆที่มีส่วนสำคัญเกี่ยวกับแก๊งหลักๆ

บ่นมาเยอะแหละหาไรดูดีๆบ้างมีไหมเนี่ย ฉันนั่งอมช้อนข้าวไปก็กดไล่หารายการดูไปเรื่อยจนมาจบที่ช่องสาระคดีสัตว์โลกผู้น่ารัก

“ดูนี่สิครับลูกหมูป่ากำลังกินโคลนและอีกตัวนึงกำลังวิ่งชนก้นของพี่ๆมันอย่างสนุกสนานมากเลยล่ะครับ....”

นั่งขำไปกินข้าวไป อย่างน้อยๆวันนี้ก็ไม่มีไรน่าปวดหัวตั้งแต่ส้มโอกลับบ้านไปก็ไม่ได้คุยกันเลยแหะ เฮ้อดันลืมขอเบอร์ซะงั้นคงไม่เจอกันอีกหรอกมั้ง

“คุณป่านคะ?..มีคนอยากคุยด้วยค่ะ”

“คะ?ป้านวล”

“เห็นบอกชื่อส้มๆอะไรนี่แหละค่ะ”

“ค่ะๆขอบคุณค่ะ..”ฉันวางกล่องข้าวลงและคว้าโทรศัพท์บ้านทันที

*โหลๆ”

*อ้าวพี่ป่าน เป็นไง*

*หนาว..*

*ส้มแค่จะมาบอกว่าขอบคุณนะที่ดูแลส้มวันนั้น*

*อื้อเรื่องเล็กน้อย*

*งั้นส้มไปแหละ เดี๋ยวโทรมาหาใหม่*

*อื้อๆ..*ฉันงี้ยิ้มแก้มแทบปริแม้ส้มโอจะวางสายหนีแล้วก็เถอะ

แม้พอคิดถึงก็โทรมาปุ๊บรู้ใจจัง...ว่าแต่มีเบอร์บ้านได้ไงอ่า

อันนี้น่าคิดจริงเดี๋ยวลองสืบดีกว่า อ่าอิ่มจังแต่ยังไม่หมดต้องกินอีกสู้เว้ยไอ้ป่านนี่คือสรรพยากรของโลกต้องกินให้หมดยิ่งเป็นคนที่ป้านวลทำความอร่อยจะพุ่งทะลุ100%ก็ได้เพราะอร่อยจริงๆ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น